ผ่าแนวคิดสำหรับธุรกิจ SMEs และ Startup ที่กำลังมองหาที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ร่วมเฟ้นหา Home Office ทำเลดีโดย HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

สำนักงานใหญ่ มีผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

คำว่าสำนักงานใหญ่ (Headquarter) หมายถึง สถานที่ทำงานของบริษัทซึ่งมีอำนาจและการควบคุมสูงสุด และถ้าในเชิงการทำธุรกิจก็จะเป็นที่อยู่ที่เราจดทะเบียนไว้ในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งจะปรากฎอยู่ในเอกสารจำพวกใบกำกับภาษีต่างๆ ที่เราจะออกให้กับคู่ค้า ที่ตั้งและที่อยู่บริษัทของเราก็ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่คู่ค้าประเมินความน่าเชื่อถือของธุรกิจเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงให้ควรความสำคัญในการเลือกทำเลที่ตั้งธุรกิจ แม้จะเป็นเพียงแค่ที่อยู่ที่ปรากฎอยู่บนเอกสาร แต่ก็เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่คู่ค้าให้ความสำคัญ และยิ่งถ้าธุรกิจการงานของเราจำเป็นต้องให้คู่ค้าเข้ามาติดต่อนัดหมายกันที่สำนักงานแล้วละก็ เรื่องภาพลักษณ์ของสถานที่ก็สำคัญมาก ถ้าเราเลือกที่ตั้งบริษัทผิดอาจทำให้เราเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ คู่ค้าบางรายอาจเลือกตัดสินใจด้วยอารมณ์และความรู้สึกจากภาพลักษณ์ที่มองเห็นภายนอก เพราะเราก็ทราบกันดีว่าจะร่วมทำธุรกิจกับใครก็เหมือนกับการเลือกคู่ชีวิตซึ่งด่านแรกที่จะสร้างความประทับใจนั่นคือรูปลักษณ์ภายนอกนั่นเอง

 

มีสำนักงานใหญ่เป็นของตัวเองคือความมั่นคงของธุรกิจ ที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง

เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับร้านอาหารขายดี อร่อยมาก ลูกค้าเยอะ แต่เจ้าของร้านอาหารนั้นไม่มีทำเลที่ตั้งที่เป็นของตัวเองเลย นับวันเมื่อร้านยิ่งขายดี เจ้าของที่ก็ยิ่งขึ้นค่าเช่าเพิ่มขึ้นทุกปี จากที่เคยเป็นรายได้เพิ่ม กลับเป็นรายจ่ายเพิ่มทุกเดือนๆ ถ้าช่วงไหนขายดีก็รอดไป แต่ถ้าช่วงไหนขายลำบากก็แย่ บางกรณีร้ายกาจจนถึงเมื่อหมดสัญญาเช่าเจ้าของที่ก็เชิญออกแล้วทำร้านต่อขายแข่งกับเราไปซะงั้น

 

กรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ตั้งของธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะมีครอบครองเพราะมันคือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าธุรกิจเราจะมีความมั่นคง ไม่ถูกไล่ที่หลังหมดสัญญา ไม่ต้องย้ายเข้าย้ายออกเหมือนทำไร่เลื่อนลอย และนอกจากนี้ก็ช่วยส่งเสริมความภาคภูมิใจให้กับผู้เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยเช่นกัน

 

จะดีกว่าไหมถ้าเสียค่าเช่าออฟฟิศให้ตัวเอง

ถ้าเป็นธุรกิจระดับมหาชนขนาดใหญ่ ก็จำเป็นต้องมีที่ดินใจกลางเมืองเป็นของตัวเองเพื่อสร้างสำนักงาน แต่ถ้าธุรกิจระดับ SMEs หรือ Startup ที่กำลังจะเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในอนาคต หลายธุรกิจอาจเริ่มจากการเช่าพื้นที่ของคนอื่นก่อนซึ่งก็ไม่ถือว่าเลือกผิด แต่ถ้ามองไปในระยะยาวของธุรกิจบางประเภท บางทีการตัดสินใจซื้อทรัพย์สินที่จะใช้เป็นสถานที่ทำงานของเราก็เป็นทางเลือกที่ใช่มากกว่า จะดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนจากการเสียค่าเช่าให้คนอื่นมาเป็นเสียค่าเช่าให้ตัวเราเอง อย่างที่คำพูดโบราณว่าไว้ “เรือล่มในหนอง…ทองจะไปไหน” เปลี่ยนจากเคยจ่ายค่าเช่าออฟฟิศให้คนอื่นอย่างเดียว มาเป็นซื้ออาคารหรือซื้อ Home Office ด้วยเงินธนาคาร เงินญาติ หรือเงินกงสีแล้วก็ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ เหมือนจ่ายค่าเช่าให้บริษัทของตัวเอง ทำแบบนี้เงินที่เคยเป็นเพียงค่าใช้จ่ายก็จะกลายเป็นทรัพย์สินขึ้นมา ไม่หลุดหายไปไหน ถ้าชอบแนวคิดแบบนี้ การเริ่มต้นมองหา Office เป็นของตัวเองก็เริ่มน่าสนใจขึ้นมา

 

ถ้าคิดจะหาออฟฟิศในกรุงเทพเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ต้องรีบตัดสินใจ

ถ้าเรากำลังมองหาออฟฟิศอยู่แล้ว ควรรีบตัดสินใจซื้อออฟฟิศภายในเวลาอันสั้น เพราะราคาที่ดินในกรุงเทพวิ่งทะยานขึ้นทุกเดือนทุกปีจริงๆ ยิ่งเฉพาะในช่วงปี 2019 เป็นต้นไปจะมีรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั่วกรุงเทพทยอยสร้างเสร็จก็จะยิ่งส่งเสริมให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราตัดสินใจช้าเท่ากับเราต้องจ่ายแพงขึ้นนั่นเอง เพราะตลาดอสังหาประเภท Home Office ในปัจจุบัน มีจำนวนจำกัด เพราะที่ดินศักยภาพเริ่มหายไปทีละแปลง ดังนั้นถ้าเราอยากได้ออฟฟิศต้นทุนราคาดี ทำเลดีแล้วละก็ ความรวดเร็วในการตัดสินใจคือกลยุทธ์ที่เราควรเลือกมาใช้กับธุรกิจของเรา

อ่านบทความเกี่ยวกับการเพิ่มสูงขึ้นของราคาที่ดินทั่วกรุงเทพได้ที่นี่ https://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1384.htm

 

ทำเลที่เหมาะสมกับการตั้งออฟฟิศ และวิธีการเลือกทำเลลงทุน Home Office

สำหรับผู้ประกอบการและหุ้นส่วนธุรกิจควรร่วมกันเฟ้นหาทำเลที่ดีสำหรับธุรกิจของตัวเอง ทำเลที่ดีมีปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจ เช่น ทำเลนั้นเดินทางสะดวกด้วยรูปแบบการเดินทางอย่างไรบ้าง ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเจริญรุ่งเรืองหรือซบเซา ขาขึ้นหรือขาลง มีธุรกิจอะไรรอบข้างบ้าง มี facility ล้อมรอบที่ตั้งอะไรบ้าง ห้าง ร้านอาหาร ชุมชน หรือโรงเรียนสำหรับลูกของพนักงาน และสุดท้ายก็ต้องดูราคาว่าซื้อแล้วคุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่ เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ดีที่สุด เพราะอย่าลืมว่าการซื้ออสังหานั้นก็มีความเสี่ยงเช่นกันเพราะมันย้ายที่ไม่ได้

 

ศึกษาหาดูราคาประเมินที่ดินจากที่ http://www.treasury.go.th/ewt_news.php?nid=173 เพื่อดูภาพรวมว่าทำเลไหนของย่านไหนคือทำเลที่ดีมีราคาสูงอันดับต้นๆ

 

สำหรับคนที่มีเงินเย็น มีเงินสดจำนวนมาก การเลือกลงทุนกับ Home Office เพื่อให้เช่าก็ถือว่าเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ นักลงทุน Home Office ปล่อยเช่า ควรเลือกทำเลที่มีคาแรกเตอร์เหมาะกับการเป็น Home Office โดยสำรวจจากจำนวนธุรกิจ SMEs ที่เกิดขึ้นในย่าน วิเคราะห์ Business Model ของแต่ละธุรกิจที่มาเปิดทำการว่ามีการเชื่อมโยงกับ ecosystem ของระบบเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างไร ธุรกิจหนึ่งธุรกิจก็จะช่วยดึงอีกหลายๆ ธุรกิจเข้ามาในทำเล มีธุรกิจข้างเคียงเยอะๆ ดีกว่ามีจำนวนน้อย

 

ทำเล Home Office ที่หลายธุรกิจชอบเลือกอยู่ เช่น ปิ่นเกล้า บางนา-ตราด เกษตรนวมินทร์ นวลจันทร์ ลาดพร้าว เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ รามคำแหง ทำเลแบบนี้ถูกเลือกเป็นสถานที่ทำงานสำหรับธุรกิจ SMEs เพราะเดินทางสะดวก มีธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรายล้อม ไม่โดดเดี่ยว  และมีความเป็นชุมชนที่มีแหล่งไลฟ์สไตล์ มีอาหารการกินในช่วงกลางวันและหลังเลิกงานเพราะอย่าลืมว่าอาหารการกินก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่พนักงานของเราเลือกร่วมงานในทำเลที่บริษัทเราอยู่เช่นกัน และในบทความนี้จะพาไปแนะนำย่านธุรกิจอีกแห่งหนึ่งที่ Home Office นิยมไปตั้งอยู่

 

แนะนำย่านธุรกิจทาวน์อินทาวน์ ย่านที่มี Home Office จำนวนมาก

ย่านทาวน์อินทาวน์ถือเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและกลางเข้าด้วยกัน เป็นทำเลที่ใกล้ใจกลางเมือง มีออฟฟิศและ Creative Studio ของธุรกิจสร้างสรรค์มากมายก็อยู่ในย่านนี้ มีผู้คนหลากหลาย ที่อยู่อาศัยหลายระดับทำให้มีอาหารการกินที่หลากหลายตามไปด้วย อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เดินทางเข้าเมืองสะดวกด้วยทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หรือถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็ได้ (เลียบด่วนรามอินทรา) นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อไปถนนรามคำแหงผ่านซอยรามคำแหง 43/1 เพื่อเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต เชื่อมต่อไปถนนลาดพร้าวผ่านซอยลาดพร้าว 94 ได้ด้วยเพื่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลืองในอนาคตที่กำลังก่อสร้างในปัจจุบัน นอกจากนี้ภายในย่านก็มีระบบขนส่งมวลชนหลากหลาย เช่น วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถโดยสารขนาดเล็ก

 

รอบๆ ย่านธุรกิจทาวน์อินทาวน์มีร้านอาหารหลากหลายมากๆ เรียกได้ว่าไม่มีทางอดอยากและกว่าจะไล่กินครบร้านในย่านทาวน์อินทาวน์ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน  มี Community Mall ที่มีร้านอาหารแบรนด์ดังมาเปิด มี Starbucks Coffee เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ครบทุกอย่างที่คนทำงานช่วงเวลาพักเที่ยงต้องการและรวมถึงร้านแนว after-work สังสรรค์หลังเลิกงานก็มีกระจายอยู่ทั่วย่านนี้

 

 

เหตุผลในการซื้อและจุดเด่นของ Home Office ทำเลทาวน์อินทาวน์ โครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

เหตุผลในการมี Home Office เป็นของตัวเอง นอกจากเหตุผลด้านความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว และการบริหารจัดการการเงินในบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว อีกข้อดีของการซื้อ Home Office เป็นของตนเองก็คือการอยู่อาศัยได้หลายคน เราสามารถใช้ออฟฟิศให้เป็นประโยชน์ (Utilize) ได้มากกว่าแค่สถานที่ทำงาน แต่ยังเป็นบ้านที่จะส่งเสริมให้ลูกหลานของเราเติบโต ดูแลพ่อแม่ของเราได้ยาวนาน และจะกลายเป็นมรดกส่งต่อให้กับลูกๆ ได้อีกในอนาคต เรียกได้ว่าจะกลายเป็นรายได้ระยะยาวของครอบครัวและเป็นรากฐานของธุรกิจที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต


HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao (เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว) เป็นโฮมออฟฟิศหรูระดับ Luxury Home Office หนึ่งเดียวจาก SC Asset ก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวด้วยโครงการ Home Office สูง 5 ชั้น มีจำนวนที่จอดรถ 6-9 คัน ราคาอยู่ที่ประมาณ 30-55 ล้านบาท และในต้นปี 2019 นี้ทาง SC Asset ก็เปิดขาย Home Office รูปแบบใหม่ในทำเลเดียวกันในคอนเซปต์ Home Office สไตล์ Modern Classic สูง 3 ชั้นครึ่ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 17 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อพิจารณาราคา และทำเลอนาคตดี พร้อมกับได้รับบริการหลังการขายสไตล์ Exclusive Home Office แบบเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามาก ทำเลเดินทางสะดวก เชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายเส้น และที่สำคัญใกล้รถไฟฟ้า 2 สายที่กำลังสร้างในปัจจุบัน อนาคตจะสามารถเดินทางไปรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้มได้ภายใน 5 นาที นอกจากนี้ยังใกล้ทางด่วนเพียง 800 เมตรเท่านั้น

 

HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ตั้งอยู่ในทำเลทาวน์อินทาวน์ คลิกดูแผนที่ Google Map ที่นี่ https://goo.gl/maps/F8kj8BnV1fm เป็นทำเลที่อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา ถนนลาดพร้าวและถนนรามคำแหง ติดถนนอินทราภรณ์ซึ่งเป็นถนนกว้าง สองข้างทางมีต้นไม้ ทางเท้าสวยงาม น่าอยู่ บรรยากาศดี มีที่ดินแปลงใหญ่ๆ มีศักยภาพรอการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต ถนนสายนี้มีที่พักอาศัยชั้นดีอยู่ มีออฟฟิศเกี่ยวกับธุรกิจสร้างสรรค์ แหล่งไลฟ์สไตล์มีให้พร้อมเปิดบริการ 24 ชั่วโมงรองรับกับคนทำงานตอนกลางคืนและคนนอนดึก ใกล้คมนาคมสะดวกหลากหลายทั้งการใช้รถยนต์และรถไฟฟ้า เหมาะกับทุกคนในบริษัทและครอบครัว ดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

โครงการใกล้โรงเรียนบดินทร์เดชาเพียง 500 เมตร โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจนท์ โรงเรียนนาชาติ KIS โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สิงคโปร์ SISB ใกล้ ABAC มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ เช่น @Park, The Scene, ต้นซุงอเวนิว, Big C ลาดพร้าว, Central Eastville, The Crystal, The Nine โรงแรม Town in Town, SC Park ใกล้โรงพยาบาลลาดพร้าว โรงพยาบาลรามคำแหง

 

บรรยากาศจริงภายในโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ตอนนี้กล่าวได้ว่าเป็น“อาณาจักรธุรกิจหรู” มีธุรกิจเข้ามาประกอบกิจการแล้ว หลายธุรกิจเลือกที่นี่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ตามคำว่า HEADQUARTERS เพราะต้องการให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางการการเชื่อมต่อความสำเร็จ

 

บรรยากาศปัจจุบันเต็มไปด้วยสำนักงานของธุรกิจต่างๆ หลากหลายประเภท ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ มีมีผู้คนและพนักงานของบริษัทต่างๆ เข้ามาทำงานแล้ว แต่ก็เป็นสำนักงานที่สงบเรียบร้อย ไม่พลุกพล่าน ไม่วุ่นวาย เพราะจุดเด่นของที่นี่เป็นโครงการที่มีประตูกั้นด้านหน้า มีระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลความเรียบร้อย มีนโยบายการแลกบัตรเข้าออกทุกคน รวมถึงพนักงานบริษัททุกคนด้วย มีกล้องวงจรปิดติดตั้งให้ เหตุผลทั้งหลายนี้ทำให้ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao เหมาะกับการเป็นทั้งบ้านสำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะกับการทำธุรกิจที่ต้องการความภาพลักษณ์แบบ Exclusive นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่การจัดพื้นที่ส่วนกลางให้มีพื้นที่สีเขียวสำหรับการเดินเล่นพักผ่อนที่อำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านและสมาชิกบริษัทต่างๆ ได้ออกมาเดินเปลี่ยนบรรยากาศ บรรเทาความเครียด เพื่อให้ทำงานได้อย่างสดชื่นมีพลัง

โครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao เพิ่งเปิดตัว Home Office 3 ชั้นครึ่ง สไตล์ Modern Classic เป็นบ้านซีรีย์ใหม่ที่อยู่ทำเลเดียวกับ Home Office 5 ชั้นครึ่งตัวก่อนหน้านี้

 

Home Office 3 ชั้นครึ่งนี้จะออกแบบใหม่มีฟังก์ชั่นครบ ขายในราคาที่เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยเน้นไปที่กลุ่มนักธุรกิจ SMEs ที่ต้องการ Lifestyle แบบคนเมือง สร้างสรรค์โดยใช้แนวคิด Practical Design ให้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยสุดหรูในเมืองสไตล์ Penthouse หรูหราและเป็นส่วนตัวโดยการแยกโซนธุรกิจและโซนพักผ่อนได้ภายในอาคารหลังเดียว ราคาเริ่มต้นประมาณ 17 ล้านบาท เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนที่เคยอยากได้ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao แบบ 5 ชั้นครึ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีให้สามารถครอบครอง Home Office ตัวใหม่แบบ 3 ชั้นครึ่งบนที่ดินมูลค่าสูงผืนนี้ได้ด้วย

 

ขอกระซิบบอกว่า Home Office 3 ชั้นครึ่งรุ่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 10 ยูนิตเท่านั้น ถ้าสนใจต้องรีบเข้ามาดูครับ เรามาดูกันดีกว่าว่า layout ของบ้าน 3 ชั้นครึ่งตัวใหม่ที่ว่านี้เป็นอย่างไร

 

จุดเด่นของแบบบ้านใหม่ 3 ชั้นครึ่งในโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

 

Home Office แบบใหม่ 3 ชั้นครึ่ง มี 2 type ได้แก่ Director มีฟังก์ชั่นครบถ้วน ราคาดีมาก และอีกแบบคือ Director-S ที่มีขนาดใหญ่กว่าและจำนวนห้องมากกว่า

 

Home Office 3 ชั้นครึ่งแบบ Director ขนาด 245 ตารางเมตร สูง 3 ชั้นครึ่ง มี 3 ห้องใหญ่ 4 ห้องน้ำ

มี Terrace ก่อนเข้าบ้าน ชั้น 1 จะมีพื้นที่จอดรถ 2 คัน เข้ามาพบกับพื้นที่ห้องขนาดใหญ่เพดานสูงมากกว่าปกติ ถัดเข้าไปเป็นครัว มีห้องน้ำ บันไดและห้องเก็บของใต้บันได เปิดประตูออกไปด้านหลังมีลานซักล้าง

รูปนี้เป็นไอเดียการจัดห้องชั้น 1  รูปซ้ายมือคือไอเดียจัดบ้านสำหรับอยู่อาศัย รูปขวาคือไอเดียสำหรับออฟฟิศ นั่งทำงานได้ถึง 9 คน

ชั้นลอย หรือชั้น M เป็นพื้นที่สามารถวางโซฟาหรือโต๊ะประชุมได้ มองออกไปหน้าบ้านจะเป็นมองลงไปเห็นชั้น 1

ช้ั้น 2 สามารถจัดเป็นห้องนอนได้ 2 ห้องนอน ได้แก่ ห้องนอนขนาดกลาง และห้องนอนขนาดเล็ก แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวครับ อีกไอเดียคือจัดเป็นออฟฟิศ นั่งได้ประมาณ 10 คน ส่วนห้องเล็กทำเป็นห้องผู้จัดการได้

ชั้น 3 คือชั้นสูงสุดของบ้าน สามารถออกแบบเป็นห้องนอน Master Bedroom ที่มีห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำในตัว มีระเบียงด้วย หรืออีกไอเดียก็จัดเป็นพื้นที่สำนักงาน ห้องทำงานและพักผ่อนของ CEO หรือทำเป็นออฟฟิศของพนักงานก็ได้

แบบบ้านต่อไปคือ Director-S ขนาด 306 ตารางเมตร สูง 3 ชั้นครึ่งเท่ากัน แต่มีหน้ากว้างมากกว่าจึงทำให้แบ่งห้องนอนออกได้เป็น 3 ห้องใหญ่ 4 ห้องน้ำ แต่ถ้าต้องการทำเป็นพื้นที่สำนักงานก็ตกแต่งได้ตามความต้องการ

ชั้น 1 จอดรถได้ 2 คัน ด้านหน้าบ้านมี Terrace ก่อนเข้าบ้าน เข้าไปพบกับพื้นที่ว่างเพดานสูงสำหรับจัดเป็นสำนักงานหรือพื้นที่นั่งเล่น โซนกินข้าว และสามารถกั้นเพิ่มเองเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการอยู่อาศัยชั้น 1 ได้ด้วย มีห้องน้ำกลางที่มีห้องอาบน้ำด้วย มีครัว และหลังบ้านเป็นลานซักล้าง ใต้บันไดมีห้องเก็บของเล็กๆ

เดินขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 เป็นชั้นลอย มีพื้นที่วางโต๊ะประชุมได้ มองไปด้านล่างเป็นพื้นที่ชั้น 1

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 สามารถกั้นห้องนอนได้มากถึง 3 ห้องแบบสบายๆหรือจะไม่กั้นห้องเลยแต่ออกแบบให้เป็นพื้นที่กว้างๆ สำหรับทำออฟฟิศนั่งได้ 8-10 คน มีห้องน้ำที่มี 2 ประตู 1 ห้อง และห้องน้ำประตูเดียว 1 ห้อง รวมเป็น 2 ห้องน้ำ ชั้นนี้มีระเบียงให้ด้วย

ชั้น 3 ชั้นสูงสุดของบ้าน มีห้องน้ำขนาดใหญ่ที่มีอ่างอาบน้ำและอ่างล้างมือแบบ His&Her มีพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ที่สามารถจัดเป็นห้องทำงาน มีระเบียงขนาดใหญ่

สรุปได้ว่าแบบบ้านทั้ง 2 แบบทั้ง Director และ Director-S มีการใช้สอยที่ครบทุกฟังก์ชั่น สามารถกั้นห้องได้อิสระแล้วแต่ความต้องการ เอื้อต่อการดัดแปลงเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและทำงาน

 

 

ความสะดวกสบายของทำเลและรอบโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

ในวันที่ผมมาสำรวจ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีส้มอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานี ฉลองรัช หรือ ลาดพร้าว 83 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2563 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีรามคำแหง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565 ซึ่งทั้ง 2 สถานีอยู่ห่างจากโครงการเพียง 5 นาทีเท่านั้น สำหรับปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ Airport Rail Link สถานีรามคำแหงครับ

ผมลองนั่งรถโดยสารประจำทางมาลงที่ปากซอยรามคำแหง 49/2 ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีรามคำแหง

สถานีรามคำแหง (OR17) อยู่บริเวณนี้ครับ

ตึกแถวบริเวณรอบสถานี MRT รามคำแหงเริ่มปิดตัวลง คาดว่าอนาคตที่ดินแถวย่านนี้จะมีการเปลี่ยนโฉมเป็นโครงการใหม่ๆ

เป้าหมายของผมคือต้องไปรามคำแหง 43/1 ซึ่งเป็นซอยที่จะสามารถเดินทางเข้าไปยังโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ได้ครับ

ปากซอยรามคำแหง 43/1 มีร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างขนาดใหญ่คอยให้บริการ

เดินทางเข้าไปในซอยรามคำแหง 43/1 ผ่านโรงเรียนบดินทรเดชา Makro เพียงแป๊บเดียว ประมาณ 4 นาทีก็ถึง HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ค่าโดยสารประมาณ 15 บาท

ภาพด้านหน้าโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao บรรยากาศดีครับ

ใกล้กับ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao มีวินมอเตอร์ไซค์ครับ

มีป้ายเล็กๆ ชื่อบริษัทต่างๆ ที่อยู่ภายใน HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

ใกล้ๆ กันก็มีร้านอาหาร

ถนนหน้าโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao คือถนนอินทราภรณ์ สามารถเชื่อมต่อไปถนนเลียบด่วนรามอินทรา, ลาดพร้าว, รามคำแหงได้ด้วย ทะลุทะลวงได้หลายสาย สะดวกมาก

ภายในถนนอินทราภรณ์มีรถโดยสารขนาดเล็กให้บริการ

เยื้องกับ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao มี Tree Square มีร้านอาหาร คาเฟ่

เยื้องกับ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao มี MakroFood Service ขายของสดของแห้ง

ตรงข้าม Makro มีฟิตเนสให้บริการ

ตรงข้าม Makro มีโรงเรียนบดินทรเดชา

ย่านนี้มีที่อยู่อาศัยแนวสูงหลายโครงการทั้ง High-rise และ Low-rise นอกจากนี้ก็มี Home Office บ้านเดี่ยว เป็นย่านที่อยู่อาศัยชั้นดีที่ผสมผสานกับความเป็นย่านธุรกิจ Home Office

นอกจากนี้ก็มีแปลงที่ดินขนาดใหญ่อื่นๆ รอบข้าง ที่อาจจะมีการพัฒนาในอนาคต

มี Community Mall ขนาดเล็กที่รวบรวมร้านอาหารเอาไว้ด้วยกัน

เนื่องจากเป็นย่าน Home Office จึงมีธุรกิจบริการที่จอดรถด้วยครับ ชั่วโมงละ 20 บาท

มีโรงเรียนอุดมศึกษา

สองข้างทางก็เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลาย

ใกล้กับ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ประมาณ 500 เมตรบริเวณถนนศรีวราก็มี Tesco Lotus ใน Community Mall และแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ

@Park

มีที่จอดรถ

ร้านยาและเครื่องสำอาง

คาเฟ่

ร้านอาหาร สุกี้ ก๋วยเตี๋ยว ไอศครีม

McDonalds เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเอาใจคนทำงานย่านทาวอินทาวน์

ร้านกาแฟ

ใกล้กับเดอะซีน (The Scene) ที่มีร้านอาหารมากมาย ธนาคาร บริการต่างๆ

มี Starbucks แบบเปิด 24 ชั่วโมงด้วยครับ

บรรยากาศและร้านค้าภายในเดอะซีน

หม้อไฟ ปิ้งย่าง

สุกี้

fastfood

แซนด์วิช

ตรงข้ามกับเดอะซีนมีร้านอาหารอีกเยอะ

ทาวน์อินทาวน์เป็นย่านธุรกิจ จึงมีธนาคารใหญ่ๆ หลายธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกร ไทยพาณิชย์ และทหารไทย อยู่ในรอบๆ ย่านที่สามารถเดินเท้าถึงกันได้สบายๆ

ร้านอาหารยังคงมีกระจายทั่วสองข้างถนน ของกินเยอะมาก

มีร้านอาหารที่เปิดช่วงกลางเย็นๆ กลางคืน ร้านอาหารญี่ปุ่น

จากโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ไปปากซอยลาดพร้าว 94 จะพบกับ BigCและโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่กำลังก่อสร้าง

เริ่มก่อสร้างแล้ว อนาคตจะกลายเป็นทำเลที่ดีมากแห่งหนึ่ง

สถานีที่อยู่ใกล้กับ Big C ชื่อสถานีฉลองรัช ห่างจากโครงการ เพียง 5 นาที

รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะวิ่งข้ามทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ไปตามถนนลาดพร้าว

ในภาพแสดงให้เห็นโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายที่กำลังก่อสร้าง ภายในถือว่าเป็นอนาคตที่ชัดเจนมากที่สุดครับ โดยโครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao จะมีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ในระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตรหรือประมาณ 5 นาทีได้มากถึง 2 สถานี คือ สถานีรามคำแหงของรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสถานีฉลองรัชของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ทำให้อนาคตจะกลายเป็นย่านที่มีรถไฟฟ้าล้อมหน้าล้อมหลัง เดินทางสะดวกมาก และแน่นอนว่ามูลค่าของที่ดินก็จะสูงเพิ่มขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นการเลือกอยู่ในทำเลดีมีอนาคต มีศักยภาพในการเติบโตอย่าง HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao จึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของเจ้าของธุรกิจที่อยากมีออฟฟิศของตัวเอง หรืออยากมีบ้านใจกลางเมืองในสไตล์ Luxury Home Office และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนบนพื้นที่ศักยภาพดี

สนใจ Home Office โครงการ HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao ทำเลศักยภาพสูง จุดยุทธศาสตร์ของธุรกิจและเต็มที่กับชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ เดินทางสะดวก อนาคตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม

รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 08-9203-2233 หรือ Line: @HQEL (goo.gl/nTG7AE)

เว็บไซต์ https://www.scasset.com/th/house/headquarters-ekamai-ladprao

เส้นทางเยี่ยมชมโครงการ https://goo.gl/maps/CGPPN77CJ7o



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

อยู่รวมกัน เจอปัญหาควันบุหรี่ แก้ไขยังไงดี

บุหรี่ตัวร้าย อันตรายที่ทำลายชีวิตคน” ในแต่ละปีมีคนเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตจากบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่นอกจากจะเสียชีวิตจากโรคปอดแล้ว อาการหลอดเลือดแดงโป่งพอง หลอดเลือดแดงตีบตัน จะส่งผลทำให้ผู้สูบบุหร... อ่านต่อ




เปิดตัว “สโคป หลังสวน” – โครงการแรกในไทย โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของนิวยอร์ค

เปิดตัวผลงานแรกในประเทศไทย ของ “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในโค... อ่านต่อ

KRAAM Sukhumvit 26 ต้นตำหรับ Luxury Home – Like Condominium พัฒนาโดย Nye Estate สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แล้ว ในราคาเริ่มต้น 16.9 ลบ.

ยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าคอนเซปท์การพัฒนาคอนโดในรูปแบบอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตามสไตล์ Feel Lik... อ่านต่อ

Tonson One Residence “ดีที่สุดสำหรับงบ 20 – 35 ลบ.” กับคอนโด Super Luxury Freehold บนสุดยอด Prime Area ที่น่าซื้อเก็บไว้มากที่สุด

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดสำหรับตลาดคอนโดกลุ่ม Super L... อ่านต่อ