28 Chidlom

  

ทเวนตี้เอท ชิดลม


การที่ SC ASSET เลือกใช้นิยามว่า It' a choice not an option เป็นการสื่อให้เห็นชัดเจนว่าโครงการ 28 Chidlom เป็น Exceptional Choice ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกในการเปรียบเทียบ แต่หากใครจะหาคอนโดแบบนี้ ทำเลที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่า The Rarest Location จะต้องเป็นที่ 28 Chidlom เท่านั้น…อย่างที่เราทราบกันดีว่าโครงการนี้เป็นโครงการสุดท้ายที่อยู่ใน Limited Luxury Collection ของ SC ASSET ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องรอทั้ง 3 โครงการนี้สร้างเสร็จก่อน เราจึงจะได้มีโอกาสได้เห็น Limited Luxury Collection ตัวต่อไปของ SC ASSET อีกครั้ง ดังนั้นโครงการ 28 Chidlom จึงดูจะเป็นโครงการที่ถูกสร้างมาเพื่อกลุ่มลูกค้าอันมีฐานะดีมาก เข้าใจคำว่า “Limited Collection”

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 15 February, 2017 เวลา 16.45 pm

Prop score™: 4.1

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม)

บริษัทผู้สร้าง

เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น – SC ASSET

สถานที่

28 ถนนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

สถานีรถไฟ BTS

BTS ชิดลม Distance 250 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

3-0-24 ไร่ (1,224 ตารางวา หรือประมาณ 52,700 ตารางฟุต)

ชั้น

อาคารพักอาศัย 2 อาคาร; อาคาร เดอะ ทาวเวอร์ (The Tower) สูง 47 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัย 243 ยูนิต และอาคาร เดอะ วิลล่า (The Villa) สูง 20 ชั้น และชั้นใต้ดิน 6 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัย 184 ยูนิต

ยูนิต

427 ยูนิต

ที่จอดรถ

358 คัน (ระบบจอดรถอัตโนมัติและที่จอดรถใต้ดิน ไม่รวมซ้อนคัน)

ลิฟท์

4 Passenger Lifts + 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

สวน - ห้องอ่านหนังสือ -ล็อบบี้เลานจ์ -สระสปา - สตีม และซาวน่า -สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ และสระเด็ก - ฟิตเนสสองชั้น พร้อมอุปกรณ์


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO

studio

33 ตรม.

1 bedroom

40-46 ตรม.

2 bedroom

69-91 ตรม.

3 bedroom

120-200 ตรม.

Duplex

1 ห้องนอน ดูเพล็กซ์ 50 ตรม.

Penthouse

100-190 ตรม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3.1 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

333,000

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

11 ล้านบาท (ห้องสตูดิโอ) และ 14 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 ห้องนอน

ค่าส่วนกลาง

100 บาท ต่อตารางเมตร ต่อเดือน

Sinking Fund fee

1,000 บาท ต่อตารางเมตร (จ่ายครั้งเดียว)

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

www.28chidlom.com

1749


เพื่อนบ้าน Street View


เลือกชีวิตที่สะท้อนความเป็นคุณ ที่ “28 Chidlom” แห่งเดียวใจกลางถนนชิดลม 1 ใน 3 Masterpieces จากกลุ่ม Limited Luxury Collection by SC ASSET

 

พื้นที่ใจกลางเมืองอย่างบริเวณชิดลม ถือว่าเป็น Grade A Prime Area ทั้งของชาวไทยแและชาวต่างชาติมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันมนต์เสน่ห์ในการเป็น Residential Area สมัยใหม่ที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ของที่นี่ ยังถูกเติมเต็มด้วยไลฟ์สไตล์ระดับโลกตลอดอาณาบริเวณสองฟากฝั่งถนน ทำเลชิดลมนอกจากจะมีคุณค่าทวีในตัวของมันเองแล้ว ยังเป็นทำเลที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังย่านชั้นนำอื่นๆ ทั้งหลังสวน ราชประสงค์ เพลินจิต และสวนลุมฯได้ จึงนับว่าชิดลมเป็นศูนย์กลางของทำเล Central Lumpini ที่มีราคาที่ดินมีการปรับตัวค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ที่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นที่ leasehold

 

ย่านชิดลม ยังมีแนวโน้มการพัฒนาโครงการอสังหาฯอย่างต่อเนื่องอีกมากในอนาคต เมื่อยักษ์ใหญ่โดยรอบพื้นที่จับมือกันร่วมพัฒนาพื้นที่โครงการต่างๆ ทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างทางเลือกในการเดินทางของย่าน อย่าง Langsuan Village โครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนบริบทของย่านหลังสวนให้เป็นเมืองใหม่ขนาดย่อม โครงการ Bangkok Skyline ที่เชื่อมการเดินย่านราชประสงค์สู่ย่านประตูน้ำ เพชรบุรี อีกทั้งโปรเจคการพัฒนาอื่นๆทั้ง Gaysorn Village ย่านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ สวนปทุมวนานุรักษ์ หรือแม้แต่การยกระดับแหล่งชอปปิ้งโดยรอบ จึงทำให้ในอนาคตอันใกล้ย่านชิดลมจะเป็นย่าน Vibrant District ที่ยังคงความเป็นย่านศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอันล้ำสมัยอยู่เสมอ

 

โครงการ Gaysorn Village

แต่ในทางกลับกัน การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างคอนโด ถนนหลังสวนและถนนชิดลม ก็ถือว่าหลงเหลือพื้นที่ให้พัฒนาได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีที่ว่างหลงเหลือเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะบนถนนชิดลม เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ดินรายใหญ่ หรือไม่ก็ที่ดินเก่าแก่ และประการสำคัญพื้นที่บริเวณนี้มีราคาเฉลี่ยที่ดินสูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย จนทำให้มีที่ดินแปลงหนึ่งบนถนนชิดลมทำลายสถิติราคาซื้อขายจริงที่สูงสุด ในประเทศไทย

แน่นอนว่าแปลงที่ดินที่เรากำลังกล่าวถึงนี้คือที่ดินแปลงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าที่ดินติดถนนชิดลม ของบริษัท SC ASSET ที่กำลังเปิดตัวโครงการใหม่ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 โครงการคอนโด Limited Luxury Collection by SC ASSET (ต่อจาก Saladaeng One และ BEATNIQ) และยังเป็นคอนโด Super Luxury ในแบบ Freehold แห่งเดียวที่เปิดใหม่บนถนนชิดลม แบบไร้คู่แข่ง

28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) ยังอยู่รายล้อมด้วย Facilities ระดับ Magnet ในระยะที่ใกล้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นห้างเซ็นทรัลชิดลมเพียง 180 เมตร BTS สถานีชิดลมเพียง 250 เมตร โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เพียง 270 เมตร และห่างเพียง 500 เมตรก็สามารถเข้าสู่ Central Embassy, Central World, ศูนย์การค้าเกษร ฯลฯ เรียกว่าอยู่ในระยะเดิน (The walking-distance neighborhood) เหมาะกับการใช้ชีวิตสะดวกสบายกลางเมือง

จริงๆแล้ว แค่เรื่องทำเลก็น่าจะเป็น Choice แรกๆของคอนโดใจกลางเมืองที่คุณควรซื้อแล้วล่ะ แต่เพื่อเพิ่มการตัดสินใจเรามาลองดูรายละเอียดของ 28 Chidlom (ทเวนตี้เอท ชิดลม) อีกสักหน่อยดีกว่า

 

28 Chidlom เป็นผลงานการออกแบบที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งที่ปรึกษาอย่าง KPF ร่วมงานกับบริษัทออกแบบ Design 103 International สถาปนิกหลักของโครงการ และบริษัท TROP บริษัทออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมระดับต้นๆของประเทศ เพื่อรังสรรค์สถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และแตกต่างซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินแปลงยาว ด้านหน้าติดถนนชิดลม และทอดตัวลึกเข้าไปบนพื้นที่ขนาด 3-0-24 ไร่ หรือประมาณ 1,224 ตารางวา

 

ประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย 2 อาคาร คือ อาคาร The Villa สูง 20 ชั้น จำนวนห้องพัก 184 Units บริเวณด้านหน้าติดริมถนน และอาคาร The Tower สูง 47 ชั้น จำนวนห้องพัก 243 units อยู่บริเวณด้านในสุดของแปลงที่ดิน รวมจำนวนยูนิต 427 units เป็น freehold residences แบบคอนโด high rise ที่ยังไม่มีที่ไหนให้ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

ที่จอดรถมีทั้งแบบจอดอัตโนมัติที่อาคาร The Tower สามารถจอดได้ 136 คัน และที่จอดรถใต้ดินที่อาคาร The Villa ชั้นใต้ดิน 6 ชั้น สามารถจอดได้ 222 คัน รวมที่จอดรถทั้งโครงการ 358 คัน ทั้งสองอาคารถูกออกแบบให้เชื่อมกันด้วย Courtyards พื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ในโครงการฯที่เชื่อมมาตั้งแต่ลานต้นหูกวาง ด้านหน้าโครงการฯ ที่เก็บต้นจามจุรีใหญ่ 5 ต้นและออกแบบให้เชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวใต้อาคาร The Villa มาบรรจบกับ Courtyards ระหว่างอาคารที่มีระยะกว้างถึง  25 เมตร ซึ่งรวมพื้นที่สีเขียวทั้งโครงการฯเฉพาะชั้น Ground ก็มีมากถึง 2 ใน 3 ของพื้นที่โครงการฯ ซึ่งหาได้ยากในโครงการระดับ Premium บนทำเลที่แพงที่สุดของเมืองไทย

ความประณีตบรรจงของ Landscape Design บนที่ดินขนาด 3 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ An Urban Oasis พื้นที่สีเขียวของโครงการถูกแต่งเติมให้เชื่อมต่อกันทั้งภายในและภายนอกอาคารตั้งแต่หน้าโครงการไหลผ่านเข้ามาจนถึงพื้นที่ระหว่าง The Tower & The Villa และถูกแบ่งออกเป็นหลายๆ courtyards ให้ผู้อยู่อาศัยได้เลือกพักผ่อนหย่อนใจไปกับร่มไม้ตามส่วนต่างๆ ของโครงการ Landscape design ที่คำนึงถึงการใช้ชัวิตกลางเมืองให้สมดุลโดยใช้ความสุนทรีย์ของธรรมชาติเป็นสำคัญ

โครงการประกอบด้วย 2 อาคาร แต่เริ่มเปิดขายจริง 1  อาคาร คือ อาคาร The Tower อาคารสูงแปลงด้านในสุด โดยออกแบบแปลนห้องภายในอาคาร เป็นทรงตัว L วางสลับไปสลับมา ทำให้เกิดมิติเฉพาะตัวทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะบนตัวอาคาร ที่มีที่ปรึกษาการออกแบบระดับโลกมาร่วมงาน ทำให้ตัวอาคารถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ยูนิตส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นวิวที่โล่ง และค่อนข้างสวยงาม เห็นสวนของสถานฑูตอังกฤษ Central Embassy โดยมีอาคารสูงย่านอโศก-พร้อมพงษ์ เป็นฉากหลัง

ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบ Jewel Box Facade ด้วยการใช้กระจกบานใหญ่ full-height 3.1 m. ทำให้ดูภายนอกเหมือนเป็นตู้ Display ที่โชว์ผลงานระดับ Masterpiece บน shopping street ระดับ hi-end ซึ่งสอดคล้องกับ Character ของพื้นที่ที่เป็นย่าน Hi-end Shopping Street ของประเทศไทยเช่นกัน

และด้วยการออกแบบที่วางห้องรูปตัว L สลับไปมา ทำให้ภายในห้อง ให้ความรู้สึก เสมือนเป็นห้องหัวมุมในทุกๆห้อง ด้วยวิวมุมกว้าง เชื่อมจากห้องนั่งเล่นสู่ห้องนอน เป็นพื้นที่ติดอากาศยาว 7-8 เมตร(แล้วแต่ขนาดห้อง) ซึ่งเป็นกระจก Insulated glass 2 ชั้น ป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์และป้องกันเสียงจากภายนอก เพื่อเพิ่มคุณภาพการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Compressor เครื่องปรับอากาศยังถูกวางไว้ในพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร ผู้อยู่อาศัยจึงสามารถใช้สอยพื้นที่ห้องชุดทุกตารางเมตรได้อย่างคุ้มค่า และใช้สอยพื้นที่ระเบียงได้อย่างเต็มที่

 

Unit ในตึก The Tower มีทั้งหมด 5 Type คือ Studio (33 Sq.m.) , 1Bedroom (40-50 Sq.m.) , 2Bedroom (70-75Sq.m.), 3Bedroom (120-126Sq.m.) และ Penthouse(100-190Sq.m.)

 

จำนวนยูนิตของห้องแบบ สตูดิโอ – 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน – Penthouse คิดเป็นสัดส่วน 50 – 50

ส่วนห้องตัวอย่างที่ทางโครงการฯ ตกแต่งให้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจมีด้วยกัน 2 Type คือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ขนาดห้องที่มีปริมาณค่อนข้างเยอะในโครงการ เป็นห้อง size ไม่ใหญ่มาก เหมาะกับคนยุคใหม่ โดยภายในห้องโครงการขายแบบ Fully Fitted ที่ให้ครบ ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน งานดีไซน์ และการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมี่ยมสไตล์เอสซี แอสเสท สะท้อนเอกลักษณ์ของผู้เป็นเจ้าของ ประกอบด้วยชุดครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ และห้องน้ำครบตามห้องตัวอย่าง

 

มาเริ่มชมกันที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 46.36 Sq.m. ที่ภายในแบ่งเป็นพื้นที่ครัวและห้องนั่งเล่นที่ด้านขวาติดทางเข้า และห้องน้ำ ห้องนอนที่ด้านซ้ายของห้อง

ทุกห้องของโครงการใช้ประตูบานใหญ่สูงจรดเพดาน พร้อม digital door lock  ของ Alpha จากประเทศญี่ปุ่น

ติดประตูทางเข้าเป็นชั้นวางรองเท้า และชั้นเก็บของ

เชื่อมต่อกับเคาท์เตอร์ครัว Built-in โครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Kuppersbusch อ่างล้างจาน Teka และพื้นที่เคาท์เตอร์ที่เชื่อมเป็นโต๊ะทานอาหารแบบลอยตัว เข้าเซ็ตกับครัว

ด้านซ้ายเป็นชุดครัว Built-in พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีไมโครเวฟ ตู้เย็นแบบ 2 บานเปิด และเครื่องซักผ้า พร้อมชั้นวางของและเก็บอุปกรณ์ต่างๆ สูงจรดเพดาน เพื่อใช้ประโยชน์ทุกๆพื้นที่ให้มีการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

พื้นครัวเป็นหินอ่อนจริง ลายสีเทา แยกส่วนจากพื้นห้องนั่งเล่น แต่เชื่อมกันด้วยความสูงถึง 3.1 m และได้กระจก Full- height โค้งรับเข้ามุมห้องรับแขก ยิ่งทำให้ห้องดูโล่ง กว้าง และสัมผัสธรรมชาติภายนอกได้แบบเต็มตา

พื้นที่ส่วนนั่งเล่นเป็นพื้นที่แนวยาวสามารถวางเซ็ตโซฟาสำหรับ 4-5 ที่นั่งได้ พร้อมโต๊ะกลาง

หันเข้าหาผนังด้านห้องนอนที่สามารถ built-in ชั้นวางทีวี หรือติดแขวนผนัง ไว้เป็นมุมพักผ่อน ติดริมกระจกบานสูง เข้ามุม ที่สามารถเชื่อมออกสู่ระเบียงภายนอกได้

โดยพื้นที่ระเบียงสามารถเข้าออกได้จากห้องนั่งเล่น แต่เชื่อมยาวไปจนสุดผนังห้องนอน ทำให้พื้นที่ห้องนั่งเล่นได้วิวเปิดกว้างหลากหลายมุม และเพิ่มความ Privacy ให้กับห้องนอน โดยที่ไม่ต้องเดินเข้าออกระเบียงโดยผ่านห้องนอน

ที่ระเบียงเป็นพื้นที่โล่ง กั้นด้วยราวกันตกแนวตั้ง ซึ่งจริงๆถ้าเป็นราวกันตกกระจกน่าจะได้ impact ในการมองมากกว่านี้ แต่ข้อดีของระเบียงที่นี่คือสามารถใช้พักผ่อนได้เต็มที่ ไร้สิ่งรบกวน เพราะทางโครงการแยกพื้นที่ตั้ง Compressor air และพื้นที่ระบายอากาศห้องน้ำและห้องครัว เป็นพื้นที่ Service แยกไว้ที่ส่วนกลางของคอนโด เพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อนและง่ายต่อการ service

ส่วนภายในห้องนอนแบ่งเป็นพื้นที่ติดริมหน้าต่างเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเตียงนอน พื้นที่ห้องค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง Queen size พร้อมชั้นวางทีวีปลายเตียง และโต๊ะหัวเตียง และยังมีพื้นที่เหลือพอ กรณีที่ชอบเตียงนอนขนาดใหญ่ หรือใช้พื้นที่เป็นมุมทำงานเล็กๆ ก็ยังสามารถขยับขยายได้

ที่ห้องนอนมีกระจกบานใหญ่เต็มผนังเชื่อมไปยังระเบียงห้อง ที่กระจกบานใหญ่มีหน้าต่างบานเปิดอยู่ที่มุมผนังด้านขวา

ด้านซ้ายของทางเข้าห้องนอนเป็นพื้นที่แต่งตัว เชื่อมกับห้องน้ำ

ห้องน้ำภายในแบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง ห้องน้ำปูด้วยหินอ่อนจริงทั้งห้อง กั้นด้วยกระจกบานเปิด

พื้นที่ส่วนแห้งมีอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว และสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ TOTO

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียก ให้ Rain Shower และ Hand Shower พร้อมระบบน้ำร้อนเย็น ซึ่งจริงๆแล้วห้องน้ำเล็กไปสักหน่อย เพราะโครงการเน้นพื้นที่ใช้งานภายนอกให้มากขึ้น

พื้นที่แต่งตัวเป็น Built-in ทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวา โดยด้านขวาเป็นเคาท์เตอร์แต่งหน้า

ด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้า และแยกตู้เก็บกระเป๋า ขนาดใหญ่พอสำหรับวางของแบรนด์เนมเพื่อเป็น Showcase เชื่อมยาวเป็นรูปตัว L ท็อปเป็นกระจก

นอกจากงานดีไซน์ที่ออกแบบเก็บทุกรายละเอียด ทำให้ทุกพื้นที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าแล้ว การเลือกวัสดุเกรดพรีเมี่ยมสไตล์ SC ASSET ก็ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้เป็นเจ้าของได้ อีกทั้งจุดเด่นของกระจกบานยาวก็ได้ effect ในการใช้งานจริงๆ ทั้งแสงธรรมชาติที่เข้าก็ช่วยให้ห้องประหยัดพลังงาน แต่ก็ลดการรบกวนของเสียงภายนอก เรียกได้ว่า สวยพร้อม function จริงๆ

 

มาถึงห้องตัวอย่างที่สอง คือ 2 Bedroom 73.53 Sq.m. เป็นห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส แบ่งพื้นที่เป็นส่วนครัว ติดริมประตูทางเข้า พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ห้องนอนทั้งสองห้อง และที่สำคัญตำแหน่งของ 2 Bedroom จะเป็นห้องหัวมุมสุดทางเดิน ไม่มีห้องข้างเคียง ทำให้เป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งที่สงบ เหมาะกับการพักผ่อน และยังได้วิวกว้างยาวตลอดห้องนั่งเล่น

จากทางเข้าห้อง ผนังขนาบทางเดินสองด้าน Built-in เป็นตู้เก็บรองเท้า ตู้เก็บของ พื้นเป็นหินอ่อนจริง ลายสีเทา เชื่อมยาวถึงครัว แยกส่วนจากพื้นห้องนั่งเล่น

สุดทางเดินจากประตูทางเข้า เป็นพื้นที่ส่วนครัว ที่เชื่อมยาวสู่ห้องนั่งเล่น ด้วยความสูงถึง 3.1 m และได้กระจก Full- height โค้งรับเข้ามุมห้องรับแขก ยิ่งทำให้ห้องดูโล่ง กว้าง และสัมผัสธรรมชาติภายนอกได้แบบเต็มตา

พื้นที่ครัวเป็นครัว built-in รูปตัว U ด้านขวาเป็นตู้ Built-inเครื่องใช้ไฟฟ้า มีไมโครเวฟ ตู้เย็นแบบ 2 ฝาเปิด และเครื่องซักผ้า

พร้อมชั้นวางของและเก็บอุปกรณ์ต่างๆ สูงจรดเพดาน ยาวเต็มผนัง เพื่อใช้ประโยชน์ทุกๆพื้นที่ให้มีการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

เชื่อมต่อกับเคาท์เตอร์ครัว Built-in โครงการให้เตาไฟฟ้า 4 หัวของ Kuppersbusch อ่างล้างจาน Teka ตู้อบ และพื้นที่เคาท์เตอร์พร้อมตู้และลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ติดกับเคาท์เตอร์ครัว เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งติดเคท์เตอร์ได้ และที่กลางห้องสามารถวางเซ็ตโซฟาสำหรับ 4-5 ที่นั่ง สำหรับนั่งดูทีวีที่ผนังห้องผืนใหญ่ หรือจัดมุมใหม่ ให้นั่งดูทีวีและชมวิวไปด้วยในตัวก็ยังสามารถขยับขยายได้ตามความชอบแต่ละคน

พื้นที่นั่งเล่นสามารถเชื่อมออกสู่ระเบียงได้ ระเบียงห้องนี้เป็นระเบียงเข้ามุม ให้ได้ชมวิว ใช้งานได้กับมุมมองที่เปิดกว้าง

ตรงข้ามห้องนั่งเล่น เป็นทางเข้าห้องน้ำ และห้องนอนทั้งสองห้อง เนื่องจากห้อง 2 Bedroom เป็นห้องหัวมุม ทำให้ห้องนอนทั้งสองห้องมีกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวภายนอก ทำให้ทุกส่วนของห้องนี้เชื่อมกับธรรมชาติภายนอก

 

ห้องนอนแรกเป็นห้องนอนเล็ก ผนังติดประตูทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in ยาวเต็มผนัง

ด้านในห้องโครงการวางเตียง Queen Size ไว้ก็ดูขนาดพอดี มีพื้นที่พอสำหรับวางชั้นวางทีสีปลายเตียง และพื้นที่ทางเดินรอบๆเตียง

 

ปลายสุดของผนังห้อง มีบานกระจกบานสูงอยู่ที่มุมด้านซ้ายกว้างมาครึ่งหนึ่งของผนังห้องนอน ติดกับหัวเตียงพอดี จึงน่าจะเป็นตำแหน่งที่นอนพักผ่อน ชมวิวได้อย่างสบาย

ตรงข้ามประตูห้องนอนเล็กเป็นห้องน้ำสำหรับห้องนั่งเล่นและห้องนอนเล็ก ภายในการตกแต่ง วัสดุและรูปแบบคล้ายกับห้องน้ำ 1 Bedroom แต่เปลี่ยนตำแหน่งเป็นสุขภัณฑ์เข้ามุมด้านขวาแทน

ห้องที่สองเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว ภายในแบ่งพื้นที่ด้านซ้ายเป็นพื้นที่ของที่แต่งตัวและห้องน้ำ

รูปแบบการจัดวางคล้าย 1Bedroom คือ พื้นที่แต่งตัวเป็น Built-in ทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวา ด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้า และแยกตู้เก็บกระเป๋า เชื่อมยาวกับเคาท์เตอร์แต่งหน้าที่สุดปลายทางเดิน

ห้องน้ำภายในแบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง ปูด้วยหินอ่อนจริงทั้งห้อง กั้นด้วยกระจกบานเปิดเหมือนห้องน้ำ 1Bedroom

พื้นที่ส่วนแห้งมีอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว และสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ TOTO

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียก ให้ Rain Shower และ Hand Shower

ส่วนพื้นที่ด้านขวาของทางเข้าเป็นส่วนพักผ่อน โครงการวางเตียงพร้อมชั้นวางทีวีปลายเตียง ขนาดพอดีกับห้อง และรับกับผนังกระจกบานใหญ่เต็มผนัง พร้อมบานเปิดบางส่วนสำหรับห้องนอนใหญ่ ทำให้รับแสงธรรมชาติ และเปิดรับวิวมุมกว้างได้จากห้องนอน

เรียกได้ว่าเป็น 2Bedroom ที่ค่อนข้างคุ้มทีเดียว กับห้องหัวมุม ที่มีความส่วนตัวสูง ที่มีพื้นที่ติดอากาศ สัมผัสวิว และธรรมชาติได้ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของห้อง

 

นอกจากห้องแบบสตูดิโอ – 2 ห้องนอนแล้ว ที่ 28 Chidlom ก็ยังมีห้องขนาด Penthouse และ 3 ห้องนอน อยู่บนชั้น exclusive floor (high zone) ด้วยเช่นกัน แต่สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของห้อง Penthouse คงต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะทาง SC ASSET แจ้งว่าขายไปหมดแล้วครับ โดยยอดขายรวมของทั้งโครงการตอนนี้อยู่ที่ 50%

 

ห้องแบบ 3 ห้องนอน บนชั้น 42-43

ห้อง Penthouse บนชั้น 45-47

และสำหรับใครที่สงสัยว่าคอนเซปท์ An Urban Oasis ของ 28 Chidlom จะมีหน้าตาประมาณไหน ก็อยากให้ลองไปดูตัวอย่างแบบย่อส่วนได้ที่ Sale Gallery บนสถานที่จริง ที่ทางโครงการจำลองบรรยากาศมาให้ได้สัมผัสกัน

ภายใต้ Urban Oasis ผู้อยู่อาศัยจะสามารถเลือกพักผ่อนหย่อนใจ ไปกับร่มไม้ตามส่วนต่างๆ ของโครงการอย่างหลากหลาย ที่โครงการให้มากถึง 2 ใน 3 ของพื้นที่โครงการเลยทีเดียว  รวมทั้งออกแบบให้มีการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่สีเขียวภายในและภายนอกอาคาร (A Series of Courtyard)

นอกจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 28 Chidlom ยังมีพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ให้อย่างเพียบพร้อม ทั้งห้องอ่านหนังสือ ล็อบบี้เลานจ์ สระสปา สตีม และซาวน่า ที่ชั้น 12 สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ และสระเด็ก ฟิตเนสสองชั้น พร้อมอุปกรณ์ ที่ชั้น 44 เป็นสระว่ายน้ำที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองใจกลางกรุงเทพมหานคร

 

Lap Pool บนชั้น 44

Kid Pool บนชั้น 44

ฟิตเนสบนชั้น 44 ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชั้น

สปาน้ำอุ่นบนชั้น 12

ล้อบบี้ The Tower

การที่ SC ASSET เลือกใช้นิยามว่า It’ a choice not an option เป็นการสื่อให้เห็นชัดเจนว่าโครงการ 28 Chidlom เป็น Exceptional Choice ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกในการเปรียบเทียบ แต่หากใครจะหาคอนโดแบบนี้ ทำเลที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่า The Rarest Location จะต้องเป็นที่ 28 Chidlom เท่านั้น…อย่างที่เราทราบกันดีว่าโครงการนี้เป็นโครงการสุดท้ายที่อยู่ใน Limited Luxury Collection ของ SC ASSET ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องรอทั้ง 3 โครงการนี้สร้างเสร็จก่อน เราจึงจะได้มีโอกาสได้เห็น Limited Luxury Collection ตัวต่อไปของ SC ASSET อีกครั้ง ดังนั้นโครงการ 28 Chidlom จึงดูจะเป็นโครงการที่ถูกสร้างมาเพื่อกลุ่มลูกค้าอันมีฐานะดีมาก เข้าใจคำว่า “Limited Collection” ซื้อเพื่อสะสม เพื่อแสดงออกถึงความ accomplishment และแสดงออกซึ่งสถานะของผู้ซึ่งเป็นสาวกของแบรนด์ SC ASSET มาอย่างยาวนาน ชนิดที่ว่าออกโครงการไหนมาเป็นอันต้องซื้อเพื่อที่จะเก็บสะสม ไว้เป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน รวมไปถึงกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของทำเลชิดลมแท้ๆ ที่ซึ่งนานวันจะทวีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆจากการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของบริบทโดยรอบ นอกจากนี้การที่ SC ASSET ยึดมั่นในหลักการที่เชื่อว่าคุณภาพจะต้องมาก่อนปริมาณ ก็ดูแล้วเป็นข้อดีสำหรับตัวโครงการเอง เนื่องจากเหล่าแฟนพันธุ์แท้ของ SC ASSET เองสามารถเลือกซื้อโครงการได้ทัน ไม่มากเกินไปในแต่ละปี เหมือนกับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ ที่ส่วนใหญ่เลือกที่จะเปิดโครงการใหม่หลายโครงการติดๆกันทุกปี จน Brand Identity ดูจะไม่ค่อยชัดเจน และไม่ได้สะท้อนถึงดีมานท์ที่แท้จริงของตลาด

ถึงจุดนี้คงจะไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับอีกต่อไปแล้ว สำหรับโครงการที่น่าจะเป็น New Landmark แห่งต่อไปบนถนนชิดลม ซึ่งหากจะหาตัวเลือกโครงการใดมาเปรียบเทียบก็หาไม่เจอจริงๆ เนื่องจากโครงการในเซกเมนท์ Super Luxury ที่อยู่บริเวณถนนชิดลมนั้นไม่มีโครงการอะไรเลย หากกวาดสายตามองไปรอบกทม. ทำเลที่มีศักยภาพพอจะพัฒนาโครงการ ที่มีราคาเกินตรมละสามแสนห้าได้ มีแค่ 3 ทำเลเท่านั้นในตอนนี้คือ ชิดลม ลุมพินี และเพลินจิต ซึ่งแต่ละทำเลก็มีตัวเลือกไม่มากนักในการซื้อ ดังนั้นการซื้อที่นี่จึงเหมือนกับ การซื้อของแบบ limited collection ที่นานวันยิ่งมีราคาแพงในหมู่นักสะสม ที่มักจะไม่ค่อยปล่อยของในราคาต่ำกว่าตลาดที่ใกล้เคียงสุดก็เห็นจะเป็นโครงการ 98 Wireless บนถนนวิทยุ และ Nimit Langsuan บนถนนหลังสวน โดยเฉพาะโครงการ 98 Wireless ที่มีราคาต่อตรม.สูงที่สุดในประเทศไทย และเป็นโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งห่างจาก 28 Chidlom เพียงแค่ 1 สถานีรถไฟฟ้า น่าจะเป็นตัวที่สามารถเอามา benchmark และสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าโครงการ 28 Chidlom ยังมีโอกาสที่จะทำราคาสูงในระดับเดียวกันได้เมื่อโครงการสร้างเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า

 

กับราคาเริ่มต้นที่ 14 ล้านบาท หรือโดยเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ตารางเมตรละ 350,000 บาท ตัวอย่างห้อง 1BR 46.36 Sq.m. ชั้น 10 ราคาอยู่ที่ประมาณ 14.8 ล้านหรือ 320,751 บาท/ตร.ม. (หักส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในวันที่ 24 ก.พ. นี้) และห้อง 2BR 78.37 Sq.m. ชั้น 12A ราคาอยู่ที่ประมาณ 25.3 ล้านหรือ 312,620 บาท/ตร.ม. (หักส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในวันที่ 24 ก.พ. นี้)

ด้วยขนาดห้องแบบ Compact และการออกแบบที่ทันสมัย 28 Chidlom น่าจะเหมาะกับ กลุ่ม Young Millionaire มีรสนิยม รักการใช้ชีวิตไฮเอนด์ใจกลางเมือง ชอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนผ่านการออกแบบที่ทันสมัยแต่สามารถใช้งานได้จริง ถ้าทั้งหมดนี้ตอบความเป็นตัวคุณ 28 Chidlom ก็น่าจะเป็นตัวเลือกอันเป็นคำตอบเดียว สมดังแคมเปญ #CHOOSECHIDLOM แล้วล่ะ



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.1

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Monthly Roundup มิ.ย. 65

เปิดตัว “เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่” คอนโดดีไซน์แนวคิดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคน Gen Y ซึ่งอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ด้วยจุดเด่นด้านคอนเซ็ปต... อ่านต่อ

9 August, 2022



ONE PRICE PHENOMENON ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญกับการเป็นเจ้าของคอนโด Luxury Collection 4 โครงการดังจากอนันดา เปิดโหมดชีวิตสู่อีกขั้นของ The New Iconic Living

มีผู้ซื้อคอนโดระดับ Luxury จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีความคิดว่าการเลือกซื้อคอนโดให้ตอบ... อ่านต่อ
6 August, 2022

พาชม เวนิว ไอดี พหลโยธิน-รังสิต บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ จากเอสซี แอสเสท บ้านที่ให้คุณเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

เอสซี แอทเซส ตอกย้ำความสำเร็จกับบ้านแบรนด์ใหม่ ‘เวนิว ไอดี’ (VENUE ID) ในสไตล์โมเดิร์นท... อ่านต่อ
4 August, 2022