TELA Thonglor

  

เทลล่า ทองหล่อ


TELA Thonglor (เทลล่า ทองหล่อ) คือคอนโด Super Luxury โครงการแรก ที่จุดพลุความบูมของตลาด Ultra Luxury คอนโดเมื่อ 3 ปีที่แล้วในตอนเปิดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทองหล่อ เนื่องจากเป็น Super Luxury Condo โครงการแรกในย่าน ประกอบกับเป็นคอนโดภายใต้การพัฒนาโครงการของผู้มีชื่อเสียงในเรื่องของ Luxury Lifestyle อย่าง Gaysorn Property

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 2 October, 2019 เวลา 22.41 pm

Prop score™: 4.4

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

TELA Thonglor

บริษัทผู้สร้าง

Gaysorn Property Co.,Ltd./บริษัท เกษร วัฒนา จำกัด

สถานที่

ซ.ทองหล่อ

สถานีรถไฟ BTS

BTS ทองหล่อ Distance 1,200 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-63 ไร่

ชั้น

32 ชั้น

ยูนิต

84 ยูนิต

ที่จอดรถ

ใต้ดิน 2 ชั้น รวม 169%

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lounge & Library, Club House, Swimming pool and Kid’s pool, Fitness, Daybed Seating, Spa & Treatment Room, Changing Room & Steam Room, สวนสาธารณะ Play Area & BBQ zone


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

studio

-

1 bedroom

-

2 bedroom

111 ตร.ม.

3 bedroom

201 – 20 ตร.ม.

Duplex

3-Bedroom Duplex 235 ตร.ม.

Penthouse

3 Plus 1 Bedroom Duplex Penthouse 349 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3.2 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

350,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

32 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

120 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

1,000 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

http://telathonglor.com

02-612-5959, 061-215-0999


เพื่อนบ้าน Street View


รีวิวห้องจริงแต่งครบพร้อมเฟอร์ฯนำเข้าสุดหรู 3 สไตล์ ที่ TELA Thonglor สุดยอด Super Luxury Condo มาตรฐานสากลบนทำเลที่ดีที่สุดของทองหล่อ

 

สำหรับธุรกิจอสังหาฯ เรามักจะเห็นได้ว่าผู้พัฒนาคอนโดส่วนใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาดล้วนเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการคอนโดในระดับ Mass ก่อน ถึงจะขยาย Line มาพัฒนาโครงการในกลุ่ม High End – Luxury แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดคอนโดในกลุ่ม Luxury ขึ้นไปในเมืองไทยนั้น ได้ชื่อว่าเป็นตลาดของผู้พัฒนาอสังหาฯที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่การพัฒนาโครงการในรูปแบบ Residential Project เพียงอย่างเดียว เนื่องจากรสนิยมในการพัฒนาโครงการให้ตรงจริตถูกใจ กลุ่มกำลังซื้อระดับสูงในสังคม ผู้พัฒนาจำเป็นต้องเข้าใจในวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ เพื่อนำเอาความต้องการ ความชอบ ในแบบ insightful มาใช้ในการพัฒนาโครงการ ซึ่งการเข้าใจวิถีชีวิตและรสนิยมอันเหนือระดับที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มคนระดับ Elite บางทีดีเวลลอปเปอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ อาจจะไม่ใช่ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่เสมอไป

 

ในทางกลับกัน Developer ที่มีประสบการณ์ในเรื่องของการพัฒนาโครงการแนว Luxury Lifestyle อย่างพื้นที่ค้าปลีกนั้น ดูจะเข้าถึงความหรูหรา ความต้องการ รสนิยม รวมทั้งความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า โดยเฉพาะ Gaysorn Property (เกษร พร็อพเพอร์ตี้) (http://www.gaysornproperty.com) หรือแบรนด์ที่หลายคนรู้จักในนาม ห้างหรูต้นตำรับอย่าง Gaysorn Plaza (ปัจจุบันเป็น Gaysorn Village ซึ่งเป็น Mixed Use Project ที่รวมเอาเกษร ทาวเวอร์ และโครงการ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) A Co-sharing Experience ไปด้วย) ผู้สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับมาแล้วทั่วโลกจากโครงการ Gaysorn Village ห้างค้าปลีกแห่งแรกที่วาง Positioning ให้เป็นศูนย์รวม Flagship Store ของแบรนด์สินค้าหรูระดับโลก และต่อยอดพัฒนาย่านราชประสงค์ให้กลายเป็นแหล่ง World Shopping Destination ชื่อดังภายใต้ Ratchaprasong District

 

วันนี้ Gaysorn Propertyได้นำเอาประสบการณ์มาใช้ในการพัฒนาโครงการคอนโดที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับ ของความหรูหราของจริง ในย่านทองหล่ออย่าง TELA Thonglor (เทลล่า ทองหล่อ)

Gaysorn Property ผู้ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่ม High End – Luxury ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ commercial & retail อย่าง Gaysorn Village และธุรกิจ Residentials development ที่มีโครงการที่สร้างชื่อมาแล้วอย่าง Domus 16 และ Domus 18, Mode Sukhumvit 61 และล่าสุดกับ TELA Thonglor ถึงแม้ว่าจะมีโครงการรูปแบบ Residential เพียงแค่ 3 โครงการ  แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันยากจะหาใครเลียนแบบได้ก็คือการบริหารจัดการโครงการหลังการขาย ที่แม้ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ลูกบ้านของทุกโครงการก็ยังอยากให้ทีมงานของ Gaysorn Property บริหารต่อไป แตกต่างจากหน่วยงานนิติบุคคลของดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆที่มักจะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่ในช่วงแรก และก็รอวันย้ายทีมงานออกเมื่อโอนห้องครบทุกห้อง Gaysorn Property ไม่เพียงแต่เป็นผู้พัฒนาโครงการ ที่สร้างแค่แล้วเสร็จและแยกย้าย แต่ยังลงลึกถึงการบริหารจัดการนิติบุคคลและการดูแลหลังการขาย (Property Management Services) ที่มีนิติบุคคลของตัวเอง ภายใต้ชื่อ Gaysorn Residential Services ที่ผนวกเอาความเข้าใจในเรื่องการให้บริการกลุ่มลูกค้าชนชั้นสูงที่ล้วนมีความต้องการเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป อันเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวมาปรับใช้ได้อย่างลงตัว

TELA Thonglor (เทลล่า ทองหล่อ) คือคอนโด Super Luxury โครงการแรก ที่จุดพลุความบูมของตลาด Ultra Luxury คอนโดเมื่อ 3 ปีที่แล้วในตอนเปิดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทองหล่อ เนื่องจากเป็น Super Luxury Condo โครงการแรกในย่าน ประกอบกับเป็นคอนโดภายใต้การพัฒนาโครงการของผู้มีชื่อเสียงในเรื่องของ Luxury Lifestyle อย่าง Gaysorn Property จึงทำให้งบประมาณในการพัฒนาส่วนใหญ่ของ TELA Thonglor เน้นทุ่มไปกับการก่อสร้าง การเลือกสรรวัสดุ ให้ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากล รวมทั้งได้ที่ปรึกษาการออกแบบเป็น SCDA จากสิงค์โปร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คอนโดแห่งนี้จะถูกบอกเล่ากันปากต่อปากในหมู่กลุ่มเซเลป แวดวงชนชั้นสูง จนทำให้ที่นี่เป็น Super Luxury Condo ที่มี Take up Rate รวมถึงยอดโอนดีที่สุดในตลาด คือเหลือขายแค่ 5 ห้องเท่านั้นในตอนนี้

 

ซึ่งแตกต่างจากคอนโด Super Luxury ในยุคปัจจุบันที่ต้องเสีย Cost ส่วนใหญ่ไปกับต้นทุนราคาที่ดินจนราคาขายแพง ทำให้ต้องมาลดทอนกับขนาดพื้นที่ห้องและคุณภาพ ทั้งวัสดุ งานออกแบบ ขนาดพื้นที่ และบางที่ก็ได้เพียงห้องเปล่า ที่ต้องมาจ้างนักออกแบบตกแต่งเองใหม่ ราคาที่ต้องจ่ายไปก็มีแต่มากขึ้นเรื่อยๆ บางโครงการใช้ Price Leadership Strategy เป็นตัวนำ แค่ตั้งราคาขายให้ถูกลงมากกว่าคู่แข่ง สร้างห้องที่มีขนาดเล็กกว่าตลาด เน้นกลยุทธ์ Payment ต่ำ ก็แน่นอนว่าย่อมขายลูกค้าหมู่มากได้ หรือได้รับการตอบรับที่ดีในหมู่นักเก็งกำไร แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันถึงการเข้าไปครองใจกลุ่มผู้ซื้อ ในตลาด Luxury ได้เสมอไป เพราะในโลกของ Luxury Brand นั้น แท้จริงแล้วมีแต่คำว่า Superlative หาใช่ Comparative ที่หลายๆคนนำมาใช้จนเกิดเป็นนิยามใหม่ อย่าง Affordable Luxury ที่ลดทอนดีกรีของความหรูหราไปอย่างน่าเสียดาย เพราะความหรูหราหรือ Luxury Brand นั้น ควรมีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ผสานรวมกับคุณภาพ ความประณีต และคุณค่าของแบรนด์ จนสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ทางสุนทรียะของสินค้านั้นๆ (Aesthetic Experience) ไปถึงผู้ซื้อได้ว่านี่แหละคือตัวตนของแบรนด์ จนทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจว่าต้องซื้อ ก่อนที่จะโดนคนอื่นคว้าไป ไม่ว่าสินค้านั้นจะถูกตั้งราคาไว้สูงแค่ไหนก็ตาม

และถ้าจะพูดถึงแบรนด์ที่ถ่ายทอดความเป็น Luxury Brand ใจกลางทองหล่อได้ครบและเข้าถึงแก่นแท้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็ต้องยกให้ TELA Thonglor ที่สะท้อนแก่นใยแห่งชีวิต (Canvas of Life) เสมือนการบรรจงสร้างจิตรกรรมแห่งชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ มีเพียงชิ้นเดียว บนปรัชญาหลักของบริษัท อย่าง Refined Quality Living ที่เป็น DNA ของการละเมียดรังสรรค์ งานออกแบบ ฟังก์ชั่น ของโครงการ ผ่าน 5 ประสารทสัมผัส ทำให้ทุกองค์ประกอบของตัวอาคาร ไปจนถึงงานบริการ มีความเรียบหรูและสง่างามเหนือกาลเวลา จนคว้ารางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “Asia Pacific Property Awards 2017-2018 สาขา Best Residential High Rise Development และ Best Development Marketing”  

โดย TELA Thonglor ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1-3-63 ไร่ กับความสูง 32 ชั้น ที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น รวม 169% กับจำนวนยูนิตพักอาศัยเพียง 84 ยูนิต มีมูลค่าโครงการ 4,100 ล้านบาท แบ่งเป็นห้องชุด 4 รูปแบบ ได้แก่

 

– Tela Sienna และ Tela Amber ห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน เริ่มต้นความกว้างของพื้นที่ใช้สอยถึง 111 ตารางเมตร

– Tela Legacy Suite A & B ซิกเนเจอร์ยูนิตของโครงการ แบบ 3 ห้องนอนบนพื้นที่ใช้สอยขนาด 201 – 202 ตารางเมตร

– Signature Suite 3-Bedroom Duplex บนพื้นที่ใช้สอยสูงถึง 235 ตารางเมตร

– และ 3 Plus 1 Bedroom Duplex Penthouse หรือ TELA Sky Villa A & B Sky Duplex Suite บนพื้นที่ใช้สอยสูงสุดถึง 349 ตารางเมตร

 

ภายนอกโครงการออกแบบ สไตล์ Timeless Luxury มี Signature เป็นเส้น Façade แนวนอนที่ใช้อะลูมิเนียม คอมโพสิท โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างมิติมุมมองของแสง ที่ตกกระทบตัวอาคารสร้างความงดงามและง่ายต่อการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยชั้นล่างส่วนของลานจอดรถเป็น Greenery Wall ที่คืนความเป็นธรรมชาติสร้างความร่มรื่นเขียวชอุ่มบนกำแพงตลอดตัวอาคารด้านล่าง สร้างความมีชีวิตชีวาให้ตัวอาคารผสานไปกับดีไซน์ concept  พร้อมไปกับสร้างความเป็นส่วนตัวให้ลูกบ้าน รวมไปถึงการออกแบบแสงไฟของทุกชั้นที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในช่วงกลางวันและกลางคืน

แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 1 และชั้น 5

ที่ชั้น 1 ตั้งแต่ทางเข้า ต้อนรับด้วยปะติมากรรมหน้าทางเข้า

และจุด Drop Off กว้างขวางในร่ม

เชื่อมกับพื้นที่สวนด้านข้างอาคาร ที่เป็นที่ตั้งของสนามเด็กเล่น และพื้นที่นั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้ใหญ่

เชื่อมมุมมองกับกระจกบานใหญ่สูงเต็ม floor ที่บริเวณโถง Lobby มีมุมโซฟาต้อนรับสำหรับรับรองแขกคนสำคัญ หรือนั่งพักคอยได้หลากหลายมุม

ตลอดโถงทางเดิน มีการตกแต่งงานปะติมากรรม และภาพวาดของ Douglas Diaz ศิลปินชั้นนำชาวอเมริกัน ตลอดทุกจุดนำสายตา

ด้านหลังโถงทางเดิน เป็น Mail box ระบบ Digital สำหรับใส่จดหมาย

และติดกันเป็นพื้นที่ของนิติบุคคล ที่สามารถติดต่อรับพัสดุ หรือติดต่อธุระต่างๆ ที่มาพร้อมกับชุดโซฟาพักรอ และโทรทัศน์ไว้บริการระหว่างรอ

พื้นที่ส่วนกลางสำหรับกิจกรรม Active และ Passive หลักๆ อยู่ที่ชั้น 5 ทั้งชั้น

โดยจากโถงลิฟท์ที่กลางอาคาร สามารถแยกเป็นโซนใช้งานเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ พื้นที่ในอาคาร โซนด้านหน้าวิวทางเข้าโครงการ

เป็นพื้นที่ Residential lounge ที่มีมุมให้ใช้งานพักผ่อนถึง 2 มุม

ติดกันเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร และ Wine Bar พร้อมโต๊ะไม้ตัวยาว ที่สามารถจัดเตรียมอาหารสำหรับวันพิเศษของคุณและคนในครอบครัวได้

Pulse Wellness center ฟิตเนสวิวสระว่ายน้ำ พร้อมอุปกรณ์ราคาแพงจาก Techno Gym

ที่จำนวนเครื่องเล่นไม่เยอะ แต่ครบครันการออกกำลังกายทุกสัดส่วน และเป็นเครื่องออกกำลังกายมาตรฐานและแบรนด์คุณภาพระดับโลก

อุปกรณ์ทั้งห้องรวมกันมีมูลค่าหลายล้านบาท

ที่ take view สู่พื้นที่สระว่ายน้ำ และพื้นที่โดยรอบอาคาร

ติดกันเป็น PAUSE Beauty & Spa ห้องทำสปาส่วนตัว ที่ผู้ใช้งานสามารถเรียก therapist จากข้างนอกมาให้บริการได้

ส่วนอุปกรณ์ที่โครงการเตรียมพร้อมไว้ให้ทั้งหมด ทั้งเตียงนวด หรือเก้าอี้นั่งทำเล็บ เก้าอี้ทำผม พร้อมมุมแต่งหน้าทำผม สระผมได้เลย

อีกส่วนคือ พื้นที่สระว่ายน้ำและ Deck lounge

ที่มากับ สระว่ายน้ำขนาด 23 ×11 เมตร และมีความลึก 1.5 เมตร

แยกโซนสระเด็ก

โดยรอบโอบล้อมด้วยแนวผนังต้นไม้

เป็นสไตล์การออกแบบที่เน้นความ private สำหรับผู้ใช้งาน ไม่ได้ยกสระว่ายน้ำไปอยู่ชั้นสูงๆ (ซึ่งโครงการ Super Luxury ในย่านนี้ก็มักทำสระที่ชั้นล่างๆกันทั้งนั้น) ถ้าตัดในเรื่องของทัศนียภาพของสระว่ายน้ำ กับวิวที่ไม่เห็นเส้นขอบฟ้าถ้าเทียบกับคอนโด High Rise ที่มีสระบนชั้นสูงๆ แต่ ฟังก์ชั่นทุกอย่างก็ดูดีทั้งหมด ว่ายน้ำได้จริงเพราะแนวต้นไม้จะช่วยบังลมไม่ให้ผู้ใช้งานหนาวจนเกินไป อีกทั้งยังกว้างมากพอสำหรับผู้ใช้งานเพียงแค่ 84 ยูนิต

ทั้ง Deck lounge & lounge chairs แบบเปียก

และพื้นที่ pool deck & lounge แบบแห้งขนาดใหญ่มาก ใหญ่พอให้ขยายสระ หรือเป็นพื้นที่ทำกิจกรรม out door ได้

และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมห้องอบไอน้ำแยกชายหญิง

 

ที่นี่ยังมอบความ Privacy ขั้นสุดด้วยระบบลิฟท์เป็นแบบ Private Lift ของ Kone ที่มีการเขียน software ขึ้นมาใหม่มูลค่าเป็นล้านบาท เพื่อโครงการ TELA Thonglor โดยเฉพาะ โดยสามารถขึ้นลงได้ แบบ Private Destination Lift System 1 ครอบครัวต่อรอบ โดยหากมีช่วงที่มีการใช้งานเยอะ ทางนิติบุคคลผู้ดูแลโครงการก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบ Share Destination ได้ด้วยเช่นกัน

 

อีกทั้งบริเวณลานจอดรถยังมีพื้นที่ car wash แบบตู้ล้างอัตโนมัติ เหมาะสำหรับครอบครัวผู้บริการที่มีพนักงานขับรถแบบ Minivan

นอกจากการออกแบบและฟังก์ชั่นที่มาครบแล้ว ลูกค้าที่ซื้อห้องกับโครงการ จะได้บัตร Diamond card ตลอดชีพ ของ Gaysorn Village ที่ได้รับสิทธิพิเศษช่วง event สำคัญๆ ที่คุณจะได้รับข้อมูลข่าวสารก่อนเสมอ รวมทั้งยังมีสิทธิในการใช้บริการห้องประชุม ที่จอดรถ และสิทธิพิเศษอื่นๆ ตามข้อกำหนดของ Gaysorn Village ได้แบบไม่จำกัด ต่างกับบัตร Diamond card ที่ปกติต้องมียอดค่าใช้จ่ายถึงเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ถึงจะสามารถต่ออายุการใช้งานต่อไปได้

 

และที่สำคัญที่กล่าวไปข้างต้นว่า จากประสบการณ์ที่ gaysorn รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ชอบอะไร และคัดสรรแบรนด์หรูมาให้ลูกบ้านอยู่เสมอ แม้แต่เทียนที่จุดสร้างบรรยากาศและกลิ่นภายในโครงการ เพื่อเป็นการสร้าง Multi – Sensory Experiences ก็ยังเลือกของ Ralph Lauren มาใช้งานในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอีกด้วย

ส่วนพื้นที่พักอาศัย ทุกห้องโครงการให้เพดานตามมาตรฐานคือสูง 3.2 เมตร และมาพร้อมกับพื้นที่ระเบียงที่มีความกว้าง x ยาว มากที่สุดในย่านทองหล่อคือ 17 เมตร สามารถเดินทะลุกันได้ทั้งยูนิต ทำให้การใช้ชีวิตบนระเบียงที่นี่คือใช้ได้จริง และวิวโดยรอบเปิดโล่ง เนื่องจากชั้นล่างสุดของที่พักอาศัย ซึ่งก็คือชั้น 6 ยังมีความสูงถึง 33 เมตร แถมระเบียงก็เป็นไม้สังเคราะห์แบบรักษ์โลก รับประกันยาวนานถึง 15 ปี และทำสีให้ฟรี 2 ปีแรก ภายใต้แบรนด์ Resysta จากเยอรมัน

 

ส่วนระบบ Internet เป็น fiber เดินให้ทั่วโครงการ ส่วนในห้องมีการติดตั้ง router ที่บริเวณทางเข้า และได้วางระบบสายไว้ให้เรียบร้อย ครบทุกเครือข่าย หากลูกบ้านต้อการใช้งานแบรนด์ไหนก็แค่สมัครแพคเกจและเอา Router มาติดตั้งได้เลย รวมทั้งยังคิดเผื่อการใช้งานที่มากขึ้น โครงการจึงเดินสายทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ อาทิ หน้าห้องนอนใหญ่ กรณีที่ลูกบ้านต้องการการเชื่อมต่อและใช้งานที่มากขึ้น

 

โดยห้องที่เหลือขายมีเหลือแค่ 5 ห้องเท่านั้น ซึ่งโครงการขายแบบ Fully Furnished ทั้งหมด แต่ละห้องมีสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละห้อง ที่โครงการบรรจงออกแบบและคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่ง ที่สะท้อนตัวตนของกลุ่มลูกค้าออกมาได้มากที่สุด

 

ห้องแรกเป็นห้องตัวอย่าง Legacy Suite A ขนาด 202 ตรม. ซึ่งเป็นห้องแรกที่ทางโครงการได้ทำเป็นห้องตัวอย่างบนอาคารจริง (แต่ตอนนี้เข้าใจว่าห้องนี้ได้มีคนจับจองไปแล้วเช่นกัน)

 

แบ่งพื้นที่ปีกขวาเป็น living area และครัวติดโถงลิฟท์ส่วนตัว มีพื้นที่ครัวไทยเป็นครัวปิด และห้องแม่บ้าน เชื่อมต่อจากบริเวณครัวหลัก ปีกซ้ายเป็นห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องน้ำในห้อง master bedroom จะได้ห้องน้ำแบบ his & her พร้อมอ่างอาบน้ำ และ walk-in closet

ห้องหันไปทางวิวถนนทองหล่อ ด้านหน้าทางเข้าโครงการ

เชื่อมด้วยระเบียงยาวจากห้อง living ไปถึงห้องนอนใหญ่ที่อยู่ปลายสุดของห้อง

ห้องนี้ตกแต่งด้วยเฟอร์ฯ Multi international Brand จาก อิตาลี อาทิ Minotti and B&B Italia

ทำให้ห้องนี้เมื่อแต่งเสร็จจะพร้อมขายในราคา 80.55 ล้านบาท

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนเซปท์ Canvas of Life แล้ว ห้องที่เหลืออยู่ทาง TELA Thonglor จึงมองว่าควรที่จะต้องสะท้อนความละเมียดรังสรรค์ขั้นสุด จนเกิดเป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยในแบบที่สร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด ดังนั้น บริษัทฯได้จับมือร่วมกับ DM HOME ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากทั่วโลก ร่วมรังสรรค์การออกแบบตกแต่งห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด (Fully Furnished) 3 แบบ 3 สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The True Gems of Thonglor” – CANVAS for your Masterpiece” สำหรับแบบห้อง Legacy Suite ห้องชุด 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 201 ตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องซิกเนเจอร์ของโครงการ ด้วยแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่ง มาจาก เนื้อสี คุณลักษณะ และ ความหมายอันทรงพลัง ของอัญมณีอันทรงคุณค่า 3 ชนิด ตอกย้ำกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าการอยู่อาศัยอย่างเหนือระดับ ประกอบไปด้วย Onyx-“Deep Sophistication” (อัญมณีสีดำ) มนต์ขลังแห่งพลังที่มีความแข็งแกร่งและทรงคุณธรรม สะท้อนบุคลิกภาพของบุคคลที่มีพลังสร้างสรรค์ในเชิงบวก หนักแน่น มั่นคง มุ่งมั่นและกระตือรือร้นสูง ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่จะช่วยขับพลังความสง่างามให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น, Sapphire: “Sparkling Brilliance” (อัญมณีที่เปล่งประกาย) ที่สะท้อนถึงแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์อันเต็มไปด้วยความสง่างาม หรูหรา แอบแฝงไปด้วยความอบอุ่นของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง และ Lapis Lazuli: Starry Illumination (อัญมณีจากฟากฟ้า) หนึ่งในอัญมณีที่มีค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ อันเป็นตัวแทนของท้องฟ้าสีฟ้า ตัวแทนแห่งโอกาส และ ความสุข ความปรารถนาที่ทรงพลัง ที่จะสะท้อนถึงความเรียบง่ายแต่มีความคลาสสิก และมีเอกลักษณ์เหนือระดับที่ไม่ซ้ำแบบใคร

 

เรามาดูกันว่าดีเทลของห้องทั้ง 3 ห้องที่เป็นห้องแบบ Legacy Suite B ขนาด 201 Sq.m.นี้เมื่อแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเป็นอย่างไรบ้างครับ

 

ห้อง Type นี้ จะคล้ายกันกับห้อง Legacy Suite A แต่อยู่คนละด้าน และมีขนาดเล็กกว่า 1 ตารางเมตร มีประตูบานเปิดที่โถงลิฟท์ เข้าสู่ living area และครัว มีพื้นที่ครัวไทยเป็นครัวปิด และห้องแม่บ้าน เชื่อมต่อจากบริเวณครัวหลัก ด้านในสุดของยูนิตเป็นห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องน้ำในห้อง master bedroom จะได้ห้องน้ำแบบ his & her พร้อมอ่างอาบน้ำ และ walk-in closet

ห้องแรกที่พาไปชม คือ ห้อง Onyx ที่ชั้น 11 ห้องเลขที่ 249/23 ราคา 74.2 ลบ. รวมพร็อพและเฟอร์ฯ จาก DM HOME

Onyx เป็นหินสีดำ การตกแต่งห้องจึงดึงเอาสีของหินสีดำมาเป็นโทนสีหลักของการตกแต่งห้อง ผสานกับม้าที่ดูทรงพลัง แข็งแรง

เข้ามาจากโถงลิฟท์จะพบพื้นที่ Foyer ที่โครงการ built-in ออกแบบชั้นวางรองเท้า ชั้นวางของและงานระบบ ไว้ที่ผนังด้านข้างทั้งสองฝั่ง

จาก Foyer ถัดเข้าไปจะพบประตูทางเข้าหลัก เปิดเข้าสู่พื้นที่ living area

ที่ living area เน้นโทนสีที่หนักแน่น ด้วยผนังและเฟอร์นิเจอร์ built-in สีดำ น้ำตาลเข้ม แบรนด์ Trussardi Casa, Novamobili, Ditre Italia, and Lighting from Lee Broom เป็นต้น

ฝั่งตรงข้าม ติดทางเข้า เป็นครัว ที่ built-in เป็น L shape พร้อม island counter

โครงการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังครบทุกการใช้งาน ทั้งตู้เย็นของ Fisher & Paykel จากนิวซีแลนด์ ที่รักษาคุณภาพความสดของอาหารได้อย่างดี

โครงการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังครบทุกการใช้งาน ทั้งตู้เย็นของ Fisher & Paykel จากนิวซีแลนด์ ที่รักษาคุณภาพความสดของอาหารได้อย่างดี

รวมทั้งมาพร้อมเครื่องทำกาแฟ ของ Bertazzoni เช่นกัน เรียกว่าเป็นครัวนำเข้าจาก อิตาลี ทั้งชุด

ปลายสุดเคาท์เตอร์ครัว เป็นทางเข้าครัวไทย

ที่แยกครัวและมีพื้นที่สำหรับตั้งตู้เย็นเพิ่ม หรือตั้งเครื่องล้างจานได้ที่ห้องนี้

ที่ห้องนี้ยังมีทางออกไปยังโถงงานระบบ และพื้นที่ Yard ซึ่งติดกับที่ตั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า CDU แอร์ และพื้นที่ซักล้าง

รวมทั้งยังเชื่อมกับทางเข้าออกของแม่บ้านอีกด้วย

ที่ living area โครงการจัดวางชุดโซฟา สำหรับนั่งพักผ่อน

และโต๊ะทานอาหารไว้ติดประตูกระจกบานใหญ่

ห้องนอนแรก มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform แบรนด์ชั้นนำจากอิตาลี ที่นำเข้ามาทั้งบาน ทำสีขาว Powder-coated วางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยชั้นไม้สีดำแผ่นใหญ่ คง concept ของโทนสีหลักของห้อง ตัดด้วยผนังสีขาวและเฟอร์นิเจอร์สีขาวโดยรอบ

ห้องนี้สามารถวางเตียง King size

พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

ห้องนอนที่สอง มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform สีขาววางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยโทนสีดำและขาว

ห้องนี้มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง King size ได้สบาย

พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

และมีพื้นที่โดยรอบให้เหลือสำหรับเดินและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

และมีพื้นที่โดยรอบให้เหลือสำหรับเดินและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

โครงการให้อ่างล้างหน้า ของ Duravit แบบ his & her พร้อมกระจกบานใหญ่ เต็มความกว้างและสูงของแนวผนัง

พร้อมอ่างอาบน้ำ แบบลอยตัว วางติดกระจกเข้ามุมหันสู่ด้านในห้องนอน

ด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ ตั้งติดหน้าต่างระบายอากาศ

และฝั่งตรงกันข้ามเป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass โครงการให้ Rain shower แบบติดเพดาน และ hand shower พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

ด้านหน้าห้องน้ำเป็น walk-in closet โครงการ built-in ตู้เสื้อผ้า ลายไม้ ทรง U shape ของ Poliform แบ่งชั้นและช่องแยกการใช้งาน

ด้านในบริเวณห้องนอนเป็นพื้นที่พักผ่อน ที่โครงการตกแต่งด้วยผนังผ้าสีดำ ประกอบกับรูปม้าที่ดูมีพลัง เข้มแข็ง

พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำ สำหรับวางทีวีและวางของโชว์

พื้นที่กลางห้อง โครงการตั้งเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และชุดเก้าอี้โซฟา สีขาว เทา ทำให้ห้องดูแข็งแรง แต่ก็ดูสว่างและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

แถมยังมีหน้าต่างที่หัวเตียง เปิดรับแสงเข้าสู่ภายในห้อง

และยังมีลูกเล่นที่โคมไฟหัวเตียงลวดลายพิเศษทั้งสองข้าง เป็นแบรนด์ Lee Broom Lighting จากอังกฤษ

พื้นที่ปลายสุดของห้องเป็นทางออกระเบียง ที่โครงการให้ประตูเลื่อนบานใหญ่เป็นกระจก double glass เชื่อมพื้นที่ระเบียงไปยังส่วนต่างๆของห้อง

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบหรู โมเดิร์น ดูสง่า แข็งแรง มีพลัง แบบผู้ชายๆ กับห้องที่เน้นโทนสีดำในการตกแต่ง

ห้องถัดไป ห้อง Lapis อยู่ที่ชั้น 8 ห้องเลขที่ 249/11 ราคา 73.5 ลบ.

Lapis เป็นหินสีน้ำเงิน โครงการจึงดึงนำโทนสีน้ำเงินหลากหลายเฉดมาเป็นโทนสีหลักของการออกแบบห้องนี้

ที่ living area โดดเด่นด้วยผนังลายหิน Lapis ที่สั่งทำขึ้นพิเศษ ผ่านกระบวนการคล้ายการผลิตกระเบื้องพอร์ชเลน ที่ได้ความรู้สึกเหมือนหินจริง และมีลวดลาย ที่ติดเป็นผนังเต็มผืน เป็น Background ที่โดดเด่นให้กับส่วน living area

ฝั่งตรงข้าม ติดทางเข้า เป็นครัว ที่ built-in เป็น L shape พร้อม island counter

โครงการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังครบทุกการใช้งาน ทั้ง ตู้เย็นของ Fisher & Paykel ที่รักษาคุณภาพความสดของอาหารได้อย่างดี

 

เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน เตาอบ ไมโครเวฟ เป็นของ Bertazzoni ซึ่งเตาอบมีระบบ self cleaner ในตัวช่วยทำความสะอาดให้ในขั้นต้น

รวมทั้งมาพร้อมเครื่องทำกาแฟ ของ Bertazzoni เช่นกัน เรียกว่าเป็นครัวนำเข้าจาก อิตาลี ทั้งชุด

ปลายสุดเคาท์เตอร์ครัว เป็นทางเข้าครัวไทย เหมือนห้องแรก

 

ที่ living area โครงการจัดวางชุดโซฟา เข้ามุมหันหาแนวผนัง

เชื่อมต่อด้วยพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ ที่กว้างพอให้วางโต๊ะ out door ด้านนอก

ด้านหลังชุดโซฟา เป็นโต๊ะทานอาหารไว้ติดริมระเบียงสำหรับ 8 ที่นั่ง

ห้องนอนแรก มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform สีขาววางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยผนังบุสีขาว แซมสีน้ำเงิน พร้อมเฟรมภาพหินทำลวดลายพิเศษแบบในห้อง living ติดที่บริเวณหัวเตียง

ห้องนี้สามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

ห้องนอนที่สอง มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform สีขาววางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยผ้าบุสีน้ำเงินเต็มแนวผนัง

สามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

และมีพื้นที่โดยรอบให้เหลือสำหรับเดินและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

ห้องนอนใหญ่ เข้ามาจะพบกับพื้นที่ห้องน้ำและ walk-in closet

ภายในห้องน้ำ พื้นที่ติดประตูทางเข้าเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง

โครงการให้อ่างล้างหน้า ของ duravit แบบ his & her พร้อมกระจกบานใหญ่ เต็มความกว้างและสูงของแนวผนัง

พร้อมอ่างอาบน้ำ แบบลอยตัว วางติดกระจกเข้ามุมหันสู่ด้านในห้องนอน ด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ ตั้งติดหน้าต่างระบายอากาศ

และฝั่งตรงกันข้ามเป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass โครงการให้ Rain shower แบบติดเพดาน และ hand shower พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

ด้านหน้าห้องน้ำเป็น walk-in closet โครงการ built-in ตู้เสื้อผ้า ลายไม้ ทรง U shape ของ Poliform แบ่งชั้นและช่องแยกการใช้งาน

ด้านในบริเวณห้องนอนเป็นพื้นที่พักผ่อน

หัวเตียงโครงการตกแต่งด้วยผนังบุผ้าสีน้ำเงินลายตาราง

และตั้งเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และชุดเก้าอี้โซฟา ไว้ที่ประตูกระจกบานเลื่อนทางออกระเบียง

ประกอบกับเฟอร์นิเจอร์สีขาว เทา

และสีน้ำตาลลายไม้สำหรับวางทีวีและวางของโชว์

แถมยังมีลูกเล่นที่โคมไฟหัวเตียงลวดลายพิเศษทั้งสองข้าง

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนชอบการตกแต่งห้องที่เน้นความสว่าง แต่มีสีสันของลวดลายหิน สีน้ำเงิน Lapis

 

และห้องสุดท้าย Sapphire ที่ชั้น 7 ห้องเลขที่ 249/7 ราคา 73.2 ลบ.

Sapphire เป็นหินที่มีหลากหลายสี แต่มีความโดดเด่นที่เส้นใยสีขาวทอง จึงดึงนำความโดดเด่นนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบห้องนี้ให้มีความพิเศษเหนือระดับ

Living area ตกแต่งด้วย ผนังผ้าบุสีเนื้อ และใช้แสงไฟสีเหลืองทองมาเป็นลูกเล่น ประกอบกับชุดโคมไฟกลางโต๊ะอาหารที่เสริมสร้างบรรยากาศ และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของ Sapphire ออกมา

ฝั่งตรงข้าม ติดทางเข้า เป็นครัว ที่ built-in เป็น L shape พร้อม island counter

โครงการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังครบทุกการใช้งาน ทั้ง ตู้เย็นของ fisher & paykel ที่รักษาคุณภาพความสดของอาหารได้อย่างดี ห้องนี้พิเศษกว่าห้องอื่นๆเพราะมีเครื่องทำกาแฟแบรนด์ Miele จากเยอรมัน ที่มีราคากว่า 270,000++

เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน เตาอบ ไมโครเวฟ เป็นของ Bertazzoni ซึ่งเตาอบมีระบบ self cleaner ในตัวช่วยทำความสะอาดให้ในขั้นต้น

ปลายสุดเคาท์เตอร์ครัว เป็นทางเข้าครัวไทย เหมือนห้องแรก

ที่ living area โครงการจัดวางชุดโซฟา เข้ามุมหันหาแนวผนัง

เชื่อมต่อด้วยพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ ที่กว้างพอให้วางโต๊ะ out door ด้านนอก

ด้านหลังชุดโซฟา เป็นโต๊ะทานอาหารไว้ติดริมระเบียงสำหรับ 8 ที่นั่ง

ห้องนอนแรก มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform สีขาววางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยผนังบุสีเทาอ่อน และเล่นแสงสีทองที่ด้านหลังแนวผนัง กับชุดโคมไฟประดับหัวเตียง

ห้องนี้สามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

ห้องนอนที่สอง มีห้องน้ำที่ด้านขวาติดทางเข้า

และตู้เสื้อผ้า ของ Poliform สีขาววางตัวขนานทางเข้า

ภายในห้องนอนตกแต่งหัวเตียงด้วยผ้าบุสีเนื้อ และน้ำตาล

ห้องนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่ สามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง ติดริมประตูกระจกออกระเบียง

และมีพื้นที่โดยรอบให้เหลือสำหรับเดินและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

รวมทั้งยังโดดเด่นกับโคมไฟหัวเตียงที่แสดงเส้นสายเสมือนเส้นใยของหิน Sapphire

ห้องนอนใหญ่ เข้ามาจะพบกับพื้นที่ห้องน้ำและ walk-in closet

ภายในห้องน้ำ พื้นที่ติดประตูทางเข้าเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง

โครงการให้อ่างล้างหน้า ของ Duravit แบบ his & her พร้อมกระจกบานใหญ่ เต็มความกว้างและสูงของแนวผนัง

พร้อมอ่างอาบน้ำ แบบลอยตัว วางติดกระจกเข้ามุมหันสู่ด้านในห้องนอน

ด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ ตั้งติดหน้าต่างระบายอากาศ

และฝั่งตรงกันข้ามเป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass โครงการให้ Rain shower แบบติดเพดาน และ hand shower พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

 

ด้านในบริเวณห้องนอนเป็นพื้นที่พักผ่อน โครงการตกแต่งด้วยผนังบุผ้าสีเนื้ออ่อน

และตั้งเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และชุดเก้าอี้โซฟา day bed ไว้ที่ประตูกระจกบานเลื่อนทางออกระเบียง

ประกอบกับเฟอร์นิเจอร์สีขาว เทา สำหรับวางทีวีและวางของโชว์

และพรอพสีทอง ตกแต่ง

แถมยังมีลูกเล่นที่โคมไฟหัวเตียงสีทองและสีขาวทั้งสองข้าง

ห้องนี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้หญิงที่ชอบความหรูหราสง่างาม และต้องบอกว่าห้องนี้รวมเอาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่แพงที่สุดไว้ที่ห้องนี้มากที่สุด

ส่วนอีกห้องเป็น TELA Sky Villa B (furnished by Roberto Cavalli By DMHOME) ที่เป็นห้องแบบ Duplex Penthouse ยูนิตสุดท้าย ที่โครงการกำลังตกแต่งอยู่ ขนาด 349 ตรม. เป็นห้องที่เป็นที่สุดและเป็นหนึ่งเดียวในทองหล่อ โดยเป็นความร่วมมือกับ DM HOME เช่นเดียวกัน ที่สามารถคว้า Home Interiors แบรนด์ดังระดับโลก Roberto Cavalli” มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่เราจะได้เห็นงาน Masterpiece ของ Roberto Cavalli อย่างหินอ่อนสลักลายเซ็นชิ้นเดียวในโลก และ Signature Collection ที่ Customized มาเพื่อห้องนี้โดยเฉพาะด้วยงบประมาณการแต่งห้องถึงห้องละ 37 ล้านบาท!!! ทำให้ห้องนี้เมื่อแต่งเสร็จจะพร้อมขายในราคา 255 ล้านบาทครับ คาดว่าจะเปิดให้ชมห้องสุดท้ายได้ตุลาคมนี้

 

บทสรุปของโครงการ Super Luxury ที่มีองค์ประกอบครบสมบูรณ์ที่สุดบนทองหล่อ

 

สำหรับผมแล้วไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่โครงการอย่าง TELA Thonglor จะขายดีสวนกระแสคอนโด Super Luxury ที่เปิดขายติดๆกันในย่านทองหล่อ และถ้าหากลงลึกไปในรายละเอียดก็จะพบว่านี่คือโครงการ Super Luxury แห่งเดียวที่ไม่เคยทำโปรโมชั่นลดราคาเลย ตั้งแต่เปิดโครงการมา สวนกระแสกับอีกเกือบทุกโครงการที่อยู่ในย่านเดียวกันรวมถึงบริเวณพร้อมพงษ์ ที่มักจะประสบปัญหาในการขายจนต้องลดราคาลงมาเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาซื้อ หากเป็นในโครงการอื่นรับรองว่าห้องล๊อตสุดท้ายเราอาจจะได้เห็นการขายในแบบยอมรับทุกข้อเสนอก็เป็นได้ แต่ที่นี่กลับพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าของหรูที่แท้จริงนั้น ยิ่งมีเหลือน้อยก็ยิ่งมีค่า ยิ่งควรค่าแก่ราคาที่พุ่งสูงขึ้น…TELA Thonglor ยังมองภาพของกลุ่มผู้ซื้ออย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่า ต้องการกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อคู่ควรกับโครงการจริงๆ เป็นกลุ่มคนระดับบนของสังคม มีความเป็น Self – Actualization มองหาอะไรก็ตามแต่ที่สามารถเติมเต็มความต้องการขั้นสุดในการใช้ชีวิตได้ ไม่อยากได้ของ Mass ที่มีผู้ครอบครองได้หลายคน มีความสามารถในการจ่ายค่าดาวน์ในอัตราที่สูงมากๆได้ โดยไม่มีปัญหา (ที่นี่เกือบ 100% ใช้เงินสดในการโอนกรรมสิทธิ์) จึงทำให้ราคาขายของที่นี่ไม่มีวันตก จากการเข้าซื้อของกลุ่มนักเก็งกำไรที่อยากจะทำราคาขายในระยะสั้น และพร้อมจะ Cut Loss หากต้องโอน

 

จริงอยู่ที่ในอาณาบริเวณแค่ 2 KM จาก BTS ทองหล่อ มีคอนโดเกิดใหม่ขายราคาแพงขึ้นมาเยอะแยะเลย แต่ในความแพงเหล่านั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการจะต้องเป็นโครงการระดับ Luxury – Super Luxury เสมอไป โครงการเกือบทั้งหมดจำเป็นต้องขายราคาแพงเพราะได้ที่ดินมาแพง จนละเลยถึงความสำคัญในการพัฒนาโครงการที่มีอัตลักษณ์อันตอบโจทย์ Sense of Luxury อย่างจริงจัง TELA Thonglor เปิดตัวมาในช่วงที่ราคาที่ดินในย่านทองหล่อไม่ได้พุ่งสูงมากถึงตารางวาละเฉียดสามแสนบาทอย่างยุคปัจจุบัน แต่ก็นับว่าเป็นโครงการที่เป็นเจ้าของสถิติราคา New High ในย่านทองหล่อเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือราวๆตรม.ละเฉียดสามแสนบาท และในปัจจุบันก็มีราคาพุ่งสูงถึงตรม.ละสามแสนหกหมื่นบาทสำหรับ 5 ห้องสุดท้ายที่โครงการเหลืออยู่ โดยที่ยากมากในการจะหาห้องรีเซลที่มีราคาน้อยกว่านี้ เนื่องจากที่นี่มีคุณลักษณะของความเป็น Luxury ที่โดดเด่นมากในเรื่องของ Scarcity (ความหายาก มีแค่ 84 ยูนิต บนทำเลที่ดีที่สุดของทองหล่อ) Excellent Quality (วัสดุก่อสร้างและแบรนด์เฟอร์ฯคุณภาพระดับโลก) Aesthetics (สุนทรีภาพอันงดงามที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานศิลปะและ Multi -Sensory Experiential) Brand Heritage ของ Gaysorn Property ที่ถนัดมากในเรื่องของการพัฒนาทั้งพื้นที่ Retail ร้านอาหาร และโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์รสนิยมหรูหรามีระดับ จนสามารถสร้าง Premium Price ที่มีราคาสูง และดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อให้หลงใหลจนอยากจะเป็นเจ้าของให้ได้ โดยที่เมื่อได้มาแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะขาย เพราะขายไปก็คงจะหาซื้อใหม่ไม่ได้

 

ใช่ครับ ผมกำลังจะบอกว่าหากตัดในเรื่องของต้นทุนค่าที่ดินออกไป ที่นี่น่าจะเป็นหนึ่งใน 5 โครงการ Super Luxury Condo ที่มีสเปคในห้องดีที่สุด และมอบความประสบการณ์ความหรูหราในแบบที่ใครหลายคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นส่วนตัว ไลฟ์สไตล์ ความกว้าง สูงโปร่ง ของพื้นที่ รวมถึง Material ที่ใช้ในการก่อสร้าง Prop ตกแต่งส่วนกลาง และอุปกรณ์ Fitting & Furniture set ต่างๆที่ล้วนแต่ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็น Luxury Brand ของแท้ ไม่ว่าจะเป็น Roberto Cavalli Home, Binova, Duravit, Axor, Hansgrohe, Resysta, Fisher & Paykel, bertazzoni, ไปจนถึงงาน Painting ของจิตรกรชาวอเมริกัน อย่าง Douglas Dias ซึ่งทาง TELA Thonglor ลงทุนซื้อภาพ Painting ที่สั่งทำเป็นพิเศษตาม Brand Story ของโครงการมาประดับบริเวณพื้นที่ส่วนกลางถึง 22 ภาพในราคาเฉียด 2 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ด้านรสนิยมและการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในระดับ Top of Hierarchy

ที่นี่มองภาพของความเป็น Super Luxury ที่ไม่ยอมที่จะ Compromise กับขนาดพื้นที่ใช้สอยเลยครับ คือตึกสูง 32 ชั้น แต่มีจำนวนยูนิตแค่ 84 ยูนิต แถมเป็นห้องขนาดใหญ่กว่าตลาด Super Luxury Condo ทั่วไปคือเริ่ม 2 ห้องนอน (111 ตารางเมตร) 3 ห้องนอน (201-235 ตารางเมตร) จนถึง 3 ห้องนอน + 1 ห้องเอนกประสงค์ ขนาด 349 ตารางเมตร ที่เรียกว่า TELA Sky Villa

 

จึงเหมาะมากสำหรับการเป็นที่พักอาศัยสำหรับครอบครัวที่รักความเป็นส่วนตัว – ให้ความรู้สึกเป็นเสมือน ” บ้าน” รวมถึงทุกยูนิตยังมีบริการลิฟต์ส่วนตัวจากพื้นที่ส่วนกลางตรงขึ้นสู่ห้องชุดที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัย โดยระบบได้เชื่อมต่อกับห้องควบคุมตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อาศัยจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มครอบครัวระดับบนที่มองหาพื้นที่อยู่อาศัยที่ไม่แออัด มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด…ถ้าต้องการห้องขนาดใหญ่กว่านี้ก็เห็นทีจะมีแค่ The Monument Thonglor แต่นั้นก็อยู่กันคนละทำเล คนละราคา และมีจำนวนถึง 127 ยูนิต

 

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 5 ถ้าตัดในเรื่องของทัศนียภาพจากสระว่ายน้ำที่ยังนับว่าวิวไม่ค่อยสวย เปิดโล่งรับวิวเส้นขอบฟ้าถ้าเทียบกับคอนโด High Rise มีสระบนชั้นสูงๆ ทุกอย่างก็ดูดีได้ฟังก์ชั่นหมด (แต่ถ้าไปดูอีกหลายโครงการ Super Luxury ในย่านนี้ก็พบว่าเออ แปลกแฮะ ทำไมเค้าทำสระบนชั้นล่างๆกันทั้งนั้นเลยอ่ะ หรือเพราะว่าจะยึดติดกับคอนโดประเภท Masstige ที่ทำส่วนกลางมาเพื่อรองรับการใช้งานที่มากตามจำนวนห้องพักอาศัยมากเกินไป ซึ่งเท่าที่ผมเห็นจากการใช้งานจริงก็จะพบว่าผู้พักอาศัยในคอนโดระดับนี้ก็มักจะไม่ค่อยออกมาใช้ส่วนกลางกันแบบจริงจังเท่าไหร่ เนื่องจากแค่ Space ภายในห้องก็ใหญ่มากจนใช้ชีวิตได้สะดวกสบายพออยู่แล้ว) ไม่ว่าจะเป็น Club House พร้อมครัวใหญ่มาก, สระว่ายน้ำขนาด 23 x11 เมตร, สระว่ายน้ำเด็ก Deck lounge & lounge chairs แบบเปียก, พื้นที่ pool deck & lounge แบบแห้งขนาดใหญ่มากกกก จนแอบคิดว่าน่าจะเอาไปทำพื้นที่สระเพิ่มก็น่าจะได้  ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมห้องอบไอน้ำแยกชายหญิง Pause Beauty & Spa ที่มีบริการเรียก therapist จากข้างนอกมาได้ Pulse Wellness Center พร้อมอุปกรณ์ราคาแพงจาก Techno Gym…ทั้งหมดนี้ผมว่ามันเกินกว่า Demand ของผู้พักอาศัยทั้งหมดที่มีแค่ 84 ยูนิตไปเยอะเลยครับ อ้อยังไม่นับที่จอดรถแบบวนจอดที่มีให้มากถึง 169% อีก

 

ปัจจุบัน TELA Thonglor มีราคาขายต่อตารางเมตรอยู่ที่ 350,000 บาท ปรับเพิ่มขึ้นจากตอนเปิดตัวครั้งแรกพอสมควร (สำหรับห้องรีเซลส่วนใหญ่ โดยห้อง Fully Furnished The True Gems of Thonglor” – CANVAS for your Masterpiece” จะประมาณตารางเมตรละสามแสนปลาย) ซึ่งเป็นคอนโด Super Luxury ที่ราคาขายมีแต่เพิ่มขึ้นตลอด และขายได้จริง ไม่เหมือนโครงการอื่นในทองหล่อที่ขายไม่ได้จนต้องปรับราคาลง

ปัจจุบันนี้โครงการคอนโดระดับ Super Luxury มีให้เลือกทั่วไปในท้องตลาดมากมายครับ โดยจุดเด่นจุดหนึ่งที่จะเป็นตัวสะท้อนถึงนิยามการใช้ชีวิตอันหรูหรานอกจากจะเป็นการออกแบบ ฟังก์ชั่น ความประณีตในการเลือกใช้วัสดุแล้วก็จะเป็นในเรื่องของบริการหลังการขาย ซึ่งก็มีบางโครงการนำเอาความเป็น Branded Residence มาใช้เพื่อการันตีความได้เปรียบนี้ในหมู่กลุ่มลูกค้าที่เคยใช้บริการเชนโรงแรมชั้นนำที่ต่างประเทศบ่อยๆ ในมุมมองผมถึงแม้ว่า TELA Thonglor จะไม่ใช่ Branded Residence แต่ในเรื่องของบริการหลังการขาย และ Extra Benefit ที่ได้จากการเป็น Member ของกลุ่ม Gaysorn Property นั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าใครเลยเช่นกัน และดูจะค่อนข้างเข้าใจไลฟ์สไตล์อันหรูหราได้ดีกว่าดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆด้วยซ้ำไป…ผมเชื่อว่าหากใครได้มาดูก็คงจะไม่ผิดหวังละครับ สำหรับคนที่กำลังมองหา Super Luxury Condo ที่แท้จริงในย่านที่เป็นจุดขายมากที่สุดของทองหล่อครับ



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.4

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


MQDC ชู “เดอะ ฟอเรสเทียส์” โครงการต้นแบบแห่งแรกของโลก ที่ทุกมิติออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

“เดอะ ฟอเรสเทียส์ อยู่ในระหว่างการออกแบบรังสรรค์และก่อสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการยอมรับและยกย่องมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก รวมทั้งสถาบันต่างๆ ที่เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอง... อ่านต่อ

13 December, 2019



“สโคป หลังสวน” เผยโฉมคลับเฮ้าส์ที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

“สโคป หลังสวน” คอนโดมิเนียมระดับอินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม ที่ผสานมาตรฐานสูงสุดระดับสา... อ่านต่อ

12 December, 2019

อากาศ วิลล่า เขาใหญ่ คอนโดมิเนียมกึ่งวิลล่า ท่ามกลางเขาใหญ่ ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ

โครงการ อากาศ วิลล่า เขาใหญ่ คอนโดมิเนียมกึ่งวิลล่าสไตล์ Thai Modern Loft เอาใจคนรักธร... อ่านต่อ

9 December, 2019

รวมทีเด็ด 13 โปรเจคโรงแรมใหม่ ค่าพัฒนาสูงลิบ!ใจกลางกรุงเทพฯ ที่พร้อมจะยกระดับเมืองให้ไปไกลกว่าที่เคย

กลุ่มทุนยักษ์ ต่างทุ่มเม็ดเงินเพื่อลงทุนโรงแรมหรู ต้อนรับนักท่องเที่ยวทะลักกรุงเทพ ที่ไ... อ่านต่อ

9 December, 2019