KHUN by YOO inspired by Starck

  

คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค


"KHUN by YOO inspired by Starck" คือเรื่องราวของความเป็น New Luxury… เป็นปฐมบทของการสร้างวัฒนธรรม New Luxury ให้เกิดขึ้นในตลาดอสังหาฯของประเทศไทย และยังเป็นคำตอบเดียวของกลุ่มผู้ซื้อ Super Luxury Condo ในชม.นี้ที่ล้วนแล้วแต่เบื่อหน่ายกับกระแสการสร้าง Super Luxury Condo ที่มีอยู่เกลื่อนตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่างทองหล่อ

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 11 January, 2020 เวลา 00.30 am

Prop score™: 4.3

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

KHUN by YOO

บริษัทผู้สร้าง

แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 55

สถานีรถไฟ BTS

BTS ทองหล่อ Distance 1200 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

ประมาณ 1 ไร่

ชั้น

27 ชั้น

ยูนิต

148 ยูนิต

ที่จอดรถ

Auto Parking 100%

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

The Greeting Hall (Lobby), Garden, Infinity Edge Pool, Kids Pool, Jacuzzi, Stream แยกชาย-หญิง, The Gymnasium, Yoga Room, The Reading Lounge, Meeting Room, The Screening Room, The Eight Ball, The Sky Lawn, KHUN Bar, The Screening Yard, The Rooktop


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/Branded Residences/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

studio

-

1 bedroom

41.5 – 53.5 ตร.ม.

2 bedroom

82 – 97.75 ตร.ม.

3 bedroom

139.25 – 149.75 ตร.ม.

Duplex

-

Penthouse

294 – 302.75 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

380,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

18.9 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

130 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

800 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

http://www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo/th/

1685


เพื่อนบ้าน Street View


เจาะลึก “KHUN by YOO inspired by Starck” หนึ่งเดียวของ Design Branded Residence ระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ แห่งแรกในประเทศไทย โดยแสนสิริและ YOO Studio

 

“Luxury comes from exclusivity. Individualism equals exclusivity. So by definition, every time a brand gives room to consumers to express their individualism, it becomes an exclusive, luxurious good.” Bart Suichies…คำพูดดังกล่าวน่าจะเป็นการบ่งบอกถึงนิยามของคำว่า Luxury ในยุคที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดมีแนวโน้มที่จะมองหาประสบการณ์ความหรูหรารูปแบบใหม่ที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการในแบบสุดขั้วที่ไม่เหมือนใครของตัวเองในสไตล์ New Luxury ซึ่งแตกต่างจากบริบทเดิมๆของ Old Luxury ที่ความหรูหราจำเป็นต้องมาจากองค์ประกอบทางกายภาพของสินค้า (Attribute) เป็นหลัก

 

แนวคิดของการสร้าง New Luxury Culture ในโลกของแบรนด์นั้น มาจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในฟากฝั่งของกลุ่มดีมานท์ในการเลือกใช้ Luxury Product ที่มีมากขึ้นหลายเท่าตัวในแต่ละปี จนทำให้เจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่เบนเข็มมาพัฒนารูปแบบของสินค้าให้มีความหรูหรา ราคาแพง เพื่อสนองตอบความต้องการเหล่านี้ ผลลัพธ์ก็คือเราได้เห็น Impact หลายๆอย่างที่ตามมาในกลุ่มตลาด Luxury ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าให้มีความ Mass มากขึ้น จนกลายเป็น Affordable Luxury เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย…Massification of Luxury คือสิ่งที่เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน มากจนทำให้ผู้บริโภคหลายๆคน (โดยเฉพาะกลุ่ม Gen x – Millennials) เริ่มรู้สึกว่าสินค้า Luxury ที่มีอยู่ในตลาดหลายๆแบรนด์นั้นไม่ได้มีความเป็น Exclusivity, มี Attribute & Benefit ที่คล้ายกันไปหมด, ไม่ได้สะท้อนความเป็นปัจเจกนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้มากเท่าที่ควร แตกต่างกับ New Luxury Product ที่ล้วนสร้างมนต์เสน่ห์อันเย้ายวนใจ มอบประสบการณ์อันแปลกใหม่ กับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อระดับสูงทั่วโลก จนเกิดเป็นความถวิลหาเพื่อให้ได้ครอบครอง

 

“KHUN by YOO inspired by Starck” คือเรื่องราวของความเป็น New Luxury… เป็นปฐมบทของการสร้างวัฒนธรรม New Luxury ให้เกิดขึ้นในตลาดอสังหาฯของประเทศไทย และยังเป็นคำตอบเดียวของกลุ่มผู้ซื้อ Super Luxury Condo ในชม.นี้ที่ล้วนแล้วแต่เบื่อหน่ายกับกระแสการสร้าง Super Luxury Condo ที่มีอยู่เกลื่อนตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่างทองหล่อ

สำหรับตลาดคอนโด Super Luxury ในกรุงเทพฯ ปัจจัยที่จะช่วยชี้วัดความหรูหรา นอกจากทำเลที่ตั้ง ความประณีตในการก่อสร้าง การคัดสรรวัสดุระดับโลก และบริการสุดพิเศษสำหรับไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่แตกต่างกันของลูกบ้านแล้ว อีกหนึ่งปัจจัย ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าโครงการนั้นๆได้รับการยอมรับนับถือมากน้อยแค่ไหนในสายตาของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อในแบบ High Net Worth Individuals ี่ถวิลหาความเป็น New Luxury ก็คือ ความหายาก เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์อันยากจะหาใครเลียนแบบ มีมูลค่าสูงขึ้นตามกาลเวลา จนทำให้แบรนด์นั้นๆมี Follower ที่พร้อมจะตามซื้อสินค้าใหม่ในทุกๆ Collection ที่ออกมา ซึ่งสำหรับกลุ่ม Super Luxury Condo แล้ว Branded Residence คือคำตอบที่น่าจะลงตัวที่สุด

 

ในเมืองไทยหากพูดถึง Branded Residences หลายๆคนคงจะนึกถึง Super Luxury Condo ที่ใช้เชนโรงแรมดังมาบริหารจัดการโครงการ รวมถึงในส่วนของบริการระดับมาตรฐานโลกของแบรนด์นั้นๆ ซึ่งในปัจจุบันเรามักจะคุ้นกันดีในหลายๆแบรนด์ที่มีอยู่ แต่ในโลกของ Branded Residences ทั่วโลก มีอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ Non Hotel Brand ที่มักจะเป็นการสร้างสรรค์โครงการที่มีการ Collaboration กับสินค้าในกลุ่ม Design & Fashion รวมถึงกลุ่ม Designer & Firm ชั้นนำ จนออกมาเป็น Non Hotel Branded Residences แบรนด์ต่างๆอย่างเช่น Ralph Lauren Residence, LV Residences, Bulgari Residences, Aston Martin Residences, Fendi Private Residence หรือ Armani Hotel ที่ต่างก็มีฐาน Brand Followers อันแข็งแกร่งอยู่ทั่วโลก

ในกลุ่ม Non Hotel Brand นั้นแบรนด์จาก YOO Studio ดูจะเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในเรื่องของจำนวนโครงการ ที่สะท้อนถึงความนิยมจากเหล่าสาวกทั่วโลก จากรายงานของ Savills โดย YOO Studio มีผลงานการออกแบบอยู่ใน 53 เมือง 33 ประเทศ รวมกว่า 76 โปรเจค ซึ่งแต่ละโปรเจคจะดูแลและออกแบบโดยกลุ่มนักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Philippe Starck, Jade Jaeger, Kelly Happen, Marcel Wanders, Kate Moss เป็นต้น ผ่านหลักการ 3Vs คือ Value, Velocity และ Visibility ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ YOO Studio ออกแบบที่ประเทศใดก็มักจะมีสถิติขายหมดอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมูลค่าโครงการ ก็มักมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 ในเวลาไม่นาน…ความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ของโครงการภายใต้ YOO Studio ก็คือการผสมผสานกันระหว่างความเป็น Brand’s Heritage ของวัสดุ และเฟอร์ฯที่นำมาใช้ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ออกแบบให้เข้ากับเทรนด์ของผู้พักอาศัยในทำเลนั้นๆ เมื่อบวกกับงานดีไซน์อาคารที่โดดเด่นเหนือใครแล้ว จึงทำให้โครงการแต่ละโครงการมีแรงดึงดูดที่มากกว่า Hotel Brand หรือ Luxury Fashion Brand ทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากการออกแบบโครงการที่พักอาศัยเป็นหลัก

และโครงการล่าสุดคือ โครงการ KHUN by YOO inspired by Starck ที่ทองหล่อ 12 ใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นแบรนด์ที่ได้เลือก Philippe Starck ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสระดับเอลิสต์ ผู้สร้างชื่อในแวดวงการออกแบบผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ทั้งการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน รวมถึงการออกแบบทางอุตสาหกรรมและสถาปัตยกรรม รวมทั้งคบเพลิงโอลิมปิก ปี 1992 ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เป็นเจ้าภาพ เขาก็เป็นคนออกแบบ ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูง ทำให้ฟิลิปป์ สตาร์ค เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์คนสำคัญของโลกที่มีแฟนคลับติดตามผลงานอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพราะงานของเขาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีความขบถ มีความแปลกใหม่น่าสนใจ จากแนวคิด Democratic บน Mass Function ที่มีความครีเอทีฟสูง ส่วนที่คนไทยรู้จักกันดีคือเก้าอี้ Louis Ghost Chair ที่ออกแบบให้กับแบรนด์ Kartell เมื่อปี 2002 ได้แรงบันดาลใจจากเก้าอี้ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15  ใช้วัสดุโปร่งใส จนเป็นเก้าอี้ยอดนิยมที่ขายดีนับล้านตัวทั่วโลก

ในส่วนการร่วมงานกับ YOO เพื่อทำงานออกแบบอาคารและที่พักอาศัยนั้น เริ่มต้นครั้งแรกที่กรุงลอนดอนในปี 2001 ซึ่งก็นับว่าเป็นการเปิดตัวที่สวยงาม เพราะเขาได้มองข้ามวิถีการออกแบบที่พักอาศัยที่เราคุ้นชิน ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผ่านการนำเสนออาคารในสไตล์โมเดิร์นที่แปลกใหม่ ในแบบที่แฟน ๆ ของเขาคาดหวัง ทำให้ความสำเร็จของ YOO ได้โด่งดังไปทั่วโลก และเป็นรู้จักกันดีในกลุ่มคนผู้เปี่ยมไปด้วยรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์

 

สำหรับ KHUN by YOO inspired by Starck นับว่าเป็นครั้งแรกที่ฟิลิปป์ สตาร์คก้าวเข้ามาร่วมงานกับ ‘แสนสิริ’ ภายใต้บริษัทร่วมทุนกับ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เพื่อสร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร สำหรับลูกค้าที่เป็นแฟนของฟิลิปป์ สตาร์ค และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันของย่านทองหล่อ จนนำมาสู่การออกแบบโครงการที่เรียกได้ว่าเป็น 1st Design Branded Residence ในประเทศไทย

KHUN by YOO inspired by Starck ตั้งอยู่บนทำเลที่เป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ ใจกลางถนนสุขุมวิท 55 “Heart of Thonglor” ที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ตลอดจนยังใกล้สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีเทาที่จะมีการให้บริการในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

 

นอกจากทำเลแล้ว ตัวโครงการ KHUN by YOO inspired by Starck ยังถือว่าเป็น Collectible Item ที่คนรักงานดีไซน์และเป็นแฟนตัวจริงของ Philippe Starck ต้องเก็บสะสมไว้ เพราะเป็นเพียง 1 ใน 36 โครงการที่พักอาศัยของ Starck ในโลก และเป็นโครงการแห่งแรกโครงการเดียวในไทย เปรียบเหมือนงานศิลปะชั้นเลิศจากดีไซน์เนอร์ระดับโลก

ที่มูลค่าโครงการจะสูงขึ้นตามกาลเวลา ดังนั้นแสนสิริจึงเชื่อมั่นว่าโครงการ นี้ จะเป็นโครงการระดับมาสเตอร์พีซซึ่งเป็นทั้งความภาคภูมิใจของผู้พักอาศัยและการลงทุนที่มีศักยภาพอันโดดเด่นเหนือระดับ ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Sansiri Luxury Collection” อันประกอบด้วย 3 ปรัชญาสำคัญ คือ

 

Refined Taste งานดีไซน์เปี่ยมด้วยรสนิยม ผลงานชิ้นเอกแห่งการอยู่อาศัยระดับมาสเตอร์พีซ ภายใต้แนวคิด “Industrial Heritage” แรงบันดาลใจในฝรั่งเศสในช่วงยุคหลังสงครามโลกที่ 2 ซึ่งเป็นยุคแห่งการฟื้นฟู และยุคหลังการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม โดยสะท้อนแนวคิดผ่านการใช้วัสดุแบบ “Raw Beauty” เพื่อโชว์ความสวยงามของวัสดุตามธรรมชาติ

Uncompromising Quality ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัสดุคุณภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง ตลอดจนงานศิลปะจากทั่วมุมโลก การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างวัตถุดิบที่หรูหราคลาสสิคอย่างหินอ่อนกับวัตถุดิบที่มีความแปลกใหม่อย่างปูนเปลือย ทองแดง และหินขัด พร้อมใช้การเล่นสีสันที่ตัดกัน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งที่มีขนาดใหญ่แบบ over scale ซึ่งคัดสรรมาจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ หินอ่อนภายในพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดใช้ Arabescato Classico ซึ่งโดดเด่นด้วยสีขาวที่ตัดกับสายแร่อย่างชัดเจนสวยงาม ส่วนภายในยูนิตที่พักอาศัยนั้นตกแต่งด้วย Island ครัวที่ใช้หินอ่อน Arabescato Chiaro, พื้นไม้ Engineering Floor ที่หน้าไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง Merbau (เมอร์-เบา) ซึ่งปกตินิยมใช้ในการทำเสากระโดงเรือเนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อความชื้น และกระจก Aluminate Insulated Glass แบบ Full Height ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความร้อน รังสียูวี และเสียง ได้เป็นอย่างดี

เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากแบรน์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการคัดสรรมาใช้ภายในโครงการ ได้แก่ โคมระย้า (Chandelier) ซึ่งเป็น Center Piece ของบริเวณล็อบบี้และ Meeting Room ที่สั่งทำให้มีขนาดใหญ่และใช้สีพิเศษคาราเมลโล จาก Barovier & Toso แบรนด์เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลกที่เชี่ยวชาญในด้านงาน Murano Glass (แก้วเป่า), เก้าอี้เท้าแขนสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ Poltrona Frau, เก้าอี้ Wing Back ใน Reading Lounge จาก Tom Dixon, แชนเดอเลียร์แบรนด์ Andromeda รุ่น “Pulse” ในห้อง The Eight Ball ซึ่งเป็นงานแก้วทำมือจากเมือง Murano ประเทศอิตาลี ที่ได้รับแรงบันดาลในการออกแบบจากชีพจรของมนุษย์, โต๊ะพูลที่สั่งทำพิเศษจาก Jonathan Franc ซึ่งโดดเด่นด้วยขาโต๊ะทรง “Queen Anne” ที่ให้กลิ่นอายของความคลาสสิค เข้ากับกระดานของโต๊ะที่ทำมาจากหินธรรมชาติ และเครื่องเสียงแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับโลกอย่าง B&O สำหรับมินิเธียเตอร์ใน Screening Room รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดย ฟิลิปป์ สตาร์ค ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งภายในยูนิตและพื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ Axor One  สุขภัณฑ์ในห้องน้ำแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพ, Duravit ME สุขภัณฑ์รุ่นพิเศษที่ออกแบบโดยฟิลิปป์ สตาร์ค, โซฟาและโคมไฟในล็อบบี้แบบ Classical ที่ผสมลูกเล่นในแบบฉบับของฟิลิปป์ สตาร์ค, โซฟารุ่นพิเศษบริเวณสระว่ายน้ำที่ทนทานต่อสระน้ำระบบเกลือ, คอลเลคชั่นภาพสไตล์ Monochrome แบบ Pure Form บริเวณล็อบบี้และโถงหน้าลิฟท์,   WOW Sofa and WOW Side Table และกระถางต้นไม้บริเวณ Rooftop เป็นต้น

Curated Services การมอบบริการผ่านประสบการณ์อันเหนือความคาดหมายที่ยิ่งกว่าความเอ็กซ์คลูซีฟ คือการยกระดับการให้บริการไปสู่อีกขั้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของลูกค้าระดับไฮเอนด์ อาทิ บริการ Alphard Limousine Services, Traffic Assistant ผู้ช่วยในการแนะนำการใช้งานระบบ Automated Parking ให้กับลูกค้า, Concierge ผู้ช่วยส่วนตัวในการแนะนำหรือจองสถานที่และบริการต่าง ๆ เช่น แม่บ้าน ซักรีด การจัดส่งเดลิเวอรี่ ฯลฯ, Coffee Services with Barista ซึ่งประกอบด้วยบริการ Nitro Coffee บริเวณห้อง Library เสิร์ฟพร้อมกับของว่างจากร้านขนมชื่อดังในทองหล่อ, Rooftop Bar ที่มาพร้อมกับเคาน์เตอร์บาร์ที่สามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มและจัดงานปาร์ตี้ได้ และ Special Activities โอกาสพบปะสังสรรค์ร่วมกันในทุกเดือน เช่น Sunset Cocktail Evening และ Monthly Movie Night

 

โครงการได้รับการบริหารจัดการโดย PLUS Property ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกบ้านมากว่า 20 ปี และมีประสบการณ์ดูแลลูกบ้านระดับลักซ์ชัวรี่มากว่า 5 ปี ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการเชื่อมต่อกับ LIV-24 เพิ่มความอุ่นใจด้านความปลอดภัยเป็น 2 เท่าด้วยระบบเข้าออกด้วยคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

KHUN by YOO inspired by Starck จึงถือว่าเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่าของการเป็นของรักของสะสม (Collectible Item) เปรียบเสมือนงานศิลปะล้ำค่า หายาก แตกต่างจากคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ทั่วไป และมีมูลค่าเพิ่มพูนตามกาลเวลา ในลักษณะของ Passion Investment ซึ่งเป็นเทรนด์การลงทุนที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งในระดับสูงได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลของที่ตั้งของโครงการที่อยู่ใจกลางทองหล่อ ที่เหมาะจะพัฒนาโครงการในรูปแบบ Designed Branded Residence มากที่สุดในกรุงเทพ เพราะเป็นย่านไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุดของกรุงเทพในสายตาของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

หนึ่งเดียวในไทยที่รวบรวมความเป็น Signature ของ Starck ไว้มากที่สุด!

ภายใต้แนวคิดการออกแบบสไตล์ Industrial Heritage ที่สื่อผ่านการใช้วัสดุที่มีสีสันตัดกัน อย่างทองแดงผสมผสานกับคอนกรีตเปลือย และสถาปัตยกรรมภายนอกรูปทรงแปลกตาเพื่อสร้างความดึงดูด พร้อมการประดับไฟเพื่อสร้างความโดดเด่นในยามค่ำคืน นั้นเป็นการสะท้อนความน่าสนใจของโครงการให้ทุกคนที่ผ่านไปมาในย่านใจกลางทองหล่อได้ซึมซับกับเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ที่ไม่ยึดติดกับกรอบใด ๆ ในสไตล์ของฟิลิปป์ สตาร์ค ได้อย่างดี อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวกว้างขวางเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติกลางเมืองอีกด้วย

 

ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของฟิลิปส์ สตาร์ค  และใช้วัสดุแบบเดียวกับที่ตกแต่งในล็อบบี้ของโครงการจริง  เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนที่ได้เข้ามาชมเกิดแรงบันดาลใจอย่างไม่รู้จบ นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ น่าจดจำ และสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้สีสันที่ทำให้รู้สึกสนุก การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งชิ้นใหญ่ (Over scale) อาทิ โคมระย้า (Chandelier) โดยคัดสรรแต่แบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น  Barovier & Toso แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตโคมระย้ามาหลายศตวรรษ Busnelli แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี Flos ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตโคมไฟโดยเฉพาะ อีกทั้งการมีภาพแสดงที่แตกต่างกันทุกๆ 3 ชั้น โดยเน้นการเลือกภาพจากศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ อย่าง The Birth of Adam ของมิเคลันเจโล และ The Birth of Venus ของบอตติเชลลี่ มา Crop เอาบางส่วนและนำมาประดับแบบเต็มผนัง เป็นต้น เรียกได้ว่ามีการคัดสรรวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ทำให้ทุกตารางนิ้วของ KHUN by YOO inspired by Starck มีความหรูหรา โดดเด่นและสอดรับกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยจนออกมาเป็นความสวยงามตามแบบฉบับ Raw Beauty ที่สะท้อนถึงความหรูหราในแบบฉบับ New Luxury ได้เป็นอย่างดี

KHUN by YOO inspired by Starck เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 27 ชั้น บนพื้นที่โครงการประมาณ 1 ไร่ ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักของซอยทองหล่อ 12 มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยการอยู่อาศัยแบบ Low Density เพราะทั้งโครงการมีเพียง 148 ยูนิต เปรียบเสมือนผลงานมาสเตอร์พีซของ Philippe Starck ที่มีให้ครอบครองในจำนวนจำกัด

โดยแปลงที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้ากว้างติดถนนเป็นทางเข้า และลึกเข้าไป ทำให้ตัวอาคาร เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางตัวแนวออก -ตก

ที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่ของ lobby ,drop off และลิฟท์ที่จอดรถ 3 ตัว ที่ขึ้นไปสู่พื้นที่จอดรถที่ชั้น 2-5 ที่มากถึง 102 % โดยมีที่จอดรถอัตโนมัติมากถึง 147 คัน

ในส่วนของห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 6-23 และเพนต์เฮ้าส์ที่ชั้น 26

 

รูปแบบของยูนิตภายในโครงการมีให้เลือกสรรทั้งหมด 5 แบบ เน้นห้องขนาด Compact ที่เป็นขนาด 1 นอนที่หาได้ยากสำหรับคอนโด Super Luxury เปิดใหม่ในย่านทองหล่อ คือ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ จำนวน 74 ยูนิต ขนาด 41.5049.75 ตารางเมตร วิวด้านข้างโครงการ

 

มีทั้งห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้าแคบ ทรงลึก แบ่งพื้นที่ living area และ ห้องนอนอย่างละครึ่ง ส่วนใหญ่ห้อง type นี้จะอยู่ที่ทิศเหนือ ชั้นละ 2 ห้อง และทิศใต้ชั้นละ 2 ห้อง แต่เป็นห้องหน้ากว้าง และที่ตะวันออก และตะวันตก ชั้นละ 2 ห้อง ที่ชั้น 6-21 ทุกยูนิตโดดเด่นด้วยการออกแบบ Living Area ที่มีขนาดใหญ่ เพดานสูงถึง 3 เมตร และมีระเบียงหน้ากว้าง รวมถึงระบบ Home Automation สำหรับเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และผ้าม่าน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ และมี Lighting Engineer ในทุกส่วนของโครงการและในยูนิต

 

1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ จำนวน 10 ยูนิต ขนาด 53.50 ตารางเมตร

1 ห้องนอนไซส์ใหญ่สุด ห้องมุม ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เน้นพื้นที่ living area  ที่มีเพียงชั้นละ 2 ห้อง ที่ชั้น 6-10

2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จำนวน 54 ยูนิต ขนาด 82.00 – 97.75 ตารางเมตร

2 ห้องนอน ขนาด 82 Sq.m. ห้องมุมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส วิวด้านหน้าและด้านหลังโครงการ มุมด้านทิศเหนือ ที่มีระเบียงยาวเชื่อม ห้องนอนใหญ่และห้อง living มีที่ 6-21 ชั้นละ 2 ห้อง

และมีห้องขนาด 97.75 Sq.m.  ห้องมุมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เน้นพื้นที่ living ขนาดใหญ่ ระเบียงยาวขนานพื้นที่ living มีเพียงที่ชั้น 11-21 ชั้นละ 2 ห้อง

3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จำนวน 8 ยูนิต ขนาด 139.25 – 149.75 ตารางเมตร

ห้องไซส์ใหญ่ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สุด private ที่มีชั้นละ 4 ห้อง ที่ชั้น 22-23 ทั้งห้องทรงลึก ที่ได้พื้นที่ living และพื้นที่ห้องนอนติดระเบียง กับห้อง 3 ห้องนอนไซส์เล็ก ส่วน 3 ห้องนอนไซส์ใหญ่ จะได้ห้องหน้ากว้าง เน้น living area  และพื้นที่ระเบียงยาว

และสุดท้าย เพนต์เฮ้าส์ จำนวน 2 ยูนิต ที่ชั้น 26 ขนาด 294.00 ตารางเมตร วิวทิศตะวันออก ด้านหลังโครงการ และ 302.75 ตารางเมตร วิวทิศตะวันตก ด้านหน้าโครงการ ที่อยู่เหนือชั้นพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 24-25

ที่พื้นที่ส่วนกลาง แบ่งเป็น พื้นที่สระว่ายน้ำ U shape ที่ชั้น 24

และห้องฟิตเนส และ lounge ที่ชั้น 25

รวมทั้งยังมี roof top facility อย่าง game room และ screening room รวมทั้ง outdoor area ที่เป็นพื้นที่ดูหนังกลางแจ้ง ที่ชั้น 27

โดยห้องตัวอย่างที่โครงการตกแต่งให้ชมที่โครงการจริง คือห้อง  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 97.5 ตารางเมตร ห้องเลขที่ 338/34

ที่โครงการให้ประตู digital door lock ของ Samsung

พร้อมระบบ Home automation ของ legrand

ภายในห้องเปิดต้อนรับด้วยพื้นที่ living area

ที่พื้นที่ living ปูด้วยพื้นไม้ Engineering Floor ที่หน้าไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง Merbau (เมอร์-เบา) แบ่งพื้นที่ใช้งานได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ พื้นที่นั่งพักผ่อน ที่เป็นมุมนั่งคุย ดูทีวี หรือชมวิวที่ริมระเบียง

พื้นที่ส่วนนี้กว้างพอให้วางชุดโซฟาชุดใหญ่ สำหรับ 5-6 ที่นั่ง พร้อมชั้นวางทีวีติดผนัง

ด้านหลังพื้นที่ชุดโซฟา ยังมีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะทานอาหารติดกระจกบานใหญ่ริมระเบียงสำหรับ 6 ที่นั่ง

ที่สามารถเปิดเชื่อมกับพื้นที่ระเบียงยาว รับลมเย็นๆ เข้าสู่ภายในห้อง กับวิวเมืองโดยรอบ

ที่ระเบียงโครงการออกแบบราวกันตกด้วยกระจก ทำให้มุมมองเมื่อมองจากภายในห้อง เชื่อมมุมมองสู่ภายนอกได้เป็นเนื้อเดียวกัน

รวมทั้งพื้นที่ของระเบียงนอกจากยาวตลอดแนวห้อง living กว่า 7.6 เมตรแล้ว ยังกว้างพอให้ได้ใช้งานจริง ไม่ว่าจะตั้งต้นไม้ มุมจัดสวน หรือตั้งโต๊ะจิบกาแฟยามเช้า นั่งรับลมยามเย็นกับวิวสีสันเมืองยามค่ำคืนได้

ทำให้ห้อง living ที่กว้างอยู่แล้ว ยิ่งดูกว้างขึ้น กับพื้นที่ระเบียงยาวเปิดโล่ง และหน้าต่างกระจก full height

พื้นที่ living อีกส่วน คือ พื้นที่ครัว ที่มาพร้อมกับ island หินอ่อนสีขาว Arabescato Chiaro (ที่มีให้เฉพาะที่ห้อง 2 ห้องนอนขึ้นไปเท่านั้น)

ส่วนพื้นที่ครัว โครงการให้ ครัว built-in หน้าบาน high gloss สีดำด้าน ดูเรียบหรู พร้อมช่องและชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

แบบแยกช่องการใช้งาน

พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ smeg

และเตา induction 4 หัว พร้อมที่ดูดควัน

ส่วนพื้นที่ island เป็นซิ้งค์ล้างจานของ foster ที่ก๊อกปรับระดับได้ และอ่างล้างจานมีคุณสมบัติการออกแบบที่ระบายน้ำได้ดีไม่เกิดคราบน้ำเมื่อใช้งาน

ด้านหลังของพื้นที่ครัวเป็นโถงทางเดินเข้าสู่ห้องนอนทั้งสองห้อง

ที่ห้องตัวอย่าง ออกแบบให้มีสีสันสดใส

ห้องแรกซ้ายมือ เป็นห้องนอนแรก ที่สามารถปรับเป็นห้องทำงานได้

ภายในห้องมีขนาดกะทัดรัด กว้างพอให้ใช้งานตามแต่ละฟังก์ชั้น

ห้องที่สองขวามือ ตรงข้ามห้องนอนแรก เป็นห้องน้ำสำหรับห้องนอนเล็ก และห้อง living

ภายในห้องน้ำแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง กั้นแบ่งพื้นที่ด้วย step พื้น และ shower glass

พื้นที่ส่วนแห้งโครงการให้อ่างล้างหน้าวางเคาท์เตอร์ พร้อมกระจกที่ออกแบบดูโทนเก่าๆ ตัดกับพื้นและผนังลายหินอ่อนสีขาว

พร้อมโถสุขภัณฑ์

ห้องสุดท้าย อยู่ปลายสุดของโถงทางเดิน เป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

ติดทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า และทางเข้าห้องน้ำ ที่โครงการให้หน้าบานสีขาว พร้อมมุมโต๊ะเครื่องแป้ง มุมแต่งตัว

ส่วนภายในห้องน้ำเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ ปูด้วยหินอ่อนทั้งห้อง

แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง

ที่ส่วนแห้ง โครงการให้อ่างล้างหน้าแบบ His & Her เป็นแบบแยกจากกัน

พร้อมอ่างอาบน้ำติดริมหน้าต่างบานใหญ่ วิวเมือง เปิดรับแสงภายนอก

พร้อมโถสุขภัณฑ์ติดกัน

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass และพื้นยก step

ภายในโครงการให้ Rain shower และ Hand shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

ส่วนพื้นที่พักผ่อน มีพื้นที่กว้างพอให้วางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ปลายเตียงสามารถติดทีวีที่ผนังได้

ห้องนี้ตกแต่งให้ชมด้วยภาพหัวเตียงสไตล์ Philippe Starck ภาพใหญ่

นอกจากนี้ยังมีภาพและไอเทมของตกแต่งสไตล์ Philippe Starck ทั่วทั้งห้องตัวอย่าง ทั้งภาพซูมที่ห้อง living

โคมไฟ Chandelier สีขาว

รวมทั้ง Juicy Salif Lemon Squeezer เครื่องคั้นน้ำมะนาว 3 ขา ที่ทำจากอะลูมิเนียม ของแบรนด์ Alessi ที่ Philippe Starck  ออกแบบเมื่อปี 1990 วางตกแต่งอยู่ที่ครัว

เรียกว่าเป็นห้องที่เน้นพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมกับวิวเมืองแบบ panorama ที่เหมาะกับการพักอาศัย อีกทั้งยังเป็นห้องตัวอย่างที่เสมือนสตูดิโอโชว์ผลงานของ Philippe Starck น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของ fan club Philippe Starck ไม่น้อย แต่จริงๆแล้ว ภายในห้องเป็นแบบ fully fitted โครงการน่าจะแถมซิกเนเจอร์ของ Philippe Starck ให้สักชิ้นก็น่าจะดีไม่น้อย

 

แต่ถึงแม้โครงการจะไม่ได้ตกแต่งงานของ Philippe Starck ให้ในยูนิต แต่ที่พื้นที่ส่วนกลางเรียกว่าเป็น gallery ของ Philippe Starck ขนาดใหญ่ทั่วทั้งโครงการเลยทีเดียว

 

ตั้งแต่พื้นที่ทางเข้า ที่ออกแบบให้มีสวนขนาดเล็ก พร้อมม่านน้ำตก ลดเสียงวุ่นวายภายนอกสู่เสียงธรรมชาติภายในโครงการ

ตกแต่งด้วยมุมนั่งเล่น กับเฟอร์นิเจอร์ outdoor สีสันสดใส

ธารน้ำออกแบบโดยเชื่อมจากภายนอกโครงการ เชื่อมผ่านผนังเข้าสู่ด้านใน ทำให้คนภายนอกรู้สึกว่าที่นี่มีอะไรน่าค้นหา

เชื่อมทางเดินเข้าสู่ภายในอาคารสำหรับคนเดิน

สำหรับรถยนต์เมื่อเข้าสู่ภายในโครงการ จะเห็นป้ายแสดงจำนวนที่จอดรถ Automated parking ของทุกชั้น สะดวกตั้งแต่ที่ปากทางเข้า

พร้อมจอแสดงผลการใช้งานที่จอดรถอัตโนมัติที่หน้าทางเข้าลิฟท์จอดรถ

ที่มีให้บริการ ติดทางเข้าล็อบบี้

หน้าล็อบบี้ ซึ่งอยู่ด้านข้างโครงการ ไม่ได้อยู่หันหน้าออกสู่ถนนแบบโครงการอื่นๆ ดูจะมีความส่วนตัวมากกว่า เป็นทั้งพื้นที่ drop off สำหรับส่งคุณเมื่อกลับมาถึง

รวมทั้งยังมีบริการ Alphard Limousine Services บริการรถรับส่งจากโครงการ ไปยัง BTS และทองหล่อ (ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของนิติบุคคล) สำหรับใครที่ไม่ต้องการนำรถยนต์ไปเอง โดยเบื้องต้น ให้บริการทุกครึ่งชั่วโมง ในช่วงเวลา 8.00-10.00 น. และ 17.00-19.00 น. และช่วงเวลาอื่นๆให้บริการทุกชั่วโมง

ที่สามารถรอรถ บริการ Alphard Limousine Services หรือรอรถส่วนตัวจากลิฟท์อัตโนมัติ ได้ที่The Greeting Hall โถง lobby ที่โมเดิร์นและคลาสสิกให้ความลักซ์ชัวรี่แบบมีรสนิยมเฉพาะตัว

ที่ล้วนแต่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Philippe Starck ที่เน้นความ overscale

และยังโดดเด่นกับ Chandelier ซึ่งเป็น Center Piece ของล็อบบี้ ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลายล้านบาท

มาพร้อมกับมุมโซฟาพักคอย หลากลายมุม ให้เลือกใช้งาน

 

????????????????????????????????????

ซึ่งการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ ล้วนแล้วแต่เลือกมาอย่างละชิ้น ดูแตกต่าง แต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะโครงการ เสมือน Art Gallery ที่แสดงศิลปะระดับ master piece ที่มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีเคาท์เตอร์ Concierge ที่มีพนักงานนั่งประจำตลอด 24 ชั่วโมง เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการแนะนำหรือจองสถานที่และบริการต่าง ๆ เช่น แม่บ้าน ซักรีด การจัดส่งเดลิเวอรี่ ฯลฯ

จากโถง lobby เชื่อมเข้าสู่โถงลิฟท์กับการออกแบบที่เน้นพื้นหินอ่อน และผนังลายปูนเปลือย เล่นกับ lighting โดยรอบ

ลิฟท์มีบริการเพียง 2 ตัว แต่ 1 ตัวสามารถรับปริมาณผู้โดยสารสูงสุดได้ถึง 21 คน

ภายในลิฟท์จึงดูโปร่ง โล่ง และกว้างขวางมาก เมื่อเทียบกับลิฟท์อื่นๆ

ในส่วนของโถงทางเดินในแต่ละชั้น ดูลึกลับ เน้น lighting และ space นำสายตาด้วยเฟรมรูปถ่าย ที่ zoom in  เฉพาะบางส่วน

เป็นเหมือนโถงทางเดินในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ที่เน้นแสง และเงา เพิ่มจุดดึงดูดสายตาให้กับภาพถ่าย ที่จะเปลี่ยนรูปไปทุกๆ 3 ชั้น เรียกได้ว่าเป็นภาพถ่ายเฉพาะชั้นเลยก็ว่าได้

อีกทั้งจุดเด่นของโครงการที่ออกแบบตู้จดหมายให้มาอยู่บริเวณโถงลิฟท์ของแต่ละชั้น เพื่อความสะดวกของผู้พักอาศัยที่แท้จริง

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง อย่างพื้นที่สระว่ายน้ำที่ชั้น 24 ถูกตกแต่งด้วยภาพถ่ายที่เกี่ยวกับการว่ายน้ำ

เป็นสระ star scape คือพื้นสระว่ายน้ำเป็น fiber optic และวัสดุโลหะเงินแท้ๆ เป็นลวดลายที่ก้นสระ สะท้อนกับผิวน้ำ สู่เพดานที่เป็น reflex สะท้อนเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้าที่กระพริบอยู่เสมอ

ลวดลายของเสา เป็นการสร้างลายเรขาคณิต Pattern พิเศษขึ้นมาบนวัสดุอย่างอลูมิเนียมคอมโพสิท

โดยสระว่ายน้ำเป็นทรง U shape เป็นสระ Infinity Edge Pool กว้าง 4.5 m x 30 m ที่มาพร้อมเพดานสูง เปิดรับลมทุกทิศทาง

ที่สระสามารถปรับอุณหภูมิน้ำได้ นับว่าเป็นสระที่ดู Grand มากที่สุดในบรรดาทุก Super Luxury Condo ในย่านทองหล่อ

ซึ่งที่บริเวณปลายสระทั้งสองด้านเป็น jacuzzi และสระเด็ก

และ pavilion ยกระดับ กับเฟอร์นิเจอร์เข้าเซ็ตสีขาว

พร้อมโซนนั่งเล่นพักผ่อน ชมวิวเมือง โดยเฉพาะแสงไปยามค่ำคืนของทองหล่อ 180 องศา

และที่ผนังก็ตกแต่งด้วยโคมไฟ overscale ของ Philippe Starck ที่ติดตั้งเสมือนเป็นผนังแสดงผลงานศิลปะ

โซน indoor ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยหินอ่อนมีลายทั้งพื้นและผนังห้องน้ำ ด้านในสุดทั้งห้องชายและหญิง มี stream room

พร้อม locker สำหรับเก็บของ ที่ตัวล็อกเป็นแบบ one time password

ส่วนที่ชั้น 25 เป็น lounge ที่มาพร้อมกับโซน the reading lounge ที่ตกแต่งด้วยหมอนของลูกสาว Philippe Starck

ที่ยังคงคอนเซปต์ของเฟอร์นิเจอร์ overscale แต่ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน

และ meeting room ที่มาพร้อมกับ Creation of Adam ที่ตัดมาเฉพาะส่วนแขน เป็นภาพใหญ่เต็มความกว้างผนัง

 

และมีบริการ Coffee Services with Barista ซึ่งประกอบด้วยบริการ Nitro Coffee บริเวณห้อง Library เสริฟ์พร้อมกับของว่างจากร้านขนมชื่อดังในทองหล่อ

อีกส่วนจะเป็น ห้องฟิตเนส The Gymnasium ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ของ Technogym ที่ครบครัน รุ่นพิเศษที่ดีไซน์โดย Antonio Cittario

และห้องออกกำลังกายส่วนตัวที่สามารถใช้งานได้ทั้งโยคะ และบัลเลต์

ล้อมรอบด้วยวิวเมือง และวิวสระว่ายน้ำ

ส่วนที่ชั้น 27 Rooftop Bar  หรือ The Sky Lawn ที่มีทั้งโซน indoor และ outdoor

ก็ยังมีภาพตกแต่งที่สอดคล้องกับการใช้งานของชั้นๆ ติดอยู่ตลอดโถงทางเดิน

ที่โซน outdoor มาพร้อมกับเคาน์เตอร์บาร์ KHUN Bar เอาท์ดอร์เคาน์เตอรบาร์สุดหรูทำจากหินอ่อน White Carrera พร้อมบริการเครื่องดื่มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่สามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มและจัดงานปาร์ตี้ได้

และ Special Activities โอกาสพบปะสังสรรค์ร่วมกันในทุกเดือน เช่น Sunset Cocktail Evening และ Monthly Movie Night ที่เป็นThe Screening Yard พื้นที่ความบันเทิงกลางแจ้งกับจอทีวีเอ้าท์เดอร์ขนาด 85 นิ้วและเครื่องเสียงจาก Bose

และยังมีโซนพื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัว โอบล้อมด้วยต้นไม้

และวิวpanorama

The Rooktop โซนเกมแบบเอาท์ดอร์ the fun roof ที่มีทั้งตารางหมากรุกแบบโอเวอร์ไซส์

ที่ไม่เพียงแต่ขนาดจะใหญ่ แต่สีสันยังสดใส เหมาะกับโซนสนุกๆอีกด้วย

และที่ผนังก็ตกแต่งด้วยโคมไฟ overscale ของ Philippe Starck ที่ติดตั้งเสมือนเป็นผนังผลงานศิลปะ

ในส่วนของ indoor เป็นห้อง screening room

ที่ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า ในคอลเลคชั่น “Le roi c’est moi” (The King is Me) ที่เวลานั่งบน WOW Sofa จะเหมือนนั่งอยู่ใต้มงกุฎพระราชา

ผนังห้องเป็น acoustic laminate และลำโพงจาก B&O  

????????????????????????????????????

ในส่วนห้อง THE Eight Ball เป็นห้องสำหรับเล่นพูล

ผนังเก็บเสียงบุด้วยหนังวัวแท้

และยังคงคอนเซปต์การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์น สีสันสดใส

และโคมไฟ over scale ขนาดใหญ่กลางห้อง

ส่วนโต๊ะพูล ก็เป็นโต๊ะหินอ่อนบุด้วยผ้าสักหลาด รองด้วยพรม custom made ที่มีลวดลายที่สร้างมาจากแรงบันดาลใจโดยงานของ Jackson Pollock จิตรกรชาวอเมริกันผู้เลื่องชื่อจากศิลปะแนว abstract expressionism

 

“ลึกลับ เปี่ยมเสน่ห์ รุ่มรวยรสนิยม” น่าจะเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุดของ KHUN by YOO inspired by Starck คอนโดที่ผมยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง New Luxury Culture ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาเยี่ยมชม สัมผัสบรรยากาศ ก็ล้วนแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันกำลังมองหา แต่ยังหาไม่เจอที่ไหน” ที่นี่คือ 1st Design Branded Residence แห่งแรกของเมืองไทย เช่นเดียวกับการเป็นโครงการแรกภายใต้การออกแบบของ YOO Studio ในประเทศไทย ที่ผสานมนต์เสน่ห์ของงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครพร้อมพลิกโฉมที่อยู่อาศัยให้กลายเป็น “Rare Item” ที่ควรคู่แก่การแสวงหาและเก็บสะสม

 

นี่คือก้าวแรกในการปักธงรบในตลาด Super Luxury Condo ในกรุงเทพฯ ของแสนสิริ ที่มองว่ากลุ่มตลาดนี้เริ่มถึงจุดที่มาตรฐาน และคุณภาพในการก่อสร้าง รวมถึงงานดีไซน์ไม่ได้เป็น Trigger สำคัญต่อกลุ่มผู้ซื้อที่เป็น Real Demand ในกลุ่มเซกเมนท์ HNWIs เท่าไหร่นัก แตกต่างจาก Design Branded Residence ที่สะท้อนอัตลักษณ์ที่แตกต่างของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างมีสไตล์ ตอบสนอง Need ในแบบ Self – Actualization ได้มากที่สุด ซึ่งในบรรดา Branded Residence ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกกว่า 400 แห่ง 55,000 ยูนิต *ข้อมูลจาก Savills report 2018 สหรัฐอเมริกานับว่าเป็นประเทศที่เป็นศูนย์รวมของ Branded Residences ชั้นนำ ทั้งในส่วนของกลุ่ม Hotel Branded และ Non – Hotel Branded (ที่ส่วนใหญ่เป็น Design & Fashion Brand) โดยตลาดทั้งโลกมีการเติบโตมากถึง 198% ทำให้แสนสิริได้เล็งเห็นถึงศักยภาพตลาดดีไซน์เรสซิเดนซ์ในประเทศไทย ที่ยังมีช่องว่างของตลาดในการพัฒนา Branded Residence อย่างเต็มรูปแบบในไทย แตกต่างจาก Hotel Branded ที่ตลาดเริ่มที่จะอิ่มตัวกับความคล้ายคลึงกันในเชิง Hospitality Service… แสนสิริและ YOO Studio ได้จับมือร่วมกันพัฒนาตั้งแต่การวางคอนเซ็ปท์โครงการ ตลอดจนการออกแบบและดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับลักซ์ชัวรี่อย่างแท้จริง จนออกมาเป็นโครงการที่มีอันดับเทียบเท่ากันกับ ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ระดับโลก อาทิ Bulgari Hotels & Resorts, Aston Martin Residences, Fendi Private Residence หรือ Armani Hotel มาใช้ในการพัฒนาโครงการ KHUN by YOO inspired by Starck ในฐานะ 1st Design Branded Residence แห่งแรกของแสนสิริ และแห่งแรกในไทยของ YOO

ที่นี่ยังเป็นโครงการที่ช่วยเติมเต็ม Port Folio ของกลุ่ม “Sansiri Luxury Collection” ให้มีมิติครอบคลุมไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มี Brand Loyalty สูง และใช้ปัจจัยในด้านการมองหาของสะสมหายาก เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความต้องการในแบบ Passion Investment ที่ซึ่งยิ่งหายากก็ยิ่งมีค่า มีราคาที่ทวีขึ้นตามเวลาที่ผ่านพ้นไป ภายใต้ 3 ปรัชญาสำคัญ คือ Refined Taste งานดีไซน์เปี่ยมด้วยรสนิยม ผลงานชิ้นเอกแห่งการอยู่อาศัยระดับมาสเตอร์พีซ, Uncompromising Quality ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัสดุคุณภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง ตลอดจนงานศิลปะจากทั่วมุมโลก และ Curated Services การมอบบริการผ่านประสบการณ์อันเหนือความคาดหมายที่ยิ่งกว่าความเอ็กซ์คลูซีฟ จึงเกิดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่าของการเป็นของรักของสะสม (Collectible Item) เปรียบเสมือนงานศิลปะล้ำค่า หายาก แตกต่างจากคอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ทั่วไป ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในกระแสอันเชี่ยวกรากของ Old Luxury Culture ที่ต้องพยายามมากกว่าเดิมในการซื้อใจลูกค้าให้ได้ในระยะยาวครับ ผมเชื่อแน่นอนว่าจากนี้ต่อไปเราจะได้เห็น Branded Residence ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากแสนสิริอีกหลายโครงการตามมา

 

ด้วยการที่เป็น 1 ในแค่ 36 โครงการที่พักอาศัยดีไซน์โดยฟิลิปป์ สตาร์ค จากทั่วโลกจึงทำให้ขณะนี้ โครงการมียอดจองสูงถึง 70% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าชาวไทย 85% และลูกค้าชาวต่างชาติ 15% (ส่วนใหญ่เป็นคนฮ่องกง) ที่ชื่นชอบในผลงานของ ฟิลิปป์ สตาร์ค โดยตรง จึงคาดว่าโครงการน่าจะได้รับความสนใจที่มากขึ้นจากเหล่าผู้รุ่มรวยรสนิยมที่มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลกครับ โดยแสนสิริตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถปิดการขายให้ครบทุกยูนิตในโครงการได้ภายในปี 2021 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 18.9 ล้านบาท เฉลี่ย 380K ขึ้นจากตอนเปิดตัวที่ 360K นับว่าไม่แพงเลยสำหรับโครงการที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวแบบนี้

 

สัมผัสกับประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่กับ “KHUN by YOO inspired by Starck”

1st Design Branded Residence แห่งแรกของแสนสิริ และ แห่งแรกในประเทศไทยของ YOO Studio

ได้แล้ววันนี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo/th/ หรือโทร 1685



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.3

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


อยากอยู่คอนโดในย่านเอกมัย ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท ตอนนี้มีที่เดียว PHILO EKKAMAI 6 เงียบสงบเป็นส่วนตัว จำนวนจำกัดแค่ 78 ยูนิตเท่านั้น

สาเหตุหลักๆ ที่เอกมัยกลับมาบูมอีกครั้งเป็นเพราะคาแรกเตอร์ของทำเลเอกมัยนั้นมีความน่าอยู่สูงมาก เป็นทั้ง Residential Area ย่านที่อยู่อาศัย Office area มีแหล่งงานแทรกตัวอยู่ Commercial area มีห้างใหม่... อ่านต่อ

17 January, 2020



Monthly Roundup ธ.ค. 62

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ “ศุภวัฒนาลัย” (Supalai Wellness Valley) ชูแ... อ่านต่อ

14 January, 2020

RE2020 ทศวรรษใหม่อสังหาฯ “ตั้งรับเพื่อรอการเปลี่ยนแปลง” พร้อมแนะนำแนวทางการตลาดที่น่าสนใจในปีนี้

เชื่อแน่นอนว่าสภาพจิตใจของเพื่อนๆส่วนใหญ่ที่ทำงานวนเวียนอยู่ในสายอสังหาฯตอนนี้ ก็คงยังอ... อ่านต่อ

8 January, 2020

CHAROEN KRUNG OFF-TREND REAL ESTATE Chapter 2: Living In Charoenkrung

จากซีรีย์ “Chapter 1: Lifestyle and Real Estate Opportunity” (อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http... อ่านต่อ

25 December, 2019

CHAROEN KRUNG: OFF-TREND REAL ESTATE

เมื่อพูดถึงทำเลทองสำหรับนักอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ คงหนีไม่พ้นทำเลติดรถไฟฟ้าที่เพียงแ... อ่านต่อ

20 December, 2019

แซมพ์ บิลเดอร์ (SAMPS Builder) บริษัทรับสร้างบ้าน ที่มุ่งเน้นสร้างบ้าน สร้างอาคารทุกประเภท ที่มีมาตรฐานระดับสากล ส่งน้องใหม่ “คราวน์ (CROWN)” ลุยธุรกิจรับสร้างบ้าน หวังติดปีกให้ บ.แม่และธุรกิจในเครือ ก้าวสู่บริษัทรับสร้างบ้านอันดับต้นๆ ของไทย นำจุดแข็งด้านการออกแบบรูปแบบบ้านที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมลุยสร้างแบรนด์ผ่าน online และ offline เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านเองในระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า CROWN โดยเฉพาะ หวังยอดจองปีนี้ 500 ลบ. ยอดทำสัญญา 375 ลบ.

23 January, 2020