The ESSE Sukhumvit 36

  

ดิ เอส สุขุมวิท 36


The ESSE Sukhumvit 36 คอนโด Super luxury สูง 43 ชั้น 338 ยูนิต บนที่ดิน 2-2 ไร่ ที่มาพร้อมส่วนกลางที่มีมากถึง 20 ประเภทการใช้งาน ที่ล้วนแต่มีจุดเด่น และมีการออกแบบที่มีความเฉพาะ หรูหรา และพิถีพิถันรอง รับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบถ่ายทอดความเป็นไทยในทุกๆ งานออกแบบ

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 11 November, 2020 เวลา 00.10 am

Prop score™: 4.3

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The ESSE Sukhumvit 36

บริษัทผู้สร้าง

Singha Estate Plc.

สถานที่

ถนนสุขุมวิท

สถานีรถไฟ BTS

BTS ทองหล่อ Distance 30 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

2-2 ไร่

ชั้น

43 ชั้น

ยูนิต

338 ยูนิต

ที่จอดรถ

ประมาณ 301 คันคิดเป็น 89% รวมจอดซ้อนคัน เป็น 100%

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Parking Spaces, Mailbox & Storage space, Sunken Lawn Garden, Water Garden, Rice Field Garden, Roof Orchard, The Reading Lounge, Swimming Pool with Separate Kid's Pool, Fitness, Virtual Bike, Golf Simulator, Steam Room, Horizon Onsen, Treatment Room, Kids Room, Sky Lounge, The Residence Lounge, Space for Private Parties, Sky Theatre, BBQ Deck,


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์

studio

-

1 bedroom

38.50 – 43.25 ตร.ม.

2 bedroom

73.50 – 77 ตร.ม.

3 bedroom

116.75 – 124.25 ตร.ม.

Duplex

-

Penthouse

252 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

330,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

12.6 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

100 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

1,000 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2020

เว็บไซต์

https://bit.ly/3epKfy9

1221


เพื่อนบ้าน Street View


พาชม The ESSE Sukhumvit 36 คอนโดระดับมาสเตอร์พีซ โดยทีมพัฒนาระดับโลก ที่แค่หรูไม่พอ แต่ต้องอยู่สบายอย่างยั่งยืน ติด BTS ทองหล่อ

The ESSE Sukhumvit 36 (ดิ เอส สุขุมวิท 36) เป็นโครงการภายใต้แบรนด์ The ESSE ลำดับที่สาม โดย สิงห์ เอสเตท แต่เป็นลำดับสามที่มีความพิเศษ เพิ่มมามากถึง 3 อย่างจากโครงการ The ESSE สองโครงการที่ผ่านมา คือ

 

หนึ่ง ทำเลที่ดีที่สุด เนื่องจากอยู่ติดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเพียงแค่ก้าวเดียว

 

สอง คือเป็นโครงการร่วมพัฒนาโดยทีมพัฒนาอสังหาฯระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Hongkong Land ที่มาร่วมทุนในการพัฒนาโครงการ และที่ปรึกษาการออกแบบโดย SOM (Skidmore, Owings & Merril) ที่ต้องการสะท้อนความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ของมหานครกรุงเทพ เมืองสำคัญของศูนย์กลาง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังได้ทีมตกแต่งภายในอย่าง DWP และ Landscape โดย Shma บริษัทออกแบบอันดับต้นๆของไทย มาร่วมงานอีกด้วย

และสามเป็นโครงการคอนโดพร้อมอยู่สร้างเสร็จใหม่แห่งแรก ที่สะท้อนถึงแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่พักอาศัยของบริษัท คือ “Enriching Living” ที่มุ่งเน้น 3 องค์ประกอบหลัก คือ

 

1) การอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต (Smart Living)

เพราะการออกแบบที่มาจากการสำรวจความต้องการของลูกค้า พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้ง งาน design , space , function และ facility ที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของครอบครัวในทุก ๆ วัน ทำให้ทุกคนมีความสุข เพราะนั่นคือคุณค่าที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต

 

2) การอยู่อาศัยแบบสุขภาพดี (Healthy Living) ด้วยการพิถีพิถันในการออกแบบสภาพแวดล้อมขึ้นมาให้รายล้อมการใช้ชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย

 

และ 3) การอยู่อาศัยแบบยั่งยืน (Sustainable Living) เพื่อส่งมอบคุณภาพงานของโครงการในระดับ Best in Class ที่นอกจะพิถีพิถันในทุกรายละเอียดแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมการดูแลแบบต่อเนื่องจาก SLife application ที่สามารถติดต่อโครงการได้โดยตรง ที่มาพร้อมประสบการณ์พิเศษที่มีเฉพาะลูกบ้าน Singha Estate เท่านั้น

 

นอกจากแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่พักอาศัยของบริษัท ที่สะท้อนผ่าน Enriching Living แล้ว The ESSE Sukhumvit 36 ยังมี Brand Idea ในการพัฒนาโครงการที่ค่อนข้างโดดเด่นภายใต้สโลแกน A Harmony of Contrast อันมีองค์ประกอบ 4 ประการ อาทิ

 

A HARMONY OF CONTRAST – CITY AND SERENITY การหลอมรวมความแตกต่างระหว่างความวุ่นวายของย่าน CBD ทองหล่อ ผสานความสงบส่วนตัวเป็นเอกลักษณ์ของโครงการ

ทำเลสุขุมวิทตอนกลาง ที่ตั้งและรายล้อมไปด้วยการเดินทางทั้งทางรถไฟฟ้า รถยนต์บนถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิท และทางด่วนที่ห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร และเป็นแหล่งรวม Neighborhood Facilities หลักระดับแม่เหล็กของกรุงเทพฯทั้งโรงเรียนนานาชาติอย่าง Bangkok Prep International School, Trinity International School, Wattana Wittaya Academy, Ekkamai International School มหาวิทยาลัย Srinakharinwirot (Prasarnmit) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง Sukhumvit Hospital, Samitivej Sukhumvit Hospital, Camillian Hospitalฯลฯ รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันกับ Urban lifestyle ที่มีร้านค้ามากมายในย่านทองหล่อ และ community mall ที่พร้อมให้บริการทั้ง Rainhill, Gateway Ekkamai, Market Place , The EM District ฯลฯ รายล้อมรอบตัวคุณ ให้คุณได้เลือกใช้ชีวิตใจกลางเมืองได้อย่างหลากหลาย

แต่เมื่อกลับเข้าสู่ที่พัก ก็ควรต้องได้รับความสงบแม้จะอยู่ใจกลางเมืองที่แสนวุ่นวาย โครงการจึงสร้างความเงียบสงบ กับการเปิดพื้นที่ติดถนนสุขุมวิทกว่า 35 เมตร เนรมิตเป็นพื้นที่ทางเข้าที่เป็นสวน สายน้ำ ที่ทำหน้าที่ต้อนรับคุณ ด้วยความสงบร่มรื่น และเป็น buffer zone ระหว่างพื้นที่ความวุ่นวายและตัวอาคารที่พักอาศัยได้อย่างดีเยี่ยม

A HARMONY OF CONTRAST – AUTHENTIC AND CONTEMPORARY

การหลอมรวมความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทย ที่เหมาะกับสภาพภูมิประเทศแถบร้อน ทำให้เกิดการออกแบบตัวอาคารบนแนวคิดของการสร้างบ้านไทย มาปรับใช้กับการเปิดโถงสูงโปร่ง และโล่ง ประกอบกับการวางตัวห้องและอาคารตามทิศทางลมธรรมชาติ ทำให้เกิด air ventilation ลมถ่ายเทได้สะดวก ทำให้อาคารไม่ร้อน และเย็นสบายแม้พื้นที่โถงทางเดิน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันแดดฝน และสร้างความสัมพันธ์กับธรรมชาติโดยรอบได้อย่างกลมกลืน

เพิ่มภาวะความน่าสบายภายในอาคารกับการใช้กระจก insulated เพื่อลดความร้อนเข้าสู่อาคาร และป้องกันเสียงภายนอกได้เป็นอย่างดี

การใช้สัดส่วนหน้าต่างทรงสูงที่ได้ inspire มาจากประตูบานเพี้ยมแบบไทยๆ

การมีสัดส่วนห้องและพื้นที่ใช้งานเป็นส่วนๆ เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน และการประยุกต์คอนเซปต์นาขั้นบันไดมาใช้กับ Landscape ของโครงการ

และเส้นสายความโค้งของหลังคาและองค์ประกอบอาคารแบบไทยๆ ก็ถูกหยิบมาปรับใช้กับผนังรั้วโครงการ รวมทั้ง facade อาคาร โดยนำมาประยุกต์ให้มีความเป็นสากล ด้วยการใช้วัสดุ โทนสี และการออกแบบที่นำไปสู่ความเป็น Iconic ของตัวโครงการใจกลางมหานคร

A HARMONY OF CONTRAST – SOCIETY AND EXCLUSIVITY

การหลอมรวมความต้องการในการใช้ชีวิตแบบสังคม กับความเป็นส่วนตัว ที่สะท้อนออกมาผ่านการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้ใช้งานเป็น Public หรือปรับเป็น Private ได้ตามความต้องการ รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศมาตรฐานโรงพยาบาล แบรนด์ IQAir ภายในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุดเพื่ออากาศบริสุทธิ์ ปลอดจากเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ฝุ่นละอองต่างๆรวมทั้ง PM 2.5

A HARMONY OF CONTRAST – PASSION AND FUNCTION

การหลอมรวมความต้องการของแต่ละบุคคล กับการออกแบบยูนิตในแต่ละ type ที่หลากหลาย เพื่อ serve ความต้องการของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และผสานเทคโนโลยีอย่าง Home automation ที่รองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกสบายในการพักอาศัย

The ESSE Sukhumvit 36 คอนโด Super luxury สูง 43 ชั้น 338 ยูนิต บนที่ดิน 2-2 ไร่ ที่มาพร้อมส่วนกลางที่มีมากถึง 20 ประเภทการใช้งาน ที่ล้วนแต่มีจุดเด่น และมีการออกแบบที่มีความเฉพาะ หรูหรา และพิถีพิถันรอง รับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบถ่ายทอดความเป็นไทยในทุกๆ งานออกแบบ

 

ตั้งแต่รั้วติดถนนหน้าโครงการ ที่ใช้หินแท้ Picazzo grey กลึงให้เกิดความโค้งตามคอนเซปจั่วบ้านไทย คั่นด้วยแผ่นอลูมิเนียมสีแชมเปญโกลด์

เมื่อเข้าสู่ภายในโครงการ ก็ต้อนรับด้วยพื้นที่ Green area ที่มีมากถึง 30% ของที่ดินติดทางเข้า ที่นอกจากจะเว้นพื้นที่เป็น Buffer area ระหว่างความวุ่นวายบนถนนสุขุมวิทกับตัวที่พักอาศัยแล้ว ยังเป็นพื้นที่ใช้งาน พักผ่อน ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่สายพันธุ์ท้องถิ่นไทย อาทิ ไม้มงคลอย่างต้นนางกวัก ต้นมั่งมี ฯลฯ และ Golden ears of rice Sculpture ที่ออกแบบจากรวงข้าวสีทอง ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามสีเขียว ที่เล่นระดับแบบนาขั้นบันได ทำให้สามารถแบ่งการใช้งานเป็นหลายๆ กิจกรรมได้

พื้นที่สวนขนานกับทางเดินเท้าและถนนโครงการ เชื่อมไปยังพื้นที่ต้อนรับ ที่เน้นออกแบบให้มีพื้นที่ใช้งานหลายส่วน และรองรับการอยู่อาศัยแบบ privacy เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่รองรับสำหรับผู้มาติดต่อ ส่งของ หรือแม้แต่นัดประชุมงานเร็วๆกับพนักงานก็มาสามารถใช้พื้นที่นี้ได้ อีกทั้งการออกแบบยังใช้แนวคิดความเป็นไทย คือการเล่นกับพื้นที่ indoor, outdoor และ semi-outdoor ตามแบบของบ้านไทยที่มีพื้นที่ในอาคาร พื้นที่ชานบ้าน และพื้นที่ลานกลางแจ้ง

โดยพื้นที่ส่วนแรกคือ Arrival terrace พื้นที่นั่งพักคอยสำหรับผู้มาติดต่อ หรือนั่งพักผ่อนสำหรับลูกบ้านกับพื้นที่สวนสีเขียว ที่อยู่เชื่อมกันเป็นพื้นที่ outdoor

เชื่อมไปกับโถงทางเดิน ที่ออกแบบให้เป็นทางเดินบนน้ำ water feature ซึ่งน้ำเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสถาปัตยกรรมไทย และยังเป็นตัวสร้างความเย็นให้กับพื้นที่ใช้งาน จากการพัดพาความเย็นของลมเข้าสู่ภายในอาคาร หรือพื้นที่ใช้งาน เสริมกับ element เพดานลายไม้ ที่สูงโปร่ง ดูอบอุ่น แต่หรูหราในเวลาเดียวกัน

โถงทางเดินเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ Thirty Six Lounge พื้นที่ห้องรับรองที่ออกแบบคล้ายการวางแปลนบ้านไทยที่แยกเรือนรับรองไว้หน้าบ้านและมีทางเดินเชื่อมเรือนพักอาศัยถึงกัน สำหรับลูกบ้านสามารถใช้งานเป็นห้องรับแขกคนสำคัญ หรือนั่งรอรับของออนไลน์ที่จะมาส่งให้ก็ได้

โดดเด่นด้วย Chandellier เส้นใยสีทองที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าไหมไทย กับเสาหินอ่อน Palissando Copper bronze และเคาท์เตอร์หินอ่อน Black forest

หรือใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนอ่านหนังสือเล่มโปรดท่ามกลางวิวน้ำและสวนที่เสริมสร้างบรรยากาศความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว

หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปใช้งานพื้นที่ outdoor อย่าง seating area ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เสียงน้ำไหล แบบวิถีธรรมชาติก็ได้ความสงบอีกแบบ

ถัดจาก Thirty six Lounge จะเป็นพื้นที่ Auto parking สำหรับ sedan 2 ตัว และด้านในสำหรับ SUV อีก 2 ตัว รวม 70% ของที่จอดรถ ซึ่งเป็นโครงการแรกของสิงห์ที่ใช้ระบบ Autoparking กับลิฟท์ถึง 4 ตัว และการันตีการรอเฉลี่ยเพียง 3 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน

แต่ถ้าใครไม่ชอบจอดแบบ Autoparking โครงการก็มี Conventional Parking ไว้รองรับอีก 30% พร้อมช่องจอด EV Charger

ถัดมาเป็นส่วนของอาคารพักอาศัย กับ Lobby ที่ตกแต่งด้วย Chandelier ทอจากเส้นใยสีทอง ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าไทยที่พริ้วไหวลอยอยู่ด้านบน

พื้นที่ Lobby เป็นทั้งมุมนั่งพักผ่อน และเป็น waiting area ของ auto parking พร้อม Conceige service บริการดูแลลูกบ้านในการติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกบริการ ร้านอาหาร สปา ซักรีด รถรับส่ง สำรองพื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ

ติดLobbyมีห้องMail room แยกเป็นสัดส่วน คงคอนเซปต์การตกแต่งด้วยลายไม้และอลูมิเนียมสีแชมเปญโกลด์

ส่วนห้องนิติบุคคล ทางโครงการแยกออกจากพื้นที่ส่วนตัวของลูกบ้าน ด้วยการยกห้องนิติบุคคลไปที่ชั้น mezzanine

ลิฟท์โดยสารมีให้บริการถึง 4 ตัว เป็นระบบคีย์การ์ด กดชั้นที่ด้านหน้าลิฟท์

ส่วนภายในลิฟท์ปูด้วยหินอ่อนสีดำ ผนังลายไม้

พื้นที่ส่วนกลางเชิง passive activities อยู่ที่ชั้น

โถงทางเดินเปิดเป็น air ventilation ทั้งสองฝั่ง ทำให้มีแสงธรรมชาติส่องถึงทั่วโถงทางเดิน และยังมีความเย็นสบายจากลมธรรมชาติที่พัดผ่านตลอดเวลา

โถงทางเดินเปิดเป็น air ventilation ทั้งสองฝั่ง ทำให้มีแสงธรรมชาติส่องถึงทั่วโถงทางเดิน และยังมีความเย็นสบายจากลมธรรมชาติที่พัดผ่านตลอดเวลา

โถงทางเดินเปิดเป็น air ventilation ทั้งสองฝั่ง ทำให้มีแสงธรรมชาติส่องถึงทั่วโถงทางเดิน และยังมีความเย็นสบายจากลมธรรมชาติที่พัดผ่านตลอดเวลา

ที่ภายในห้องน้ำมีล็อกเกอร์เก็บของไว้รองรับหลากหลายมุม

พร้อมมุมนั่งเปลี่ยนชุด เก็บของ และแต่งตัว

แยกชายและหญิง

สามารถใช้เปลี่ยนชุดสำหรับลงสระน้ำ หรือเข้าออนเซนได้

ถัดเข้าไปจากพื้นที่ห้องน้ำและล็อกเกอร์เป็นออนเซ็น

ภายในห้องแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนคือ

พื้นที่ส่วนแรกเป็นพื้นที่ชำระล้างร่างกายทั้งแบบ rain & hand shower และพื้นที่นั่งล้างตัวแบบต้นกำเนิดญี่ปุ่น แยกช่อง

พื้นที่ที่สองอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นห้อง steam ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ตัดกับพื้นที่ออนเซนที่เป็นโทนสีดำ

และพื้นที่สุดท้ายเป็นพื้นที่บ่อน้ำแร่ออนเซ็นที่แยก 2 อุณหภูมิ คือ 38 และ 42 องศา

โอบล้อมด้วยวิวเมืองใจกลางทองหล่อ ให้คุณได้ผ่อนคลายร่างกายพร้อมพักสายตาในเวลาเดียวกัน

ปลายสุดของห้องออนเซ็น มีปะติมากรรมหิน Balancing stone ที่มีความหมายถึงความโชคดีให้ความรู้สึกสงบแบบ zen

นํ้าแร่ในบ่อ 42 องศา ประกอบด้วย แร่ Potassium, Sodium chloride, Borate ช่วยผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต กระตุ้นระบบหายใจ กระตุ้นระบบประสาท,ฮอร์โมน,การทํางานของเซลในร่างกายช่วยให้ผมและผิวหนังอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น

ส่วนนํ้าแร่ในบ่อ 38 องศา ประกอบด้วย แร่ Magnesium, Potassium ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ความดัน โลหิต ความเครียดวิตกกังวล กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต กระตุ้นระบบหายใจ กระตุ้นระบบประสาทและฮอร์โมน

ติดทางเข้าด้านหน้าห้องออนเซ็น เป็นห้อง Kid Club

ที่ภายในตกแต่ง สร้างแรงบันดาลใจ และเพิ่มสีสันความสนุกให้กับเด็กๆ กับมุมของเล่น เสาไม้ และโคมไฟทรงกลมหลากหลายขนาด พร้อมพรมป้องกันการกระแทกจากการเล่นของเด็กๆ

และแน่นอนว่ามั่นใจไปกับอากาศบริสุทธิ์ด้วยเครื่องฟอกอากาศ IQAir ที่จัดวางไว้ให้ทุกพื้นที่ส่วนกลาง

ตรงข้ามห้อง Kids room เป็นส่วนของPrivate facilities ประกอบด้วยห้องนวด สปา ทรีทเม้นท์ และห้องแต่งตัว

หน้าห้องทั้งสองมีพื้นที่พักคอย ที่ตกแต่งด้วยคอนเซปท์เดียวกับโครงการคือ ไม้ หิน และแสงสว่างจากธรรมชาติ

ทั้งสองห้องแยกจากกัน สามารถจอง นัดหมายผู้ให้บริการส่วนตัวจากแบรนด์ที่ชอบมาให้บริการได้

ห้อง Private spa ภายในมีเตียงนวด พื้นที่วางอุปกรณ์ และอ่างล้างมือไว้รองรับการใช้งาน

ภายในห้องออกแบบให้เป็นกระจกเข้ามุม ที่สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติ เปิดชมวิวเพิ่มความผ่อนคลาย หรือปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวก็ได้

ติดกันเป็นห้องแต่งตัว ที่สามารถลองชุด หรือนัดช่างแต่งหน้า ทำผม มาให้บริการ โดยโครงการออกแบบพื้นที่เคาท์เตอร์แต่งตัวไว้รองรับการใช้งาน

ส่วนโซนทิศเหนือ หรือด้านหน้าโครงการ เป็นพื้นที่ outdoor ที่เปิดมุมมองด้วยสระว่ายน้ำแนวยาว และเล่นสเตปกับสวนที่โอบล้อมทั้งสองด้านของสระ

สระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือขนาด 6×30 m ลึก 1.2 m มีสระเด็ก อยู่ติดทางขึ้นลงสระ

และจากุซซี่ที่ปลายสุดของสระ

ให้คุณได้ทั้งว่ายน้ำ และผ่อนคลายไปกับวิวเมือ

ใจกลางทองหล่อ แบบไม่มีอาคารในระยะประชิด เพราะเป็นชั้น 7 ที่สูงกว่าชั้น 7 ทั่วไป สูงเหนือรถไฟฟ้าขึ้นมาค่อนข้างมาก

ติดจากกุซซี่ ริมสระ เป็นพื้นที่พักผ่อนกับเตียงริมสระว่ายน้ำที่มีหลังคาระแนงและต้นไม้เป็น shading กรองแสงให้ร่มเงา

โดยรอบสระคงคอนเซปต์ของการใช้หิน Picazzo grey ที่โครงการหยิบมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง outdoor กับหินสีดำ เช่นเดียวกับในออนเซ็น

รวมทั้งที่บริเวณพื้นที่ล้างตัว outdoor shower ก่อนลงสระ

ที่เป็นหินกลึงให้เกิดความโค้งตามคอนเซปจั่วบ้านไทย เช่นเดียวกับรั้วทางเข้าโครงการ

ด้านซ้ายของสระว่ายน้ำ เป็นพื้นที่สวนสีเขียวเล่นสเตปที่ได้แรงบันดาลใจจากนาขั้นบันได กลายเป็นพื้นที่ sunken lawn ที่มีพื้นที่นั่ง seating area ท่ามกลางต้นไม้

เหมาะเป็นพื้นที่พักผ่อนของทุกคนในครอบครัว กับบรรยากาศพิเศษๆ ที่แตกต่างกันไปในทุกๆ วัน

พื้นที่ชั้น 8 สามารถขึ้นลงบันไดจากส่วนกลางชั้น 7 เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมถึงกัน

โดยพื้นที่ชั้น 8 เป็น active activities อย่าง fitness ,golf simulator และ virtual bike

พื้นที่ fitness เปิดต้อนรับด้วย chandelier สีทอง ที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าไหม เช่นเดียวกับที่ใช้ใน lobby บริเวณทางเข้า และที่นั่งพัก

ส่วนโซนออกกำลังกาย โครงการให้เครื่องออกกำลังครบครันในการออกกำลังกายทุกสัดส่วน รวมทั้งหมดกว่า 23 เครื่อง จาก life fitness

หันหน้า take view เมืองโดยรอบให้คุณได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไม่พร้อมๆกัน แถมยังรู้สึกปลอดโปร่ง กับความเปิดโล่งของวิว และความสูงของห้อง

หันหน้า take view เมืองโดยรอบให้คุณได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไม่พร้อมๆกัน แถมยังรู้สึกปลอดโปร่ง กับความเปิดโล่งของวิว และความสูงของห้อง

และแน่นอนว่าเช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลางทุกๆโซน ที่มีเครื่องฟอกอากาศไว้รองรับตามขนาดพื้นที่ห้อง

ที่ชั้น 8 ยังมีห้องgolf simulator และ virtual bikeให้ได้จองใช้งานแบบส่วนตัวๆ

 

golf simulator room ห้องเล่นกอล์ฟเสมือนจริง ที่มาพร้อมอุปกรณ์การตีกอล์ฟ ให้คุณได้ควงสวิงกับวิวสนามจอใหญ่ พร้อมพื้นที่นั่งพักให้คุณได้ใช้เวลากับคนในครอบครัว หรือเพื่อนๆ ได้แบบส่วนตัว

virtual bike room ห้องจำลองการขี่จักรยานจำนวน 4 เครื่อง ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบแข่งขันจักรยานได้ทั่วโลก พร้อมพื้นที่พักคอยสำหรับครอบครัวหรือเพื่อนๆที่มาร่วมแข่ง

ถัดจากชั้น 9-40 เป็นพื้นที่ชั้นที่พักอาศัย และมีพื้นที่ส่วนกลางอีกทีที่ชั้น 41-42 เป็น sky facilities ที่คงคอนเซปต์การใช้งานแบบไทยคือมีทั้งพื้นที่ indoor, outdoor และ semi-outdoor ให้ได้เลือกพักผ่อน ใช้งานตามความต้องการ

โดยชั้น 41 มีพื้นที่นั่งริมสวน outdoor เชื่อมพื้นที่ semi-outdoor ทั้งทิศใต้ด้านหลังโครงการ และทิศเหนือหน้าโครงการ

ที่ semi-outdoor มีมุมนั่งชมวิวเมือง ที่เห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า พร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น

รวมทั้งมีมุมชุดโซฟาให้นั่ง และปรับเปลี่ยนถึง 3 ชุด ให้นั่งพักผ่อน หรือจอง bbq ในโอกาสพิเศษๆก็ได้

ส่วนพื้นที่ semi-outdoor โซนทิศเหนือด้านหน้าโครงการ ตกแต่งด้วย silk sculpture ที่ได้แรงบันดาลใจจากผืนผ้าไหมที่พริ้วไหว

รายล้อมด้วยพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้งชุดโซฟา หรือพื้นที่นอนเอกเขนก รับลม ชมวิว

ส่วนพื้นที่ outdoor เป็นสวนที่เชื่อมโซน semi-outdoorทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

แต่ก็แอบมีมุมม้านั่งไม้ตัวยาว และ Garden Amphitheatre ที่สามารถนั่งชมวิวเมือง โค้งแม่น้ำ บางกระเจ้า หรือชมวิวมหานครยามค่ำคืนกับคนพิเศษของคุณได้ทุกเมื่อ

ในส่วนพื้นที่ indoor โครงการมี Sky Theatre ห้องดูหนังส่วนตัว ที่ได้บรรยากาศโรงหนัง ที่สามารถเอกเขนก เอนกายเหมือนอยู่ห้องดูหนังของบ้าน แบบส่วนตัวๆ

พร้อมระบบเสียง จอภาพ ที่ได้มาตรฐาน รับรองความกระหึ่มไม่แพ้ในโรงหนังแน่นอน

เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ โครงการมีเครื่องฟอกอากาศรองรับในห้องดูหนังเช่นเคย

ติดห้องดูหนังเป็น Residence lounge ห้องทานอาหารสุดพิเศษกับคนพิเศษ พร้อมวิวสุดพิเศษที่มีเพียงคุณที่จะได้สัมผัส

โดดเด่นกับ chandelier ผ้าไหมสีเทาที่สร้างบรรยากาศความหรูหราและความอบอุ่นเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน

พร้อมผนังหินอ่อนผืนใหญ่

และโต๊ะอาหารหินอ่อน ตัวยาว ที่รองรับที่นั่งได้ 12 ที่

พร้อมเคาท์เตอร์ครัวที่สามารถเรียก Chef table มา Cooking เบาๆ เสิร์ฟให้ถึงโต๊ะได้

ส่วนอีกห้องคือ Sky lounge

ที่เปิดเชื่อมต่อกับ semi-outdoor ทั้งสองฝั่งได้

พื้นที่ส่วนนี้โดดเด่นด้วย Sky bar ที่วิวสวยที่สุดในย่านนี้

พร้อมเคาท์เตอร์บาร์ ให้คุณได้เรียกบาร์เทนเดอร์มามิกซ์เครื่องดื่มสูตรพิเศษในวันสำคัญ

กับวิวสุดพิเศษ ที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้แบบ panorama

อีกทั้งยังมาพร้อมผนังหินอ่อนโปร่งแสงผืนใหญ่ 2 ผนัง สร้างบรรยากาศ เพิ่มความหรูหรา และแสดงตัวตนในการใช้งาน

มาพร้อมมุมนั่งพักผ่อนหลากหลายมุม หลายแบบให้เลือกตามความชอบ

พร้อมโต๊ะพูลให้ได้ผ่อนคลายกับเกมส์เล็กๆ พร้อมเพื่อนสนิท

ติดกันที่ห้องนี้มีลิฟท์ขึ้นไปยังชั้น 43

ที่เป็นชั้น Roof top

กับคอนเซปท์ Roof Orchard หรือแปลงผักสวนครัว ที่ลูกบ้านสามารถมาทำกิจกรรม ปลูกผัก เก็บผักสดๆ ได้จากสวน หรือจะเรียกใช้บริการที่ทางโครงการจะมีการเก็บผักและนำไปแช่ไว้ให้ในพื้นที่ส่วนกลาง ให้คุณได้มาหยิบไปปรุงอาหารเองได้

นอกจากพื้นที่ปลูกผักสวนครัวแล้ว ยังมีพื้นที่นั่งพักผ่อนแทรกตัวไปตลอดพื้นที่ ทั้งพื้นที่ทำกิจกรรม

และที่นั่งชมวิว เอนกายกับหนังสือเล่มโปรดยามเย็น

หรือจะขึ้นมาพักสายตากับแสงพระอาทิตย์ตกยามเย็น ก็ยังได้

เรียกว่านอกจากจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีมาให้ครบครันทุกความต้องการของทุกช่วงชีวิตแล้ว ยังมาพร้อมกับประสบการณ์สุดพิเศษ วิวสุดพิเศษ ที่มีเพียงคุณและครอบครัวที่จะได้สัมผัส

ส่วนพื้นที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 9-40 แต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตเพียง 12 ยูนิตต่อชั้น ยกเว้นชั้น 9 ที่มี 4 ยูนิต และชั้น 36-38 มี 6 ยูนิตต่อชั้น และชั้น 39-40 เป็น penthouse พร้อม private lift มี 4 ยูนิต

 

ชั้น 10 – 35

ชั้น 36 – 38

ชั้น 39 – 40

โครงการขายไปได้ 70% ห้องเหลือขายส่วนมากจะอยู่ที่ขนาด 38.50 และ 73.50 sq.m. ส่วนห้องขนาดใหญ่ที่มีอยู่ คือ 3 Bed ขนาด 116-124 sq.m. และ Penthouse 252 sq.m. โดยขายแบบ Beyond Fully Fitted คือมีให้ครบมากกว่า Fully Fitted โครงการที่อื่นๆ โดยเฉพาะ material ที่เป็น signature ของโครงการ แสดงถึงความหรูหราของโครงการอย่าง หินอ่อน พื้น ผ้าม่าน วอลเปเปอร์จากจิมป์ทอมป์สัน ครัว ระบบ Home Automation และ พื้นที่จัดเก็บที่ให้มาเยอะมากทั้งส่วนครัว ห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า ตู้ซักล้าง ที่พิถีพิถันในการออกแบบและลงรายละเอียด เพราะคำนึงถึงความเป็น Luxury in detail ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินมาทำอะไรเพิ่มอีกเลย รวมทั้งขนาดของห้องที่อาจดูเป็น compact size สำหรับตลาดคอนโด Luxury แต่ถึงจะ Compact แต่ก็ได้ความสูงของเพดาน 3 เมตรมาชดเชยพร้อมกับ material ที่ Luxury โดยแท้จริง

 

เกริ่นมาขนาดนี้ หลายท่านคงอยากชมห้องตัวอย่างกันแล้ว

โครงการตกแต่งห้องจริงให้ชมกัน 2 ห้อง ที่ชั้น 15

เป็นโถงทางเดินแบบ single load corridor ที่มีช่องเปิดระบายอากาศอยู่ที่ปลายสุดทางเดินแต่ละด้าน ทำให้โถงทางเดินมีลมไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา

โครงการให้ประตูบานไม้สูงจรดเพดาน พร้อมป้ายเลขที่ห้องบนผืนไม้จริงที่มีลวดลายเฉพาะ

ห้องแรกที่โครงการตกแต่งพร้อมให้เข้าชมคือ 1 bedroom 1AM-1R 38.50 sq.m. ด้านทิศตะวันออก ห้องเลขที่ 992/73

โครงการให้ประตูเป็นประตูบานใหญ่ลายไม้ วงกบให้ไม้จริง มาพร้อมระบบ digital door lock ของ Samsung ตัวเครื่องสีทอง ระบบสแกนลายนิ้วมือ รหัสปลดล็อค และกุญแจ

ภายในห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แบ่งพื้นที่เป็น2ส่วนหลัก คือ พื้นที่ครัว และ living ติดระเบียงที่โซนด้านหน้าของห้อง และพื้นที่ห้องนอน ห้องน้ำ ที่โซนด้านในห้อง แบ่งพื้นที่ใช้งานส่วนต่างๆอย่างชัดเจน

ภายในห้องสูง 3 เมตร (บริเวณครัวดรอปฝ้างานระบบลงมาเหลือ 2.7 และห้องน้ำ 2.65 เมตร)

จากประตูทางเข้า ขวามือเป็นตู้วางรองเท้า Built-in และ ตู้เย็นบานเปิดบนล่าง เข้าชุดกับตู้เก็บของ หน้าบานกระจกสีชา สูงจากพื้นจรดเพดาน

จากประตูทางเข้า ขวามือเป็นตู้วางรองเท้า Built-in และ ตู้เย็นบานเปิดบนล่าง เข้าชุดกับตู้เก็บของ หน้าบานกระจกสีชา สูงจากพื้นจรดเพดาน

ที่เชื่อมยาวเป็นที่เก็บอุปกรณ์ครัวทั้งด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์ครัว

เคาท์เตอร์ครัวโครงการให้ Top เป็นหินสังเคราะห์ ลายหินอ่อน เชื่อมไปถึง Backsplash

ที่เคาท์เตอร์ให้เตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมที่ดูดควันของ Kuppersbusch

ส่วนด้านล่างเป็นเตา combi microwave ของ Kuppersbusch

และอ่างล้างจานของ FRANKE

ที่เชื่อมกับเคาท์เตอร์โต๊ะอาหารที่ออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเคาท์เตอร์ครัว แต่ลดระดับความสูงลงมาให้พอดีกับการนั่งรับประทานอาหาร

ติดกัน เชื่อมจากชุดครัว เป็นตู้เก็บของ และสามารถวางเครื่องซักผ้าและปิดเก็บเพื่อความเป็นระเบียบ พร้อมชั้นวางอุปกรณ์ซักล้าง

โดยโครงการจัดวางตำแหน่งท่อน้ำไว้สูง แตกต่างจากที่อื่นๆ ที่มักวางไว้ด้านล่าง ทำให้ไม่สามารถเปิดปิดได้ แต่ที่นี่ยกทั้งท่อน้ำและปลั๊กไฟ มาไว้ด้านบน เพิ่มความปลอดภัยที่อาจเกิดจากน้ำรั่ว น้ำซึมขณะซักผ้า อีกทั้งยังมีท่อระบายน้ำ วางงานระบบรองรับ

พร้อมช่องดูดอากาศที่เหนือตู้ และช่องระบายอากาศที่ด้านล่าง เรียกว่าคิดมาอย่างครบถ้วนในการใช้งาน รวมทั้งคำนึงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

ถัดเข้าไปจากครัวเป็น living area ติดริมระเบียง

โดยพื้นโซนliving area จรดในพื้นที่ห้องนอนเป็นEngineered wood ปูลายก้างปลา แยกfunctionการใช้งานจากพื้นที่ครัว

living area มีขนาดกะทัดรัด สามารถวางชุดโซฟา พร้อมโต๊ะกลางสำหรับ 2 ที่นั่งชิดผนัง ติดทางออกระเบียง

ฝั่งตรงข้าม โครงการให้ผนังหินอ่อน white marmara (แต่ละ Type ห้องให้หินแตกต่างกัน สามารถตรวจสอบได้ที่ Sale Office) ออกแบบให้มีช่องเจาะ สำหรับติดตั้งทีวีได้ใหญ่สุด 49 นิ้ว

ฝั่งตรงข้าม โครงการให้ผนังหินอ่อน white marmara (แต่ละ Type ห้องให้หินแตกต่างกัน สามารถตรวจสอบได้ที่ Sale Office) ออกแบบให้มีช่องเจาะ สำหรับติดตั้งทีวีได้ใหญ่สุด 49 นิ้ว

ระเบียงถูกออกแบบเป็นพื้นที่วางคอมฯแอร์ มีฉากกั้นบังสายตาและแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน

ระเบียงถูกออกแบบเป็นพื้นที่วางคอมฯแอร์ มีฉากกั้นบังสายตาและแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน

ด้านในห้องนอน จากทางเข้าด้านขวามือเป็น walk-in closet ทั้งซ้ายและขวา ติดทางเข้าห้องน้ำ มาพร้อมกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดปิดตามการใช้งาน

ด้านขวาพื้นที่ walk-in closet โครงการให้ชั้นแยกการใช้งาน ส่วนด้านซ้ายเป็นชั้นวางแบบเปิดโล่งสำหรับวางกระเป๋าเดินทาง หรือกล่องผ้าที่ไม่ค่อยได้สวมใส่

ติดหัวเตียงเป็นมุมตั้งโต๊ะเครื่องแป้งได้

ภายในห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า และพื้นที่ส่วนเปียกที่ด้านใน กั้นด้วยกระจก Shower box กั้นเต็มความสูงห้อง พร้อมขอบอลูมิเนียมสีชา

ภายในห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า และพื้นที่ส่วนเปียกที่ด้านใน กั้นด้วยกระจก Shower box กั้นเต็มความสูงห้อง พร้อมขอบอลูมิเนียมสีชา

ถัดมาเป็นเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง พร้อมตู้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำที่ด้านล่าง

มาพร้อมกระจกบานยาวที่สามารถเก็บของด้านหลังได้

ติดกันเป็น TOTO Washlet แบบ wall hung

พื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ Rain Shower และ Hand Shower แบบแขวนผนัง พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำที่ผนัง

ภายในห้องน้ำ โครงการให้หินแท้ที่ผนังด้านในสุด 1 ผนัง และที่ top เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ

 

ส่วนพื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียง King size ได้แบบมีพื้นที่รอบเตียงเหลือเป็นทางเดิน และวางโต๊ะหัวเตียง

เป็นพื้นที่พักผ่อนติดริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่มีหน้าต่างบานผลักบานใหญ่ ไว้เปิดรับลม ระบายอากาศได้

และระหว่างพื้นที่เตียงนอนและ walk through closet มีพื้นที่เหลือพอให้วางโต๊ะทำงานเล็ก เป็นมุมทำงานภายในห้องนอนหรือปรับเป็นโต๊เครื่องแป้งได้ด้วย

พื้นที่ผนังปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีแบบติดผนังได้ หากใครชอบนอนดูหนังก่อนนอน

เป็นห้อง size compact สำหรับ 1-2 คน ที่มี function การใช้งานครบครัน แบ่งพื้นที่ส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นสัดส่วนเท่าๆกัน และเป็นห้องสุดทางเดินที่ private สุดๆ

 

ส่วนห้องตัวอย่างอีกห้องที่โครงการตกแต่งให้ชมเป็น 2 Bedroom 73.50 Sq.m. Type 2BM-1 ด้านทิศเหนือ วิวด้านหน้าโครงการ ห้องเลขที่ 992/71

2 bedroom Type นี้เปิดประตูเข้ามาจะเป็นพื้นที่ครัวลึกเข้าไป เชื่อมกับพื้นที่ living ที่ปลายสุดของห้อง

มาพร้อมประตูบานใหญ่ลายไม้ วงกบให้ไม้จริง มาพร้อมระบบ digital door lock ของ Samsung ตัวเครื่องสีทอง ระบบสแกนลายนิ้วมือ,รหัสปลดล็อค และกุญแจ

ซ้ายมือติดประตูทางเข้า เป็นตู้วางรองเท้าและเครื่องซักผ้า Built-in หน้าบานเป็นกระจกสีชา

เชื่อมยาวต่อเนื่องกับชุดครัว Built-in วางยาวเต็มความยาวผนังทั้งด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์

สำหรับ type นี้โครงการให้ ตู้เย็นบานเปิดคู่แยกช่องบนล่าง

ที่เคาท์เตอร์ ให้ เตาไฟฟ้า 4 หัว พร้อมที่ดูดควันของ  Kuppersbusch

และอ่างล้างจานแบบ 2 ช่อง(เล็กใหญ่)ของ FRANKE

ส่วนที่ตู้ด้านบนโครงการคำนึงถึงการใช้งานจริง ที่อาจเปิดปิดยาก จึงติดตั้งโช้คระบบไฮดรอลิคมาให้ เพียงกดที่หน้าบาน โช้คก็จะทำงานสวิงตัวหน้าบานขึ้นไปด้านบน และหากจะปิดก็เพียงสัมผัสปุ่มที่ด้านล่าง ก็จะสวิงตัวกลับมาปิดดังเดิม

หน้าเคาท์เตอร์ครัว ตรงกลางทางเดินเป็น Island สำหรับเตรียมอาหาร

ที่ด้านล่างมีเตา combi microwave ของ kuppersbusch และตู้เก็บอุปกรณ์ทำอาหาร Top เป็นหินสังเคราะห์ ลายหินอ่อน เช่นเดียวกับเคาท์เตอร์ทำครัว และ Backsplash

ติด Island สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้ เป็นสัดส่วนพอดีกับพื้นบริเวณครัว

 

ถัดจากครัวเป็น living area ติดริมประตูออกระเบียง ที่มาพร้อมกับบานประตูบานใหญ่เปิดโล่งรับวิว

พื้นที่ส่วนนี้สามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

ติดกัน มีหน้าต่างบานสูงที่เปิดสู่พื้นที่ระหว่างอาคารที่โครงการเว้นเป็นที่ช่องระบายอากาศ และติดตั้งคอมแอร์ สำหรับห้องนอนtypeนี้

ผนังฝั่งตรงข้ามที่วางชุดโซฟาโครงการให้ผนังหินอ่อน Atlantic grey เจาะช่องสำหรับแขวนทีวี

ส่วนพื้นที่ระเบียงห้องนี้ค่อนข้างยาว ที่ระเบียง เป็นกระเบื้องลายไม้  ราวกันตกเป็นกระจก เปิดมุมมองเชื่อมกับพื้นที่พักผ่อนแบบไม่บดบังสายตา

ห้องทิศเหนือด้านหน้าโครงการ ก็จะได้วิวเปิดโล่ง เห็นพื้นที่สวนและสระส่วนกลางที่ชั้น 7 เชื่อมกับวิวรถไฟฟ้า และวิวเมืองทองหล่อ

ระหว่างพื้นที่ living area และครัวเป็นทางเดินเข้าสู่ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

มีห้องน้ำแยกสำหรับห้อง living และห้องนอนเล็ก 1 ห้อง ที่ด้านขวา

ภายในห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า และพื้นที่ส่วนเปียกที่ด้านในซ้าย กั้นด้วยกระจก Shower box กั้นเต็มความสูงห้อง

พื้นที่ส่วนแห้ง ให้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และกระจกบานยาวเต็มความยาวห้อง ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ TOTO แบบ wall hung

พื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ Rain Shower และ Hand Shower แบบแขวนผนัง พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำที่ผนัง

ปลายสุดทางเดินเป็นทางเข้าห้องนอน ด้านขวาเป็นห้องนอนเล็ก

ที่มาพร้อมกับหน้าต่างบานยาวเต็มความกว้างห้อง เปิดโล่ง เชื่อมวิวภายนอก

ด้านขวาติดทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in หน้าบานเป็นบานเลื่อนกระจก

พื้นที่ห้องนอนเล็ก สามารถวางเตียง King size ได้ และมีพื้นที่หัวเตียงเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียง และโต๊ะทำงานเล็กๆ ติดตู้เสื้อผ้า

ส่วนที่ห้องนอนใหญ่ ภายในเป็นโถงทางเดิน ที่ขนาบข้างด้านขวาด้วย walk-in closet แยก2ฝั่ง

ปลายสุดโถงทางเดินติดริมหน้าต่างสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งและมุมแต่งตัวที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง สาวๆ ที่ชอบการแต่งตัวน่าจะชอบพื้นที่มุมนี้

ส่วนด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า และพื้นที่ส่วนเปียกที่ด้านใน กั้นด้วยกระจก Shower box กั้นเต็มความสูงห้อง

พื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ Rain Shower และ Hand Shower แบบแขวนผนัง พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำที่ผนัง

พื้นที่ส่วนแห้งโครงการให้เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า His & Her แบบแขวนผนังพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และด้านหลังกระจกบานยาว

ติดกันเป็น TOTO Washlet แบบ wall hung

ด้านขวาเป็นอ่างอาบน้ำวางชิดมุมหน้าต่างกระจกเต็มบาน

ภายในห้องน้ำ โครงการให้หินแท้ ที่ผนังด้านในสุด 1 ผนัง และที่ top เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ

 

ส่วนด้านขวาเป็นห้องนอนใหญ่ ที่กั้นระหว่างพื้นที่ด้วยตู้เสื้อผ้ากระจก ที่เห็นได้จากทั้งสองฝั่ง

ห้องนอนใหญ่เป็นกระจกเข้ามุม เปิดรับวิว 180 องศา

สามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้งสองด้าน

และสามารถวางให้ปลายเตียงหันออกสู่กระจกบานใหญ่ นอนชมวิวยามค่ำคืนของใจกลางทองหล่อได้

ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีแบบเตี้ยเพื่อใช้พักผ่อนและชมวิวได้พร้อมๆกัน

เป็นห้อง 2 ห้องนอนที่วิวดี ไม่ต้องกังวลเรื่องวิวที่จะบดบัง เพราะเป็นวิวด้านหน้าโครงการ ที่เปิดโล่ง และเว้นระยะจากถนนใหญ่ค่อนข้างเยอะ ประกอบกับโครงการติดกระจก insulated ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนจากถนนเลย รวมทั้ง function ภายในห้องที่ครบครัน และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบนอนชมวิว กระจกเข้ามุม และเหมาะกับคนที่อยากมีพื้นที่สำรองไว้สำหรับสมาชิกคนพิเศษในครอบครัว

 

ปิดท้ายกับตัวอย่างห้องเปล่าที่ได้จริง ทั้งผนังหินอ่อน wallpaper ผ้าม่าน จากแบรนด์จิมทอมสัน ชุดครัวและห้องน้ำ built-in เป็น Beyond fully fitted ที่นอกจากให้ครบแล้ว ยังให้มาก และพิถีพิถันในการคัดสรรอย่างมาก

 

รู้หรือไม่ว่า The ESSE Sukhumvit 36 คือคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงที่สุดในชั่วโมงนี้?

เอาจริงๆนะครับ ตอนแรกผมก็คิดเหมือนกับทุกๆคนว่าสมัยนี้คอนโดระดับ Super Luxury ที่มีราคาต่อตารางเมตรมากกว่าสามแสนบาทขึ้นไปนั้น หาได้ง่ายมากๆเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่าน International Lifestyle Neighborhood อย่าง ทองหล่อ พร้อมพงษ์ หลังสวน วิทยุ…แต่ถ้าลองมา scope ให้แคบลงมา นับเฉพาะระยะทางจากบันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า ใน 4 ทำเลดังกล่าว ก็ต้องบอกว่าไม่มีโครงการไหนเลยครับที่อยู่ใกล้ทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าในระยะประชิดแบบนี้ ย่านพร้อมพงษ์ที่ดินติดรถไฟฟ้าก็เป็นโครงการ Shopping Mall ระดับโลก ย่านหลังสวนก็เป็นโรงเรียน Shopping Mall และอาคารสำนักงานที่ติดสถานีรถไฟฟ้า ในขณะที่ย่านวิทยุ – เพลินจิต แม้จะมีคอนโดติดรถไฟฟ้าพร้อม Skywalk แต่คอนโดนั้นก็ไม่ใช่คอนโดระดับ Super Luxury เหมือนกับคอนโดแห่งอื่นๆในย่านวิทยุ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรจากสถานี ในขณะที่ย่านทองหล่อแม้จะมีคอนโดหลายแห่งที่เกาะสถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ล้วนแต่เป็นคอนโดเก่า อีกทั้งทำเลทองหล่อเองก็ถูกสร้าง smoke screen โดยสารพัดดีเวลลอปเปอร์ที่พัฒนาโครงการคอนโดบริเวณกลางซอยสุขุมวิท 55 ว่านี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ทองหล่อจริงๆต้องฝั่งกลางซอย 55 นี้เท่านั้น…ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงมีข้อถกเถียงขึ้นในหมู่ผู้ที่นิยมชมชอบวิถีชีวิตในย่านทองหล่อว่า อ้าวแล้วตกลงจะซื้อตรงไหนดีระหว่างติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ หรือติด Community Mall และผับชั้นนำในย่านทองหล่อ ประเด็นดังกล่าวนั้นไม่มีใครถูกไม่มีใครผิดครับก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ถ้าจะพิจารณาตามพื้นฐานของข้อเท็จจริงก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้ย่านทองหล่อช่วงกลางซอย 55 นั้นกำลังอยู่ในช่วง Transform จากการเป็นศูนย์รวมสถานที่แฮงค์เอ้าท์ ร้านสุดชิค กลายไปเป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดครับ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาบริเวณทองหล่อ 13, 18, 20, 8, 10, 5 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายจากอาคารพาณิชย์ ร้านอาหารขนาดใหญ่ มาเป็นโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และคอนโดหรูกันจนหลายๆคนมองว่าแล้วที่เที่ยวในย่านทองหล่อเหลือน้อยลงทุกๆปี จนพื้นที่ริมถนน 2 ข้างทางกลายเป็นตึกสูงหมดแล้ว ในขณะที่พื้นที่ดินติดรถไฟฟ้าใจกลางเมืองในทุกทำเลนั้นล้วนได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานจากคนทั่วโลกว่าเป็นจุดศูนย์กลางของย่านนั้นๆ และมีราคาประเมินที่สูงที่สุดในย่าน (มีแค่ประเทศไทยนี่ละครับ ที่ไม่ยอมสงวนที่ดินติดรถไฟฟ้าเพื่อให้พัฒนาเป็นโครงการประเภท TOD ที่ให้ได้ใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ แต่กลับกลายเป็นโดนเอกชนกว้านซื้อเพื่อพัฒนาเป็นโครงการเชิงพาณิชย์จนหมด) ลองจินตนาการถึงภาพในอนาคตว่าเมื่อตอนเราซื้อโครงการนี้เราคิดว่าจะได้อยู่ข้างๆร้านดัง ในแบบเดินออกไปก็เข้าร้านได้เลยไปตลอด แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ปีก็ดันกลับกลายเป็นคอนโดแทนจะแล้ว ในขณะที่ถ้าเราเลือกซื้อคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปมันก็ยังคงเป็นสถานีรถไฟฟ้าแบบเดิม ไม่มีวันเปลี่ยน…แบบไหนจะดูโอเคกว่ากันครับ อีกประเด็นที่สำคัญก็คือสำหรับกลุ่มชาวต่างชาติที่เค้าซื้อคอนโดในเมืองไทย ไม่ว่าจะซื้ออยู่เอง หรืออยู่แบบครั้งคราว ไว้มาเที่ยวตอนหยุดยาวกับครอบครัว ส่วนใหญ่แล้วเค้าก็เลือกที่จะเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า หรือแท๊กซี่กันทั้งนั้น ระยะห่างประมาณ  2 – 3 กม.สู่ย่านช้อปปิ้งนี่ค่อนข้างเฉยๆมากครับ เพราะยังไงก็ต้องเลือกโดยสารรถอยู่แล้ว ในสายตาของชาวต่างชาติ หรือคนไทยหลายๆคนก็คงไม่ได้อยากที่จะไปนั่งแฮงค์เอ้าท์บนที่เดิมร้านเดิมในทุกๆวันจริงไหมครับ ผมยังคงเชื่อว่า Living us usual ของคนทั่วไปก็คือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือรถยนต์ส่วนตัวเพื่อไปธุระ ไปพบปะสังสรรค์ ไปใช้ชีวิต ไม่ใช่การเดินออกจากคอนโดเพื่อไปนั่งดริงค์ในทุกค่ำคืนครับ…นี่คือเหตุผลหลักที่ผมมองว่าหากคอนโด Super Luxury กลางถนนทองหล่อสามารถตั้งราคาขายที่เกินตารางเมตรละสามแสน และขายได้จนหมด ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่คอนโดติด BTS ทองหล่อจะต้องทำราคาให้ถูกกว่าคอนโดเหล่านั้นครับ

วกกลับมาถึงองค์ประกอบอื่นๆที่ผมมองว่าจำเป็นต้องมีสำหรับคอนโดที่อยู่ในกลุ่มเซกเมนท์ Super Luxury กันบ้าง คือผมเองมักจะพูดอยู่เสมอครับว่าสำหรับในกลุ่มตลาดคอนโดประเภท Premium ถึง Luxury นั้น เรามักจะพิจารณาแค่ 4 องค์ประกอบเท่านั้นก็คือ ทำเล แบรนด์ การเลือกใช้วัสดุ และบริการหลังการขาย แต่สำหรับกลุ่ม Super Luxury ที่ลูกค้าค่อนข้างมีความต้องการที่มากกว่าในแบบ Beyond Expectation แต่ก็แลกกับการมี Brand Loyalty สูงนั้น จะต้องมีองค์ประกอบถึง 10 อย่างด้วยกัน อาทิ 1. ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่มี High End Neighborhood Community รายล้อมโครงการ 2. เป็นทำเลที่มีการพัฒนาถึงขีดสุดยากที่จะหาโครงการใหม่มาทดแทนได้ 3. เน้นห้องขนาดใหญ่ เพดานสูงโปร่ง วิวโล่ง 4. พื้นที่ส่วนกลางมีการ Personalized ให้เหมาะกับไลฟ์ไตล์ของผู้อยู่อาศัย 5. Luxury Furnished จากแบรนด์ดังระดับโลก 6. Well – Known Designer 7. มีการ Co-Branding กับแบรนด์ดังในการรังสรรค์โครงการ 8. มีจำนวนยูนิตไม่มาก และมีที่จอดรถ 100% 9. มอบความพิเศษที่แตกต่างและช่วยยกระดับสถานะทางสังคมของผู้อยู่อาศัยให้โดดเด่นเหนือใคร และ 10. มีบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ พร้อมสร้าง Customer Lifetime Value ได้ไม่สิ้นสุด

สำหรับ The ESSE Sukhumvit 36 นั้น ผมให้มากถึง 8 เต็ม 10 ข้อเลยนะ จะมีลดทอนไปบ้างก็คือข้อ 2 ที่ในอนาคตพื้นที่ใกล้ๆกันก็กำลังจะเปิดตัวคอนโด Super Luxury อีกเยอะ และข้อ 3 ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่มีคอนโดเปิดติดๆกันทำให้วิวที่ได้รับในแต่ละห้องก็อาจจะถูกลดทอนทัศนียภาพไปบ้าง และที่โครงการเลือกที่จะทำห้องขนาด Compact แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 38.50-43.25 ตารางเมตร ก็เป็นเหตุผลทางการตลาด ซึ่งจริงๆแล้วด้วยศักดิ์ศรีของทำเล และแบรนด์ของผู้ร่วมพัฒนาอย่าง Hongkong Land ทำให้ผมแอบคิดไปในช่วงก่อนที่จะเริ่มต้นออกแบบโครงการว่า โครงการนี้น่าจะเป็นโครงการที่มีแต่ห้องขนาดใหญ่ และราคาต่อตรม.แพงมหาศาลเกินกว่าตรม.ละสี่แสนแน่ๆ แต่กลับมี Surprise ขึ้นมาเนื่องจากทาง สิงห์ เอสเตท ก็น่าจะรู้ดีกว่า ตลาดคอนโด Super Luxury บนทองหล่อตอนนี้เต็มไปด้วยคู่แข่งหลายโครงการ ซึ่งเกือบทั้งหมดเน้นการพัฒนาห้องที่มีขนาดใหญ่ให้สมกับฐานะของผู้ซื้อ แต่ในทางกลับกันผู้ซื้อของระดับ Super Luxury จำนวนไม่น้อยก็เกิดความรู้สึกที่ว่าไม่รู้จะซื้อไปทำไมเพราะมีบ้านหลังใหญ่ หรือห้องเพ้นท์เฮ้าส์อยู่แล้วหลายหลัง ซื้อแค่มาพักเป็นบางคราวเท่านั้น บางทีการเติม Option ห้องเริ่มต้นที่มีขนาด 38.5 ตรม.ก็อาจจะเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าของ Hongkong Land ในฮ่องกงเองที่อยากจะหาซื้อคอนโดที่ถูกพัฒนาโดย Hongkong Land แต่ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ฮ่องกง เนื่องจากราคาที่สูงเกินกว่าจะรับได้ก็เป็นได้ อีกทั้งฮ่องกงกับกรุงเทพฯก็อยู่ใกล้กันเพียงแค่นิดเดียว ผมมองว่าน่าจะมี Potential ในการขายที่ดีกว่าการไปจับมือกันพัฒนากับดีเวลลอเปอร์จากญี่ปุ่น ประเทศซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมการเช่าอสังหาฯมากกว่าการซื้อด้วยซ้ำไป…ส่วนกับข้ออื่นๆนี่ผมว่าทางสิงห์ เอสเตท ทำออกมาได้ค่อนข้างตรงโจทย์กลุ่มลูกค้าของเค้ามากเลยนะ ทั้งการให้ SOM มาเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ตีความออกมาให้เป็นคอนเซปท์ A HARMONY OF CONTRAST โดยเฉพาะในส่วนของ AUTHENTIC AND CONTEMPORARY ที่หลอมรวมความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทย ทำให้การออกแบบตัวอาคาร นำแนวคิดของการสร้างบ้านไทยมาปรับใช้ ทั้งพื้นที่โถงสูง แยกเรือนอาคาร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก รวมถึงการออกแบบ Façade ให้เป็นรูปทรงจั่วของบ้านไทย ไปจนถึงพื้นที่ Roof Orchard ให้ลูกบ้านช่วยกันปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทำอาหารเองได้ ซึ่งนอกจากจะสวยงามแล้วยังเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainability Design) อย่างสมดุลและลงตัว

 

รวมถึงส่วนที่เป็น Signature Materials ภายในห้องอย่าง ผ้าม่านและวอลเปเปอร์ออกแบบพิเศษเฉพาะโครงการ จากจิม ทอมป์สัน ชุดเฟอร์นิเจอร์แบบ Beyond Fully Fitted, พื้น Engineered Wood ลายก้างปลา, Home Automation และ TV Marble Wall ที่มีให้เฉพาะในแบรนด์ The ESSE เท่านั้น

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางแน่นอนว่าที่สร้างความว้าวมากที่สุดในสายตาใครหลายๆคนก็คือห้องออนเซ็น ที่น่าจะใหญ่มากที่สุดในบรรดาทุกคอนโดในย่านทองหล่อ แยกห้องชาย – หญิง ห้องละ 2 บ่อที่มีความต่างของอุณหภูมิ 42 องศาและ 38 องศา มีขนาดประมาณห้องละ 230 ตรม. เช่นเดียวกับ Sky Lounge วิวสุดสะพรึง ทั้ง In Door และ Semi – Outdoor บนชั้น 41 ที่ผมกะดูด้วยสายตาแล้ว มันสูงกว่าชั้น 41 ที่โครงการอื่นๆมากเลยอ่ะครับ

สำหรับสระว่ายน้ำหลายๆคนอาจจะมีคอมเมนท์ว่าอยู่เตี้ยไปแค่ชั้น 7 น่าจะจัดให้อยู่สูงๆเหมือนกับ The ESSE ที่อื่นๆ…ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นครับ แต่พอมาลองยืนดูจริงๆมันเหมือนไม่ใช่ชั้น 7 เลย แต่น่าจะเทียบเท่าชั้น 10 ของที่อื่นๆมากกว่า เพราะเลยรางรถไฟฟ้า และตึก 8 ชั้นใกล้เคียงขึ้นมาพอสมควร อีกอย่างผมรู้สึกว่าคอนโดระดับ Super Luxury จำนวนไม่น้อยเลย ที่เลือกเอาสระไว้ที่ชั้นล่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 98Wireless, King Power Mahanakhon, TELA Thonglor, SCOPE Langsuan, The Residences at Mandarin Oriental ฯลฯ ซึ่งผมมองว่าทีมออกแบบต่างชาติเค้าก็คงคิดมาดีแล้วถึงความเป็น Practical Using และการดูแลรักษา มากกว่าความสูงและวิวที่เปิดโล่งครับ

The ESSE Sukhumvit 36 อาจจะเป็นหนึ่งในโครงการที่ให้คำตอบได้ว่า Super Luxury condo ที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ทำเล แบรนด์ รูปแบบห้อง หรือความหรูหราของโครงการ แต่ต้องพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งานและการใช้ชีวิตในทุกๆช่วงชีวิต ทุกๆวัย ในทุกๆพื้นที่ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงพื้นส่วนตัว ผสานงานออกแบบที่หลอมรวมความเป็นไทย การคำนึงถึงการใช้งาน ความยั่งยืน และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมประสบการณ์พิเศษบนพื้นที่ส่วนกลางใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้าทองหล่อ

 

โครงการ The ESSE Sukhumvit 36 ยังนับว่าเป็นโครงการ Super Luxury โครงการแรกบนทองหล่อฝั่งเลขคู่ ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็แน่นอนว่าในอนาคตย่านทองหล่อฝั่งเลขคู่จะเป็นย่าน Hi End Residential Area ไม่แพ้ในช่วงกลางซอยสุขุมวิท 55 แน่นอน จากการทยอยกันเข้ามาร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดระดับ Top ของดีเวลลอปเปอร์แต่ละรายในฝั่งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจทางโครงการ The ESSE Sukhumvit 36 ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ โอกาสสุดท้ายกับราคาเริ่มต้นที่ 11.9 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษในงาน “For the One Who Knows” วันที่ 14 – 15 พ.ย. นี้ก่อนปรับราคาอีกครั้ง โดยสนใจลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3epKfy9 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.1221



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.3

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้