SCOPE Langsuan

  

สโคป หลังสวน


เป็นที่รับรู้กันดีว่า ดัชนีที่จะชี้วัดมูลค่าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในระดับ Luxury ขึ้นไป มักจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง วิว ความเป็นส่วนตัว ความมีชื่อเสียงของแบรนด์ การเลือกใช้วัสดุ รวมถึงบริการหลังการขายในแบบ International Standard ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ได้ถูกนำมาขยายความต่อยอดพัฒนาโครงการ Ultra Luxury Condo ในกรุงเทพฯ หลายโครงการ

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 22 July, 2019 เวลา 11.46 am

Prop score™: 4.5

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

SCOPE Langsuan

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท สโคป จำกัด

สถานที่

ถนนหลังสวน

สถานีรถไฟ BTS

BTS ชิดลม Distance 140 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

2.8 ไร่

ชั้น

34 ชั้น

ยูนิต

158 ยูนิต

ที่จอดรถ

231 คัน

ลิฟท์

6 Private Lifts + 2 Services Lifts

สิ่งอำนวยความสดวก

Private Storage, Wine Cellar, Cigar Storage, Cloakroom, Piano Rooms 1 & 2, Onsens, Spa Rooms, Fitness Centre, Business Lounge & Meeting Rooms, Sports Bar & Lounge, Kids Room, Sky Lounge, Private Kitchen & Dinning Area, สระว่ายน้ำระบบเกลือ


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์

studio

-

1 bedroom

83 ตร.ม.

2 bedroom

153-162 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

419 – 443 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3.5 เมตร และ 4 เมตรสำหรับห้อง Penthouse

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

457,831 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

38 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

Q1 2566

เว็บไซต์

scopecollection.com

02 028 9788


เพื่อนบ้าน Street View


รีวิว SCOPE Langsuan เพราะความหรูหราเป็นเรื่องของคุณภาพในทุกกระบวนการ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีมาตรฐาน สูงสุดระดับสากล

 

เป็นที่รับรู้กันดีว่า ดัชนีที่จะชี้วัดมูลค่าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในระดับ Luxury ขึ้นไป มักจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง วิว ความเป็นส่วนตัว ความมีชื่อเสียงของแบรนด์ การเลือกใช้วัสดุ รวมถึงบริการหลังการขายในแบบ International Standard  ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ได้ถูกนำมาขยายความต่อยอดพัฒนาโครงการ Ultra Luxury Condo ในกรุงเทพฯ หลายโครงการ เพื่อประกอบเหตุผลในเชิงตรรกะของการซื้อสินค้าในกลุ่มตลาด Luxury ที่ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย คุณภาพในการพัฒนาโครงการ อย่างประณีต คุณค่าของแบรนด์ รวมถึงความคุ้มค่าในสิ่งที่ได้รับแบบจับต้องได้ เช่นพื้นที่ใช้สอยที่สามารถใช้ชีวิตได้จริง เป็น Practical Living ในแบบที่เหนือกว่าที่อื่นๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด Emotional Needs อื่นๆ อาทิ ความเป็นเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ที่สามารถสะท้อนตัวตน ของผู้เป็นเจ้าของได้มากที่สุด รวมไปถึงการออกแบบจากสุดยอดนักออกแบบระดับโลกที่มีประสบการณ์ที่สามารถ Customized Space ให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปของแต่ละสมาชิกในครอบครัวได้ ก็เป็น Motivation สำคัญในหมู่ผู้ซื้อเป้าหมาย

 

ซึ่งโครงการ Ultra Luxury ที่ดูจะโดดเด่นที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ SCOPE ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ยึดแนวคิดหลักในการทำโครงการอย่าง Location. Design. Distinction กับโครงการแรกอย่าง SCOPE Langsuan (สโคป หลังสวน) ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาโครงการเพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานในการพัฒนาโครงการพรีเมียมระดับสากล (International Premium) ดูเหมือนว่านิยามของคำว่า Luxury จะถูกยกระดับขึ้นให้เหนือว่ามาตรฐานคอนโดทั่วไปในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่สุดยอด Location อย่างทำเลหลังสวน หนึ่งในย่าน Central Lumpini ที่ล้อมรอบสวนลุมพินีอย่าง วิทยุ หลังสวน เพลินจิต ชิดลม เข้าไว้ด้วยกัน มีซอยต้นสน ที่สามารถทะลุออกไปยังถนนสารสิน ต่อเนื่องไปสวนลุมพินีได้ง่าย เดินออกมาชิดลม เพลินจิต ขึ้นรถไฟฟ้าได้สะดวก มีความร่มรื่นเป็นทุนเดิม ใกล้แหล่งช้อปปิ้งระดับโลกขนาดใหญ่หลายแห่ง เดินทางเชื่อมต่อไปยังย่าน CBD สำคัญได้หลายเส้นทาง และที่สำคัญที่สุดคือเป็นย่านที่แทบจะไม่สามารถหาที่ดินแบบ Freehold เพื่อพัฒนาโครงการคอนโด High Rise ได้อีก โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ Leasehold ของโครงการสินทร วิลเลจ และยังรายล้อมด้วย Mega Project ระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะโครงการ Mixed use อย่าง One City Centre, Dusit Central Park และ One Bangkok ที่เป็นโครงการ Mixed Use ที่มีมูลค่าโครงการสูงที่สุดในประเทศไทย

 

และจากทำเลที่ที่หาที่ดินแบบ Freehold ได้น้อยมาก ทำให้ที่ดินยิ่งมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นที่ตั้งของ SCOPE Langsuan ที่ทำสถิติราคาขายต่อตารางวาได้สูงที่สุดในเมืองไทย เรียกว่าเป็นทำเลแห่งความสมบูรณ์แบบด้านทำเลที่ลงตัว เหมาะแก่การพักอาศัยโดยแท้จริง

นอกจากตอบโจทย์ด้านทำเลแล้ว SCOPE Langsuan ยังตอบโจทย์ด้านความสมบูรณ์แบบ ในการเป็น International Premium ตั้งแต่ผู้ออกแบบ ไปจนถึงวัสดุและการบริการ

 

การผสมผสานของดีไซน์เนอร์ระดับโลก

ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบอาคารระดับโลกมาแล้วทั่วโลกที่เดินทางมาประเทศไทยในวันแถลงข่าวเพื่อนำเสนอแนวคิดในการออกแบบโครงการ ด้วยตัวเอง อย่าง โทมัส ยูล-ฮันเซน (Thomas Juul-Hansen) ผู้ออกแบบอาคาร ONE57 ที่มีชื่อเล่นว่า “The Billionaire Building” ซึ่งเป็นอาคารที่มีห้องชุดพักอาศัยราคาแพงที่สุดของนิวยอร์ค

 

และ บริษัท คอห์น เพเดอร์เซน ฟ็อกซ์ (เคพีเอฟ) บริษัทออกแบบที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิ อาคาร World Financial Centre ตึกไอคอนนิคที่โดดเด่นในเซี่ยงไฮ้ อาคาร International Commerce Centre ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดและโดดเด่นที่สุดในฮ่องกง อาคาร Lotte World Tower ตึกที่สูงที่สุดของเกาหลีใต้ที่มีความสูงถึง 123 ชั้น รวมไปถึง Hudson Yards ในนิวยอร์ค ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มาร่วมเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบ SCOPE Langsuan

ภายใต้การดีไซน์ที่อยู่อาศัยระดับหรูหราหรือ Luxury ที่แท้จริง ที่ไม่ได้เน้นไปเพียงแค่วัสดุราคาแพง ราคาขายราคาแพง เพียงอย่างเดียว แต่ผู้ออกแบบและ SCOPE Langsuan ตีความความ หรูหราหรือ Luxury ไปที่คุณภาพของกระบวนการความคิด ที่ใส่เข้าไปในขั้นตอนการออกแบบที่ยอดเยี่ยม และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม นำเสนอเป็นความเรียบง่ายที่โอ่โถงสะอาดตา ประโยชน์ใช้สอย รสนิยมที่ดีระดับสากล และการใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างสูงสุด

 

ตั้งแต่ Great Space Design ที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็น Good Size คือ ใช้ขนาด international standard size ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าอยู่คอนโด กับห้องขนาดตั้งแต่ 83-162  sq.m. ที่มาพร้อมกับ extra-large walk-in closets และ private storage

Good Height คือความสูงของห้อง floor to ceiling ที่ 3.5 และ 4 เมตร รวมทั้งประตูทางเข้าที่สูงถึง 2.9 เมตร

และ Good Quantity คือ จำนวนยูนิตที่น้อยเพียง 158 units แต่ได้พื้นที่ใช้สอยต่อยูนิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง อย่างพื้นที่จอดรถที่มากถึง 231 คัน และสามารถเลี้ยงสัตว์ได้​(ตามข้อกำหนดของคอนโด)

การเลือกใช้วัสดุชั้นเลิศจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก

ที่ไม่ได้เลือกเพียงเพราะแบรนด์ แต่เลือกจาก Function ที่ใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ผู้พักอาศัย มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และเข้ากับงานออกแบบของโครงการ สุดท้ายคือราคาที่สมเหตุสมผล

 

อาทิ ชุดครัวจาก bulthaup ที่คัดเลือกและผ่านการทดสอบมาแล้ว อาทิ พื้น Top เคาท์เตอร์เป็นหิน ที่ไม่ดูดซึมน้ำ ทำให้มั่นใจได้ตลอดการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไวน์เปื้อน น้ำหก ก็ไม่ทำให้สีของเคาท์เตอร์เปลี่ยน รวมทั้งยังมีการออกแบบชุดวางอุปกรณ์ทำครัวที่เหมาะกับทุกการใช้งาน

ตู้เย็น Sub-Zero ที่การันตีการคงความสดของผักผลไม้ภายในตู้ ที่ช่วยถนอมอาหารให้สามารถอยู่ได้นาน และยังสดใหม่อยู่เสมอ

ตู้อบ ไมโครเวฟ จาก Gaggenau ที่มาทั้งดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเมนูใดใด

Walk-in closet จาก LEMA แบรนด์นำเข้านวัตกรรมจากอิตาลี

ชุดสุขภัณฑ์ จาก TOTO NeoRest Washlet สุขภัณฑ์ระดับ ultra luxury

ชุดฝักบัวอาบน้ำจาก AXOR แบรนด์สัญชาติเยอรมัน ที่คัดสรรมาอย่างดี

รวมทั้งการบริการเหนือระดับที่ตอบโจทย์วิถีชีวิต Luxury อย่างแท้จริง

ทั้งในเรื่องของการบริการ Residential Manager, Valet Parking และแม่บ้าน ที่รองรับตลอด 24 ชั่วโมง

มีระบบ EV charging docks, wine cellar, cigar storage, cold storage

รวมทั้งที่จอดรถแบบอัตโนมัติ ที่รองรับรถยนต์ขนาดใหญ่แบบ full-size van ได้

ตัวอาคารตั้งอยู่ระหว่างถนนหลังสวนและถนนต้นสน มีทางเข้าหลักอยู่ที่ถนนหลังสวน ห่างจากสถานี BTS ชิดลมเพียงแค่ 140 เมตร

แบ่งเป็นที่จอดรถที่ชั้นใต้ดินจำนวน 6 ชั้น

พื้นที่ส่วนกลางเริ่มที่ชั้น G ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ double volume สูงถึง 6 เมตร

แบ่งโซนด้านหน้าเป็นที่จอดรถ drop-off, Lobby, Library, Mail room และพื้นที่พักคอย

ส่วนโซนด้านหลังเป็น Cold Storage, Drivers Lounge, Car Washing Area, EV Charging Docks

ที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่มี Private Storage ที่มีหลายขนาดทั้ง S,M,L , Wine Cellar, Cigar Storage, Cloakroom, Piano Rooms 1 & 2 ที่มีเปียโนรองรับการเรียนการสอนของลูกๆ, 25-seat Auditorium by Atmos, Spa Rooms แยกชายหญิง, Onsens แยกชายหญิง

ส่วนที่ชั้น 4 เป็นพื้นที่ Facilities ใช้งานหลัก

ไม่ว่าจะเป็น Temperature-control Pool ที่แยกพื้นที่การใช้งานในสระเดียว คือทั้งสระว่ายน้ำและสระเด็ก

เชื่อมกับ Pool deck ไปยังส่วนของ Kids Room ,Professional Standard Fitness Centre ,Business Lounge & Meeting Rooms และ Sports Bar & Lounge

 

ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอีกชั้นขึ้นไปอยู่ที่ชั้น 34 เป็น Sky Lounge, Private Kitchen & Dinning Area และ Barbecue Deck

ในพื้นที่โซนที่พักอาศัย เริ่มที่ชั้น 5 ทุกชั้นมีการจัดวาง layout คล้ายกัน คือ ทุกห้องมี private lift เชื่อมเข้าสู่ภายในห้อง บริเวณตรงกลางอาคาร

 

ห้อง 1 Bedroom 4 ห้องถูกจัดวางที่โซนอาคารด้านทิศเหนือ ส่วนห้องใหญ่ 2Bedroom-3bedroom มีอยู่ 2 ห้องต่อชั้นที่โซนทิศใต้

แต่ละชั้นมีตำแหน่งหน้าต่างที่มีการออกแบบให้บิดเข้า บิดออกไม่เหมือนกัน

ซึ่งผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากการขัดกันของงานสาน ฝีมือคนไทย จึงทำให้นอกจากภายในห้องเดียวสามารถมีมุมมองที่แตกต่าง ระหว่างห้องนอน และห้องนั่งเล่น

 

รวมทั้งระหว่างแต่ละห้องภายในยูนิต

ภายนอกอาคารยังเห็นเป็น façade ที่มีลูกเล่น โดดเด่น แตกต่างอย่างลงตัว

มีบางชั้นที่มีความพิเศษของแต่ละ unit ได้แก่ ที่ชั้น 5 unit ที่อยู่ด้านถนนหลังสวน มี extra balcony ขนาดใหญ่ ที่มีเพียง 3 ห้อง น่าจะเหมาะมากสำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยงพักอาศัยอยู่ด้วย (สอบถามเงื่อนไขและกติกาในการเลี้ยงสัตว์ได้ที่จนท.โครงการครับ)

ที่ชั้น 27-29 มีห้อง 3 bedroom ที่ด้านหน้าติดถนนหลังสวน แทนตำแหน่งของห้อง 2 bedroom และ 1 bedroom

ที่ชั้น 30-31 มีชั้นละ 3 ห้อง ด้านหลังอาคาร

ส่วนที่ชั้น 32-33 เป็น penthouse ทั้งชั้น

มาถึงภายในห้อง ที่ออกแบบและตกแต่ง โดย Thomas Juul-Hansen ที่ออกแบบเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งสุนทรียศาสตร์และการใช้งาน

 

ห้องแรก เป็นห้อง 1 Bedroom 83.24 Sq.m.

ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็น 2 ส่วนซ้ายขวา คือ living room และห้องนอน

ออกจากlift มาจะพบกับ foyers ที่มีทั้งประตูทางเข้า จากโถงทางเดินแต่ละชั้น

จากประตูมีคีย์การ์ดที่สามารถจดจำระยะเวลาการเข้าออก ทำให้สามารถรู้ได้ว่าแม่บ้านเข้าออกเพื่อทำความสะอาดในเวลาใด

ทางเข้าห้องโครงการ built-in ตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้า ชั้นวางรองเท้า ซึ่งหากใส่กล่องรองเท้า จะสามารถวางได้มากถึง 112 คู่ แต่ถ้าไม่ใส่กล่องก็สามารถวางได้มากถึง 88 คู่ ที่มาพร้อมตู้ควบคุมไฟ เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษาจากพนักงาน โดยไม่ต้องเข้าไปถึงภายในห้องพัก

เชื่อมเข้าสู่ทางเข้าห้องบริเวณ living area ผ่านซุ้มประตูที่เป็นสัญลักษณ์งานออกแบบของ โทมัส ยูล-ฮันเซน ภายในห้องปูด้วยพื้นไม้ Engineered wood

ที่มีตู้เก็บของ built-in ให้ทั้งสองข้างทางเข้า

 

พื้นที่แรกเป็นพื้นที่ครัว ติดผนัง สูงจรดเพดาน ยาวเต็มแนวผนัง โดยเป็นชุดครัวจาก bulthaup โดยเป็นตู้เย็น Sub-Zero ที่การันตีการคงความสดของผักผลไม้ภายในตู้ ที่ช่วยถนอมอาหารให้สามารถอยู่ได้นาน และยังสดใหม่อยู่เสมอ

ถัดไปเป็น ตู้อบ ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า 2 หัว จาก Gaggenau ที่มาทั้งดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเมนูใดใด

ด้านหน้าชุดครัวเป็นเคาน์เตอร์ยาวขนานกัน Top เคาน์เตอร์ฝังอ่างล้างจาน เคาน์เตอร์เป็นหินทัชมาฮาล สีเนื้อ น้ำตาล ที่ไม่ดูดซึมน้ำ ทำให้มั่นใจได้ตลอดการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไวน์เปื้อน น้ำหก ก็ไม่ทำให้สีของเคาน์เตอร์เปลี่ยน

 

รวมทั้งยังมีการออกแบบชุดวางอุปกรณ์ทำครัวที่เหมาะกับทุกการใช้งาน ทั้งในลิ้นชัก ที่แยกพื้นที่วางอุปกรณ์

และตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัว ที่สามารถแยกการใช้งาน และจัดวางได้อย่างเป็นระเบียบ

มีมุมแช่ไวน์แยกพร้อมเคาน์เตอร์บาร์เป็นสัดส่วน

ด้านหน้าเคาน์เตอร์ครัว มีพื้นที่กว้างพอให้วางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง เพื่อแยกพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนติดริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่

พื้นที่กว้างพอให้วางชั้นวางทีวี

และชุดโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่งสำหรับดูทีวี หรือพักผ่อน เปิดรับแสงภายนอก

ด้านนอกเป็นระเบียง ที่สามารถเปิดออกไปได้จากห้องนั่งเล่น ด้วยประตูกระจกบานสูง เชื่อมไปสู่พื้นที่ระเบียงที่เป็นราวกันตกกระจก เชื่อมมุมมองเข้าสู่ภายในห้อง

โครงการให้ผ้าม่านทึบแสงแบบ Automatic ที่สามารถปิดแสงได้มืดสนิท

ด้านซ้ายของห้องเป็น ห้องนอน

ติดทางเข้าเป็น Walk-in closet จาก LEMA แบรนด์นำเข้านวัตกรรมจากอิตาลี รูป U shape แบบโปร่ง พร้อมลิ้นชักแยกการใช้งาน

ติดกันเป็นห้องน้ำปูด้วยหินอ่อนทั้งพื้นและผนัง

แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งที่ด้านซ้าย กับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ 2 อ่างแยกซ้ายขวา พร้อมกระจกบานใหญ่ สำหรับใช้งานได้พร้อมกันในเวลาเร่งรีบ

ถัดเข้าไปด้านในเป็นที่ตั้งโถสุขภัณฑ์พร้อมผนังกั้นเป็นสัดส่วน

ด้านขวาเป็นพื้นที่ส่วนเปียก (ของจริงมี glass shower กั้น แบ่งการใช้งาน)

พื้นที่ส่วนเปียกด้านในสุดเป็นอ่างอาบน้ำแบบฝังเรียบไปกับผนังห้องน้ำ

ด้านหน้าเป็น Rain shower, hand shower และชุดผนังน้ำนวดตัว พร้อมระบบทำน้ำร้อนน้ำเย็น

ในส่วนของห้องนอน ดูโปร่งโล่ง เพราะได้หน้าต่างบานใหญ่สูงจรดเพดาน กว้างเต็มหน้ากว้างห้อง

โครงการติดตั้งไฟ LED ไว้ที่ปลายเตียง และแอร์ VRV ที่ด้านปลายเตียง ซึ่งเป็นการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะการนอน

ภายในห้องสามารถวางเตียง American king size ได้พร้อมโต๊ะหัวเตียง และยังมีพื้นที่โดยรอบเหลือมากพอให้เป็นทั้งพื้นที่ใช้งาน และทางเดิน

ปลายเตียงก็กว้างพอให้วางชั้นวางทีวี ได้เต็มแนวผนัง

ทั้งนี้ยังมีระบบปลั๊กแบบ USB และระบบ Home automation รองรับไว้ให้บริการ

ห้องนี้น่าจะเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก หรือคนที่กำลังสร้างครอบครัว ที่มีพื้นที่ใช้งานครบครันทุก Function และเรียกว่าเป็นงานออกแบบที่คุ้มค่าทุกพื้นที่อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

ห้องสุดท้ายคือ ห้องแบบ 2 bedroom ซึ่งโครงการไม่ได้ทำทุกพื้นที่ของห้องมาให้ชม แต่ทำห้องครัวและห้องน้ำ standard ไว้ให้ได้ชม

ห้องครัวสำหรับ 2 ห้องนอน เป็นครัวปิด ทรง U shape เป็นชุดครัวจาก bulthaup Top เคาน์เตอร์ตามเป็น L shape ปูด้วยหินทัชมาฮาลสีขาว ที่ไม่ดูดซึมน้ำ ทำให้มั่นใจได้ตลอดการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไวน์เปื้อน น้ำหก ก็ไม่ทำให้สีของเคาน์เตอร์เปลี่ยน

แบ่งเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร อ่างล้างจาน 2 อ่าง และพื้นที่ปรุงอาหาร ที่โครงการให้เตาไฟฟ้าถึง 4 หัว

ด้านบนและด้านล่างเป็นลิ้นชักและตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัวแบบแยกการใช้งาน

พื้นที่ครัวอีกฝั่งเป็นเครื่องครัวไฟฟ้าจาก Gaggenau ให้เตาไมโครเวฟ ตู้อบ และตู้แช่ไวน์

ติดกันเป็นตู้เย็น Sub-Zero ที่ห้องสองห้องนอนเป็นตู้ใหญ่ บานเปิดคู่ ที่การันตีการคงความสดของผักผลไม้ภายในตู้ ที่ช่วยถนอมอาหารให้สามารถอยู่ได้นาน และยังสดใหม่อยู่เสมอ

รวมทั้งยังมีการออกแบบชุดวางอุปกรณ์ทำครัวที่เหมาะกับทุกการใช้งาน

สะดวกสบาย และคุ้มทุกพื้นที่

ในส่วนของห้องน้ำเป็นโทนหินอ่อน ไล่ตั้งแต่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า พร้อมกระจกบานใหญ่ แบบ 2 อ่างแยกซ้ายขวา ตัดกับตู้ไม้ สำหรับใช้งานได้พร้อมกันในเวลาเร่งรีบ

และพื้น ผนังก็เป็นลายหินอ่อนขาวเทาเชื่อมกันทั้งหมด

ถัดเข้าไปด้านในเป็นที่ตั้งโถสุขภัณฑ์พร้อมผนังกั้นเป็นสัดส่วน

ด้านซ้ายเป็นพื้นที่ส่วนเปียก (ของจริงมี glass shower กั้น แบ่งการใช้งาน)

พื้นที่ส่วนเปียกด้านในสุดเป็นอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว

ด้านหน้าเป็น Rain shower, hand shower และชุดผนังน้ำนวดตัว พร้อมระบบทำน้ำร้อนน้ำเย็น

และชุด Walk-in closet จาก LEMA แบรนด์นำเข้านวัตกรรมจากอิตาลี ที่ด้านหน้าติดทางเข้าห้องน้ำ

 

SCOPE Langsuan และพันธกิจในการสร้างคอนโดหรูที่มีมาตรฐานทัดเทียมระดับโลก

 

อาจกล่าวได้ว่าธุรกิจอสังหาฯ ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ทั่วไปที่ใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ราคา และแผนกลยุทธ์ของสินค้า ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเหล่าดีเวลลอปเปอร์ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาโครงการในกลุ่มเซกเมนท์ Mass – Economy ล้วนแล้วแต่เพลิดเพลินกับการพัฒนาโครงการโดยใช้กลยุทธ์ Cost Leadership เป็นหลัก เนื่องจากเชื่อว่ากำลังซื้อหลักของตลาดนั้นมาจากกลุ่มคนที่มีงบประมาณในการซื้อไม่เกิน 3 ล้านบาท ขายในราคาถูกๆ มันต้องมีดีมานด์ที่มากกว่า และคนซื้อคอนโดเค้าก็แค่ซื้อความสะดวก ซื้อเพื่ออยู่ใจกลางเมืองมันก็เท่านั้น จะเอาอะไรมากมาย แต่ด้วยอานิสงส์ของการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมระบบราง ผ่านโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีทำให้เกิด Cluster ของความเจริญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวรถไฟฟ้าสายหลัก โครงการอสังหาฯ หลากหลายประเภทล้วนถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินโดยรอบ ส่งผลให้ราคาที่ดินถูกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่ไม่เกรงใจราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ ที่ดินในย่านที่เคยเป็นชานเมืองอย่างสุขุมวิทตอนปลายก็ยังมีราคาขายที่สูงเกินว่าตารางวาละหกแสน ในขณะที่ราคาที่ดินในย่านใจกลางเมืองที่ Prime มากๆก็ต้องใช้วิธีการประมูลเพื่อให้แย่งชิงกันด้วยราคาเริ่มต้นที่มากกว่าตารางวาละสองล้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแต่สร้างคำถามที่ตามมาให้กับผู้คนทั่วไปว่านี่เป็นเพียงภาพมายาที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์และกลุ่มผู้บริโภคช่วยกันสร้าง หรือว่าคือจุดสมดุลที่แท้จริงของตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ

 

เมื่อต้นทุนมาแพงขนาดนี้ สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในกลุ่มฐานรากที่แย่ลง อยากซื้อแต่มีภาระเยอะจนไม่เพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองได้ แน่นอนว่าดีเวลลอปเปอร์ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ คงไม่สามารถที่จะยืนหยัดพัฒนาโครงการคอนโดให้มีราคาถูกดังที่ตัวเองต้องการอีกต่อไปได้ ตลาดคอนโดหรูในกลุ่ม Luxury ที่มีราคาเกินตารางเมตรละ 2 แสน และในกลุ่ม Ultra Luxury ที่มีราคาเกินตารางเมตรละสามแสน ซึ่งเมื่อก่อนถูกมองว่ามีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่น้อยมาก เพียงแค่ไม่ถึง 10% ของตลาดรวมทั้งหมด จึงเป็นกลุ่มตลาด Red Ocean ที่ถูกแย่งชิงความเป็นหนึ่งจากสารพัดดีเวลอปเปอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่…จริงอยู่ที่กลุ่มลูกค้าที่อยู่ในระดับนี้ล้วนแต่มีศักยภาพในการซื้อ มีความมั่งคั่งในระดับ High Net Worth Individual ไม่ได้ยี่หระกับสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน หากคนกลุ่มนี้อยากซื้ออะไรก็ย่อมที่จะซื้อได้ไม่มีปัญหา แต่ข้อเท็จจริงอีกประการก็คือคนกลุ่มเหล่านี้ไม่ได้มีมากถึงขนาดครึ่งหนึ่งของตลาดอสังหาฯ เมืองไทย และพวกเขาเหล่านั้นก็ล้วนแต่เลือกซื้อ เลือกโอนคอนโดกันจนเต็มไม้เต็มมือ บางคนซื้อมากกว่า 100 ยูนิต จนไม่รู้ว่าจะซื้อมาไว้ให้ใครเพิ่มอีกต่อไปแล้วเช่นกัน และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือพวกเขาเหล่านั้นก็ยังคงสงสัยว่าคอนโดที่ตัวเองซื้อมานั้นมีโครงการไหนที่เหมาะจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ Super Luxury ของจริงในยุคที่มีราคาคอนโดแบบเดียวกันเกลื่อนตลาดไปหมด

 

ในกลุ่มสินค้าประเภท Luxury เรามักจะพบว่า Logic ในการซื้อมักจะตรงกันข้ามกับกลุ่มตลาดอื่นเสมอ ยิ่งมีราคาสูงมากเท่าไหร่ยิ่งมีดีมานด์ในการซื้อมากเท่านั้น โดยที่คนซื้อมักจะมองข้ามความสำคัญของเหตุผลหลักในการใช้งานออกไป คนกลุ่มนี้มองว่าไม่ได้ซื้อคอนโดมาเพื่ออยู่ใกล้ที่ทำงานเดินทางสะดวก แต่อาจจะมองว่าซื้อมาเพื่อใช้เป็นห้องแต่งตัวเวลาไปงาน Gala Dinner ในโรงแรมหรูย่านชิดลม บางคนเพียงแค่เลือกซื้อห้องที่แพงที่สุด จากโครงการที่แพงที่สุดเพราะเชื่อมั่นว่าราคาในแบบ Superlative คือเครื่องยืนยันถึงการได้ครอบครองห้องที่ดีมีคุณภาพมากที่สุด รวมถึงการได้อยู่ร่วมกับผู้คนในสถานะเดียวกัน…มีหลายคนกล่าวว่าคนซื้อคอนโด Ultra Luxury เค้าไม่ได้ดูเปรียบเทียบในเรื่องของราคา สเปคห้องเท่าไหร่หรอก แค่สร้างออกมาให้บรรยากาศมันดูดี เดี๋ยวก็ขายได้ ซึ่งนั่นคือความเข้าใจที่ค่อนข้างผิดเพี้ยนไปในการทำการตลาดของกลุ่มสินค้าประเภท Luxury  ในมาตรฐานสากลที่จำเป็นต้องเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะสำคัญในแบบ Extraordinary ทั้งที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ จนเกิดเป็นคุณค่าในใจผู้ซื้อที่มากกว่าการอยู่อาศัยในคอนโดทั่วไป ซึ่งจากประสบการณ์ของผมมองว่าคอนโดที่เรียกตัวเองว่าเป็น Ultra Luxury โดยสมบูรณ์ควรที่จะมีองค์ประกอบที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างจาก Mass Market ดังนี้ครับ 1. Excellent Quality 2. Scarcity 3. Premium Price 4. Aesthetics และ 5. Superfluous

 

หากใช้ 5 ข้อดังกล่าวในการกรองโครงการออกก็จะพบว่าในกรุงเทพฯ มีโครงการระดับ Ultra Luxury ที่สามารถทัดเทียมกับมาตรฐานสากลไม่ถึง 10 โครงการ เนื่องจากกระบวนความคิดในการพัฒนาโครงการของดีเวลลอปเปอร์ไทยส่วนใหญ่ยังคงมองถึง KPI หลัก ซึ่งก็คือยอดขายจากการพัฒนาโครงการหลายๆ โครงการเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่ม จนทำให้โครงการ Ultra Luxury ส่วนใหญ่มีกระบวนการในการพัฒนาที่ไม่ต่างกับโครงการแบบ Mass คือใช้วัสดุแบบเดียวกัน ออกแบบสไตล์ Copy and Reuse เน้นทำเลและพื้นที่ส่วนกลางแบบตามกระแสนิยม แต่กลับอัพราคาเพิ่ม และใส่กลยุทธ์สื่อสารการตลาดให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่านี่คือโครงการในระดับ Ultra Luxury แล้วนะ…คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งการพัฒนาโครงการในประเทศ และเข้าถึงรสนิยมการอยู่อาศัยอย่างเหนือระดับจากทั่วโลก รู้ดีถึงข้อจำกัดที่ทุกดีเวลลอปเปอร์ต้องเผชิญ และมองเห็นถึง Pain Point ของกลุ่ม Luxury Seeker ทั่วโลกว่ายังไม่มีโครงการไหนในไทยที่มี Brand Promise ที่จะส่งมอบงานที่สนองความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อในระดับนี้ได้เท่าที่ควร หากเทียบกับในมหานครใหญ่ทั่วโลก จึงได้ประกาศตั้ง “สโคป” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยที่มา Disrupt วงการ ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิมที่เคยมีมา ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมี่ยมมาตรฐานระดับโลกโดยเฉพาะ…โครงการ SCOPE Langsuan จึงถูกนับว่าเป็นโครงการแรกในไทยที่เริ่มปักหมุดในกลุ่มเซกเมนท์ใหม่ ที่ Larger Than Life กว่ากลุ่ม Old Luxury เดิมๆ ที่เราเคยรู้จัก หรือพูดอีกอย่างก็คือ International Premium คือเซกเมนท์ New Luxury ที่ผสานสมดุลในเรื่องของคุณภาพ ความประณีต และ Aesthetic Experience จนสามารถเติมเต็ม Emotional Needs ที่แตกต่างกันไปของกลุ่ม Luxury Seeker ทั่วโลก

 

เมื่อมองภาพกลุ่มเป้าหมายที่มาจากทั่วโลกแล้วจึงไม่แปลกที่ SCOPE Langsuan จะเป็นการ Collaborate กันระหว่าง โทมัส ยูล-ฮันเซน และ เคพีเอฟ เพื่อให้เป็นโครงการที่ผสานมาตรฐานสูงสุดระดับสากล การออกแบบที่เป็นเลิศระดับโลก และสุดยอดของหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนหลังสวนเข้าไว้ด้วยกัน

 

คลิกเพื่ออ่าน เปิดตัว “สโคป หลังสวน” – โครงการแรกในไทย โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของนิวยอร์ค

ความเป็น Excellent Quality ของ SCOPE Langsuan ล้วนแต่เป็น Tangible Benefit ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่นำมาเป็นวัสดุในการก่อสร้าง และตกแต่ง แบรนด์อย่าง Bulthaup, Sub-Zero, Gaggenau, Lema, AXOR และ TOTO ล้วนแต่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีจาก โทมัส ยูล-ฮันเซน ว่ามีความเป็น Top Quality Materials ในขณะที่ความเป็น Scarcity ก็มาจาก Limitation ของ Supply บนทำเลเดียวกัน ซี่งทำเลหลังสวนก็นับว่าเป็น Super Prime Area ที่พื้นที่โดยรอบถูกพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ในการหาคอนโด High Rise ริมถนนใหญ่แบบ Freehold อีกแล้ว

ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางราวๆ 2,500 ตรม.จากทั้ง 4 ชั้นก็มอบประสบการณ์ทางสุนทรียะ (Aesthetic Experience) ที่ค่อนข้างแตกต่างกว่าที่อื่นๆ ตรงที่มีการ Customized ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์อันมีเอกลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย ที่มองหาความสุขสบายในการใช้ชีวิต แต่ยังคงไว้ซึ่ง Practical Living ไม่ว่าจะเป็นบริการ Valet Service และ Residence Manager ตลอด 24 ชม. ห้องเก็บของควบคุมอุณหภูมิ ห้องเก็บไวน์ ซิการ์ ห้องเล่นเปียโน สปา ออนเซ็น ห้องแต่งตัว ห้องดูหนังสไตล์ออดิทอเรี่ยม ฟิตเนส ห้องทำงาน สกายเล้าจน์ รวมถึงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนชั้น 4 ที่ว่ายได้จริงในทุกฤดูกาลเนื่องจากเป็นสระแบบปรับอุณหภูมิได้ โดยที่ความเป็น Superfluous (ความหรูหราแบบเกินขีด) ของที่นี่ก็มีให้เห็นเด่นชัดในขนาดของห้องที่แม้แต่ห้องขนาด 1 ห้องนอนยังเริ่มต้นที่ 87 ตารางเมตร ที่มาพร้อมเพดานสูง 3.5 เมตร มีตู้เก็บของ เก็บรองเท้าขนาดใหญ่มาก ในขณะที่ห้องเพนท์เฮาส์เพดานสูงถึง 4 เมตร มาพร้อมกระจกหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานและลิฟต์ล็อบบี้ส่วนตัวทุกห้อง สิ่งที่ผมค่อนข้างว้าวกับความหรูหราเกินความต้องการก็คือห้องอาบน้ำที่ให้ Rain Shower ถึง 2 หัว พ่วงด้วย Hand Shower และหัวฉีดน้ำติดผนังอีก 2 หัว พร้อมอ่างอาบน้ำอีกต่างหาก…ความหรูหราของแท้ต้องมีเกินความต้องการขั้นพื้นฐานแบบนี้ล่ะครับ

ในแง่ของราคาขายหลายๆ คนคงคิดว่าที่นี่คงเป็นคอนโดที่มีราคาขายต่อตารางเมตรแพงที่สุดในไทย เพราะตัวโครงการเองตั้งอยู่บนที่ดินที่มีราคาซื้อขายจริงแพงที่สุดของประเทศ แต่ทางสโคปเองกลับตั้งราคาขายเริ่มต้นที่ค่อนข้างประหลาดใจผมมาก เนื่องจากมีราคาเริ่มต้นราวๆ ตรม. ละสี่แสน จนไปถึงประมาณเฉียดๆ ตรม. ละหกแสนบาท ราคาเฉลี่ยถูกกว่าโครงการอย่าง 98Wireless และ The Residences At Mandarin Oriental พอสมควรเลย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ทางทีมงานสโคปเค้าก็ได้อธิบายว่ามาจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานในแบบ Disrupt ของเดิมทั้งหมด โดยมองไปที่นิยามของความหรูหราในแบบ SCOPE ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของการใช้วัสดุแพงๆ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม มีประโยชน์ใช้สอย รสนิยมที่ดี เพื่อให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าที่อื่นๆ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าโครงการของ SCOPE ในลำดับต่อๆ ไปจะไม่ใช่โครงการที่มุ่งแต่จะทำสถิติราคาขาย New High มีราคาขายเกิน 40 ล้านบาทเพียงอย่างเดียว เพราะแม้กระทั่งกลุ่มผู้มีกำลังซื้อในระดับแค่ 10 ล้านบาทก็ยังต้องการที่จะมองหาความหรูหราแบบนี้ …นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม Premium Price ของ SCOPE Langsuan จึงไม่ได้มีราคาที่แพงที่สุดในตลาด

ด้วยการที่เป็นโครงการที่มุ่งเน้นในเรื่องของคุณภาพการออกแบบให้อยู่อาศัยในแบบหรูหราฟู่ฟ่าได้จริง ห้องทุกห้องของที่นี่จึงมี Value ที่ค่อนข้างทัดเทียมกันทุกห้องครับ โดยหากใครที่มองหาคอนโดที่มีวิวสวยๆ เห็นฉากหลังเป็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่ หรือมีสระว่ายน้ำสูงเสียดฟ้าไว้ถ่ายรูปโชว์ลง Instagram อย่างเดียวแต่ว่ายไม่ได้เพราะหนาวเกินไป เห็นทีว่าที่นี่คงจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณเข้าใจรสนิยมการใช้ชีวิตในสไตล์คุณยงยุทธ ผู้เคยไปพำนักในสุดยอดอพาร์ทเมนท์ราคาแพงมาแล้วค่อนโลกเป็นประจำก็จะพบว่า SCOPE Langsuan คือของจริงบนทำเลที่แพงที่สุดของประเทศโดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อไกลถึงนิวยอร์คครับ

 

SCOPE LANGSUAN

A residence for those with a profound understanding of design, those whose taste transcends mere luxury and extravagance, and those who treasure quality that creates timeless value.

ที่พักอาศัยสำหรับคนที่ลึกซึ้งในการออกแบบ

เข้าใจรสนิยมที่อยู่เหนือความหรูหราที่ฟุ่มเฟือย

แต่เชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริง คือ คุณภาพที่สร้างคุณค่าเหนือกาลเวลา

register | schedule an appointment

02 028 9788

scopecollection.com

ig: @scopecollection



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.5

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


พาไปชมโครงการ ลา กาซิต้า คอนโดฯ ตากอากาศสไตล์สแปนิช พร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2.5 ไร่ และตึกเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้น 2.19 ลบ.

ลา กาซิต้า (La Casita) ชื่อนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว นั่นก็คือชื่อโครงการคอนโดมิเนียมจากทางแสนสิริ และมีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและมีเอกลักษณ์ ที่มากับสีสันพาสเทล ให้ความรู้สึกสดใสและผ... อ่านต่อ

11 November, 2019



ตระการตากับพรมเปอร์เซียร์ เปียโนโบราณอายุกว่า 100 ปี และเครื่องเสียงมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ผมจะพาเดินชมนิทรรศการ Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 - งานจัดแสดงและจำหน... อ่านต่อ

8 November, 2019

Exclusive Interview: คุณโก้ ชานนท์ เรืองกฤตยา กับการพลิกองค์กรครั้งสำหรับสู่การเป็น Urban Living Solutions Company

เป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้วล่ะครับ ที่ผมไม่ได้มีโอกาสนั่งทานข้าวบนโต๊ะเดียวกัน ในแบบเป็นกั... อ่านต่อ

4 November, 2019

พาชม JLL Asia Pacific Headquarter ที่ Paya Lebar สิงค์โปร์

ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานแห่งที่สองของ JLL ในวิงค์โปร์ที่เพิ่งจะ Move in ไปเมื่อ 6 สัปดาห... อ่านต่อ

2 November, 2019

RML เผยกลยุทธ์ธุรกิจ 5 ปี พร้อมบุกชมห้องตย. The Estelle Phrom Phong แห่งแรกในสิงค์โปร์ เคียงข้างร้านบ้านหญิง ที่ Royal Square@Novena

วันนี้โครงการ The Estellle Phrom Phong ได้ฤกษ์ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนชาว... อ่านต่อ

2 November, 2019