Rhythm Rangnam

  

ริธึ่ม รางน้ำ


ในวันที่ Rhythm Rangnam เปิดตัว หลายๆคนที่ไม่อินก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม Rhythm ถึงเลือกมาเปิดโครงการในย่านรางน้ำ แถมเปิดในราคาที่สูงทำสถิติแบรนด์ และเทียบเท่าคอนโดติดถนนใหญ่ในย่านพญาไท-ราชเทวีซะอีกคือราคาเฉลี่ยราวๆตรม.ละแสนแปดกว่าๆ (แต่ก็ยังมียูนิตพิเศษที่ราคาเริ่มต้นแค่ตรม.ละแสนหก) ในวันนั้นสถานี BTS อนุสาวรีย์ฯยังถูกคนหมู่มากมองว่าเป็นเพียงแค่ทำเลรอง ที่ทดแทนจากย่านราชเทวี พญาไท แค่นั้น ส่วนสถานี BTS อนุสาวรีย์ฯน่ะรึ ก็ดูจะเป็นศูนย์รวมการขนส่งสาธารณะอย่างวินรถตู้ และป้ายรถเมล์มากกว่า ก็ขนาดคอนโดไฮเอนด์ตัวแรกประจำย่านนี้ยังใช้ชื่อว่า M Phayathai ทั้งที่อยู่ใกล้ BTS อนุสาวรีย์ฯมากกว่าตั้งเยอะ

เกริก บุณยโยธิน on November 18, 2017 at 10:59 am

Prop score™: 4.1

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

RHYTHM Rangnam

บริษัทผู้สร้าง

AP (Thailand) PLC. บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด ( มหาชน )

สถานที่

ราชเทวี

สถานีรถไฟ BTS

BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ Distance 100 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 93 ตารางวา (793 ตารางวา)

ชั้น

28 ชั้น

ยูนิต

385 ยูนิต

ที่จอดรถ

171 คันคิดเป็น 44% ไม่รวมจอดซ้อนคัน

ลิฟท์

3 Passenger Lifts + 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนส่วนกลาง, ลานอเนกประสงค์


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO

studio

28 ตร.ม.

1 bedroom

35 ตร.ม.

2 bedroom

46.5 - 62 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.6 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

190,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

5.32 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

58 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

450 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2017

เว็บไซต์

http://www.apthai.com/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94/rhythm/rhythm-rangnam/

1623


เพื่อนบ้าน Street View


พาชมห้องจริง Rhythm Rangnam คอนโดที่น่าอยู่ที่สุดบนถนนรางน้ำ Residential area แห่งใหม่ที่มีความหลากหลายในการใช้ชีวิต ติด Tourist Shopping Destination ชั้นนำระดับโลก

 

เมื่อราวๆกลางปี 2015 นับว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของแบรนด์คอนโดจากค่ายเอพีหลายๆตัว เนื่องจากในช่วงเวลานั้นคอนโดของค่ายเอพี ถูกทยอยเสริมเขี้ยวเล็บด้วยองค์ความรู้นานัปการ ทั้งในส่วนของการออกแบบ กระบวนการก่อสร้าง และพื้นที่ส่วนกลาง ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากดีเวลลอปเปอร์ เบอร์หนึ่งสัญชาติญี่ปุ่นอย่างมิตซูบิชิ เอสเตท หากหลายๆคนยังจำกันได้หลายต่อหลายโครงการที่เอพีเปิดมาในปีนั้น ไล่ตั้งแต่ Aspire, Life ไปจนถึงแบรนด์ Rhythm ซึ่งมีจุดเด่นที่ความเป็นโครงการคอนโดแนว Stylish ใกล้รถไฟฟ้าเน้นพื้นที่ส่วนกลางที่มีความหลากหลาย ล้วนแล้วแต่มียอดขายพุ่งกระฉูดนับตั้งแต่วันแรกที่เปิดจองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Aspire สาทร ท่าพระ คอนโดติด BTS ตลาดพลู ที่ปิดการขายได้ภายใน 1 วัน, Life Asoke คอนโด 1 ก้าวจากสถานีรถไฟฟ้า ARL มักกะสัน และ MRT เพชรบุรี ที่สร้างกระแสในหมู่นักลงทุน Big Lot มากที่สุดในประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นคอนโดเปิดตัวใหม่ที่ถูกที่สุด และมีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดบริเวณแยกอโศก เพชรบุรี แต่ก็ยังกวาดยอดขายเกินกว่า 90% ในวันพรีเซล ชนิดที่ผู้ซื้อรายย่อยแทบจะไม่มีโอกาสเข้าถึงห้องมือหนึ่งจากโครงการ…จนมาถึงโครงการที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้คือ Rhythm Rangnam (ริธึ่ม รางน้ำ) คอนโดที่ว่ากันว่ามีผู้ลงทะเบียนสนใจซื้อก่อนวันเปิดจองมากถึงกว่า 3,200 รายชื่อ โดยที่มีห้องให้ซื้อเพียงแค่ 385 ยูนิตเท่านั้น และก็แน่นอนว่าจากผลตอบรับดังกล่าวทำให้ Rhythm Rangnam ถูกนักลงทุนขาใหญ่หลายคนแย่งกันซื้อจน Sold Out เข้าวินไปแบบที่แทบจะไม่ต้องทำการตลาดอะไรให้มันสิ้นเปลืองเลย นี่คือการกลับมาอย่างสมภาคภูมิของโครงการภายใต้แบรนด์ Rhythm แบรนด์ที่มีจุดขายอย่างชัดเจนในเรื่องของทำเลที่ตั้งที่มักจะใกล้รถไฟฟ้าแบบเดินไม่กี่ก้าวถึง แต่มีราคาที่ยังจับต้องได้ในคนหมู่มากที่ถวิลหาพื้นที่ส่วนกลางหรูหรากว้างใหญ่บนชั้น Rooftop นี่คือแบรนด์ Rhythm ตัวเดิมที่สาวกเอพีหลายคนเคยจดจำในภาพของ value of appreciation จำนวนมหาศาลให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง

ในวันที่ Rhythm Rangnam เปิดตัว หลายๆคนที่ไม่อินก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม Rhythm ถึงเลือกมาเปิดโครงการในย่านรางน้ำ แถมเปิดในราคาที่สูงทำสถิติแบรนด์ และเทียบเท่าคอนโดติดถนนใหญ่ในย่านพญาไท-ราชเทวีซะอีกคือราคาเฉลี่ยราวๆตรม.ละแสนแปดกว่าๆ (แต่ก็ยังมียูนิตพิเศษที่ราคาเริ่มต้นแค่ตรม.ละแสนหก) ในวันนั้นสถานี BTS อนุสาวรีย์ฯยังถูกคนหมู่มากมองว่าเป็นเพียงแค่ทำเลรอง ที่ทดแทนจากย่านราชเทวี พญาไท แค่นั้น ส่วนสถานี BTS อนุสาวรีย์ฯน่ะรึ ก็ดูจะเป็นศูนย์รวมการขนส่งสาธารณะอย่างวินรถตู้ และป้ายรถเมล์มากกว่า ก็ขนาดคอนโดไฮเอนด์ตัวแรกประจำย่านนี้ยังใช้ชื่อว่า M Phayathai ทั้งที่อยู่ใกล้ BTS อนุสาวรีย์ฯมากกว่าตั้งเยอะ

แต่แล้วด้วยอานิงสงค์ของการพัฒนาโครงการในย่านพญาไท-ราชเทวี ที่นับวันจะมีแต่โครงการเกิดใหม่ราคาแพงเกินจนเกินลิมิตของคนที่ต้องอยากอยากอยู่ในย่านนี้ แถมยังเดินห่างไปจากรถไฟฟ้าจนแทบจะข้ามไปยังอีกสถานีได้แล้ว จนมาถึงการทำราคา new high ของโครงการ The Monument สนามเป้า ที่ทางแสนสิริ ดันปิดการขายในช่วงนั้นได้อีกด้วยราคาตรม.ละสองแสนปลายๆ ลากยาวไปจนถึงเส้นอารีย์ – หมอชิต ที่เริ่มจะมีโครงการที่มีราคาขายเกือบแตะสองแสนบาทต่อตรม.ขึ้นมาแล้ว…สถานีอนุสาวรีย์ฯจึงเป็นที่จับตามองในหมู่ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่เกือบทุกรายขึ้นมาในเวลาแค่ช่วงข้ามปี

ในความเป็นจริงแล้วจุดขายของย่านนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ความใกล้สถานี BTS อนุสาวรีย์ฯ ที่ค่อนข้างใกล้กับจุดเชื่อมต่อที่เป็น City Center อย่างสถานีสยามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังใกล้สถานที่ราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะในภาคส่วนของสถานพยาบาล และมีแหล่งช้อปปิ้งมอลล์ในระดับ Mass พร้อมโรงหนัง ที่คนทั่วไปสามารถเดินซื้อของราคาประหยัดได้อย่าง Century Movie Plaza ทั้งนี้หากเราพิจารณาในเรื่องของการเดินทางที่หลากหลาย และความหลากหลายของการใช้ชีวิตเป็นหลัก ซอยรางน้ำ ที่ตั้งของโครงการ Rhythm Rangnam นี่ล่ะ คือจุดยุทธศาสตร์ของทำเลนี้

Rhythm Rangnam ตั้งอยู่ห่างเพียงแค่ 100 เมตรจากสถานี BTS อนุสาวรีย์ โดยที่ตัวโครงการถอยร่นจากความวุ่นวาย รถติดอันแสนสาหัสของถนนใหญ่พญาไทมาประมาณไม่ถึง 100 เมตร แต่เป็นระยะ 100 เมตรที่มอบความสบายใจในการเดินทางให้คุณมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะด้วยการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถยนต์สาธารณะ ก็สามารถเข้าสู่ตัวโครงการได้หลายทางมาก ทั้งจากทางด้านถนนราชปรารภ ถนนราชวิถี ถนนศรีอยุธยา และถนนพญาไท ยิ่งหากใครที่มีที่ทำงานอยู่บริเวณย่านศรีอยุธยา ยิ่งต้องชอบที่นี่เพราะว่าสามารถเดินเข้าออกไปยังถนนศรีอยุธยาได้หลายทางทั้งจากซอยศรีอยธยา 12 หรือจะเดินแบบเก๋ๆทะลุผ่าน Tourist Shopping Mall ชั้นนำระดับโลกอย่าง King Power Rangnam Complex ก็ได้เช่นกัน

ออกจากโครงการมาก็สามารถเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยศรีอยุธยา 12 หรือทะลุ King Power เพื่อไปยังแถวๆโรงแรมสุโกศล อาคารสิริภิญโญ อาคารศรีอยุธยา (อายิโนโมโตะ) หรืออาคารวรรณสรณ์ เลยก็ได้แปปเดียวถึงสะดวกอะไรขนาดนั้น

ในเชิงศักยภาพของย่านรางน้ำ ผมมองว่าที่นี่จะยังมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของการคมนาคม ที่ในอนาคตอีกฟากของถนนรางน้ำบริเวณถนนราชปรารภ ก็มีจะมีแนวเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม พาดผ่านที่สถานีรางน้ำ แต่ในส่วนที่เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ King Power Rangnam Complex ที่เพิ่งจะมีการปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่มีอะไรๆให้ช้อปให้ชิมมากกว่าเดิมเยอะ โดยเปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสแล้วเมื่อต้นเดือนตค.ที่ผ่านมา

โครงการอยู่ติด King Power Rangnam Complex เลยนะครับ

DCIM100MEDIADJI_0237.JPG

คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี คอมเพล็กซ์ รางน้ำ (King Power Duty Fee Complex Rangnam) กลับมาเปิดอีกครั้งด้วยงบประมาณการลงทุนถึง 2,500 ล้านบาท ภายใต้โฉมใหม่ในเทรนด์ Mixed Use ที่เชื่อมต่อกันอย่างครบวงจร ทั้งศูนย์อาหารที่มีแต่ร้านอาหารนานาชาติชื่อดังที่หาไม่ได้จาก Food Court ทั่วไป และมีการระดมทัพสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกปลอดภาษีทั้งแบรนด์ดั้งเดิมและแบรนด์ใหม่เข้าเปิดเป็น Flagship Store และยังเชื่อมกับที่ตั้งของโรงแรม Pullman King Power โดยตรง

 

มีร้านอาหาร Brand ดังที่คนไทยชอบไปยืนต่อคิวเพื่อรอซื้อมากมาย แต่สามารถมากินแบบสบายๆได้แล้วที่นี่

 

เครดิตภาพและ VDO จาก https://www.facebook.com/pg/Kingpowerofficial

มีแบรนด์มาใหม่หลายแบรนด์ที่เลือกที่นี่เป็น Flagship Store และสินค้าบางชิ้นก็ถือกลับได้เลย การมีทั้งร้านอาหาร Food court และแบรนด์ดังใหม่ๆจะช่วย Draw traffic จากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนไทยให้แวะมาที่นี่เป็นประจำได้

นอกจากนี้บริเวณโดยรอบโครงการก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารนานาชาติ และร้านกาแฟเกิดใหม่มากมาย เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมาทุกปีในย่านนี้ด้วยเช่นกัน และยังมีสวนสันติภาพที่ทำหน้าที่เป็นปอดของชาวรางน้ำอยู่ห่างจากโครงการเพียงไม่กี่เมตร ที่นี่จึงเป็นย่านที่ผสมกันอย่างลงตัวระหว่างห้าง ร้านค้าในแบบ Mass ไปจนถึง Shopping Mall ปลอดภาษีแบรนด์เนมระดับโลก ที่ทุก Group Tour ต้องมาเยือน ตังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า Exposure ของตัวอาคารจะมีความโดดเด่นสะดุดทุกสายตาของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแน่นอน

Rhythm Rangnam (ริธึ่ม รางน้ำ) เป็นคอนโดสูง 28 ชั้น จำนวน 385 ยูนิต พร้อมด้วยพื้นที่ร้านค้าอีก 1 ยูนิต มีที่จอดรถ 171 คัน (44%) ไม่รวมจอดซ้อนคัน ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 1 – 3 – 93 ไร่ โดยมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่เป็นไฮไลท์ยกสูงอยู่บนชั้น 27 ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ฟิตเนสต่อเนื่อง 2 ชั้น, และลานอเนกประสงค์ โดยมีสวนส่วนกลางกระจายตัวอยู่ที่ชั้น G, ชั้น 6 และชั้น 27

โครงการมีความแตกต่างจากโครงการอื่นในย่านเดียวกันอย่างชัดเจนในเรื่องของขนาดยูนิต โดยแบ่งออกเป็นห้องแบบ Studio ขนาด 28 ตารางเมตร, 1 ห้องนอน (Plus) ขนาด 35 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน ขนาด 46.5-62 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนของห้องแบบ 2 ห้องนอนเพียงแค่ 24% เท่านั้น โดยเป็นโครงการที่นำเสนอห้องขนาดเริ่มต้นเป็นแบบสตูดิโอที่มีขนาดเล็กที่สุด 28 ตรม. ในย่านอนุสาวรีย์ จึงทำให้หากใครที่กำลังมองหาคอนโด High Rise พร้อมอยู่หมาดๆที่มีราคาต่อยูนิตประมาณ 5 ล้านบาท ก็มีเพียงแค่ตัวเลือกเดียวที่นี่เท่านั้น!

 

ที่บริเวณชั้น Ground ส่วน Drop Off มีการออกแบบ Landscape เป็นสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นด้วยคอนเซปต์ Karesansui หรือ Dry Landscape เป็นการใช้ Pattern ของน้ำออกแบบให้รู้สึกว่ามีน้ำโดยปราศจากน้ำ และเพิ่มมิติสีสัน ด้วยเรนโบว์ยูคาลิปตัส สัมพันธ์กับการจัดวางหิน ซึ่งทำให้แปลกตาด้วยสีแวววาว…สร้างความสงบที่แตกต่างในทุกสัมผัส

หินเทียมบางส่วนถูกทำเป็นสีม่วง เพื่อให้ตรงกับ CI ของแบรนด์ Rhythm ที่มีสีม่วงเป็นสีพื้น

บริเวณ Façade ส่วนของพื้นที่ลานจอดรถมีการติดตั้ง Fin แนวตั้งลายไม้ เพิ่มกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติ แฝงด้วยจิตวิญญาณของความเป็นญี่ปุ่นเข้ามา

ส่วนของล้อบบี้ ได้แรงบันดาลใจจาก Sudare ม่านไม้ไผ่แบบญี่ปุ่น ถูกออกแบบให้เกิดความงามที่แตกต่างด้วยการจัดวาง และบิดองศาเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในจังหวะไม่ซ้ำกัน เพิ่มความเรียบเท่อย่างลงตัว ด้วยการเติมผิวสัมผัสของหินสีที่แตกต่างกัน

มีห้องจดหมายอยู่ทางขวามือ

โถงลิฟท์ดูหรูหราตามมาตรฐานแบรนด์ Rhythm ครับ

ชั้น 6 เป็นชั้นพักอาศัยชั้นแรก และมีความพิเศษตรงมีส่วนของพื้นที่สวนส่วนกลางที่สามารถเป็นสถานที่ทำงาน Outdoor ช่วงแดดร่มๆได้ เพราะมีปลั๊กไปและที่นั่งกึ่งโต๊ะเอนกประสงค์จัดเตรียมเอาไว้ให้ โดย Reading Space บนสวนชั้น 6 การออกแบบผสมผสานระหว่าง หิน ต้นไม้ และที่นั่ง เปิดมุมมองที่กว้างกว่า ด้วยการเล่นระดับ รับวิวท้องฟ้าและวิวเมือง

 

ยูนิตส่วนใหญ่หันไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก

คล้ายๆ Amphitheatre ที่สามารถนั่งชมวิวรถไฟฟ้าได้

จุดเด่นของ Floor Plan ที่นี่ที่ต้องชมก็คือการออกแบบที่เน้นการถ่ายเทอากาศ และช่องแสง โดยมีช่อง Atrium เพิ่มความโปร่งโล่ง และไหลเวียนอากาศทุก 5 ชั้นบริเวณโถงทางเดิน ซึ่งการจัดวางห้องจะแบ่งออกเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนอยู่บริเวณหัวมุมของอาคาร

ชั้น 21 และ 26 จะเป็นชั้นพิเศษที่มีพื้นที่สวนมาเป็นระยะ set back ทางทิศเหนือ

ชั้น 27 เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้น ประกอบด้วยสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge แนวยาว มองวิวเมืองได้ 270 องศา สวนลอยฟ้า ฟิตเนสต่อเนื่อง 2 ชั้นแบบ Double Volume โดยทีชั้น 28 เป็นชั้นดาดฟ้าครับ

 

โถงลิฟท์ดูหรูหราใช้วัสดุดีงาม

วิวจากสระแนวยาวสวยมากๆเลยครับ อันนี้หันไปทางอนุสาวรีย์ฯ – สนามเป้า

มองไปอีกด้านเจอตึกใบหยก

มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนชมวิวได้โดยรอบ

ใครอยากขึ้นมาชมวิวนี้บนชั้นส่วนกลางต้องรีบซื้อรีบโอนครับ ก่อนที่จะมีโครงการข้างเคียงอย่าง Ideo Q Victory ขึ้นมารับช่วงต่อวิวนี้ไป

เดินขึ้นไปดูฟิตเนสกันบ้าง ที่นี่เป็น Fitness ขนาดใหญ่มาก เหลือเฟือ แถมมีถึง 2 ชั้นอีก…ก้าวแรกที่ขึ้นมาก็เห็นวิวแบบนี้เลย

ออกกำลังกายได้ครบทุกสัดส่วน

เนื่องจากห้องมือหนึ่งของโครงการขายหมดไปนานแล้ว วันนี้เราเลยมาขอดูห้องกับตัวแทนการขายห้องรีเซลอย่างเป็นทางการของเอพีอย่าง BC (BangkokCitiSmart) ครับ ซึ่งทาง BC เองก็ได้มีการจัดเตรียมห้องตัวอย่างแบบตกแต่งครบเป็นห้องแบบสตูดิโอ และ 1 Bed Plus เอาไว้สองห้อง เนื่องจากว่าตอนนี้มี Stock ของห้อง 2 Type นี้ฝากขายอยู่ค่อนข้างเยอะครับ ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอน เนื่องจากมี Stock ฝากขายน้อย และคนที่ซื้อมือแรกส่วนใหญ่ต้องการอยู่เอง ทาง BC ก็เลยไม่ได้ทำห้องตัวอย่างมาให้ดูครับ

ห้องแรกเป็นห้องแบบ 1 Bed Plus ขนาด 35 ตรม. Type B 08 ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นห้องที่ทางเอพีนำมาใช้กับหลายๆโครงการในยุคหลังครับ

รูปแบบห้องถูกออกแบบโดยเน้นความสมดุลกันทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอน โดยหากคุณเป็นคนที่เรียบง่าย ไม่เน้นการแต่งตัว แต่จริงจังกับการทำงาน ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องเอนกประสงค์ที่เชื่อมต่อกับห้องนอน (ห้องตัวอย่างถูกตกแต่งให้เป็นห้องแต่งตัว พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง) ให้เป็นห้องทำงานได้เช่นกัน

เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอกับส่วน Living ทางฝั่งซ้ายมือและสามารถจัดวางโต๊ะทำงานแบบหันหน้าเข้ากำแพงได้ โดยที่ส่วนครัวเชื่อมต่อกับส่วนทานอาหาร และห้องน้ำทางด้านขวามือของห้องn โครงการขายแบบ Fully Fitted ให้แค่ห้องครัว ห้องน้ำ แอร์ ครับ

มีบานเลื่อนกระจกเต็มความสูง 2.6 เมตร เป็นตัวคั่นกลางระหว่างส่วน Living และ Bedroom พื้นเป็นลามิเนตหนา 8 มม.

หันหลับไปจะเห็นบริเวณส่วนหน้าห้อง และห้องน้ำ มีแอร์บริเวณนี้ให้ 1 เครื่อง

ห้องตัวอย่างส่วน Living จัดวางเป็นโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะ Console ไว้วางหนังสือ หรืออาจจะใช้ทำงานได้เช่นกัน

จากโซฟามองเห็นทั้งทีวีและห้องครัวที่ถูกดันไปชิดผนังอีกฝั่ง

ครัวรูปตัว L มีช่องให้วางเครื่องซักผ้าด้านล่าง และมีบานกระจกขนาดใหญ่มองทะลุไปยังห้องเอนกประสงค์และระเบียงได้

ห้องจริงเป็นช่องว่างเฉยๆ ไม่ได้ให้ไมโครเวฟมานะครับ

เตรียมอาหารเสร็จก็นั่งทานข้าวตรงนี้ได้เลย จัดวางได้ 2 ที่นั่งพอดีเป๊ะ

อีกฝั่งของครัวจะเป็นห้องน้ำแยกส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำ

มีการทำช่องเก็บของให้บริเวณส่วน Shower

มาที่ห้องนอนกันบ้าง

การกั้นด้วยบานเลื่อนกระจกเต็มความสูงทำให้ได้ความโปร่งโล่ง และแสงธรรมชาติส่องผ่านได้ทั้งห้อง

สามารถวางทีวีที่ปลายเตียงได้ โดยมีแอร์ให้ในห้องนี้อีกตัว

บริเวณปลายเตียงจะเป็นประตูบานเลื่อนไปสู่ห้องเอนกประสงค์ที่ถูกออกแบบให้เป็นห้องแต่งตัว

สามารถ Built Walk in Closet พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้เลย

มีหน้าต่างบานใหญ่มองไปยังห้องครัวและห้องนั่งเล่นได้

ห้องนี้เดินออกไปยังระเบียงได้ครับ

ขนาดใหญ่พอสมควร มี CDU แขวนอยู่ด้านข้าง บังสายตาด้วย Grill ของอาคาร

ห้องถัดไปเป็นห้องสตูดิโอขนาดเล็กที่สุดของโครงการคือ 28 ตารางเมตร เป็นแบบหน้าลึก สไตล์ Boutique Hotel โดยมีการแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานส่วนรับแขกและส่วนห้องนอนไว้ร่วมกันเป็นพื้นที่ติดอากาศ และดันส่วนครัวและห้องน้ำไว้บริเวณปากทางเข้าห้อง ห้องนี้เป็น Type A16 ทางฝั่งทิศใต้ โดยห้องสตูดิโอจะมีชั้นละ 4 ห้อง หันไปทางทิศใต้และตะวันตกอย่างละ 2 ห้อง

เปิดเข้ามาเจอครัวทางซ้ายมือ ขวาเป็นห้องน้ำ และเมื่อเดินผ่านไปจะพบกับ space ที่กว้างขึ้น ซึ่งถูกจัดวางให้เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทำงานติดหน้าต่าง และระเบียง ในบริเวณเดียวกัน

ครัวสเปคมาตรฐานสีและวัสดุเหมือนกับทุกห้องครับ

ห้องนี้ได้ครัวเป็นแนวยาว สามารถวางตู้เย็นข้างๆประตูได้

เปิดออกมาเป็นแบบนี้

ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวามือ

ถัดไปเป็นโซนห้องสารพัดกิจกรรมแล้วครับ กิน นอน ทำงาน ดูทีวี จบครบในที่เดียว

สามารถทำเป็นชั้นวางของ เชื่อมต่อชั้นวางทีวีหรือจริงๆจะกั้นห้องเพิ่มก็ได้นะครับเป็นครัวปิดไปเลย ท่าจะดีกว่า

วางเตียง King Size ได้เลย แถมแสงธรรมชาติส่องถึงทั่วห้อง ข้างๆเตียงเป็นระเบียง

ห้องนี้มีแอร์ให้ 1 ตัว บริเวณผนังด้านขวาของหัวเตียง

สามารถทำตู้เสื้อผ้าชิดหน้าต่างได้ โดยทำโต๊ะทำงานแบบ Bay Window ทำงานไปชมวิวเมืองไป

น่าจะเป็นอีกหนึ่งมุมโปรดสำหรับชีวิตคนโสดวัยทำงานย่านอนุสาวรีย์-รางน้ำ-พญาไท ครับ

มาดูระเบียงกันบ้าง อาจจะดูเล็กสำหรับคนตัวใหญ๋ แต่ถ้ามุดออกไปได้ก็กว้างพอดูเลยครับ เพราะแขวน CDU แอร์ไว้ด้านบน

หันกลับไปดูทางหน้าห้องอีกที

นอกจากทั้งสองห้องนี้แล้ว ผมก็แอบเข้าไปดูห้องจริง สเปคมาตรฐานที่โครงการให้มาด้วยครับ โดยเป็นห้องแบบสตูดิโอ Type A03 ฝั่งด้านทิศตะวันตก

ก็ได้เป็นห้องโล่งๆ ตกแต่งได้ตามความพอใจเลยครับ

ชุดครัวเหมือนห้องตัวอย่าง แต่ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้

ส่วนของระเบียง

และวิวทางฝั่งทิศตะวันตก ที่ค่อนข้างโล่ง เห็นไกลถึงสะพานพระราม 8 อันนี้ผมถ่ายจากห้องชั้น 10 ครับ ก็จะมองลงมาเห็นสวนบนชั้น 6 ได้เช่นกัน

ดูวิวมุมสูงจากยอดตึกกันบ้างดีกว่า อันนี้ทิศตะวันตก วิวโล่ง บรรยากาศเมืองเก่าลิบๆ

ทิศตะวันออกมีตึกใบหยกเป็น backdrop

ทิศเหนือชั้นสูงๆจะได้วิวอนุสาวรีย์ฯไปอีกราวๆสองปีกว่าๆ

และทิศใต้หันไปทางแยกพญาไท

หากถามผมว่าในย่านรางน้ำ มีโครงการไหนที่น่าจะโอเคที่สุดหากจะซื้อไว้อยู่เอง ก็คงต้องบอกว่าเป็นโครงการ Rhythm Rangnam นี่ล่ะครับ เพราะคงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าทำเลที่ตั้งของโครงการนั้นตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของซอยรางน้ำ ติดกับ Tourist Shopping Destination ชั้นนำระดับโลกอย่าง King Power Duty Fee Complex Rangnam ที่นักท่องเที่ยวสายช้อปปิ้งทุกคนจำเป็นที่จะต้องแวะมาเยือน แถมยังอยู่ห่างเพียงแค่ 100 เมตรจาก BTS สถานีอนุสาวรีย์ฯ และยังเดินทางด้วยรถยนต์ได้ง่ายและสะดวกกว่าคอนโดอื่นๆที่อยู่ริมถนนพญาไท พูดง่ายๆก็คือซอยรางน้ำนี่ล่ะคือย่านที่ช่วยยกระดับทำเลอนุสาวรีย์ให้มีความเป็น upscale residential area ขึ้นมาได้

ด้วยการที่โครงการมีขนาดห้องเริ่มต้นที่ 28 ตรม. และราคาขายรีเซลเฉลี่ยที่ประมาณตรม.ละแสนเก้า จึงทำให้ราคาต่อยูนิต ไม่สูงมากนักถ้าเทียบกับคอนโดที่อยู่บริเวณใกล้เคียง โดยล่าสุดโครงการอย่าง Ideo Q Victory ก็ทำราคาขายรีเซลได้ไกลถึงตรม.ละ 250,000 บาท. ทั้งๆที่เปิดตัวมาด้วยราคาที่พุ่งเกินตรม.ละสองแสน เป็นสถิติ New High ในย่านนี้ไปแล้ว แม้จะมีขนาดยูนิตเริ่มต้นไล่เลี่ยกัน ก็ยังแพงกว่า แต่ก็ยังขายหมดแบบหน้าตาเฉย หรือหากอยู่เลยไปอีกสถานีนึงก็จะพบเจอกับคอนโดระดับ Super Luxury อย่าง The Monument Sanampao ที่ตอนนี้ราคาไปไกลกว่าตรม.ละสามแสนเข้าไปแล้ว Rhythm Rangnam จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดที่ขาดหายไปสำหรับกลุ่มผู้ซื้อวัยทำงานในย่านพญาไท รางน้ำ อนุสาวรีย์ จนถึงพหลโยธินตอนต้น ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัดในการซื้อคอนโดที่ใกล้กับที่ทำงานได้เป็นอย่างดี

และหากเป็นการซื้อเพื่อปล่อยเช่าเดิมทีย่านรางน้ำก็มีทั้งโรงแรมขนาดเล็ก Hostel และอพาร์ทเมนท์เก่าแก่อยู่ค่อนข้างมากอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมโรงแรมชั้นนำอย่าง The Pullman ซึ่งมี Occupancy Rate ค่อนข้างสูงตลอดปี แสดงให้เห็นว่าย่านนี้ยังไงก็มี demand เช่าอยู่เรื่อยๆ และ Rhythm Rangnam ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในระดับพรีเมียมที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของ Business Traveler และ Local Worker ได้เป็นอย่างดี แต่ในด้านการลงทุนน่าจะมองไปที่อัตรา Capital Gain หลังโอนมากกว่า Rental yield ที่ดูแล้วยังไงก็น่าจะได้รับผลตอบแทนราวๆ 4-5% ต่อปี ในขณะที่ราคาคอนโดใหม่ในย่านนี้ก็ทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆจน Rhythm Rangnam น่าจะกลายเป็นของดีราคาถูกในอนาคตได้ไม่ยาก

 

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะได้ซื้อห้องรีเซลราคาดีงามจาก BC เพราะว่ามีหลายห้องที่เจ้าของห้องขายต่อโดยเอากำไรแค่หลักหมื่น แถมทาง BC ยังมี Exclusive Promotion ที่มอบให้เฉพาะกับผู้ที่ซื้อห้องกับ BC เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Promotion ฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอน บข้อเสนอ ดอกเบี้ยต่ำสุด เริ่มต้น 0.5% แบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว พร้อมผ่อนถูกเพียงล้านละ 1,500 บาท นาน 1 ปี*

ซึ่งวันที่ 24 พย.นี้ BC จะจัดงาน Condo Grand Sale ที่โรงแรม Grande Center Point (Terminal 21) ที่จะรวมเอาห้องรีเซลเด็ดราคาดีทั้งจากโครงการ Rhythm Rangnam และโครงการคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าอื่นๆมาร่วมงาน ผู้สนใจสามาถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bkkcitismart.com/



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)…จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.1


Notice: Undefined variable: post_id in /home/propholic/public_html/wp-content/themes/propholic/single-prop-verdict.php on line 899
SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


CHALERMNIT ART DE MAISON ….THE NOVEL PERSPECTIVES OF LUXURIOUS JAPANESE-INSPIRED RESIDENCE ON SUKHUMVIT 53 BY AREEYA PROPERTY

“โลกถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมุมมองของเราทั้งหมด แต่การมองด้วยตาอาจไม่พอที่จะทำให้เราเห็นถึงแก่นแท้ เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีที่ว่างเว้นให้เราตีความหรือจินตนาการได้มากกว่า 1 คำตอบ” “เพื่อมองให้เห็นทุ... อ่านต่อ




พระเอกต้องมาคนสุดท้าย !!!! วันที่ 21 พย.นี้เตรียมจองรอบออนไลน์ กับ Ideo Mobi Rama 4 คอนโดสุด hot ส่งท้ายปีของอนันดา

ในที่สุดเค้าก็มา !!!! กับคอนโด 0 เมตรจาก Mrt คลองเตย ติดถนนพระราม 4 ถนนแห่งอนาคตที่มี l... อ่านต่อ

ห้ามพลาด 21 พย.นี้ จองออนไลน์ก่อนคุ้มกว่าพร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* กับโครงการ Elio Del Moss พหลโยธิน 34 แต่งครบเริ่ม 1.59 ล้าน*

วันที่ 21 พย.ที่จะถึงนี้น่าจะเป็นการจองยูนิตคอนโดออนไลน์ รอบสุดท้ายและรอบสำคัญประจำปี 2... อ่านต่อ

แสนสิริ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยและระดับสากล ผ่านโครงการ98 Wireless แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์พีซของโครงการ จึงทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% คิดเป็นมูลค่า 6,750 ล้านบาท ภายหลังการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเพียงไม่ถึงหนึ่งปี โดยได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ ตอกย้ำความโดดเด่นและศักยภาพการเติบโตตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ไทย ด้วยราคาที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ปิดการขายได้ ณ ปัจจุบันคือกว่า 800,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมกันนี้ด้วยการตอบรับที่ดีมากจากการรังสรรค์ห้องแต่งซึ่งตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้า แสนสิริจึงเผยโฉมห้องแต่งใหม่ล่าสุด 3 สไตล์ที่ออกแบบและรังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับผู้บริหาร นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมกับเงินสมทบที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมา และสถาบันการเงิน ร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน จากกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 มอบแด่ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1,000,000 บาท รับมอบโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช และ มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 800,000 บาท รับมอบโดย นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคุณศศชล วัชโรบล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่ายา ค่ารักษาส่วนเกินสิทธิแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ และเพื่อสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับการรักษาการศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง เมื่อเร็วๆนี้