The Origin Ratchada – Ladprao

  

ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว


ในช่วงที่ตลาดคอนโดเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในสภาวะชะลอตัว ไม่ได้เปิดตัวกันคึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ออริจิ้น หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการคอนโดรายใหญ่ของไทย ก็มองเห็นลู่ทางในการพัฒนาโครงการคอนโดในเซกเมนท์ใหม่ที่ยังพอมีช่องว่างทางการตลาด เป็นกลุ่มตลาดที่เพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มชีวิตอิสระ มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 30 ปี และกำลังตัดสินใจที่จะซื้อคอนโดหลังแรก ใ

wipawan khampuwiang เมื่อ 16 August, 2019 เวลา 14.13 pm

Prop score™: 3.9

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The Origin Ratchada - Ladprao

บริษัทผู้สร้าง

Origin Property

สถานที่

ซอยลาดพร้าว 23

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT รัชดาภิเษก Distance 25 m./MRT ลาดพร้าว Distance 450 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-28.25 ไร่

ชั้น

8 ชั้น

ยูนิต

208 ยูนิต

ที่จอดรถ

Auto Parking และจอดซ้อนคัน ประมาณ 61%

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

24 hr. Co – working Space, Garden, Swimming Pool, Lounge, Fitness, Private Room, Meeting Room, Office Supply, Multi – function Studio, Rooftop Garden, Yoga Area


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์/Low-Rise Condominium

studio

-

1 bedroom

24.5-33 ตร.ม., 1 Bedroom (Smart Walk-in Closer) 26.5-27.5 ตร.ม., 1 Bedroom PLUS 32-36 ตร.ม.

2 bedroom

50-54.5 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.5 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

110,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

2.29 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

ืn/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564

เว็บไซต์

https://bit.ly/2Z8Y3Vz

020 300 0000




รีวิว The Origin Ratchada – Ladprao คอนโดราคาประหยัด แต่ให้ครบทุกฟังก์ชั่น เพียง 25 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีรัชดา

 

ในช่วงที่ตลาดคอนโดเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในสภาวะชะลอตัว ไม่ได้เปิดตัวกันคึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ออริจิ้น หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการคอนโดรายใหญ่ของไทย ก็มองเห็นลู่ทางในการพัฒนาโครงการคอนโดในเซกเมนท์ใหม่ที่ยังพอมีช่องว่างทางการตลาด เป็นกลุ่มตลาดที่เพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มชีวิตอิสระ มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 30 ปี และกำลังตัดสินใจที่จะซื้อคอนโดหลังแรก ในราคาเริ่มต้นล้านกว่าบาทถึงสามล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจาก LTV Effect เนื่องจากเป็น Real Demand ที่ซื้อคอนโดเป็นหลังแรก โดยโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ The Origin นี้จะเปิดตัวถึง 6 โครงการในปีนี้ ซึ่งเมือต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาก็ได้ชิมลางเปิดกับโครงการ The Origin Ram 209 Interchange เจาะกลุ่ม Blue Ocean Market ในย่านมีนบุรี และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนในพื้นที่จนกวาดยอดขาย Sold Out ภายใน 1 เดือนหลังจากเปิดตัว

 

โดย The Origin ทั้งหมด 6 โครงการ ก็จะอยู่ในทำเลที่แตกต่างกันไป เช่น สุขุมวิท รัชดา ลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง พหลโยธิน ถือได้ว่าเป็นย่านหลักในกรุงเทพฯ ที่ใครก็รู้จัก และยังเป็นทำเลที่มีความคึกคักของทั้งผู้คนที่อาศัยในละแวกนั้น ที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และแหล่งไลฟ์สไตล์อีกมากมาย อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องต่างๆ ของผู้อยู่อาศัยในย่านนั้นๆ ได้อีกด้วย

ซึ่งความเป็นมาของแบรนด์ The Origin ทั้ง 6 โครงการ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ หลายคนอาจได้เห็นผ่านตาจากช่องทางสื่อต่างๆ มาบ้างแล้ว และอาจเกิดความสงสัยได้ว่าในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ทำไมถึงเกิดแบรนด์เดียวกันถึง 6 โครงการ และโครงการภายใต้แบรนด์ The Origin นี้มีอะไรน่าสนใจ จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใดบ้าง โดยคำถามทั้งหมดก็จะถูกตอบผ่านมุมมองของภาพยนตร์โฆษณาที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำ คือ “ชีวิตจริง 101 – ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง” ที่เป็นเรื่องราวของคนในยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Gen Z  ซึ่งจะมี 2 คาแร็คเตอร์ เริ่มจาก หนุ่มผู้ช่วยกองถ่าย ผู้ที่มีความพยายามในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และพร้อมที่จะมีตัวตนในโลกการทำงานของเขา ตัดสลับกับ ชีวิตการทำงานของ หญิงสาวนักดีไซน์ ที่ถูกหัวหน้าปฏิเสธงานหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็พยายามปรับแก้ให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ตัวเองได้ Research เพื่อความยั่งยืนและอยู่รอดเติบโตไปพร้อมกับสังคม และในที่สุดทั้งคู่ก็ทำจนสำเร็จด้วยมือของตัวเอง ด้วยคำคมที่ว่า “โลกใบใหม่ คนรุ่นลูกจะเป็นคนกำหนดเอง”

ชมภาพยนตร์โฆษณา “ชีวิตจริง 101 – ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง” เพิ่มเติมได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=DHWrdUqljWQ

จากภาพยนตร์โฆษณาสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ถึงกลุ่มคนในรุ่น GEN Z คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงาน ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าวัยเรียน และรู้จักนำประสบการณ์ต่างๆ มาใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน และในปัจจุบันนี้คนมักทำงานนอกออฟฟิศกันมากขึ้น บางคนอาจใช้ห้องพักในอพาร์ทเมนต์หรือคอนโดใช้ทำงานแทนการเข้าออฟฟิศ ทางออริจิ้นจึงได้มองเห็นถึงจุดนี้ โดยได้นำเอาฟังก์ชั่นเด็ดๆ ที่อำนวยความสะดวกให้ในคอนโดแบรนด์ “ดิ ออริจิ้น” คือ Smart Walk-in Closet ที่ออกแบบพื้นที่ของห้องให้สามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้น, Hotel Services on Demand เป็นการเชื่อมโยงบริการช่างและพนักงานทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานโรงแรม, 24hr Co-working Space พื้นที่ส่วนกลางที่เข้าใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน และ Private Party Room พื้นที่ปาร์ตี้แบบห้องเก็บเสียง ป้องกันเสียงรบกวนทั้งจากภายในและภายนอก โดยทั้ง 4 ฟังก์ชั่นนี้ สามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้กับผู้ที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างมาก เพราะจะได้ทั้งความเป็นส่วนตัวจากส่วนกลางภายในโครงการและการจัดสรรห้องพักของตัวเองให้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิตให้มากขึ้น

Smart Walk-in Closet

Hotel Services on Demand

24hr Co-working Space

Private Party Room

 

และในบรรดาโครงการภายใต้แบรนด์ The Origin ทั้ง 6 โครงการต้องบอกว่า โครงการที่มีทำเลอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในและใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุดก็น่าจะเป็นโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao (ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว) เพราะโครงการอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินถึง 2 สายด้วยกัน คือ สถานีลาดพร้าว (สายสีน้ำเงิน) 450 ม. และสถานีรัชดา (สายสีเหลืองที่จะเปิดให้บริการในปี 2564) เพียง 25 ม. เท่านั้น แม้ว่าจะต้องรอให้ไฟฟ้าสายสีเหลืองนั้นก่อสร้างเสร็จ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อผู้อยู่อาศัยเลย เพราะยังมีสายสีน้ำเงินไว้รองรับและยังเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า BTS ได้โดยสะดวก

แต่เมื่อใดที่รถไฟฟ้าสายสีเหลืองก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและพร้อมให้บริการ ก็จะทำให้การเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านลาดพร้าวนั้นง่ายขึ้นอีกเท่าตัว ด้วยถนนลาดพร้าวขึ้นชื่อในเรื่องของรถติดเกือบตลอดสาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเร่งรีบหรือช่วงต่างๆ ใครที่เลี่ยงถนนเส้นนี้ได้ก็อยากจะเลี่ยงออกไปใช้ถนนเส้นอื่นแทน ซึ่งระยะทางการให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนั้นจะให้บริการตั้งแต่ช่วงลาดพร้าว – สำโรง (แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน) จะตัดผ่านกับรถไฟฟ้าสายสีส้มตรงสถานีลำสาลีที่จะวิ่งผ่านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดยโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao (ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว) ที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าอยู่ใกล้กับสถานีรัชดา เพียงแค่ 25 ม. เท่านั้น และอยู่ใกล้แยกรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งบริเวณโดยรอบของแยกนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยการใช้รถยนต์ส่วนตัวและขนส่งสาธารณะ พร้อมทั้งอยู่ท่ามกลางย่านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และอาคารสำนักงานใหญ่ๆ อีกทั้งยังคึกคักไปด้วยผู้คนหลาย Generation ที่ยังอาศัยอยู่ในย่านนั้น เรียกได้ว่าเป็นย่านของ Residential จริงๆ

แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าและแหล่งไลฟ์สไตล์ชื่อดัง อย่าง สวนลุมไนท์บาซ่า, Big C ลาดพร้าว, Union Mall, เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว และตลาดนัดจตุจักร

ในอนาคตยังใกล้กับศูนย์กลางการขนส่งขนาดใหญ่ในประเทศ อย่าง สถานีกลางบางซื่อ (Bangsue Station) ซึ่งเป็นสถานีกลางของรถไฟทางไกล ที่จะใช้แทนสถานีหัวลำโพงเพื่อลดจำนวนของรถไฟให้เข้าไปยังสถานีหัวลำโพงให้น้อยที่สุด ซึ่งภายในจะมีชานชาลา 26 แห่ง เชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้าหลายสาย เช่น รถไฟใต้ดิน, รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนและแดงเข้ม และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ สะดวกสบายเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะมาเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อจากย่านปทุมธานีเข้าสู่ใจกลางเมือง มีระยะทางประมาณ 19 กม. คาดจะเปิดให้ใช้บริการภายในปี 2563

สถานีกลางบางซื่อ

ภาพจาก : https://www.renderthailand.com/

รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

ภาพจาก : https://www.mrta-greenlinenorth.com/

เมื่อศูนย์กลางระบบขนส่งเสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 แห่ง เชื่อได้เลยว่าราคาของที่ดิน และโครงการแนวราบหรือคอนโดมิเนียมต้องมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน อย่างในตอนนี้ราคาของย่านนี้ต่อ ตร.ม. เฉลี่ยอยู่ที่ 85,000 บ. ในอนาคตอีก 2-3 ปี เมื่อสถานีกลางบางซื่อและรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ขยายไปสู่นอกเมืองแล้วเสร็จ ราคาอาจขยับขึ้นไปถึง 149,000 บ./ตร.ม. ก็เป็นได้ และรอบๆ แยกรัชดา-ลาดพร้าว ก็มีคอนโดทั้งโครงการใหม่และโครงการที่กำลังทำการก่อสร้างขึ้นเกือบเต็มพื้นที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น MODIZ Ratchada 32, Vino Ratchada 32, The Cube Premium Ratchada 32, Brown Condo Ratchada 32 ถ้าข้ามมาทางฝั่งถนนรัชดาภิเษกก็จะมี Chapter One Midtown Ladprao, Whizdom Avenue Ratchada Ladprao, The Teak Ratchada 19, Siamese Exclusive และ Maestro Ratchada 19-Vipha ซึ่งในรัศมีห่างจากใต้ดินสถานีลาดพร้าวประมาณ 1 กม. ยังถือว่ามีราคาดีอยู่ สูงสุดก็เฉลี่ยอยู่ที่ ตร.ม. ละ 135,000 บ./ตร.ม.

 

ความสุขเหนือระดับในสไตล์ Classic Heritage

มาดูในส่วนของสไตล์การออกแบบโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao ที่ดูหรูหราและมีความคลาสสิคกว่าโครงการอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการ Low Rise แต่ก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องต่างๆ ให้กับผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดีและสามารถใช้ชีวิตไปกับสิ่งที่ชอบได้อย่างไม่เร่งรีบและมีความสุข ถึงจะดูสบายๆ แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความหรูหรา มีเสน่ห์ พร้อมความสุขเหนือระดับ ส่งต่อแรงบันดาลใจในการออกแบบรูปลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบ Classic Heritage

 

และใช้แนวคิด “ชานชาลารถไฟ” เป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบดึงเอกลักษณ์ต่างๆ ออกมาใช้ในการออกแบบอาคาร เช่น Arch ทรงโค้งของหน้าต่างรถไฟ เฟรมของช่องแสงอาคาร และซุ้มโค้งตกแต่ง ใช้สัดส่วนของสถาปัตยกรรมคลาสสิคมาใช้ในการเล่นจังหวะของช่องแสงและหน้าตาอาคาร วัสดุเลือกสีโทนน้ำตาลและขาวครีม ตัดกับสีอะลูมิเนียม Antique Copper เพิ่มเสน่ห์ และความหรูหราให้อาคารทั้งภายในและภายนอก ดึงอารมณ์ให้เหมือนกลับไปอยู่ในยุคคลาสสิค ที่สถานีรถไฟเป็นเหมือนที่พบปะของกลุ่มคนที่หลากหลาย เป็นจุดเริ่มต้นทั้งการเดินทางและชีวิต “The Station Journey to A Better Life” ในทำเล Interchange รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีน้ำเงิน

The Origin Ratchada – Ladprao กับ Facilities จัดเต็มถึง 3 ชั้น

The Origin Ratchada (ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise จำนวน 8 ชั้น 1 อาคาร ตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 23 เดินเข้าไปในซอยประมาณ 200 ม. ติดกับ MRT สายสีเหลือง สถานีรัชดาเพียงแค่ 25 ม. ตึกสร้างเสร็จพร้อมกับได้ใช้รถไฟฟ้าแน่นอน สร้างบนที่ดินประมาณ 1-3-28.25 ไร่ จำนวนห้องพักอาศัย 208 ยูนิต และร้านค้าอีก 1 ยูนิต พร้อมที่จอดรถที่รวม Auto Parking และจอดซ้อนคัน ประมาณ 61% ภายในโครงการมีห้องเลือกด้วยกัน 4 แบบหลักๆ คือ 1 Bedroom , 1 Bedroom (Smart Walk in Closet) 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 24.5-54.5 ตร.ม.

ถึงแม้จะเป็นคอนโด Low-Rise แต่เชื่อเถอะว่า Facilities ที่ทางโครงการมอบให้นั้น จัดเต็มไม่แพ้กับโครงการ Hi-Rise ที่ติดกับถนนเส้นหลักแน่นอน เพราะมี Facilities ถึง 3 ชั้น คือ ชั้น G, ชั้น 2 และชั้น 3 เพียงพอสำหรับผู้พักอาศัยทุกคนแน่นอน Facilities ที่อยู่ชั้น G จะเป็นในส่วนของ Visitor Lobby Hall, Sharing Service, Mailbox & Smart Locker, 24hr. Co-Working Space, Self Storage

Visitor Lobby Hall โถงล็อบบี้มีขนาดใหญ่ แขกของผู้พักอาศัยที่ไม่สามารถขึ้นไปยังชั้นพักอาศัยก็มานั่งรอภายในบริเวณนี้ได้ หรือผู้พักอาศัยอยากจะมานั่งผ่อนคลายได้เช่นกัน

Co-Working Space พร้อมประตูกระจกแบบเต็มความสูง มองเห็นสวนเขียวด้านนอกได้ พร้อมการวางโซฟาแบบวงรี ที่ไม่ต้องหันหน้าเข้าหาคนอื่นเพื่อการมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น หรือจะนั่งมองสวนตรงโต๊ะติดกระจกก็ผ่อนคลายไปอีกแบบ

ชั้น 2 จะเป็นในส่วนของ Lounge, Fitness, Swimming Pool

Fitness พร้อมอุปกรณ์อย่างครบครัน และได้วิวสระว่ายน้ำด้านนอก

Swimming Pool ขนาดสระประมาณ 5×20 ม.

ความพิเศษของชั้นนี้ก็จะเป็นการนำชั้นบนสุดของอาคารจอดรถมาตกแต่งด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ให้เป็นสวนขนาดย่อม มีทางเดินพร้อมทั้งโซนที่จัดไว้ให้ได้นั่งพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด

มาถึง Facilities ชั้นที่ 3 ซึ่งชั้นนี้ก็จะมีทั้ง Library Space, Co-Working Space, Office Supply, Multi Function Studio, Meeting Room

จากชั้น 2 ติดกับโซน Lounge มีบันไดให้เดินขึ้นไปยังส่วนของ Facilities ที่ชั้น 3 ได้ เพราะเป็นส่วนของ Library Space และ Private Room ไม่ได้มีพื้นที่เต็มชั้น ทางโครงการจึงออกแบบให้มีบันไดเดินขึ้นไปยังชั้น 3 แทนการใช้ลิฟท์

Library Space ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว สามารถพาเพื่อนและครอบครัวมานั่งยังส่วนนี้ได้

 

จุดเด่นของโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao

เป็นโครงการที่อยู่ใกล้กับโครงการรถไฟฟ้าถึง 2 สายด้วยกัน คือสายสีน้ำเงิน (สถานีลาดพร้าว) 450 ม. และสายสีเหลือง (สถานีรัชดา) ที่กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคต เพียงแค่ 25 ม. เท่านั้น และยังอยู่กึ่งกลาง 2 ย่าน CBD ใหญ่ ที่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์อย่างห้าแยกลาดพร้าวและพระรามเก้า

 

โดยโครงการขายแบบ Fully Fitted มีห้องให้เลือกหลายแบบหลายขนาด พร้อมดีไซน์ใหม่ที่เป็นไฮไลท์อย่าง Smart Walk-in Closet พร้อมที่จอดรถรวมทั้งหมด 61% พร้อมพื้นที่ส่วนกลางแบบ Full Option ถึง 3 ชั้น เพียงพอสำหรับลูกบ้านที่มีเพียงแค่ 208 ยูนิตแน่นอน และยังมีบริการแม่บ้านทำความสะอาดห้องให้เดือนละครั้งในช่วงปีแรก ถือได้ว่าเป็นโครงการที่สะดวกต่อการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนหลัก 3 สายสำคัญ คือ รัชดาภิเษก รัชโยธิน และลาดพร้าว และเป็นห้องที่มีราคาขายค่อนข้างถูกถ้าเทียบกับที่ติดรถไฟฟ้าในย่านเดียวกัน ยังเป็นย่านที่มีดีมานด์ในการเช่าคึกคักไปด้วยทั้งจากคนในพื้นที่และต่างชาติอีกด้วย โดยอาจปล่อยเช่าได้ถึง 400-450 บ./ตร.ม. พร้อมกับ Capital Gain สูงถึง 15% ต่อปี* ข้อมูลจากฝ่ายวิจัย บริษัท ออริจิ้นฯ

 

Master Plan และ Model ของโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao

ชั้น G มีช่องจอดรถที่อยู่ใต้อาคาร พร้อมช่องจอดแบบ Auto Parking ที่มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านบน และยังเป็นส่วนกลางที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายแบบ

ชั้น 2 จะมีทั้งส่วนของ Facilities และที่พักอาศัย ส่วนห้องที่อยู่ทางฝั่งทิศเหนือตั้งแต่ห้องที่ 5 ไปจนถึงห้องที่ 11 จะได้เป็นวิวกรีนวอลล์ของอาคาร Auto Parking

ชั้น 3 ห้องพักอาศัยที่อยู่ฝั่งทิศเหนือ ส่วนใหญ่จะได้วิวของสวนที่อยู่ชั้นบนของอาคาร Auto Parking และสระว่ายน้ำ

ชั้น 4-7 จะมีห้องพักอาศัยมากกว่าชั้น 1-3 ด้วยกัน 3 ห้อง เพราะไม่มีโซนของ Facilities แล้ว และวิวของห้องฝั่งทิศเหนือก็พ้นสระน้ำและสวนขึ้นมาอีก

ชั้น 4

ชั้น 5

ชั้น 6

ชั้น 7

ชั้น 8 ชั้นสูงสุดของอาคาร มีห้องกันกับชั้น 4-7 แต่จะมี 3 ห้องที่ดีที่สุดอยู่ทางฝั่งทิศใต้ซ้ายมือ ซึ่งจะมีห้อง 2 Bedroom 2 ห้อง และ 1 Bedroom 1 ห้อง ที่มีระเบียงยาวกว่าห้องอื่นและห้องที่อยู่มุมนี้จะยื่นออกมาจากตัวอาคารมากกว่าห้องอื่น

สังเกตห้องข้างบนสุดจะมีระเบียงยาวต่อกัน แตกต่างจากห้องอื่น

โมเดลจำลองส่วนต่างๆ ภายในโครงการ

ด้านหน้าทางเข้าโครงการ

โดยทางโครงการจะทำการทุบห้องแถวตรงนี้ออกไป 3 ห้อง เพื่อสามารถใช้เป็นทางเข้าโครงการได้

มีทางเข้า-ออกโครงการแค่ทางเดียว

ทางเข้า Lobby โดยประตูหลักของโครงการจะไม่ได้อยู่ติดกับถนนทางเข้า ซึ่งจะต้องเข้ามาจนกว่าจะถึงตัวตึกแล้วจึงจะเห็นประตูใช้เข้า-ออกของโครงการ

ด้านหลังโครงการ

ข้างตึก ฝั่งทิศใต้

ทางโครงการจัดมุมพักผ่อนไว้ให้ พร้อมกับพื้นที่สีเขียวซึ่งจะไม่ทำให้ร้อนเกินไป

ข้างตึกฝั่งอาคาร Auto Parking มีการลงต้นไม้ขนาดใหญ่ติดกำแพง

สระว่ายน้ำส่วนกลาง อยู่ฝั่งด้านหน้าโครงการ

ที่จอดรถใต้ชั้นสระว่ายน้ำ

 

Unit Plan

โดยโครงการ The Origin Ratchada – Ladprao จะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom มากกว่า ซึ่งจะมีขนาดและการออกแบบห้องที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่

ห้องแบบ 1 Bedroom 24.5-33 ตร.ม. มีครัวแบบปิดและแบ่งห้องเป็นสัดส่วน

ห้องแบบ 1 Bedroom (Smart Walk-in Closer) 26.5-27.5 ตร.ม. ส่วนห้องนอนมีความกว้าง สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งตรงมุมห้องติดกับพื้นที่ซักล้างได้ และมีพื้นที่หน้าห้องน้ำสำหรับวางโต๊ะเครื่องสำอางได้พอดี

ห้องแบบ 1 Bedroom PLUS 32-36 ตร.ม. ห้องนี้สามารถดีไซน์ห้อง Plus ให้เป็นมุมทำงานที่แยกออกมาจากห้องนอนหรือสามารถใส่เตียงขนาด 3 ฟุต ให้เป็นห้องนอนที่ 2 ได้เช่นกัน

ห้องแบบ 2 Bedroom 50-54.5 ตร.ม. โดยห้องมีให้เลือกถึง 3 แบบ ซึ่งการจัดวางและลักษณะของห้องก็มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้อาศัยว่าจะชอบการจัดวางของห้องแบบไหน

ส่วนของห้องครัว ห้องนั่งเล่นอยู่ติดกัน เหมาะสำหรับการรับแขก ที่สามารถใช้ห้องน้ำได้โดยไม่ต้องเดินเข้าไปในห้องนอนของเจ้าของห้อง

ห้องนี้มีระเบียงขนาดใหญ่กว่าห้องที่มีขนาดเดียวกัน และเชื่อมต่อได้ทุกส่วน สามารถวางชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาด 2-4 ที่นั่งได้สบาย

 

Show Unit รีวิวห้องตัวอย่าง

ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม.

ใช้เป็น Digital Door Lock ลักษณะนี้หรือเทียบเท่า ใช้ได้ทั้งการสแกนนิ้วและแตะคีย์การ์ด

เปิดประตูห้องเข้ามาก็จะเจอกับส่วนของห้องนั่งเล่นก่อน ภายในห้อง Fall to Ceiling สูง 2.5 ม. แบบไม่ Drop ฝ้า

สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะแบบในภาพตัวอย่างได้ และยังมีช่องทางเดินเหลือเยอะ

โดยโครงการขายแบบ Fully Fitted ให้เฟอร์นิเจอร์แค่บางอย่าง แต่มีระบบ Home Automation ให้ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ก็จะมีตู้เก็บของหน้าห้องสูงติดกับเพดานห้อง ซึ่งในห้องตัวอย่างจะติดสติ๊กเกอร์ชื่อโครงการไว้ ปูพื้นห้องด้วยลามิเนต

สามารถใช้เป็นทีวีติดผนังได้ จะทำให้มีพื้นที่วางของเพิ่ม โดยห้องนี้จะได้แอร์ทั้งหมด 3 ตัว ยี่ห้อ Daikin และ 1 ตัวนั้น อยู่ในส่วนของห้องนั่ง

เดินเข้ามาในห้อง ห้องครัวจะอยู่ฝั่งขวามือติดกับฝั่งทีวี ซึ่งเป็นครัวปิดแต่ก็เหมาะกับการทำอาหารเบาๆ มากกว่าอาหารหนัก เพราะเครื่องดูดควันจะไม่ได้ดูดออกไปด้านนอกจะเป็นแค่การหมุนเวียนภายใน อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่

ส่วนห้องครัวใช้เป็นประตูบานเลื่อน วางตู้เย็นไซน์ขนาดในห้องตัวอย่างได้สบาย

ชั้นเก็บของในห้องครัวที่โครงการให้ มีหลายช่องใช้เก็บของได้เยอะ

เตาไฟฟ้ายี่ห้อ HAFELE สามารถทำอาหารได้พร้อมกัน 2 เตา

อ่างล้างจานยี่ห้อ HAFELE เหมือนกัน

ใต้อ่างล้างจาน สามารถนำถังขยะมาตั้งไว้เก็บเศษอาหาร หรือใช้เก็บอุปกรณ์อื่นๆ ได้

มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า แต่จะใช้เป็นถังฝาหน้าเท่านั้น และช่องมีขาดพอดีเป๊ะกับเครื่องซักผ้า

ข้างเครื่องซักผ้ามีลิ้นชักสำหรับเก็บเครื่องปรุง ช้อนส้อมได้ ดึงเข้า-ออก ได้ไม่เกะกะทางเดิน

ใกล้กับส่วนห้องนั่งเล่นก็จะเป็นในส่วนของห้อง Bed Plus สามารถจัดเป็นห้องทำงาน หรือเปลี่ยนเป็นห้องนอนรับแขก วางเตียงขนาด 3 ฟุตได้ พอให้มีทางเดินเหลือออกไปยังระเบียง

ในห้องนี้ก็จะติดแอร์ให้อีก 1 ตัว ใช้เป็นประตูบานเลื่อน หากจัดวางเป็นห้องนอนเล็กจริงๆ คงต้องนำม่านทึบมาติดไว้ตรงด้านหน้าประตูด้วย

ระเบียงด้านนอกติดกับห้อง Bed Plus ไม่แคบเกินไป วางราวตากผ้าได้พอดี

แขวน CDU แอร์ลอยไว้ข้างบน

ส่วนของห้องนอนมีหน้าต่างกระจกแบบเต็มความสูง สามารถเปิดรับแสงได้ตลอดทั้งวัน ไม่ทำให้ห้องมืด

ปลั๊กไฟตรงหัวเตียง ชาร์จได้ทั้งแบบ USB ยี่ห้อ Panasonic

สวิตซ์เปิด-ไฟ ภายในห้องจะเป็นแบบนี้

ปลายเตียงติดเป็นโต๊ะเครื่องสำอาง ชั้นวางของ หรือทีวีก็ได้ ห้องตัวอย่างทำไว้ให้เป็นไอเดีย แต่ถ้าติดตู้ที่มีขนาดสูงไปถึงแอร์ อาจทำให้ความเย็นกระจายได้ไม่ทั่วทั้งห้องก็เป็นได้

ประตูเข้าห้องนอนจะใช้เป็นประตูบานเดียว ไม่ใช้บานเลื่อนเหมือนกับห้องครัวหรือห้อง 1 Bed Plus

ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้า ขนาดสูงแบบติดเพดานห้อง

ห้องน้ำมีประตู 2 ทาง เข้าได้ทั้งจากฝั่งห้องนั่งเล่นและฝั่งของห้องนอน เพื่อกันไม่ให้แขกเดินเข้ามาในห้องนอนเจ้าของห้องได้

อ่างล้างหน้ายี่ห้อ HAFELE มีช่องเก็บของด้านล่าง

ก๊อกน้ำ American Standard

มีปลั๊กไฟให้ในห้องน้ำ มีช่องเสียบ USB พร้อมฝาปิดกันน้ำเข้า Panasonic

ชักโครก HAFELE พื้นที่ด้านข้างแอบแคบไปหน่อย ถ้าเจ้าของห้องมีขนาดตัวใหญ่ ขาอาจไปชิดกับกระจกห้องอาบน้ำ

Highlight เด่นๆ ของห้องแบบ 1 Bed Plus ก็คือ กระจกในห้องน้ำ ที่ทางโครงการให้เป็นแบบ Smart Mirror สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพื่อให้คุณได้เพลินเพลิดไปกับการทำกิจวัตรต่างๆ ในห้องน้ำ ให้แค่ห้องแบบ 1 Bed Plus ขึ้นไปเท่านั้น

ไม่ว่าจะดู Youtube เช็คอีเมล ดูสภาพอากาศ ก็สามารถดูได้จากกระจกในห้องน้ำนี้เลย

โซนอาบน้ำใช้เป็นกระเบื้องลายหินอ่อน มีช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ 2 ช่องใหญ่

 

ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 27 ตร.ม.

ยืนอยู่ด้านหน้าและมองเข้าไปในห้อง ก็รู้สึกได้ถึงการจัดวางที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน รู้สึกได้ว่าเป็นห้องขนาด 27 ตร.ม. ที่ไม่แคบเลย

ห้องนั่งเล่นด้านหน้าวางโซฟาแบบ 4 ที่นั่งได้สบาย หรือจะวางเป็นโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง แล้วซื้อตู้เก็บของเพิ่มมาตั้งไว้ข้างๆ โซฟาก็จะทำให้พื้นที่เก็บของมากขึ้น

ส่วนตู้เก็บของที่ทางโครงการมีให้ จะอยู่ติดกับมุมโต๊ะวางทีวี ติดแอร์ในส่วนห้องนั่งเล่นให้ 1 ตัว

ถัดมาก็จะเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 พับ

มีตู้เสื้อผ้าอยู่ตรงมุมหัวเตียง และยังพอมีพื้นที่เหลือข้างๆ เตียง

แต่พื้นที่ตรงปลายเตียงแคบ ไม่สามารถตั้งโต๊ะวางทีวีตรงมุมนี้ได้ ควรใช้เป็นทีวีติดผนังมากกว่า ส่วนแอร์ก็จะอยู่กับฝั่งตรงข้ามของตู้เสื้อผ้าพอดี ถ้าติดตรงผนังปลายเตียง ความเย็นอาจจะเป่าหน้าเจ้าของห้องพอดี อาจทำให้ไม่สบายได้

หน้าต่างใช้เป็นกระจกแบบเต็มความสูงและชิดมุม เปิดม่านกรองแสงไว้ก็ไม่ทำให้ห้องมืดแถมประหยัดไฟได้ด้วย

มีมุมระหว่างส่วนที่กั้นห้องครัวกับห้องน้ำ สามารถจัดวางเป็นโต๊ะเครื่องสำอางแบบห้องตัวอย่างที่ทำไว้เป็นไอเดียได้

มีปลั๊กสามตาติดไว้ให้ตรงจุดนี้

พื้นที่ธรณีประตูกั้นระหว่างห้องน้ำกับส่วนโต๊ะเครื่องสำอาง กันน้ำจากห้องน้ำไหลออกไปด้านนอก และง่ายสำหรับการทำความสะอาด

ห้องน้ำกั้นส่วนแห้งและส่วนเปียก ใช้กระจกกั้นส่วนเปียกความสูงเท่ากับฝักบัวด้านใน

ธรณีกั้นส่วนแห้งและเปียกกันน้ำไหลออกมาด้านนอก แต่ใช้กระเบื้องสีเดียวกับห้องน้ำ ต้องระวังการสะดุด

ช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำข้างฝักบัวอาบน้ำ 2 ช่อง

ฝักบัวอาบน้ำและก๊อก ยี่ห้อ American Standard

โซนห้องครัวติดเป็นประตูบานเลื่อนแบบ 2 พับ เจอกับตู้เย็นเป็นอันดับแรก

ชุดครัวแบบเดียวกับห้องตัวอย่างห้องแรก เนื่องจากเป็นชุดครัวที่โครงการมีให้ ลักษณะก็เหมือนกันทุกห้อง แต่ห้องครัวในห้องนี้อยู่ติดกับระเบียงหลังห้อง สามารถทำอาหารหนักได้ เพียงแค่เปิดบานเลื่อนทางด้านนอกกลิ่นอาหารที่ทำก็ออกหมดแล้ว

ชั้นวางของด้านบนเปิดก็จะเป็นแบบนี้

เคาท์เตอร์ครัวมีเตาไฟฟ้า 2 เตา กับอ่างล้างจาน ยี่ห้อ HAFELE

มีช่องเก็บช้อนส้อม เก็บมีด อยู่ตรงลิ้นชักด้านล่างเตาไฟฟ้า

ช่องด้านล่างลิ้นชักเก็บช้อนส้อม ใช้วางไมโครเวฟได้

ช่องด้านล่างอ่างล้างจาน

ธรณีประตูที่เดินออกไประเบียงด้านนอกได้

พื้นที่ระเบียงด้านนอกวางเครื่องซักผ้าตรงจุดเดียวกับห้องตัวอย่าง แต่ไม่น่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางราวตากผ้า

CPU แอร์แขวนไว้ด้านบน

 

ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 27 ตร.ม.

สุดพิเศษกับห้อง Type นี้ ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดเท่ากับห้องก่อนหน้านี้ แต่ Highlight อยู่ที่ห้องนี้ที่มี Smart Walk-in Closet ขนาดใหญ่กว่าห้องอื่น ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในห้อง Master Bedroom ที่มีทั้งพื้นที่ห้องนอนกว่ากว่าห้องอื่น

เดินเข้ามาก็จะเห็นครัวที่อยู่ด้านหน้าห้อง โดยชุดครัวเหมือนกับห้องตัวอย่าง 2 ห้องก่อนหน้านี้

เปิดช่องเก็บของและลิ้นชักออกมาก็จะได้แบบนี้

ฝั่งตรงข้ามกับเคาท์เตอร์ครัว วางตู้เย็นไว้ฝั่งนี้พร้อมชั้นเก็บของที่ทางโครงการมีให้ แต่ห้องนี้จะได้ชั้นเก็บของด้านบนตู้เย็นเพิ่มมาอีก 3 ช่อง เรียกว่าห้องนี้พิเศษทุกอย่างจริงๆ

ที่ดูดควันยี่ห้อ HAFELE

เตาไฟฟ้า 2 ช่องแบบมาตรฐานเช่นเดียวกับห้องอื่น

ช่องเก็บมีดและช้อนส้อม

ช่องวางไมโครเวฟ

อ่างล้างจาน HAFELE

ช่องด้านล่างอ่างล้านจาน นำถังขยะมาวางตรงนี้ได้

ใช้ประตูบานเลื่อนแบบ 3 พับ กั้นกับส่วนของห้องนอน

รวมห้องนั่งเล่นและห้องนอนอยู่ในส่วนเดียวกัน ไม่มีประตูกั้น ทำให้มีพื้นที่ในการเดินมากขึ้น และวางโซฟาแบบ 4 นั่งได้พอดี

แต่ถ้าอยากให้มีพื้นที่ข้างเตียงเหลือมากกว่านี้ก็วางโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่ง ได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้สามารถวางของตกแต่งอย่างอื่นเพิ่มได้

โต๊ะวางทีวี มีแอร์ติดอยู่ผนังด้านบน ใช้แอร์ตัวเดียวก็กระจายความเย็นได้ทั่วห้อง

ทางฝั่งเตียงนอน วางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พื้นที่ปลายเตียงก็ไม่แคบเกินไป

ทางโครงการให้ Wireless Charger 1 เครื่องบนโต๊ะหัวเตียง

วางโต๊ะเครื่องสำอางตรงมุมนี้ได้

Smart  Walk-in Closet ถูกออกแบบให้สามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้น และขนาดใหญ่กว่าห้องอื่น ที่จะให้คุณรู้สึกสนุกไปกับการแต่งตัว

เหมาะกับคนที่มีของเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้ ถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่อยากได้ห้องที่มีขนาดใหญ่กว่านี้และไม่อยากเปลืองตังซื้อตู้สำหรับเก็บของเพิ่ม

ความสูงของตู้ติดกับเพดาน

ห้องน้ำขนาดมาตรฐานกับห้องอื่น

ให้ชักโครกและอ่างล้างหน้ายี่ห้อ HAFELE ส่วนก๊อกน้ำยี่ห้อ American Standard

พื้นที่ระเบียงหลังห้องวางเครื่องซักผ้าไว้ในจุดนี้

CPU แอร์วางไว้ผนังด้านบนของเครื่องซักผ้า

ติดโคมไฟกลมไว้ฝั่งตรงข้ามกับเครื่องซักผ้า

สรุปแล้ว โครงการ ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว เป็นโครงการที่มีห้อง Highlight ที่น่าจะตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อหน้าใหม่วัยเพิ่งเริ่มทำงานได้หลายแบบ ซึ่งหากเทียบกับโครงการ Low Rise ที่มีอยู่ในย่านใกล้เคียง ก็จะพบว่าโครงการมีความได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้งที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากกว่าอีกหลายคอนโด Low Rise ในย่านรัชดา-ลาดพร้าว โครงการยังเหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่มองหาคอนโดห้องขนาดเล็กที่มีราคาประมาณ 2 ล้านบาทเอาไว้ปล่อยเช่ากลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่โดยรอบ ที่มองหาความสมบูรณ์แบบของฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลางตามสไตล์คอนโดมากกว่าอพาร์ทเมนท์ทั่วไป

 

ด้วยระยะห่างเพียง 25 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีรัชดาเพียง 25 เมตร กับทำเลใจกลางแหล่งชุมชน ใกล้ 2 CBD อย่างพระรามเก้า และ 5 แยกลาดพร้าว แต่ขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดคอนโดติดรถไฟฟ้าในเมือง ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อโครงการคอนโดที่ไหนมาก่อน และต้องการมองหาคอนโดในแบบ Entry Level ซื้อง่าย ขายคล่อง ปล่อยเช่าดี โดยมีราคาเริ่มเพียงแค่ประมาณตรม.ละ 110,000 บาท และมีห้องโปรโมชั่นที่เริ่มต้นแค่ 2.29 ลบ.* เท่านั้น

#เปิดจองครั้งแรก 31 ส.ค. นี้
พร้อมรับ Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000 .- * สำหรับเข้าจองในงาน!
ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย https://bit.ly/2SCZrNm

 

“THE ORIGIN’’ 2 โครงการใหม่ทำเล “รัชดา- ลาดพร้าว”

ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง

– ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15 l 600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว มีความเป็นส่วนสูงเพียง 163 ยูนิต เริ่ม 79 ลบ.*

– ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว l 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 29 ลบ.*

 

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร! คลิก https://bit.ly/2Z8Y3Vz

 

#TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue #EmphathyDesignthinking



wipawan khampuwiang

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์


PropScore™ 3.9

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ฉลองปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้ต้องจัดให้พรีเมี่ยมสุดๆ อย่าให้อายใคร! baan & BEYOND ขอแนะนำ “ต้นคริสต์มาสสด” สายพันธุ์ Balsam กลิ่นหอมที่สุดนำเข้าจากแคนาดา สั่งง่าย ส่งถึงบ้าน ดูแลไม่ยากเลย

คริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองพบปะกันพร้อมหน้าและเป็นโอกาสดีที่จะได้จัดบ้านใหม่ให้สวยงามเตรียมต้อนรับช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นและสนุกสนานจากสมาชิกครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงให้มาสนุกด้วยกัน... อ่านต่อ

4 December, 2019



เผยรายละเอียด InterContinental Residences Hua Hin สุดยอด Ultra Luxury Residences ติดหาดบนทำเลที่ดีที่สุด ภายใต้แบรนด์ InterContinental แห่งแรกในหัวหิน

"หลายๆคนที่พราวรู้จัก แม้จะมีคอนโดหรือ Villa หลายสิบล้านบาทที่หัวหินอยู่แล้ว แต่เวลามาพ... อ่านต่อ

28 November, 2019

คอนโดที่มีวิวไม่เหมือนกัน เราจะบวกราคาค่าวิวเท่าไหร่ยังไงดี

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าราคาค่าวิวจากคอนโดชั้นที่ 20 จะต่างจากห้องที่อยู่ติดพื้นถนนอย่างไร... อ่านต่อ

27 November, 2019

Top 5 คอนโดมิเนียมที่เด็กจบใหม่หมายตาหมายใจด้วยงบเริ่มต้น 1-4 ล้านบาท

ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าสู่ชีวิตการทำงานอย่างเต็มตัวสำหรับบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงก็อาจกำลังมอง... อ่านต่อ

24 November, 2019