เจาะลึกแนวคิด Corporate Branding Campaign “คิด..เพื่อชีวิตคนเมือง” จากอนันดาฯ ผู้นำคอนติดรถไฟฟ้าที่อาสามาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองให้ดียิ่งขึ้น

[Advertorial]

ถ้าพูดถึงบริษัทพัฒนาอสังหาฯที่มุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลในการที่ต้องซื้อคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ก็คงจะหนีไม่พ้นบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ใครหลายๆคนติดภาพจำมาจากการพัฒนาคอนติดรถไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ไอดีโอ (Ideo) ที่สร้างกระแสความฮือฮาให้กับตลาด City Condo ในทุกเซกเมนท์มานับตั้งแต่ช่วงปี 2550 จนถึงปัจจุบันซึ่งในปัจจุบันอนันดาฯได้สร้างแบรนด์ที่อยู่อาศัยออกมามากมายเพื่อให้ตอบสนองและครอบคลุมทุกความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของความใกล้สถานีรถไฟฟ้า ในรูปแบบและอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อย่าง Ashton, Q, Ideo Q, Ideo Mobi, Ideo, Elio และ Unio เช่นเดียวกับแบรนด์ที่เป็นหัวหอกหลักสำหรับตลาดแนวราบอย่าง Artale, Arden, Ari, Atoll และ Unio Town

จากผลลัพธ์ของการรักษา Brand Positioning ที่ชัดเจนมากในเรื่องของทำเลยุทธศาสตร์ใกล้รถไฟฟ้า จึงทำให้คอนโดของ อนันดาฯได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ในปี 2561 ที่ผ่านมา อนันดาฯขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในเรื่องของยอดขายคอนโดที่มีระยะห่างจากรถไฟฟ้าไม่เกิน 300 เมตร โดยพิจารณาจากจำนวนยูนิตที่ขายได้ในช่วงปี 2559 – 2561

ภายใต้การนำทัพของ CEO หนุ่มรูปหล่อ ฉายาเจ้าชายแห่งวงการอสังหาฯ คุณโก้ ชานนท์ เรืองกฤตยา ผู้ซึ่งเข้ามาพลิกองค์กรที่เคยประสบปัญหาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 (อนันดาฯก่อตั้งในปี 2542) ให้กลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอสังหาฯเมืองไทย โดยมีอาวุธหลักที่ใช้ในการทำการตลาดในช่วงแรกคือคอนโดติดรถไฟฟ้า และตามมาด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจหลายรูปแบบ ที่ถูกวางแผนอย่างชาญฉลาดให้สอดรับไปกับสภาพการณ์ของตลาดในแต่ละช่วง ทั้งการร่วมทุน ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก การออกนวัตกรรมทางการเงิน พัฒนานวัตกรรมในการออกแบบก่อสร้าง เข้าลงทุนในนวัตกรรม Urban Tech รวมถึงการรุกขยายธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่องในระยะยาวอย่างธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ ล้วนแล้วแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของอนันดาฯอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ โดยได้มีบทพิสูจน์ที่ชัดเจนเมื่อช่วงต้นเดือนสค.ที่ผ่านมา จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 ที่ทำรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เติบโต 12% จากไตรมาสแรก นอกจากนี้ยอดขายยังเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสแรก โดยสามารถกวาดยอดขายกว่า 6,100 ล้านบาท และมียอดขายสะสมครึ่งปีแรกกว่า 11,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่อีก 7 โครงการ ในครึ่งปีหลังมูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของตัวคุณโก้เองที่ตั้งใจว่าจะขยายโครงการให้เกาะตามแนวสถานีรถไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด

….เหนือสิ่งอื่นใด ความสำเร็จของอนันดาฯทั้งหมด คงเกิดขึ้นมาไม่ได้หากอนันดาฯไม่ได้ริเริ่มในการพัฒนา Brand Strategic Platform ที่มีความโดดเด่น มีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้บริโภคเป้าหมายในแบบยั่งยืน จนเกิดเป็นการยอมรับและเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งก็เริ่มมาตั้งแต่ที่อนันดาฯได้ก้าวออกจากกรอบของแบรนด์ไอดีโอ จนเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนทั่วไปว่าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของเมืองไทย ที่ตระหนักและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง มีความท้าทายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาต่อยอดแบรนด์ไอเดียอย่าง Urban Living Solutions ซึ่งแนวทางการสร้าง Corporate Branding ดังกล่าว ทำให้อนันดาฯได้ Shift จากการสร้างสิ่งปลูกสร้างมีดีไซน์ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า กลายมาเป็นการพัฒนา Product หรือพื้นที่ส่วนกลางทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสร้างคุณภาพชีวิต ตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดีกลับสู่ชีวิตคนเมือง โครงการที่มีส่วนกลางแปลกใหม่เอาใจสายรักสุขภาพอย่าง Ideo S93 หรือ Ideo O2 จึงเกิดขึ้นมา เช่นเดียวกับความตื่นตาตื่นใจในโครงการสไตล์รีสอร์ทสวนน้ำ แต่มีราคาที่ถูกกว่าคอนโดในย่านเดียวกัน อย่าง Elio Del Nest ในขณะที่โครงการที่เป็น Iconic Landmark ที่ช่วยเพิ่ม Value และทัศนียภาพที่ดีให้กับทำเลนั้นๆอย่าง Ashton Silom, Ashton Asoke, Ideo Q Siam Ratchathewi หรือ Ideo Mobi Sukhumvit 66 ก็ได้รับความนิยมในหมู่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

ซึ่งในความคิดเห็นผม แบรนด์องค์กรอย่างอนันดาฯ และแบรนด์สินค้าอย่างไอดีโอ ค่อนข้างประสบความสำเร็จในเชิงของ Awareness (รับรู้ว่ามี), Association (ความเชื่อมโยงกับสิ่งที่มีคุณค่า ในที่นี้คือรถไฟฟ้า), Preference (ชื่นชอบในสิ่งที่แบรนด์นำเสนอ) จนนำมาซึ่งการตัดสินใจซื้อของใครหลายๆคน (Decision)…แต่ความท้าทายขั้นต่อไปในปีนี้และปีต่อๆไปของอนันดาฯคงไม่ใช่แค่ยอดขาย เพราะทุกวันนี้ตลาดคอนโดใกล้รถไฟฟ้ากำลังถูกรุมสกรัมโดยผู้เล่นหลายรายทั้งจากไทยและต่างชาติ จนผู้ซื้อหลายๆคนก็ยังมองไปทิศทางเดียวกันว่าลำพังแค่หาทำเลดีๆ และใส่งานดีไซน์สวยๆลงไป ใครๆก็สามารถทำตามได้ เพราะฉะนั้นซื้อโครงการไหนจากดีเวลลอปเปอร์อะไรก็คงจะเหมือนๆกันไปหมด ผู้บริโภคฉลาดขึ้น มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น วิถีชีวิตที่หลากหลายเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ก็ต้องวกกลับมาที่การสร้างแบรนด์อีกครั้ง แต่เป็นการสร้างแบรนด์ในแบบ 4.0 ที่จำเป็นจะต้องมองเรื่องของแบรนด์ให้มากกว่ายอดขายจากการทำธุรกิจ ในทางกลับกันแบรนด์ที่ดีย่อมต้องเป็นแบรนด์ที่เข้าใจในวิถีชีวิตของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งในทุก Stage of Life

 

ในยุคที่ New Technology เข้ามา Disrupt ทุกวิถีชีวิตของ Gen C อันเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอนันดาฯ บริษัทจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงการที่ตอบคำถามผู้ซื้อให้ได้ว่าการซื้อโครงการของอนันดาฯจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นอย่างไร ตลอดจนช่วยเติมเต็มตัวตนของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างไร ซึ่งหากอนันดาฯทำได้กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นก็พร้อมที่จะบอกต่อ และแบ่งปันประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีให้กับคนรอบข้างเช่นกัน ซึ่งในปีนี้การที่อนันดาฯชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ๆออกไป แม้กระทั่งโครงการ Flagship อย่าง Ideo Q พหล – สะพานควาย ก็ยังต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ เพื่อปรับรูปแบบโครงการให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ผมกลับมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟังเสียงส่วนใหญ่ของลูกค้าของตัวเองว่าต้องการโครงการรูปแบบไหนในระดับราคาเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่อนันดาฯจะได้ใช้โอกาสที่ว่างเว้นจากการเปิดโครงการใหม่ ไปพัฒนาในเรื่องของบริการหลังการขาย รับฟังปัญหาของลูกค้าปัจจุบันเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนากับโครงการใหม่ๆต่อไปในอนาคต

และเพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯได้รับรู้ว่าในปีนี้อนันดาฯกำลังทำอะไร เพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับพวกเขาเหล่านั้นบ้าง จึงนำมาซึ่ง Corporate Branding Campaign ใหม่ ที่มาตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯเพื่อคนเมือง อย่างแคมเปญ “คิด…เพื่อชีวิตคนเมือง” นี่เองครับ

จากหนังโฆษณาดังกล่าวจะเห็นถึงความมุ่งมั่นของอนันดาฯที่จะพัฒนาโครงการอสังหาฯที่สามารถแก้ปัญหาให้กับคนเมืองได้ ผ่านการสร้างนวัตกรรม Urban Tech เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ยังสามารถเติมเต็มความสมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิตที่เป็นความต้องการขั้นสุดของกลุ่มลูกค้าระดับบนด้วยเช่นกัน

 

ด้วยอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนเมืองล้วนท้าทายให้ อนันดาฯ มุ่งสร้างสรรค์ไอเดียและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ มาแก้ไขปัญหาอย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคือโซลูชั่นที่จะสามารถสร้างเมืองที่ดีกว่า แค่ปรับมุมมองการใช้ชีวิตและเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรกับเมืองยิ่งขึ้น จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ก็จะกลายเป็นผนึกกำลังที่สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราได้คิด…เพื่อชีวิตคนเมือง” นับเป็นแบรนด์ดิ้งแคมเปญที่ ตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions ให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้คนเมืองเท่านั้นแต่ยัง มุ่งเน้นการในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อปลดล็อกทุกขีดจำกัด และผลักดันศักยภาพของคนให้ไปถึงขีดสุด รวมพลังช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีกับเมือง เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพและพลังงานที่สร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่” คุณพงศ์อนันต์ สุขเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ในวันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 สค.ที่ผ่านมา

ในอดีตที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าความเป็น Urban Living Solutions ที่ทางอนันดาฯยึดถือมาตลอดนั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีองค์ประกอบอะไรที่เป็นสาเหตุให้ฝ่าย Research & Development ของบริษัทฯต้องนำมาคิดต่อว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไรขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของคนเมืองที่ต้องเชิญทุกวัน แต่แคมเปญนี้ได้ฉายภาพให้เห็นถึงกระบวนการในการทำงานภายในองค์กรแบบใหม่ในปีนี้ ที่เริ่มคิดหาทาง Solutions ของปัญหาต่างๆจากความเข้าใจ


จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อว่า GREAT IDEA คือจุดเริ่มต้นของความคิดที่ดีที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจ และความตั้งใจที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม เป็นการเริ่มต้นที่จะผลักดันให้เกิด GREAT SOLUTION ซึ่งก็คือทางออกของการแก้ปัญหาเมื่อถูกนำไปใช้ให้ถูกที่และถูกเวลา ก็จะสามารถก่อให้เกิดการพัฒนา และเมืองของเราก็จะถูกพัฒนาเป็น GREAT CITY ได้ เพราะเมืองที่ดีเกิดขึ้นจากการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างเข้าใจ และร่วมกันแก้ปัญหาเพื่ออนาคตของคนเมือง

 

“คิด…เพื่อชีวิตคนเมือง”  ไม่เพียงมุ่งเน้นสร้างสรรค์และแก้ปัญหาให้คนเมือง แต่ยังปลดล็อกทุกข้อจำกัด พร้อมดึงศักยภาพของคน ให้ใช้ชีวิตถึงขีดสุด กับ 4 แกนความคิดหลักสำคัญที่ถือว่าเป็นหัวใจในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของอนันดาฯ

 

1. LOCATION: TIME = OPPORTUNITY ลดเวลา เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ เป็นที่รู้กันว่าในแต่ละวันคนเมืองอย่างเราต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางด้วยรถยนต์นานเท่าไหร่ หลายครั้งการขับรถจากแยกอโศกไปอ่อนนุชในชั่งโมงเร่งด่วนก็กินเวลาไปเกือบสองชม. ทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาติดขัดบ้างในบางวัน และมีปริมาณผู้ใช้งานที่มากขึ้น แต่ก็เป็นรูปแบบการเดินทางสาธารณะที่ไว้ใจได้มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องเวลา อนันดาฯมองเห็นถึงความสำคัญของการคมนาคมด้วยรถไฟฟ้า จึงเลือกที่จะพัฒนาโครงการคอนโดที่เกาะสถานีรถไฟฟ้าให้มากที่สุด ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนเมืองได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

 

2. PRODUCT: ONE FOR ALL, ALL FOR ONE แต่ละโครงการของอนันดาฯล้วนแต่วางกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งกลุ่มเป้าหมมายเหล่านั้น ล้วนแต่มองหาสินค้าที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการภายในจิตใจของแต่ละคนได้ ทุกคนมีความแตกต่าง และความต้องการเป็นของตัวเอง อนันดาฯมีหน้าที่ในการพัฒนาโครงการเพื่อที่จะเชื่อมความแตกต่างเหล่านั้นให้เกิดเป็น Space ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว ส่วนกลาง ที่จะช่วยกระตุ้นพลังแห่งการใช้ชีวิตให้กับคนเมืองให้ก้าวต่อไปในทุกๆวัน

 

3. DESIGN: INSPIRATION IS ALL AROUND เริ่มต้นความสร้างสรรค์จากพื้นที่รอบตัว

โครงการอสังหาฯย่อมมาพร้อมกับงานดีไซน์ออกแบบอันโดดเด่นสะดุดตา เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างแต่ละแห่งล้วนมีส่วนสำคัญในการที่จะสร้างสภาวะแวดล้อมและทัศนียภาพอันดีให้กับเมือง เป็นการเติมเต็ม Bangkok Skyline ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การออกแบบอันสยงามเข้ากับบริบทของแต่ละสถานที่ ใส่ความเป็นธรรมชาติลงไปเพื่อสร้างความร่มรื่นผ่อนคลาย นอกจากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพกายและใจที่ดีแล้ว ยังส่งต่อแรงบันดาลใจ เติมพลังความคิดสร้างสรรค์ และพลังบวกให้กับทุกคนในเมืองได้เช่นกันในทุกวัน

 

4. INNOVATION: SAYING “YES” TO NEW IDEA พัฒนาและต่อยอดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

GEN C คือกลุ่มบุคคลที่มีความไว และความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ พวกเขาเหล่านั้นมีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งตลอด 24 ชั่วโมง คิดอะไรได้ก็จะทำเลย นวัตกรรมการออกแบบที่ทันสมัย ใส่ใจในเรื่องของเทคโนโลยี สามารถควบคุมดูแลบ้านได้เมื่ออยู่ข้างนอก รวมถึง Living Technology ต่างๆคือสิ่งจำเป็นที่อนันดาฯต้องมุ่งมั่นสรรหา พัฒนามาในโครงการเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในยุคที่เทคโนโลยีหมุนรอบตัวเรา

ดัชนีที่จะชี้วัดผลสำเร็จของแคมเปญนี้แน่นอนว่าคงไม่ใช่ยอดขายที่ได้รับจากงาน Urban Expo 2019 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบันไม่ได้รับรู้เฉพาะสิ่งที่แบรนด์ต่างๆต้องการที่จะนำเสนอ แต่การกระทำของแบรนด์ (Brand’s Action) ที่สอดคล้องกับการสื่อสารและความจริงต่างหาก ที่จะส่งผลต่อการรับรู้ที่ดีของผู้บริโภค จนนำไปสู่ประสบการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับแบรนด์อนันดาฯเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้คงไม่อาจสร้างได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 1 – 3 เดือน แต่ต้องมองกันไปในระยะยาวว่า “คิด…เพื่อชีวิตคนเมือง” นั้นจะถูกต่อยอดให้เป็นรูปธรรมกับโครงการใหม่ยังไง รวมถึงจะชนะใจกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของอนันดาฯได้มากน้อยแค่ไหนครับ สำหรับผมแล้วมันคงจะดีไม่น้อยเลยหากอนันดาฯจะมองย้อนกลับมาที่โครงการปัจจุบันของตัวเอง ถอดรหัสความต้องการของลูกค้าด้วย Customer Empathy Map โดยเฉพาะปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากลูกค้าเก่าหลายๆรายที่ต้องเผชิญอยู่ และคิดหา Solutions ขึ้นมาเพื่อยกระดับ จากการเป็นแบรนด์ที่ดี มีคนรู้จักในวงกว้าง ไปสู่แบรนด์ที่ยั่งยืนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนในสังคมครับ

#คิดเพื่อชีวิตคนเมือง #UrbanLivingSolutions

ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://anan.ly/30AzpxE



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

Monthly Roundup ส.ค. 62

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด เตรียมปักแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในย่านบางโพ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Mid-End สร้างสรรค์คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมเป็นครั้งแรก “โมดิซ คอลเลคชั่น บางโพ” (MODIZ Collection Bangpho) ด้วย... อ่านต่อ




6 style การจัดดอกไม้ ที่จะสร้างเสน่ห์ให้โต๊ะลายหินอ่อนสวยเด่นดูแพงกว่าที่เป็นอยู่

การแต่งบ้านง่ายๆเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ได้อย่างการจัดดอกไม้ที่ชอบประดับไว้บนโต๊ะตัวโปรดใน... อ่านต่อ

ทำ EIA ถึงจะดีแต่ก็มีจุดอ่อน

EIA หรือ Environmental Impact Assessment คือ การประเมินผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบจากการพ... อ่านต่อ

LIFE SATHORN SIERRA การกลับมาของคอนโดแบรนด์ยอดนิยม ในราคาโดนใจ เปิดตัวพร้อม FACILITY แนว Green Space สุดยิ่งใหญ่ เพียง 150 เมตรจากรถไฟฟ้า BTS ตลาดพลู

พื้นที่ย่านตลาดพลูถูกพูดถึงอีกครั้งอย่างมากมายในปี 2019 เพราะเป็นทำเลฮอตสุดๆ มีคอนโดมิเ... อ่านต่อ

จบทุกดราม่าป๊ะป๋ามาเองแล้ว เมื่อเจ้าพ่อรายวัน Airbnb จับมือกับ Developer สร้างคอนโดปล่อยเช่าระยะสั้นแบบถูกกฎหมาย 100%

เป็นที่น่าจับตามองเมื่อ Airbnb และบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ร่วมกันสร้างคอนโดมิเนียม High-rise... อ่านต่อ