The Reserve Sathorn

  

เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร


The Reserve เป็นแบรนด์ Luxury Condo ตัว Top ที่สุดของพฤกษาฯ ที่มีราคาต่อตารางเมตรสูง แต่มาพร้อมกับสเปควัสดุและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรู ถึงแม้ราคาขายจะแพง แต่ก็ทำสถิติยอดขายดี Sold Out ได้ไม่ยากในหลายๆทำเล ตั้งแต่ที่ทองหล่อ ประดิพัทธ์ และ สุขุมวิท 61 มาจนถึงการเปิดสาทร ที่เป็นย่าน CBD กับ The Reserve Sathorn บนเนื้อที่ 1-1-53.3 ไร่ บนซอยสวนพลูห่างจากถนนสาทร เพียง 80 เมตร และอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS ช่องนนทรี กับ MRT สวนลุมพินี ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่สามารถใช้รถส่วนบุคคลทะลุซอยลัดไปยังพระราม3 พระราม4 ได้อย่างสะดวก

เกริก บุณยโยธิน on August 2, 2018 at 6:18 pm

Prop score™: 4.0

คะแนนรีวิว: 4.2

3 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The Reserve Sathorn

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ซอยสวนพลู

สถานีรถไฟ BTS

BTS ช่องนนทรี Distance 1,200 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT ลุมพินี Distance 1,200 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-1-53.3 ไร่

ชั้น

30 ชั้น

ยูนิต

134 ยูนิต

ที่จอดรถ

100% (Conventional Parking)

ลิฟท์

3 Passenger Lifts + 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

Center Court Lobby, Private Spa & Salon, Exclusive Gym with Yoga & Boxing Studio, Crystal Lounge, Colonial Thermal Pool – สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ปรับอุณหภูมิ, Jacuzzi


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO/Luxury Condo

studio

-

1 bedroom

50 – 57 ตร.ม., 1 Bedroom Crystal 56 ตร.ม.

2 bedroom

79 – 115 ตร.ม., 2 Bedroom Crystal 104 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

2 Bedroom Duplex 126 ตร.ม.

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

250,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

13 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

110 บาทต่อตรม.ต่อเดือน

Sinking Fund fee

600 บาทต่อตรม.

สร้างเสร็จ

2020

เว็บไซต์

https://thereserve.pruksa.com/19307/sathorn

1739


เพื่อนบ้าน Street View


สะกดทุกสายตาไปกับความงามในแบบ Modern European Thai Colonial ที่ The Reserve Sathorn

 

ย่าน CBD ในกรุงเทพฯ เป็นย่านที่ค่อนข้างมีความเป็นเอกลักษณ์ในเชิงไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ที่ไม่เหมือนกับย่าน CBD ในมหานครใหญ่อื่นๆ พื้นที่เกือบทุกตารางฟุต ถูกใช้ในการก่อสร้างอาคารสูง และพื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ในการหาที่อยู่อาศัยในแบบ Freehold บนพื้นที่ใจกลางย่าน CBD… ในทางกลับกันเสน่ห์ของย่าน CBD ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่มีเพียงแค่อาคารสูงระฟ้าอันตระการตา แต่พื้นที่เหล่านั้นล้วนแต่สอดแทรกเอกลักษณ์การดำเนินชีวิตในแบบพื้นเพดั้งเดิม ที่แตกต่างกันไปในแต่ละทำเล ที่อโศกเราอาจจะเห็นผับ บาร์ ร้านอาหารตั้งอยู่เรียงรายเคียงอยู่อาคารสำนักงาน ย่านสุขุมวิทเราอาจจะมีพื้นที่สำนักงานตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ย่านสีลมเราได้เห็นร้านค้าแนวสตรีทฟู้ดส์ สลับกับอาคารพาณิชย์ และโรงแรมขนาดเล็กตั้งสลับไปมาระหว่างอาคารสำนักงาน และย่านเจริญกรุง-สาทรเราได้เห็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินีทำหน้าที่เป็นโอเอซิสของคนเมือง เช่นเดียวกับบ้านคหบดีสองชั้นเก่าแก่ ที่มีลวดลายไม้ฉลุอันโดดเด่นสวยงามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และบ้านสไตล์โคโลเนียลโทนสีพาสเทล กระจายตัวอยู่ตามถนนสายรองต่างๆ ตั้งแต่ สวนพลู สาทร สุรวงศ์ และเจริญกรุง

 

สาทรเป็นย่านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการจราจรอันคับคั่ง ถึงแม้ว่าจะมีถนนใหญ่ที่กว้างขวาง มีเส้นทางลัดเลาะไปยังถนนสายต่างๆมากมาย และยังมีรถไฟฟ้าแล่นผ่านถึง 3 ช่วง ตั้งแต่ช่วงสุรศักดิ์ – ช่องนนทรี และลุมพินี แต่ปัญหาการจราจรในวันธรรมดาก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย เนื่องจากพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนนสาทร เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงเรียนชั้นนำ และโรงแรมระดับ 5 ดาว ส่งผลให้ให้ถนนสายนี้มีทั้งปริมาณรถยนต์ และผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างหนาแน่น ทั้งคนทำงาน นักเรียน จนถึงนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าในสายตาของผู้ที่ทำงานประจำในย่านนี้ ย่อมอยากที่จะมีคอนโดสักยูนิตที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานชนิดที่ว่าเดินไปทำงานได้อย่างสะดวก ไม่เงียบเหงาในวันสุดสัปดาห์ หรือไม่ก็ขับรถออกมาแล้วไม่ได้ติดอยู่ที่หน้าทางเข้าคอนโดเป็นชั่วโมง แต่จะมีคอนโดสักกี่แห่งที่ให้คุณได้ตามความต้องการดังกล่าว…สำหรับผมแล้ว หากคิดที่จะซื้อคอนโดในย่านสาทร บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคอนโดที่อยู่ติดถนนใหญ่ หรือติดรถไฟฟ้าเสมอไป เพราะหากคุณเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปปฎิบัติภารกิจประจำวัน การมีคอนโดติดถนนใหญ่แต่ขับรถออกมานอกคอนโดในชั่วโมงเร่งด่วนไม่ได้ ก็อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์นัก ยิ่งเป็นย่าน CBD ที่มักจะเงียบเหงาในวันสุดสัปดาห์แล้วล่ะก็ คุณยิ่งจำเป็นที่จะต้องขับรถออกมาหาอะไรทานนอกบ้านอย่างแน่นอน

และถ้าพูดถึงซอยย่อย ที่เป็นทางลัด เชื่อมยังถนนเส้นต่างๆได้อย่างมีศักยภาพเส้นหนึ่งของสาทร อาจต้องมีชื่อซอยสวนพลูอยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ เพราะซอยสวนพลูเป็นซอยที่ตัดใจกลางถนนสาทรใต้ ระหว่างแยกลุมพินี และแยกสาทรนราธิวาส ที่สามารถเชื่อมไปยังซอยนราธิวาส ออกถนนนราธิวาส หรือเชื่อมซอยงามดูพลี ซอยเย็นอากาศ ออกสู่ถนนพระรามที่ 4 รวมทั้งเชื่อมซอยนางลิ้นจี่ และออกสู่ถนนพระรามที่ 3 ขึ้นทางด่วนศรีรัชได้โดยไม่จำเป็นต้องออกถนนสาทรอีกด้วย

หลายคนอาจคุ้นชื่อซอยสวนพลูจากแวดวงประวัติศาสตร์การเมืองของไทย เพราะซอยสวนพลูมีความสำคัญ จนถูกนำมาอ้างถึงบ่อยๆในฐานะที่เป็นที่ตั้ง ของบ้าน ม...คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือมีชื่อเรียกขานว่า บ้านซอยสวนพลู ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รวมทั้งตลอดทั้งซอยสวนพลู เป็นทำเลประวัติศาสตร์ของย่านที่อยู่อาศัย ในเชิงการเป็น upscale area ย่านผู้ดีเก่า ย่านขุนนางสมัยก่อน เป็นที่ตั้งของสถานทูต รวมทั้งเป็นย่านที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ยังไม่มีรถไฟฟ้า ทำให้ตลอดทั้งซอยมีตลาด ร้านค้า ธนาคารที่ครบครัน เสมือนชุมชนย่อยๆที่ตั้งเรียงรายอยู่บนซอยนี้

รวมทั้งยังเป็นซอยที่สามารถสร้างอาคารสูงได้ ทำให้พบเห็นอาคารที่พักอาศัยสไตล์ อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่ยังคงสวยงามและมีราคาเพิ่มขึ้นตามมูลค่าทำเลและที่ดิน

 

หากจะดูเฉพาะซอยสวนพลู ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีคอนโดสมัยใหม่สร้างขึ้นมากนัก เมื่อเทียบกับบนถนนหลักอย่างสาทร และช่วงสุรศักดิ์ – สาทร 12 โดยที่ผ่านมาหากมีคอนโดเปิดใหม่ก็มักจะเป็นคอนโดระดับบนของแต่ละแบรนด์ รวมถึง Service Apartment ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนในย่านนี้ เนื่องจากอย่างที่กล่าวมาซอยสวนพลูเป็นทำเลที่มีการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่อดีต เต็มไปด้วยบ้านเรือน อาคารเก่าแก่ที่น่าอนุรักษ์ ทำให้หาที่ดินเปล่าเพื่อพัฒนาได้ยาก โดยเฉพาะที่ดินผืนใหญ่ที่เหมาะแก่การสร้างคอนโดฯ

Somerset Park Suanplu Bangkok เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์สุดหรู พร้อมกรีนคอร์ทขนาดใหญ่

เครดิตภาพ: https://www.somerset.com/thailand/bangkok/

 

โครงการ สวนพลูการ์เดน Townhome & Home Office Compound สไตล์โกธิค หนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ ออกแบบโดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ

จะเห็นว่าคอนโดสูง รวมทั้งอาคารที่พักอาศัยประเภท ทาวน์เฮาส์ หมู่บ้านและร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้เป็นอาคารที่สร้างมานาน และรองรับการใช้ชีวิตในฐานะย่านที่พักอาศัยใกล้แหล่งงานอย่างแท้จริง

หากเราดูรูปแบบการพัฒนาในย่านนี้ก็มักจะเป็นการออกแบบให้เข้ากับบริบทโดยรอบของย่าน ที่มีความเป็นไทย หรือการอ้างอิงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของย่านสาทร ตั้งแต่การใช้ชื่อ “สาทร” ที่มาจากชื่อพระราชทานบรรดาศักดิ์ของ หลวงสาทรราชายุตก์ หรือ เจ๊สัวยม คหบดีในรัชกาลที่ 5 ผู้ก่อตั้งบริษัทขุดคลองและคูนาสยาม ผู้ทำการขุดคลองสาทร และถมถนนสาทร(ในอดีตเรียกคลองเจ๊สัวยม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อคลองสาทรราชายุตก์ ตามนามผู้ขุดที่ได้รับพระราชทานฯ) รวมทั้งได้สิทธิบนที่ดินสองฝั่งคลองและถนนที่ทำการถม เพื่อเชื่อมย่านเศรษฐกิจการค้าไปยังสีลม เจริญกรุง และพระนครในสมัยนั้น ทำให้ที่ดินบนย่านสาทรส่วนใหญ่เป็นของหลวงสาทรราชายุตก์ และเป็นทรัพย์สมบัติของลูกหลานคหบดีมาหลายยุคหลายสมัย จนขายต่อ หรือเปลี่ยนมือไปตามยุคสมัย จวบจนมีรถไฟฟ้าและกลายเป็นย่าน CBD ที่มีความสำคัญลำดับต้นๆของเมืองในที่สุด ก็ส่งผลทำให้พื้นที่มีมูลค่าติดอันดับแรกๆของราคาที่ดิน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้คนที่อาศัยในย่านล้วนแต่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือแม้แต่การมีโครงการพัฒนาในย่าน ก็ล้วนแต่เป็นแบรนด์ลำดับบนๆของเหล่า developer ทั้งสิ้น เรียกว่าเป็นแหล่งรวมความหรูหรามีระดับ และทันยุคทันสมัยเรื่อยมา อีกย่านหนึ่งในกรุงเทพ

และทีม Premium ของ Pruksa Real Estate Co., Ltd ร่วมตอกย้ำความมีระดับ และความทันสมัยให้กับย่านนี้กับการเปิดตัวโครงการ The Reserve Sathorn (เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร) คอนโดที่ทันสมัยที่สุดในย่านนี้ ที่มาพร้อมการพัฒนาโครงการภายใต้ theme การออกแบบ Modern European Thai Colonial ที่ดึงบรรยากาศในยุค Colonial ทั้งแสงเงา และความรู้สึกในการใช้งาน ผสานกับการปรับสไตล์ของอาคารให้ทันสมัยกับการเลือกใช้วัสดุที่ดูหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่รังสรรตัวอาคารให้กลมกลืนและสะท้อนความเป็นย่านที่มีประวัติศาสตร์แต่ยังเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

The Reserve เป็นแบรนด์ Luxury Condo ตัว Top ที่สุดของพฤกษาฯ ที่มีราคาต่อตารางเมตรสูง แต่มาพร้อมกับสเปควัสดุและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรู ถึงแม้ราคาขายจะแพง แต่ก็ทำสถิติยอดขายดี Sold Out ได้ไม่ยากในหลายๆทำเล ตั้งแต่ที่ทองหล่อ ประดิพัทธ์ และ สุขุมวิท 61 มาจนถึงการเปิดสาทร ที่เป็นย่าน CBD กับ The Reserve Sathorn บนเนื้อที่ 1-1-53.3 ไร่ บนซอยสวนพลูห่างจากถนนสาทร เพียง 80 เมตร และอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS ช่องนนทรี กับ MRT สวนลุมพินี ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่สามารถใช้รถส่วนบุคคลทะลุซอยลัดไปยังพระราม3 พระราม4 ได้อย่างสะดวก

โดยตัวอาคารวางตัวขนานกับซอยสวนพลู สูง 30 ชั้น รวมยูนิตที่พักอาศัย 134 ยูนิต มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถที่ชั้น 2-9 รวมที่จอดรถ 100%(Conventional Parking) ที่รองรับรถ Super Car อีกด้วย

ที่ชั้น 10-28 เป็นที่พักอาศัย

และชั้น 29,30 เป็น Facilities หลักของโครงการที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองสาทรโดยรอบ

รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Crystal Balcony และ ตามโถงทางเดิน ที่ผสานความคลาสสิค และความโมเดิร์น ซ้อนทับกันอย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ

อีกทั้งยังมีการออกแบบโดยเน้น Symmetrical Balance ที่เน้นความสมมาตรอันงดงาม ประกอบกับการนำต้นหมาก และต้นพลูมาเป็นส่วนประกอบหลักของ Landscape สอดรับกับชื่อซอย “สวนพลู”

ในส่วนของที่พักอาศัย The Reserve Sathorn ดึงเอาความ Luxury ผ่านจำนวนยูนิตต่อชั้นที่มีเพียง 8 ยูนิตต่อชั้นที่ชั้น 10-22

ที่ชั้น 23-25 มีชั้นละ 6 ห้อง

และที่ชั้น 26-28 มีชั้นละ 4 ยูนิต ด้วยแผนผังแบบ Single-Loaded-Corridor เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตอีกระดับ

ส่วนรูปแบบยูนิต มีด้วยกัน 2 Type คือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ทุกยูนิตถูกออกแบบห้องหน้ากว้างเป็นพิเศษ เพื่อให้ทุกส่วนของการใช้งานติดอากาศ สามารถเชื่อมต่อกับวิวภายนอกได้ทั้งหมด พร้อมด้วยกระจก Full-Height Insulated Glass ที่เปิดมุมมองและสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยอย่างมีระดับ รวมทั้งช่วยกรองเสียงรบกวนและลดความร้อนจากภายนอก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

แบ่งเป็น

1 Bedroom ขนาด 50-57 Sq.m.

1 Bedroom ขนาดแรก คือ A1 49.85 Sq.m. ห้องมุม หน้ากว้าง ขนาดเล็กสุดของโครงการ ตัวห้องอยู่สุดทางเดิน มีที่ชั้น 10-22 ชั้นละ 2 ห้อง

ส่วนห้อง 1 Bedroom Crystal  A2 มีขนาด 56.35 Sq.m. เป็นห้องทรงลึกแบ่งพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นครัวเชื่อม living area และเชื่อมกับ Crystal Balcony ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับเป็นพื้นที่มุมพักผ่อนกึ่ง outdoor ได้เต็มทั้งพื้นที่ มีที่ชั้น 10-22 ชั้นละ 2 ห้อง

เป็นห้อง One Bedroom Crystal ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนได้ เพราะมีห้อง adaptive crystal room ที่เชื่อมต่อกับ living area ด้วยบานเลื่อน และมีช่องเปิดติดอากาศภายนอก เป็นกระจก insulated glass พื้นที่ภายในห้อง adaptive นี้กว้างกว่า 6 ตารางเมตร สามารถวางเตียง single bed พร้อมตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะทำงานได้สบายๆ ทำให้สามารถ turn เป็นห้องนอนเล็ก หรือขยายเป็นมุมห้องทำงานต่อจากส่วนนั่งเล่นก็ได้

 

ห้อง 1 Bedroom A3 ขนาด 56.50 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง มีที่ชั้น 10-22 ชั้นละ 2 ห้อง ความพิเศษของห้องนี้คือ เป็นห้องหน้ากว้าง เทควิวได้เต็มๆ ฟังก์ชั่นเรียงกันตามความยาวห้อง เชื่อมต่อกับวิวและอากาศภายนอกได้ทุกฟังก์ชั่น Unit นี้ วางตัวอยู่กลางอาคาร วิวสวยทั้ง 2 ฝั่ง ฟังก์ชั่นดีไซน์ลงตัว สามารถปรับเปลี่ยนห้องน้ำตรงกลาง ให้สามารถใช้งานจากห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นได้อย่างเป็นสัดส่วน และเป็นห้องแบบครัวเปิดที่ให้ Island ด้วย ดังนั้นพื้นที่ living area เชื่อมต่อกับส่วนครัว จะกว้างขวางสะดวกสบายมาก

ห้อง 1Bedroom A4 ขนาด 57.35 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง ทุกพื้นที่ติดอากาศ มีที่เฉพาะชั้น 23 เพียง 2 ห้อง

ห้อง 1Bedroom A5 ขนาด 57.35 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง ทุกพื้นที่ติดอากาศ มีที่เฉพาะชั้น 24-26 ชั้นละ 2 ห้อง

 

ห้อง Type ที่ 2 คือ 2 Bedroom ขนาด 79-115 Sq.m. และ 2 Bedroom Duplex ขนาด 126 Sq.m.

2 Bedroom ขนาดแรกคือ B1 ขนาด 78.70 Sq.m. 2 Bedroom หน้ากว้างเน้นพื้นที่ living ขนาดใหญ่ ติด Balcony กระจกโค้ง

มีที่ชั้น 28 เพียง 1 ห้อง

2 Bedroom B2 ขนาด 83.95 Sq.m. 2 Bedroom หน้ากว้างเน้นพื้นที่ living ขนาดใหญ่ ติด Balcony เข้ามุมกระจกโค้ง

มีที่ชั้น 28 เพียง 1 ห้อง

2 Bedroom B3 ขนาด 87 Sq.m. 2 Bedroom หน้ากว้างเน้นพื้นที่ living ขนาดใหญ่ ติด Balcony พื้นที่กว้างที่สามารถตั้งโต๊ะ outdoorได้ มากับระเบียงกระจกโค้ง

มีที่ชั้น 27 เพียง 1 ห้อง

2 Bedroom B4 ขนาด 86.95 Sq.m. 2 Bedroom หน้ากว้างเน้นพื้นที่ living ขนาดใหญ่ ติด Balcony เข้ามุมที่มี พื้นที่กว้างที่สามารถตั้งโต๊ะ outdoorได้ มากับระเบียงกระจกโค้ง

มีที่ชั้น 27 เพียง 1 ห้อง

2 Bedroom B5 ขนาด 89.60 Sq.m. 2 Bedroom ห้องมุมสุดทางเดิน ทรงห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ได้ห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้ง2ห้องติดอากาศ

มีที่ชั้น 23-26 ชั้นละ 2 ห้อง

2 Bedroom B6 ขนาด 95.65 Sq.m. 2 Bedroom ห้องมุมสุดทางเดิน ทรงห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ได้ห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้ง 2 ห้องติดอากาศ

มีที่ชั้น 27-28 ชั้นละ 2 ห้อง

2 Bedroom B7 ขนาด 91.76 Sq.m. 2 Bedroom ห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทุกห้องติดอากาศ ได้พื้นที่ living เข้ามุม และได้ระเบียงกระจกโค้งเข้ามุม มีที่ชั้น 24 เพียง 2 ห้อง

และนอกจากห้องหน้ากว้าง เน้นห้องใหญ่แล้ว ยังมีห้องไฮไลท์ของโครงการ ที่เป็น Limited Crystal Unit ที่ออกแบบให้มีหน้าต่างกระจกโค้งบานใหญ่ นำรูปแบบเรือนกระจก ยุคโคโลเนียล มาพัฒนาเป็นเอกลักษณ์และลวดลายหลักของตัวอาคาร มีระเบียง Crystal Balcony ขนาดใหญ่ติดห้องรับแขก เปิดมุมมองที่กว้างอย่างมีสไตล์ สามารถเปิดเป็น กึ่ง Outdoor หรือเปิดเป็น Indoor เชื่อมกับพื้นที่ living ได้ มีทั้งที่ขนาด 1 Bedroom และ 2 Bedroom

ห้อง 2 Bedroom Crystal B8 มีขนาด 104 Sq.m. แตกต่างจาก 1 Bedroom ที่ Crystal Balcony เข้ามุม กระจกโค้งทั้ง 2 มุม ทำให้เปิดมุมมองกว้างไกล และเป็นห้องมุม ทำให้ทุกพื้นที่ของห้องติดอากาศ มีที่ชั้น 10-21 ชั้นละ 2 ห้อง

2 Bedroom B9 ขนาด 115.15 Sq.m. 2 Bedroom ห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดดเด่นที่ระเบียงขนาดใหญ่ เชื่อมตลอดความกว้างของห้อง

มีที่ชั้น 23 เพียง 2 ห้อง

2 Bedroom B10 ขนาด 104 Sq.m. 2 Bedroom ห้องเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทุกห้องติดอากาศ ได้พื้นที่ living ติดระเบียงกระจกโค้งเข้ามุม

มีที่ชั้น 22 เพียง 2 ห้อง

และ 2 Bedroom Duplex C1 ขนาด 125.70 Sq.m แบ่งเป็น 81+44.70 Sq.m. คือชั้นล่างเป็นพื้นที่ living และห้องนอนเล็ก ติดระเบียงยาวเข้ามุม ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนใหญ่ มีทางออกระเบียงยาวจากภายในห้องนอน มีเพียง 2 ห้องที่ชั้น 25เชื่อมชั้น 26

 

และห้องตัวอย่างที่โครงการนำมาเผยให้ยลโฉม ก็คือห้อง Limited Crystal Unit Type B8 ขนาด 104 ตรม. ที่พิถีพิถันด้วยวัสดุที่นำมาสรรสร้าง โดยเลือกใช้เป็น All-European-Luxury-Brand พร้อมกับการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และคุณภาพการผลิตที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยโครงการขายแบบ Fully Fitted คือให้เฟอร์นิเจอร์ ตู้รองเท้า ตู้วางเครื่องซักผ้า ชุดครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วน และห้องน้ำตามตัวอย่าง

เรามาเริ่มดูห้องตัวอย่างเลยดีกว่า เริ่มจากประตูบานคู่ 50+90 cm ที่สามารถเปิดกว้าง เพื่อขนของขนาดใหญ่ หรือเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้อย่างสะดวก

โครงการให้ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ที่สามารถใช้ได้ทั้ง Key Card, รหัสผ่าน และ Smartphone application

ภายในห้องมี VDO door phone ที่ติดต่อกับนิติบุคคลด้านล่าง หรือติดต่อกับแขกที่มาหาเราได้โดยไม่ต้องลงไปถึงข้างล่าง

รวมทั้งให้ระบบไฟของ ART DNA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า กับประกันยาวนาน 12 ปี(เฉพาะของ ART DNA) และยังมีรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย

ถัดจากประตูด้านซ้ายโครงการให้ Home Automation ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smart phone แอร์ ไฟ รวมทั้ง Door censor ได้

ติดกันเป็นตู้เก็บรองเท้า และเก็บของสูงจรดเพดาน ออกแบบให้บานหน้าตู้กลมกลืนกับผนังห้อง แถมยังออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า กับชั้นเก็บรองเท้า ที่เป็นพื้นที่เก็บรองเท้าแนวลึก แต่สามารถเลื่อนออกมาเพื่อใช้งานได้

ติดกับตู้วางรองเท้าเป็นพื้นที่ชั้นวางของ ตั้งโชว์ พร้อมลิ้นชักเก็บของ

ติดกันเป็นตู้งานระบบสำหรับวางเครื่องซักผ้า พร้อมชั้นวางของ เก็บผ้าอย่างเป็นระเบียบ

สุดตู้ built-in เป็นพื้นที่ของครัว built-inที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ pocket ติดโถงทางเดินเข้าห้อง ที่ภายในห้องสูงกว่า 3 m

ครัว built-in เป็น U shape พื้นครัวปูด้วยกระเบื้อง Extra size granite Hone finished โทนสีขาวเทา พื้นที่ครัวสามารถเลื่อนปิดด้วยกระจกลอนใส เพื่อทำเป็นครัวปิด แต่ยังเชื่อมโยงกับพื้นที่living ด้านนอกได้

พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า built-in ของ Gorenje by Ora ïto และชุดครัวของ BLANCO

โดยพื้นที่ด้านซ้ายของครัวเป็นชั้นวางของ built-in ที่มาพร้อม combi-oven และ dish washer

ตรงกลางเป็นเคาท์เตอร์ทำครัว โดยด้านบนโครงการbuilt-inชั้นวางอุปกรณ์ทำครัวหน้าบานกระจกสีชาและ HOB ที่ดูดควัน จับควันและสามารถฟอกอากาศได้ในตัว

 

ส่วนด้านล่างเป็นตู้เก็บของและลิ้นชักเก็บเครื่องครัวได้

ชั้นบน เนื่องจาก built-in สูงจรดเพดาน

โครงการจึงติดตั้งโช้กสำหรับดึงลงมาใช้งานได้โดยง่าย และปลอดภัยขณะใช้งาน

ที่ Top ครัว โครงการให้ Clam-shell caeser stone quartz โทนสีน้ำตาล เทา ขาว

พร้อมด้วยอ่างล้างจาน stone sink& faucet แบบฝังเรียบไปกับ top เคาท์เตอร์

ที่ด้านหลังอ่างล้างจาน ออกแบบเป็นพื้นที่วางจานที่ล้างเสร็จแล้ว พร้อมช่องระบายน้ำเชื่อมกับท่อใต้อ่างล้างจาน

และที่ Top ด้านข้างก็ทำ Slope สำหรับวางพักจานหรืออุปกรณ์ทำครัวขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องกังวลน้ำจะไหลเปียกไปทั้ง top ครัว

และก๊อกน้ำ BLANCO ที่สามารถดึงมาเป็นสายโลหะใช้งานเฉพาะได้

ติดกันเป็นเตาไฟฟ้าของ gorenje สีดำ ตัดกับกระจกกันเปื้อนสีชารอบเคาท์เตอร์

ส่วนด้านล่างใต้อ่างล้างจานโครงการติดตั้ง Food waste disposer ให้ด้วย แถมลิ้นชักถังขยะก็มาพร้อมกับระบบ sensor (auto waste bin) ที่ใช้เพียงปลายเท้าก็สามารถเลื่อนลิ้นชักออกมาพร้อมใช้งานในขณะประกอบอาหารได้โดยง่าย

ติดกันเป็นตู้เก็บของ ที่ออกแบบให้ชั้นภายในสามารถเลื่อนออกมาใช้งานได้ หมดปัญหากับพื้นที่มุมใต้ตู้ที่ไม่ได้ใช้งานและหยิบใช้ยาก

ที่ด้านขวาของเคาท์เตอร์เป็นมุมพักอาหาร และตู้เย็น built-inแบบ2ฝาบนล่าง

และมีตู้เก็บไวน์แบบรักษาอุณหภูมิ built-inเข้ามุมมาให้โดยเฉพาะสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอนอีกด้วย

ผนังฝั่งตรงข้ามโครงการให้เป็นผนังทึบ แต่ด้วยการมีพื้นที่เข้ามุม สามารถปรับเปลี่ยนเป็นมุมทานอาหาร หรือดัดแปลงเป็น mini bar สำหรับชงชากาแฟยามเช้าได้อีกมุม

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ Living area ติดกระจกบานใหญ่แบบเต็มบานโดยกระจกโครงการให้เป็นกระจก 3 ชั้น (กระจก,ช่องว่างและกระจกซ้อน 2 บาน) พร้อมผนัง double wall ที่ช่วยระบายอากาศ และลดอุณหภูมิภายนอกสู่ภายในห้อง

พื้นที่ living area สามารถจัดพื้นที่ได้ 2 ส่วนหลักๆ คือ พื้นที่สุดทางเดินซ้ายมือ เป็นมุมสำหรับวางโต๊ะทานอาหาร ติดริมหน้าต่างบานใหญ่ สำหรับ 4-5 ที่นั่งชิดมุมผนัง

ส่วนอีกมุมด้านขวา สามารถวางชุดโซฟา พร้อมชั้นวางทีวี หันสู่หน้าต่างบานใหญ่ สำหรับ 4-5 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้

เรียกว่าเป็นพื้นที่ living area สามารถ co-space การใช้งานได้ทั้งพื้นที่

ปลายสุดผนังห้อง เป็นไฮไลท์ของโครงการและของห้อง Crystal unit ที่กล่าวไว้ตอนต้น คือ Crystal Balcony พื้นที่กึ่ง Outdoor กึ่ง Indoor ที่มีประตูบานเลื่อนกั้นจากห้อง living เป็นพื้นที่กระจกโค้งเข้ามุม 2 ด้าน ที่เป็นลวดลายหลักของโครงการ

สามารถเปิดรับลม รับอากาศภายนอกได้ รวมทั้งสามารถตกแต่งเป็นพื้นที่พักผ่อน นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือ หรือปลูกไม้กระถางขนาดเล็กไว้ชมได้

พื้นที่ living area เป็นพื้นที่กลางเชื่อมระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

โดยห้องแรก เป็นห้องนอนเล็ก อยู่ขวามือของยูนิต ประตูทางเข้าอยู่สุดผนังของห้อง living

ภายในห้องแบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงนอน Queen size พร้อมที่วางโต๊ะหัวเตียงติดประตูทางเข้า

ปลายเตียงเป็นหน้าต่างบานสูงเว้นระยะเป็น façade ของโครงการ

พื้นที่ส่วนทึบ สามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

ปลายสุดของห้องส่วนผนังทึบ เป็นตู้เสื้อผ้า built-inยาวเต็มผนัง สูงจรดเพดาน ติดทางเข้าห้องน้ำ

ตู้เสื้อผ้าโครงการออกแบบให้มีพื้นที่ชั้นวางของ ลิ้นชักและส่วนแขวนเสื้อ ที่ออกแบบให้หน้าบานเป็นกระจกสีชา เข้าเซ็ตกับบานตู้โปร่งสีชาและของอลูมิเนียมสีชา

ที่มุมห้อง หน้าตู้เสื้อผ้าสามารถวางโต๊ะทำงานตัวเล็กริมหน้าต่างได้

ระหว่างหัวเตียงและตู้เสื้อผ้า เป็นทางเข้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำเป็น double access ที่สามารถเข้าได้จากห้องนอนและจากโถงทางเดิน

 

ในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่เป็น2ฝั่งซ้ายขวา ด้านซ้ายเป็นพื้นที่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าเข้ามุม มาพร้อมชั้นวางของด้านล่าง บานเปิดกระจกสีชา และกระจกส่องบานใหญ่ เต็มผนัง

พร้อมผนังเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ และผนังเรียบสำหรับแขวนผ้า

ส่วนฝั่งตรงกันข้ามเป็นมุมวางโถสุขภัณฑ์ สำหรับห้องเล็ก โครงการให้ของ KASCH

อีกส่วนคือพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วยผนังหินอ่อน และประตูกระจกบานเปิด

ด้านใน โครงการให้ Hand shower ของ GESSI

ส่วนด้านซ้ายของห้อง ถัดจากชุดครัว เป็นทางเข้าห้องนอนใหญ่

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง แบบมีพื้นที่โดยรอบเหลือพอใช้งาน

ปลายเตียงเป็นพื้นที่งานระบบ สามารถวางทีวีแบบแขวนผนังได้

ปลายสุดด้านขวาของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่เชื่อมวิวภายนอกโครงการ

สามารถวางพื้นที่มุมห้อง เป็นพื้นที่ทำงาน นั่งเช็คอีเมล์ได้

หรือวางเก้าอี้โซฟาตัวเล็ก ริมหน้าต่าง ไว้นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือดูหนังที่มุมนี้ก็มีพื้นที่ให้ใช้งานเหลือพอกิจกรรมของคุณ

ด้านซ้ายของทางเข้าห้องนอน เป็น walk-in closet เชื่อมทางเข้าห้องน้ำ

ที่ walk-in closet โครงการ built-in ชั้นวางของ และตู้เสื้อผ้า ไว้เต็มแนวผนัง จรดเพดาน ที่ผนังด้านขวา

ปลายสุดเป็นห้องน้ำ ในห้องนอนใหญ่ พื้นห้องน้ำ โครงการปูด้วย Statuario plus (Matt/polish) Marble pattern สีขาว ลายเทาอ่อน

ส่วนผนังและเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า เป็น Marble stone light emperador gray

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้า และมี shower box อยู่ที่ด้านในปลายสุดของห้อง

พื้นที่ส่วนแห้ง ด้านขวาโครงการให้อ่างล้างหน้าแบบฝังเคาท์เตอร์ ด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นตู้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำ หน้าบานกระจกสีชา พร้อมกระจกส่องเรียงยาวเต็มผนัง

พร้อมระบบน้ำร้อนน้ำเย็นที่มากับชุดสุขภัณฑ์ของ GESSI

สุดเคาท์เตอร์เป็นโถสุขภัณฑ์ ของ GROHE แบบแขวนผนัง พร้อมระบบ Automatic

ส่วนที่ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว

ที่มาพร้อมขอบหินอ่อนเจาะอุปกรณ์ก๊อกน้ำของ GESSI และสามารถวางขวดอุปกรณ์อาบน้ำได้

ติดอ่างอาบน้ำ ที่มุมห้อง เป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass เข้ามุม

ภายในโครงการให้ Rain shower และ Hand shower ของ GESSI เช่นกัน

และมาพร้อมชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ แบบฝังในผนังขนาดใหญ่ ใช้งานได้อย่างจุใจ

เรียกว่าเป็นการออกแบบอย่างหรูหรา ผสานความแตกต่างระหว่างชีวิตที่เร่งรีบ ของย่านสาทร กับพื้นที่พักอาศัยที่ทำให้ชีวิตช้าลง และเติมเต็มการใช้ชีวิตภายในโครงการที่ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว กับพื้นที่ส่วนกลาง ที่โดดเด่น และออกแบบมาเฉพาะสำหรับ The Reserve Sathorn ที่ดึงเอาประวัติศาสตร์ของย่านมาใช้กับพื้นที่ส่วนกลาง

อย่าง Center Court Lobby โถงต้อนรับที่ออกแบบให้โอบล้อมด้วยคอร์ทน้ำ ใจกลางโครงการ ให้เสียงและการเคลื่อนไหวของน้ำปรับบรรยากาศของทุกโสตประสาทให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น ได้ทั้งร่มเงา ความเย็นสบาย และยังมีใบพลูมาตกแต่งสร้างเอกลักษณ์ของความเป็นซอยสวนพลู

รวมทั้งออกแบบให้มีส่วนโค้ง ของโถงทางเดินภายในโครงการเชื่อม Concierge by The Reserve พื้นที่โถง lobby ที่เชื่อมคอร์ทกลาง กับภายในอาคารได้อย่างลงตัว มีทั้งร่มเงาจากต้นไม้ และแสงที่ผ่านเข้ามา

ส่วนที่ชั้น 29 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เต็ม floor มีทั้ง Private Spa & Salon – ห้องบริการสปาและซาลอนส่วนตัว ที่คุณสามารถนัดหมายเจ้าหน้าที่ส่วนตัวมาดูแลได้ถึงที่บ้าน Exclusive Gym with Yoga & Boxing Studio ที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองสาทรโดยรอบ

Crystal Lounge – ห้องรับรองในรูปแบบเรือนกระจก หรูหรา ด้วยพื้นหินอ่อน มุมโซฟานั่ง และกระจกโดยรอบเชื่อมวิวเมืองที่ชั้นบนของโครงการ

ส่วนที่ชั้น roof top โครงการให้ Colonial Thermal Pool – สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ปรับอุณหภูมิ ที่ชั้นบนสุดของโครงการ พร้อม Jacuzzi ที่แยกเป็นมุมส่วนตัวอย่างเป็นสัดส่วน สามารถ take view สาทร ได้โดยรอบ

ซึ่งรูปแบบบรรยากาศตัวอย่าง โครงการได้ตกแต่งจำลองไว้ให้ได้ชมที่ Sale gallery ทั้งเรือนกระจกที่สัมผัสบรรยากาศได้โดยรอบ

รวมทั้งบรรยากาศสไตล์ Modern European Thai Colonial ที่สะท้อนทั้งมุมมองภายนอกและภายใน

และแสงเงา ที่กระทบผ่านงานออกแบบ เรียกว่าได้จำลองบรรยากาศเสมือนจริง ที่มีทั้งความทันสมัยและย้อนยุคไปพร้อมๆกัน

สวนพลูคือแหล่งที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ และได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างชาติมายาวนาน?

 

ในบรรดาถนนสายรองที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสาทร มีอยู่หลายถนนทีเดียวครับ ที่มีโครงการคอนโดเข้ามาพัฒนาอยู่ไล่ตั้งแต่ถนนเจริญราษฎร์ ถนนสาทร 11 – 12 ถนนนราธิวาสฯ ช่องนนทรี ถนนศาลาแดง ถนนสาทร 1 และถนนสวนพลู แต่ถ้าจะถามว่าถนนเส้นไหนที่มีความอุดมสมบูรณ์ในการอยู่อาศัยมายาวนานตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีรถไฟฟ้า เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ และเหล่าคหบดี ผู้มีตำแหน่งสำคัญในทางการเมืองของไทยในการอยู่อาศัย (ที่รู้จักกันดีก็จะเป็นบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในซอยพระพินิจ)…ถนนสวนพลู หรือสาทร ซอย 3 ดูจะเป็นคำตอบที่ใช่มากที่สุด

หากใครที่ได้เข้ามาเดินเล่นในซอยสวนพลู ก็จะเห็นชาวต่างชาติมากหน้าหลายตา เดินเข้าออกตามร้านอาหาร เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และคอนโดสูงหลายโครงการที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสวนพลู ซึ่งถ้าลงลึกในรายละเอียดแล้วก็จะพบว่าบนถนนเส้นนี้ ล้วนแล้วแต่มีโครงการอสังหาฯดีไซน์โดดเด่น ระดับ Top of Class ของแต่ละแบรนด์ มาพัฒนาตั้งแต่ยุคเกือบ 40 ปีที่แล้วทั้งสิ้น สะท้อนถึงดีมานท์ในการอยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ มาตั้งแต่ครั้งที่ยังไม่มีนิยามของคำว่าคอนโดกลางเมือง ติดรถไฟฟ้าด้วยซ้ำ ช่วงปากซอยสวนพลูดูจะมีบริบทในการอยู่อาศัยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะหากข้ามถนนไปก็จะเจอกับถนนคอนแวนต์ที่เชื่อมต่อกับสีลม ไม่ไกลจากปากซอยซ้ายขวาก็มีแต่สถานฑูต ทั้งสิงค์โปร์ มาเลเซีย เม็กซิโก สโลวัก กรีซ เยอรมัน ออสเตรีย เดนมาร์ก ฯลฯ(ในอดีตมีสถานฑูตออสเตรเลีย) จึงไม่แปลกที่จะมีชาว expat ที่ยอมจ่ายเงินค่าที่พักเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และคอนโดราคาแพงๆในย่านนี้เสมอมา

 

ในเมื่อสวนพลูเป็นทำเลระดับ International Neighborhood ระดับนี้ แล้วทำไมในอดีตที่ผ่านมา โครงการคอนโดหลายๆแห่งถึงไม่เฮโลกันมาเปิดที่นี่กันสักเท่าไหร่? คำตอบก็คือที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาคอนโดสูงในซอยนี้ แทบจะไม่มีเหลือแล้วครับ นอกจากจะต้องไปไล่กว้านซื้ออาคารพาณิชย์รวดเดียวหลายสิบห้อง หรือไม่ก็ซื้ออาคาร Somerset มาทุบทิ้งสร้างใหม่แต่ทางกลุ่มบริษัท พฤกษาฯ พรีเมียม ในฐานะที่กุมสัดส่วนรายได้จำนวน 20% จากยอดขายรวมของกลุ่มพฤกษาฯทั้งหมด ก็กลับคว้าที่ดินผืนงาม ห่างจากปากซอยสวนพลูเพียงแค่ 80 เมตร มาเพื่อพัฒนาคอนโดระดับ Super Luxury ภายใต้แบรนด์ The Reserve Sathorn ได้ในที่สุด

 

สำหรับผมแล้ว The Reserve Sathorn เป็นคอนโดที่ค่อนข้างมีความแตกต่างจากทุกคอนโดในย่านนี้อย่างสิ้นเชิงครับ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการคือ 1. นี่คือคอนโดในระดับ Super Luxury โครงการแรกในซอยสวนพลู 2. มีการออกแบบสไตล์ Modern European Thai Colonial ที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นในคอนโดรูปแบบ High Rise และ 3. หากคำว่า Luxury ถูกกำหนดโดยความเป็นส่วนตัว ที่นี่ก็คือคอนโดที่ให้ความ Luxury สุดๆด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 134 ยูนิต น้อยที่สุดในบรรดาทุกคอนโดในย่านสาทร – พระรามสี่

 

หลายๆคนโดยเฉพาะตัวผมเอง มองว่านี่คือโครงการ The Reserve Sukhumvit 61 ในเวอร์ชั่นขยายขนาดให้เป็น 30 ชั้น! เพราะไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลาง งานภูมิสถาปัตยกรรม เลย์เอ้าท์ของห้อง วัสดุในห้องที่เป็น All-European-Luxury-Brand และรูปแบบห้องกระจกโค้ง นั้นดูแล้วรู้เลยว่าทั้งสองคนนี้คือพี่น้องท้องเดียวกัน คลานตามกันมาเกิด โดยเชื่อแน่นอนว่าใครที่ชอบโครงการที่สุขุมวิท 61 ก็น่าจะชอบที่นี่มากด้วยเช่นกัน…ถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละทำเล แต่สำหรับลูกค้าในตลาดคอนโดระดับ Super Luxury นั้นมันอยู่ที่ว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อ เท่านั้นเองครับ และในการปรุงแต่งส่วนผสมทั้งหมดของโครงการให้ตรงจริตกลุ่มผู้ซื้อที่เคยติดใจโครงการมาแล้วมากที่สุด ก็ดูเหมือนจะเป็นของถนัดสำหรับกลุ่มพฤกษาฯ พรีเมียม ที่ไม่ว่าจะพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ The Reserve หรือ Chapter One ทีไร ก็มักจะมีกลุ่มลูกค้าเก่าตามไปซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยที่แทบจะไม่ต้องหว่านเงินในการทำการตลาดอย่างมากมายเลย

สำหรับราคาขายเริ่มต้นที่ 250,000 บาท/ตร.ม. ก็ต้องบอกว่าเป็นราคามาตรฐานของคอนโดใหม่ในย่านสาทรนี้ไปแล้ว โดยหากมองไปที่ Supply ในอนาคตที่น่าจะมีคอนโดระดับ Luxury มาเปิดตัวอีก ซึ่งเชื่อแน่นอนว่าหากทุกโครงการสร้างเสร็จ จำนวนยูนิตทั้ง 134 ยูนิตของ The Reserve Sathorn ก็อาจจะเป็นของหายากที่มีราคาแพงมาก เพราะเจ้าของห้องไม่อยากจะขาย เหมือนดังเช่นโครงการระดับ Super Luxury หลายโครงการในย่าน CBD ที่ราคาพุ่งขึ้นเรื่อยๆจนสร้างความเสียดายให้ผู้ขายในช่วงแรกๆเป็นอย่างมากครับ



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.0

SCORE:
4.2
From : 3 รีวิว




3.9



4.0



4.6

ดูคะแนนและ Comment ทั้งหมด


คอนโดแมนพรีวิว LIFE ASOKE HYPE ….คอนโดสีสันจัดจ้าน เพื่อคน Hyper Active ที่สุดของ LIFE บนสี่แยกพระรามเก้า

‘LIFE ASOKE HYPE’(ไลฟ์ อโศกไฮป์) เฟส 2 ของโครงการคอนโดมิเนียมที่ร้อนแรงที่สุดในปีที่แล้วอย่าง LIFE Asoke - Rama9 กลับมาอีกครั้งโดยอัพเกรด facility ให้น่าสนใจกว่าเดิมเพื่อเพิ่มเติมราคาขายให้ขยับสูงข... อ่านต่อ




“อโศก-สุขุมวิท” สุดยอดย่าน Interchange หนึ่งเดียวในใจคนกรุงเทพ สะดวกครบถ้วน Live- Work-Play-Park พาสำรวจโดย Whizdom Asoke -Sukhumvit X Propholic

เมื่อพูดถึงย่าน Interchange ที่เป็นบริเวณจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันปี 2561 ก็ต... อ่านต่อ

ลัดเลาะดูทำเล และพาชมสิ่งที่น่าสนใจใน Walden Sukhumvit 39 คอนโดหรู มีห้องแบบ Loft กับราคาเริ่มต้นแค่ 5.9 ลบ.

หลังจากที่ Habitat Group ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการรุกตลาดอสังหาฯ ใจกลางกรุงเทพฯ โ... อ่านต่อ

ขายคอนโดรอบ Online Booking มีไว้แค่เกาะกระแส หรือตอบโจทย์พฤติกรรมคนซื้อจริงๆ

ในยุคที่ใครต่อใครต่างก็เทงบประมาณการตลาดมาไว้ที่สื่อดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การบ... อ่านต่อ

THE PRIMARY V บ้าน SUPER LUXURY แนวสูง เติมเต็มทุกฟังก์ชั่น บนทำเล เกษตร–นวมินทร์

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการของคนในยุคแห่งความหลากหลายไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว บ้า... อ่านต่อ

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ ‘คีน เซ็นเตอร์ ศรีราชา : KEEN Centre Sriracha’ ด้วยแนวคิดการออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่น มูลค่าโครงการ 2,716 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายกว่า 65% โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการเรือธง เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ พร้อมวิวทะเลใจกลางเมืองศรีราชา ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรบินสัน ติดกับอิออนมอลล์ และใกล้เคียงกับสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลพญาไท, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และสวนสุรศักดิ์มนตรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อลงทุนและอยู่อาศัยเอง ในราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท หรือประมาณ 86,000 บาทต่อตร.ม. ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสุดหรู อาทิ ห้องออนเซ็นขนาดใหญ่, ห้องชงชา, สวนสไตล์เซน, สระว่ายน้ำพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ, ห้องเด็กเล่น และสวนชั้นดาดฟ้าวิว 360 องศา นอกจากนี้ ยังมีบริการทำความสะอาดห้องพักระดับมาตรฐานโรงแรมฟรี สัปดาห์ละ 2 ครั้ง