The Reserve Sathorn

  

เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร


มีผู้คนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ปักใจหลงใหลในเสน่ห์ของการพักอาศัยในย่าน CBD ของกรุงเทพฯ ย่านที่ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยตึกระฟ้าของอาคารสำนักงานเรียงรายทั้งสองฝั่งถนน การมีที่พักอยู่ใจกลางย่านสาทรจึงเป็นสุดยอดปรารถนาของใครหลายๆคน เพราะนอกจากจะมอบความสะดวกสบายขั้นสุดในการเชื่อมโลกธุรกิจและการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกันแล้ว

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 20 April, 2022 เวลา 15.35 pm

Prop score™: 4.0

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The Reserve Sathorn

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ซอยสวนพลู

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-1-53.3 ไร่

ชั้น

30 ชั้น

ยูนิต

134 ห้อง

ที่จอดรถ

100%

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสาร 3 ตัวแบบล็อคชั้น และ Service Lift 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Private Spa & Salon, Exclusive Gym, Yoga & Boxing Studio, Crystal Lounge, Rooftop Bar, Sky Deck, Colonial Thermal Pool, Jacuzzi


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/Luxury Condo/Luxury High Rise Condominium

studio

-

1 bedroom

49.85 - 57.35 ตร.ม., 1 Bedroom Crystal 56.35 ตร.ม.

2 bedroom

78.70 - 104.00 ตร.ม., 2 Bedroom Crystal 104.00 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

125.70 (81.00 + 44.70) ตร.ม.

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

230,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

12.9 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

110 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

500 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2022

เว็บไซต์

https://bit.ly/3IAj4yi

1739


เพื่อนบ้าน Street View


งดงามในทุกรายละเอียดที่ The Reserve Sathorn คอนโด Luxury เปี่ยมเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในสไตล์ Modern Colonial

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ปักใจหลงใหลในเสน่ห์ของการพักอาศัยในย่าน CBD ของกรุงเทพฯ ย่านที่ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยตึกระฟ้าของอาคารสำนักงานเรียงรายทั้งสองฝั่งถนน การมีที่พักอยู่ใจกลางย่านสาทรจึงเป็นสุดยอดปรารถนาของใครหลายๆคน เพราะนอกจากจะมอบความสะดวกสบายขั้นสุดในการเชื่อมโลกธุรกิจและการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกันแล้ว ย่านสาทรก็ยังมีเอกลักษณ์ของทำเลที่แตกต่างกันไปในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินีที่ทำหน้าที่เป็นโอเอซิสของคนเมือง มีเส้นทางลัดเลาะไปยังถนนสายต่างๆมากมาย มีรถไฟฟ้าแล่นผ่านถึง 3 ช่วง ตั้งแต่ช่วงสุรศักดิ์ ช่องนนทรี ลุมพินี และสถานีรถไฟฟ้าเซนต์หลุยส์ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการไปเมื่อไม่นานมานี้ เช่นเดียวกับการมีบ้านคหบดีสองชั้นเก่าแก่ ที่มีลวดลายไม้ฉลุอันโดดเด่นสวยงามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และบ้านสไตล์โคโลเนียลโทนสีพาสเทล กระจายตัวอยู่ตามถนนสายรองต่างๆ ตั้งแต่ สวนพลู สาทร สุรวงศ์ และเจริญกรุง

 

แม้การอยู่อาศัยในย่านสาทรที่หลายคนนึกภาพ CBD สาทรเป็นย่านที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่จริงๆแล้วสาทรยังมีย่าน Residential Area ที่มอบความเงียบสงบและสอดแทรกเอกลักษณ์การดำเนินชีวิตในแบบผสมผสานทั้งแบบดั้งเดิม และแบบอาคารสูงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวเช่นกัน ซึ่งบริเวณซอยสวนพลูนับว่าเป็น Residential Area เก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่เพียงไม่กี่แห่ง ที่กุมความได้เปรียบในเรื่องของการเดินทาง สีสันในการหาของกินในแบบ local และความร่มรื่น เนื่องจากซอยสวนพลูเป็นซอยที่ตัดใจกลางถนนสาทรใต้ ระหว่างแยกลุมพินี และแยกสาทร-นราธิวาส ที่สามารถเชื่อมไปยังซอยนราธิวาส ออกถนนนราธิวาส หรือเชื่อมซอยงามดูพลี ซอยเย็นอากาศ ออกสู่ถนนพระรามที่ 4 รวมทั้งเชื่อมซอยนางลิ้นจี่ และออกสู่ถนนพระรามที่ 3 ขึ้นทางด่วนศรีรัชได้โดยไม่จำเป็นต้องออกถนนสาทร อีกทั้งยังเป็นย่านเก่า ที่มีความสำคัญ คือ เป็นที่ตั้ง ของบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือมีชื่อเรียกขานว่า บ้านซอยสวนพลู ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รวมทั้งตลอดทั้งซอยสวนพลู เป็นทำเลประวัติศาสตร์ของย่านที่อยู่อาศัย ในเชิงการเป็น upscale area ย่านผู้ดีเก่า ย่านขุนนางสมัยก่อน เป็นที่ตั้งของสถานทูต รวมทั้งเป็นย่านที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ยังไม่มีรถไฟฟ้า ทำให้ตลอดทั้งซอยมีการพัฒนาเป็นย่านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่อดีต เต็มไปด้วยบ้านเรือน อาคารเก่าแก่ที่น่าอนุรักษ์ ตลาด ร้านค้า ธนาคารที่ครบครัน ทำให้หาที่ดินเปล่าเพื่อพัฒนาได้ยาก โดยเฉพาะที่ดินผืนใหญ่ที่เหมาะแก่การสร้างคอนโดฯ

และหากคุณอยากจะครอบครองคอนโดหรูสักแห่งบนย่านสาทร ที่มอบครบทุกองค์ประกอบของการทำงานและการอยู่อาศัยดังที่กล่าวมาข้างต้น แถมยังสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในย่านนี้ ก็คงต้องนึกถึง The Reserve Sathorn (เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร) โครงการภายใต้ theme การออกแบบ Modern Colonial ที่ดึงบรรยากาศในยุค Colonial ทั้งแสงเงา และความรู้สึกในการใช้งาน ผสานกับการปรับสไตล์ของอาคารให้ทันสมัยกับการเลือกใช้วัสดุที่ดูหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่รังสรรตัวอาคารให้กลมกลืนและสะท้อนความเป็นย่านที่มีประวัติศาสตร์แต่ยังเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

The Reserve Sathorn เป็นแบรนด์ Luxury Condo ของพฤกษาฯ บนเนื้อที่ 1-1-53.3 ไร่ บนซอยสวนพลูห่างจากถนนสาทร เพียง 80 เมตร และอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS ช่องนนทรี BTSศาลาแดง และ MRT สวนลุมพินี ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่สามารถใช้รถส่วนบุคคลทะลุซอยลัดไปยังพระราม3 พระราม4 ได้อย่างสะดวก

โดยตัวอาคารวางตัวขนานกับซอยสวนพลู สูง 30 ชั้น ออกแบบโดย I’ll design Studio ภายใต้แนวคิดการผสมผสานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในย่านสาทร ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลจากอังกฤษและถูกปรับให้กับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่การตกแต่ง สวน ระเบียงทางเดิน รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยที่มีลำดับขั้นในการเข้าถึง มาปรับให้เข้ากับความทันสมัยและการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ซึ่งเห็นได้ชัดตั้งแต่หน้าอาคาร อย่างตัว Façade ที่ออกแบบเรียบง่าย ดูทันสมัย แต่มีดีเทลรายละเอียดแบบโคโลเนียล และไทย ที่ผสมผสานอย่างลงตัว

การออกแบบให้มีส่วนโค้งของโถงทางเดินภายในโครงการเชื่อมจุดบริการลูกบ้านในแบบ 24 ชั่วโมง “Concierge by The Reserve” ที่บริเวณพื้นที่โถง lobby ที่เชื่อมคอร์ทกลาง กับภายในอาคารได้อย่างลงตัว มีทั้งร่มเงาจากต้นไม้ และแสงที่ผ่านเข้ามา

และเห็นความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลเด่นชัดมากขึ้นผ่านพื้นที่ Lobby ส่วนกลาง ที่ออกแบบเป็นระเบียงทางเดินรอบอาคาร (Colonnade) ล้อมรอบพื้นที่คอร์ดสวน ที่เป็นการแบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบอาคารออกเป็นสัดส่วน

การออกแบบที่หรูหรา ผสานความแตกต่างระหว่างชีวิตที่เร่งรีบ ของย่านสาทร และเติมเต็มการใช้ชีวิตภายในโครงการที่ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว กับพื้นที่ส่วนกลาง ที่โดดเด่น และออกแบบมาเฉพาะสำหรับ The Reserve Sathorn ที่ดึงเอาประวัติศาสตร์ของย่านนี้มาใช้กับพื้นที่ส่วนกลาง

 

ตั้งแต่พื้นที่สวน และผนังกำแพงของโครงการ

ไปจนถึงพื้นที่ของคอร์ทสวนต่าง ๆ ภายในโครงการที่ออกแบบโดย TROP ผ่านการตีความประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่ผสานงานสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นโคโลเนียล ตั้งแต่พื้นที่ The Arrival Court สวนด้านหน้าทางเข้าโครงการ ได้ออกแบบผ่านการนำ Element ทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่มาใช้ในงานออกแบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับรู้ถึง Senses of place ที่สร้างความพิเศษ และความ Unique ที่ไม่เหมือนใครโดยนำลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลมาซ่อนไว้ในพื้นที่สวน แทรกด้วย Sculpture และพืชพรรณไทยที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อาทิ ต้นชะพลู หมากสง ที่เป็นพืชที่ปลูกมากในสมัยก่อน

รวมทั้งพื้นที่  Lobby  ที่มีสวนอยู่ใจกลาง ล้อมรอบด้วยอาคารทั้ง 4 ด้าน ก็มีการออกแบบสวนจากแรงบันดาลใจของพื้นที่คอร์ทสวนในวัง หรือบ้านของบุคคลสำคัญที่นิยมความสมมาตรของแนวแกนที่ชัดเจน มองเห็นสวนพื้นที่ได้ทุกทิศทาง โดยพื้นที่สวนส่วนนี้ ออกแบบให้เป็น Water Cascade ที่สร้างบรรยากาศให้มีความแตกต่างจากพื้นที่โดยรอบ เพิ่มความผ่อนคลายด้วยเสียงน้ำไหลล้นออกจากบ่อ และการเคลื่อนไหวของน้ำปรับบรรยากาศของทุกโสตประสาทให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น ได้ทั้งร่มเงา ความเย็นสบาย และการสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันในกลางวันและกลางคืน รวมทั้งการเลือกใช้พืชพรรณที่สะท้อนเอกลักษณ์ของประวัติศาสตร์พื้นที่ โดยนำชะพลู และบัวมาเป็นพืชพรรณที่สร้างบรรยากาศ โอบล้อมต้นไม้ใหญ่คือ ต้นเสม็ดแดงที่ดึงดูดสายตาและยังเป็นไม้มงคลที่คนนิยมกัน

รวมทั้งยังมีพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งให้ได้เลือกใช้งานบริเวณด้านข้างโครงการ แบ่งโซนการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

ที่ Lobby มีพื้นที่ Concierge by The Reserve บริการผู้ช่วยส่วนตัวประจำโครงการตามมาตรฐานโรงแรม สำหรับผู้อยู่อาศัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่พร้อมให้บริการ Booking ต่าง ๆ นัดหมายงานบริการส่วนตัว จอง Facilities อาทิเช่น  สำรองห้อง อย่าง Private Spa & Salon แนะนำช่างทำผม Therapist แจ้งซ่อม รวมทั้งแนะนำบริการต่าง ๆ ที่ให้คุณได้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

รวมทั้งบริการต้อนรับแขกคนพิเศษของคุณและให้บริการพาแขกขึ้นลิฟท์ อำนวยความสะดวกส่งถึงยูนิตของคุณ เพียงแค่ยืนยันตัวตนผ่าน VDO Door phone ที่เชื่อมกับภายในห้อง ทำให้คุณสามารถต้อนรับแขกคนพิเศษโดยไม่ต้องลงมาจากห้องเลย

พื้นที่ของลูกบ้านหรือผู้อยู่อาศัยต้องเข้าถึงโดยผ่านระบบความปลอดภัย ใช้ได้ทั้ง Card สแกนหน้า เพื่อเข้าสู่พื้นที่โถงลิฟท์ และ Mail room ที่ใช้ card ในการเปิดตู้จดหมาย

รวมทั้งมี Smart Locker บริการฝากของที่ Concierge สามารถจัดการฝากของสำคัญให้คุณ ผ่านการใช้งาน Application The Reserve

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการอยู่ที่ชั้น 29-30 ที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองสาทรโดยรอบ

ชั้น 29 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เต็ม floor มีทั้ง Private Spa & Salon

ห้องบริการสปา ทำผม ทำเล็บ ที่คุณสามารถนัดหมายเจ้าหน้าที่ส่วนตัวมาดูแลได้ถึงที่บ้าน

รวมทั้งมี Experience shower ห้องแรงดันน้ำให้คุณได้ผ่อนคลายโดยไม่ต้องออกไปนอกโครงการ

Exclusive Gym with Yoga & Boxing Studio ที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองสาทรโดยรอบ

โดยมีเครื่องออกกำลังกายแบรนด์ Technogym ครบครันรองรับการออกกำลังกายทุกสัดส่วน

ที่สำคัญคือมีบริการเครื่องกดน้ำแร่ของ ELKAY ที่เคลมว่าน้ำที่กดคุณภาพเหมือนซื้อน้ำแร่จากขวด

Crystal Lounge ห้องรับรองในรูปแบบเรือนกระจก หรูหรา ด้วยพื้นหินอ่อน มุมโซฟานั่ง และกระจกโดยรอบเชื่อมวิวเมืองที่ชั้นบนของโครงการ กับวิว Sunset ท่ามกลางย่านสาทร

เชื่อมกับชาน Outdoor Balcony ที่ให้คุณมีพื้นที่ไว้จัด Private party กับเพื่อนคนสำคัญ

มีห้องน้ำแยกชายหญิง ที่ภายในมี Locker เก็บสัมภาระ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และห้อง Steam room ไว้ให้บริการ

ส่วนที่ชั้น 30 หรือ roof top เป็นสระว่ายน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิได้ภายใต้ชื่อ Colonial Thermal Pool

สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ คงอุณหภูมิน้ำที่ 32 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายในการออกกำลังกายหรือการแช่ผ่อนคลายกับมุม Jacuzzi ที่แยกเป็นมุมส่วนตัวอย่างเป็นสัดส่วน สามารถ take view สาทร ได้โดยรอบ

ที่ชั้นมีพื้นที่ indoor ที่มากับโต๊ะยาว ที่เป็นพื้นที่ที่ให้คุณได้มีเชฟส่วนตัวมาจัดอาหารเซิร์ฟในวันสำคัญกับคนพิเศษได้ท่ามกลางวิวเมืองและย่านสาทร

ที่ชั้นนี้มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำ แยกชายหญิง ที่ภายในมีไดร์เป่าผมจาก Dyson ไว้ให้ได้ใช้งาน เรียกว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คิดถึงการใช้งานจริงไว้อย่างทุกขั้นตอน

ชั้น facilities 29-30 เป็นลิฟท์แยกจากลิฟท์ชั้นพักอาศัย เพื่อความ private ในการใช้งาน

ในส่วนของที่พักอาศัย ทั้งโครงการมีเพียง 134 ยูนิต ที่ชั้น 10-28 มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถที่ชั้น 2-9 รวมที่จอดรถ 100% (Conventional Parking) ที่รองรับรถ EV Charger

The Reserve Sathorn เน้นย้ำความ Luxury ผ่านจำนวนยูนิตต่อชั้นที่มีเพียง 8 ยูนิตต่อชั้นที่ชั้น 10-22 ส่วนที่ชั้น 23-25 มีชั้นละ 6 ห้องและที่ชั้น 26-28 มีชั้นละ 4 ยูนิต ด้วยแผนผังแบบ Single-Loaded-Corridor เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตอีกระดับ รวมทั้งมี air ventilation ที่สุดทางเดินแต่ละด้าน เพื่อการถ่ายเทอากาศในโถงทางเดินส่วนกลาง

ส่วนรูปแบบห้อง ทุกยูนิตถูกออกแบบห้องหน้ากว้างเป็นพิเศษ เพื่อให้ทุกส่วนของการใช้งานติดอากาศ สามารถเชื่อมต่อกับวิวภายนอกได้ทั้งหมด พร้อมด้วยกระจก Full-Height Insulated Glass ที่เปิดมุมมองและสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยอย่างมีระดับ รวมทั้งช่วยกรองเสียงรบกวนและลดความร้อนจากภายนอก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

The Reserve Sathorn สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ โดยขายไปแล้วกว่า 60% และตอนนี้ที่โครงการ ก็ตกแต่งห้องตัวอย่างให้ชมด้วยกัน 2 ห้อง คือ 1 Bedroom Crystal 56.35 Sq.m. และ 2 Bedroom Crystal  104.00 Sq.m.

 

ห้องแรก 1 Bedroom Crystal  A2 มีขนาด 56.35 Sq.m. เป็นห้องหน้ากว้างและทรงลึก โดยแบ่งพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นครัวเชื่อม living area และเชื่อมกับ Crystal Balcony ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับเป็นพื้นที่มุมพักผ่อนกึ่ง outdoor ได้เต็มทั้งพื้นที่

เปิดต้อนรับด้วยประตูบานคู่ 50+90 cm ที่สามารถเปิดกว้าง เพื่อขนของขนาดใหญ่ หรือเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้อย่างสะดวก

โครงการให้ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ที่สามารถใช้ได้ทั้ง Key Card, รหัสผ่าน และ Smartphone application

ภายในห้องมี VDO door phone ที่ติดต่อกับนิติบุคคลด้านล่าง หรือติดต่อกับแขกที่มาหาเราได้โดยไม่ต้องลงไปถึงข้างล่าง

 

รวมทั้งให้ระบบไฟของ ART DNA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า กับประกันยาวนาน 12 ปี (เฉพาะของ ART DNA) และยังมีรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย

 

โครงการให้ Home Automation ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smart phone แอร์ ไฟ รวมทั้ง Door censor ได้

ด้านขวาติดทางเข้าเป็นครัว built-in ที่ออกแบบให้เป็น U shape ติดโถงทางเดินเข้าห้อง ที่ภายในห้องสูงกว่า 3 เมตร

พื้นครัวปูด้วยกระเบื้อง Extra size granite Hone finished โทนสีขาวเทา

ปลายสุดเคาท์เตอร์เป็นตู้เย็น built-in แบบ 2 ฝาบนล่าง

พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า built-in ของ Gorenje by Ora ïto และชุดครัวของ BLANCO

ตรงกลางเป็นเคาท์เตอร์ทำครัว เป็นเตาไฟฟ้าของ Gorenje สีดำ ตัดกับกระจกกันเปื้อนสีชารอบเคาท์เตอร์

โดยด้านบนโครงการbuilt-inชั้นวางอุปกรณ์ทำครัวหน้าบานกระจกสีชาและที่ดูดควัน จับควันและสามารถฟอกอากาศได้ในตัว

ชั้นบน เนื่องจาก built-in สูงจรดเพดาน โครงการจึงติดตั้งโช๊คสำหรับดึงลงมาใช้งานได้โดยง่าย และปลอดภัยขณะใช้งาน

ส่วนด้านล่างเป็นตู้เก็บของและลิ้นชักเก็บเครื่องครัวได้

โดยพื้นที่ด้านขวาของครัวเป็นชั้นวางของ built-in ที่มาพร้อม combi-oven

ที่ Top ครัว โครงการให้ Clamshell caesarstone quartz โทนสีเทา ขาว

พร้อมด้วยอ่างล้างจาน stone sink & faucet แบบฝังเรียบไปกับ top เคาท์เตอร์

ส่วนด้านล่างใต้อ่างล้างจานโครงการติดตั้ง Food waste disposer ให้ด้วย แถมลิ้นชักถังขยะก็มาพร้อมกับระบบ sensor (auto waste bin) ที่ใช้เพียงปลายเท้าก็สามารถเลื่อนลิ้นชักออกมาพร้อมใช้งานในขณะประกอบอาหารได้โดยง่าย

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ Living ที่วางชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลางและชั้นวางทีวีขนานกันเป็นแนวยาว

ปลายสุดผนังห้อง เป็น Crystal Balcony พื้นที่กึ่ง Outdoor กึ่ง Indoor ที่มีประตูบานเลื่อนกั้นจากห้อง living เป็นพื้นที่กระจกเต็มความกว้าง มีช่องหน้าต่างระบายอากาศ และมีงานระบบรองรับสำหรับใครที่อยากติดแอร์เพื่อใช้งานเป็นห้อง multi-function หรือสามารถเปิดเป็นกึ่ง Outdoor เพื่อเชื่อมกับภายนอกได้

ในส่วนของห้องนอนและห้องน้ำในตัวอยู่ที่ปีกซ้ายของยูนิต

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง แบบมีพื้นที่โดยรอบเหลือพอใช้งาน

ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีได้

ด้านในสุดเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เปิดเชื่อมกับพื้นที่ระเบียงขนาดเล็ก ที่กั้นแยกโซนพื้นที่งานระบบและคอมแอร์เพื่อความเป็นระเบียบ

ด้านซ้ายของทางเข้าห้องนอน เป็นตู้เสื้อผ้า built-in เต็มแนวผนัง จรดเพดานเชื่อมทางเข้าห้องน้ำ

พื้นห้องน้ำปูด้วยหินอ่อน Statuario plus สีขาว ลายเทาอ่อน

ส่วนผนังและเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า เป็นหินอ่อน light Emperador gray

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าแบบฝังเคาท์เตอร์ ด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นตู้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำ หน้าบานกระจกสีชา พร้อมกระจกส่อง พร้อมระบบน้ำร้อนน้ำเย็นที่มากับชุดสุขภัณฑ์ของ GESSI

สุดเคาท์เตอร์เป็นโถสุขภัณฑ์ ของ GROHE แบบแขวนผนัง พร้อมระบบ Automatic

ส่วนที่ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว

และมี shower box อยู่ที่ด้านในปลายสุดของห้อง โครงการให้ Rain shower และ Hand shower ของ GESSI เช่นกัน

ห้องนี้เป็นขนาดห้องที่มีราคาเริ่มต้นที่ 228,926 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 12.9 ลบ. ที่ปัจจุบันมาพร้อมกับโปรโมชั่น fully-furnished by Olivia living

 

ส่วนอีกห้องที่โครงการตกแต่งให้ชมในห้องจริงคือ ห้อง 2 Bedroom Crystal  104.00 Sq.m.

เช่นเดียวกับห้องตัวอย่างแรก โครงการให้ประตูบานคู่ 50+90 cm ที่สามารถเปิดกว้าง เพื่อขนของขนาดใหญ่ หรือเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้อย่างสะดวก พร้อม Digital Door Lock ของ Samsung ที่สามารถใช้ได้ทั้ง Key Card, รหัสผ่าน และ Smartphone application

 

ภายในห้องมี VDO door phone ที่ติดต่อกับนิติบุคคลด้านล่าง หรือติดต่อกับแขกที่มาหาเราได้โดยไม่ต้องลงไปถึงข้างล่าง

รวมทั้งให้ระบบไฟของ ART DNA ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า กับประกันยาวนาน 12 ปี(เฉพาะของ ART DNA) และยังมีรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย

และ Home Automation ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smart phone แอร์ ไฟ รวมทั้ง Door sensor ได้

ห้องนี้เปิดเข้ามาจะพบกับโถงทางเดินที่เชื่อมพื้นที่ส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

ติดประตูทางเข้าเป็นตู้เก็บรองเท้า และเก็บของสูงจรดเพดาน ออกแบบให้บานหน้าตู้กลมกลืนกับผนังห้อง แถมยังออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า กับชั้นเก็บรองเท้า ที่เป็นพื้นที่เก็บรองเท้าแนวลึก แต่สามารถเลื่อนออกมาเพื่อใช้งานได้

สุดตู้ built-in เป็นพื้นที่ของครัว built-in ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ pocket ติดโถงทางเดินเข้าห้อง ที่ภายในห้องสูงกว่า 3 m

ครัว built-in เป็น U shape พื้นครัวปูด้วยกระเบื้อง Extra size granite Hone finished โทนสีขาวเทา พื้นที่ครัวสามารถเลื่อนปิดด้วยกระจกลอนใส เพื่อทำเป็นครัวปิด แต่ยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ living ด้านนอกได้

 

พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า built-in ของ Gorenje by Ora ïto และชุดครัวของ BLANCO

โดยพื้นที่ด้านซ้ายของครัวเป็นชั้นวางของ built-in ที่มาพร้อม combi-oven และ dish washer

ตรงกลางเป็นเคาท์เตอร์ทำครัว โดยด้านบนโครงการ built-in ชั้นวางอุปกรณ์ทำครัวหน้าบานกระจกสีชา เตาไฟฟ้า 4 หัวของ Gorenje พร้อมกระจกกันเปื้อนสีชารอบเคาท์เตอร์และที่ดูดควัน จับควันและสามารถฟอกอากาศได้ในตัว

ส่วนด้านล่างเป็นตู้เก็บของและลิ้นชักเก็บเครื่องครัวได้

 

ชั้นบน เนื่องจาก built-in สูงจรดเพดาน โครงการจึงติดตั้ง i-move สำหรับดึงลงมาใช้งานได้โดยง่าย และปลอดภัยขณะใช้งาน

พร้อมด้วยอ่างล้างจาน stone sink & faucet แบบฝังเรียบไปกับ top เคาท์เตอร์

 

ที่ด้านหลังอ่างล้างจาน ออกแบบเป็นพื้นที่วางจานที่ล้างเสร็จแล้ว พร้อมช่องระบายน้ำเชื่อมกับท่อใต้อ่างล้างจาน

 

ส่วนด้านล่างใต้อ่างล้างจานโครงการติดตั้ง Food waste disposer ให้ด้วย แถมลิ้นชักถังขยะก็มาพร้อมกับระบบ sensor (auto waste bin) ที่ใช้เพียงปลายเท้าก็สามารถเลื่อนลิ้นชักออกมาพร้อมใช้งานในขณะประกอบอาหารได้โดยง่าย

 

ตู้เก็บของ ออกแบบให้ชั้นภายในสามารถเลื่อนออกมาใช้งานได้ หมดปัญหากับพื้นที่มุมใต้ตู้ที่ไม่ได้ใช้งานและหยิบใช้ยาก

และมีตู้เก็บไวน์แบบรักษาอุณหภูมิ built-inเข้ามุมมาให้โดยเฉพาะสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอนอีกด้วย

ผนังฝั่งตรงข้ามโครงการให้เป็นผนังทึบ แต่ด้วยการมีพื้นที่เข้ามุม สามารถปรับเปลี่ยนเป็นมุมทานอาหารได้

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ Living area ที่สามารถวางชุดโซฟาเซตใหญ่สำหรับ 4-5 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง และมีที่เหลือมากพอให้วางชั้นโชว์ของ และชั้นวางทีวี (ห้องจริงไม่มีฉากหลังชั้นวางทีวี) ที่เปิดเชื่อมกับช่องเปิดหน้าต่างกระจกที่เชื่อมต่อเต็มแนวผนัง

ปลายสุดผนังห้อง เป็นไฮไลท์ของ unit คือ Crystal Balcony พื้นที่กึ่ง Outdoor กึ่ง Indoor ที่มีประตูบานเลื่อนกั้นจากห้อง living เป็นพื้นที่กระจกโค้งเข้ามุม 2 ด้าน ที่เป็น Signature ของโครงการ

สามารถเปิดรับลม รับอากาศภายนอกได้ รวมทั้งสามารถตกแต่งเป็นพื้นที่พักผ่อน นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือได้

พื้นที่ living area เป็นพื้นที่กลางเชื่อมระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

โดยห้องแรก เป็นห้องนอนเล็ก อยู่ซ้ายมือของยูนิต

ภายในห้องแบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงนอน Queen size พร้อมที่วางโต๊ะหัวเตียง

ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบติดผนังได้

ปลายสุดของห้องเป็นตู้เสื้อผ้า built-inยาวเต็มผนัง สูงจรดเพดาน ติดทางเข้าห้องน้ำ

หน้าตู้เสื้อผ้าสามารถวางโต๊ะทำงานตัวเล็กริมหน้าต่างที่สามารถปรับเป็นโต๊ะแต่งหน้าได้

ภายในห้องน้ำเป็น double access ที่สามารถเข้าได้จากห้องนอนและจากโถงทางเดิน

ในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่เป็น2ฝั่งซ้ายขวา ด้านซ้ายเป็นพื้นที่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าเข้ามุม มาพร้อมชั้นวางของด้านล่าง บานเปิดกระจกสีชา และกระจกส่องบานใหญ่ เต็มผนัง

พร้อมผนังเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ และผนังเรียบสำหรับแขวนผ้า

ส่วนฝั่งตรงกันข้ามเป็นมุมวางโถสุขภัณฑ์ สำหรับห้องเล็ก โครงการให้ของ KASCH

อีกส่วนคือพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วยผนังหินอ่อน และประตูกระจกบานเปิด

ด้านใน โครงการให้ Hand shower ของ GESSI

ส่วนด้านขวาของห้อง ถัดจากครัว เป็นทางเข้าห้องนอนใหญ่

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง King size พร้อมโต๊ะหัวเตียง แบบมีพื้นที่โดยรอบเหลือพอใช้งานให้วางชั้นวางของได้

ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีได้

ปลายสุดด้านขวาของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่เชื่อมวิวภายนอกโครงการ

สามารถวางเก้าอี้โซฟาตัวเล็ก ริมหน้าต่าง ไว้นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือดูหนังที่มุมนี้ก็มีพื้นที่ให้ใช้งานเหลือพอกิจกรรมของคุณ

ที่ walk-in closet โครงการ built-in ชั้นวางของ และตู้เสื้อผ้า ไว้เต็มแนวผนัง จรดเพดาน ที่ผนังด้านขวา

ปลายสุดเป็นห้องน้ำ ในห้องนอนใหญ่ พื้นห้องน้ำ โครงการปูด้วยหินอ่อน Statuario plus สีขาว ลายเทาอ่อน

ส่วนผนังและเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า เป็นหินอ่อน light emperador gray

 

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้า และมี shower box อยู่ที่ด้านในปลายสุดของห้อง

พื้นที่ส่วนแห้งอยู่ด้านซ้ายของทางเข้าห้องน้ำ โครงการให้อ่างล้างหน้าแบบฝังเคาท์เตอร์ ด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นตู้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำ หน้าบานกระจกสีชา พร้อมกระจกส่องเรียงยาวเต็มผนัง

 

พร้อมระบบน้ำร้อนน้ำเย็นที่มากับชุดสุขภัณฑ์ของ GESSI

สุดเคาท์เตอร์เป็นโถสุขภัณฑ์ ของ GROHE แบบแขวนผนัง พร้อมระบบ Automatic

ส่วนที่ด้านขวามือเป็นที่ตั้งอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวแบรนด์ KASCH

ที่มาพร้อมขอบหินอ่อนเจาะอุปกรณ์ก๊อกน้ำของ GESSI และสามารถวางขวดอุปกรณ์อาบน้ำได้

ติดอ่างอาบน้ำ ที่มุมห้อง เป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower glass เข้ามุม

ภายในโครงการให้ Rain shower และ Hand shower ของ GESSI เช่นกัน

และมาพร้อมชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำ แบบฝังในผนังขนาดใหญ่ ใช้งานได้อย่างจุใจ

เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ออกแบบการใช้งานอย่างครบครันทั้ง function การใช้งานห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ลงในรายละเอียดให้คุณได้สะดวกสบายทุกการใช้งาน โดยห้องนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 26 ลบ.

 

นอกจากนี้ยังมีห้องเปล่าอื่น ๆ ที่มาพร้อม โปรโมชั่น fully-furnished by Olivia living ให้ได้เลือกตามการใช้งานเฉพาะบุคคล อาทิ

ห้อง 1 Bedroom 49.85 Sq.m. ห้องมุม หน้ากว้าง ขนาดเล็กสุดของโครงการ ตัวห้องอยู่สุดทางเดิน มีผนังห้องแยกจากห้องอื่น ๆ เนื่องจากอยู่ติด air ventilation ของโถงทางเดิน ที่มีห้องน้ำติดอากาศ ทำให้ทุกพื้นที่ของยูนิตติดอากาศ และได้รับแสงธรรมชาติส่องถึงทั่วทั้งยูนิต และที่สำคัญได้ครัวปิด

 

ห้องนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 12.9 ลบ.

ห้อง 1 Bedroom 56.5 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง ทำให้สามารถเทควิวได้เต็มๆ ฟังก์ชั่นเรียงกันตามความยาวห้อง เชื่อมต่อกับวิวและอากาศภายนอกได้ทุกฟังก์ชั่น Unit นี้ วางตัวอยู่กลางอาคาร วิวสวยทั้ง 2 ฝั่ง ฟังก์ชั่นดีไซน์ลงตัว สามารถปรับเปลี่ยนห้องน้ำตรงกลาง ให้สามารถใช้งานจากห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นได้อย่างเป็นสัดส่วน และเป็นห้องแบบครัวเปิดที่ให้ Island ด้วย ดังนั้นพื้นที่ living area เชื่อมต่อกับส่วนครัว จะกว้างขวางสะดวกสบายมาก ราคาเริ่มต้นห้องนี้อยู่ที่ประมาณ 13.2 ลบ.

ห้อง Duplex ห้องสุดท้ายของโครงการ ชั้นล่างเป็นพื้นที่ living และห้องนอนเล็ก ติดระเบียงยาวเข้ามุม ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนใหญ่ มีทางออกระเบียงยาวจากภายในห้องนอน ที่ชั้น 25 เชื่อมชั้น 26 กับราคาประมาณ 41 ลบ.

The Reserve Sathorn น่าซื้อแค่ไหน สำหรับคนที่มองหา Luxury Condo พร้อมอยู่ในระดับราคาตารางเมตรละสองแสนกลาง?

 

ต้องบอกว่าย่านสาทรเป็นย่าน CBD ที่ถูกเติมเต็มศักยภาพให้มากขึ้นเรื่อยๆ แตกต่างจากย่าน CBD ใกล้เคียงอย่างสีลม หรืออโศก ที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นการพัฒนาโครงการใหม่ๆมานานมากแล้วครับ โดยโครงการอสังหาฯที่เกิดขึ้นมาใหม่ในย่านนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Freehold แต่กลับเป็นโครงการ Magnet ขนาดใหญ่ที่เพิ่มความหลากหลายให้สาทรน่าอยู่มากขึ้น โดยที่จุดศูนย์กลางของการเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ก็ยังคงอยู่ที่ต้นซอยสวนพลูดั่งเสมอมานี่ล่ะครับ

 

โดยโครงการที่กำลังจะมาสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้กับย่านสาทร ได้แก่

1. พาร์ค สีลม (Park Silom) โครงการมิกซ์-ยูสที่พัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยมีการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างกันและเซ็นสัญญาเช่าที่ดินขนาด 66 ไร่ปากซอยคอนแวนต์จากบริษัท สิวะดล จำกัด เพื่อพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม พื้นที่ค้าปลีก มูลค่า 16,000 ล้านบาท โดยอาคารสำนักงานจะเสร็จปีพ.ศ.2565 ส่วนอื่นๆ ของโครงการจะทยอยเสร็จภายในปีพ.ศ.2567

2. แอสคอท เอ็มบาสซี่ สาทร (Ascott Embassy Sathorn) โรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเม้นต์บนถนนสาทร ใกล้ๆ ซอยสวนพลู ของบริษัท อนันดา ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โครงการนี้มีทั้งหมด 361 ห้อง เป็น 1 โครงการใน 4 โครงการโรงแรมในกรุงเทพมหานครของอนันดาฯ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีพ.ศ.2565 และเป็น 1 ในโครงการที่ทางอนันดาฯ ต้องการพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้แบบต่อเนื่องในระยะยาว

3. The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนตึกมหานคร มาพร้อมห้องพักทั้งหมด 155 ห้อง ตั้งแต่ขนาด 29 ตารางเมตรจนถึงห้องเพนท์เฮาส์อันโอ่โถงขนาด 144 ตารางเมตร ล้อมรอบไปด้วยวิวเมืองกรุงเทพฯ ชวนหลงใหลในยามค่ำคืน รวมถึงสระว่ายน้ำพร้อมกับวิวพระอาทิตย์ลับฟ้า ห้องออกกำลังกายระดับแนวหน้า ห้องประชุมงานเลี้ยงสัมมนา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสุดทันสมัยมากมาย

 

4. อาคารโครนอส สาทร (Kronos Sathorn Tower) อาคารสำนักงานขนาด 30 ชั้น โดยพื้นที่ปล่อยเช่ารวมประมาณ 22,500 ตารางเมตร เป็นอาคารสำนักงานอาคารล่าสุดที่กำลังก่อสร้างบนถนนสาทร

 

5. ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค โครงการมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่ บนที่ดินขนาด 23 – 2 – 2.72 ไร่บริเวณหัวมุมถนนสีลม และถนนพระราม 4 โดยโครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการประมาณปีพ.ศ.2567

 

6. สีลมเอจ (Silom Edge) อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก (เดิมคือ โรบินสัน สีลม) พร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนปีนี้ โดยพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการทุกช่วงเวลา ด้วยโซนรีเทลที่ทำการเปิดตั้งแต่ 11:00 น. ถึงเที่ยงคืน และโซนพิเศษ 2 ชั้นแรกที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรองรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา และเครื่องจำหน่ายสินค้าคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ

 

7. ศุภาลัย ไอคอน สาทร (Supalai Icon Sathorn) โครงการมิกซ์-ยูสของศุภาลัย ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาบนที่ดินที่เคยเป็นที่ตั้งของสถานฑูตออสเตรเลียมาก่อน โดยภายในโครงการประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียมในส่วนของด้านหลังที่เป็นอาคารสูง 56 ชั้น อาคารสำนักงานในส่วนของอาคารด้านหน้า และพื้นที่ค้าปลีกด้านหน้าและชั้นล่างๆ ของอาคาร โครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จปีพ.ศ.2567

 

8. “สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี” สวนสาธารณะแบบเลียบคลองแห่งใหม่ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯภายใต้งบพัฒนารวมทุกเฟสที่ 980 ล้านบาท โดยมี “คลองชองกเยชอน” ประเทศเกาหลีใต้เป็นต้นแบบ สถานะปัจจุบันได้มีการเปิดให้ใช้บริการช่วงถนนสาทรถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 แล้ว โดยคาดว่าทั้งโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2022

 

จะเห็นได้ว่าหากโครงการต่าง ๆ สร้างแล้วเสร็จในอนาคตอันใกล้จะมีส่วนช่วยให้ย่านสาทรมีการเปลี่ยนโฉมอีกครั้ง และที่สำคัญคือจะทำให้ย่านสาทรมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันอีกหลายเท่าตัว แถมยังจะมีพื้นที่โครงการค้าปลีกที่จะมาช่วยรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

 

โดยในบรรดาถนนสายรองที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสาทร มีอยู่หลายถนนทีเดียวครับ ที่มีโครงการคอนโดเข้ามาพัฒนาอยู่ไล่ตั้งแต่ถนนเจริญราษฎร์ ถนนสาทร 11 – 12 ถนนนราธิวาสฯ ช่องนนทรี ถนนศาลาแดง ถนนสาทร 1 และถนนสวนพลู แต่ถ้าจะถามว่าถนนเส้นไหนที่มีความอุดมสมบูรณ์ในการอยู่อาศัยมายาวนานตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่มีรถไฟฟ้า เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ และเหล่าคหบดี ผู้มีตำแหน่งสำคัญในทางการเมืองของไทยในการอยู่อาศัย (ที่รู้จักกันดีก็จะเป็นบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในซอยพระพินิจ)…ถนนสวนพลู หรือสาทร ซอย 3 ดูจะเป็นคำตอบที่ใช่มากที่สุด

และหากใครที่ได้เข้ามาเดินเล่นในซอยสวนพลู ก็จะเห็นชาวต่างชาติมากหน้าหลายตา เดินเข้าออกตามร้านอาหาร เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และคอนโดสูงหลายโครงการที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสวนพลู ซึ่งถ้าลงลึกในรายละเอียดแล้วก็จะพบว่าบนถนนเส้นนี้ ล้วนแล้วแต่มีโครงการอสังหาฯดีไซน์โดดเด่น ระดับ Top of Class ของแต่ละแบรนด์ มาพัฒนาตั้งแต่ยุคเกือบ 40 ปีที่แล้วทั้งสิ้น สะท้อนถึงดีมานท์ในการอยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ มาตั้งแต่ครั้งที่ยังไม่มีนิยามของคำว่าคอนโดกลางเมือง ติดรถไฟฟ้าด้วยซ้ำ ช่วงปากซอยสวนพลูดูจะมีบริบทในการอยู่อาศัยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะหากข้ามถนนไปก็จะเจอกับถนนคอนแวนต์ที่เชื่อมต่อกับสีลม ไม่ไกลจากปากซอยซ้ายขวาก็มีแต่สถานฑูต ทั้งสิงค์โปร์ มาเลเซีย เม็กซิโก สโลวัก กรีซ เยอรมัน ออสเตรีย เดนมาร์ก ฯลฯ จึงไม่แปลกที่จะมีชาว expat ที่ยอมจ่ายเงินค่าที่พักเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และคอนโดราคาแพงๆในย่านนี้เสมอมา ในขณะเดียวกันที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาคอนโดสูงในซอยนี้ ก็แทบจะไม่มีเหลือแล้วครับ นอกจากจะต้องไปไล่กว้านซื้ออาคารพาณิชย์รวดเดียวหลายสิบห้อง หรือไม่ก็ซื้ออาคาร Somerset มาทุบทิ้งสร้างใหม่ โดย The Reserve Sathorn น่าจะเป็นคอนโด Freehold โครงการสุดท้ายในช่วงต้นซอยสวนพลูแล้ว

 

ในขณะที่คอนโดเปิดใหม่แห่งอื่นๆในย่านสาทรก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ติดถนนใหญ่ในแบบที่ออกจากโครงการก็ต้องเจอรถติดในแบบที่เลี่ยงไปไหนไม่ได้เลย ซึ่งก็แน่นอนว่าหากเป็นคอนโดในระดับ Luxury กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่าการเดินขึ้นไปใช้บริการรถไฟฟ้ามากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นตัวเลือกคอนโดที่ไม่อยู่ติดถนนใหญ่แต่มีเส้นทางลัดเข้าถึงโครงการได้หลายเส้นทางก็น่าจะเป็นคำตอบที่โอเคสำหรับใครหลายๆคน ถ้าดูในเรื่องทำเลสาทร โครงการ The Reserve Sathorn ก็น่าจะมีแต้มต่อจากโครงการอื่นๆพอสมควร แต่ในทางกลับกันหากพิจารณาในเรื่องของราคาเป็นหลักก็จะพบว่ามีกลุ่มผู้ซื้อจำนวนหนึ่งที่มองเปรียบเทียบไปถึงตัวเลือก Luxury Condo อื่นๆที่อยู่บนทำเลใกล้เคียงกันอย่าง หลังสวน วิทยุ หรือชิดลม เพราะว่ามีราคาขายเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูสีกันพอสมควร แต่ก็ต้องบอกว่าหากไปถามเหล่าผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ และกลุ่มคนติดถิ่นที่ค่อนข้างมีอายุหน่อยที่ดูจะคุ้นเคยกับวิถีชีวิต ในย่านสวนพลู นางลิ้นจี่ คอนแวนต์ และสาทรซอย 1 ก็น่าจะตัดสินในเลือกซื้อที่นี่มากกว่าที่อื่นๆที่ดูจะเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ยึดติดกับสีสันและไลฟ์สไตล์ในยามค่ำคืนมากกว่า โดย The Reserve Sathorn เป็นคอนโดที่ค่อนข้างมีความแตกต่างจาก Luxury คอนโดทุกแห่งในย่านนี้และย่านใกล้เคียงกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลหลัก 5 ประการคือ

 

1. นี่คือคอนโดในระดับ Luxury โครงการเดียวในซอยสวนพลู และเดินทางด้วยรถง่ายที่สุดแล้ว

2. มีการออกแบบสไตล์ Modern Colonial ที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นใน Luxury คอนโดรูปแบบ High Rise โดยเฉพาะบนทำเลสาทรที่มักจะเต็มไปด้วยอาคารแนว Modern

3. หากคำว่า Luxury ถูกกำหนดโดยความเป็นส่วนตัว ที่นี่ก็คือคอนโดที่ให้ความ Luxury สุดๆด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 134 ยูนิต น้อยที่สุดในบรรดาทุกคอนโดในย่านสาทร – พระรามสี่

4. วัสดุที่ได้ภายในห้องเป็น All-European-Luxury-Brand ที่มีราคาขายที่ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของครัว และห้องน้ำ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่มีพื้นที่ Private Space ให้ใช้งานได้ในแบบส่วนตัวได้เช่นเดียวกัน เป็น Value Added ที่จับต้องได้ชัดเจน

5. เลย์เอ้าท์ของห้องที่มาพร้อม Signature ของแบรนด์ The Reserve อย่างกระจกโค้งเข้ามุม ระเบียงสองชั้น Crystal Balcony รวมไปถึงขนาดห้องที่ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ 1 นอน หรือจะเป็นห้อง 2 นอนไปจนถึง Duplex ก็มีเลย์เอ้าท์ห้องแบบหน้ากว้าง เพดานสูง ให้ได้ใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในทุกตารางเมตรได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

สำหรับราคาขายในปัจจุบันนั้นเริ่มต้นที่ประมาณ 230,000 บาท/ตร.ม. โดยเป็นการขายพร้อมโปรโมชั่น Fully Furnished ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าน่าจะเป็นราคาที่หายากมากๆแล้วสำหรับคอนโด Luxury ที่มาครบทุกองค์ประกอบของความหรูหราในย่านสาทร โดยเชื่อว่าหากทุกโครงการอสังหาฯรวมถึงคอนโดใหม่ๆในย่านสาทรสร้างเสร็จพร้อมกันหมดแล้ว จำนวนยูนิตทั้ง 134 ยูนิตของ The Reserve Sathorn ก็อาจจะเป็นของหายากที่มีราคาสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมีจำนวนน้อยมากจนเจ้าของห้องไม่อยากจะขาย เหมือนดังเช่นโครงการระดับ Luxury หลายโครงการในย่าน CBD ที่ราคาพุ่งขึ้นเรื่อยๆจนสร้างความเสียดายให้ผู้ขายในช่วงแรกๆเป็นอย่างมากครับ อยากให้ลองเข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริงของโครงการกันดู เพื่อให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

ผู้ที่สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ และนัดชมโครงการได้ที่นี่ https://bit.ly/3IAj4yi



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.0

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Monthly Roundup มิ.ย. 65

เปิดตัว “เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่” คอนโดดีไซน์แนวคิดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคน Gen Y ซึ่งอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ด้วยจุดเด่นด้านคอนเซ็ปต... อ่านต่อ

9 August, 2022



ONE PRICE PHENOMENON ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญกับการเป็นเจ้าของคอนโด Luxury Collection 4 โครงการดังจากอนันดา เปิดโหมดชีวิตสู่อีกขั้นของ The New Iconic Living

มีผู้ซื้อคอนโดระดับ Luxury จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีความคิดว่าการเลือกซื้อคอนโดให้ตอบ... อ่านต่อ
6 August, 2022

พาชม เวนิว ไอดี พหลโยธิน-รังสิต บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ จากเอสซี แอสเสท บ้านที่ให้คุณเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

เอสซี แอทเซส ตอกย้ำความสำเร็จกับบ้านแบรนด์ใหม่ ‘เวนิว ไอดี’ (VENUE ID) ในสไตล์โมเดิร์นท... อ่านต่อ
4 August, 2022