The Emerging Sukhumvit สุขุมวิทเกิดใหม่ บางจาก ปุณณวิถี อุดมสุข บางนา แบริ่ง สำโรง น่าอยู่ไหม ศักยภาพการพัฒนาเป็นอย่างไร น่าลงทุนหรือไม่

เมื่อหลายปีก่อน สื่อสำนักข่าวอสังหาริมทรัพย์เคยเรียกบริเวณอ่อนนุชว่าเป็น Late Sukhumvit หรือสุขุมวิทตอนปลาย ซึ่งฟังแล้วดูไม่มงคลเท่าใดนักเพราะเหมือนกำลังจะบอกว่าจุดสิ้นสุดความรุ่งเรืองของถนนสุขุมวิทจบไว้ที่สถานีอ่อนนุชเท่านั้น แต่ ณ วันนี้พัฒนาการของเมืองเปลี่ยนไป เพราะอ่อนนุชไม่ใช่สถานีสุดท้ายอีกต่อไป (เพราะมีส่วนต่อขยายไปถึงแบริ่ง) และสภาพพื้นฐานของอ่อนนุชก็เริ่มจะไม่ใช่สุขุมวิทตอนปลายอีกแล้วแต่อ่อนนุชเริ่มอัพเกรดตัวเองขึ้นเป็น “New Mid Sukhumvit” เพราะเกาะตามความเจริญของพระโขนงและเอกมัยไปตามๆ กัน

 

มาถึงวันนี้ เดือนเมษายน 2560 นับจากวันที่สถานีรถไฟฟ้าสำโรง (Samrong) เพิ่งเปิดให้บริการต่อเนื่องจากแบริ่ง ความคึกคักของการพัฒนาอสังหาฯ และผู้คนในย่านสุขุมวิทแถวนี้ก็เริ่มที่จะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ทำให้ย่านบางจาก ปุณณวิถี อุดมสุข บางนา แบริ่ง รวมถึงสำโรง  เป็นเหมือนดั่งสุขุมวิทที่เกิดใหม่ ผู้เขียนขอเรียกย่านทั้งหมดนี้ว่า “สุขุมวิทเกิดใหม่ หรือ Emerging Sukhumvit


Emerging Sukhumvit  สุขุมวิทเกิดใหม่ คืออะไร?

 

Emerging Sukhumvit  หมายถึง บริเวณสุขุมวิทที่เป็นพื้นที่กำลังพัฒนาเพื่อยกระดับขึ้นสู่มาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น มีผู้คนที่กำลังพัฒนาฐานะเศรษฐกิจของตัวเองใหม่ มีกลุ่มผู้มีรายได้มากกลุ่มใหม่ๆ เริ่มทยอยเข้ามาทำมาหากินในย่านมากขึ้น ส่งผลให้ย่านสุขุมวิทเกิดใหม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น มีจำนวนผู้คนมาอยู่มากขึ้น และในที่สุดจะพัฒนาไปสู่ย่านที่พัฒนาแล้ว

 

สุขุมวิทเกิดใหม่เริ่มนับตั้งแต่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางจากไปจนถึงสำโรง เรามาดูทีละสถานีว่าภาพของแต่ละสถานีของสุขุมวิทเกิดใหม่ มีจุดเด่นอย่างไร น่าอยู่ไหม และควรจะลงทุนในย่านเหล่านี้อย่างไรดี

 

สถานีบางจาก จุดหมายปลายทางของคนทำงาน

 

บางจากมีโครงการ Office Buidling เริ่มสร้างและเปิดทำการแล้ว ปัจจุบันมี M Tower , สำนักงานของ DKSH และใหม่ล่าสุดเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเจียไต๋กำลังก่อสร้าง โครงการเหล่านี้จะทำให้บางจากกลายเป็น Working Destination ใหม่ของคนกรุงเทพ ในอนาคตคาดว่าจะมีบริษัทใหญ่มาตั้งถิ่นฐานแถวบางจากมากขึ้นเพราะด้วยเหตุผลดีด้านที่ดินยังราคาไม่สูงเกินไป การคมนาคมทั้งรถไฟฟ้าและทางขึ้นลงทางด่วน ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Location ที่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องติดต่อกับธุรกิจในย่านอื่นๆ ครับ

 

M Tower โครงการอาคารสำนักงานและด้านล่างเป็นโซนร้านค้า

ภาพจาก cbre.co.th

 

ภาพแบบอาคารสำนักงานใหญ่บริษัทเจียไต๋ เป็นอาคารสำนักงาน พาณิชย์ จอดรถยนต์ อาคารสูง 15 ชั้น

ภาพจากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ระดับบริษัทมหาชน ควรจะเข้ามาพัฒนาย่านบางจาก ให้กลายเป็นแหล่งรวมสถานที่ทำงานที่ทันสมัยและอัพเกรดย่านนี้ให้กลายเป็นเหมือนเมืองต่อขยายที่ต่อมาจากอโศกพร้อมพงษ์ เมื่อที่ดินในอโศกพร้อมพงษ์เริ่มเต็มและราคาสูงจนยากที่จะพัฒนาธุรกิจอาคารสำนักงานได้แล้วก็ควรหันมาลงทุนสร้างที่บางจากแทนเพราะใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน  ประกอบกับเทรนด์การเลือกสถานที่ทำงานของคนกรุงเทพยุคใหม่ก็ชอบความสะดวกสบาย ถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากจะเดินตากแดดหรือต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปทำงานอีกต่อหนึ่งเหมือนย่านธุรกิจชื่อดังแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เหล่าธุรกิจที่เช่าอยู่ในย่านเดิมๆ ควรจะหันมามองและเริ่มปักหลักใหม่ที่บางจากเพราะสะดวกสบายดีในราคาค่าเช่าที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอ Supply ของอาคารสำนักงานเพิ่มเติมอีก สำหรับบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียมแนวสูงในย่านนี้ควรทำโครงการออกมาเป็นรูปแบบ Mixed-use มีที่อยู่อาศัยข้างบน แต่ด้านล่างหรือด้านหน้าติดถนนสุขุมวิทเป็นร้านค้า shophouse ให้กิจการต่างๆ มาเช่าทำเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านค้าที่ตอบสนองกับคนทำงานช่วงกลางวันในย่านนี้ เพื่อสร้างความครึกครื้น เพิ่มความสะดวกสบายและเพิ่มมูลค่าของโครงการคอนโดมิเนียมให้สูงมากขึ้นกว่าโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว

 

สำหรับนักลงทุนรายย่อย บางจากคืออีกหนึ่งพื้นที่ที่ควรจะมีไว้สักหนึ่งยูนิตเพราะเป็นพื้นที่คมนาคมสะดวก และใกล้กับอ่อนนุชซึ่งนับวันจะขยายตัวเร็วขึ้น และความเจริญนั้นต้องแผ่ขยายมาถึงบางจากในที่สุด นอกจากนี้บางจากจะเต็มไปด้วยสำนักงานดังนั้นดีมานด์ของที่อยู่อาศัยย่อมมีมากขึ้น

 

สถานีปุณณวิถี จุดหมายปลายทางของไลฟ์สไตล์

 

Best Location ของปุณณวิถีคือโครงการ Whizdom 101 ที่พัฒนาโดย MQDC ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เครือ CP ยักษ์ใหญ่วงการอาหารและค้าปลีกของประเทศไทย ซึ่งจะมีทั้งที่อยู่อาศัยระดับ Upper Class ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน มีธุรกิจ Digital Business มาเปิดทำการ มีศูนย์รวมกีฬา ฟิตเนส และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์

 

Whizdom 101

ทำให้สถานีนี้เปลี่ยนจากย่านน่ารักเงียบสงบ กลายมาเป็นย่านที่ผสมผสานความดัั้งเดิมและทันสมัยได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ย่านนี้มีซอยที่เรียกได้ว่าเป็น “ซอยคอนโด Low-rise” นั่นคือซอยสุขุมวิท 64 มีคอนโดมิเนียมระดับชั้นดีอยู่ในซอยนี้มากมาย จึงทำให้เป็นย่านที่เริ่มมีคนรายได้สูงย้ายออกมาจากเอกมัยมาอยู่แถวนี้มากขึ้น ส่วนในซอยสุขุมวิท101 ก็เป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีความคลาสสิก อาหารการกินแบบดั้งเดิมยังมีให้เห็นอยู่คึกคักทีเดียว ทำให้ปุณณวิถีมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ส่วนศักยภาพของบริเวณสามแยกสุุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) ก็มีที่ดินเปล่าแปลงขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ถือว่าหายากมากในเขตเมือง ซึ่งรอการพัฒนาเป็นโครงการใหม่ๆ ในอนาคต แม้จะยังไม่ใช่วันนี้ แต่เราก็ต้องจับตารอดูต่อไป หากในอนาคตมีการสร้าง Sky walk ยาวเลยต่อจาก Whizdom 101 ต่อไปถึงที่ดินแปลงยักษ์ดังกล่าวก็จะยิ่งทำให้ปุณณวิถีมีเหตุผลที่ควรมาอยู่มากขึ้นไปอีก

 

ที่ดินเปล่าขนาดยักษ์บริเวณสามแยกสุขุมวิท 101/1

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ปุณณวิถีเป็นอีกหนึ่งย่านที่ต้องมาเยี่ยมชมว่าพัฒนาการของย่านนี้เป็นอย่างไร ผู้เขียนมองว่าพัฒนาการของปุณณวิถีจะก้าวกระโดดหลังจากที่ Whizdom 101 สร้างเสร็จทั้งหมดทุกเฟส ปุณณวิถีจะกลายเป็นพื้นที่น่าอยู่สำหรับคนระดับ C บน B ถึง A ครับ ถือเป็นย่านที่มีความหลากหลายคล้ายย่านราชเทวีในปัจจุบัน

 

สถานีอุดมสุข จุดหมายปลายทางของความอุดมสมบูรณ์

 

จุดเด่นของอุดมสุขคือเป็นย่านที่มีผู้คนคึกคัก สิ่งอำนวยความสะดวก Community Mall ร้านอาหาร Street food ตลาด ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่และท้องถิ่นที่มีครบครัน และที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบที่มีความหนาแน่น ทำให้มีจำนวนคนในย่านอุดมสุขนี้มากมาย ประกอบกับอุดมสุขเชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลไปมามากมาย ย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์สมชื่ออุดมสุข

 

สำหรับนักลงทุนรายย่อย อุดมสุขคืออีกย่านหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม แต่ว่ามีโครงการใหม่ๆ เปิดใหม่ไม่เยอะมากเพราะด้วยรูปแบบและขนาดของแปลงที่ดินขนาดใหญ่มีไม่มากนัก ริมถนนส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถวทำการค้าที่มีหลายเจ้าของทำให้มีปัญหาด้านการรวมแปลงทำโครงการใหญ่ๆ ดังนั้นอาจจะมีเรื่องของ Demand มากกว่า Supply นับว่าเป็นโอกาสของนักลงทุนรายย่อยที่จะเป็นคนเลือกผู้บริโภคนั่นเอง อุดมสุขเป็นย่านที่เหมาะสมกับการปล่อยเช่าเพราะแถบนี้คนอยู่มักจะนิยมเช่าอยู่มากกว่าจะซื้อคอนโดมิเนียมอาจเพราะด้วยรายได้ของผู้เช่าที่ไม่สูงมาก บางคนอาจจะยังไม่มีความสามารถในการซื้อ

 

ที่ดินในย่านอุดมสุขแปลงใหญ่ๆ มีค่อนข้างจำกัด

สถานีบางนา  จุดเชื่อมต่อและ Gateway สู่ภาคตะวันออกในอนาคต

 

บางนา ณ ปัจจุบันยังไม่คึกคักมากนักแต่วันนี้เริ่มมีการก่อสร้าง Sky walk เชื่อมต่อระหว่างสถานีบางนา เดินเข้าไบเทคบางนาได้ ข้ามแยกบางนา แล้วไปบรรจบกับสถานีอุดมสุข ในอนาคตภาพของแยกบางนาจะคล้าย sky walk ระหว่างสถานีสยามถึงสถานีชิดลม การสร้าง Skywalk นี้เพื่อรองรับกับโครงการของเอกชนและภาครัฐในอนาคต ซึ่งจะมีทั้งโครงการจากกลุ่ม The Mall ที่วางแผนจะสร้างอภิมหาห้างสรรพสินค้าชื่อ Bangkok Mall การลงทุนภาครัฐเช่นโครงการรถไฟฟ้าบางนา-สุวรรณภูมิ สถานีขนส่งที่รถจะออกไปสู่ภาคตะวันออก เป็นต้น

 

ภาพการก่อสร้าง Sky walk Udomsuk-Bangna ระยะทาง  1.7 กิโลเมตร ขนาดกว้าง 4 เมตร

สถานีแบริ่ง จุดหมายปลายทางแห่งการพักอาศัยที่ดีกว่าของคนทำงาน

 

สถานีแบริ่งคือสถานีสุดท้ายของกรุงเทพมหานครฝั่งใต้ สุขุมวิท107 แบริ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปศรีนครินทร์ ปัจจุบันมีร้านอาหาร ตลาดนัด โรงเรียน คอนโดมิเนียม หอพักมากมาย มีอีกซอยที่คึกคักไม่แพ้กันคือถนนสุขุมวิท 105 หรือลาซาล แม้เป็นซอยเล็กๆ แต่มีผู้คนหนาแน่นมาก มีโครงการคอนโดมิเนียมขึ้นตลอดสองฝั่ง และมีซูเปอร์มาเก็ตมาเปิดกลางซอยตอบโจทย์ผู้บริโภค เป็นอีกย่านหนึ่งที่นิยมสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่นิยมความคึกคัก ถ้าต้องการความเงียบสงบควรจะย้ายไปสนใจสุขุมวิท 70 72 และ 76 แทน คอนโดมิเนียมแถวนี้ราคาต่อตารางเมตรไม่สูงมาก เป็นราคาที่จับต้องได้ สำหรับผู้เช่าก็สามารถเช่าที่อยู่อาศัยระดับคอนโดมิเนียมได้ในราคาอพาร์ทเมนต์ จึงเป็นที่นิยมสำหรับมนุษย์เงินเดือนและคนทำงาน แต่ย่านสถานีแบริ่งมีข้อเสียสุดคลาสสิกมานานตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันก็ยังมีปัญหานั่นคือ น้ำท่วม (น้ำรอระบาย) ในวันที่ฝนตกหนัก ท่วมปริ่มทางเท้าในซอยสุขุมวิท 105 ตลอดสาย  และท่วมถนนสุขุมวิทสายหลักที่ด้านล่างสถานีแบริ่ง แต่ถ้าพ้นจากสามแยกแบริ่งไปแล้วก็ไม่ท่วมแล้ว ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทางหน่วยงานรัฐที่ดูแลพื้นที่นี้จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อสร้างความสุขให้ชาวแบริ่งในเร็ววันโดยความร่วมมือของทั้งกทม.และจังหวัดสมุทรปราการ (เทศบาลสำโรงเหนือ)

 

สถานีบางนา-แบริ่ง ยังมีที่ดินแปลงใหญ่ๆ อีกหลายแปลงรอการพัฒนา

สำหรับนักลงทุนระดับมหาชน ควรเจรจาต่อรองให้หน่วยงานรัฐปรับปรุง facility เช่นถนนหนทาง ปัญหาการระบายน้ำ  ทางเท้าให้สวยงามแล้วพัฒนาย่านนี้ให้เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีมากขึ้นในระดับที่ไม่เกิน 2 ล้านบาทเพื่อดึงดูดผู้คนด้วยราคาและจำนวนให้มากพอที่จะเกิดโอกาสการพัฒนาโครงการอื่นๆ ต่อไป ส่วนเจ้าของที่ดินแปลงขนาดใหญ่ในย่านนี้ควรจะติดต่อร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อจัดหากองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนาที่ดินของตนเองให้เป็นโครงการประเภท Mixed-use มีที่อยู่อาศัย อาคารจอดรถ และร้านค้าในโครงการเดียวกัน เพื่่อสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับย่านแบริ่งให้เป็นมากกว่าแหล่งรวมอพาร์มเมนต์ธรรมดา

 

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ควรระมัดระวังการซื้อคอนโดมิเนียมย่านแบริ่งในราคาที่สูงเกินความจำเป็น เพราะปัจจุบันแบริ่งยังไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและถนนหนทางก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่ ดังนั้นไม่ควรรีบร้อน ไม่ควรยอมรับการซื้อคอนโดมิเนียมที่มีราคาสูงมากเกินไปที่มีราคาเทียบเท่าย่านอุดมสุขที่มีความพร้อมมากกว่าแบริ่งอย่างมาก ถ้าคอนโดมิเนียมย่านแบริ่งราคาสูงมากถึง 75,000 บาทต่อตารางเมตรนั้นควรระมัดระวัง เพราะเราอาจมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าในผลตอบแทนการปล่อยเช่า ราคาที่เหมาะสมของคอนโดมิเนียมย่านแบริ่งคือไม่ควรเกินตารางเมตรละ 60,000 บาทถึงจะเหมาะกับพื้นฐานที่แท้จริงของย่านนี้ในปัจจุบัน (ปี 2560) จะต้องรอจนกว่าถนนหนทาง ปัญหาน้ำท่วมหมดไป ราคาของย่านแบริ่งถึงจะขึ้นตามความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นครับ

 

สถานีสำโรง (เทพารักษ์) จุดเริ่มต้นพิสูจน์ของการพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ

 

สำโรงเป็น Hub ชุมทางการคมนาคมสำคัญของชาวสมุทรปราการมานานแล้ว สมัยก่อนเป็นท่ารถโดยสารเพื่อเชื่อมผู้คนจากภาคตะวันออกของไทยเข้าสู่กรุงเทพ แต่หลังจากที่สร้างถนนบางนา-ตราด สำโรงก็ลดบทบาทลงไป แต่ก็ยังมี…. และคนปากน้ำจะไปไหนก็ต้องมาขึ้นรถที่นี่ ปัจจุบันก็ยังมีท่ารถตู้ ท่ารถสองแถวอยู่บริเวณสำโรง แต่สำหรับการคมนาคมในยุคนี้ต้องยกให้เป็นรถไฟฟ้า แม้เสียดายที่คนบริเวณตลาดสำโรงไม่ยอมรับกับการตั้งสถานีบริเวณนั้นจนทำให้ทางหน่วยงานรัฐต้องเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานีมาเป็นที่สามแยกจุดตัดระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนเทพารักษ์แล้วสร้าง Sky  walk เชื่อมเข้าสู่สำโรงแทน ลักษณะการออกแบบเช่นนี้ทำให้ในอนาคตความสะดวกสบายบริเวณตลาดสำโรงจะมีทิศทางที่ลดลง และ Traffic  ของผู้คนจากสมุทรปราการ แทนที่จะต้องมาพักขึ้นรถที่ตลาดสำโรงก็จะเปลี่ยนแปลงเป็นมาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสำโรงตรงสามแยกถนนเทพารักษ์แทน คาดว่าหลังจากนั้นต่อมาผู้คนจะใช้ถนนเทพารักษ์มากขึ้น ความนิยมของอสังหาริมทรัพย์ในย่านถนนเทพารักษ์จะมากขึ้นตามเพราะเป็นทางผ่านที่สำคัญ ประกอบกับในอนาคต เทพารักษ์คือเส้นทางเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เทพารักษ์อาจเข้ามามีความสำคัญแทนที่สำโรงในที่สุด สิ่งที่สำโรงต้องพัฒนาคือพัฒนาเหตุผลที่ผู้คนจะต้องเข้ามาใช้บริการตลาดสำโรง สำโรงจะมีทิศทางของผู้ใช้บริการเป็นใคร และสำโรงจะตอบโจทย์สำหรับใคร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนในท้องถิ่น ธุรกิจและหน่วยงานต้องคิดแก้ไขร่วมกัน ปัจจุบันอาจไม่น่าเป็นห่วงนักเพราะการพัฒนาคอนโดมิเนียมในซอยสุขุมวิท 113 หรือซอยวัดด่านสำโรง ก็ยังมีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นลักษณะความเป็นชุมชนจะยังไม่หายไปไหน เพียงแต่ว่าพื้นฐานใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดอาจเปลี่ยนแปลงย้ายสถานที่ไปบ้างเท่านั้นเอง

 

ตลาดสำโรงในยามค่ำคืน

สถานีสำโรงถือเป็นสถานีแรกของจังหวัดสมุทรปราการที่เปิดให้บริการรถไฟฟ้า เป็นเหมือนหนึ่งในทำเลพิสูจน์ผลงานว่าจังหวัดสมุทรปราการจะมียุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาเมืองเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่นักลงทุนระดับมหาชนและรายย่อยต้องคอยจับตามอง ทั้งเรื่องของผังเมือง กฎเกณฑ์การพัฒนาความสูงของอาคาร และคอนเซปต์ภาพรวมของจังหวัดว่าจะมีวิธีคิดและวิธีการใดที่จะทำให้สมุทรปราการกลับมาเป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงมากขึ้นอีกครั้งดังเดิมที่เคยเป็นที่หนึ่งของเมืองเศรษฐกิจของไทยซึ่งนำโดยอุตสาหกรรม ปัจจุบันความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมย้ายฐานการผลิตไปสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกที่มีความพร้อมด้าน Facility ต้นทุนแรงงาน ที่ดิน และภาษีที่เอื้อกับการทำโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า ต่อไปสมุทรปราการจะเป็นเมืองแห่งอะไร จะกลายเป็นเมืองที่อยู่อาศัย เมืองท่องเที่ยวพักผ่อน เมืองอุตสาหกรรม เมืองสุขภาพ เมืองวัยเกษียณ หรือเมืองคอนเซปต์แบบใดบ้าง เป็นเรื่องราวที่ต้องรอดูต่อไปว่าทางภาครัฐของสมุทรปราการจะมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง

 

ข้างใต้สถานีสำโรง ตรงบริเวณแยกที่ตัดระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนเทพารักษ์ ส่วนใหญ่เป็นตึกแถว

สำหรับนักลงทุนรายย่อย สำหรับย่านสถานีสำโรงเป็นทำเลที่ต้องมาสัมผัสกับตาของตัวเองและลองจินตนาการว่าต่อไปสำโรงจะเป็นอย่างไร โครงการคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีหลายโครงการที่ยังมีความ Over Supply เพราะพื้นฐานของย่านสำโรงคือเป็นคนต่างถิ่น คนทำงานในย่านอุตสาหกรรมซึ่งไม่มีดีมานด์การซื้อ แต่ทว่ามีดีมานด์การเช่า จึงเหมาะกับนักลงทุนสายปล่อยเช่ามากกว่า แต่ด้วยระดับราคาค่าเช่าที่ลูกค้ายอมจ่ายก็มีจำกัด ดังนั้นปัญหาจะตกที่นักลงทุนรายย่อยทันทีถ้ามีการซื้อผิดราคา ดังนั้นต้องพิจารณาราคาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในย่านสำโรงนี้จะดีขึ้นก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเมืองที่ดีมีคุณภาพมาตรฐานเมืองใหญ่ เช่น ฟุตบาทน่าเดิน แสงส่องสว่างตลอดทาง ความปลอดภัยในทรัพย์สิน ถนนหนทางที่ดี การระบายน้ำที่ยอดเยี่ยม ถ้าเมื่อใดที่โครงสร้างพื้นฐานที่รับผิดชอบโดยหน่วยงานรัฐพัฒนาจนได้มาตรฐานเมื่อใด วันนั้นเองคือวันที่สำโรงจะเป็นจุดที่สนใจของนักลงทุนทุกระดับ

 

โครงสร้างพื้นฐานของสมุทรปราการบริเวณใกล้ทางขึ้นรถไฟฟ้าสำโรงประตูที่ 6 ที่ยังไม่ได้มาตรฐาน รอการปรับปรุง (ถ่ายภาพเมื่อตุลาคม 2559)

สรุปแล้ว สุขุมวิทเกิดใหม่คือทำเลที่มีศักยภาพและมีอนาคตที่จะพัฒนาให้เกิดมูลค่าสูงขึ้นได้อีก เปรียบเสมือนน่านน้ำที่ยังไม่ค่อยมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากนัก ยังมีการพัฒนาที่ยังไม่เต็มที่ มีที่ดินรอพัฒนาอีกค่อนข้างเยอะ ราคาที่ยังต่ำ สามารถสร้างผลกำไรในอนาคตให้กับนักลงทุนรายย่อยได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุขุมวิทเกิดใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขุมวิทฝั่งสมุทรปราการจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันความเจริญของสุขุมวิทฝั่งกรุงเทพให้ได้ทัน มิฉะนั้นความเจริญจะถูกชะงักและเปลี่ยนทิศไปเจริญทางกรุงเทพตอนเหนือเลยสถานีหมอชิตขึ้นไปแทน หรือการพัฒนาอาจจะไหลไปทางเทพารักษ์และบางนาตราดแทน.



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์

The Hidden Potential: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของกล้วยน้ำไท-สุขุมวิท 42 และการเติบโตของพระราม 4 ในอนาคตจะส่งผลต่อ Kluaynamthai Innovative Industries District อย่างไร

ย่านกล้วยน้ำไท-พระราม 4-สุขุมวิท 42 เป็นย่านที่น่าอยู่ที่มีศักยภาพซ่อนหลายเหตุผล ได้แก่ เดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นย่านที่มีทางลัด มีถนนหนทางหลายสาย เช่น สุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ที่เชื่อมระหว่างสุ... อ่านต่อ




สร้างแต้มต่อที่มากกว่าในการขายคอนโดให้คนต่างชาติด้วย Foreign Quota กับห้องล๊อตสุดท้ายที่ Life Sukhumvit 62

สำหรับช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายที่ถัดออกไปจากย่านอ่อนนุช แต่ยังไม่ถึงสี่แยกบางนา โครงการ ... อ่านต่อ

เผยรายละเอียดเบื้องต้น Ideo Q N7 คอนโดติดบีทีเอสสะพานควาย ที่หลายคนรอคอย

คอนโด 3 ตึกสูง 44+43+43 ชั้น 1,095 ยูนิต บวกร้านค้า 5 ยูนิต ใช้แบรนด์ IDEO Q แบรนด์รอง ... อ่านต่อ

Next Step of Ratchada เมื่อรัชดาแยกพระราม 9 กำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วอนาคตของรัชดาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จุดเริ่มต้นของถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 9 นั้นรุ่งเรืองจนถึงใกล้ขีดสุดหลังจากที่มีโครงก... อ่านต่อ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 2 จากขวา) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดตัว ‘ปีติ เอกมัย’ คอนโดลักชูรี่แห่งแรก ภายใต้การร่วมทุนบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด บนทำเลศักยภาพสูงสุดย่านเอกมัย ด้วยหลักปรัชญาแนวคิดจากญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good LIVING is the new luxury” เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของคนไทย ราคา Pre sales เริ่ม 4.45 ล้านบาท* มูลค่าโครงการรวม 5,000 กว่าล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ ณ Sale Gallery โครงการ ปีติ เอกมัย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1775 กด 63

ช่วงหน้าฝนนับเป็นฤดูกาล ที่น่าหวาดเสียวที่สุดสำหรับเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือที่พักอาศัย ยิ่งเป็นยุค 4.0 นี้ด้วยแล้ว หลายครัวเรือนคงสรรหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความไฮเทคราคาแพงมาไว้ในครอบครอง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ตั้งแต่อุปกรณ์แบบเป็นชิ้นๆ ราคาหลักพัน ไปจนถึงโซลูชั่นเรือนแสน อย่างเช่น ลำโพงลอยได้ สมาร์ททีวี / อินเทอร์เน็ตทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ เครื่องเสียง ระบบม่านอัตโนมัติ กล้อง CCTV อุปกรณ์ชุดป้อนคำสั่งเสียง ชุดควบคุมโฮมออโตเมชั่น อุปกรณ์ประเภทนี้มักมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าทิ้งไว้ และเชื่อมโยงกันและกันได้ ให้ความสะดวกในการสั่งงาน หากช่วงฝนฟ้าคะนอง หรือมีฟ้าผ่าในระแวกบ้าน เมื่อเกิดแรงดันไฟฟ้าถาโถมเข้าไปในบ้าน อุปกรณ์พวกนี้มีโอกาสเสียหายได้ และหากทั้งหมดเชื่อมต่อกันทั้งหมดแล้วอาจเสียหายยกเซตได้

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว สร้างปรากฏการณ์การันตีความคึกคักของตลาดบ้านเดี่ยวครั้งใหญ่ กับกระแสการตอบรับและความสำเร็จของแคมเปญ ULTIMATE PRIZE สิทธิพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มโดนใจลูกค้าครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นทำเลในเมือง โดยกวาดยอดขายจากแคมเปญทั้งสิ้นกว่า 4,100 ล้านบาท ส่งผลดันยอดขายรวม 7 เดือนแรกของกลุ่มธุรกิจแนวราบพุ่งเกินเป้าแตะ 12,175 ล้านบาท โตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุดเร่งเดินสายคืนกำไรลูกบ้าน ประเดิมแจกแล้วรางวัลใหญ่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ป้ายแดง ให้กับผู้โชคดี คุณอัครฤทธิ์ จันทร์จำรัสกุล ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวเอพี ในแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’