เจาะลึกแนวคิด “FOR ALL WELL-BEING” โดย MQDC ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาฯ ที่เน้นความยั่งยืนต่อทุกสรรพสิ่ง กับแคมเปญใหม่ “โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต”

ต่อทอง ทองหล่อ 02 August, 2019 at 06.00 am

ในยุคที่โลกเราเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ธุรกิจอสังหาฯ ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างคุณประโยชน์ให้ผู้อยู่อาศัยได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการที่เป็นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน และยกระดับชุมชนเมืองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การคำนึงถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแบบยั่งยืน เป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาเมืองใหญ่ที่ทุกคนในสังคมถามหา ในโลกปัจจุบันที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมล้วนแต่โหยหาการดูแลรักษาจากมวลมนุษย์ “การพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการรักษาสภาพแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน” คือความท้าทายระลอกใหม่ ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป และเป็นสิ่งที่ทุกดีเวลลอปเปอร์ควรที่จะช่วยกันมองประเด็นนี้เป็นพันธกิจหลักในการพัฒนาโครงการอสังหาฯใหม่ ๆ

 

MQDC สร้างเพื่อสร้าง

MQDC (Magnolia Quality Development Corporation Limited) คือบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีจุดยืนและ Brand Promise ที่ชัดเจนมาก ทุกโครงการของ MQDC จะเริ่มต้นด้วยคำถามตัวเองเสมอว่า ทำอย่างไรจึงจะมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย คนที่ทำงานในโครงการ รวมไปถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียงได้ เพราะ MQDC ไม่ได้สร้างเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ “สร้างเพื่อสร้าง” หมายถึง สร้างสิ่งที่ทำให้ธรรมชาติและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันภายในบริบทใหม่ได้และต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ ได้อย่างไม่สิ้นสุด

 

ความหมายเบื้องลึกที่เกิดขึ้นในใจเมื่อเรามองเห็นแบรนด์ MQDC เราอาจจะนึกถึงความหมายในเชิง Value ที่ซ่อนอยู่ อันประกอบด้วยคำว่า Sustainability, Nature และ Companion การพัฒนาโครงการอะไรก็แล้วภายใต้ร่มเงาของ MQDC ล้วนต้องมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนในด้านธรรมชาติ สนใจสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงจิตใจของผู้พักอาศัย และให้ประโยชน์กับสังคม เมื่อทุกอย่างผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมอันโดดเด่นที่ถูกต่อยอดมาจากการแบ่งปันองค์ความรู้จากงานวิจัยของศูนย์วิจัย RISC (Research & Innovation for Sustainability Center)

ภาพจาก https://risc.in.th/

 

MQDC กำลังมุ่งมั่นตั้งใจสร้างกระแสแนวคิดการสร้างสังคมสมบูรณ์แบบที่สิ่งมีชีวิตทุกอย่างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลให้กับทุกคนได้รับรู้ร่วมกัน จุดนี้เองที่ยิ่งทำให้ MQDC ทุ่มความพยายามสร้างการรับรู้ใหม่ให้กับผู้บริโภคว่าถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของทุกสิ่งในโลก

ภาพโครงการ Whizdom 101 @ True Digital Park ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างความครึกครื้นและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในย่านสุขุมวิทตอนปลายอย่างเห็นได้ชัด ภายในมีพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง Whizdom Club ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาร่วมทำกิจกรรม  ศึกษาแนวคิดเพิ่มเติมที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=5QHOOt5vUrQ

เจาะลึกแนวคิดของ MQDC

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ทีมงาน Propholic.com มีโอกาสสัมภาษณ์แบบ Exclusive เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดและการลงมือทำจริงของแบรนด์ MQDC กับคุณแสงรวี โฆสิตไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการตลาด MQDC ที่ Inspire Me by MQDC ณ ICONSIAM ชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจและมีเครื่องดื่มและอาหารให้บริการทั้งสำหรับลูกบ้าน MQDC และยังแบ่งปันเปิดโอกาสให้ทุกคนที่แม้จะไม่ใช่ลูกค้าของ MQDC ก็เข้ามาใช้พื้นที่ได้เช่นกัน

 

ทีมงาน Propholic.com : ปรัชญาหรือ DNA ของแบรนด์ MQDC คืออะไรครับ

คุณแสงรวี MQDC: ในการทำธุรกิจของ MQDC ปรัชญาของเราคือ For All Well-being เราเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุขได้ และความสุขนั้นต้องเป็นความสุขที่ยั่งยืนด้วย เรามักจะมองความสุขไปเฉพาะสำหรับคนอย่างเดียวแต่จริง ๆ แล้วความสุขของคนอย่างเดียวมันไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืน ทว่าจะต้องเป็นความสุขของทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิต รวมถึงต้นไม้ สัตว์ คนเราต้องดึงกลับเข้าสู่ธรรมชาติ คนโดยส่วนใหญ่ชอบคิดว่าบ้านคือตัวเราและเราคือบ้านเพียงเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเรามองให้ใหญ่กว่านั้น โลกเราคือบ้านของเราเช่นกัน ความสุขที่ยั่งยืนจะเกิดได้ก็เมื่อโลกเรามีความสุขมากขึ้น เมื่อโลกมีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย

 

Brand Essence ของ MQDC ที่ถูกออกแบบมาให้ทุกสรรพสิ่งกลมกลืนอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข จึงนำมาซึ่งแนวคิดในการออกแบบที่คำนึงถึงการดูแลทุกสิ่งบนโลกเพื่อชุมชนและสังคมที่ร่มเย็นเป็นสุข

ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=5QHOOt5vUrQ

 

ทีมงาน Propholic.com : เมื่อนึกถึง MQDC ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในสายอสังหาริมทรัพย์จะมองว่า MQDC เป็นองค์กรที่เน้นไปที่ความยั่งยืน (Sustainability) มีความเป็น Well-being สูงมาก โดยเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว Developer ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นแนวคิดเชิง Well-being แต่มักจะเน้นแนวคิดด้านอื่น แต่ช่วงหลังๆ 2-3 ปีมานี้มีหลาย ๆ รายที่จะนำคอนเซ็ปต์ในการอยู่อาศัยแบบรักษ์โลก บางรายก็มีการออกแบบอาคารให้เข้าสู่ในเรื่องของ Well standard ไปเลย การที่ MQDC ถือว่าเป็นเจ้าแรกในการพัฒนาโครงการเพื่อให้ตอบโจทย์ Sustainable & Well-being ทาง MQDC คิดว่าแนวโน้มตลาดจากนี้ไปจนถึงอนาคตจะเป็นอย่างไร และ MQDC ในฐานะที่มีแต้มต่อจากบริษัทอื่นเพราะมีสถาบันวิจัยด้าน Sustainnovation เป็นของตัวเองทำให้สามารถรู้ลึกไปถึง Insight และความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่สามารถทำให้โลกนี้มันดีขึ้น คำถามที่อยากรู้คือ คิดว่าจากนี้ไปในอนาคต โครงการใหม่ ๆ ของ MQDC จะออกมาพิเศษและแตกต่างกว่าที่ผู้พัฒนาเจ้าอื่น ๆ อย่างไร

 

คุณแสงรวี : ต้องบอกว่าเรายินดีที่เห็นวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคอนเซ็ปต์การอยู่อาศัยแบบรักษ์โลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ความท้าทายคือ เราจะทำอย่างไรให้มันยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการทำตามเทรนด์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็น mega issue ที่ทุกภาคส่วนบนโลกต้องช่วยกัน

กรณีของ MQDC เมื่อเรามีสิ่งที่เชื่อแล้ว ความเชื่อนั้นจะอยู่ในทุก ๆ อย่างที่เราทำด้วย เราก็เลยจัดตั้งศูนย์วิจัย RISC เป็นของตัวเองขึ้นมา เราวิจัยตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ในโครงการเราเลยด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น วัสดุทุกอย่างที่เราเลือกใส่เข้าไปในโครงการของเราจะต้องไม่มีสารที่ก่อให้เกิดพิษ ไม่ Toxic เรามองถึง Well-being ระดับย่อย แม้กระทั่งยากำจัดปลวกก็ห้ามใช้ เพราะเราอยากให้ปลวกอยู่กับเราได้ และต้องมีวิธีอยู่ร่วมกันกับเขาได้อย่างมีความสุขทั้งคนและสรรพสิ่ง

 

นอกจากนี้วัสดุอย่างเคาน์เตอร์หินที่นิยมใช้กันอยู่ในโครงการอื่นๆ ทั่วไป จริง ๆ แล้วจะมีสารเคลือบหินที่มีฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสารที่ให้เกิดก่อมะเร็งได้ด้วย เราก็เลือกไม่ใช้หินแต่จะเลือกวัสดุอย่างอื่นที่มีความปลอดภัยมาใช้แทน ในโครงการคอนโดมิเนียมของเราจะไม่มีการติด wallpaper เลย เพราะกาวที่ใช้ในวัสดุติดผนังมันก็จะมีสารที่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารก่อมะเร็งได้อีก อีกทั้งใช้ไปสักพักหนึ่งก็จะก่อให้เกิดเชื้อรา แต่เราก็มองไม่เห็นว่าข้างใต้ความสวยงามนั้นมีราซ่อนอยู่และเราก็อาจสูดดมเอาเชื้อราเข้าไปเรื่อย ๆ ทุกวันก็เกิดอันตรายกับชีวิตคนเราได้

 

MQDC พัฒนาไปจนถึงว่าเรามีเครื่อง ERV สำหรับแลกเปลี่ยนอากาศบริสุทธิ์ เมื่อเราอยู่คอนโดมิเนียมเราก็มักจะเปิดแอร์ไว้ตลอดเวลาแต่เราไม่ได้เปิดหน้าต่างเลย ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มในห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการหายใจของเราเอง เราจึงติดเครื่อง ERV เพิ่มเข้ามาด้วยเพื่อคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยจะช่วยทำให้อากาศ Flow และจะช่วยให้ร่างกายนอนหลับไปแล้วตื่นมาก็จะไม่เพลีย เหมือนเราได้สูด Fresh Air ตลอดเวลา นวัตกรรมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ทำการวิจัยขึ้นมา

 

MQDC ถือว่าเป็นตัวจริงในด้าน Well-being เพราะเรายังคงยึดมั่นว่า สิ่งที่เราพูดต้องเท่ากับสิ่งที่เราพัฒนาออกมา เมื่อเราบอกว่าเราอยากอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ และต้องเป็นความสุขที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงอีกด้วย ยกตัวอย่างโครงการ The Forestias เราไม่ได้พูดถึงแค่ระดับต้นไม้ แต่เราพูดถึงระดับป่ากันเลยทีเดียว คนอื่นอาจจะพูดแค่ว่ามีพื้นที่สีเขียวในโครงการอยู่บ้าง แต่ของเราไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่ต้องเป็นป่าใจกลางเมือง และเรียกได้ว่าเป็นปอดให้กับคนในชุมชนรอบข้างเลยทีเดียว

 

ทีมงาน Propholic.com : สรุปว่าสิ่งที่ MQDC แตกต่างจาก developer อื่นอยู่ตรงที่การมี keyword สำคัญ คือ “การอยู่ร่วมกันโดยยั่งยืน” โดยไม่ได้หมายความว่าแค่ลูกบ้านมาอยู่แล้วสุขภาพดีจิตใจดีเบิกบาน ไม่ใช่แค่นั้น แต่รวมถึงคนรอบข้าง สังคมรอบข้าง ธรรมชาติรอบข้างก็ต้องอยู่ดีอีกด้วย นอกจากนี้คอนเซ็ปต์เรื่อง Intergeneration ที่ปรากฏอยู่ในโครงการ แบรนด์ใหม่อย่าง Mulberry Grove ที่เป็นส่วนหนึ่งของ The Forestias  ก็แสดงว่า MQDC ยังมองในเรื่องของการอยู่อาศัยในระยะยาวและอาศัยอยู่ร่วมกันได้หลาย Generation จุดนี้คือความยั่งยืนเหมือนกันใช่ไหมครับ

 

คุณแสงรวี : ถูกต้องค่ะ เพราะทุกวันนี้เมื่อสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนแยกกันอยู่ การอยู่ร่วมกันหรือว่าการมีกิจกรรมร่วมกันมันก็ห่างหายไป แต่ลึก ๆ แล้วยังโหยหากัน และถ้าได้อยู่ร่วมกันก็จะเกิดความสุขทางจิตใจ ซึ่งความสุขทางจิตใจนั้นซื้อไม่ได้ หาไม่ได้ แต่ทุกวันนี้สาเหตุที่คนไม่ได้อยู่ร่วมกันอาจเพราะคิดว่าเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้วลักษณะของที่อยู่อาศัยรวมกันมันทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว เกิดปัญหากันบ้าง คนเลยแยกออกไปอยู่ต่างที่กัน แต่ในใจก็อยากจะอยู่กับครอบครัวใหญ่เหมือนกัน และต้องการอยากมีโลกส่วนตัวของเราไปด้วยพร้อมกัน

 

MQDC ก็เลยลองมาคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะเอาความสัมพันธ์แบบนั้นกลับคืนมาสู่ครอบครัว เราจึงดีไซน์โครงการแบบ Cluster Home เป็นบ้านหลายหลังมาอยู่ร่วมกันที่แต่ละคนยังมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง จะมีทางเดินเชื่อมกัน และก็จะมีบ้านใหญ่อยู่ตรงกลาง เป็นบ้านส่วนกลางที่คนจะมี Activity ร่วมกัน มีโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่เหมือนคอนเซ็ปต์คนไทยสมัยอดีตที่มีบ้านใหญ่และบ้านเรือนย่อยที่แยกออกไปจากบ้านใหญ่อีกที

 

ภาพโครงการ Mulberry Grove ใน The Forestias เป็นโครงการบ้าน Cluster Home แบบนี้เป็นโครงการแรกของประเทศไทย

ภาพจาก MQDC เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ”

 

การสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคอนเซ็ปต์แบบนี้ ทำให้คน Generation รุ่นคุณพ่อคุณแม่คุณตาคุณยายที่มีความสุขน้อยลง เพราะลูกหลานไม่ได้อยู่กับเขา เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากที่เขามีจิตใจห่อเหี่ยวลงทุกวัน แต่เมื่อลูกหลานกลับมาอยู่ด้วยกันเขาก็รู้สึกจิตใจกระชุ่มกระชวย มีกำลังวังชาแข็งแรง และยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนาน ๆ ส่วนลูกหลานเองจริง ๆ แล้วบางทีก็ยังโหยหาบางสัมผัส เมื่อเวลาลูกหลานเครียด ๆ จากทำงาน เวลาเรากลับไปในที่ที่รู้สึกว่ามีคนที่เคียงข้างเราอยู่เสมอก็เป็นความรู้สึกที่ดี มีคุณพ่อคุณแม่ ได้รับความรักแบบไม่มีเงื่อนไข เป็น Unconditional Love มันก็เติมพลังให้ชีวิตได้เหมือนกัน คนแต่ละ Generation ก็มักจะเติมเต็มให้ซึ่งกันและกันได้

 

ทีมงาน Propholic.com : แนวทางในการพัฒนาแต่ละโครงการใน MQDC มีศูนย์วิจัย RISC เข้ามามีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงการอย่างไรบ้าง เขาจะทำหน้าที่ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์ หาวัสดุ ต้องทำงานร่วมกันกับทุกแผนกใช่ไหมครับ พอจะบอกวิธีการทำงานได้ไหมครับว่าเป็นอย่างไร

 

คุณแสงรวี : RISC ทำงานร่วมกัน MQDC ทุกขั้นตอน แต่เราก็มี MQDC Standard เป็นคู่มือมาตรฐานของตัวเองด้วยเช่นกัน และเมื่อทุกการก่อสร้างมาถึงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็จะมี RISC เข้ามาตรวจสอบว่าเป็นไปตามนั้นจริงหรือเปล่า เช่นเรื่องของท่อน้ำในโครงการ โดยปกติแล้วคนอยู่อาศัยมักจะมี Pain point เรื่องน้ำและความชื้นต่าง ๆ ที่เข้ามาในห้อง การฝังท่อน้ำแบบมองไม่เห็น คนส่วนใหญ่จะมองว่ามันสวยงามกว่าก็จริง แต่เวลาบำรุงรักษาต้องรื้อนู่นรื้อนี่ รื้อทั้งบ้านรื้อทั้งพื้นขึ้นมาเพื่อที่จะซ่อมแค่ท่อน้ำจุดเดียว กรณีแบบนี้ทาง RISC ก็พิจารณาว่าเราควรแยกท่อน้ำออกมาเพื่อให้ดูแลรักษาง่ายกว่า เรื่องท่อน้ำนี้เราคิดละเอียดแม้กระทั่งว่าแยกระบบท่อน้ำออกมาให้อยู่ข้างนอกห้อง เวลาที่ช่างมาบริการซ่อมจะได้ไม่รบกวนความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัยในห้อง

 

วิธีการทั้งหมดนี้ทำให้ MQDC มีจุดเด่นในเรื่องของการรับประกัน 30 ปีทุกโครงการ ซึ่งเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่ทำได้ โดยที่ลูกบ้านไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่ม โดยตอนนี้สิ่งที่เรารับประกันจะมีอยู่ 4 อย่างที่เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบกับความเป็นอยู่อาศัย ได้แก่ ประตูหน้าต่าง ระบบไฟ ระบบน้ำ และโครงสร้าง แต่ในขณะเดียวกันนี้เรายังคงมีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ครอบคลุมไปให้มากกว่านี้ และท้ายที่สุดอยากจะรับประกันครอบคลุมทุก Service ให้ได้จริงในอนาคต และเรายังมองไปถึงว่าถ้าเราจะขยายจำนวนปีให้มากกว่า 30 ปีนี้อีกได้ไหม สิ่งเหล่านี้คือแนวทางการแสดงความจริงใจของ MQDC การที่เราพัฒนาเราก็อยากให้ลูกบ้านทราบ ว่าก่อนที่จะนำสิ่งดี ๆ เข้าไปใช้ในโครงการนั้น เราผ่านการคิดและกระบวนการมากมาย

 

ทีมงาน Propholic.com : เคยสัมภาษณ์ผู้บริหาร MQDC ก่อนหน้านี้ ท่านเคยกล่าวว่าแนวคิดของ MQDC ในเรื่องการรักษาธรรมชาตินั้นไม่อยากจะทำแค่เจ้าเดียว แต่อยากชวนให้ Developer รายอื่นๆ เข้ามาช่วยกันทำทุกรายโดยสามารถนำองค์ความรู้จากศูนย์วิจัย RISC ไปใช้ได้ด้วย

 

คุณแสงรวี : MQDC เราอยากจะรณรงค์และกระตุ้นให้ Developer อื่น ๆ ทำตามแล้วเราก็อยากจะลุกขึ้นมายืนหนึ่งในเรื่องนี้ และในส่วนของศูนย์วิจัย RISC เราก็เปิดให้สาธารณะเข้ามา อยากให้เป็น Knowledge Sharing Hub ให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแบ่งปันได้ ซึ่งทุกวันนี้ก็มี Developer รายอื่น ๆ มาขอองค์ความรู้ไปแล้ว เราก็แบ่งปันให้  MQDC เชื่อว่า ถ้าเราช่วยกันทำมันย่อมดีกว่าทำคนเดียวเสมอ และเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นควรทำในวงกว้าง เรามาช่วยทำกันเถอะ และก็อย่าทำลายธรรมชาติ ซึ่งมุมมองคนภายนอกมองมายังวงการอสังหาริมทรัพย์เป็นภาพเชิงลบ แต่ถ้าเราทำให้มันดีจริง ๆ ก็อาจเปลี่ยนมุมมอง Real Estate เราเป็นการมาสร้างสังคม ชุมชม สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นมา เพราะฉะนั้นอยากให้ Developer ทั้งหลายมาช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดมุมมองที่ดีกันดีกว่า เป็นการสร้างเพื่อสร้างต่อไป

 

ขอเน้นย้ำว่า MQDC เราอยากจะ “สร้างเพื่อสร้าง” ทุกการสร้างของเราคิดอยู่เสมอ อย่างแม้กระทั่ง ICONSIAM ซึ่งเป็นโครงการ Joint Venture กับ MQDC ทางผู้บริหารสำรวจมาแล้วพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนั้นเป็นชุมชน ช่วงแรกที่คิดไว้ตอนแรกจะสร้างแค่คอนโดมิเนียมแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์อย่างเดียว แต่ด้วยวิสัยทัศน์ และปรัชญาในการทำงานของท่าน ที่อยากพัฒนาฝั่งธน ให้มี Landmark เหมือนฝั่งพระนคร ท่านก็เลยคิดว่าเราไปหาพาร์ทเนอร์มาร่วมงานเพื่อร่วมทำให้ฝั่งธนนี้มีความเจริญมากขึ้น จึงตัดสินใจพาเอา Retail มา ซึ่งคนที่เข้ามาช่วยจะต้องเลือกอันดับที่ใหญ่ เพื่อสร้างให้ที่นี่เป็น Destination ดึงทั้งคนไทยและคนต่างประเทศให้มาจากฝั่งพระนคร เพื่อจะได้กระจายความเจริญให้ชุมชนฝั่งธนด้วย แนวคิดลักษณะนี้คือการตอกย้ำความเป็น Developer ที่ “สร้างเพื่อสร้าง” ไม่ใช่มาถึงสร้างคอนโดเสร็จ มีคนเข้าอยู่เสร็จแล้วก็จากไป แต่เมื่อเอา Retail Business มาด้วยมันก่อให้เกิดความยั่งยืน มี Sustainable ให้กับชุมชนที่สามารถเกาะไปกับความเจริญของโครงการนี้ที่จะอยู่นานไปอีกนับสิบ ๆ ปี

 

ทีมงาน Propholic.com : เราเพิ่งมีโอกาสได้เห็นชิ้นงานโฆษณาแคมเปญใหม่มา มีอะไรน่าสนใจในแคมเปญนี้ และอยากจะฝากอะไรเป็นพิเศษอีกไหมครับ

 

คุณแสงรวี : ตอนนี้ MQDC เพิ่งจะเริ่ม Launch สิ่งที่น่าสนใจออกมา เลยอยากจะฝากให้ช่วยติดตามแคมเปญใหม่เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” ด้วยค่ะ ซึ่งจากหนังโฆษณาบอกได้เลยว่า เราตั้งใจให้ทุกสิ่งที่อยู่ในโฆษณาชิ้นนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในโครงการของ MQDC เราแสดงให้เห็นผ่านโฆษณาว่าทุกเช้าคุณจะตื่นมาให้อะไร คุณจะได้ใกล้ชิดกับอะไร สัตว์ที่คุณไม่ได้เห็นมานานแล้วคุณจะได้เห็นอย่างแน่นอน คุณจะได้ใช้ชีวิตแบบไหนและจะมีความสุขแค่ไหนค่ะ

ทีมงาน Propholic.com : ในฐานะที่คุณแสงรวีดูแลในเรื่องของ Corporate Branding เป็นหลัก สิ่งที่คาดหวังจากแคมเปญนี้ คงไม่ใช่ยอดขายแน่นอนใช่ไหมครับ

 

คุณแสงรวี : สำหรับแคมเปญนี้ MQDC ไม่นำเรื่องของตัวเลขมาเป็นโจทย์หลัก แต่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ คือตั้งใจอยากให้สังคมรับรู้ว่า ทำไมพวกเราทุกคนต้องหันมาสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้กันอย่างจริงจังได้แล้ว และ MQDC คาดหวังที่จะเป็นแรงผลักดันเล็ก ๆ ให้ทุกคนในสังคมหันมาใส่ใจตัวเอง ใส่ใจคนในครอบครัว คนรอบข้าง สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือสัตว์ร่วมโลก เพื่อมาร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมและโลกของเราค่ะ เราอยากให้ทุกคนรับรู้ถึงความคิดนี้ของเรา ซึ่งแนวคิดนี้จะสอดแทรกไปในทุกโครงการของ MQDC โดยจะได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการต่าง ๆ ของเรา ทั้งที่ได้เปิดตัวไปแล้วหรือกำลังพัฒนาพร้อมที่จะเปิดตัวต่อไปค่ะ และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมทำกิจกรรมดี ๆ กับเรานะคะ

“เพราะโลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต” Corporate Branding campaign ใหม่ล่าสุดจาก MQDC

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC ดำเนินธุรกิจพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ โดยที่ผ่านมา MQDC ได้มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ Magnolias, Whizdom และยังมีโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ ๆ ที่จะตามมาอีกมากมายเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขอย่างยั่งยืนตามแนวคิดการทำธุรกิจของ MQDC อาทิ โครงการ The Forestias, Mulberry Grove, The Aspen Tree

ทุกโครงการสืบทอดพันธกิจของแบรนด์ MQDC ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณค่าให้กับสังคมรอบโครงการที่ MQDC ใส่ใจทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก MQDC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์สุขของสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน และนี่จึงเป็นที่มาของ MQDC Branding Campaign “โลกคือบ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต”

 

นี่คือครั้งแรกที่แบรนด์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ไม่หยุดคิดแค่การสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัย (Human-Centric) แต่กลับลงทุนและพัฒนาเพื่อการสร้างความสุขให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลก (Planet-Centric) เพราะ MQDC เชื่อว่าความสุขที่ยั่งยืนคือความสุขที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันของทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้แบบไม่เบียดเบียนกัน แต่ต่อยอดชีวิตให้กันและกัน

 

หนังโฆษณาของแคมเปญนี้เปรียบเปรยให้เห็นว่าธรรมชาติอันสวยงามบนโลกนี้ที่คือมุมต่าง ๆ ของบ้านที่ทุกสรรพสิ่งสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข และยังมีผลงานภาพถ่ายมุมธรรมชาติต่าง ๆ ของโลกเรา

คลิกดูภาพยนตร์โฆษณาที่นี่  https://www.youtube.com/watch?v=_LcBa3JBsn0

และแน่นอนว่าแคมเปญนี้ไม่ได้มีแค่หนังโฆษณาแน่นอน เพราะทาง MQDC ต้องการบอก Message สำคัญแทนโลกที่กำลังอ่อนแอเพื่อบอกกับพวกเราทุกคนให้ตระหนักรู้และมีสำนึกส่วนรวมและความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ทาง MQDC จึงได้สร้าง Interactive Campaign ตามสถานที่ต่าง ๆ ขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกันผ่านแคมเปญกิจกรรม AR (Augmented Reality) ที่รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิตและอ่อนนุช และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิทและจตุจักร ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนจริงของธรรมชาติที่สวยงามใจกลางเมือง ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2562

 

หากเห็นสื่อ AR สามมิติแบบนี้ที่สถานีรถไฟฟ้าก็ลองมาเล่นกันได้ โดยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SOE MQDC (Sounds of Earth) หรือสแกนคิวอาร์โค้ดได้ที่สถานีดังกล่าว

เมื่อใช้ application พิเศษของ MQDC ถ่ายรูปเข้าไปจะเห็นเป็นภาพ AR ขึ้นมาเป็นรูปต้นไม้ หรือสัตว์โลกแบบนี้

โพสต์ท่าได้เลย และแชร์ภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อม #MQDC #ForAllWellBeing #เพราะโลกคือบ้าน #บ้านที่มีความสุขให้ทุกชีวิต  ให้เพื่อน ๆ มาร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อโลกของเรา เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกจาก MQDC

เพราะเราทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เหมือนการอยู่รายล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขอย่างยั่งยืนให้กับทุกชีวิต

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MQDC ได้ที่นี่ https://mqdc.com/

ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล

พฤกษาวิลล์ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-ว...

โฮล์ม เอกมัย 22

HOLME EKKAMAI 22 อยู่ในย่านเอกมัยเหนือ ย่านที่มีบรรย...

1 November, 2019

วาลเด้น ทองหล่อ 8 & วาลเด้น ทองหล่อ 13

ในปีนี้ Boutique Developer อย่าง Habitat Group มีควา...

29 October, 2019

เดอะทรี สุขุมวิท-พระราม 4

ในช่วงสิ้นปี 2019 นี้ถึงสิ้นปีหน้า 2020 ทำเลพระรามสี...

26 October, 2019

ไลฟ์ วัน ไวเลส [อาคารจริง]

LIFE ONE WIRELESS เป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์เนมที่ราคาถู...

24 October, 2019

เดอะเนสท์ จุฬา – สามย่าน

The Nest Chula Samyan (เดอะ เนสท์ จุฬาฯ - สามย่าน) อ...

22 October, 2019