Ideo Rama9 – Asoke

  

ไอดีโอ พระรามเก้า – อโศก


ย่านพระรามเก้า เป็นย่าน New CBD ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีปริมาณคอนโดเกิดใหม่ค่อนข้างเยอะ จากศักยภาพของพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยโครงการ Mixed Use จำนวนหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะ ช่วง Prime Rama 9 ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของย่านพระรามเก้าตอนต้น

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 17 November, 2022 เวลา 00.31 am

Prop score™: 4.0

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Ideo Rama9 - Asoke

บริษัทผู้สร้าง

Ananda Development PLC

สถานที่

ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT พระราม 9 Distance 450 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

5-2-70.50 ไร่

ชั้น

36 ชั้น

ยูนิต

1,216 ยูนิต

ที่จอดรถ

528 คัน (43%)

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 7 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobbyม Co-working Space, Conference Room, Gardenม Multi-Purpose Area, Playing Area, Juristic, Parking, Swimming Pool, Fitness, Social Club (Co-Working Space, Boxing Area), Amphitheater, Boxing Zone, Co-Living Area, Roof Garden


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

25.5 – 26.5 ตร.ม.

1 bedroom

31 – 38.5 ตร.ม.

2 bedroom

52 – 90.5 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.75 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

135,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

3.49 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

45 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

500 บาท/ตร.ม./ชำระครั้งเดียว

สร้างเสร็จ

2022

เว็บไซต์

https://anan.ly/3qKlYK0

02 316 2222


เพื่อนบ้าน Street View


เติมสีสัน และชาร์จพลังให้กับชีวิต ที่ Ideo Rama9 – Asoke คอนโดพร้อมอยู่ใจกลางพระราม 9 ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้ชีวิตสนุกถึงขีดสุด

 

ย่านพระรามเก้า เป็นย่าน New CBD ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีปริมาณคอนโดเกิดใหม่ค่อนข้างเยอะ จากศักยภาพของพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยโครงการ Mixed Use จำนวนหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะ ช่วง Prime Rama 9 ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของย่านพระรามเก้าตอนต้น ที่อยู่ระหว่างสี่แยกพระรามเก้ากับแยกผังเมือง ที่เป็นที่ตั้งของ ห้างสรรพสินค้า Central Plaza Grand Rama 9 อาคารสำนักงาน Grade A มากมายได้แก่ G Land Tower, Unilever House, The Ninth Tower, สำนักงานใหญ่ของธอส. Government Housing Bank Head Office, Lumpini Place Rama-Ratchada, ตึกชำนาญเพ็ญชาติ และ Landbank ที่รอพัฒนาจากกลุ่ม CPN และในปัจจุบันทิศทางของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และปริมาณ Traffic ผู้คนหมุนเวียนเข้ามาในย่านนี้ยังคงมีทิศทางที่เพิ่มมากขึ้นจากการเร่งพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะยิ่งช่วยเพิ่มศักยภาพและปลดล็อกข้อจำกัดทางด้านการเดินทางเข้าถึงที่ดินแปลงใหญ่ ๆ บนถนนพระราม 9 ให้เปลี่ยนโฉมจากพื้นที่ที่ต้องใช้รถยนต์เข้าถึงเท่านั้น ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะมากขึ้น เพราะใครๆ ก็มาถึงได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า และในอนาคตอาจกลายเป็น walking district ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งก็เป็นไปได้ และจะกลายเป็นย่านที่ครบครัน เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับการใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายแบรนด์คอนโดที่พัฒนาอยู่ในย่านนี้และพื้นที่โดยรอบล้วนชูจุดเด่นในด้านทำเลเป็นจุดขายหลักโดยส่วนใหญ่ก็จะมีคำว่า “Rama 9” หรือ “พระราม 9” ต่อท้ายชื่อแบรนด์ เพื่อกระตุ้น Awareness

โดยอีกหนึ่งคอนโดพร้อมอยู่แห่งใหม่ที่เราจะพามาชมในวันนี้ มีรูปแบบโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง และรูปแบบห้องที่ค่อนข้างมีความแตกต่างจากคอนโดใหม่ส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณโดยรอบสี่แยกพระรามเก้าตอนต้น ซึ่งก็คือ Ideo Rama 9 – Asoke (ไอดีโอ พระรามเก้า – อโศก) จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

แบรนด์ Ideo เป็นแบรนด์ Flagship ตัวสร้างชื่อของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ด้วยจุดขายหลักคือ ทำเลใกล้รถไฟฟ้า พื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มตาม concept LIVE-WORK-PLAY-LEARN พร้อมฟังก์ชั่นห้องที่ปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ รวมถึงราคาที่จับต้องได้ในทำเลที่ดี โดยในปัจจุบันหากนับในกลุ่มคอนโดพร้อมอยู่ของทางอนันดาฯ มีโครงการภายใต้แบรนด์ Ideo เหลือขายเพียงแค่ 3 โครงการคือ Ideo Sathorn วงเวียนใหญ่, Ideo จรัญฯ 70 – ริเวอร์วิว และ Ideo Rama 9 – Asoke แห่งนี้เท่านั้น

 

โครงการ Ideo Rama 9 – Asoke มาพร้อมไฮไลท์ที่น่าสนใจ 5 อย่างคือ

1. เป็นโครงการพร้อมอยู่ Ready To Move In ที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดในย่านพระรามเก้าตอนต้น

2. สะดวกในการใช้ชีวิต เพราะอยู่ตรงข้ามกับศูนย์กลางของย่านพระราม 9 เยื้องกับอาคาร Unilever House และย่านไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ เต็มไปด้วย Street Food ที่ดึงดูดทั้งชาวไทย คนทำงาน และนักท่องเที่ยว เดินไปอีกนิดก็ถึง MRT พระรามเก้า เชื่อมต่อกับ G Tower และ Central Rama 9 ในระยะเดินเพียง 450 เมตร

3. Mega facilities ที่เยอะ และแตกต่างที่สุดในย่านพระรามเก้า โดยมีทั้งส่วนกลางที่อยู่ชั้น G และส่วนกลางลอยฟ้า ที่มีทั้งโซน Passive และ Active สีสันสดใส มีพื้นที่ให้เลือกใช้งานหลากหลายมุม อีกทั้งยังมีการ Collab กันกับ P7 ที่เป็น Illustrator Artist ชั้นนำของไทยที่ตกแต่งด้วยศิลปะสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ส่วนกลางให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

4. ทำงานสะดวกทุกเวลาเพราะมี Co – Working Space และ 7-Eleven ที่เปิด 24 ชม.ภายในโครงการ

5. เป็นคอนโดพร้อมอยู่ที่มีราคาขาย Competitive ที่สุด เริ่มเพียงแค่ตรม.ละ 135,000 บาท และเป็นคอนโดหนึ่งเดียวในย่านนี้โดยมีรูปแบบห้องให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่ Studio – 2 นอน ทั้งในรูปแบบเพดานสูงปกติ Simple 2.75 เมตร และ Hybrid 4.5 เมตร ตอบโจทย์ความต้องการของทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว ครอบครัวเริ่มต้น หรือครอบครัวใหญ่

 

โดยพื้นที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 ซึ่งเป็นชั้นที่มีสวนส่วนกลางด้วยไปจนถึงชั้น 34

 

Units Simplex มีให้เลือกถึง 3 Type 12 รูปแบบ

Type แรก Studio A1 ขนาด 26 Sq.m มีให้เลือกแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้ง

และมี Studio ขนาดเล็ก 25.50 Sq.m.

และ 26.50 Sq.m. ที่ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของโครงการ

Type ที่สอง 1 Bedroom B1,B2,B3, B5 มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ห้องหน้ากว้าง และห้องทรงลึกแปลนมาตรฐาน ขนาด 31-38.50 Sq.m.

ไปจนถึง Type C ห้อง 2 Bedroom 2 bathroom ห้องหน้ากว้างและห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งการใช้งานเป็น 3 Bay คือห้องนอน ห้องนั่งเล่น + ห้องครัว และห้อง Master Bedroom ขนาด 52-90 Sq.m.

โดย 8 ชั้นบนเป็นห้อง HYBRID เพดานสูง 4.5 เมตร

ขนาดห้องพักเริ่มต้นที่ 26 ตารางเมตร ไปจนถึงใหญ่สุด 90.5 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่พิเศษที่ชั้นลอย)

แบ่งเป็น 1 Bedroom ที่แบ่งพื้นที่ด้านล่างเป็นครัว ห้องน้ำ พื้นที่ Living ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน ขนาด 25.5-26.5 Sq.m.

2 Bedroom 1 Bathroom ที่แบ่งพื้นที่ด้านล่างเป็นครัว ห้องน้ำ พื้นที่ Living ห้องนอน 1 ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน 2 ขนาด 33.50-38.50 Sq.m.

2 Bedroom 2 Bathroom ที่แบ่งพื้นที่ด้านล่างเป็นครัว ห้องน้ำ 2 ห้อง พื้นที่ Living ห้องนอน 1 ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน 2 ขนาด 60.50 Sq.m.

3 Bedroom 2 Bathroom ที่แบ่งพื้นที่ด้านล่างเป็นครัว ห้องน้ำ 2 ห้อง พื้นที่ Living ห้องนอน 1-2 ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน 3 ขนาด 71 Sq.m. และ 90 Sq.m.

Ideo Rama9 – Asoke ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 บนเนื้อที่ 5-2-70.50 ไร่ ภายในโครงการแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน

ไล่จากทางเข้าโครงการ ด้านซ้ายมือเป็นโซนอาคารชุดทาวน์ วิลล่า 1 อาคาร สูง 4 ชั้น จำนวน 4 ยูนิต พร้อมที่จอดรถส่วนตัว ที่ยังไม่เปิดขาย

ถัดเข้ามาด้านขวามือเป็นอาคารชุดเพื่อการค้า 1 อาคารสูง 2 ชั้น ซึ่งเป็นพื้นที่เช่าของ 7-eleven

จากนั้นจะเข้าสู่พื้นที่โซนที่พักอาศัยห้องชุดคอนโดมิเนียม 1 อาคาร

ซึ่งกั้นด้วยพื้นที่คลอง และข้ามสะพานของโครงการ

ก่อนที่จะถึงป้อม รปภ ทำให้การใช้งานถึงจะมีมากถึง 3 โซนใช้งานและมีพื้นที่การค้า แต่ก็แยกการใช้งานโซนพักอาศัยออกจากกันอย่างชัดเจน

ตัวคอนโดมิเนียมสูง 36 ชั้น จำนวน 1,216 ยูนิต มีที่จอดรถ 527 คันที่ชั้น G-7

ลิฟท์โดยสาร 7 ตัว ลิฟท์ขนส่ง 1 ตัว แบ่งเป็นลิฟท์โดยสาร 4 ตัวที่โซนทิศเหนือด้านหน้าโครงการ และลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์ขนส่ง 1 ตัวที่บริเวณตรงกลางอาคาร

ส่วนโซนพักอาศัยอยู่ที่ชั้น 8-35 มีจำนวน 48 ยูนิตต่อชั้น โดยส่วนใหญ่ จะแบ่งห้องชุด Type B 1 Bedroom อยู่ที่โซนทิศเหนือด้านหน้าโครงการ และ Type A Studio โซนด้านหลังโครงการ ส่วน Type C ห้อง 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมอยู่สุดทางเดินทั้งสองปีก

แต่ที่ชั้น 14-21 ตอนเปิดตัวโครงการแรก ๆ จะเป็นยูนิตพักอาศัยเต็มทั้งชั้น แต่ระหว่างขอ EIA ก็ได้มีการปรับแบบโดยการลดจำนวนยูนิตลงจาก 1,232 เหลือเพียง 1,216 ยูนิต

 

ซึ่งบริเวณตรงกลางอาคารของชั้นดังกล่าว ได้มีการเปิดเป็นช่องลม ให้ไหลผ่านเชื่อมให้กับเพื่อนบ้านโครงการด้านข้าง และก็ลดความแออัดของโครงการ รวมทั้งทำให้อาคารดูมีความแปลกใหม่ มีความเฉพาะตัว และดูมี VALUE ขึ้นมา จากอาคารแท่งทึบแบบเดิม

ทางโครงการกำลังเก็บงานในพื้นที่เปิดโล่งส่วนนี้อยู่ โดยมีงานศิลปะจาก P7 ประดับอยู่ที่ผนังอาคารด้วยเช่นกัน

เนื่องจากตัวโครงการวางอาคารแนวเหนือใต้ ทำให้มีวิว 2 ด้านคือทิศตะวันออกและตะวันตก

โดยวิวทิศตะวันออกจะเปิดโล่งกว่าในปัจจุบัน หันสู่พระราม 9-รามคำแหง

ส่วนวิวด้านทิศตะวันตกจะเป็นอาคารคอนโด แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด และเห็นตึก G และแยกพระราม 9

ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 7 , ชั้น 36-36M และชั้นดาดฟ้า

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น G : HYBRID PLAYSCAPE แนวยาวที่มีทั้งแป้นบาส ที่ออกแบบให้ใช้งานได้และตกแต่งแนวสตรีท

 

ลานฟุตซอล ที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว

Jogging track ที่เชื่อมต่อทุกพื้นที่ใช้งานเข้าด้วยกัน

สนามเด็กเล่น สไลเดอร์กลางสวน

แทรกด้วยพื้นที่นั่งพักผ่อน

และ HYBRID FURNITURE มุมใช้งานพื้นที่พักผ่อนที่หลากหลาย ให้คุณได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างเต็มที่ ทั้งพื้นที่ภายในอาคารบริเวณล็อบบี้

ที่ชั้น 36 มี HYBRID SPACE พื้นที่เอนกประสงค์ขนาด 2 ชั้น ที่แยกการใช้งาน ทั้งพื้นที่ทำงาน

มีทั้งพื้นที่นั่งพักผ่อน รวมทั้งพื้นที่สำหรับเล่นสนุกอย่าง PLAYGROUND TUBE

และ Game room สำหรับเด็ก ๆ ที่ใช้สีสันสดใส พร้อมงานศิลปะแฝงอยู่ตามมุมต่าง ๆ

มี AMPHI-THEATRE มุมทำงานชิล ๆ ที่พร้อมปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ดูหนัง หรือดูฟุตบอลกับ PROJECTOR

พร้อมมุมชมวิวเมืองย่านพระราม 9

ด้านบนมี ENERGYM : พื้นที่ออกกำลังกายแบบ VIRTUAL EXERCISE CLASS

แบ่งเป็น 2 โซน คือโซนออกกำลังกาย และโซนบอดี้เวท ที่กว้างขวางเต็มชั้น และมีอุปกรณ์ให้ใช้งานครบครัน

และ BOXING ZONE ที่ออกแบบมานอกตัวอาคารโอบล้อมด้วยวิวเมืองโดยรอบ

และ HYBRID SKY POOL แตกต่างด้วยแนวคิด EXERCISE POOL ที่มีโซน AQUA BIKING ให้ได้ออกกำลังกายปั่นจักรยานในน้ำ

และ LAP POOL ขนาด 30 เมตร ให้ได้ว่ายน้ำออกกำลังกาย พร้อมวิวเมืองและท้องฟ้าที่โอบล้อม

แบ่งเป็นสระเด็กบริเวณในร่ม พร้อมผนังกั้นในน้ำ แต่มุมมองยังเชื่อมต่อกับสระใหญ่ทั้งหมด

ตลอดทั้งชั้นมีพื้นที่สวนที่แทรกเอาพื้นที่นั่งเล่นนั่งพักผ่อนไว้ตามมุมต่าง ๆ ให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ

ให้ได้นั่งรับลม ชมวิว ท่ามกลางวิวเมืองโดยรอบที่แทบจะไม่มีอาคารใดบดบัง

นอกจากนี้ยังมี multipurpose room ที่เปิด 24 ชม. โดย Co – Working Space มีพื้นที่หลากหลายมุมให้เลือกใช้งานเหมือนใช้บริการอยู่ใน Co – Working Space ให้เช่า ที่มีทั้งพื้นที่นั่งทำงาน อ่านหนังสือรองรับ

มุมอ่านหนังสือ

นั่งประชุม นั่งติวหนังสือ

มุมย้อนวัยเด็กกับบ่อลูกบอล

มุมเอกเขนก ให้ได้นั่งยืดเหยียด เป็นมุมถ่ายรูปอัพลงโซเชียลได้ตลอดเวลา

เชื่อมกับพื้นที่เกมส์ สำหรับคลายเครียด พักผ่อน

หรือถ้าใครขี้เกียจเดินลงก็สไลเดอร์ลงไปข้างล่างได้เลย

สไลเดอร์ที่เชื่อมชั้นลอยสู่ชั้นล่าง เปิดประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ลื่นไหลไปในทุกด้านทั้ง Live – Work – Play

และยังมีพื้นที่สำหรับอุ่นอาหาร แช่ตู้เย็น ทำอาหารเล็กๆ ง่ายๆ เวลาหิวมากถึง 2 มุมอีกด้วย

รวมทั้งที่ด้านหน้าโครงการก็มี 7-Eleven มาตั้งให้บริการ แค่เดินออกไปไม่กี่ก้าว ก็ถึงแล้ว

 

ในส่วนห้องตัวอย่าง โครงการตกแต่งและเปิดให้ชมทุก Type ทั้ง Studio 25.50 Sq.m., 1 Bedroom 31 Sq.m.,  1 Bedroom 34 Sq.m., 2 Bedroom 52 Sq.m, 2 Bedroom 90 Sq.m. และ Studio Hybrid  25.50 Sq.m.

 

ห้องแรก Studio 25.50 Sq.m. ห้องเล็กสุดของโครงการ

โครงการให้ Digital Door Lock ของ Samsung

ภายในแบ่งเป็นพื้นที่ครัวปูกระเบื้องติดทางเข้ายูนิต โครงการให้ครัว Built-in ติดผนังด้านซ้าย

ที่เคาท์เตอร์โครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัว และที่ดูดควันของ TEKA อ่างล้างจาน

ด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ส่วนตู้เย็นสามารถวางไว้ที่ผนังฝั่งตรงข้าม ติดชั้นวางของและวางรองเท้า

ติดประตูทางเข้าเป็นห้องน้ำ

ที่ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดประตูทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าลอยตัวอ่างยาวเต็มความกว้างผนังของ American Standard พร้อมกระจกบานใหญ่ และชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำที่ด้านล่างอ่างล้างหน้า

ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมที่แขวนผ้าเช็ดตัว

พื้นที่ส่วนเปียกอยู่ด้านซ้าย กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ภายในโครงการให้ Hand Shower และที่วางสบู่แบบแขวนผนัง

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่พักผ่อน ที่พื้นปูด้วยลามิเนตลายไม้ ที่โครงการให้ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน กั้นการใช้งานพื้นที่ ทำให้เป็นครัวปิดได้ หากต้องการทำอาหาร

ภายในพื้นที่พักผ่อน สามารถแบ่งการใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ พื้นที่วางชุดโซฟา หรือโต๊ะทานอาหาร ที่ติดประตูบานเลื่อน

ด้านซ้ายของพื้นที่โครงการให้ตู้เสื้อผ้า ติดผนัง

ตรงกลางห้องสามารถวางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียงได้

ปลายเตียงสามารถติดทีวีหรือตั้งชั้นวางทีวีได้ที่ผนังด้านนี้ที่โครงการวางงานระบบทีวีและไฟไว้รองรับ

ด้านในสุด ติดหน้าต่างบานเลื่อนสามารถตั้งโต๊ะทำงาน เปลี่ยนเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง หรือวางโซฟาเดย์เบดที่มุมนี้ได้ ตามความต้องการของแต่ละคน

และที่หัวเตียงเป็นทางออกระเบียง โครงการติดคอมแอร์แบบแขวนเพดาน ทำให้มีพื้นที่ใช้งานเต็มพื้นที่ระเบียง

ห้องนี้เป็นห้องรูปแบบมาตรฐาน น่าจะเหมาะสำหรับอยู่ 1-2 คน เน้นห้องขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่พักผ่อนเป็นหลัก ไม่ต้องแบ่งการใช้งานอื่น ๆ ให้เปลืองพื้นที่ห้อง สามารถเปิดทุกพื้นที่ให้เชื่อมต่อกันได้

 

แต่ถ้าใครชอบความเป็นสัดส่วนมากขึ้น อาจขยับมาที่ 1 Bedroom 34 Sq.m

ภายในแบ่งพื้นที่เป็น Living & Dining แยกกับห้องนอนชัดเจน

โดยพื้นที่ส่วนแรกติดทางเข้าเป็นครัว Built-in ติดผนังด้านขวา

ที่เคาท์เตอร์โครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัว และที่ดูดควันของ TEKA อ่างล้างจาน

ด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และช่องวางตู้เย็นที่ปลายสุดเคาท์เตอร์

ที่มุมผนังด้านซ้ายเป็นตู้ built-in สำหรับวางรองเท้า เก็บของ และแขวนกุญแจ

ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่โซน Living ที่สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ติดผนังได้

ถัดเข้าไปยังมีพื้นที่กว้างพอให้วางชุดโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง

และวางชั้นวางทีวีไว้ที่ผนังด้านขวา

ส่วนที่ปลายสุดของยูนิตเป็นทางออกระเบียง โดยห้องนี้โครงการให้ระเบียงกว้าง สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้

ติดทางออกระเบียงเป็นทางเข้าห้องนอน

ภายในแบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียงติดหน้าต่างกระจกบานยาว

ด้านซ้ายของทางเข้าห้องนอนมีช่องเปิดติดกระจกบาน fix เชื่อมมุมมองสู่พื้นที่นั่งเล่น

ติดกันเป็นมุม walk-in closet ที่โครงการให้ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมที่เก็บกระเป๋า หรือช่องเก็บของที่ผนังสองฝั่งติดทางเข้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดประตูทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าลอยตัวอ่างยาวเต็มความกว้างผนังของ American Standard พร้อมกระจกบานใหญ่ และชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำที่ด้านล่างอ่างล้างหน้า และที่ผนังเหนือเคาท์เตอร์

ฝั่งตรงข้ามเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมที่แขวนผ้าเช็ดตัว

พื้นที่ส่วนเปียกอยู่ด้านใน กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ภายในโครงการให้ Hand Shower และที่วางสบู่แบบแขวนผนัง

ห้องนี้เหมาะสำหรับ 1-2 คนที่ชอบการใช้งานแยกเป็นส่วน มีพื้นที่ส่วนตัว มุมส่วนตัว เน้นการใช้งานทุกพื้นที่เท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น แต่เนื่องจากห้องนี้ครัวและห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกัน พื้นห้องบริเวณครัวก็จะเป็นพื้นลามิเนตเชื่อมถึงห้องนั่งเล่น ไม่ได้แบ่งพื้นปูกระเบื้องบริเวณครัวแบบห้องอื่น ๆ และอาจจะไม่เน้นรับแขกภายในห้อง เพราะมีห้องน้ำอยู่ในห้องนอน

 

ส่วนใครอยากอยู่เป็นคอบครัวขนาดเล็กอยู่ได้ 3-4 คน ก็ต้องแนะนำ Type 2 Bedroom 90 Sq.m. ห้องมุมสุดทางเดิน

โครงการให้ Digital Door Lock ของ Samsung เช่นเดียวกับ Type อื่น ๆ

โดยห้องนี้เป็นห้องหน้ากว้าง ทุกพื้นที่ในยูนิตติดอากาศ ทำให้เปิดรับลม และมีช่องแสงส่องถึงทั่วทั้งยูนิต แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนคือ พื้นที่ Dining & Living ที่บริเวณกลางยูนิต เชื่อมห้องนอนที่ปีกซ้ายและขวาของยูนิต

ที่ Dining & Living โครงการให้ครัว Built-in เข้ามุม

ที่เคาท์เตอร์ติดประตูเป็นชั้นวางรองเท้า และที่วางของ

ส่วนที่เคาท์เตอร์ครัวโครงการให้เตาไฟฟ้า 4 หัว และที่ดูดควันของ TEKA อ่างล้างจาน และพื้นที่เตรียมอาหาร

ด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ เครื่องซักผ้าฝาหน้า และตู้เย็นที่ปลายสุดเคาท์เตอร์

ใกล้ครัว built-in สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง

ติดทางออกระเบียง สามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีติดผนังด้านซ้าย

ส่วนที่ผนังด้านขวาก็ยังมีพื้นที่มากพอให้วางโต๊ะทำงาน เป็นมุมทำงานติดริมระเบียงก็ได้ หรือจะเพิ่มพื้นที่ชุดโซฟาให้ใหญ่และกว้างขึ้นสำหรับคนที่ชอบนั่งดูทีวีก็ได้เช่นกัน

ระเบียงกว้าง สามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานทั้งตากผ้า หรือตั้งโต๊ะริมระเบียงพร้อมกระถางต้นไม้สำหรับคนที่ชอบวิวต้นไม้ริมระเบียง

ส่วนปีกซ้ายของยูนิต เป็นห้องน้ำสำหรับห้อง Living และห้องนอน 1

ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดประตูทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าลอยตัวอ่างยาวเต็มความกว้างผนังของ American Standard พร้อมกระจกบานใหญ่ และชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำที่ด้านล่างอ่างล้างหน้าและผนังด้านข้าง

ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมที่แขวนผ้าเช็ดตัว

พื้นที่ส่วนเปียกอยู่ด้านใน กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ภายในโครงการให้ Hand Shower และที่วางสบู่แบบแขวนผนัง

ติดประตูทางเข้าห้องน้ำเป็นห้องเก็บของ ที่ภายในกว้างขวาง สามารถทำชั้นวางของหรือทำเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าก่อนซักรีดได้

ถัดไปเป็นห้องนอนแรกที่ภายในโครงการให้ตู้เสื้อผ้าติดผนังทางเข้า

ตรงกลางสามารถวางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียง

ส่วนทีวีสามารถติดแบบแขวนผนังที่ปลายเตียงได้

ด้านในสุดติดหน้าต่างสามารถตั้งโต๊ะทำงานหรือวาง Sofa bed ไว้นอนชมวิวตามความต้องการใช้งานได้

ส่วนปีกขวาของยูนิตเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

ด้านขวาของทางเข้าโครงการให้ตู้เสื้อผ้าติดผนัง พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งติดทางเข้าห้องน้ำที่ภายในห้องน้ำโครงการให้เหมือนห้องน้ำที่ห้อง living

ตรงกลางห้องนอนสามารถวางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียง

ส่วนทีวีสามารถติดแบบแขวนผนังที่ปลายเตียงได้

ด้านในสุดติดหน้าต่างเข้ามุมสามารถตั้งโต๊ะทำงานหรือวาง Sofa bed ไว้นอนชมวิวได้

ห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก 2-3 คน มีพื้นที่ใช้งานทั้งส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวมที่กว้างขวาง และเหมาะสำหรับคนที่มีของเยอะเพราะโครงการให้ห้องเก็บของมาให้เก็บทั้งกระเป๋าเดินทางหรือของอื่น ๆ ได้

 

ห้องถัดไปเป็น Studio Hybrid 25.50 Sq.m เป็นห้อง Hybrid เพดานสูง 4.5 เมตร ที่เลือกห้องขนาดเล็กมาทำได้อย่างลงตัว

โครงการให้ Digital door lock ของ Samsung เช่นกัน

ภายในแบ่งเป็น 2 Step คือ ชั้นล่างติดประตูทางเข้าเป็นครัว Built-in ติดผนังด้านซ้าย

ที่เคาท์เตอร์โครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัว และที่ดูดควันของ TEKA อ่างล้างจาน

ด้านบนและด้านล่างเคาท์เตอร์เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ส่วนตู้เย็นสามารถวางไว้ที่ผนังฝั่งตรงข้าม ติดทางเข้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดประตูทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าลอยตัวอ่างยาวเต็มความกว้างผนังของ American Standard พร้อมกระจกบานใหญ่ และชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำที่ด้านล่างอ่างล้างหน้า

ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์

พื้นที่ส่วนเปียกอยู่ด้านซ้าย กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ภายในโครงการให้ Hand Shower และที่วางสบู่แบบแขวนผนัง

โดยภายในห้องน้ำ Type นี้จะดูเตี้ยๆหน่อยเพราะต้องแลกกับชั้นลอยที่ยกเอาพื้นที่เตียงนอนไปไว้ด้านบน

 

ถัดจากครัวโครงการให้ประตูบานเลื่อน 3 ตอน สามารถกั้นเป็นครัวปิด แยกการใช้งานระหว่างครัวและพื้นที่ living ได้

ด้านในเป็นพื้นที่ living สูง 4.5 m ที่มาพร้อมกระจกบานสูงเปิดรับแสงและเชื่อมวิวเปิดมุมมองได้เต็มตา

ภายใน living area สามารถวางชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลางได้

ที่ผนังด้านซ้ายสามารถ built-in ผนังเต็มความสูงไว้วางหนังสือ วางของตั้งโชว์ รวมทั้งวางทีวีได้

ด้านในติดหน้าต่างบานสูงสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือขยายมุมโซฟาได้เต็มพื้นที่ตามการใช้งาน

ติดกันเป็นประตูทางออกระเบียง

ด้านหลังโซฟา เป็นบันไดขึ้นชั้นลอย ที่ด้านล่างบันไดเป็นที่เก็บของ

ชั้นลอยเป็นพื้นที่วางเตียงนอนแบบเปิดโล่ง เชื่อมมุมมองกับด้านล่าง

สามารถวางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียง และตู้เสื้อผ้าข้างเตียง (โครงการแถมมาให้ด้วย)

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบห้องขนาดเล็กแบบสตูดิโอ แต่ให้บรรยากาศเหมือนบ้าน เพราะได้มิติในแนวสูงเพิ่ม แยกพื้นที่ใช้งานในแนวตั้ง เพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้น จัดเก็บของได้มากขึ้น

 

นอกจากห้องตัวอย่างทั้ง 4 ห้องข้างต้น โครงการยังตกแต่งห้องตัวอย่างมาให้ชมอีกหลายห้อง อาทิ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 31 Sq.m.

สำหรับคนที่ชอบครัวปิด ติดระเบียง สำหรับคนชอบทำอาหาร หรือไม่ชอบให้มีกลิ่นภายในห้อง ก็น่าจะเหมาะกับห้องนี้ ที่ยกครัวไปไว้ติดระเบียงพร้อมประตูกระจกกั้นระหว่างห้องนั่งเล่น

ส่วนห้องน้ำก็อยู่ติดทางเข้าและตู้วางรองเท้า

และห้องนอนอยู่ด้านในแยกเป็นสัดส่วนเช่นเดียวกับห้อง 1 bedroom 34 Sq.m.

และยังมีห้อง 2 bedroom 2 bathroom ขนาด 52 Sq.m. ซึ่งเป็นขนาดห้องเริ่มต้นของแบบ 2 นอน 2 น้ำ

ที่แปลนเหมือน 2 bedroom 2 bathroom ขนาด 90 Sq.m. คือมีพื้นที่ dining & living ตรงกลางเชื่อมห้องนอนที่อยู่ด้านซ้ายและขวา

ได้ครัวเข้ามุม แต่ย่อส่วนขนาดพื้นที่ใช้งานลงมา และไม่ได้ห้องเก็บของแบบ 90 Sq.m.

และห้องนอนเล็กสามารถวางได้แค่เตียงเดี่ยวแบบฟิตๆ ซึ่งจริง ๆ น่าจะเหมาะกับคนที่มีกิจกรรมเฉพาะ เช่นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือคนที่อยากมีห้องสำรองสำหรับรับแขกเป็นครั้งคราว หรือสำหรับสมาชิกในอนาคตของครอบครัว

ห้อง Master Bedroom มีระเบียง พื้นที่ทำงานแบบ Bay Window พร้อมห้องน้ำในตัว

 

โครงการ Ideo Rama 9 – Asoke เหมาะกับใคร?

 

สำหรับผมแล้วต้องบอกว่าย่าน Prime Area ของพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ Ideo Rama 9 – Asoke คือย่านที่แม้จะมีโครงการคอนโดให้เลือกซื้อมากมาย แต่เอาเข้าจริงๆกลับไม่ค่อยมีคอนโดที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กำลังซื้อที่เป็นกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา สักเท่าไหร่ครับ โดยที่ผ่านๆมาส่วนใหญ่แล้วดีเวลลอปเปอร์ก็จะเทกันไปพัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนทำงานในย่านนี้ ในระดับเซกเมนท์ราคาที่แตกต่างกัน แล้วแต่ว่า Target Persona ของแต่ละโครงการจะเป็นพนักงานระดับ Mid Management หรือ Top Management ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะหากนับรวมย่านอโศกเข้าไปด้วยก็จะพบว่าพื้นที่อโศก – พระรามเก้า ตรงนี้คือมีพื้นที่อาคารสำนักงานรวมกันหลายแสนตารางเมตร โดยที่ยังไม่ได้นับรวมโครงการที่รอวันพัฒนาของค่าย CPN ด้วยซ้ำไป

สำหรับ Ideo Rama 9 – Asoke ผู้ซึ่งมาทีหลังสุด ย่อมรู้ดีกว่าถ้าจะพัฒนาโครงการโดยเน้นไปที่ Price Lead เน้นราคาถูก เน้นห้องเล็กเพียงอย่างเดียว ก็ดูที่จะเสียของ เสียศักดิ์ศรีของทำเล ที่อยู่เยื้องกับจุดศูนย์กลางของ Prime Area Rama 9 อย่างอาคาร Unilever House เป็นแน่แท้ เพราะถ้าเราเอาความเป็นจริงในเชิง User Experience สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดินที่ต้องเดินกลับคอนโดในแยกพระรามเก้า ก็จะพบว่าที่ตั้งของโครงการตรงนี้ เดินกลับค่อนข้างง่ายกว่าโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนอโศก – รัชดา พอสมควร แม้ว่าจะต้องข้ามถนนเหมือนกัน แต่บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมรอบข้างคือดูดีกว่ากันเยอะเลย ลองจินตนาการภาพตามว่าเราเดินขึ้นมาจากรถใต้ดินทางฝั่งใต้อาคาร G Land หรือใต้ห้างเซ็นทรัล พระรามเก้า แวะซื้อของกินก่อนเข้าคอนโดที่ตลาดนัด Jodd Fair และรอข้ามถนนตรงอาคาร Unilever House ก็เข้าโครงการแล้ว แถมหน้าโครงการยังไม่เปลี่ยว และยังสะดวกด้วย เพราะมี 7 Eleven มาเปิดให้บริการทุกวันในแบบ 24 ชั่วโมงอีก ยิ่งหากคุณใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะพบว่าชีวิตคุณจะมีความสุขในการขับรถกลับคอนโดมากกว่าคอนโดบนถนนอโศก – รัชดา หรือแม้กระทั่งฝั่งอาคาร G land เพราะคุณสามารถเลือกใช้เส้นทางจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เชื่อมต่อเข้าถนนเพชรอุทัย เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามเก้าที่แยกอสมท.เลี่ยงรถติดได้เลย

 

ดังนั้นทางออกในการพัฒนาโครงการก็เลยออกมาโดยที่เน้นจุดขาย 2 อย่างที่สร้างความแตกต่างได้ชัดเจนจากคอนโดรอบข้างเลยในสายตามผม ซึ่งก็คือ 1. เป็นคอนโดที่ Mass มากที่สุด ซึ่งนิยามของคำว่า Mass ในที่นี้ ไม่ใช่ Mass ในเชิงราคานะครับ แต่เป็น Mass ในเชิงกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่ได้เป็นคอนโดที่มุ่งจับกลุ่มคนทำงานในย่านนี้แต่เพียงกลุ่มเดียวอีกแล้ว แต่จับทั้งกลุ่มคนวัยเรียนด้วยขนาดพื้นที่ รูปแบบพื้นที่ส่วนกลาง และสไตล์ของการออกแบบยูนิตพักอาศัย จับกลุ่มคนวัยทำงานระดับเริ่มต้นด้วยห้องแบบสตูดิโอ จนถึงห้องแบบ 1 ห้องนอน จับกลุ่มคนซื้อลงทุนปล่อยเช่า และหวัง Capital Gain ในอนาคตด้วยห้องวิวสวย มอบมิติของการพักอาศัยที่ดีกว่าด้วยห้องสไตล์ Hybrid เพดานสูง 4.5 เมตร ที่มีอยู่บนชั้นสูง และจับกลุ่มครอบครัว ทั้งครอบครัววัยเริ่มต้น และครอบครัวขยาย ด้วยห้องขนาดใหญ่แบบ 2 – 3 นอน ทั้งรูปแบบ Simplex และ Hybrid ซึ่งก็ต้องบอกว่าโครงการนี้คือโครงการเดียว ที่มีห้องแบบ Hybrid พื้นที่ใช้สอยเยอะมากที่สุดในตลาดคอนโดย่านพระรามเก้ากับห้อง 3 นอนขนาด 90 ตรม. บวกกับพื้นที่ใช้สอยด้านบนอีกเกือบ 40 ตรม.ซึ่งกำลังแต่งห้องอยู่ โดยน่าจะขายประมาณ 20 ลบ. และมากไปกว่านั้นโครงการยังมีอาคารพาณิชย์รูปแบบ Town Villa อีก 4 หลังบริเวณหน้าโครงการก่อนขึ้นสะพานขนาดพท.ใช้สอยประมาณ 200 ตรม.นิดๆ ใช้ส่วนกลางร่วมกับคอนโดได้ขายในราคา 49 ลบ.อีกด้วย….เรียกได้ว่าจะหาโครงการไหนในย่านนี้ที่นำเสนอรูปแบบยูนิตที่ครอบคลุมทุกความต้องการที่แตกต่าง ของคนทุกเพศ ทุกวัยในแบบนี้ ไม่มีอีกแล้วครับ ถ้าจะถามว่าโครงการนี้เหมาะกับใคร ผมก็คงตอบแบบฟันธงไปเลยว่านี่คือโครงการคอนโดเรต ท รูปบ้านสีเขียว เหมือนกับการจัดเรตความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์ไทยที่ทุกคนสามารถอยู่โครงการนี้ร่วมกันได้นั่นเองครับ

ส่วนจุดขายอย่างที่ 2 ก็คือการออกแบบคอนเซปท์พื้นที่ส่วนกลาง ที่ไม่เน้นแค่ความใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มีการสร้างอัตลักษณ์ที่สะท้อนความแตกต่างของโครงการจากโครงการอื่นๆในย่านนี้ ผ่านการร่วมมือกันออกแบบคาแรคเตอร์และสีสันของโครงการกับ P7 ศิลปิน Street Art ชื่อดัง ให้ออกมาในแนว Neo Hybrid ที่ถอดรหัสออกมาเป็นคาแรคเตอร์รูปสัตว์ผสมในจินตนาการทั้ง 3 ตัวที่ผมคิดว่าน่าจะเป็น กวาง ลิง และกระต่าย มั้ง 555 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตัวอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้อยู่อาศัยว่าต้องการมิติแบบไหน ชอบทำกิจกรรมอะไร สะท้อนถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างในแบบทั้ง Simplex เพดานสูง 2.75 เมตร และ Hybrid เพดานสูง 4.5 เมตร บนพื้นที่ส่วนกลางที่สอดแทรกทั้งความสนุก สีสัน บนความหลากหลายของกิจกรรมทั้งพื้นที่ playground hybrid space พื้นที่ Energym, Hybrid Skypool ไปจนถึง Amphitheatre ปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบที่สำคัญคือเปิด 24 ชม.เหมาะกับ Life style คนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาอย่างเต็มที่ตลอดเวลา

เมื่อรวมกับราคาขายต่อตรม.ที่มี Range ราคาอยู่ที่ประมาณตรม.ละ 135,000 – 210,000 บาท โดยที่ห้องแพงๆจะเป็นห้อง Hybrid ที่ถูกจัดวางให้อยู่บนชั้นสูง วิวดีกว่า เพิ่มความพรีเมียมให้ห้องมากขึ้น จึงทำให้ที่นี่เป็น Best Choice สำหรับกลุ่มคนที่มองหาห้องขนาดใหญ่มากๆ เพื่อใช้ทดแทนการอยู่บ้านได้เลย ซึ่งต้องบอกว่านี่คือ ดีมานด์ที่ยังคงไม่ถูกเติมเต็มในย่าน อโศก – พระรามเก้าอย่างแท้จริง เพราะในย่านพระรามเก้า Supply ห้องขนาดใหญ่สุดสำหรับโครงการใหม่ ก็จะมีแค่ไม่กี่ห้องในโครงการ One9Five Asoke – Rama 9 และ Ashton Asoke – Rama 9 ซึ่งเป็นคอนโดในระดับ Luxury ขายในราคาแพงทั้งคู่ จะมีห้องขนาดใหญ่เกินกว่า 90 ตรม.เยอะหน่อยก็ในย่านอโศกแต่ก็ต้องแลกกับราคาขายที่สูงมากขึ้นเช่นกัน

 

สำหรับห้องขนาดเล็กในแบบสตูดิโอ – 1 นอน Simplex แม้จะดูไม่ค่อยแตกต่างในเชิงขนาดพื้นที่ใช้สอยเมื่อเทียบกับโครงการใหม่ด้วยกันเอง แต่หากพิจารณาจากที่ตั้งโครงการ วิวที่ได้ และราคาขายก็จะพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัย พอที่จะทำให้คนซื้อเพื่อปล่อยเช่าทำ Rental Yield ได้ดีกว่า อีกทั้งยังน่าจะตอบโทย์กลุ่มนักศึกษาในย่านอโศก – มศว.ที่ผู้ปกครองนิยมที่จะซื้อคอนโดราคาไม่แพงไว้เป็นบ้านหลังแรก จนกว่าจะไต่เต้าในอาชีพการงานในอนาคตได้เช่นกัน

 

ที่สำคัญคือ พร้อมเข้าอยู่แล้ว เพียงเข้ามาเลือกห้องก็สามารถย้ายเข้าอยู่ได้เลย โดยราคาขายที่นี่สำหรับห้อง Simplex คือ เริ่มต้น 135,000บาทต่อตรม. และห้อง Hybrid ราคาเฉลี่ยต่อตรม.นับเฉพาะพท.ชั้นล่างคือตรม.ละ 2 แสนนิดๆ แต่ถ้านับรวมก็แสนห้ากว่าๆ โครงการขายไปได้ 70% แล้ว แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจอยากชมห้องจริง บรรยากาศจริง ลองลงทะเบียนมาเยี่ยมชมโครงการ ที่จะเปิด Open House 19-20 พย. นี้ ได้ที่ https://anan.ly/3qKlYK0



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.0

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ฝันที่เป็นจริง มาถึงแล้ว! คอนโดหรู 2 ห้องนอนติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า วิวแม่น้ำ แต่คิดค่าเช่าแค่เดือนละ 9,900 หาได้แค่ที่นี่ที่เดียว กับแคมเปญ EVERYONECANRENT อยากอยู่ต้องได้อยู่! จากลิฟวิ่งอินไซเดอร์

โอกาสเดียวในรอบปี ยิ่งซื้อมากยิ่งลุ้นได้มาก! ซื้อแพคเกจเครดิตราคาเริ่มต้นแค่ 199 บาท แต่ได้ทั้งเครดิต และลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อที่ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ ห้องเพ้นท์เฮ้าส์เช่าเดือนละเป็นแสน จ่ายแค่เดือนล... อ่านต่อ

30 November, 2022



[1st Impression] มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ วิลล่า บ้านคลัสเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ให้คุณได้ขยายอาณาจักรแห่งความสุขไปได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

คำว่า “บ้าน” นั้นมีองค์ประกอบอยู่หลายอย่างมากครับ บางคนอาจจะมองว่าบ้านเป็นเพียงแค่สิ่งป... อ่านต่อ
28 November, 2022

[1st Impression] XT PHAYATHAI คอนโดพร้อมอยู่ถูกใจคนมิลเลนเนียล บนพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 6,000 ตร.ม.

XT PHAYATHAI (เอ็กซ์ที พญาไท) คือ ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมโครงการสุดท้ายในกลุ่มแบรนด์ XT ท... อ่านต่อ
25 November, 2022

เจาะเทรนด์การตลาด NFT ที่เป็นมากกว่าภาพ Jpeg

ในสายตาของคนทั่วไปอาจมองว่า NFT เป็นเพียงแค่ไฟล์ Jpeg ที่มีความเป็นงานศิลป์ดิจิทัลและยั... อ่านต่อ
23 November, 2022

เทรนด์ Martech ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเข้าใจ

การทำตลาดในโลกออนไลน์ปัจจุบันมีความยากลำบากมากขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างร... อ่านต่อ
20 November, 2022