VENIO SUKHUMVIT 10

  

เวนิโอ สุขุมวิท 10


“ความอยากหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ต้องอยู่ใจกลางเมือง” ถือว่าเป็นโจทย์ยากสำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะส่วนใหญ่แล้วทำเลใจกลางเมืองก็มักจะมีแหล่งงาน แหล่งการค้าและมีถนนใหญ่ๆ มีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์วิ่งกันส่งเสียงดังจอแจวุ่นวายปวดหัวปวดหู ที่พักอาศัยหรูๆ ติดถนนใหญ่จึงไม่ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการความสงบที่แท้จริง ทำเลที่โดนใจคนกลุ่มนี้นั้นคือ ที่พักอาศัยที่อยู่ในซอยตันที่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่เรียกได้ว่าหาได้ยาก เป็น Rare Location เพราะมีจำกัดมาก นับคร่าวๆ แล้วถือว่าน้อยกว่าทำเลที่อยู่ในซอยที่มีถนนเชื่อมโยงกันครับ

ต่อทอง ทองหล่อ on October 5, 2018 at 4:47 pm

Prop score™: 3.7

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

VENIO SUKHUMVIT 10

บริษัทผู้สร้าง

Ananda Development PLC

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 10

สถานีรถไฟ BTS

BTS นานา Distance 650 m./BTS อโศก Distance 750 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-0-53 ไร่

ชั้น

8 ชั้น

ยูนิต

162 ยูนิต

ที่จอดรถ

68 คัน

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Mailbox, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน, ห้องซักรีด


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์/CONDO

studio

23.20 – 25.75 ตร.ม.

1 bedroom

27.75 – 40.56 ตร.ม.

2 bedroom

49.30 – 71.30 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.6 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

161,500 บาท/ ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

5.49 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

90 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

900 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

-

เว็บไซต์

https://www.ananda.co.th/th/condominium/venio-sukhumvit-10

02-316-2222


เพื่อนบ้าน Street View


อยากหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ต้องอยู่ใจกลางเมือง โจทย์ยากที่ VENIO SUKHUMVIT 10 มอบให้เราได้

 

ค้นหาความเงียบสงบใจกลางเมืองอยู่ใช่ไหม?

 

คนประสบความสำเร็จด้านการงานหลายๆ คน มักจะเป็นคนที่ทำงานหนัก มีแรงขับเคลื่อนภายในอย่างแรงกล้าที่ต้องการประสบความสำเร็จในทุกๆ วัน เรื่องงานต้องมาเป็นอันดับต้นๆ ชีวิตของคนแบบนี้มักจะพบกับความวุ่นวาย พบกับงานที่ต้องคิดต้องตัดสินใจให้กับกิจธุระต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน ช่วงกลางวันของการทำงานมีแต่เรื่องทำให้น่าสนุกผสมน่าปวดหัว พอตกเย็นค่ำมืดมาก็เลยอยากพักผ่อนสงบกายสบายใจ อยากหยุดงานที่ยุ่งเหยิงเอาไว้ชั่วคราว อยากได้พื้นที่พักผ่อนเพื่อการนอนหลับที่เงียบสงบอย่างแท้จริง กิ่นอิ่ม นอนหลับเต็มที่ แล้ววันรุ่งขึ้นก็มาลุยงานอย่างสดชื่นสดใสกันต่อไป คนกลุ่มนี้แม้จะทำงานหนัก ชอบอยู่กับความวุ่นวาย แต่แท้จริงแล้วแสวงหาความเงียบสงบ แต่ถ้าจะให้เลือกไปอยู่ชานเมืองไกลๆ ไปอยู่ต่างจังหวัดก็ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะและไม่ตอบโจทย์ชีวิตเพราะงานและแหล่งรายได้ต่างๆ ยังอยู่ใจกลางเมืองเป็นหลัก

 

“ความอยากหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ต้องอยู่ใจกลางเมือง” ถือว่าเป็นโจทย์ยากสำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะส่วนใหญ่แล้วทำเลใจกลางเมืองก็มักจะมีแหล่งงาน แหล่งการค้าและมีถนนใหญ่ๆ มีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์วิ่งกันส่งเสียงดังจอแจวุ่นวายปวดหัวปวดหู ที่พักอาศัยหรูๆ ติดถนนใหญ่จึงไม่ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการความสงบที่แท้จริง ทำเลที่โดนใจคนกลุ่มนี้นั้นคือ ที่พักอาศัยที่อยู่ในซอยตันที่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่เรียกได้ว่าหาได้ยาก เป็น Rare Location เพราะมีจำกัดมาก นับคร่าวๆ แล้วถือว่าน้อยกว่าทำเลที่อยู่ในซอยที่มีถนนเชื่อมโยงกันครับ

 

ทำเลซอยตันเงียบสงบที่อยู่ใจกลางเมือง เช่น ร่วมฤดีซอย 2, 5 พหลโยธิน 10, 12 เกษมสันต์2, 3 สุขุมวิทฝั่งเลขคู่อย่างสุขุมวิท 8, 10, 12, 14, 52, 68 ส่วนสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ก็มีครับแต่มีค่อนข้างน้อยกว่าฝั่งเลขคู่เช่น สุขุมวิท 59, 61, 67 ซึ่งทำเลซอยตันแบบนี้ถ้าเราลองเดินไปดูจะพบว่ามีที่อยู่อาศัยแนวคิด Private Residence เป็นจำนวนมาก เข้าไปแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว นอกจากนี้ทำเลซอยตันนั้นมีความปลอดภัยสูงมาก เพราะซอยตันนั้นเป็นทำเลที่ไม่ใช่เป้าหมายของพวกโจรขโมยครับ โจรไม่ชอบทำเลซอยตันเพราะทางเข้าออกมีทางเดียวทำให้มีทางหนีทีไล่ลำบากโจรจึงไม่ชอบ ดังนั้นใครที่เลือกอยู่ในซอยตันนั้นถือว่าเลือกได้ดีมีความปลอดภัยสูงกว่าทำเลที่มีถนนเชื่อมเป็นใยแมงมุมครับ

 

ที่อยู่อาศัยในทำเลซอยตันย่านอโศก – นานานั้นถือว่ามี choice ให้เลือกน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นถนนที่มีซอยย่อยเชื่อมต่อกัน ทำเลซอยตันย่านอโศก-นานาที่มีคอนโดมิเนียมขายทั้งโครงการเก่าและใหม่ก็มีแค่สุขุมวิทซอย 8, 10, 12 และสุขุมวิท 14 เท่านั้น แต่ถ้าทำเลที่มีโครงการสร้างเสร็จใหม่เอี่ยมมือหนึ่งพร้อมอยู่ขายในปัจจุบันมีแค่ที่เดียวคือสุุขุมวิทซอย 10 ชื่อโครงการว่า VENIO SUKHUMVIT 10 จากบริษัท Helix ในเครือของ Ananda ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟฟ้านานา แต่ก็สามารถเดินไปสถานีอโศกได้ด้วย เดินไป Terminal 21 ได้ในระยะทางแค่ 750 เมตร ถ้าเดินเท้าก็ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นเอง นอกจากนี้ก็เดินทะลุประตูเล็กเข้าสู่สวนเบญจกิติได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่า สุขุมวิท 10 เป็นทำเลที่เงียบสงบ เหมือนมีสวนธรรมชาติหลังบ้าน และมีหน้าบ้านเป็นเมืองใหญ่โตที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกความต้องการ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมทำเลแบบนี้จึงเป็นที่นิยมของกลุ่ม Private Residence และไม่แปลกใจที่ทำไมราคาที่อยู่อาศัยในซอยตันใจกลางเมืองจึงมีค่าตัวค่อนข้างสูงเพราะมีจุดเด่นที่มีจำนวนจำกัดและมีลักษณะที่ซอยแบบอื่นให้ไม่ได้นั่นเอง

 

คอนโดมิเนียม Low-rise มักจะเงียบสงบ High-rise มักจะวุ่นวาย?

 

จุดร่วมหลักของคอนโดมิเนียม Low-rise หลายๆ โครงการนั้นจะดีกว่าคอนโดมิเนียม High-rise ตรงที่ Low-rise มอบความเป็นส่วนตัวได้มากกว่า จำนวนคนต่ออาคารมักจะมีน้อยกว่า  หนาแน่นน้อยกว่า ลิฟต์ขึ้นลงที่ไม่ต้องรอนานเหมือน High-rise นอกจากนี้ Low-rise มักจะมีจุดเด่นด้านความสงบเงียบเพราะตั้งอยู่ในซอยเล็กที่สร้างตึกสูงไม่ได้ จำนวนคน ความจอแจก็จะน้อยกว่า และคอนโดมิเนียม Low-rise มักจะมีจำนวนยูนิตที่น้อยกว่าและมีการบริหารงานโครงการของนิติบุคคลอาคารชุดที่ใกล้ชิดกับลูกบ้านมากกว่า นอกจากนี้การใช้พื้นที่ส่วนกลางก็ดูคล่องตัวกว่า โดยรวมแล้ว Low-rise มักจะมีความเป็นกันเอง อบอุ่น และเป็นส่วนตัวมากกว่า

 

คอนโดมิเนียม Low-rise ในซอยสุขุมวิท 10 นี้นอกจากจะได้ความเงียบและความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังได้วิวสวยๆ และพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ข้างโครงการเพื่อออกกำลังกายได้ ไม่จำเจ ไม่ต้องอยู่แต่ในห้องพัก ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติเมื่อไหร่แค่เดินออกไปไม่กี่ก้าวก็ถึงทันที เป็นทำเลที่ดีมากทำให้เรามีโอกาสหยิบยืมวิวและความสวยงามของธรรมชาติเพียงก้าวเท้า

 

VENIO SUKHUMVIT 10 กับเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมในเครือ Ananda

 

ผู้เขียนสงสัยที่มาของชื่อโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10 ว่ามีความเป็นมายังไง เพราะสังเกตว่าหลายๆ แบรนด์ของอนันดามักจะลงท้ายด้วยเสียงโอ ไม่ว่าจะเป็น Ideo, Elio, Unio แล้ว VENIO นี้คืออะไร หลังจากที่ค้นหาข้อมูลพบว่า VENIO มาจากภาษาลาติน แปลภาษาอังกฤษได้ว่า coming และแปลเป็นไทยได้ว่า “มา” นั่นเอง และด้วยความที่ VENIO เป็นโครงการสำหรับพักอาศัย เป็นบ้าน (Home) จึงคาดว่าคำว่า VENIO ในการตีความของแบรนด์นั้นน่าจะสื่อความหมายให้กลายเป็นคำว่า Home+coming รวมเป็น Homecoming ที่หมายถึง “การกลับมาบ้าน” ซึ่งคำนี้ให้ความรู้สึกถึงการกลับมาสู่เหย้า การกลับถิ่น กลับสู่อ้อมกอดของบ้านแสนอบอุ่น เป็นที่พักกายพักใจของเรา กลับมาเมื่อไหร่ก็มีความสุขเมื่อนั้น ถือว่า VENIO เป็นคำที่มีความหมายดีเหมาะสำหรับที่จะเป็นชื่อบ้านของเราครับ

 

มีอะไรดีที่ VENIO SUKHUMVIT 10 มอบให้เราบ้าง

คำตอบก็คือที่ VENIO SUKHUMVIT 10  เป็นคอนโดมิเนียมที่แตกต่างจากทุกโครงการที่อนันดาเคยทำมาตรงที่ Architecture Design ซึ่งส่วนใหญ่อนันดามักจะออกแบบ exterior ภายนอกอาคารเป็นลักษณะดูล้ำๆ เหมือนตึกที่มาจากอนาคต แนว Futuristic สร้างบ่อยจนกลายเป็น Signature ของอนันดาไปแล้ว แต่เมื่อเป็น VENIO ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้การดูแลของ Helix ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอนันดาก็ต้องมีเอกลักษณ์แตกต่างสักหน่อย VENIO มาพร้อมกับคอนเซปต์ Modern Luxury & Timeless สวยหรูทันสมัย ไร้กาลเวลาจนกระทั่งกลายเป็นTreasure สมบัติที่มีค่าตลอดกาล เพราะมีการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างแนวคิด Elegant Modernist Simplicity ให้เข้ากับ ClassicalTimelessness ออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะมองดูจากปีไหนๆ ก็สวยคลาสสิกเข้ากับทุกยุคทุกสมัยได้ ดูเก๋าแต่ไม่แก่และไม่ล้าสมัย

 

นอกจากนี้ VENIO SUKHUMVIT 10 มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคอนโดอนันดาที่ผ่านมาตรงที่ VENIO SUKHUMVIT 10 นั้น ขายแบบ Fully Furnished ตกแต่งให้ครบพร้อมอยู่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำพิเศษ ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ Mass ที่เห็นได้ตามทั่วไป มี Interior Design และใช้โทนการตกแต่ง Facility ส่วนกลางที่มอบอารมณ์แห่งความเป็น Romantic Timeless ควบคุม Theme ให้ไม่ดูโฉบเฉี่ยวแต่ล้าสมัยง่าย แต่กลับเลือกใช้โทนสีต่างๆ และวัสดุที่ช่วยให้ดูสงบ สุขุม ดูเป็นอมตะ ดูกี่ปีก็ไม่เบื่อ

 

เอกลักษณ์ของทำเลสุขุมวิทซอย 10 ที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมซอยอื่นๆ อยู่ตรงที่ซอย 10 เป็นซอยตันสำหรับรถยนต์ แต่ไม่ตันสำหรับคนเดินเท้า มีทางเข้าออกรถยนต์ทางเดียว แต่มีทางเข้าออกสำหรับคนเดินเท้า 2 ทาง ทำให้ระดับความน่าอยู่เพิ่มขึ้น เพราะนั่นหมายความว่าไม่มีรถจอแจ ควันพิษจากท่อไอเสียน้อยกว่า แต่สะดวกสบายเดินไปถนนสุขุมวิทสายหลักได้ เดินไปรถไฟฟ้าสถานีนานาประมาณ 650 เมตร และเดินไป 750 เมตรก็ถึงสถานี Interchange อโศกของรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสถานีสุขุมวิทของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และซอยสุขุมวิท 10 ก็ยังมีทางเดินเท้าออกไปสู่สวนเบญจกิติได้อีก ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าเราอยู่ที่ VENIO SUKHUMVIT 10 เปรียบเสมือนมีหลังบ้านเป็นธรรมชาติ หน้าบ้านเป็นเมืองใหญ่ ทำเลดีแบบเดียวกับสุขุมวิท 10 นี้ขอบอกว่าหาได้ยากจริงๆ ครับ

แผนที่โครงการ

 

VENIO SUKHUMVIT 10 กับมุมมองด้านการเงิน ความคุ้มค่า และการลงทุนมิติต่างๆ

 

นอกจากการออกแบบโดยรวมของโครงการแล้ว VENIO SUKHUMVIT 10 ยังคำนึงถึงการออกแบบด้านการเงินหรือ Financial Designสำหรับเทรนด์กลุ่มผู้อยู่อาศัยในย่านนี้ที่ต้องการห้องพักผ่อนสำหรับวันทำงานใจกลางเมืองโดยออกแบบ Unit Design ให้มีห้องขนาดเริ่มตั้งแต่ Studio, 1 Bedroom ไปจนถึงห้องใหญ่ 2 Bedroom ที่เหมาะสมกับงบประมาณและการใช้งานเป็นบ้านหลังที่สองหรือ Second homeและแต่ละขนาดห้องก็รองรับกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่ต้องการเช่าได้อย่างเหมาะสม

 

สัดส่วนของห้องแต่ละรูปแบบ 1 Bedroom มีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ Studio และห้องที่ Rare item ที่สุดคือ 2 Bedroom

ราคาขายของ VENIO SUKHUMVIT 10 นั้นรวมค่าตกแต่งภายในห้องและเฟอร์นิเจอร์ที่แถมให้ครบชุดพร้อมอยู่ได้เลยครับ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้ออยู่อาศัยเองที่ไม่มีเวลาแต่งห้องและเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการซื้อปล่อยเช่าสร้างรายได้ทันที

 

ด้านตัวเลขราคาค่าเช่า ถ้าแบบสัญญา 12 เดือน เริ่มต้นที่ประมาณ 19,000-20,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้องขนาดเล็กสุด Studio ครับ ส่วนห้อง 1 Bedroom ประมาณ 22,500 บาทต่อเดือน ถ้าเป็นสัญญาระยะสั้นขั้นต่ำ 30 วัน ผ่านระบบของ Global Agency ผู้บุกเบิกแนวคิด Sharing Economy ชื่อดัง สำหรับขนาด 1 Bedroom ในย่านสุขุมวิท 10 นั้นมีรายได้ต่อเดือนอยู่ในระหว่างช่วง 20,500-32,500 บาท (สำรวจค่าเช่าเมื่อสิงหาคม พ.ศ. 2561 ครับ ส่วนราคาในอนาคตก็จะเพิ่มหรือลดตามกฎ Demand-supply ครับ)

 

Supply คอนโดมิเนียมในทำเลซอยตันเงียบสงบปลอดภัยแบบนี้มีจำกัดครับก็จะส่งผลให้ราคาขายต่อไม่ลดลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าอนาคตมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ เกิดขึ้นในย่านซอยสุขุมวิท 8, 10, 12 ก็ย่อมมีผลต่อราคาค่าเช่าเพราะมีการแข่งขันสูงขึ้นและความน่าจะเป็นในการขายต่อก็จะน้อยลง ดังนั้นผู้ลงทุนควรคำนวณเผื่อเพิ่มเผื่อลดกันเองนะครับ แต่ผู้เขียนมีความเห็นส่วนตัวว่าคอนโดมิเนียมในซอยตันเหล่านี้เจ้าของไม่ค่อยปล่อยขายต่อมากนัก คาดว่าเป็นเพราะทำเลคาแรกเตอร์เงียบสงบใจกลางเมืองแบบนี้มีน้อยเลยจะเก็บถือไว้ยาวๆ ไปเรื่อยๆ หลายคนก็ซื้อเอาไว้พักผ่อนเองมากกว่า ดังนั้นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเปลี่ยนเงินสดให้เป็นทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่าเพื่อรอขายต่อให้กับคนอยู่เองจริงหรือ Real demand ในอนาคตนั้นก็จะมีความเป็นไปได้สูงครับ แต่จะขอบอกว่าของราคาสูงแบบนี้ไม่ใช่ขายกันรวดเร็วนะครับมันต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ต้องอดทนและเงินเย็นมากพอสมควรเพราะต้องรอ Demand และความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในย่านเพลินจิต-นานา-อโศกด้วยครับ

 

สำหรับผู้ที่อยากซื้ออยู่เองแต่ยังลังเลว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ซื้อไปจะคุ้มค่าไหม ถ้าไม่อยู่เองแล้วจะปล่อยเช่าได้ไหม จะขายต่อได้หรือเปล่า ก็ขอแสดงความเห็นภาพรวมว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามความเสี่ยงของความเป็นทำเล “สุขุมวิท” นั้นถือว่าต่ำเพราะเป็นย่านธุรกิจการค้าที่ยอดนิยมตลอดกาลในระยะยาว และปัจจัยด้านรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กำลังจะมีการขยายความยาวเส้นทางเพิ่มอีกก็ยิ่งจะตอกย้ำความเจริญของสุขุมวิทได้เพิ่มมากขึ้นทุกปีครับ ลองย้อนดูอดีต 20 ปีที่ผ่านมาดูก็ได้ครับว่าทำเลสุขุมวิทก็ยังมีการเจริญเติบโตอยู่เรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ขนาดอโศกที่ว่าโตไปแล้วยังมีโครงการใหม่ผุดขึ้นได้อีกไม่ว่าจะโรงแรมหรือคอนโดมิเนียมรวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากมาย มีการปรับเปลี่ยนการใช้งานของอสังหาริมทรัพย์อยู่ตลอด จากที่ดินเปล่าเป็นคอนโดมิเนียม จากบ้านเดี่ยวเป็นร้านอาหาร จากร้านอาหารเป็นโรงแรม จากตลาดเป็นคอนโดมิเนียม เป็นต้น ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าเลือกสุขุมวิทแล้วจะผิดหวังในอนาคตครับ “ยังไงเมืองก็คือเมืองอยู่ดี” ในเมืองก็จะยังมีคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป และคนที่มาอยู่สุขุมวิทเหล่านั้นแหละที่จะเป็นลูกค้าของเราเอง

 

VENIO SUKHUMVIT 10 เหลือขายจำกัดแค่ไม่กี่ห้อง ถ้าสนใจต้องมาดู

 

จากรายงานสถานการณ์งานขายตามรายงาน Q2/2018 Analyst Meeting and Business Plan ที่มาจาก https://www.ananda.co.th/stocks/ir_presentations/o0x0/z7/8p/f3omz78p46/2018-08-08-Presentation-for-Q2-18-Analyst-Day.pdf  สรุปว่าโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10 เปิดตัวโครงการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 ขายไปแล้ว 78% เหลือขาย 22% และมียอดโอนไปแล้วประมาณ 50% ส่วนข้อมูลล่าสุด ณ ช่วงเดือนกันยายน 2018 นั้นมีจำนวนห้องที่เหลือขายไม่กี่ห้อง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 10-15% ซึ่งถือว่ามีอัตราการดูดซับประมาณไตรมาสละ 10% เรียกได้ว่า VENIO SUKHUMVIT 10 เป็นโครงการที่ขายได้เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องและผู้เขียนคาดว่าภายในสิ้นปี 2018 หรือต้นปี 2019 จะขายได้หมดปิดทั้งโครงการ

 

กลยุทธ์การขายของ VENIO SUKHUMVIT 10 นั้นใช้สื่อ Social Network ในการประชาสัมพันธ์เข้าถึงลูกค้าและสร้าง Content ข้อมูลเชิงลึกของโครงการให้อยู่ในอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ลูกค้าได้อ่านแล้วช่วยในการตัดสินใจ แต่หลักๆ แล้วจะใช้ทีมขายจากบริษัท Helix เครือ Anandaซึ่ง Helix รับหน้าที่เป็นทั้งผู้พัฒนาและเป็นผู้ขายเองด้วย โดยมีพนักงานนั่งอยู่ที่โครงการเพื่อบริการขายห้องทั้งยูนิตมือแรกที่ซื้อตรงจากโครงการและก็ยังรับฝากขายห้อง Resale จากลูกค้าที่ซื้อโอนรวมถึงลูกค้าที่โอนห้องไปแล้วด้วย เรียกได้ว่าบริษัทเดียวทำได้ทุกอย่างครบวงจร

 

สถานะของยูนิตจะส่งผลให้ราคาแตกต่างกันครับ โดยราคาห้อง Resale ก่อนโอนนั้นอาจจะถูกกว่าห้องมือแรกที่ซื้อตรงจากโครงการครับซึ่งจะมีจำนวนไม่มากครับ เพราะของถูกกว่าคนก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา ส่วนห้องมือแรกซื้อตรงจากโครงการนั้นกำลังทำราคาโปรโมชั่นเริ่มต้นอยู่ตารางเมตรละ 160,000 กว่าๆ ก็เหลืออยู่ประมาณ 10-15% จากยูนิตทั้งหมด ส่วนห้อง Resale ประเภทที่โอนไปแล้วก็มีมากที่สุด มีค่อนข้างเยอะ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อโอนไปแล้วราคาก็ต้องพุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนต่างๆ ที่กำหนดโดยหน่วยงานรัฐซึ่งจะมาต่อรองขอลดก็ไม่ได้ แต่ข้อดีคือจะมีห้องตำแหน่งสวยๆ น่าจะถูกใจผู้อยู่เองจริงครับ ขอสรุปว่าราคาขายที่ VENIO SUKHUMVIT 10 นั้นมีหลากหลายครับแล้วแต่ตำแหน่งห้อง เอาเป็นว่าชอบห้องมุมไหน วิวไหน และมีงบประมาณเท่าไหร่ มีความต้องการอะไรก็ปรึกษาพนักงานขายที่เคาน์เตอร์สำนักงานขายภายใน Lobby ของ VENIO SUKHUMVIT 10 ได้เลยครับ พนักงานของ Helix ยินดีให้บริการครับ ขับรถเข้าไปดูห้องจริงๆ กันที่ VENIO SUKHUMVIT 10 ในซอยสุขุมวิท 10 ตำแหน่งใน Google Maps ที่นี่ครับ https://goo.gl/maps/q8zZgdCRqd92  พิกัด GPS: 13.734913, 100.556976 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.ananda.co.th/th/condominium/venio-sukhumvit-10 และถ้าอยากรับข่าวสารทางไลน์ก็ Add Line กับทาง Helix ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40helix

 

กลยุทธ์การขายอีกวิธีของโครงการนี้คือมอบสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานของบริษัท Partner จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 1.5% และมี Friends Get Friends ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าเก่าของอนันดา (AMC) มีสิทธิ์รับสิทธิประโยชน์จากการแนะนำเพื่อนให้มาซื้อโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10

รายละเอียดเกี่ยวกับพนักงานบริษัท Partner ที่จะได้รับสิทธิพิเศษ

 

โครงการคอนโดมิเนียม Low-rise ในย่านนานา-อโศกที่ใกล้เคียงกับ VENIO SUKHUMVIT 10 เช่น โครงการ Circle S Sukhumvit 12 เป็นโครงการที่มีสระว่ายน้ำอยู่ชั้น Rooftop ภายในตกแต่งเหมือนโรงแรม มีงานศิลปะ ทางเดินเป็น Single Corridor ที่ทำเป็น Void space โปร่งโล่ง แต่จุดด้อยคือพื้นที่โครงการมีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยระยะสั้นๆ มากกว่า อีกโครงการคือ Walden Asoke มีจุดเด่นที่ออกแบบให้คล้ายโรงแรมแต่ทำเลอยู่ในซอยที่เชื่อมต่อไปซอยอื่นๆ ได้อีก ไม่เป็นทำเลซอยตันที่เงียบสงบเหมือนซอยสุขุมวิท 10

 

สรุปจุดเด่น VENIO SUKHUMVIT 10

VENIO SUKHUMVIT 10 เป็นคอนโดมิเนียม Low-rise ตั้งอยู่ทำเลย่านอโศก-นานาที่เงียบสงบปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัวสไตล์ Private Residence ดีมาก แตกต่างจากซอยอื่นๆ ในย่านนี้ หลังบ้านมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 2 สวน หน้าบ้านเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยธุรกิจการค้า ใกล้รถไฟฟ้า 3 สถานี ได้แก่ 650 เมตรจาก BTS สถานีนานา และ 750 เมตรจาก BTS อโศก/MRT สุขุมวิท โครงการขายแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์เกรดพรีเมียม โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่ค่อนข้าง Competitive กว่าคอนโดในย่านเดียวกัน  ออกแบบห้องพักอาศัยให้มีขนาดเหมาะกับการซื้อเป็นบ้านหลังที่สองพักผ่อนใจกลางเมืองในวันทำงานและขนาดห้องผันออกมาเป็นราคาที่มีความคุ้มค่าสำหรับซื้อลงทุนระยะยาวปล่อยเช่า อีกจุดเด่นคือแม้จะเป็น Low-rise แต่เพดานสูงถึง 2.6 เมตร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานคอนโด Low Rise ทั่วไป งานออกแบบที่มีความ Modern Luxury ผสมกับคลาสสิก Timeless ที่ดูทุกวันทุกปีได้ไม่ล้าสมัย เหมาะสมกับเป็นคอนโดมิเนียมที่ได้รับรางวัล Best Low-Rise Condo Architectural Design (Bangkok) Thailand Property Awards 2017 ที่ผู้อยู่อาศัยภาคภูมิใจไปด้วยกัน

 

มีอะไรใน VENIO SUKHUMVIT 10 บ้าง

VENIO SUKHUMVIT 10 เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร วางตัวเป็นรูปตัว L ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 1 ไร่ 53 ตารางวาหรือคิดเป็น 1,812 ตารางเมตร มีห้องพักอาศัยจำนวน 162 ยูนิต มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้นทำเป็นที่จอดรถเพิ่ม สามารถจอดรถได้ทุกชั้นรวมกันได้ 68 ช่องจอด คิดเป็น 41% ลิฟต์โดยสารแบรนด์ Schindler จำนวน 2 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด กล้องวงจรปิด พนักงานรักษาความปลอดภัย มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับออกกำลังกายและพักผ่อน ได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ล็อบบี้ ห้องจดหมาย โถงลิฟต์ ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ห้องซักอบผ้า ชั้น Rooftop เป็นสวนลอยฟ้าพร้อมที่นั่งพักผ่อน และจะสังเกตได้ว่าโครงการนี้ไม่มีพื้นที่นั่งทำงานแบบ Co-working Space นะครับเพราะคอนเซปต์ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง

 

คลิกดูรีวิวของรายการ Urban Reviewer เพิ่มเติมได้ที่
สระว่ายน้ำสำหรับการแช่น้ำพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว

สถาปัตยกรรมของที่ VENIO SUKHUMVIT 10 เป็นการผสมผสานระหว่าง Modern Luxury กับ Timeless

ทางเข้าโครงการที่ให้ความรู้สึกแห่งความเป็น Sanctuary ที่สงบมีความเป็นส่วนตัว

โถงนั่งพักผ่อน มีโซฟาพนักสูงที่สร้าง private space ขึ้นมาในพื้นที่ส่วนกลาง และเก้าอี้นั่งชมวิวสวน

เดินบันลงมาจะมี Lobby สำหรับนั่งพักคอย เคาน์เตอร์ที่พนักงานขายของ Helix จะอยู่ในภาพนี้แหละครับ โถงนี้เป็นโถงหลักที่จะพาเราไปสู่ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องน้ำ และโถงลิฟต์ที่มีประตูออกไปสู่ลานจอดรถ

เดินตรงมาอีกนิดมีห้องฟิตเนส

เครื่องเล่นเพียงพอ มีทั้งจักรยาน ลู่วิ่งไฟฟ้า ทีวีก็มีครับ

ลู่วิ่งไฟฟ้าแบรนด์ Life Fitness

ส่วนจักรยานแบรนด์ ENCORE

กระสอบชกมวย ดัมเบลล์ และเครื่องออกกำลังกายต่างๆ มีกระจกเงาให้ส่องตรวจท่าทางด้วย หน้าต่างข้างนอกจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ให้ผ่อนคลายสบายตา

เดินขึ้นบันไดมาอีกหนึ่งสเต็ปออกมา outdoor จะเป็นสระว่ายน้ำ มีเตียงอาบแดด ร่ม และมี outdoor furniture ให้เลือกใช้หลายอย่าง จัดสวนผสมระหว่างพืชพรรณธรรมชาติและหญ้าเทียมเพื่อการดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

ให้ความรู้สึกโรแมนติก หวาน มีความเป็นส่วนตัว แต่ก็สุขุมนุ่มลึก เหมาะกับการพักผ่อน

สีฟ้าจากน้ำตัดกับสีเขียว และช่วยเพิ่มความโดดเด่นด้วยสีน้ำตาลที่ตัดกับสีเทาเข้มของอาคาร

ดูอบอุ่น เห็นแล้วชวนให้เป็นบ้านที่เราอยากกลับมาหาทุกวัน

Geoasis เป็นสระว่ายน้ำรูปร่าง Geometry และมีบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ semi-outdoor

การใช้งานหลักๆ ของสระว่ายน้ำที่ VENIO SUKHUMVIT 10 จะไม่ใช่การว่ายน้ำไปกลับแบบ Lap pool แต่คือการแช่ตัวพักผ่อน ชมธรรมชาติและเสพความเงียบสงบ เป็น serene pool ซะมากกว่าครับ

ภายในโถงหลัก นอกจากมีที่นั่งและเคาน์เตอร์รับแขกแล้วก็มีตู้เก็บของสำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งอยู่ข้างๆ กับห้องน้ำอาบน้ำส่วนกลาง

ห้องน้ำและห้องอาบน้ำส่วนกลาง

เดินออกจากโถงหลักเข้ามาสู่โถงลิฟต์ก็พบกับลิฟต์ 2 ตัว มีป้ายประกาศของนิติบุคคลบริหารคอนโดมิเนียม

และมีตู้จดหมาย

มีประตูเข้าสู่ห้องซักอบผ้าหยอดเหรียญที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น

ชั้น Rooftop มี Serenity Garden เป็นสวนดาดฟ้า

มีพื้นที่สำหรับจัดเลี้ยง ปาร์ตี้บาบีคิวยามเย็น

มีที่นั่งพักผ่อน

เทควิวเมือง ถ้าตอนกลางคืนน่าจะเงียบสงบดีครับ

ถ้าเป็นกลางคืนแสงไฟน่าจะสวยกว่ากลางวัน

มีลานวิ่งเล่นสำหรับเด็ก

พืชดอกสิ่งกลิ่นหอม

วิวจากชั้น 8 มองเห็นสวน (แต่ต้องแหวกต้นไม้ดูนะครับถึงจะได้วิวนี้)

วิวตึกต่างๆ

เดินลงออกมาดูด้านหน้าโครงการ มีป้าย VENIO SUKHUMVIT 10 ดีไซน์บนแผ่นลายหินสีดำ ดู Modern Classic

ถนนด้านหน้าโครงการเป็นถนนคอนกรีต

ด้านหน้าทางเข้ามีกล้องวงจรปิด มีรปภ. และไม้กั้นอัตโนมัติสำหรับรถยนต์

ลานจอดรถที่ชั้น Ground

มีรถตุ๊กตุ๊กสั่งทำดีไซน์พิเศษมีเอกลักษณ์ เป็นรถแบบ On-demand private shuttle service (ตามช่วงเวลาที่นิติบุคคลฯ ประกาศ) สำหรับลูกบ้าน อยากให้รถออกเมื่อไหร่ก็บอกได้ทันที และรถคันนี้จะสามารถรับส่งได้ถึงหน้าปากซอยสุขุมวิท 10 ครับ ขากลับบ้านก็สามารถโทรเรียกให้รถออกมารับที่ปากซอยได้ครับ สะดวกสบายมากๆ และนี่คือข้อดีของการอยู่คอนโดมิเนียม Low-rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อยครับ จะได้รับบริการที่ exclusive มากกว่าคอนโดมิเนียมที่จำนวนยูนิตเยอะๆ

รั้วภายในโครงการ มีทางเดินเท้าเข้าสู่สวนก่อนเข้าบ้าน เสมือนเรามีรั้วเตี้ยๆ ดูน่ารักอบอุ่นอยู่หน้าบ้านของเรา

ลองเดินเข้ามาแล้วให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและผ่อนคลายทุกครั้งที่เข้าออก

ตอนกลางคืนน่าจะสวยครับ มีโคมไฟส่องสว่างที่พื้นด้วย

โดยรวมแล้ว Facility ของ VENIO SUKHUMVIT 10 ให้ประสบการณ์ที่ดูอบอุ่น เป็นส่วนตัว ขนาดพอเหมาะกับโครงการ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินความสามารถในการดูแลระยะยาว มีบริการที่ทั่วถึงเพราะจำนวนยูนิตน้อย พื้นที่ส่วนกลางเน้นสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

 

ทำเลรอบๆ VENIO SUKHUMVIT 10 มีอะไรบ้าง

 

ใกล้กับโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10 มีรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกให้ 3 สถานีครับ สถานีแรกคือสถานีนานา สถานีอโศก และสถานีสุขุมวิท สะดวกสถานีไหนไปที่นั่นได้เลยครับ เพราะระยะทางต่างกันประมาณ 200 เมตรเท่านั้นเอง ไม่ถือว่าต่างกันมากนัก

 

ถ้าเดินมาจากสถานีอโศกจะคึกคักมากกว่าเดินจากสถานีนานา ฉะนั้นผมขอแนะนำถ้าขากลับบ้านให้ลงสถานีอโศกจะดีกว่าครับเพราะเราจะได้แวะซื้อของ เดินเล่นห้าง กินข้าวก่อนกลับ แล้วเราก็เดินไปถึงปากซอยสุขุมวิท 10 แล้วโทรเรียกให้รถรับส่งส่วนตัวมารับที่ปากซอย นั่นเท่ากับว่าระยะทางเดินจริงๆ ของเราแค่ 300 เมตรเท่านั้นครับ ถือว่าใกล้มากๆ

ระหว่างทางเดินจากสถานีอโศกไป VENIO SUKHUMVIT 10 มี Korean Town ร้านอาหารเกาหลีมากมาย

นอกจาก Korean Town แล้ว VENIO SUKHUMVIT 10 ก็ยังใกล้กับอาคาร Times Square โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit Hotel ใกล้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ใกล้ห้าง Robinson Sukhumvit ที่มีซูเปอร์มาร์เก็ต ใกล้ Terminal 21 ใกล้ออฟฟิศ Interchange 21, Exchange Tower, Sinothai Tower และอาคารอื่นๆ ตามแนวถนนอโศก รัชดาภิเษก สุขุมวิท ถือว่าเป๋็นทำเลพักอาศัยใกล้ย่าน CBD ครับ

 

เดินนิดเดียวก็ถึงปากซอยสุขุมวิท 10 ด้านหน้าปากซอยมีสวนชูวิทย์

สวนชูวิทย์

ปากซอยสุขุมวิท 10 ครับ ถ้าเราซื้อ VENIO SUKHUMVIT 10 เป็นลูกบ้านเรียบร้อยแล้วเรามีสิทธิ์โทรเรียกให้รถตุ๊กตุ๊กของโครงการมารับเราได้ครับ ไม่ต้องเดินเข้าไปเอง สบาย

ชื่อซอย 10 จริงๆ คือซอยแสนสำราญ ชื่อน่าอยู่มากๆ

ภายในซอย 10 เงียบสงบมาก แต่ก็มีคนเดินเข้าออกบ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนที่พักโรงแรมด้านใน หรืออยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนต์ บ้าน ทาวน์โฮมข้างในซอยครับ

Chan & Yupa Tearoom ร้านชาและร้านอาหารสุดโรแมนติกสไตล์ย้อนยุค

มีอาคารพาณิชย์กระจายตัวอยู่บ้าง มีร้านนวดผ่อนคลาย

คอนโดมิเนียม Siri Sukhumvit 10

โรงแรมแกเลอเรีย เท็น

ทาวน์โฮมที่ทำเป็นสำนักงาน

และมีโรงแรมอาคารสูง โรงแรม Center Point Hotel Sukhumvit 10

ด้านในมีร้านอาหาร Rim Suan มีร้านทำผม และ Minimart

ด้านล่างของโรงแรมมีร้านมินิมาร์ทด้วยครับ ซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ ได้ สะดวกดี

และก็มีร้านอาหารอยู่ในโรงแรมด้วย ถ้าหิวก็เดินมากินได้

สุดปลายซอยสุขุมวิท 10 จะมีทางเดินเท้าเข้าสู่สวนเบญจกิติครับ

จะเป็นทางรถเดินและทางรถจักรยาน ขี่ออกกำลังกายได้ ซึ่งทางจักรยานสามารถเชื่อมต่อไปถึงสวนลุมพินีได้เลยครับ

มีบรรยากาศธรรมชาติสูงมาก  มีคลอง ต้นไม้ เหมือนเรามีสวนอยู่หลังบ้าน

ขี่จักรยานแบบชิลล์ๆ ใต้ร่มไม้

เดินไปอีกนิดก็เป็นทางรถยนต์ แต่ไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาหรอกครับ

เชื่อมต่อไปสวนเบญจกิติได้

โดยรวมแล้วทำเลของ VENIO SUKHUMVIT 10 อยู่จุดกึ่งกลางระหว่างความเป็นธรรมชาติและความเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปย่านธุรกิจการค้า ถือว่าเป็นโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับพักอาศัยในทำเลในฝันของหลายคน แต่แค่พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่ามีที่ VENIO SUKHUMVIT 10

 

 

Master Plan, Floor Plan และ Unit Plan ของ VENIO SUKHUMVIT 10

 

Master Plan ชั้น 1 แสดงภาพ Circulation ของรถยนต์และ facility ต่างๆ

Floor Plan ชั้น B1 ชั้นใต้ดินเป็นลานจอดรถและโถงลิฟต์

นี่คือทางลงชั้นใต้ดิน

ห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 2 เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 มีห้อง 1 Bedroom วิวทิศเหนือซึ่งปัจจุบันได้วิวสวนบ้านเดี่ยวแต่ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่ดินเป็นโครงการอื่นๆ ต้องรอลุ้นกันไป ส่วนทิศใต้จะเป็นห้อง Studio หน้ากว้างแต่ได้วิวกำแพงโครงการ แต่ถ้าขยับขึ้นไปชั้นสูงจากวิวกำแพงจะกลายเป็นวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ส่วนฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่เป็นห้อง Studio แบบลึก หน้าห้องเป็น Single Corridor ที่ได้วิวโล่งครึ่งหนึ่งและเป็นวิวอาคารสูง 7-8 ชั้นอีกครึ่งหนึ่ง (ด้านที่ใกล้ลิฟต์จะได้วิวอาคาร)

นี่คือวิวปัจจุบันของห้องฝั่งทิศเหนือ

นี่คือภาพของห้องที่อยู่ชั้น 2 วิวทิศใต้ที่หันหน้าเข้าหารั้วโครงการ

ชั้น 2 ทิศใต้เป็นห้อง Studio ที่มีกันสาดขนาดใหญ่ช่วยบังฝน น้ำไม่รั่วแน่ๆ

ขึ้นมาชั้น 3 ห้องทิศใต้จะเปลี่ยนจาก Studio เป็น 1 Bedroom และมี 2 Bedroom แทรกตัวขึ้นมารับกับวิวสระว่ายน้ำและสวน ส่วนห้องทิศเหนือก็มี 1 Bedroom เป็นส่วนใหญ่เหมือนเดิม มีห้องทิศตะวันออกเพิ่มขึ้นมารับกับวิวสระว่ายน้ำภายในโครงการ ถือว่าเป็นมุมห้องที่ดีที่สุด

ชั้น 4 เหมือนกับชั้น 3 ระยะมองเห็นสระว่ายน้ำเริ่มไกลออกไป

ชั้น 5 ก็เหมือนชั้น 3 แต่จะสูงขึ้น ห้องทิศใต้กับทิศตะวันออกจะมองเห็นวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ได้ไกลมากขึ้น

วิวสวนแบบนี้

ชั้นสูงๆ ชั้น 4 ขึ้นไปก็จะได้วิวโล่ง กว้างแบบนี้

ห้องทิศใต้และตะวันออกชั้นเตี้ยๆประมาณ 3-4 ถ้ามองลงไปก็เห็นสระว่ายน้ำสวยๆ และสวนสีเขียวๆ ภายในโครงการ

ชั้น 6

พอขึ้นมาชั้น 7 จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง มีห้องมุมที่มีพื้นที่สวนส่วนตัว

ขึ้นมาชั้นพักอาศัยสูงสุดที่ชั้น 8 ทุกอย่างเหมือนชั้น 7 แต่ห้องมุมด้านทิศเหนือกับใต้จะไม่มีสวนส่วนตัว แต่จะสามารถเทควิวไกลได้สูงสุด

จากบันไดหนีไฟชั้น 8 สามารถเดินขึ้นมา Serenity Garden ที่ Rooftop ได้

 

Unit Plan รูปแบบห้องที่ยังเหลือขายในปัจจุบัน

 

แบบ Studio ทรงลึกแนว Modernist เหมือนห้องตามโรงแรม เหมาะกับการปล่อยเช่าทั้งระยะสั้น 30 วันและระยะยาว 12 เดือน เพราะราคาค่าเช่าจะดึงดูดใจมากที่สุด แต่ก็ได้อยู่ในทำเลคุณภาพชีวิตและบริการเทียบเท่ากับห้องรูปแบบอื่นๆ

แบบ 1 Bedroom 33.80 ตร.ม. แบบนี้มีเหลือมากกว่าเพราะในโครงการมีสัดส่วนห้องแบบนี้เยอะที่สุด และถือว่าเป็น design ที่อยู่สบายมากกว่า ห้องน้ำเข้าได้ 2 ทางและมีประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างโซนครัวกับโซนนอนให้แยกส่วนกันได้

แบบ 2 Bedroom 53 ตร.ม. ที่โดดเด่นเรื่องความกว้างใหญ่ของห้องนอน Master Bedroom ห้องน้ำในตัว พื้นที่ครัวอยู่ส่วนเดียวกับห้องนั่งเล่นทำให้เหมาะกับงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูงได้ มีห้องนอนเล็กสำหรับเพื่อนๆ มานอนได้ด้วย ห้องน้ำกลางก็มี แบ่งแยกระหว่างห้องน้ำเจ้าบ้านกับห้องน้ำแขกให้แยกออกจากกันเป็นสัดส่วน โดยทั้งหมดออกแบบให้อยู่ในขนาด 53 ตร.ม. ได้อย่างน่าแปลกใจ เรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังเล็กๆ ใจกลางเมืองได้เลย

 

 

พาชมห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ของ VENIO SUKHUMVIT 10

ห้องตัวอย่างที่จัดแสดงไว้ในโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10 คือ 1 Bedroom 33.80 ตร.ม.ซึ่งเป็นห้องส่วนใหญ่ของโครงการที่ยังมีเหลือขายอยู่ครับ

Layout แบบนี้ครับ จุดเด่นคือห้องนอนมี bay window เล็กๆ และมีประตูบานเลื่อนกั้นโซนนอนกับโซนนั่งเล่น+ครัวออกจากกัน ห้องน้ำเข้าได้ 2 ทาง และมีระเบียงยาวลดความเสี่ยงผนังน้ำรั่วซึม ทีวีติดอันเดียวดูได้ทั้งสองห้อง

ป้ายหน้าห้องเป็นรูปแบบนี้ ดูเท่ๆ

เปิดประตูห้องเข้ามาพบกับโซนครัวและโซนนั่งเล่น

ชุดครัวแบบนี้ บานตู้สีเทาเข้มตัดกับท๊อปครัวสีขาว

โซนนั่งเล่น มีโซฟา

โซฟาแบบที่แถมให้ครับ นั่งได้ นอนได้

ตู้วางทีวีแถมให้ แต่ทีวีต้องหาซื้อเองตามใจชอบ

แอร์โซนนั่งเล่นตรงกลางห้องแบบนี้

ชุดโต๊ะกินข้าวพร้อมเก้าอี้ที่แถมให้

โต๊ะท๊อปเป็นกระจกนิรภัยครับ

โซฟายาวนั่งได้ 3 คน แต่ระยะนั่งค่อนข้างแคบไปหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ ถ้าไม่ชอบของแถมให้ก็ยกออกไปได้แล้วซื้อใหม่ที่ตัวเองถูกใจ

เป็นโซนอเนกประสงค์ที่เป็นทรงลึก เชื่อมต่อระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่น เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่สำหรับการปาร์ตี้เล็กๆ ในห้อง

ประตูกระจกบานเลื่อนออกไประเบียง

ธรณีประตู พื้นระเบียงเป็นกระเบื้อง พื้นในห้องเป็นลามิเนต

พื้นที่ระเบียงไม่กว้าง เหมาะสำหรับการตากผ้า ยืนชมวิว ราวกันตกก็มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ดีครับ

พื้นที่วาง CDU แอร์แบ่งเป็นสัดส่วน หลบสายตา ถ้าเราอยู่ในห้องนั่งเล่นจะมองไม่เห็น

กลับมาดูชุดครัวกันอีกรอบ จะมีตู้ ลิ้นชัก และยาวไปถึงตู้เหนือตู้เย็นด้วยครับ

เปิดบานตู้ออกมาได้แบบนี้

เก็บของได้เยอะ ตรง Hood ดูดควันเป็นระบบหมุนเวียน

จุดวางเครื่องซักผ้าวางในช่องตรงกลางครับ (ระเบียงวางเครื่องซักผ้าไม่ได้ครับ) ชั้นวางไมโครเวฟอยู่ใต้เตาไฟฟ้า ส่วนอ่างล้างจานอยู่ทางขวาสุดฝั่งติดกับตู้เย็น แต่ว่าฉากกั้นระหว่างตู้เย็นเอาไว้ น้ำจะไม่กระเด็น

ลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ครัว

ลิ้นชักเก็บของ

Backsplash กันเลอะผนัง

เตาไฟฟ้า 2 หัว

เครื่องดูดควัน

อ่างล้างจาน

ตรงข้ามตู้เย็นมีเฟอร์นิเจอร์ตู้เก็บของและวางรองเท้าแบบนี้แถมให้ครับ

ระหว่างครัวกับโซนนอนมีประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ 3 ตอนกั้นพื้นที่

เตียงนอน และตำแหน่งติดแอร์

ตู้เสื้อผ้าอยู่ข้างเตียง

ข้างตู้เสื้อผ้ามีประตูห้องน้ำ

ถ้าเรานอนบนเตียงก็สามารถมองทีวีจากเตียงได้

แถมเตียง แต่ไม่แถมฟูกนอนให้นะครับ หาซื้อได้ตามใจชอบ แข็งนิ่มแล้วแต่เลย

ในโซนนอนมีหน้าต่าง

ซึ่งมีพื้นที่เป็นโซนเล็กๆ ริมหน้าต่าง

หน้าต่างบานกระทุ้ง

เฟอร์นิเจอร์ที่แถมให้เป็นโต๊ะแต่งหน้าแบบนี้ เปิดท๊อปโต๊ะเป็นที่เก็บของได้และกระจกเงา แต่ถ้าไม่ชอบอยากยกออกก็เปลี่ยนเป็นเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ตามใจชอบครับ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เองเลย

พอสำหรับวางเครื่องสำอางไหมนะ 555 คาดว่าไม่พอครับ

กลับมาดูตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง ตู้ใหญ่ทีเดียวครับ และ Built-in ไปจนสุดฝ้าเพดานเลย

พอเปิดออกมาก็เก็บของได้หลากหลาย

ประตูห้องน้ำเข้าได้ 2 ทาง จากโซนนอนเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนจากโซนครัวเป็นประตูบานสวิง

ธรณีห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำที่ดูสะอาด เรียบหรู

ตู้ใต้อ่างล้างมือเก็บของได้

ตู้เป็นลิ้นชักเปิดออกแบบนี้

อ่างล้างมือ

โถสุขภัณฑ์แบบปุ่มกดด้านบน

ผมขอรีวิวเจาะลึกไปที่โถสุขภัณฑ์สักนิดนะครับ เพราะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมควรให้ความสำคัญด้วย ถ้าเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เราอาจจะยกเปลี่ยนได้ง่ายๆ แต่โถนี้จะมายกเปลี่ยนกันบ่อยๆ คงไม่ได้ครับ! ดังนั้นต้องพิถีพิถันในการเลือกสักหน่อย โถสุขภัณฑ์ที่ VENIO SUKHUMVIT 10 เลือกใช้นั้นค่อนข้างกว้างดีมากครับ นั่งสบาย และบริเวณ water surface ก็มีความกว้างระดับปานกลางตามรูปแบบระบบการชำระแบบ Siphonic wash-down ข้อดีคือช่วยประหยัดน้ำเพราะใช้น้ำแค่ประมาณ 6 ลิตร และช่วยลดปัญหาสิ่งปฏิกูลติดค้างหลังทำธุระได้มากกว่าแบบ wash-down ธรรมดา

ธรณีกั้นโซนเปียก/แห้ง

ฝักบัวเลื่อนขึ้นลงได้ กระเบื้องผนังแผ่นใหญ่ทำให้ห้องน้ำดูใหญ่ขึ้น

มีช่องวางของในโซนเปียก

สวิตช์ไฟในห้องน้ำนี้มีฝาครอบปิดให้ด้วย เพื่อความปลอดภัย

อีกฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างแปลกคือเราสามารถเลื่อนประตูบานกระจก 3 ตอนขนาดใหญ่นี้ให้ปิดแยกส่วนโซนนอน+ห้องน้ำให้แยกออกจากโซนนั่งเล่น+ครัวได้อย่างตัดขาดกัน

เพราะรางกระจกบานเลื่อนนั้นยาวมาจนสุดถึงตู้รองเท้าเลยครับ

สวิตช์ไฟ

แถม Digital Door Lock

โถงทางเดินแต่ละชั้น เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว ดูเรียบง่าย กระเบื้องสีเทาออกเงาๆ มันๆ แวววา วงกบประตูสีเข้ม และประตูห้องสีน้ำตาล ดูรวมๆ แล้วมีความเท่มากพอตัว

ส่วนโถงลิฟต์นั้นดีไซน์แบบเรียบง่ายไปเลย

 

ตึกสวยแต่ระบบความปลอดภัยต่างๆ ต้องไม่พลาด ที่ VENIO SUKHUMVIT 10 มีระบบความปลอดภัยพร้อมทุกมิติ

เนื่องจากคอนโดมิเนียม VENIO SUKHUMVIT 10 บริหารงานโดย Lumpini Property Management ครับซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์สูงในด้านดูแลอาคารชุดที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ก็จะมีระบบความปลอดภัยที่ครบทุกมิติทั้งด้านรักษาความปลอดภัย ระบบการทำงานที่รัดกุม และระบบปฐมพยาบาลต่างๆ เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สิน

ระบบ Key card access ที่สามารถรองรับระบบ finger print scan ได้ในอนาคต

ภายใน VENIO SUKHUMVIT 10 มีเครื่อง AED (Automated External Defibrillator) หรือเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ

อุปกรณ์ดับเพลิงในแต่ละชั้น

ระบบตรวจจับควัน Smoke Detector ภายในห้องพักอาศัย

กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์และด้านหน้าประตูทางเข้าโครงการก็มีครับ กระจายอยู่ทั่วโครงการ

ลิฟต์เป็นแบบล็อคชั้น

ประตูบันไดหนีไฟชั้น 8 ที่สามารถเปิดหนีขึ้นไปชั้นดาดฟ้าได้

บันไดหนีไฟ

แท็งค์น้ำอยู่ชั้นดาดฟ้า ถ้าหากมีเหตุเพลิงไหม้ก็ใช้น้ำในถังนี้ดับเพลิงได้

และที่สำคัญ VENIO SUKHUMVIT 10 ไม่อนุญาตให้ปล่อยเช่าระยะสั้นแบบรายวันต่ำกว่า 30 วันนะครับ ดังนั้นใครที่จะคิดจะมาปล่อยเช่ารายวันหมดสิทธิ์ครับ

 

สนใจโครงการ VENIO SUKHUMVIT 10

กรุณาติดต่อ https://www.ananda.co.th/th/condominium/venio-sukhumvit-10

โทรศัพท์ 02-316-2222

อาคารจริงและสำนักงานขายอยู่ที่สุขุมวิท ซอย 10 จากปากซ้ายเข้าไปประมาณ 450 เมตร โครงการอยู่ทางขวามือ

แผนที่ Google Maps ที่นี่ครับ https://goo.gl/maps/q8zZgdCRqd92  พิกัด GPS: 13.734913, 100.556976



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์


PropScore™ 3.7

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Reasons Why Foreigner Invest Real Estate in Thailand รู้เขารู้เรา ทำไมคนต่างชาติถึงชอบลงทุนอสังหาฯไทย

คนต่างชาติมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่สบาย แถมมีค่าครองชีพราคาถูกในสายตาคนเอเชียและชาวตะวันตก พูดง่ายๆ คืออยู่แล้วคุ้มค่าราคาจ่าย เมืองไทยเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่อาศัย affordable ของทวีปเอ... อ่านต่อ




จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน... อ่านต่อ

อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

ในยุคที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ถูกนำไปเป็นบริบทสำคัญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปในทุกอุตสาหกรรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมในหลายวงการ เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ฯลฯ บางอุตสาหกรรมนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นเดียวกันกับ “อุตสาหกรรมก่อสร้าง” ซึ่งในภาพรวมทั่วโลกนั้น ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสให้เทคโนโลยี - นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนอีกมาก ช.การช่าง ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงนำเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ที่ช่วยออกแบบงานโครงสร้างและประสานการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างแม่นยำมาใช้ในโครงการ ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยช.การช่าง ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับการก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” เป็นโครงการแรก