PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลเจริญนคร – ท่าดินแดง

เกริก บุณยโยธิน 16 January, 2020 at 00.53 am

ฝั่งธนฯ มนต์เสน่ห์แห่งการอยู่อาศัยที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ภายใต้บริบทใหม่แห่งการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ

หากจะถามว่าย่านไหนในกรุงเทพฯที่เป็นต้นแบบของการเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคที่กรุงเทพฯยังไม่มีทั้งถนนสายหลัก สะพานข้ามแม่น้ำ และเส้นทางรถไฟฟ้ามากมายอย่างเช่นยุคปัจจุบัน ก็คงจะเป็นย่านฝั่งธนบุรี หรือที่เราเรียกขานกันอย่างคุ้นชินว่า ‘ฝั่งธนฯ’  ในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้สัก 30 ปี ฝั่งธนฯจากเดิมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะที่เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ได้ถูกลดทอนบทบาทความสำคัญในการพัฒนาเมืองลงไป จนในบางช่วงเวลาพื้นที่ฝั่งธนฯอาจจะดูเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าทางฝั่งพระนครค่อนข้างชัดเจน ในขณะที่พื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ แหล่งไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ หรือว่าเส้นทางคมนาคมทางรางต่างๆ ก็มักจะถูกพัฒนาอยู่แต่ในพื้นที่ฝั่งพระนคร จนส่งผลให้พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งธนบุรีเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยซะเป็นส่วนใหญ่ โดยผู้ที่พักอาศัยอยู่ในย่านนี้ก็มักจะเป็นผู้ที่มีกิจการห้างร้านในย่านฝั่งพระนคร ที่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเดินทางไปเปิดร้าน ทำงาน ในช่วงเช้า และเดินทางข้ามฝั่งเพื่อมาพักผ่อนหลับนอนที่บ้านฝั่งธนฯ เปรียบดั่งการเป็นที่พักอาศัยแห่งที่สองของกลุ่มคนดังกล่าว ทำให้ภาพรวมของพื้นที่โดยส่วนใหญ่เต็มไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ อย่างเช่นอาคารพาณิชย์ และบ้านเดี่ยวกระจายอยู่ไปแทบจะทุกพื้นที่ที่มีถนนตัดผ่าน สลับกับห้างค้าปลีก ร้านอาหาร และไฮเปอร์มาร์เก็ตที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ ส่วนในแง่ของไลฟ์สไตล์ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าฝั่งธนฯมีของดี และสถานที่ที่น่าสนใจมากมายที่หาไม่ได้ในฝั่งพระนคร นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะหาย่านใดเสมอเหมือน ทั้งยังมีเสน่ห์ล้นเหลือในการดึงดูดให้ทั้งผู้ที่ลงหลักปักฐานที่นี่มาแต่ครั้งบรรพบุรุษไม่ละทิ้งถิ่นฐานไปไหน และเชื้อเชิญผู้ที่แสวงหาถิ่นที่อยู่อาศัยหน้าใหม่ ให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตในย่านฝั่งธนฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารต้นตำรับแสนอร่อยที่ถูกถ่ายทอดฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านการล่องเรือไปตามคลองเล็กคลองน้อยที่ลัดเลาะไปตามชุมชนเก่าแก่ต่างๆ

 

ในอดีตหลายคนอาจมองว่าฝั่งธนฯเป็นทำเลที่ไกล เดินทางลำบาก เพราะพื้นที่ฝั่งธนฯ และฝั่งพระนครเชื่อมถึงกันด้วยสะพานข้ามแม่น้ำเพียงไม่กี่สะพานเท่านั้น ผลลัพธ์ก็คือย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวฝั่งธนฯก่อนที่จะมีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมส่วนต่อขยาย ที่แล่นข้ามผ่านสะพานตากสิน ไปจนถึงย่านบางหว้า และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – ท่าพระ ที่เพิ่งเปิดทดลองใช้งานกันไป คงจะหนีไม่พ้น 3 ย่านหลัก นั่นคือ เจริญนคร – วงเวียนใหญ่ – ท่าพระ, ปิ่นเกล้า – จรัญสนิทวงศ์ และ ย่านบางพลัด เนื่องจากอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินทางหลักอย่างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น เจริญนคร วงเวียนใหญ่ – ท่าพระ ที่เดินทางสะดวกด้วยสะพานพุทธฯ สะพานพระปกเกล้าฯ และสะพานตากสิน, ย่านปิ่นเกล้า ที่สามารถเลือกใช้สะพานปิ่นเกล้าฯ และสะพานพระราม 8 และ ย่านบางพลัด ซึ่งเป็นย่านที่เดินทางเข้าสู่ใจกลางสถานที่ราชการสำคัญของกรุงเทพฯ ด้วยสะพานกรุงธนฯ (ซังฮี้), และยังสามารถเลือกใช้สะพานใกล้เคียงได้อีก 2 สะพานได้แก่ สะพานพระราม 8 รวมไปถึงสะพานพระราม 7 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังย่านนนทบุรีได้ อย่างง่ายดาย

จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าต่อขยายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งธนฯจึงเริ่มเห็นโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้น ซึ่งการมาของเส้นทางรถไฟฟ้าส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจน ซึ่งสังเกตได้จากพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีสะพานตากสิน – บางหว้า มีการเปลี่ยนแปลงตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง โดยก่อนที่จะมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้พื้นที่ฝั่งธนฯอาจจะมีอาคารสูงไม่มากนักซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตามบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยพลานุภาพของเส้นทางรถไฟฟ้าสารพัดสีที่ทยอยพัฒนาขึ้นในย่านฝั่งธนฯทั้งสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีแดง และสายสีทอง จึงทำให้หลายๆทำเลของฝั่งธนฯเป็นที่จับตามองของนักพัฒนาอสังหาฯ เหมือนปรากฎการณ์ของถนนกรุงธนบุรี ที่เชื่อมขึ้นสะพานตากสินฯ (สะพานสาทร) จนทำให้เกิดเทรนด์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง ที่เกาะไปตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆดังกล่าว

 

นอกจากรถไฟฟ้าจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาโครงการต่างๆมากมายในย่านฝั่งธนฯแล้ว สิ่งที่เป็นแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญ และเป็นตัวจุดชนวนชั้นดีในการปลุกกระแสความคึกคักให้กับย่านฝั่งธนฯในแบบพลิกฝ่ามือก็คือ การก่อสร้าง Mega Projects 2 โครงการคือ ICONSIAM และรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่ดูแล้วมี Impact กับทำเลฝั่งธนฯชั้นในมากกว่าเส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายซะอีก ซึ่ง ICONSIAM คือ Mega project ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งเดียวบนทำเลฝั่งธนฯ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างสุดยิ่งใหญ่ไปในปีที่ผ่านมา และเป็นโครงการ Mix-used ขนาดใหญ่ที่สุดของฝั่งธนฯภายใต้งบลงทุนสูงถึง 54,000 ล้านบาท และมีขนาดพื้นที่ 750,000 ตารางเมตร ที่ครบครันทั้ง shopping mall, lifestyle, โรงแรม, ที่พักอาศัย, หอชมเมือง และกิจกรรมสันทนาการริมแม่น้ำ ชนิดที่ชาตินี้คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นโครงการริมแม่น้ำแห่งใดยิ่งใหญ่เท่านี้อีก ICONSIAM ยังมาพร้อมกับเส้นทางคมนาคมรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่เชื่อม ICONSIAM กับสถานีกรุงธนบุรี และพื้นที่ตลอดสองฝั่งถนนเจริญนคร คลองสาน ถนนประชาธิปก ได้ง่ายดายมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาย่านฝั่งธนฯในแบบปฎิกิริยาลูกโซ่ โดยเฉพาะโครงการคอนโดต่างๆที่เกาะกระแสการพัฒนาของ ICONSIAM ทั้งบริเวณถนนเจริญนคร ถนนสมเด็จเจ้าพระยา และถนนประชาธิปก ไปจนถึงย่านวงเวียนใหญ่ – ท่าพระ

การมาของ ICONSIAM สร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่โดยรอบอย่างมากมาย ทั้งราคาที่ดินที่ขยับเพิ่มขึ้นไปไม่น้อยกว่า 4 – 5 แสนบาทต่อตารางวา สำหรับที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา และต่ำกว่านั้นนิดหน่อยสำหรับที่ดินที่อยู่ฝั่งไม่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนั้นยังส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์โครงการคอนโดมิเนียมหลายราย ให้ความสนใจและเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบมากขึ้นแบบชัดเจน อีกทั้งมีแนวโน้มที่สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานครจะผลักดันพื้นที่เขตคลองสานเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมมากกว่าที่ผ่านมา เพราะทั้งมีศูนย์การค้า และเส้นทางรถไฟฟ้าหลายสาย

 

5 เส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ที่จะช่วยพลิกโฉมการเดินทางใกล้ฝั่งธนฯใกล้กว่าที่เคย

ในปัจจุบันเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นอีก 1 เส้นทางที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับพื้นที่ฝั่งธนฯ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ และเพชรเกษม ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายกันต่อเนื่องในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกำลังจะเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบในปีพ.ศ.2563 นอกจากนี้พื้นที่ฝั่งธนฯยังมีเส้นทางรถไฟฟ้าอื่นๆ ที่กำลังจะเริ่มการก่อสร้างหรือกำลังจะเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบในอนาคต ซึ่งบางพื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจนตั้งแต่ยังไม่เริ่มการก่อสร้าง เช่น

 

1. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน – บางซื่อ

2. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกที่คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในปีพ.ศ.2563 หรือหลังจากนั้น

3. เส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง – มหาชัย

4. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ

5. เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทอง ช่วงกรุงธนบุรี – คลองสาน

 

โดยเส้นทางรถไฟฟ้าที่น่าสนใจในพื้นที่ฝั่งธนบุรีชั้นในคือ เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าระบบรางเดี่ยวหรือรถไฟฟ้ารางเบา (Monorail) ที่มีต้นทางจากสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรีตามถนนเจริญนคร และถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินไปสิ้นสุดที่สถานีสะพานพุทธ แต่ในช่วงแรกที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีพ.ศ.2563 จะก่อสร้างและเปิดให้บริการถึงสถานีสำนักงานเขตคลองสานก่อน โดยมีสถานีเจริญนครที่เป็นสถานีเชื่อมต่อกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง “ICONSIAM” โดยเส้นทางรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทอง ที่กำลังทำการก่อสร้างในปัจจุบัน มีระยะทาง 2.8 กิโลเมตร รวมทั้งหมด 4 สถานี คือ สถานีกรุงธนบุรี สถานีเจริญนคร สถานีคลองสาน และสถานีประชาธิปก  ซึ่งการเดินรถของรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทอง เป็นเส้นทางยกระดับความสูง 14-17 เมตรจากระดับดินไปตามแนวถนน โดยสามารถแบ่งเฟสของการก่อสร้างได้เป็น 2 เฟส ดังนี้

 

เฟส 1 เริ่มต้นจากสถานีกรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน (3 สถานี) คาดว่าเปิดใช้งานในช่วงปี  2563 นี้ ซึ่งจะมีแนวเส้นทางจะเริ่มต้นจากสถานีกรุงธนบุรี ของรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลม เบี่ยงเข้าถนนกรุงธนบุรีทางซ้ายบริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจริญนครฝั่งเหนือ ผ่านวัดสุวรรณ ศูนย์การค้าไอคอนสยามสำนักงานเขตคลองสาน (สถานีเจริญนคร) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา ผ่านโรงพยาบาลตากสินและไปสิ้นสุดที่สถานีคลองสาน 

 

ส่วนเฟส 2 (1 สถานี) คือสถานีประชาธิปก ที่มีแพลนการก่อสร้างในอนาคตหลังจากเฟส 1 พร้อมเปิดให้ได้ใช้บริการ คาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2564 – 2566 สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าโมโนเรลจะมีแนวเส้นทางจะการวิ่งตรงต่อไปตามแนวถนนสมเด็จเจ้าพระยาผ่านสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โรงเรียนจันทรวิทยา วัดอนงคารามวรวิหารและวัดพิชยญาติการามวรวิหาร สิ้นสุดบริเวณแยกสมเด็จเจ้าพระยา-ประชาธิปกบริเวณด้านหลังอนุสรณ์สถานสมโภช 100 ปี เขตคลองสาน ทำให้ผู้คนในละแวกนั้นมีความสะดวกต่อการเดินทางเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ

https://www.mrta.co.th

นอกจากนี้พื้นที่ฝั่งธนฯชั้นใน ยังมีแผนการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่แล่นผ่านย่านเมืองเก่าในฝั่งพระนคร โดยมีจุดเริ่มต้นที่ย่านเตาปูนที่สถานีรัฐสภา เข้าสู่พื้นที่ฝั่งธนฯแบบทุกอณูในพื้นที่ โดยมีจุดตัดกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพง -ท่าพระ ที่สถานีสามยอด ก่อนจะข้ามมายังพื้นที่ฝั่งธนฯ ที่สถานีสะพานพุทธ และตัดกับรถไฟฟ้าสายสีแดง และเชื่อมต่อกับสายสีเขียวที่สถานีวงเวียนใหญ่ และวิ่งยาวบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ไปจนถึงครุใน ซึ่งที่ผ่านมาย่านฝั่งธนฯ ไม่เคยมีการพัฒนาที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมากขนาดนี้มาก่อน

จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร มีแผนจะพัฒนาให้พื้นที่ในเขตคลองสานเป็นศูนย์พาณิชยกรรมและพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการสัญจร เพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านหลายเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้วคือ เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ แม้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง เป็นเพียงแนวเส้นทางที่จะพัฒนาในอนาคตเท่านั้น แต่ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงมาก

คลิกเพื่ออ่าน: สรุปทุกประเด็นเด็ดจากงานสัมมนา “ผ่ากลยุทธ์ธุรกิจคอนโดมิเนียม ปี 2019”

“เจริญนคร – ท่าดินแดง” จุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้า 4 สายในอนาคต

การวิวัฒน์ของย่านเก่าแก่ สู่สีสันแห่งนวัตกรรมเมือง

จุดขายสำคัญอีกประการที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของถนนเจริญนคร และย่านใกล้เคียงคือการมีที่ตั้งที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยถนนเจริญนครตลอดทั้งเส้นทางนั้นวางตัวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้น ความน่าสนใจของย่านนี้จึงมีมานานตั้งแต่ยังไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าเรือข้ามฟาก หรือท่าเรือขนถ่ายสินค้าซึ่งในปัจจุบันยังเห็นได้ชัดบริเวณท่าดินแดง ที่เป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าในอดีต และปัจจุบันยังเป็นท่าเรือข้ามฟากไปยังท่าราชวงศ์ ต้นทางของไชน่าทาวน์ในฝั่งพระนคร ท่าเรือข้ามฟากดังกล่าวก็ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชนการค้าที่สำคัญของฝั่งธนฯเช่นกัน ทำให้เราได้เห็นโครงการคอนโดมิเนียมบางโครงการเปิดขายมาตั้งแต่เมื่อ 20 – 30 ปีก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ และโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่กำลังก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ ทำให้มีแนวโน้มเป็นอย่างสูงที่ในอนาคตจะมีโครงการคอนโดมิเนียมทยอยเกิดขึ้น ในย่านเจริญนคร – ท่าดินแดง ตามรอยพื้นที่ติดเส้นทางรถไฟฟ้าอื่นๆในย่านฝั่งธนฯ

 

นอกจากนี้พื้นที่เขตคลองสานช่วงนี้ยังมีการผสมผสานทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมตั้งแต่ในอดีตซึ่งสามารถสัมผัสได้จากวัดวาอาราม ร้านค้า ร้านอาหารแบบดั้งเดิม บ้านเรือนแบบในอดีต บูติคพอร์ชเทลริมแม่น้ำสวยๆ เช่นเดียวกับ ล้ง 1919Neighborhood Mall ริมแม่น้ำ ภายในพื้นที่ 6 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเดิมเป็น ท่าเรือและบ้านของต้นตระกูลหวั่งหลี มาเนรมิตรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ผ่านการนำเสนอในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/lhong1919/photos/a.472330253116403/472825639733531

AMDAENG Bangkok Riverside Hotel คือบูติค พอร์ชเทล ริมแม่น้ำ ที่หยิบเอาศิลปะของไทย จีน และตะวันตก ที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน มาประยุกต์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

Photos courtesy of AMDAENG Bangkok Riverside Hotel

และหนึ่งในโครงการที่น่าจะพลิกโฉมหลายๆพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังคงต้อรอลุ้นกันอยู่ก็เห็นจะเป็น โครงการพัฒนาพื้นที่ย่านกะดีจีน-คลองสานของกรุงเทพฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อพลิกฟื้นพื้นที่ย่านเมืองเก่าให้น่าอยู่ มีประสิทธิภาพ เป็นมหานครระดับโลก ในวาระครบ 250 ปี ในปี 2575 ซึ่งจัดทำโดย ‘กรุงเทพฯ250’ ที่มีการปรับปรุงทัศนียภาพของย่านนั้น โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สวยงาม สะอาด และรื่นรมย์ เหมาะกับการมานั่งเล่น พักผ่อน หย่อนใจ รวมถึงการจัดทำทางเดิน และเส้นทางจักรยาน นับเป็นการสรรค์สร้างพื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์อย่างแท้จริง เพื่อปลุกความมีชีวิตชีวาของเมืองเก่าให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ที่มา: bangkok250

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เขตคลองสานบริเวณเจริญนคร – ท่าดินแดง ยังมีโครงการรูปแบบอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา หรืออยู่ในแผนการพัฒนาจากนายทุนที่มองเห็นความน่าสนใจของพื้นที่นี้ โดยโครงการดังกล่าว มีดังต่อไปนี้

1. อาคารรองรับผู้ป่วยใหม่ของโรงพยาบาลตากสิน

อาคารสูง 23 ชั้นบนที่ดินขนาด 11 ไร่ที่กำลังพัฒนาเป็นอาคารรองรับผู้ป่วยขนาด 600 เตียงของโรงพยาบาลตากสิน โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปีพ.ศ.2564

2. ไอคอนสยาม เฟส 2 โครงการต่อขยายจากเฟสที่ 1 ซึ่งยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน แต่คาดว่าจะมีโรงแรมและศูนย์การค้าหรือพื้นที่สำนักงานด้วย โดยทำเลของโครงการนั้นอยู่ถนนตรงข้ามกับเฟสที่ 1 โดยเป็นที่ดินขนาด 5 ไร่ซึ่งในเบื้องต้นนั้นมีการประมาณการณ์ว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท

3. ที่ดินของวิทยาลัยเทคโนโลยีวัฒนาบริหารธุรกิจขนาดไม่น้อยกว่า 5 ไร่ ตรงหัวมุมถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินและถนนท่าดินแดงซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการการศึกษาแล้วละดูเหมือนเจ้าของที่ดินเดิมที่ปล่อยเช่าให้กับวิทยาลัยมีแผนจะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ขึ้นบนที่ดินนี้ ตอนนี้อาจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีก็คงมีความเคลื่อนไหวแน่นอน

 

4. ที่ดินขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนท่าดินแดงที่มีข่าวว่ามีนายทุนมาซื้อเพื่อหวังจะขายต่อในอนาคตด้วยขนาดไม่ต่ำกว่า 11 ไร่ และติดแม่น้ำเจ้าพระยาคงน่าสนใจไม่น้อยถ้ามีการพัฒนาโครงการขึ้นบนที่ดินแปลงนี้ในอนาคต

 

การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของพื้นที่ตามแนวถนนสมเด็จเจ้าพระยา (เจริญนคร – ท่าดินแดง) อาจจะยังไม่มากนักในช่วง 1 – 2 ปีนี้แต่คงหนีการเปลี่ยนแปลงไม่พ้น ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ตามแนวถนนเจริญนครจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่า เพราะอานิสงค์ของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทอง และ ICONSIAM แต่เมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองต่อขยายออกไปตามแผนีที่วางไว้ เชื่อได้เลยว่าพื้นที่ตามแนวถนนสมเด็จเจ้าพระยา คงเปลี่ยนแปลงไปด้วย และจะเป็น 1 ในพื้นที่ที่มีการผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบันที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

 

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รายปีและสะสมในพื้นที่ ณ ตุลาคม พ.ศ.2562

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตคลองสาน (เจริญนคร – ท่าดินแดง) ที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนคือมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากขึ้นแบบสังเกตได้ โดยเฉพาะตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 หลังจากที่โครงการ ICONSIAM เปิดตัวว่าจะก่อสร้างขึ้นบนที่ดินขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับท่าเรือคลองสานอย่างเป็นทางการเป็นต้นมา โดยจากการรวบรวมข้อมูลที่ผ่านมามีรายละเอียดดังนี้

 

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รายปีและสะสมในพื้นที่ ณ ตุลาคม พ.ศ.2562

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บ.ฟินิกซ์พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

ก่อนหน้านี้อาจจะมีโครงการคอนโดมิเนียมพัฒนามาหลายปีแล้วแต่เป็นการเปิดขายแบบไม่ต่อเนื่องกัน เป็นการเปิดขายตามภาวะตลาด โดยช่วงก่อนปีพ.ศ.2540 เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ไกลจากท่าเรือคลองสาน ซึ่งเป็นแหล่งความเจริญ และศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญของพื้นที่นี้ เพราะมีท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งพระนคร และมีท่าเรือด่วนเจ้าพระยาอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง จากนั้น เมื่อความชัดเจนของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นรูปธรรมมากขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการเริ่มเปิดขายในพื้นที่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นในปีพ.ศ.2548 เป็นต้นมา แต่เมื่อ ICONSIAM ประกาศเปิดตัวในปีพ.ศ.2557 พร้อมกับการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทอง ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจึงเริ่มหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ไม่ไกลจาก ICONSIAM มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยโครงการเหล่านั้นเปิดขายในปีพ.ศ.2558 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นอีกในอนาคต โดยในปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเปิดขายสะสมอยู่ในพื้นที่ประมาณ 4,005 ยูนิต และมีโครงการที่มีแผนจะเปิดขายในไตรมาสที่ 4 อีกประมาณ 105 ยูนิต 

 

คอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่แยกตามระดับราคาขายเฉลี่ย

คอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่ ณ ปัจจุบันมีทั้งหมดประมาณ 4,005 ยูนิต โดยเป็นคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในระดับราคาขายต่างๆ กัน ซึ่งมากกว่า 41% เป็นคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกสำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในฝั่งธนบุรี แต่ด้วยพื้นที่นี้มีจุดขายที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีผลให้มีดีเวลลอปเปอร์บางรายเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาขายมากกว่า 200,0000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปหลายโครงการ เพราะทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครมีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการระดับ 5 ดาว โดยสามารถสังเกตได้จากการที่มีโรงแรมระดับ 5 ดาวของกรุงเทพมหานครหลายโรงแรมตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ในอดีตก่อนที่จะขยายเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมือง

 

โครงการคอนโดมิเนียมบางโครงการมีผู้บริหารโครงการเป็นแบรนด์โรงแรมระดับ 5 ดาวเพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับราคาขายของคอนโดมิเนียมที่ตั้งไว้สูงมาก เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในพื้นทีโดยรอบ แต่โครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคาต่างๆ ในพื้นที่นี้มีอัตราการขายได้เฉลี่ยสูงมาก

 

อัตราการขายเฉลี่ยโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่แยกตามระดับราคาขาย

แม้ว่าคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้จะมีราคาขายค่อนข้างสูงโดยมีสัดส่วนของคอนโดมิเนียมในระดับราคามากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรในสัดส่วนประมาณ 41% แต่อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมทั้งหมดในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 90% โครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่มีอัตราการขายค่อนข้างสูงเพราะโครงการที่เปิดขายก่อนปีพ.ศ.2558 มีอัตราการขายสูง ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาก็ปิดการขายหรือว่ามีอัตราการขายที่สูงมากแม้ว่าบางโครงการจะมีราคาขายสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากการพัฒนาของพื้นที่ในปัจจุบันนั้นสามารถมองเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ได้ชัดเจน อีกทั้งปัจจุบันหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการแทบหาไม่ได้แล้ว

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บ.ฟินิกซ์พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแบบชัดเจนในปีพ.ศ.2558 เพราะมีโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคาขายมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรเปิดขายและปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปีพ.ศ.2560 เพราะมีโครงการคอนโดมิเนียมราคาแพงเปิดขายอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงเล็กน้อยเพราะมีโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคาไม่แพงเปิดขายซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากมายจนปิดการขายไปหลังจากเปิดขายได้ไม่นาน ราคาขายคอนโดมิเนียมในพื้นที่อาจจะปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนักในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็มีค่าเฉลี่ยของการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี แต่ในอนาคตเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าเปิดให้บริการการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายในพื้นที่มากขึ้น

เตรียมพบกับ CIELA Charoen Nakhon (เซียล่า เจริญนคร) คอนโดไฮเอนด์คุณภาพเยี่ยมจาก แกรนด์ยูนิตี้ฯ

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นถึงอนาคตอันสดใสของทำเลริมถนนใหญ่สมเด็จเจ้าพระยา หรือที่เรามักจะคุ้นชินกันในชื่อ เจริญนคร – ท่าดินแดง ว่าย่านนี้กำลังจะเป็นจุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ที่พาดผ่านย่านฝั่งธนฯถึง 4 สาย ในขณะที่หากไล่นับตั้งแต่บริเวณถนนประชาธิปก มาจนถึงสมเด็จเจ้าพระยา ก็ยังไม่ค่อยจะมีการพัฒนาโครงการคอนโดในพื้นที่มากเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่การเดินทางสู่ฝั่งพระนคร ไม่ว่าจะเข้าสู่เกาะรัตนโกสินทร์ หรือย่านค้าขายบนถนนเยาวราช ก็สามารถเลือกเดินทางได้จากสะพานข้ามแม่น้ำทั้งสะพานพุทธฯ และสะพานพระปกเกล้าฯ หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันที่สถานีวงเวียนใหญ่ ก็เชื่อมตรงสู่ย่าน CBD ด้วยถนนเพียงเส้นเดียว แตกต่างกับบริเวณพื้นที่อื่นๆบนถนนเจริญนครช่วงคู่ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ในปัจจุบันพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใหญ่ล้วนแต่ถูกจับจองโดยดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดในระดับ Luxury ขึ้นไปทั้งสิ้น ซึ่งรูปแบบโครงการดังกล่าวอาจจะดูไม่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ ที่มักจะคุ้นชินกับวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิม มองหาโครงการขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ให้อารมณ์อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ท่ามกลางชุมชนเก่าที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาแล้วตั้งแต่ครั้งบรรพกาล และมีงบประมาณในการซื้อที่ไม่ได้สูงมากนัก

 

ภายใต้โจทย์ของการอยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์ของเรียลดีมานท์ย่านนี้ จึงทำให้บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ในเครือ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ (UV) มองเห็นช่องว่างในการทำการตลาด โดยนำแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดในย่านฝั่งธนฯมาแล้วอย่าง CIELA (เซียล่า) มาเจาะตลาดทำเลใหม่ เจริญนคร – ท่าดินแดง เป็นรายแรก ภายใต้ชื่อโครงการ CIELA Charoen Nakhon (เซียล่า เจริญนคร)

โดยแบรนด์ CIELA นั้นมีความหมายที่สื่อไปทางสีฟ้าของท้องฟ้า มาจากคำว่า Ciel ที่แปลว่า ท้องฟ้า, สวรรค์ หรือสายรุ้ง ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแกรนด์ยูนิตี้ มีการ Rebranding ใหม่ โดยใช้สีฟ้าเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของทั้ง Corporate Brand และ Product Brand จนนำมาซึ่งชื่อของโครงการต่างๆ ที่มีความหมายพ้องกับคำว่าสีฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าจากท้องทะเล กับแบรนด์ KARA / สีฟ้าจากภูเขา กับแบรนด์ DE LAPIS /หรือสีฟ้าจากผ้าเดนิม กับแบรนด์ DENIM

 

CIELA Charoen Nakhon มีแบรนด์ไอเดียคือ Harmonize Your Life ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็น Tagline “Live Balance”โดยจับกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างจะมีความเป็นปัจเจก มองหาความเป็นอิสระ ภายใต้คอนเซปท์ที่เน้นผสานความต่าง สู่ความลงตัวระหว่างชุมชนเก่ากับความอุดมสมบูรณ์ของตลาดท่าดินแดงและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา และนำมาถอดรหัสออกมาเป็นสไตล์ Timeless Design ผ่านการออกแบบเส้นสายอาคาร และการใช้วัสดุที่ดูเรียบง่าย แต่หรูหราอยู่สบาย เหมาะกับวิถึชีวิตแบบใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้

โครงการตั้งอยู่บนถนนใหญ่สมเด็จเจ้าพระยา บริเวณสี่แยกท่าดินแดง ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทองสถานีคลองสานเพียงแค่ 600 เมตร และห่างจาก BTS วงเวียนใหญ่ 3 กม. นอกจากนี้ในอนาคตยังสามารถเลือกเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายขึ้นผ่านเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ CIELA Charoen Nakhon ให้คุณได้ใช้ชีวิตแบบ Life Balance ได้ง่ายๆท่ามกลางแหล่งไลฟ์สไตล์แบบใหม่อย่าง ICONSAIM ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 5 นาที หรือจะเลือกเดินตระเวนชิมของอร่อยในย่านท่าดินแดงเพียงแค่ไม่กี่ก้าว และออกไปศึกษาวิถีชีวิตในอดีตของผู้คนในย่านนี้ได้ที่ Lhong 1919 (ล้ง 1919) ที่อยู่ห่างออกไปแค่ 2 นาที

โครงการมีความสูงทั้งหมด 8 ชั้น จำนวน 105 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินขนาด 1-0-15.4 ไร่ ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้พักอาศัย

 

แน่นอนว่าเป็นแบรนด์ CIELA แบบนี้ ราคาก็คงจะไม่แรงเท่าไหร่ โดยราคาต่อตารางเมตรน่าจะอยู่ที่ตารางเมตรละหนึ่งแสนบาทต้นๆ ซึ่งการมาเปิดคอนโดเป็นรายแรกของย่านที่มากด้วยศักยภาพในอนาคตแบบนี้ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ก็คือจะทำอย่างไรให้โครงการนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งในส่วนของลูกค้าเจ้าประจำ และลูกค้าใหม่ที่ค่อนข้างโอเค และให้การยอมรับกับทำเลอย่างเจริญนคร – ท่าดินแดง…ต้องจับตามองต่อไปครับว่า CIELA Charoen Nakhon จะมีเลย์เอ้าท์ห้องแบบใด ขายราคาต่อยูนิตเริ่มต้นที่เท่าไหร่ และองค์ประกอบโดยรวมจะโดนใจกลุ่มเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้มากน้อยแค่ไหนครับ

 

พบข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่สำนักงานขาย  Lhong 1911 และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://bit.ly/36JN5JI

สอบถามเพิ่มเติม โทร 02 021 6752

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

มารุ ลาดพร้าว 15

รีเจ้นท์ โฮม บางซ่อน 28

ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39

Supalai Oriental Sukhumvit 39 คืออัครสถานแห่งใหม่ ที...

13 November, 2020

ดิ เอส สุขุมวิท 36

The ESSE Sukhumvit 36 คอนโด Super luxury สูง 43 ชั้น...

11 November, 2020

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์

โครงการ Ideo Mobi Sukhumvit Eastpoint นี้เป็นโครงการ...

3 November, 2020

ไอคอน อุดมสุข

สำหรับในกลุ่มตลาดคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ ปี 2020 ปีแห่ง...

14 October, 2020