PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลห้าแยกลาดพร้าว

เกริก บุณยโยธิน 02 November, 2021 at 18.24 pm

อาจกล่าวได้ว่ากระแสการพัฒนาโครงการอสังหาฯอย่างไม่หยุดยั้งของพื้นที่บริเวณใจกลางเมืองและโดยรอบกรุงเทพฯหลายๆแห่งนั้น ล้วนแต่เป็นผลพลอยได้มาจากการขยายตัวของเมืองโดยมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ๆเป็นตัวเร่งชั้นดี ส่งผลให้พื้นที่จำนวนไม่น้อยของกรุงเทพฯถูกทดแทนด้วยอาคารสูงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า จนเกิดเป็นย่านใหม่ที่กระจายตัวออกมาจากบริเวณใจกลางเมืองมากมาย อาทิ ย่าน Extension CBD อย่างพระรามเก้า บางจาก ห้าแยกลาดพร้าว ฯลฯ หรือย่าน New Residential อย่าง พัฒนาการ กรุงเทพกรีฑา เกษตร-นวมินทร์ ฯลฯ ซึ่งการเกิดขึ้นของย่านใหม่ๆดังกล่าวแม้จะส่งผลดีต่อมูลค่าอสังหาฯโดยรอบ อีกทั้งยังช่วยดึงดูดปริมาณคนจำนวนมากให้แวะเวียนเข้ามาอยู่ในพื้นที่นั้นๆ แต่กลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองที่ส่วนใหญ่แล้ว หากเลือกได้ก็ยังอยากที่จะหลีกหนีจากความวุ่นวาย เพื่อปรนนิบัติตัวเองให้ผ่อนคลายจากความเครียด สูดอากาศบริสุทธิ์ และออกกำลังกายท่ามกลางพื้นที่สีเขียวตามธรรมชาติขนาดใหญ่อย่างสวนสาธารณะในยามว่าง มากกว่าการที่จะต้องทนอึดอัดอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมของคอนโดใจกลางเมืองใกล้รถไฟฟ้า โดยที่ต้องทนเผื่อใจเอาไว้ว่าในอนาคตข้างหน้าก็อาจจะมีอาคารสูงแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นมาบังวิวสุดโปรดของคุณที่หน้าต่างห้องก็เป็นได้

 

ในมหานครใหญ่ๆทั่วโลกที่ซึ่งความเจริญแผ่กระจายตัวออกไปรอบทิศทางทั่วเมือง ล้วนแต่เป็นเรื่องง่ายที่จะมองหาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงใกล้สถานีรถไฟฟ้าใจกลางย่านชุมชน แต่ไม่ใช่ว่าคอนโดที่อยู่ในย่านเดียวกัน จับกลุ่มเซกเมนท์แบบเดียวกันจะมีราคาขายที่พอๆกันทั้งหมด บริเวณโดยรอบพื้นที่เซ็นทรัล พาร์ค นิวยอร์ค ถนนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Manhattan’s ‘Millionaire’s Row’ ที่อุดมไปด้วยโครงการอสังหาฯและพื้นที่ค้าปลีกระดับไฮเอนด์ก็คือถนน Upper Fifth Avenue โดยห้องที่เห็นวิวสวนเซ็นทรัล พาร์คในแบบแนบชิดก็จะมีราคาสูงกว่าห้องอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

ภาพจาก: Pixabay.com

 

ในขณะที่ย่าน Akasaka บริเวณโครงการ Tokyo Midtown ก็เป็นย่านไฮเอนด์ที่เป็นที่ตั้งของหนึ่งในคอนโดที่มีราคาขายแพงที่สุดของญี่ปุ่นอย่าง The Park Court Akasaka Hinokicho Tower ซึ่งเป็นคอนโดแนบชิดสวนสาธารณะ Hinokichou Park อันเป็นแหล่งพักกายและใจอันดับหนึ่งของผู้คนในย่าน Roppongi และ Akasakaทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงพลานุภาพของ วิวที่โปร่งโล่ง และการได้อยู่แนบชิดกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ในแบบการันตีว่าวิวนี้จะอยู่กับเราตลอดไปว่ามีส่วนสำคัญมากแค่ไหน ในการกำหนดราคาขายของคอนโดให้สูงแตกต่างจากโครงการอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน

 

ทิศทางการขยายตัวของเขตเมืองในกรุงเทพฯ ดูจะมีแนวโน้มเหมือนกับมหานครใหญ่อื่นๆตรงที่ย่านเกือบทุกย่านมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอยู่รายล้อม และเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกด้วยรถไฟฟ้าเหมือนกันหมด จนเกิดเป็น Prime Area มากมาย ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยตัดสินว่าโครงการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองแห่งไหนที่คู่ควรกับการตั้งราคาที่สูงกว่า นอกจากจะเป็นในเรื่องของความหรูหราของงานดีไซน์และการเลือกใช้วัสดุแล้ว ก็คือวิวที่เปิดโล่ง และความใกล้กับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ หรือแม่น้ำ ที่ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่หายากมากขึ้นทุกวัน

ห้าแยกลาดพร้าว ย่านธุรกิจและศูนย์กลางการเดินทางแห่งใหม่ ท่ามกลางวิวธรรมชาติที่เปิดโล่ง ของสวนสาธารณะขนาดใหญ่หลายร้อยไร่

ถ้าพูดถึงทำเลเมืองส่วนต่อขยายที่น่าจะเป็นที่นิยมแห่งต่อไปในการพัฒนาโครงการคอนโดใหม่ๆนับจากนี้ไป ก็คงจะหนีไม่พ้น 5 ย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาอีกขั้น จากการมาของรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น สายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (หัวลำโพง – ท่าพระ- บางแค) สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ซึ่งในมุมมองผมย่านที่อยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตอนเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) คือย่านพร้อมกว่าใครถ้าหากพิจารณาในเรื่องของความสะดวกในการเดินทาง เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อถึงสามจังหวัด นับว่าเป็นหัวใจหลักของการเดินทางสำหรับในกทม.ในฐานะที่เป็นรูปแบบการคมนาคมที่ดีที่สุดสำหรับคนทุกระดับชั้น รวมถึงชาวต่างชาติและคนรุ่นใหม่ ที่ตอนนี้สถานี BTS ต่างๆถูกจดจำในฐานะที่เป็นจุดนัดพบแทนที่จะเป็นชื่อถนนต่างๆ และเป็นเส้นทางการเดินทางที่ยาวมาก พาดผ่านจุดสำคัญทางเศรษฐกิจหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น สยามสแควร์, จตุจักร, พญาไท, ราชประสงค์, อโศก, ทองหล่อ และยังข้ามไปยังเขตฝั่งธนฯ รวมถึงย่านสมุทรปราการ และปทุมธานี ส่งผลให้ตลอดเส้นทางที่รถไฟฟ้าสายนี้ผ่านเกิดการพัฒนาโครงการอสังหาฯในรูปแบบต่างๆเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าจะสโคปให้ลึกลงไป เพื่อสแกนหาทำเลที่มีโครงการขนาดใหญ่ของที่กำลังก่อสร้างจากรัฐบาลและเอกชน อีกทั้งยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่รายล้อมนั้น ในพื้นที่กรุงเทพฯก็คงจะมีเพียงพื้นที่โดยรอบห้าแยกลาดพร้าวเท่านั้นที่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้

 

โดยหากเราให้คำนิยามว่ากรุงเทพฯตอนเหนือคือบริเวณตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิตวิ่งขึ้นไปตามถนนพหลโยธินจนไปสิ้นสุดที่บริเวณดอนเมืองก่อนจะข้ามไปเขตจังหวัดปทุมธานี ก็คงจะบอกได้ว่า ห้าแยกลาดพร้าวคือเมืองหลวงของกรุงเทพตอนเหนือ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ในอนาคตน่าจะมีศักยภาพที่จะเป็น New CBD แห่งต่อไป ด้วยการพัฒนาอภิมหาโปรเจคหลายแห่งทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชน มีห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียวในย่านนี้ แถมห้าแยกลาดพร้าวก็เป็น Intersection เป็นแยกที่มีถนนสำคัญมากถึง 3 เส้นมากระจุกรวมกันได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิตเป็น Highway เชื่อมออกไปสู่ภาคเหนือและอีสานของไทย ถนนพหลโยธินที่เชื่อมระหว่างเมืองชั้นในกับต่างจังหวัด และถนนลาดพร้าวซึ่งเป็นถนนวางตัวแบบ East-West เชื่อมผู้คนจากกรุงเทพฝั่งตะวันออกเข้ามาใจกลางเมือง มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านถึง 2 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว และรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน (โดยมีสถานีที่อินเตอร์เช้นจ์กันคือ MRT สถานีพหลโยธิน และ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว) รวมไปถึงยังเป็นทำเลที่ไม่ไกลจากสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางคมนาคมทางรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและของอาเซียน ที่เริ่มเปิดให้บริการบางส่วนในปีพ.ศ.2564 และจะเปิดอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นอกจากนี้การที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวนั้น เชื่อมต่อโดยตรงกับบริเวณจตุจักร จึงทำให้ย่านนี้เป็นย่านช้อปปิ้ง และแฮงค์เอ้าท์แนว local ที่ใหญ่มากของกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด และพื้นที่ไลฟ์สไตล์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ อาทิ ตลาด อ.ต.ก. , เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว, เดินเล่นในสวนรถไฟ, ช้อปปิ้งตลาดนัดสวนจตุจักร , ซื้อของกินของใช้จาก Big C และ Lotus, ซื้อสินค้าแฟชั่นที่ Union Mall , ช็อปสินค้าสบายๆ แบบติดแอร์ที่ JJ mall , ดูภาพยนตร์ เดินเล่นที่เมเจอร์ รัชโยธิน และตลาดนัดโดยรอบ และก็ยังอยู่ใกล้กับย่านอารีย์ สะพานควาย ประดิพัทธ์ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ สถานที่นั่งทั้งกลางวัน-กลางคืน เรียกได้ว่าจบครบทุกไลฟ์สไตล์ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลๆ

แต่สิ่งที่น่าสนใจและหาได้ยากมากในกรุงเทพฯ ก็คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่หรือสวนสาธารณะ โดยพื้นที่โดยรอบห้าแยกลาดพร้าวนี้ เป็นพื้นที่ที่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในพื้นที่ถึง 3 สวนที่มีพื้นที่ติดกัน จนดูเหมือนเป็นสวนขนาดใหญ่หนึ่งเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย

แม้ว่าจะมีอีกหลายพื้นที่ในบริเวณใจกลางกรุงเทพฯที่มีสวนสาธารณะในพื้นที่ เช่น พื้นที่รอบสวนลุมพินี (เนื้อที่สวน 360 ไร่) พื้นที่รอบสวนเบญจกิติ (เนื้อที่สวน 130 ไร่) พื้นที่รอบอุทยานเบญจสิริ (เนื้อที่สวน 29 ไร่) พื้นที่รอบสวนจุฬาฯ 100 ปี (เนื้อที่สวน 30 ไร่) ฯลฯ และยังมีอีก 2 พื้นที่ ที่กำลังจะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่เกิดขึ้น คือ พื้นที่รอบราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้านางเลิ้งเก่า พื้นที่รอบโรงงานยาสูบเก่าซึ่งต่อเนื่องกับสวนเบญจกิติ แต่พื้นที่รอบสวนสาธารณะต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วนั้น ยังมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ของสวนสาธารณะทั้งหมดที่อยู่ติดกับห้าแยกลาดพร้าว เพราะมีพื้นที่รวมกันถึง 730 ไร่

 

พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ หรือสวนสาธารณะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างหรือพัฒนาขึ้นมาใหม่ได้ง่ายๆ ในขณะเดียวกันก็ยากที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานเช่นกัน เพราะองค์ประกอบสำคัญคือ เรื่องของที่ดิน ในปัจจุบันมีพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นในกรุงเทพฯที่ยังมีที่ดินของหน่วยงานราชการที่สามารถแปลงเป็นสวนสาธารณะได้อีกในอนาคต แต่เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องไม่มีการใช้ประโยชน์บนที่ดินนั้นๆแล้ว ดั่งเช่นที่เกิดขึ้นกับที่ดินที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ และราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยหรือสนามม้านางเลิ้ง ซึ่งหลังจากที่ปิดการทำกิจกรรมในสนามม้านางเลิ้ง และการย้ายออกของโรงงานยาสูบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงนำที่ดินทั้ง 2 แปลงมาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่

หากไม่นับพื้นที่ตามแนวถนนพระราม 4 แล้ว พื้นที่โดยรอบห้าแยกลาดพร้าวนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนามากที่สุด ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และโครงการที่มีแผนจะพัฒนาในอนาคต โดยมีการประกาศแผนการพัฒนาแล้ว หรือมีการเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนออกมาแล้ว รวมไปถึงยังมีที่ดินขนาดใหญ่ที่มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตเหลืออยู่ ซึ่งโครงการและที่ดินต่างๆดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะยกระดับพื้นที่รอบห้าแยกลาดพร้าวให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการดึงคนจำนวนมากให้เข้ามาในพื้นที่นี้ และยังเป็นการกระจายความเจริญของกรุงเทพฯให้ออกจากย่านใจกลางเมืองมากขึ้น โดยมีทั้งโครงการของรัฐบาล และโครงการที่พัฒนาโดยเอกชน โครงการต่างๆ ในพื้นที่มีดังนี้

 

สถานีกลางบางซื่อ เป็นโครงการสำคัญในการผลักดันทำเลนี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเส้นทางรถไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญ แต่เมื่ออีกหลายทำเลทั่วกรุงเทพฯก็กำลังจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านเช่นกัน ดังนั้น โครงการขนาดใหญ่แบบสถานีกลางบางซื่อจึงกลายเป็น National Landmark หลักของทำเลนี้ เพราะไม่มีทำเลใดในประเทศไทยที่จะมีศูนย์กลางคมนาคมขนาดใหญ่แบบนี้ นอกจากนี้พื้นที่รอบๆ สถานีกลางบางซื่อยังเป็นที่ดินของหน่วยงานราชการต่างๆ พื้นที่ที่อยู่ถัดออกไปจากสถานีกลางบางซื่อจึงน่าสนใจขึ้นมาทันที ซึ่งห้าแยกลาดพร้าวเป็นหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจ และอยู่ไม่ไกลจากสถานีกลางบางซื่อ โดยมีดีเวลลอปเปอร์จำนวนมากเห็นถึงอนาคตของทำเลนี้มาหลายปีแล้ว ดังนั้นโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้จึงมีโครงการใหม่เปิดขายต่อเนื่องทุกปี และได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยหากกล่าวถึงตลาดคอนโดมิเนียมที่อยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวนั้น โดยทั่วไปจะมีขอบเขตที่รวม 2 ย่านหลักก็คือถนนพหลโยธินช่วงหมอชิต จตุจักร และถนนลาดพร้าวช่วงตัดกับถนนวิภาวดี และพหลโยธิน

 

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รายปี รายพื้นที่ และสะสมในพื้นที่รอบห้าแยกลาดพร้าว

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

คอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 10,546 ยูนิต โดยเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 เป็นต้นมา หรือตั้งแต่ที่การก่อสร้างเส้นทางสายสีเขียวส่วนต่อขยายมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าพิจารณาจำนวนยูนิตในแต่ละปีแล้วจะพบว่า ดีเวลลอปเปอร์เองก็ไม่ได้เร่งเปิดขายโครงการในพื้นที่นี้แบบชัดเจน มีการทยอยเปิดขายโครงการใหม่ โดยอาจจะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากในช่วง 1 – 2 ปีติดต่อกัน จากนั้นก็ลดลงหรือไม่มีโครงการเปิดขายใหม่เลย เพราะดีเวลลอปเปอร์ต้องการรอให้โครงการที่เปิดขายไปก่อนหน้านี้ปิดการขายไปก่อน

 

พื้นที่ในโซนที่อยู่เหนือห้าแยกลาดพร้าวขึ้นไป (โดยรอบสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว) มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบบชัดเจน เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และความเป็นชุมชนที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งมีโครงการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า 1,000 ยูนิตเปิดขายในพื้นที่นี้อีก 2 โครงการในช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 เป็นต้นมา นอกจากนี้พื้นที่ในโซนดังกล่าวยังสามารถหาที่ดินเพื่อพัฒนาได้อยู่ อีกทั้งราคาขายที่ดินก่อนหน้านี้ยังคงต่ำกว่าพื้นที่ในโซนหมอชิตที่อยู่รอบสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตซึ่งอยู่ในช่วง 1 – 1.5 ล้านบาทต่อตารางวาไปแล้วในปัจจุบัน เพราะการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตชัดเจนกว่าทั้งโครงการสถานีกลางบางซื่อ โครงการมิกซ์-ยูส อาคารสำนักงานที่กำลังก่อสร้าง และอยู่ในแผนการพัฒนาในอนาคต แต่พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะมีที่ดินขนาดใหญ่หลายแปลงที่มีความเป็นไปได้จะเปลี่ยนเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในอนาคต

คอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่แยกตามโซน

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ในโซนลาดพร้าว หรือพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากกว่า แต่ถ้าพิจารณาจากจำนวนคอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่พบว่า พื้นที่ในโซนหมอชิตมีจำนวนคอนโดมิเนียมมากกว่าแบบชัดเจน โดยมีสัดส่วนที่ประมาณ 58% จากจำนวนคอนโดมิเนียมสะสมทั้งหมดในพื้นที่ 10,546 ยูนิต และถ้าพิจารณาจากความเป็นไปได้ต่างๆ รวมไปถึงปริมาณที่ดินที่สามารถพัฒนาได้ในพื้นที่ มีความเป็นไปได้ที่พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายเพิ่มขึ้นแน่นอนในอนาคต รวมไปถึงพื้นที่รอบสถานีรถไฟใต้ดินพหลโยธินด้วยเช่นกัน เพราะยังมีที่ดินเหลือให้พัฒนาอยู่ ทั้งที่ดินติดถนนพหลโยธิน และถนนลาดพร้าว รวมไปถึงที่ดินที่อยู่ในซอยต่างๆ พื้นที่ในโซนหมอชิตอาจจะมีการพัฒนาต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ และมีข้อจำกัดในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ที่ดินส่วนใหญ่เป็นกรรมสิทธิ์ของหน่วยงานราชการ มีที่ดินเหลือเพียงไม่มากนักให้เอกชนสามารถเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์

 

อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่แยกรายโซน

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

คอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 84% ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร อาจจะเพราะหลายโครงการในพื้นที่เปิดขายมามากกว่า 1 – 2 ปี และได้รับความสนใจจากผู้ซื้อค่อนข้างมาก ด้วยปัจจัยบวกหลายๆ อย่างทั้งการเปิดให้บริการของสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย โครงการสถานีกลางบางซื่อที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมไปถึงโครงการมิกซ์-ยูสต่างๆ ในพื้นที่ รวมไปถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่เป็นปัจจัยบวกสนับสนุนให้พื้นที่ทั้ง 2 โซนน่าสนใจขึ้นมาทันที รวมถึงการที่มีดีเวลลอปเปอร์หลายราย เข้าไปเปิดขายโครงการใหม่ในพื้นที่รอบสี่แยกรัชโยธินโดยที่บางโครงการมีราคาขายที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในพื้นที่นี้ได้รับความสนใจที่มากกว่า เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเยอะกว่าแบบชัดเจน สามารถทำราคาอัพเป็น Premium Price ได้สำหรับโครงการที่เห็นวิวสวนในระยะประชิด โดยที่ราคาก็ยังคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชอบเฉพาะตัว

 

การที่ทั้งสองพื้นที่มีอัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่ค่อนข้างสูงก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมในอนาคต เพียงแต่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นจากก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมีบางโครงการที่ยังมียูนิตเหลือขายอยู่ในพื้นที่ รวมไปถึงรอความชัดเจนของที่ดินขนาดใหญ่บางแปลงที่ยังไม่ได้พัฒนา จึงยังไม่เห็นดีเวลลอปเปอร์เร่งเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากมายนักในพื้นที่นี้ เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวไปในทิศทางที่เป็นบวก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวถนนพหลโยธิน โดยรอบสถานี BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ MRT พหลโยธิน ซึ่งอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเข้าศูนย์กลางธุรกิจโดยตรง อีกทั้งพื้นที่รอบห้าแยกลาดพร้าวอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในอนาคตที่ต่อเนื่องมาจากสถานีกลางบางซื่อ โดยรูปแบบโครงการที่ยังขาดหายอยู่ในย่านนี้ก็คือโครงการในระดับ Luxury ที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนทำงานระดับผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่กำลังขยายตัวอยู่บริเวณโดยรอบ ซึ่งล้วนมองหาโครงการที่มอบความหรูหราเป็นส่วนตัว และวิวสวนขนาดใหญ่ในแบบที่การันตีว่าจะไม่มีอาคารอื่นใดขึ้นมาบดบังทัศนียภาพอันสวยงามไปตลอดกาล

 

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่แยกตามรายโซน

ที่มา: คุณสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด

 

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที้ทั้ง 2 โซนแตกต่างกันพอสมควร โดยในโซนของพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวมีราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 120,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ระดับของราคาขายนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก เพราะมีหลายโครงการที่เปิดขายต่ำกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตร และมีบางโครงการใหม่ที่เปิดขายในระดับราคาแตะ 200,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งราคาขายที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบโครงการ วิวที่ได้ และส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่มีผลต่อการตั้งราคาขาย โครงการที่อยู่ในซอยและไกลจากสถานีรถไฟฟ้า มีจำนวนยูนิตมากๆ อาจจะตั้งราคาขายที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับโครงการที่เป็นอาคารสูงอยู่ติดถนนใหญ่ และวางรูปแบบโครงการเอาไว้เป็นระดับ Luxury ซึ่งทั้งวัสดุ และสิ่งอำนวยความสะดวกหรือองค์ประกอบในโครงการโดยรวมนั้นเหนือกว่าโครงการอื่นๆ ทั้งนี้ราคาขายเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดถนนเส้นทางหลักทั้งพหลโยธินและลาดพร้าวมีราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 157,000 บาทต่อตารางเมตรในทั้ง 2 โซน โดยเป็นราคาขายเฉลี่ยในโครงการที่เปิดขายมาประมาณ 1 – 2 ปีแล้วหรือมากกว่านั้น

 

พื้นที่โดยรอบห้าแยกลาดพร้าวเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจ และน่าติดตามการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะศักยภาพปัจจุบันนั้นยังสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกด้วยโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ทั้งโครงการของรัฐบาล โดยเฉพาะสถานีกลางบางซื่อที่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของการพัฒนาทุกองค์ประกอบของทั้งโครงการ โครงการมิกซ์-ยูส และอาคารสำนักงานที่กำลังก่อสร้าง รวมไปถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเป็นไปได้จะพัฒนาขึ้นบนที่ดินของเอกชนอีกหลายแปลง ดังนั้น พื้นที่รอบห้าแยกลาดพร้าวจึงเป็นพื้นที่เหมาะสมในการลงทุนระยะยาวเป็นอย่างยิ่ง ในอนาคตอีกไม่เกิน 10 ปีคาดว่าทำเลนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางและพาณิชยกรรมที่สำคัญของประเทศไทย เช่นเดียวกับการเป็นย่านธุรกิจใหม่ที่สามารถดึง Traffic ผู้คนทั้งชาวไทย และต่างชาติให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้อีกมาก

 

The Crest Park Residences คอนโดหรูเพียงหนึ่งเดียว บนห้าแยกลาดพร้าว ที่พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตแนวสูงของคุณให้เหนือกว่าใคร

แม้ในปัจจุบันจะมีคอนโดเปิดใหม่มากมายในบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ย่านที่หลายคนมองว่าเป็น City Center ของกรุงเทพฯตอนเหนือ ที่มีศักยภาพเพียงพอในการเป็น CBD แห่งใหม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างประหลาดใจที่ยังไม่มีคอนโดระดับ Luxury เข้ามาพัฒนาเพื่อเติมเต็มความต้องการที่ยังขาดหายไปของกลุ่มดีมานท์ในย่านนี้ที่มองหาความพิเศษ มีเอกลักษณ์ และมอบความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า แตกต่างจากคอนโดเกือบทั้งหมดในย่านนี้ ที่มักจะมีรูปแบบโครงการขนาดใหญ่หลายอาคาร หลายพันยูนิต…The Crest Park Residences’ (เดอะเครสท์ พาร์ค เรสซิเดนเซส) คือโครงการคอนโดแห่งแรกในย่านนี้ ที่พร้อมจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ด้วยการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอันหรูหรา ท่ามกลางวิวสวนที่สวยที่สุดในแบบที่ไม่สามารถหาได้จากโครงการอื่นโดยรอบ The Crest Park Residences ถูกพัฒนาภายใต้บริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNR1 Co.,Ltd.) บริษัทร่วมทุนระหว่าง SC Asset กับ Nishitetsu Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯ และคมนาคมแห่งภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น  ด้วยมูลค่าโครงการราว 3,400 ล้านบาท

 

สำหรับแบรนด์ The Crest นั้น ด้วยการที่มีการห่างหายจากตลาดไปนานหลายปี (ล่าสุดคือโครงการ The Crest Sukhumvit 34) และก็เป็นแบรนด์คอนโดระดับตำนานของ SC Asset ที่มีภาพลักษณ์ในเรื่องของความหรูหรา ราคาแพง บนทำเลไฮเอนด์ ก่อนที่จะมีแบรนด์ใน Port Folio กลุ่ม Limited Luxury Collection อย่าง 28Chidlom, Beatniq และ Saladaeng One จึงทำให้โครงการนี้มาพร้อมกับความคาดหวังจากกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์มีกำลังซื้อสูงที่กำลังมองหาคอนโดหรูแบบจริงๆ เป็น Authentic Luxury ที่มอบความโดดเด่น หรูหรา เป็นส่วนตัว ไม่ใช่แค่ Affordable Luxury ไว้นอนดูวิวสวนสวยขนาดใหญ่หลายร้อยไร่บนทำเลห้าแยกลาดพร้าว ว่าด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ The Crest เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่พ่วงเอาบริบทสำคัญของทำเลที่แนบชิดด้วยสวนสวยขนาดใหญ่มาเป็นคำต่อท้ายชื่อแบรนด์ด้วยอย่าง The Crest Park Residences จะเป็นโครงการหนึ่งเดียวที่สามารถเติมเต็มความต้องการเหล่านี้ได้ ดังนั้นการกลับมาในครั้งนี้ จึงเป็นหลักประกันได้ว่า นี่คือการพร้อมกลับคืนสู่บัลลังก์อีกครั้งของคอนโดที่อดีตเคยเป็น Top of Mind ของตลาดคอนโดในเซกเมนท์ Luxury บน Prime Area ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สมกับสโลแกน URBAN LUXURY LIVING, INSPIRED BY NATURE – พบความ Luxury นิยามใหม่ ด้วย Privilege ของความใกล้ธรรมชาติ”

The Crest Park Residences เป็นคอนโดมิเนียมหรูขนาดสูง 36 ชั้น จำนวน 420 ยูนิต  ถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์หรูหราสง่างาม ให้ทุกวันเปรียบดั่งการมอบรางวัลชีวิต คัดสรรเรียงร้อยเข้าด้วยกันอย่างมีรสนิยม ภายใต้นิยามของความเป็นที่สุดในทุกมิติ ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการกว่า 1.9 ไร่ บนทำเลหนึ่งเดียวใจกลางศูนย์กลางคมนาคมบนห้าแยกลาดพร้าว ติดสถานี Interchange (BTS ห้าแยกลาดพร้าว และ MRT พหลโยธิน) โดยเชื่อมต่อกับถนน 3 สายหลัก ได้แก่ วิภาวดี, ลาดพร้าว และ พหลโยธิน  จุดเด่นของทำเล นอกจากอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองพื้นที่รวมเกือบ 700 ไร่  ยังอยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว  ยูเนี่ยนมอลล์ รวมถึงตลาดนัดจตุจักร ทั้งยังไม่ไกลจาก Transportation Hub ขนาดใหญ่ที่พร้อมจะเป็นศูนย์กลางคมนาคมด้วยระบบรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง บางซื่อ แกรนด์สเตชั่น โดย SC Asset ยังมองว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าวตรงนี้ น่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ทางบริษัทวางเอาไว้ว่าเป็น Young Successor เจ้าของกิจการ  SME มีอายุระหว่าง 35 – 40 ปี รายได้มากกว่า 200,000 บาทต่อเดือน ที่มีความทะเยอะทะยานไปสู่ความสำเร็จ มีสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร มองเห็นความพิเศษในความธรรมดา ด้วยมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไป

โครงการ The Crest Park Residences คือโครงการคอนโด Luxury โครงการล่าสุดที่มาปักหมุดอยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ห่างจาก MRT สถานีพหลโยธินเพียง 80 เมตร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยัง BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ผ่าน Skywalk ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 20 เมตรได้ การกลับมาในครั้งนี้โครงการมีการออกแบบงานดีไซน์ให้มีความทันสมัย และนำเอาธรรมชาติเข้ามาสอดแทรกไว้ในตัวโครงการให้ได้มากที่สุด โดยมีไฮไลท์เป็นโถง Atrium เปิดโล่ง พร้อมแมกไม้นานาพรรณในรูปแบบ Floating Oasis สูงจากชั้น 4 ถึงชั้นดาดฟ้า ที่พร้อมเชื่อมความเป็นธรรมชาติในตัวโครงการให้เป็นหนึ่งเดียวกับบริบทของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

เพิ่มความ Exclusivity ให้กับผู้พักอาศัยด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 420 ยูนิต พร้อมที่จอดรถ 235 คัน (เป็นแบบ Automatic 230 คัน) แบ่งประเภทของยูนิตออกเป็น 1 ห้องนอน ขนาด 31 – 41 ตรม. 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 47 – 50 ตรม. 2 ห้องนอนขนาด 73 ตรม. และ Loft ขนาด 31 – 73 ตรม. โดยที่ทุกยูนิตเป็นห้องแบบหน้ากว้าง ความแตกต่างที่หาไม่ได้จากโครงการอื่นในย่านนี้ก็คือ การออกแบบ Floor Plan ของทุกชั้นเพื่อให้ทุกห้องเป็นห้องที่ดีพอๆกันหมด ภายใต้องค์ประกอบสำคัญที่เป็น Signature Design 4 อย่างคือ Single Loaded Corridor เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว, Floating Oasis บริเวณ Façade อาคารฝั่งโถงลิฟท์ ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการอยู่อาศัยท่ามกลางธรรมชาติได้ดีมากๆ ทั้งยังดูโดดเด่นเมื่อมองจากภายนอก, No ‘Bad’ Units ซึ่งเป็นการออกแบบให้ไม่มียูนิตไหนที่มีประตูเข้าออกเป็นทางสามแพร่ง ไม่มีห้องตรงข้ามกัน ไม่มีห้องติดห้องขยะ และ Mailbox on Own Floor ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านโดยที่ไม่ต้องลงไปรับจดหมายที่บริเวณ Lobby เหมือนกับโครงการอื่นๆ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางยังคงความเป็น Exclusively Yours ที่แม้จะมีไม่มาก แต่ก็ตรงกับเทรนด์ความต้องการของผู้พักอาศัยในยุคปัจจุบัน ทั้งยังมีการออกแบบให้มีความหรูหรา น่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางกระจายตัวอยู่บนชั้น Ground Floor อาทิ Private Lobby, Garden, Laundry Pick up Room, ชั้น 2 อาทิ Business Lounge & Meeting Room และ Private Dressing Room, ชั้น 21 อาทิ Sky Lounge, Co-Dining Space และ Pocket Park with BBQ Area, ชั้น 36 เป็นสระว่ายน้ำพร้อมจากุซซี่ ฟิตเนส และห้องสปา โดยมีพื้นที่สีเขียวไว้ชมวิวบนชั้นดาดฟ้า พร้อม concierge service ไว้ให้บริการกับลูกบ้านในแบบ Exclusive

สำหรับราคาขาย The Crest Park Residences ห้องฝั่งวิว Park View ที่เป็น rare item ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท และฝั่ง Bangkok Skyline มีราคาเริ่มต้น 4.99 ล้าน (หรือประมาณ 160,000 บาท/ตารางเมตร) * สำหรับห้องขนาด 31 ตรม. ซึ่งนับว่าเป็นโครงการระดับ Luxury โครงการแรก และโครงการเดียวในย่าน ที่มีราคาจับต้องได้ ไม่ได้ต่างไปจากโครงการอื่นๆในย่านสักเท่าไหร่ เมื่อพิจารณาจากคุณภาพ และแบรนด์  แม้ราคาขายดังกล่าวแม้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าตลาดแต่ต้องอย่าลืมว่าที่นี่คือคอนโดระดับ Luxury โครงการแรกในย่านนี้ และยังเป็นแบรนด์ที่เคยได้รับความนิยมสูงมากในอดีตของบริษัท SC Asset อาจกล่าวได้ว่านี่คือคอนโดที่ทาง SC Asset มองภาพว่าจะช่วยเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดของกลุ่มดีมานท์ระดับ Luxury ที่เตรียมที่จะเข้ามาใช้ชีวิตในย่านนี้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจากหลายๆโครงการอสังหาฯใหม่ๆที่ทยอยเกิดขึ้นโดยรอบบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ในมุมมองของ SC Asset ก็น่าจะเหมือนกับใครหลายๆคนก็คือถ้าจะทำคอนโด Luxury ขายในย่านกรุงเทพฯตอนเหนือ ก็เห็นจะมีแค่ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวเท่านั้นที่ดูจะมีโอกาสทางการตลาดมากที่สุด เนื่องจากเป็นย่านที่นอกจากจะมีครบทุกอย่างแล้ว ก็ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ย่านของกรุงเทพฯที่ได้วิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถหาทดแทนได้จากที่ไหน และจะยังคงอยู่ตลอดไป แถมยังมีราคาที่ยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับคอนโดวิวสวนที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างบริเวณ ย่าน Central Lumpini สาทร, พระรามสี่, หลังสวน, ราชดำริ หรือแม้กระทั่งย่านอโศก – พร้อมพงษ์ ที่รายล้อมด้วยสวนสำคัญสองแห่งอย่างสวนเบญจกิติ และอุทยานเบญจสิริ ซึ่งคอนโดใหม่บางส่วนในย่านนี้เป็นการขายในรูปแบบ Leasehold โดยที่มีระดับราคาขายที่มากกว่าตารางเมตรละสองแสนห้าหมื่นบาทขึ้นไป

เตรียมพบกับความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติสู่การตีความไลฟ์สไตล์เมืองแนวใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ในราคาขายเริ่มต้นที่ 4.99 ล้านบาท* ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษในการเปิดจองรอบ Presale ในวันที่ 20-21 พ.ย.  นี้ ได้ที่ https://m.scasset.com/6CnP

รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1749  หรือ Line@ : https://lin.ee/MXp7bm7

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส...

พาร์ค 168 อ่อนนุช 19

มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา

เป็นบ้านระดับ Super Luxury ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ The...

23 November, 2022

ไลฟ์ สาทร เซียร์รา

บอกได้เลยว่า LIFE สาทร เซียร์รา ไม่เพียงแต่เป็นคอนโ...

17 November, 2022

ไอดีโอ พระรามเก้า – อโศก

ย่านพระรามเก้า เป็นย่าน New CBD ซึ่งเป็นที่รับรู้กัน...

17 November, 2022

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

"Premium Affordable Condo บรรยากาศดี เลย์เอาท์สวย ที...

16 November, 2022