พบกับโฉมใหม่ของ Aspire ทั้ง 2 โครงการ ดีไซน์ป๊อป ทำเลดี ของกินเยอะ ที่ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT และ ASPIRE ASOKE-RATCHADA

ต่อทอง ทองหล่อ 27 February, 2019 at 15.55 pm

Q: ฉันกำลังหาคอนโดมิเนียมที่ออกแบบสวยๆ ดูดี เก๋ๆ ทำเลสะดวกในเมือง มีผู้คนหลากหลาย วัยรุ่นหนุ่มสาวฮอตๆ อยู่กันเยอะ มีของกินมากมาย แต่ก็มีความเป็นส่วนตัว มีสวนต้นไม้ใบหญ้าดอกไม้ให้เดินดูเล่นเพลินๆ ขอพื้นที่กว้างหน่อยพอจะทำอาหารกินเองเพื่อสุขภาพได้ด้วย คอนโดประมาณนี้น่ะมีไหม เอาที่ไหนดี แต่อย่าแพงมากนะ ช่วยแนะนำหน่อยสิ

A: โอ้โห! เยอะไปปะ ถ้าจะ Requirement เยอะแยะอย่างที่ว่ามาทั้งหมดนี้ จะบอกว่าหายากจริงๆ นะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย

 

นี่เลยจ้า!…ขอแนะนำ 2 โครงการใหม่จากเครือ AP สุดฮอต

โครงการแรกที่จะเปิดขายก่อนคือ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ทำเลอยู่ใจกลางอ่อนนุช อยู่ริมคลองด้วยนะ ชิลมาก ใกล้ชิดธรรมชาติ จะมารถไฟฟ้าก็ใกล้นิดเดียวก็ถึงย่านสุขุมวิทแล้ว

ส่วนอีกโครงการอยู่แถวรัชดาซอยสถานทูตจีน คึกคักเว่อร์ อาหารการกินเพียบ ใกล้ออฟฟิศแถวพระราม 9 ไปอโศกสะดวกมาก ชื่อคอนโดว่า ASPIRE ASOKE-RATCHADA

รู้ข่าวปั๊บรีบไปดูห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายเลยนะ รีบไปจอง ห้องดีราคาโดนใจ บอกเลยว่านานๆ ทีจะมีคอนโดมิเนียมคอนเซปต์ดีราคาดีแบบนี้โผล่มาสักที…ถ้าอยากรู้ต่อว่า 2 คอนโดนี้ดียังไง ตามมาอ่านที่บทความนี้ได้เลย…


คอนโดแนวคิดใหม่สไตล์ “Colonial Pop” พลิกโฉมการดีไซน์ของ ASPIREปลี่ยนชีวิตของคุณให้ POP กว่าที่เคย

ลืมภาพลักษณ์คอนโด ASPIRE ในแบบเดิมๆที่เป็นตึกทรงเหลี่ยมๆ ดูเรียบง่าย สีทึมๆ ไม่ก็โทนขาวๆดูจืดๆ ไปได้เลย เพราะปีนี้ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT จะเป็นคอนโดแรกของปี 2019 ที่ AP เพิ่มเติมความหรูหราให้มากกว่าที่เคยจ้า ด้วยรูปแบบงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ครั้งแรกของการนำดีไซน์สถาปัตยกรรมสไตล์ Colonial Pop ที่เป็นการผสมผสาน ความลงตัวระหว่างความคลาสสิคสไตล์ Europian กับความ Modern POP สีสันสดใส เข้ามา mix กัน เลยทำให้แบรนด์ ASPIRE 2019 ปีนี้โดนใจคนรุ่นใหม่อย่างเราๆ มีไลฟ์สไตล์เก๋ๆ ชิคๆ และด้วยทำเลที่มีความสงบเป็นส่วนตัว และอยู่ติดริมฝั่งคลองพระโขนง เป็นคลองอนุรักษ์ น้ำสะอาด จึงกลายเป็นที่มาของแรงบันดาลใจจากความพลิ้วไหวของสายน้ำมาสู่แนวคิดการออกแบบ พื้นที่ส่วนกลางที่ให้อารมณ์เสมือนได้พักผ่อนอยู่ใน Boutique Resort สวยๆ เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่น และมีน้ำที่นำพาความสดชื่นเข้ามาใกล้ชิดกับชีวิตเรา โอ๊ย…แค่ฟังก็เคลิ้มแล้ว!

 

แต่เดี๋ยวก่อน! อันนี้แค่โครงการแรกนะ จริงๆ มีอีกโครงการคือ ASPIRE ASOKE-RATCHADA เดี๋ยวเราจะขอพูดท้ายๆ บทความอีกที จะได้ไม่สับสนกันไปก่อน

 

ASPIRE แบรนด์ชื่อนี้บ่งบอกความเป็น Mass แต่อยู่ระดับ Premium

คอนโดมิเนียมแบรนด์ ASPIRE ในอดีตคือถูกสร้างมาเพื่อจับกลุ่มตลาด Mass – Economy ราคาประมาณไม่เกินตารางเมตรละแสน และอยู่ในทำเลที่ไม่ใช่ไข่แดงของ Prime Area แต่เป็น Extension หรือเป็นส่วนต่อขยายจากจุด Prime ไปอีก เป็นทำเลย่อยในทำเลดังอะไรประมาณนั้น คอนเซปต์คอนโดมิเนียมแบบนี้มันฮิตมากเพราะตอบโจทย์กลุ่มคนที่อยากอยู่ในย่านดังแต่ไม่สามารถหาซื้อของแพงที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าในทำเลนั้นได้ ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์ ASPIRE ก็มีหลายทำเลกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ  และส่วนใหญ่ก็เป็นตึกแบบ High-rise ทั้งนั้น เน้นจำนวนเยอะๆ หนาแน่นๆ และอีกข้อดีของแบรนด์ ASPIRE คือเป็นโครงการที่ขายต่ำกว่าโครงการอื่นข้างเคียงทำให้เป็นโอกาสในการลงทุนหรือคนที่อยากขายห้องต่อในอนาคตได้ด้วย เพราะเมื่อราคาขายต่ำแต่ของดีทำเลดีก็เลยสร้างกำไรหรือ Capital Gain ได้ดีกว่าพวกคอนโดราคาแพง นอกจากนี้ค่าเช่าก็ได้ Rental Yield ที่มากกว่าคอนโดราคาแพงๆ ด้วยนะ

 

ซึ่ง ASPIRE โฉมใหม่ปี 2019 นี้จะเป็นการพลิกโฉมของแบรนด์ ASPIRE อีกครั้งด้วย Core Concept 4 ประการ ได้แก่ ความเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัว (Hidden Sanctuary) ความอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเดี่ยว (Feel Like Home) สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและสวยงามเหมือนอยู่รีสอร์ท (Resort Facilities) และสุดท้ายคือดีไซน์สไตล์ Colonial Pop Style ที่นำความเก๋แบบยุคใหม่มาผสมกับดีไซน์คลาสสิกยุคเก่า ทำให้ปีนี้เราจะได้เห็นคอนโด ASPIRE ที่แตกต่างและไม่เหมือนใครเลย

 

Advantages of Location ความได้เปรียบเชิงทำเล ความสะดวกสบายที่ได้อยู่ในย่านน่ารักน่าอยู่ ของ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ตั้งอยู่บนย่าน Real Onnut หรืออ่อนนุชฝั่งที่เป็นอ่อนนุชจริงๆ โดยก่อนที่จะมีรถไฟฟ้าเริ่มสร้างทำเลแถวนี้เป็นย่าน Residential Area ที่น่าอยู่ เป็นแหล่งชุมชน และค่อยมาถูกเติมเต็มด้วยรถไฟฟ้าทีหลัง หลังจากนั้นก็เริ่มคอนโดมิเนียมใหม่ และก็เริ่มห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ อย่าง Century Sukhumvit และยิ่งเพิ่มเติมเอกลักษณ์ของอ่อนนุชให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย Community Mall หลายแห่งเช่น โครงการเปิดใหม่ก็มี People Park มีร้านอาหารต่างๆ และมี Habito Mall ในเมือง T77 ที่มาสร้างความเจริญให้อ่อนนุชนี้มาสักพักแล้ว

แผนที่ที่ตั้งของ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ตามไปดูที่นี่ https://goo.gl/maps/cyw1aNTEoj22 (แผนที่ Google Maps)

ถ้าดูจากแผนที่แล้ว จะเห็นว่าแม้ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT จะอยู่หลบลึกจากถนนใหญ่เข้าไป แต่ความโดดเด่นที่หาได้ยากกว่าถนนคือโอกาสในการใกล้ชิดความเป็นธรรมชาติสุดแสนคลาสสิคอย่างคลองพระโขนง มีท่าเรือหางยาวอยู่ข้างๆ โครงการ สามารถนั่งข้ามคลองไปทำธุระที่ฝั่งสุขุมวิท 50 ได้

 

ศักยภาพของทำเล เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ถนนสุขุมวิทเส้นหลัก 2 กิโลเมตร ใกล้ท่าเรือหางยาว ใกล้แยกศรีนุชเพื่อเชื่อมไปยังถนนศรีนครินทร์ ใกล้ทางด่วน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช 2.2 กิโลเมตร ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ Community Mall ร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงใกล้โรงพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่หนาแน่นในย่านนี้

Good Design มูลค่าของดีไซน์โดดเด่นที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมอื่นๆ ทั้งปวง

แรงบันดาลใจของโครงการ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT อยู่ตรงที่การพัฒนาออกมาในรูปแบบ Colonial Pop มีไฮไลท์สีสันสดใสสีชมพูบริเวณสระว่ายน้ำและตามพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ดูเป็นสไตล์ Colonial ที่มีความทันสมัยและดูหนุ่มสาวสดใส ดีไซน์สไตล์นี้มีความแตกต่างจากคอนโด Low-Rise โครงการอื่นๆ ข้างเคียงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ช่วยสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาเยือน

ทีมพัฒนาโครงการ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ต้องการออกแบบให้ที่นี่เป็นเหมือน Hidden Sanctuary ของลูกบ้าน ด้วยการที่โครงการตั้งอยู่ในซอยมีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว แต่อยู่ใน Prime Location ใกล้ Mass Transit ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตตาม Lifestyle ของตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย ดังนั้นสิ่งที่ลูกบ้านจะได้เพิ่มเติมขึ้นมา คือพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เพื่อที่จะ Serve ลูกบ้านได้อย่างเพียงพอได้จนแทบจะไม่ต้องออกไปไหน สร้างความรู้สึกให้เหมือนเราได้อยู่บ้านเดี่ยวที่มีอาณาบริเวณให้เดินเล่น สร้างความรู้สึกอบอุ่น Feel Like Home พร้อม Facility มากมายที่สวยงาม ออกแบบโดยโน้มนำธรรมชาติมาช่วยสร้างความพลิ้วไหวให้ออกมาเป็นสไตล์ Resort Facilities ที่ได้บรรยากาศบ้านพักริมคลอง ภายใต้ Theme หลักของการออกแบบโครงการสไตล์ Colonial Pop สไตล์ใหม่ของคนยุคใหม่ที่สะท้อนความเป็นตัวเองที่ไม่เคยตกยุคและเป็นอมตะ

Facility ภายใน ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

ทางเข้า มีต้นไม้ใหญ่คอยให้ความอบอุ่น เป็นร่มเงาคอยต้อนรับกลับบ้าน และป้อมรปภ. เพื่อรักษาความปลอดภัย

Waterfront Farden สวนริมคลอง มี Jogging Track และเชื่อมโยงเข้าสู่ Club house ได้ เดินเล่นชิลๆ ริมคลองรับบรรยากาศธรรมชาติเหมือนทุกวันเป็นวันพักผ่อน

Rooftop Terrace บน Clubhouse ที่มอบความรู้สึกสุด Exclusive ชมวิวคลองและแมกไม้ต่างๆ

Clubhouse ศูนย์รวม facility หลักๆ ภายในโครงการ

Signature Pop Pool สระว่ายน้ำเล่นแสงสีมีเอกลักษณ์ชวนมองในทุกเวลา

สระว่ายน้ำยาว 19.9 เมตร กว้าง 4.56 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีระบบ Jacuzzi

Master Plan ของโครงการโดยมีไฮไลท์ที่ส่วนกลางหลัก 2 โซนคือ Waterfront Garden และ Clubhouse

จุดเด่นอีกอย่างคือมีทางเดินตลอดริมคลอง รวมถึงการมีห้องแบบ Garden Access บางห้อง เพื่อประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติในทุกๆ วัน เดินเล่นที่ Backyard Garden เสมือนเรามีสวนหลังบ้านริมคลองส่วนตัว พร้อม Signature Pop Track ทางวิ่ง jogging ออกกำลังกาย บรรยายกาศดี หาคอนโดมิเนียมอารมณ์แบบนี้ได้ยาก

Jogging Track ตามแนวยาวแบบนี้

การตกแต่งภายในของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารต่างๆ มาด้วยคอนเซปต์ Morning Mist Rises สื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดูสดชื่นและหรูหรา Breezy และ Classy ผสมผสานกับคอนเซปต์ Gorgeous Sunset ที่ใช้สีสันสไตล์ Earth Tone ดูอบอุ่น ซึ่งเราจะได้เห็นใน Main Lobby

Co-working Space

และ Fitness

มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 2231 ตร.ม. หรือ 33.51% ของพื้นที่โครงการ

Facility มีครบถ้วนทุกฟังก์ชั่นการพักผ่อนและความต้องการของคนยุคใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวและดึงเอาธรรมชาติริมคลองเข้ามาใช้เป็นหนึ่งใน element การอยู่อาศัยที่เพิ่มคุณภาพด้านสุขภาพและความพึงพอใจชีวิตให้กับผู้พักอาศัย ถือว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่คำนึง Well-being ซึ่งเป็นเทรนด์ของคอนโดมิเนียมระดับ Luxury ในปีนี้ แต่นำเสนอขายในราคาระดับ Mass-Premium จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจอย่างมาก

 

Master Plan และ Floor Plan โดยรวมของ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 6-0-64 ไร่ มีอาคารพักอาศัย 3 อาคาร แต่ละอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 553 ยูนิต ที่จอดรถ 208 คันหรือคิดเป็น 38% โดยชั้น 1 ส่วนใหญ่เป็นลานจอดรถ สวน และอาคาร C ที่ชั้น 1 ฝั่งสวนริมคลองจะออกแบบให้มีห้องพิเศษที่เป็น Garden Access

มีทั้งหมด 3 อาคาร การวางตัวแต่ละอาคารเป็นลักษณะนี้ ตึก C ทิศเหนือจะได้วิวโล่งมากที่สุดเพราะเป็นวิวโค้งน้ำคลองธรรมชาติ แต่ด้านในตรงกลางของโครงการมีการ set สระว่ายน้ำและ clubhouse เอาไว้ทำให้คนที่เลือกฝั่งวิวด้านในก็ได้รับประโยชน์จากวิวดีๆ ไปด้วย

ภาพวิวต่างๆ ในปัจจุบัน

Floor Plan ขอเริ่มที่ตึก A ชั้น G เป็นลานจอดรถและมีล้อบบี้ขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกตึก พร้อม Mail Room

Typical Floor Plan ตั้งแต่ชั้น 2-8 จะเหมือนกันโดยห้องขนาดเล็กสุด 26.5 ตรม. จะมีอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก หันออกนอกพื้นที่โครงการ

ส่วนตึก B ชั้น G มีสำนักงานนิติ ห้องจดหมาย โถงลิฟท์และที่จอดรถ

ส่วนชั้น 2-8 เป็น Typical Plan โถงทางเดินเป็นแนวยาวห้องส่วนใหญ่หันไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก โดยมีห้องขนาดใหญ่สุดของอาคารคือ 50 ตรม. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำอยู่ที่ฝั่งทิศเหนือ

ตึก C ดูจะเป็นตึกที่มีไฮไลท์หลายอย่าง ทั้งความใกล้ชิดวิวคลอง ใกล้ส่วนกลางหลักอย่าง Waterfront Garden และ Clubhouse รวมถึงมีห้องที่ดู Value สุดๆอย่าง Garden Access ที่อยู่บนชั้น Ground

จากภาพข้างบนจะสังเกตว่า ชั้น 1 ของตึก C นอกจากจะเป็น Single Loaded Corridor แล้ว ยังมีห้องพักอาศัยที่มีความพิเศษตรงที่มีประตูที่ระเบียงสามารถเดินออกไปที่สวนริมคลองได้ด้วย บรรยากาศเหมือนบ้านริมคลองซึ่งหาได้ยากมากๆ ในเมืองกรุงแบบนี้ บอกได้เลยว่าห้องตำแหน่งนี้หมดเร็วแน่นอน

Typical Plan ของตึก C จะมีห้องขนาดใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ โดยห้อง 2 นอน 1 น้ำ 52 ตรม.แม้จะไม่ใช่ห้องมุม แต่ก็มีเลย์เอ้าท์ห้องที่มีวิวเปิดโล่ง 2 ด้าน

Model ตัวอย่างอาคาร ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT  [ภาพจาก FB AP THAI]

ภาพรวมโครงการ

Jogging track และสวนริมคลอง

ห้องบริเวณโค้งน้ำ

Clubhouse

Unit Layout ภายใน ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ที่เอาใจคนชอบอาหารและการทำครัว

ที่ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT จะเน้นความสำคัญของการทำอาหาร จะเห็นได้ว่าห้องเกือบทั้งหมดเป็นครัวปิดและมีพื้นที่ติดอากาศ เพราะมีการ Research มาแล้วว่าคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นและชอบทำอาหารกินเองมากเป็นพิเศษ บางห้องเป็นห้อง 1 นอนที่มีหน้ากว้าง สามารถทำเป็นห้องเอนกประสงค์ได้ ถือว่าเป็นการออกแบบโดยใช้นวัตกรรมที่เรียบง่ายแต่ได้ผลเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับยูนิตพักอาศัยและตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่างไม่เหมือนใคร

โครงการนี้มีสัดส่วนแต่ละยูนิต (Unit Mix) ที่ค่อนข้างตอบโจทย์คนที่ซื้ออยู่เอง เน้นหนักไปที่ห้อง 1 Bedroom Plus ที่สามารถเปลี่ยนแปลงรับการขยายครอบครัวในอนาคต และ 1 Bedroom Flexi ที่มีพื้นที่ใช้สอยอยู่อาศัยได้จริงและสบาย แถมเป็นส่วนตัว

 

แบบ Studio 26.50 ตร.ม.  21 ยูนิต (3.9%)

แบบ 1 Bedroom FLexi 30.50 ตร.ม. 208 ยูนิต (37.6%)

แบบ 1 Bedroom 30.50 ตร.ม. 43 ยูนิต (7.7%)

แบบ 1 Bedroom Plus 36 ตร.ม. 222 ยูนิต (40.1%)

แบบ 2 Bedroom 41 ตร.ม. 22 ยูนิต (3.9%)

แบบ 2 Bedroom 50 ตร.ม. 29 ยูนิต (5.3%)

แบบ 2 Bedroom 52 ตร.ม. 8 ยูนิต (1.4%)

แบบ Studio 26.50 ตร.ม.

แบบ 1 Bedroom FLexi 30.50 ตร.ม.

แบบ 1 Bedroom 30.50 ตร.ม.

แบบ 1 Bedroom Plus 36 ตร.ม.

แบบ 2 Bedroom 41 ตร.ม.

แบบ 2 Bedroom 50 ตร.ม.

แบบ 2 Bedroom 52 ตร.ม. 8 ยูนิต (1.4%)

 

สำนักงานขาย ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

Sale Gallery ของ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ตั้งอยู่ที่ซอยอ่อนนุช 21 https://goo.gl/maps/vhhWTtcw1mr ออกแบบสไตล์ Colonial Pop มีห้องตัวอย่างแบบคือ 2 Bedroom ขนาด 50 ตรม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 36 ตรม.

ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus ขนาด 36 ตรม.

ระยะจากพื้นถึงเพดานสูงประมาณ 2.50 เมตร

ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom ขนาด 50 ตรม.

เน้นพื้นที่ Living ที่กว้างขวางสามารถวางโต๊ะทานข้าวขนาด  4 ที่นั่งได้ ภายนอกครัว ซึ่งเป็นครัวปิด

ห้อง Master Bedroom มีขนาดใหญ่กว่า ห้องนอนที่สองเล็กน้อยตรงส่วนของพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า มีห้องน้ำในตัวที่เป็นแบบ Double Access จากทางฝั่ง Living Room

ห้องนอนที่ 2 มีความพรีเมียมในเรื่องของวิว และกระจกเข้ามุมบริเวณหัวเตียง

สรุปจุดเด่นโครงการ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกเข้า-ออกเมืองง่าย ใกล้ระบบขนส่งมวลชนทั้งทางเรือ ถนน รถสองแถว และรถไฟฟ้า ทำเลอ่อนนุชมีไลฟ์สไตล์ครบทั้งกินเที่ยวช้อปตลอดทั้งคืน Day&Night คนอยู่อาศัยเยอะ คนนิยมเช่าทำเลนี้ ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ริมคลองน้ำสะอาดซึ่งเป็นทำเลที่หาได้ยากแล้ว จึงมีมูลค่าสูง ดีต่อสุขภาพและการพักผ่อนอย่างแท้จริง มีดีไซน์ที่สวยงาม แปลกใหม่สไตล์ Colonial POP และมี Free form facility เหมือนได้อยู่ในรีสอร์ทพักผ่อนทุกวัน ครบทุกความต้องการสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ทั้ง indoor และ outdoor และเน้นไปที่ well-being สุขภาพที่ดีของผู้พักอาศัย ผนวกกับการออกแบบภายในห้องให้มีฟังก์ชั่นแบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับคนรักการทำอาหารและต้องการพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ มีห้อง 1 Bedroom Plus ที่สามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงอนาคต มียูนิตพิเศษ waterfront และ garden access เหมือนมีบ้านริมคลอง ราคาขายเฉลี่ยตารางเมตรละ 86,000 บาท เป็นราคาที่จับจองได้ง่ายซื้อขายต่อได้จริง และเมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ดินแพงขึ้นมากทุกปี การเปิดตัว ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT ในปี 2019 ด้วยราคาแบบนี้จึงเป็นหนึ่งโครงการที่จับต้องได้และคุ้มค่า เหมาะกับทั้งการอยู่อาศัยเองระยะยาวและการลงทุนทุกรูปแบบทั้งปล่อยเช่าและการ flip เน้นกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่เริ่มขยับขยายเข้ามาหาที่พักอาศัยที่มีราคาค่อนข้างถูกกว่าริมถนนใหญ่สุขุมวิท

 

กำหนดการขายคอนโดมิเนียมโครงการ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT

เริ่มเปิด Sales Gallery ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2019 เป็นต้นไป

เริ่มเปิดให้จองผ่านระบบออนไลน์ iBooking วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 19.00-21.00 น. (มีการเปิดทดลอง Test iBooking วันที่ 25 ก.พ. เวลา 9.00-12.00 น.) ทางลิงค์นี้ https://ibooking.apthai.com

งาน Presale จะจัดขึ้นในวันที่ 2-3 มีนาคม 2019 (เสาร์-อาทิตย์) ที่สำนักงานขาย (ซอยอ่อนนุช 21)

ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT มี Promotion เพิ่มเติมมากมาย หากลงทะเบียนล่วงหน้า ที่นี่ https://bit.ly/2IqyNpM

อาทิ

รับส่วนลด 100,000 บาท ฟรี เฟอร์นิเจอร์* ฟรี Digital Door Lock*

ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,900 บาท*

ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท (มีจำนวนจำกัด) ส่วนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 86,000 บาทต่อตารางเมตร

สนใจ ASPIRE SUKHUMVIT-ONNUT โทรศัพท์ 1623

 

PREVIEW อีกหนึ่งโครงการภายใต้แบรนด์ ASPIRE ทำเลรัชดา ที่โครงการ ASPIRE ASOKE-RATCHADA

ASPIRE ASOKE-RATCHADA อีกหนึ่งคอนโดมิเนียมระดับ Premium Mass ตั้งอยู่ในทำเลรัชดาที่ถือว่าดีมากในราคาคุ้มค่านั่นคือทำเลรัชดาซอย 3 หรือซอยข้างสถานทูตจีนซึ่งเป็นซอยที่ผู้คนสัญจรมากมาย อาหารการกินเพียบ เพราะอุดมไปด้วยแหล่งที่อยู่อาศัยมากมาย เช่น คอนโดมิเนียมและอพาร์ทเมนต์ขนาดเล็กหลายโครงการ แต่ ASPIRE ASOKE-RATCHADA กุมความได้เปรียบในเรื่องของการมีพื้นที่แปลงที่ดินขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ จึงสามารถสร้างได้มากถึง 6 อาคาร จำนวน 1,025 ยูนิต จะกลายเป็นโครงการใหญ่ในซอยรัชดา 3 ที่ทุกคนพูดถึงและอยากเข้ามาอยู่อาศัยเพราะที่นี่จะชนะคู่แข่งด้วยความอลังการของ Facility ที่ใครก็ต้องอิจฉา มาดูกันต่อเลยดีกว่าว่ารายละเอียดเป็นยังไง

 

ทำเลดีมาก อยู่ใจกลาง NEW CBD ใกล้กับปากซอยสถานทูตจีนแค่ 700 เมตร และถ้าเดินต่อจากปากซอยไปตึก SET ที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์ก็ใกล้เพียงแค่ 220 เมตร ถ้าเดินจากปากซอยไปรถไฟฟ้า MRT ได้ 2 สถานี ได้แก่ MRT ศูนย์วัฒนธรรม เดินจากปากซอยประมาณ 550 เมตร และ MRT พระราม 9 เดินจากปากซอยไปประมาณ 450 เมตร หรือถ้านั่งวินก็รวดเร็ว ไม่เกิน 5 นาทีถึงรถไฟฟ้า

ถ้าเราทำงานอยู่แถว CBD พระราม 9 ก็สามารถเดินไปทำงานตอนเช้าได้แบบชิลๆ หรือขากลับบ้านก็เดินกลับได้เช่นกัน เพราะภายในซอยรัชดา 3 มีร้านค้าต่างๆ มากมาย

700 เมตรถึงปากซอยรัชดา 3 เชื่อมต่อไปยังถนนรัชดาภิเษก พระราม 9 ถนนสุทธิสาร ถนนลาดพร้าว

1.3 กิโลเมตรถึงปากซอยประชาสงเคราะห์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ถนนดินแดง ทางด่วนเฉลิมมหานคร

เดินเท้าประมาณ 1.25 กิโลเมตรเพื่อไปถึงสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม และ 1.15 กิโลเมตรเพื่อไป MRT พระราม 9 ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยังยอมรับได้ หรือถ้านั่งวินก็รวดเร็ว ไม่เกิน 5 นาทีถึงรถไฟฟ้า

 

เป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 สถานี พระราม 9 และ ศูนย์วัฒนธรรม ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต (MRT ศูนย์วัฒนธรรม) ซึ่งจะกลายเป็น Interchange ขนาดใหญ่มาก ใกล้สารพัดห้าง เช่น Central Plaza Grand Rama 9, Esplanade, Fortune Town, Big C, Teso Lotus, Home Pro, The Street, ตลาดรถไฟรัชดา, ตลาดดินแดง  ใกล้ตึก SET, AIA Capital Center, CW Tower, อสมท., ธนาคารอาคารสงเคราะห์สำนักงานใหญ่ ใกล้หมู่อาคารออฟฟิศในย่าน CBD Rama 9 ซึ่งมีสำนักงานบริษัทชั้นนำมากมาย เช่น G Tower, Unilever House, The Ninth Tower ใกล้ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร 2 ใกล้กระทรวงแรงงาน ใกล้ CMMU มหิดล ใกล้โรงพยาบาลพระรามเก้า ถือว่าเป็นทำเลที่เหมาะมากกับคนที่ชอบความหลากหลาย คึกคัก อยู่สบาย สะดวก และต้องการทำเลที่มีศักยภาพเติบโตสูงอีกในอนาคต

 

Master Plan และ Floor plan ของ ASPIRE ASOKE-RATCHADA

ASPIRE ASOKE-RATCHADA ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 11-0-41.1 ไร่ มี 6 อาคาร สูง 8 ชั้น ห้องพักอาศัย 1025 ยูนิต และ 3 ร้านค้า ที่จอดรถ 387 คัน คิดเป็น 38% ชั้น G มี Main Lobby และร้านค้า

 

จากภาพ Master Plan จะเห็นว่าทางเข้าหลักของโครงการอยู่ฝั่งซอยรัชดา 3 มีร้านค้าวางไว้ที่หน้าทางเข้าเพื่อความสะดวกของลูกบ้านในการจับจ่าย ด้านหน้าของโครงการส่วนใหญ่เป็นลานจอดรถ ส่วนที่พักอาศัยจะหลบเข้ามาภายในเพื่อความเป็นส่วนตัว มีอาคารทั้งหมด 6 อาคาร ได้แก่ A B C D E เวียนทวนเข็มนาฬิกา A-E เป็นอาคารพักอาศัยวางล้อมรับอาคาร F เป็นอาคารพักอาศัยพร้อม Clubhouse และมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ของโครงการ

ชั้น G ของอาคาร A-E จะมีที่จอดรถ ซึ่งถือว่าดีมากเพราะจอดรถใต้อาคาร มีหลังคาปกคลุม และนอกจากนี้ก็มีพื้นที่สีเขียว สวน ต้นไม้ต่างๆ กระจายอยู่ทั่วโครงการเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับลูกบ้านทุกคน

 

นอกจากนี้ยังมีทางเดินออกเฉพาะคนเดินทางทิศตะวันตกด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน

 

Floor Plan โดยรวมจะเป็นแบบนี้ครับ  ตึกที่เห็นวิวสระว่ายน้ำได้ A B C ส่วน D E จะมองเห็นแต่วิวสวน ทุกอาคารวิวด้านนอกที่ได้รับจะมีอาคารใกล้เคียงสูงต่ำต่างกันไป ดังนั้นวิวภายในจะดูดีกว่าครับ

Floor Plan แต่ละอาคาร

ตึก A วิวนอกฝั่งทิศตะวันออกจะมีห้อง Studio และ 1 Bedroom 30 ตร.ม. บางส่วน มีห้องมุม 3 ห้องเป็น 1 Bedroom 33.5 ตร.ม. 1 ห้อง และ 2 Bedroom 49.5 ตร.ม. 2 ห้อง ส่วนวิวด้านในจะสงวนไว้ให้เฉพาะ 1 Bedroom 35 ตร.ม. กับ 2 Bedroom เท่านั้น

ตึก B คล้ายตึก A ที่กลับด้านกัน ห้อง Studio จะยังคงที่วิวนอก ส่วนวิวในอันสวยงามจะมีเฉพาะ 1 Bedroom ห้องใหญ่และ 2 Bedroom

ตึก C ที่ได้วิวสระว่ายน้ำได้แก่ 3 ห้องแรกวิวในด้านซ้ายสุดครับ ส่วนห้องวิวในอื่นๆ จะคละระหว่าง 2 Bedroom กับ 1 Bedroom ใหญ่ ส่วนวิวนอกฝั่งทิศตะวันตกจะเป็น 1 Bedroom เล็ก 30 ตร.ม. และ Studio 25 ตร.ม.

ตึก D ฝั่งตะวันตกเป็นห้อง Studio ล้วนๆ มีห้องมุม Rare Item 1 Bedroom Plus 34.5 ตร.ม. แค่ 1 ห้องต่อชั้น ส่วนวิวนอกทิศใต้เป็น 1 Bedroom 30 ตร.ม. ส่วนห้องวิวในจะได้วิวสวน Courtyard ครับ ซึ่งมีทั้ง 1 Bedroom ใหญ่และ 2 Bedroom และมี 1 Bedroom วิวในบางห้องที่สามารถมองไกลแล้วเห็นสระว่ายน้ำด้วยคือห้องวิวในทิศเหนือที่อยู่ใกล้โถงลิฟต์

ตึก E มีห้องวิวสวน Courtyard เป็น 1 Bedroom ใหญ่ 35 ตร.ม. และ 2 Bedroom 49.5 ตร.ม. ชั้นเตี้ยๆ เช่น 2-3 น่าจะมองเห็นสวนได้สวยงามกว่าชั้นสูงๆ ครับ ส่วนวิวนอกทิศตะวันออกมีห้อง 1 Bedroom เล็ก 30 ตร.ม. กับ Studio 25 ตร.ม. นอกจากนี้มีห้อง Rare item 1 Bedroom Plus 34.5 ตร.ม. ระเบียงหันหน้าไปทางทิศใต้ห้องเดียว แตกต่างไม่เหมือนใคร

ตึก F เป็นตึกศูนย์รวม Facility เพราะ Clubhouse 3 ชั้น ตั้งอยู่ที่ตึกนี้ครับ มีร้านค้า 1 ห้อง มีห้องทำงาน Co-working Space , Multi-function Room, Fitness Center, Yoga, Boxing, TRX , Swimming Pool เพื่อการแช่น้ำแบบชิลๆ โดยก่อกำแพงและตกแต่งสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้สระ มีห้อง Sauna ห้องน้ำส่วนกลาง สำนักงานบริหารอาคารชุด และ Lobby ของ Clubhouse และชั้นดาดฟ้าของ Facility Zone ตึก F จะอยู่บริเวณชั้น 3 ซึ่งมี Garden และ Glasshouse เพื่อการพักผ่อนชิลๆ เรียกได้ว่าตึก F จะมีผู้คนแวะเวียนเข้ามามากเป็นพิเศษในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง แต่พื้นที่พักอาศัยจะแยก Lobby ส่วนตัวออกไปต่างหากและเพื่อการชดเชยเพราะคนจากทุกตึกจะมาใช้พื้นที่ส่วนกลางในตึก F นี้ จึงออกแบบให้ตึก F มีห้องพักอาศัยน้อยที่สุดเพียง 57 ยูนิตเท่านั้น  และรูปแบบของห้องพักในตึก F จะมีเฉพาะห้องใหญ่ๆ เท่านั้น ได้แก่ 1 Bedroom 35 ตร.ม. 2 Bedroom 50 ตร.ม. ดังนั้นใครที่เลือกตึก F นี้ถือว่าเป็น Top Class สูงสุดของโครงการครับ

Unit Type

ที่ ASPIRE ASOKE-RATCHADA  มีห้องหลายรูปแบบได้แก่

Studio 25 ตร.ม. 226 ยูนิต คิดเป็น 26% จากยูนิตทั้งหมด

1 Bedroom 30 ตร.ม. 322 ยูนิต คิดเป็น 31%

1 Bedroom  33.5- 35 ตร.ม. 221 ยูนิต

1 Bedroom Plus 35 ตร.ม. 117 ยูนิต

2 Bedroom 49.5-51.0 ตร.ม. 99 ยูนิต

 

Studio 25 ตร.ม.

เพิ่มประโยชน์ใช้สอยโดยลดระเบียงให้เล็กลงเพื่อให้มีพื้นที่ติดอากาศภายในกว้างขึ้น

1 Bedroom 30 ตร.ม.

เป็นแบบห้องยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พื้นที่ครัวแยกส่วนออกไปมีกระจกบานเลื่อนกั้นเป็นสัดส่วน

1 Bedroom 35 ตร.ม. เป็น 1 Bedroom ที่ขยายขนาดขึ้นมา และห้องนอนจะมีกำแพงแยกออกเป็นสัดส่วนให้ทวีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ห้องน้ำเข้าห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นมีขนาดใหญ่และเชื่อมต่อกับครัวที่แยกเป็นสัดส่วนพร้อมพื้นที่วางโต๊ะกินข้าว ห้องนี้ถือว่าลงตัวดีมากในการอยู่อาศัยจริง

1 Bedroom Plus 35 ตร.ม. ห้องนี้โครงสร้างคล้ายห้อง 1 Bedroom 35 ตร.ม.แบบปกติ แต่ 1 Bedroom Plus นี้เป็นอีกรูปแบบที่ย้ายครัวมาอยู่ภายในห้องนั่งเล่น และปล่อยให้พื้นที่ติดอากาศตรงระเบียงเปลี่ยนเป็น multifunction space ให้ออกแบบกันเองว่าจะให้เป็นห้องอะไร ส่วนห้องน้ำมีการปรับเปลี่ยนจากหันเข้าโซฟาเปลี่ยนเป็นหันประตูออกไปยังห้อง multifunction space แทน ห้องรูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่นิยมทำอาหาร แต่ต้องการพื้นที่ห้องแยกส่วนตัวเพิ่ม เสมือนได้ 2 Bedroom แบบย่อมๆ ในราคาแบบ 1 Bedroom ครับ

1 Bedroom Corner 33.5-34.5 ตร.ม.รูปแบบนี้เป็น Rare item มีเฉพาะที่ส่วนมุมเท่านั้น และเป็น 1 Bedroom ที่มีความกว้างและลึก มีประตูทางเข้าที่แตกต่าง ทำให้มี space ใช้สอยที่ดีกว่า 1 Bedroom ปกติทั่วไป มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นแบบ Grand Living Area ที่ใหญ่มาก รูปแบบนี้เป็นห้องที่คาดว่าจะขายหมดไวเพราะฟังก์ชั่นที่ดีของเขาครับ

2 Bedroom Corner  49.5 ตร.ม. ห้องนี้ถือว่าเป็นห้องในฝันของหลายคนเพราะมีขนาดที่ใหญ่ที่สุด มีฟังก์ชั่นที่ครบถ้วนมากๆ สำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ โดยมีห้องนอนที่แยกออกจากกันโดยไม่มีผนังติดกันเพราะมีห้องโถงกลางซึ่งประกอบไปด้วยโซนนั่งเล่นและโซนกินข้าวคั่นตรงกลาง มีห้องน้ำเดียวแต่มีประตูเข้าได้สองทางจากฝั่งห้องนอน Master Bedroom และเข้าจากห้องโถงกลางก็ได้  ถ้าพูดถึงครัวก็เป็นครัวแยกกั้นเป็นสัดส่วน มีพื้นที่ Laundry Cabinet ที่มีหน้าต่างระบายอากาศด้วย ส่วนระเบียงก็มีขนาดเหมาะสมและอยู่ติดกับโซนนั่งเล่น ขอชื่นชมว่านักออกแบบห้องรูปแบบนี้เก่งมากครับที่สามารถรวมทุกฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยเข้ามาภายในพื้นที่ขนาด 50 ตร.ม.นี้ได้อย่างลงตัวและไม่มีจุด defect อะไรที่น่าติได้เลย เป็นรูปแบบห้องที่คุ้มค่าสำหรับผู้ซื้อมากๆ เพราะทำอะไรได้หลายๆ อย่าง คุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายเงินไป

ภาพตัวอย่าง Facility ของโครงการ ASPIRE ASOKE-RATCHADA

โครงการนี้ออกแบบสถาปัตยกรรมโดย I WIll Design สวนสวยๆ ออกแบบโดยภูมิสถาปนิกจาก 1819 Landscape และตกแต่งภายในอย่างสวยงามดูทรงคุณค่าและฟังก์ชั่นดีโดย DIU

 

ภาพประตูทางเข้าด้านหน้าโครงการ ที่มี shop ดูเผินๆ แล้วยังสงสัยว่านี่คือคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่าแสนบาทจริงหรือ

ขยับเข้ามาอีกนิดมี Main Lobby คอยต้อนรับทุกคนเข้าสู่โครงการ เป็นจุดที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนว่าลูกบ้านที่นี่ได้อิ่มเอมกับประสบการณ์เหมือนอาศัยอยู่ในยุโรป

ไฮไลท์ของที่นี่คือ Sanctuary Bubble Pool ที่มอบประสบการณ์ความสบายกายด้วยสระน้ำสำหรับการแช่ตัว มีกำแพงสูงและ Vertical Garden พร้อมประตูลอดโค้ง Arch ทำให้ความรู้สึกสบายใจและเป็นส่วนตัว พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดเด่นที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากคนที่จะมาอยู่มาเช่าหรือมาซื้อโครงการนี้ได้ในอนาคตหลังจากที่เราซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว

 

บนชั้นดาดฟ้าของส่วน Clubhouse ก็ยังมีพื้นที่ Glass & Sky Terrace ที่มอบความสดชื่น ผ่อนคลายด้วยสวนน้ำพุเหมือนได้ฤดู Summer ที่ต่างประเทศทุกๆ วัน

Lap Pool Scenery & Kids Pool เป็นอีกสระว่ายน้ำอีกสระที่สามารถว่ายไปกลับได้จริง มีสระเด็กให้ด้วย บรรยากาศผ่อนคลายดีมากๆ เพราะเป็นจุดที่มองวิวรอบโครงการได้กว้างมากที่สุด

Clubhouse ที่อยู่ในตึก F รูปแบบสถาปัตยกรรมสวยงามมาก สื่อถึงความเป็น Colonial Pop Style ได้อย่างลงตัว ดูหรูหรา แต่ก็น่าอยู่เพราะมีการแทรกต้นไม้ใบหญ้าและพื้นที่ water scape ให้ผสานระหว่างความรู้สึกแข็งแกร่งและนุ่มนวลอ่อนไหวได้อย่างกลมกลืน

ทุกอาคารจะได้สัมผัสกับสวน Green Courtyard ที่เป็นเสมือน space ที่จะเชื่อมให้ลูกบ้านจากทุกอาคารมีปฏิสัมพันธ์อันดีงามร่วมกันบนพื้นที่ Courtyard แห่งนี้ เป็นเหมือน Public Park ของผู้คนที่จะได้มีโอกาสสร้างและมอบมิตรไมตรีให้แก่กันและกัน มีฟังชั่นการใช้งานสามารถให้พ่อแม่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ ดูเด็กๆ วิ่งเล่นในสนามหญ้าอย่างเพลิดเพลินได้เหมือนอาศัยในโครงการบ้านเดี่ยวที่หรูหราทำเลชานเมือง แต่ ASPIRE ASOKE-RATCHADA ที่อยู่ทำเลใจกลางเมืองย่านรัชดา-อโศกก็สามารถมอบประสบการณ์แบบเดียวกันได้ เพราะมีพื้นที่โครงการขนาดใหญ่รวมกว่า 11 ไร่

ตรงกลางของโครงการพบกับ Gigantic Green Space ที่ยกต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มาไว้ตรงกลางพร้อมปูหญ้าสีเขียว เป็นดั่งร่มไม้ใหญ่สร้างความเขียวขจีและเป็นที่พึ่งพาอาศัยของธรรมชาติ โน้มนำความบริสุทธิ์จากพรรณไม้มาให้เราทุกเวลา

 

เพิ่มมิติซ่อนเร้นให้กับการอยู่อาศัยด้วย Hide & Seek Pocket Corner พื้นที่แห่งความเป็นส่วนตัวซ่อนลึกอยู่ในอาคาร ไม่สามารถมองเห็นได้จากแว๊บแรก แต่สงวนสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น

 

Main Lobby Reception ออกแบบด้วยแนวคิดการสร้างพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่ส่วนกลาง เพราะจัดวางตำแหน่งและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ก่อให้เกิดการแยก Personal Space ที่ห่างและไม่รบกวนกิจกรรมกัน  เพดานและผนังห้องตกแต่งอย่างสวยงามโดยนำความแข็งแกร่งของหินธรรมชาติมาผสานกับความพลิ้วไหว ก่อให้เกิดความรู้สึกสองด้านที่ประสานกันได้ดี

Co-creation Room เป็นพื้นที่นั่งทำงาน อ่านหนังสือ และสร้างสรรค์ต่างๆ ออกแบบโดยเลือกวัสดุที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งจากกระเบื้องลายหินอ่อน โต๊ะ Terazzo ผสมกับสีสันของทองคำและสีโทนเย็นเขียวและน้ำเงินที่ผลักดันความหรูหราออกมาให้เห็นตามสไตล์คอนโดมิเนียม Luxury แต่เสนอขายในราคาที่คุ้มค่า

 

Co-creation Room อีกมุมหนึ่งที่เน้นจัดสรรสีแบบ 2 tone ขาวและดำ และไฮไลท์สีทองเข้าไปให้โดดเด่น เพียงแค่ก้าวเข้ามาก็สัมผัสถึงความอลังการ

 

Co-party Area เนื่องจากเป็นคอนโดมิเนียมที่ผู้อยู่อาศัยจำนวนหลักพันดังนั้นพื้นที่กิจกรรมส่วนกลางจึงจำเป็นเพื่ออำนวยให้ลูกบ้านพบปะสังสรรค์กันตามเทศกาลต่างๆ พื้นที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมของมิตรภาพอันดีงาม

Fitness Center ที่แสนหรูหรา ออกแบบโดยเลือกใช้การจัดวางพื้นลายไม้รูปแบบ Herringbone ที่มักจะหาได้จากโครงการระดับ Luxury แต่ก็ผสมผสานความรู้สึกกระฉับกระเฉงด้วยการเลือกใช้รางไฟรูปแบบที่ดู Futuristic ให้ดู Active มากขึ้น ห้องออกกำลังกายมีอุปกรณ์ให้ครบครันพร้อมใช้งานและมีจำนวนที่เหมาะสมกับการดูแลรักษาในระยะยาว

 

เอาใจคนสายออกกำลังกายหนักๆ ด้วย Boxing Area และ TRX Room บุพื้นกันกระแทก

 

ตัวอย่างภาพ Lobby ในแต่ละตึก ออกแบบให้ดูมีความ Elegance เน้นความสวยงามไปที่กรอบกระจกหน้าต่าง เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูอบอุ่นและผสมผสานความหรูหราด้วยโต๊ะทรงกระบอกสีทองท๊อปกระจกดำ

 

ดีไซน์ของโถงลิฟต์ให้ความรู้สึกมั่นคง พื้นเลือกกระเบื้องลายหินอ่อนสีทูโทนขาวดำ ผนังติด wallpaper สร้างความรู้สึกอบอุ่น จัดวางเฟอร์นิเจอร์และกระถางดำทองใส่ต้นไม้เพิ่มความอ่อนโยนแบบธรรมชาติ

 

จากภาพรวมการตกแต่งภายในทั้งหมดของ ASPIRE ASOKE-RATCHADA เราจะเห็นได้ว่านี่คือคอนโดมิเนียมแบรนด์ ASPIRE ที่มีการอัพเกรดระดับมูลค่าจากงานดีไซน์ให้เลอค่ามากกว่า ASPIRE รุ่นเก่าอย่างมากจนอาจจะเข้าใจผิดได้เลยว่า ASPIRE คือแบรนด์ระดับ High class แต่ด้วยทำเลที่เป็นรองกว่าแบรนด์อื่นๆ ก็ยังทำให้เรียกว่าเป็นคอนโดกลุ่ม Mass แต่เป็น Mass ที่ไต่ระดับขึ้นไปเทียบชั้น Premium และเมื่อเราลองเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมระดับราคาตารางเมตรต่ำกว่าแสนบาททั่วไปแล้ว ที่โครงการนี้จึงกลายเป็นตัวเอกที่โดดเด่นมากที่สุดในย่านรัชดา ซึ่งแนวคิดทั้งหมดนี้เตรียมไปพิสูจน์ด้วยสายตาของเราเองได้ที่สำนักงานขาย ASPIRE ASOKE-RATCHADA

 

จุดเด่น ASPIRE ASOKE-RATCHADA

จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่เพิ่มมิติสถาปัตยกรรมหรูหราสวยงามแต่ยังคงความเป็นส่วนตัวสูงแม้จะอยู่ท่ามกลางทำเลที่พลุกพล่าน โดดเด่นและประทับใจด้วยดีไซน์สไตล์ Colonial Pop ที่ร่วมสมัยคล้ายกับการได้อยู่ในต่างแดนแถวยุโรปและออกแบบให้เต็มไปด้วยพื้นที่เขียวขนาดใหญ่ภายใน ตั้งอยู่ในทำเลรัชดาที่คึกคัก ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งเป็น Super Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีส้มในอนาคต และสถานีพระราม 9 อยู่ใกล้กับหมู่อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ CBD Rama 9 หน่วยงานราชการกรุงเทพมหานครฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต และ Financial District บริเวณรอบๆ Stock Exchange Thailand ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์มากมายตลอดแนวถนนรัชดาภิเษก ไม่ว่าจะเป็น Esplanade, ตลาดรถไฟรัชดา, Central Rama 9, The Street, Tesco Lotus Big C, Home Pro เป็นย่านอาหารการกินอุดมสมบูรณ์มากถึงมากที่สุด ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกความต้องการ และภายในห้องออกแบบได้ลงตัวมีพื้นที่ใช้สอยที่ใช้ได้จริงมากที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ รอบข้าง เหมาะกับการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุนปล่อยเช่าเพราะอยู่ในย่านที่มีความต้องการเช่าสูงมากทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติรายได้ดี เป็นโครงการที่เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ในซอยเดียวกันแล้วถือว่าค่อนข้างชนะเหนือกว่าคู่แข่งทั้งปวง

 

กำหนดการขาย ASPIRE ASOKE-RATCHADA

จะเปิดขายแบบ iBooking วันที่ 26 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น. ที่ลิงค์นี้ https://ibooking.apthai.com 

งาน Presale 30-31 มีนาคม

ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 89,000 บาท/ตร.ม.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1623

หรือ ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดเพิ่ม 50,000 บาท ได้ที่นี่

https://bit.ly/2E0AW5Y

 

#APTHAI #APThinkDifferent #APSpace #APCondo #Aspire



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

Tonson One Residence คอนโด Super Luxury แบบ Freehold ที่มีที่ตั้งโดดเด่นที่สุดบนย่านเพลินจิต – ชิดลม – ต้นสน ห่างจาก BTS ชิดลมแค่ 300 เมตร ขายเริ่มต้น 20 ลบ.(57 ตรม.)

โครงการนี้เป็นของดีเวลลอปเปอร์ที่กำลังมาแรงในตลาด Super Luxury Residence คือ AssetFive ครับ (กลุ่มปัญจทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงการ Vana Residence ย่านกรุงเทพกรีฑา) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันพัฒนากับบริษัท Cap... อ่านต่อ




โอกาสเดียว วันเดียว!!! EARLY BIRD ลดทันที 10% ทุกยูนิต IDEO Q PHAHOL-SAPHAN KHWAI

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารในแวดวงการพัฒนาโครงการอสังหาฯอยู่สม่ำเสมอก็จะพบว่าตั้งแต่ปลายปีที... อ่านต่อ

ค้นพบความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต กับ Luxury Urban Home ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านอโศก – พระรามเก้า ที่ AQ Welle

AQ Welle Asoke-Rama 9 (เอคิว เวลล์ อโศก-พระราม 9) โครงการบ้านเดี่ยวที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย ... อ่านต่อ

เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ THE TEAK RATCHADA 19 เป็นคอนโดใหม่ในย่านรัชดาที่เปรียบดั่ง The Prize of Living ของชีวิตคนเมือง

ถ้าหากเราเป็นนักลงทุนคอนโดมิเนียม จุดตัดสินใจหลักๆ ของเราก็คงหนีไม่พ้นการตัดสินใจที่เน้... อ่านต่อ