บ้านหรู ดูยังไง?

wipawan khampuwiang 07 April, 2023 at 16.21 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ต้องบอกก่อนเลยว่าบทความนี้จะเป็นบทความที่ชี้ให้เห็นในมุมมองของเราว่าทุกวันนี้ตลาดบ้านเดี่ยวหรูที่มีระดับราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาท ไปจนถึงเกิน 100 ล้านบาท มีการพัฒนากันมากขึ้น ซึ่งต่างคนก็ต่างเคลมว่าโครงการของตนเองนั้นเป็นบ้านหรู จนเกิดปรากฏการณ์ของการใช้คำว่าหรูฟุ่มเฟือยมาก ซึ่งในมุมมองของเราปัจจัยที่จะพิจารณาว่าบ้านนั้นมีความหรูหราจริง หรือหรูแค่คำพูดมีมากกว่าแค่ในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ดินและพื้นที่ใช้สอย รวมไปถึงสเปควัสดุ แต่จากประสบการณ์ของเราพบว่าองค์ประกอบของคำว่าหรูหรานั้นมักจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันเอง ซึ่งถ่ายทอดออกมาให้เป็นรูปธรรมผ่านฟังก์ชันการใช้งาน และงานดีไซน์ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดในแบบที่หาได้ยากจากที่อื่น จนเกิดเป็นประสบการณ์การพักผ่อนอันพิเศษที่ตอบรสนิยมและสถานะทางสังคมของเจ้าของบ้านมาที่สุด ซึ่งหากมองในภาพรวมก็มักจะมีองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้

1. ทำเลที่ตั้งอยู่กลางเมือง ติดกับ Magnet ชั้นนำของย่านนั้นๆ ไม่มีโครงการใดๆ สามารถขึ้นมาได้ในระยะใกล้เคียง เรียกได้ว่าเป็นโครงการหรูเพียงหนึ่งเดียวในย่านนั้นๆ อยู่ในทำเลที่มีราคาที่ดินสูง แต่ไม่ลำบาก เพราะเป็นทำเลที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการ ซึ่งหากเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงแบบคอนโดมิเนียม ก็จะนิยมอยู่ในย่าน CBD ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

2. ขนาดของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่ต้องสามารถอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างเป็น Multigeneration จริงๆ โดยมักจะมีขนาดตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อให้สมาชิกภายในบ้านทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ พร้อมทั้งพื้นที่ส่วนรวมภายในบ้านที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันได้

3. เน้นคุณภาพมาตรฐานในการก่อสร้างและวัสดุที่เหนือกว่า บนจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างน้อย ดั่งอยู่ในสังคมคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรค์แล้ว เป็นสังคมในหมู่บ้านที่มีความน่าอยู่ บ้านทุกหลังมี Activity และ Lifestyle ที่คล้ายๆ กัน เช่น นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และผู้บริหาร เป็นต้น

4. รูปแบบการดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุ ที่นอกจากจะมีความสุขใจที่ได้อยู่ มีความทนทาน มีเอกลักษณ์ เป็น Timeless แล้ว ก็ยังต้องสร้างความภูมิใจให้กับตัวผู้เป็นเจ้าของ สามารถเชิญแขก เชิญเพื่อนมาเยี่ยมบ้านได้อย่างภาคภูมิใจ สะท้อนตัวผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี หลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “บ้านเลือกคน” ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบ้านและผู้อยู่อาศัยนั้นมีความคล้ายคลึงกัน

5. การบริหารงานนิติบุคคลที่ครอบคลุมในทุกมิติของการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ Concierge Services เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับลูกบ้านภายในโครงการ ไม่เพียงแค่จะได้รับความสะดวกสบายเท่านั้น แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในโครงการแล้วต้องได้รับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย

 

ข้อมูลจากไนท์แฟรงค์ ชี้ตลาดอสังหาฯ ไตรมาสแรกฟื้น ได้ให้ข้อมูลในเรื่องของบ้านหรูจากผลสำรวจบ้านระดับบนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าบ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทถึง 100 ล้านบาทขึ้นไป มียอดขาย 19,476 ยูนิต คิดเป็นยอดขาย 79.2 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งหมด 24,602 ยูนิต ทั้งนี้ อัตราการขายจะลดลง 3.9 เปอร์เซ็นต์จากครึ่งแรกของปี 2565 แต่ก็เพิ่มขึ้น 1.9 เปอร์เซ็นต์เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นสองเท่าของอุปทานที่มีเหลืออยู่

เพื่อชี้ให้เห็นว่าทิศทางการพัฒนา Luxury House เพิ่มมากขึ้นอย่างช้า แต่ต่อเนื่อง สวนทางกับทิศทางในการพัฒนาคอนโดหรู ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งคำถามที่ตามมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น มีโอกาสในการเกิด Over Supply ไหม/ ลูกค้ามีพฤติกรรมซื้อซ้ำหรือเปล่า/ สัดส่วนการซื้ออยู่เองหรือลงทุนอันไหนเยอะกว่ากัน/ คนรวยส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อบ้านหรูเพื่อทดแทน Super Luxury Condo กลางเมืองหรือเปล่า/ พัฒนาขึ้นเพื่อดึงกำลังซื้อจากกลุ่มคนต่างชาติที่เปิดบริษัทในไทยหรือเปล่า ฯลฯ

 

แม้จะมีบ้านหรูถูกพัฒนาขึ้นเยอะ โดยที่ส่วนใหญ่มักจะเปิดไล่เลี่ยกันบนทำเลเดียวกัน ซึ่งทำเลยอดฮิตของโครงการบ้านหรูที่เรามักจะเห็นกันก็จะเป็น พัฒนาการช่วงต้น กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พระรามเก้า หรือราชพฤกษ์ จนผู้ซื้อหลายคนเกิดอาการเลือกไม่ถูกว่าที่ไหนหรูจริง หรือหรูแค่ชื่อ เพราะองค์ประกอบโดยรวมมันก็ถูกต้องเข้าเกณฑ์ไปทั้งหมด ซึ่งโดยปกติแล้วหากเรา Zoom in ไปที่ Signature ในเรื่องของฟังก์ชันและงานดีไซน์ ที่ได้จากตัวบ้านก็จะพบข้อสังเกตที่ช่วยบ่งชี้ว่าถ้าจะซื้อบ้านหรูทั้งทีต้องมีสิ่งนี้

 

1. จำนวนยูนิตยิ่งน้อยยิ่งดี ทำให้ผู้อยู่อาศัยภายในโครงการรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีจำนวนยูนิตน้อย ทำให้บรรยากาศภายในโครงการดูไม่วุ่นวาย เหมือนกับโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะ แบบโครงการ QUARTER 31 มีเพียง 20 ยูนิต ฝั่งละ 10 ยูนิต บ้านหันหน้าเข้าหากันแต่มี Facilities กั้นอยู่ตรงกลาง ทำให้ทุกหลังมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

 

Mulberry Grove The Forestias Villas ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 37 หลัง โดยบ้านทุกหลังในโครงการจะไม่มีรั้วบ้าน แต่มั่นใจได้ด้วยระบบความปลอดภัยของโครงการฯ ทั้งหมด แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวจากการวางผังบ้าน และการจัดแนวต้นไม้ที่กั้นพื้นที่ระหว่างแปลง

2. Double Gate Entrance ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกบ้านอย่างสูงสุด ที่โครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา มีการนำเอารูปแบบของงานสถาปัตยกรรม Italian Renaissance ในช่วงศตวรรษที่ 14 กลับมาใช้ใหม่ รวมถึงสถานที่สำคัญของนิวยอร์ก อย่าง Central Park และสะพาน Brooklyn มาไว้ในโครงการ มาพร้อมสี Brownstone อันสะดุดตา

 

Malton Gates มีประตูโครงการแบบ Double Gate เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านทุกหลังที่อาศัยอยู่ในโครงการ

3. Club House ขนาดใหญ่ หลากหลายฟังก์ชัน ตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัย ที่ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ส่วนของ Clubhouse ภายในโครงการ มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor บนพื้นที่ 4 ไร่ เป็น Clubhouse ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบภายในให้ดูหรูหรา โอ่อ่า เปี่ยมไปด้วยสีสัน เป็นพิเศษ ตามสไตล์ Gilded Age Chic โดยเป็นอาคาร 2 ชั้น ที่เชื่อมต่ออาคารด้วย Sky Bridge

Mulberry Grove The Forestias Villas มี Clubhouse ขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้คานดัดโค้ง Glulam ภายใต้แรงบันดาลใจจากศาลาไทย เชื่อมต่อไปยัง Creek และทางเดิน Canopy Walk หรือทางเดินยกระดับความยาว 1.6 กม. ที่มีความสูงอยู่ในระดับยอดต้นไม้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินส่วนตัวเฉพาะลูกบ้าน

4. ให้ความสำคัญกับงาน Landscape โดย บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา เป็นโครงการมีแนวคิดการออกแบบสไตล์รีสอร์ทอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบ้านในบรรยากาศที่ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ รอบโครงการและรอบบ้านมีพื้นที่สีเขียวเยอะ มองจากในบ้านออกมาด้านนอกก็สามารถเห็นสวนสวยได้เลย

5. มี Private Lift ในตัวบ้าน โดยโครงการ Malton Gates มีการออกแบบภายใต้แนวคิด The Gates to Well-Living ที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัย หากบ้านหลังไหนที่มีผู้สูงอายุหรือมีการใช้รถเข็นก็สามารถนำรถเข็นเข้าลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ของบ้านได้อย่างสบาย

โครงการ Mulberry Grove The Forestias Villas ซึ่งจากชั้นใต้ดินมีลิฟท์ที่เชื่อมขึ้นสู่ภายในตัวบ้านจนถึงชั้น 3 ที่เป็นชั้นบนสุดของบ้าน สะดวกต่อการขึ้น-ลง ชั้นบนสุด ล่างสุด

Quarter 31 ติดตั้งลิฟต์สำหรับโดยสารหรือใช้ขนของ เป็นลิฟต์แบรนด์ Schindler ซึ่งเป็นลิฟท์คุณภาพระดับเดียวกับลิฟท์ที่ใช้ในอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียม

6. มีพื้นที่เพียงพอ และมีอุปกรณ์ให้ครบครันสำหรับครัวไทย และครัวนอก (Pantry) ที่ Malton Gates ให้ครัวนอก สำหรับทำอาหารเบาๆ หรือจัดเตรียมอาหารสำหรับปาร์ตี้ต่างๆ ทางโครงการให้ Island สำหรับเตรียมอาหารมาด้วย และครัวไทย ได้ Hob & Hood และ Sink โดยไม่ต้องต่อเติมครัวเพิ่มเลย

Quarter 31 ให้ครัวนอกอยู่ติดกับบริเวณโถงนั่งเล่น พร้อมชุดครัวจากแบรนด์ Poggenpohl พร้อมเครื่องล้างจาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Siemens มีความทนทาน ส่วนห้องครัวไทยแยกออกมาเป็นห้องเฉพาะ มีชุดครัว เฟอร์นิเจอร์ Built-in คุณภาพดี ทนทาน และสวยงาม ทำความสะอาดง่าย

7. มีพื้นที่ Double Volume และเพดานชั้นมาตรฐานสูงอย่างต่ำ 3 เมตร ทำให้บ้านดูมีความโอ่โถง โปร่ง และดูโล่งเป็นอย่างมาก ซึ่งพื้นที่ Double Volume จะอยู่ในส่วนของห้องนั่งเล่นที่ใช้รับแขกหรือให้ครอบครัวสามารถเข้ามาอยู่ร่วมกันได้ เป็นจุดเด่นของบ้านจุดนึงเลยก็ว่าได้ ซึ่งโครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่ถูกออกแบบในสไตล์ Renaissance Revival นั้น บริเวณโถงห้องนั่งเล่นมีเพดานสูงถึง 7.3 ม. และเพดานของห้องต่างๆ ภายในบ้านก็สูงถึง 3.2 ม. ทำให้บ้านดูกว้างเป็นอย่างมาก

Quarter 31 มีพื้นที่ส่วนรับแขกแบบ Double Volume ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง ด้วยกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวสวนส่วนกลางได้ตลอดเวลา

บ้านในโครงการ Mulberry Grove The Forestias Villas มีโถง Double volume สูงตั้งแต่ 8 – 9 เมตรกว่าๆ ซึ่งแล้วแต่ Type ของบ้าน เชื่อมกับโถงทางเดินชั้น 3 ด้วยผนังบ้านส่วนใหญ่เป็นกระจก ยิ่งทำให้บ้านดูโปร่งมากกว่าบ้านที่เป็นผนังแบบทึบ

8. ประตูทางเข้า Aluminum ลายไม้ขนาด Oversize เหมือนกับโครงการ Mulberry Grove The Forestias Villas ที่นำภูมิปัญญาแบบสถาปัตยกรรมไทยมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับอาคารสมัยใหม่ ผ่านการเลือกใช้วัสดุอย่างกระจก IGU บานใหญ่เพื่อให้รับวิวธรรมชาติได้เต็มที่เพิ่มความคงทนของอาคารในระยะยาว และความสวยงามด้วยการใช้ Aluminum Composite สีทองแดง เป็น Facade เลื่อนเปิดปิดได้ ที่เฉดสีจะเปลี่ยนไปเมื่อกระทบกับแสงในแต่ละช่วงเวลา

Malton Gates มีโถงประตูหน้าบ้านที่สูงมาก แกรนด์ประตูหน้าบ้านสูง 2 ชั้น เป็นบาน Aluminium ลายไม้ของ Tostem ด้านบนติดเป็นกระจก สามารถรับแสงธรรมชาติได้ ช่วยให้พื้นที่ในบ้านดูสว่างมากขึ้น

9. จอดรถในร่มได้ขั้นต่ำ 4 คัน ตอบโจทย์บ้านที่อยู่อาศัยกันแบบครอบครัวใหญ่และมีรถยนต์หลาย ให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจอดในบ้านได้ทุกคัน แบบเดียวกับโครงการ Malton Gates ที่โรงจอดรถของบ้านทางโครงการติดตั้งหลังคากันแดดกันฝนมาให้ สะดวกสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ไม่ต้องติดตั้งหลังคาเพิ่มเอง

นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ส่วนของโรงจอดรถทางโครงการติดตั้งหลังคาให้ จอดได้ 4 คัน ไม่รวมซ้อนคัน บริเวณหน้าบ้านมีจุด Drop off ให้รถจอดหน้าประตูบ้านก่อนที่จะวนรถไปยังโรงจอดรถข้างบ้าน

10. มี Inner Courtyard ภายในบ้าน ซึ่งโครงการ AERIE ศรีนครินทร์ – กรุงเทพกรีฑา มี Inner Courtyard บริเวณชั้น 2 ของบ้าน เป็นพื้นที่แบบ Open Plan ให้คุณตื่นมาแล้วไปนั่งจิบกาแฟสบายๆ ยังพื้นที่ด้านนอกได้ เรียกได้ว่าเป็นส่วนพักผ่อนแบบ Private ของครอบครัว

โครงการ Malton Gates ในบ้านแต่ละหลังจะมีพื้นที่ Inner Courtyard บ้านจริงจะปูพื้นหญ้าให้ทั้งหมด ปลูกต้นไทรเกาหลีให้ตรงรั้วบ้าน และให้ต้นมะฮอกกานีอีก 1 ต้น ใช้เป็นพื้นที่ปาร์ตี้แบบ Outdoor หรือมานั่งเล่นพักผ่อนก็ได้

11. ห้องน้ำขนาดใหญ่สไตล์ Grand Master Bathroom พร้อมอ่างอาบน้ำ และมีห้องน้ำขนาด Oversize ตกแต่งหรูหรามากกว่าจำนวนห้องนอน ให้คุณได้ผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าหลังจากนั่งทำงานมาตลอดทั้งวัน นอนแช่น้ำสบายๆ เหมือนกับโครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่มีห้องน้ำขนาดใหญ่ อ่างล้างหน้าแบบ His & Her อ่างอาบน้ำพร้อมช่องแสง และห้องอาบน้ำกั้นเป็น 2 ห้อง ใน Grand Master Bathroom แม้ไม่ใช่ Master Bedroom ห้องน้ำก็พื้นที่กว้างเช่นกัน

โครงการ Quarter 31 ห้องน้ำใน Master Bedroom ให้อ่างแบบ His & Her มีโซนเปล่า 2 ฝั่ง ที่สามารถออกแบบเป็นตู้เสื้อผ้า Walk-in Closet หรือห้องอเนกประสงค์อย่างอื่น มีโซนอาบน้ำแบบ Shower หรืออ่างอาบน้ำก็มีเช่นกัน

12. การจัดวาง Space ที่สะท้อนมาจากความใส่ใจ ที่คำนึงถึงทุกคนในครอบครัว ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ Multi-Purpose ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการใช้ชีวิต รองรับการใช้งานของสมาชิกทุกคนไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ, Glass House หรือห้องเอนกประสงค์, Personal Gym, Party Area ฯลฯ ที่ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา มีพื้นที่ของห้องต่างๆ ให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย

13. ออกแบบให้สัดส่วนบันไดมีความกว้างพอสำหรับคนสูงวัย ใช้งานได้ตลอดชั่วชีวิต โดยใช้วัสดุบันไดคุณภาพดี มีความแข็งแรง ทนทาน มีราวจับแข็งแรง ขั้นบันไดไม่แคบหรือสูงเกินไป ให้ทุกคนใช้งานได้อย่างสะดวก แบบโครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา

14. แยกพื้นที่การใช้งานของ Maid Quarter ออกเป็นสัดส่วน แยกกับส่วนที่พักอาศัยของเจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัว เพื่อความเป็นส่วนตัวของทุกคนภายในบ้าน โครงการ Quarter 31 มีห้องแม่บ้านอยู่บริเวณหลังบ้าน มีหน้าต่างในห้องนอน และเป็นห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำในตัว นอกจากนี้ก็มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในบ้าน

Malton Gates มีห้องแม่บ้านอยู่บริเวณข้างบ้าน มีหน้าต่างในตัว พร้อมห้องน้ำที่ใช้อาบน้ำได้ โดยบ้านไทป์ใหญ่สุดมีห้องนอนแม่บ้าน 2 ห้อง

15. ภายในตัวบ้าน มีพื้นที่เปิดโล่งพร้อมช่องแสง ทำให้สามารถใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะชอบเลี้ยงสัตว์ ชอบปลูกต้นไม้ เป็นลานโยคะยามเช้า หรือเป็นพื้นที่กิจกรรม Outdoor บนดาดฟ้าของครอบครัวก็สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวได้ โครงการ AERIE Srinakarin – Krungthep Kreetha มีพื้นที่ Kids Corner รองรับ พร้อมติดกระจกบานใหญ่ สามารถดูวิว Inner Courtyard ที่ชั้น 2 ได้ และส่วน Multi-Purpose อีกห้องสำหรับเด็กที่ใช้เป็นห้องเก็บหนังสือนิทาน หรือห้องเล่นเกมส์ต่างๆ ได้

นอกจากนี้สำหรับกลุ่มบ้านระดับ Ultimate Luxury ที่มีราคามากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ยกตัวอย่างของ Mulberry Grove The Forestias Villas ในโครงการเมกะโปรเจกต์ของ MQDC อย่าง The Forestias ก็มักจะมีองค์ประกอบสำคัญเพิ่มเข้ามาดังต่อไปนี้

 

1. มี Carport พื้นที่โรงจอดรถแบบติดแอร์ จอดรถได้มากกว่า 4 คันขึ้นไป พร้อมรองรับ Super Car มีทางเข้าชั้นจอดรถใต้ดินจะค่อยๆ สโลปลงไปกับขนาดทางลงที่กว้างถึง 4 เมตร ด้านล่างมีประตูม้วนไฟฟ้า HORMAN เปิด – ปิดด้วยรีโมทเพื่อความปลอดภัย ภายในพื้นที่ชั้นใต้ดินมีพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร สามารถจอดรถได้ 4 คัน

2. ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนในการอยู่อาศัย ดีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารและองค์ประกอบที่ทำร้ายสุขภาพในระยะยาว โครงการใช้วัสดุทุกอย่างที่ใส่เข้าไปในโครงการจะต้องไม่มีสารที่ก่อให้เกิดพิษ ไม่ Toxic ไม่ใช้ยากำจัดปลวก, ไม่ใช้เคาน์เตอร์หินที่มีสารเคลือบหินที่มีฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสารที่ให้เกิดก่อมะเร็ง, ไม่มีการติด Wallpaper เพราะกาวที่ใช้ในวัสดุติดผนังมักจะมีสารที่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารก่อมะเร็งได้ รวมทั้งการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมีค่าสารระเหยต่ำ เช่น สี กาว ยาแนว วัสดุพื้นผิว วัสดุไม้ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบหายใจ

3. ใช้กระจก IGU เก็บเสียง กันความร้อนทุกบาน ในโครงการ Mulberry Grove The Forestias Villas ใช้กระจก IGU ที่ประกอบด้วย กระจก Low iron + Low E จำนวน 2 แผ่นประกบกันโดยมี Air gap และกระจก Heat Strengthen อีก 1 แผ่นอยู่ส่วน Interior รวมถึงใส่ระบบ Thermal Brake ที่ได้รับมาตรฐาน LEED Standard ในมาตรฐานค่าความร้อนและเสียง รวมทั้งยังทำให้ผู้อาศัยได้รับวิวจากธรรมชาติมากที่สุด

4. มอบพื้นที่ใช้สอยเกิน 1,000 ตารางเมตร ขึ้นไป พร้อม Option ที่สามารถซื้อบ้านแบบ Combined เชื่อมต่อกันได้ เชื่อมกันเป็น 1 คลัสเตอร์กลุ่มบ้านสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ตามคอนเซปต์ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อบ้านที่ต่างแบบกัน แล้วเชื่อมต่อกันเป็นคลัสเตอร์ของบ้านต่างขนาดกันไป ที่สามารถไปมาหาสู่ถึงกันได้ด้วยการเดินเพียงสั้นๆ จากบ้านสู่บ้าน ในขณะที่บ้านแต่ละหลังก็ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว แบ่งอาณาบริเวณของแต่ละบ้าน ด้วยแนวต้นไม้และฉากตามธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัว

5. พื้นที่สำหรับห้อง Maid แยกออกจากตัวบ้านและมีขนาดใหญ่พื้นที่ใช้สอยมากกว่าปกติ โดยพื้นที่ติดครัวไทยเป็นห้องแม่บ้านที่น่าจะเป็นห้องแม่บ้านที่ดีที่สุดในไทย เนื่องจากโครงการมอบพื้นที่ขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีพื้นที่ทานอาหาร นั่งดูทีวีแยกเป็นสัดส่วน ล้อมด้วยวิวสวน และมีพื้นที่ใช้งานส่วนตัวของตัวเองให้เหล่าผู้ดูแลบ้านได้มีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่บ้าน เปรียบดั่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ และการให้ความสำคัญกับทุกสรรพสิ่งตามคอนเซปต์ของโครงการ

 

ซึ่งในตอนนี้เทรนด์ในการซื้อบ้านกำลังมา เนื่องจากเมื่อช่วง 2 – 3 ปีก่อน ที่มีระบาดของโควิด 19 ทำให้หลายบริษัทต้องหันมาทำงานแบบ Work From Home และพนักงานต้องทำงานในพื้นที่พักอาศัยของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคเมื่อต้องออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ซึ่งการอยู่คอนโด อพาร์ทเม้นต์ หรือห้องเช่านั้น ก็อยู่ได้แค่ในห้องพักตนเอง ไม่มีพื้นที่ให้ได้เดินเล่นผ่อนคลายความเครียดหลังจากทำงานเลย ดังนั้นหลายคนจึงคิดว่าการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากห้องสี่เหลี่ยมให้เป็นบ้านสักหลังก็คงดีไม่น้อย เนื่องจากมีพื้นที่รอบบ้านให้ได้เดินออกมาสูดอากาศ และพื้นที่ใช้สอยเยอะ ตอบโจทย์กับการอยู่อาศัยได้หลายคน จึงเป็นเหตุผลให้ที่อยู่อาศัยรูปแบบแนวราบกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ และโครงการบ้านก็มีหลายแบบ หลายระดับราคา ตั้งแต่ 1 – 100 ล้านบาทขึ้นไป ก็ยังมีให้เห็น ส่วนใครที่ชื่นชอบบ้านหรู ในระดับ Luxury ไปจนถึง Super Luxury และ Ultra Luxury นั้น ก็คงจะมีโครงการที่ชื่นชอบไว้ในใจอยู่แล้ว ยิ่งนำเหตุผลในข้างต้นที่เราได้อธิบายไปนั้น ว่าบ้านหรูควรมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล ราคา และพื้นที่ใช้สอย ยิ่งจะเป็นการช่วยในการประกอบการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย เพราะเมื่อเราเลือกจะที่ซื้อบ้านสักหลังก็คงอยากได้บ้านที่ดีที่สุดมีความ สวยงาม ใช้วัสดุคุณภาพ และยังตอบโจทย์การอยู่อาศัยของเราและสมาชิกภายในครอบครัวได้ดีด้วยเช่นกัน

wipawan khampuwiang

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์

นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา

นิว ซี-สแควร์ สวนหลวง สเตชั่น

ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค

วันนี้จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมสุดฮอตชื่อโ...

29 January, 2024

วิสซ์ดอม คราฟท์ สามย่าน

Whizdom Craftz Samyan คือโครงการที่มอบ 5 องค์ประกอบพ...

4 December, 2023

นาวว์ เมกา

หากจะพูดถึง NOWW MEGA (นาวว์ เมกา) ในพื้นที่ของ Maga...

14 November, 2023

แชปเตอร์ วัน สปาร์ค จรัญ

ย่านจรัญเป็นย่านที่มี transformation หรือมีการเปลี่ย...

13 November, 2023

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง