PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลสาทร ซอย 1

เกริก บุณยโยธิน 31 August, 2018 at 12.39 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


เมื่อช่วงต้นเดือน กค. 2561 ที่ผ่านมา มีสถิติที่น่าสนใจจากแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ที่ได้เผยแพร่ออกมาว่า ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% ภายในระยะเวลา 30 ปี นับจากปีพ.ศ. 2531 ซึ่งเป็นปีแรกที่ซีบีอาร์อีเริ่มเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ

ข้อมูลดังกล่าวหากดูเผินๆแบบมองโลกในแง่ดี ก็อาจจะคิดไปได้ว่า งั้นบ้านที่เราอยู่ก็น่าจะมีมูลค่าสูงขึ้นหลายเท่าตัว นับจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วน่ะสิ…แต่ในความเป็นจริง การปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,000% ของราคาที่ดินดังกล่าวนั้น ไม่ได้เป็นอัตราส่วนเดียวกันกับทุกพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่การเพิ่มขึ้นของราคานั้น เป็นการปรับตัวที่คู่ขนานไปกับทิศทางการพัฒนาเมือง กล่าวคือที่ดินที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำราคาเพิ่มได้มากๆนั้นก็ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ อยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจ (CBD) มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านทั้งบนดินและใต้ดิน มีข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองที่มีความเข้มงวดในการก่อสร้าง และอยู่ในย่านที่จำนวน Supply ที่ดินในแบบ Freehold เหลือน้อย

 

ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาที่ดินที่ทำสถิติราคาขายต่อตารางวาแพงที่สุด ก็ล้วนแต่อยู่ในย่าน CBD ทั้งสิ้น โดยสถิติสูงสุดต่อตารางวาในปัจจุบันอยู่ที่ CBD ลุมพินี ถนนหลังสวนประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดยบริษัท เอสซี แอสเสท และการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษขนาด 23 ไร่ที่ซื้อไปโดยกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์คือการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 19,000 ล้านบาท และหากจะถามว่าย่าน CBD ไหนที่มีจำนวนพื้นที่สำนักงานมากที่สุด จนแทบจะหาพื้นที่ขนาดใหญ่ราคาเหมาะสมในการพัฒนาโครงการประเภทที่อยู่อาศัยไม่ได้ก็คือ ย่านสีลม-สาทร ซึ่งจากจำนวนพื้นที่อาคารสำนักงานทั่วกรุงเทพฯกว่า 8.6 ล้านตารางเมตรนั้น กว่า 2.1 ล้านตารางเมตรคือพื้นที่อาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ ยังไม่รวมโครงการขนาดใหญ่อื่นๆบริเวณริมถนนพระรามสี่ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่าง One Bangkok และ Supalai Icon Sathorn โครงการ Mixed Use บนที่ดินขนาด 8 ไร่ของสถานฑูตออสเตรเลียเก่า ปากซอยสวนพลู ที่ขายไปในราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวา ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นภาพของผู้คนจำนวนมหาศาลที่หมุนเวียนเข้าออกเพื่อที่จะมาทำงานในย่านสาทรตลอดทั้งวัน

สาทร ซอย 1 ย่านที่อยู่อาศัยคุณภาพดีที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างจากใจกลางย่าน CBD  

พื้นที่ CBD สาทร โดยเฉพาะบริเวณช่วงต้นถนนสาทร ที่เชื่อมต่อถนนสีลม พระรามสี่ และวิทยุ ในปัจจุบันแทบไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ เกิดขึ้น ยกเว้นโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Mixed Use เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงมากจนส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการรูปแบบอื่นๆ ได้จนผลตอบแทนที่ได้รับนั้นไม่คุ้มค่า และใช้เวลายาวนานกว่าจะคืนทุน ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจึงเลือกซื้อที่ดินในซอย หรือว่าถนนสายรองต่างๆ ที่แยกออกจากถนนหลักสาทร มาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในราคาที่ไม่แพงเพื่อจับกลุ่มกำลังซื้อที่ไม่สามารถซื้อโครงการคอนโดมิเนียมราคาแพงริมถนนหลักสาทร แต่ก็ไม่ใช่ทำเลรองทุกทำเลในย่านนี้ที่น่าสนใจในมุมมองของผู้อยู่อาศัย และนักลงทุน ซึ่งถ้านับถนนสายรองที่เชื่อมต่อกับถนนหลักในย่านสาทรแล้ว ย่านสาทรซอย 1 ดูจะได้เปรียบในเรื่องของศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่แพงมาก เนื่องจากเป็นทำเลที่มีความเป็นย่านที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ และยังได้รับอานิสงค์โดยตรงจากการพัฒนาโครงการระดับ Mega Project ริมถนนพระรามสี่ ในอนาคต

การเกิดขึ้นของโครงการคอนโดในย่านสาทรซอย 1 หรือพื้นที่ทางทิศใต้ของถนนพระรามที่ 4 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงไม่กี่โครงการเท่านั้นที่อยู่ริมถนนสาทร โดยพื้นที่ในซอยที่แยกออกจากถนนเส้นทางหลักก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันเช่นกัน โดยการเปิดให้บริการของเส้นทางรถไฟฟ้า BTS และ MRT ทำให้พื้นที่ที่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าจะมีความน่าสนใจมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นช่วงสาทร- พระรามสี่ (MRT ลุมพินี) , สาทร – นราธิวาส (BTS ช่องนนทรี) , สาทร -สุรศักดิ์ (BTS สุรศักดิ์) และสาทร-เจริญกรุง (BTS สะพานตากสิน) ในขณะที่พื้นที่นอกเหนือเส้นทางรถไฟฟ้ามีความน่าสนใจน้อยกว่า…ช่วงสาทร – พระรามสี่ มีซอยย่อยที่ทำหน้าที่เป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อทุกย่านสำคัญในบริเวณนี้อย่าง สาทร – พระรามสี่ – นางลิ้นจี่ – เย็นอากาศ – สวนพลู – นราธิวาส – พระรามสาม เข้าไว้ด้วยกัน โดยที่ยังคงความเป็นย่านที่พักอาศัยคุณภาพดีที่สั่งสมจากอดีตสู่ปัจจุบันและเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านบวกจากโครงการ “One Bangkok” มากที่สุด นั่นก็คือสาทร ซอย 1

 

สาทร ซอย 1 เป็นย่านที่หลบซ่อนตัวอยู่จากความวุ่นวายของอาคารสำนักงาน ริมถนนใหญ่สาทร แต่กลับมีสีสันการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมมากกว่า แตกต่างจากบริเวณริมถนนใหญ่ที่มักจะเงียบเชียบในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังอยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนบ่อนไก่ ทางฝั่งถนนพระรามสี่ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีลุมพินี ศักยภาพของทำเลสาทร ซอย 1 ถูกเติมเต็มให้มากขึ้นด้วย พัฒนาการของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกหลายแห่งบนถนนพระรามสี่ นำโดยกลุ่ม TCC Asset  และ Fraser Property อย่างโครงการ One Bangkok บนที่ดินขนาด 104 ไร่ ด้วยงบประมาณ 120,000 ล้านบาทซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุด พื้นที่อาคารรวมอยู่ที่ประมาณ 1.83 ล้านตารางเมตร, โครงการ The Parq โครงการมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่บนที่ดินขนาด 35 ไร่ติดถนนพระรามที่ 4 และรัชดาภิเษก และโครงการร่วมทุนกันพัฒนาระหว่าง บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการ 3.67 หมื่นล้านบาท พื้นที่รวม 23 ไร่กว่า

โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ ไม่เพียงมีผลต่อพื้นที่โดยรอบสาทร 1 เท่านั้น แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อทั้งกรุงเทพมหานครเลย ประกอบกับการที่ย่านนี้อยู่ใกล้กับสวนลุมพินี พื้นที่ปอดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง และมีสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ในระยะที่เดินได้ถึง 2 สถานีคือ ลุมพินี และคลองเตย เมื่อรวมกันแล้วช่วยยกระดับความน่าสนใจ จนกลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการคอนโด Low rise ที่ยังมีราคาขายไม่แพงมากนัก ถ้าเทียบกับคอนโด High Rise ที่อยู่ริมถนนใหญ่สาทร – พระรามสี่

 

สถานีแม่น้ำ อีกหนึ่ง Mega Project ที่รอวันปลดล็อค

นอกจากโครงการ One Bangkok ที่ส่งด้านบวกต่อพื้นที่ที่อยู่ระหว่างถนนสาทรและพระรามที่ 4 แล้วยังมีโครงการขนาดยักษ์อีกโครงการที่มีผลกระทบต่อพื้นที่นี้แน่ๆ ถ้าโครงการนี้เกิดการพัฒนาเป็นรูปธรรม คือ โครงการพัฒนาสถานีแม่น้ำ บนที่ดินขนาด 277.5 กว่าไร่ โดยในรายงานการศึกษาเบื้องต้นนั้นมีการแบ่งออกเป็น 5  โซนดังนี้

แม้ว่าปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เป็นเจ้าของที่ดินโครงการนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น จะมีแค่การรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนต่างๆ เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2559 – 2560 อาจจะเป็นเพราะว่าที่ดินแปลงนี้มีขนาดใหญ่กว่า 277.5 ไร่ และด้วยความที่ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในที่ดินแปลงนี้ได้ในรูปแบบของการเช่าระยะยาวเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่มีแรงดึงดูดเพียงพอเพราะว่าเงินลงทุนสำหรับโครงการนี้อาจจะหลักหลายหมื่นล้านบาทแต่สัญญาเช่าตามกฎหมายประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 30 ปีเท่านั้น แม้ว่าจะสามารถทำสัญญาเช่ามากกว่านี้ได้ก็ตามเอกชนส่วนใหญ่ยังมองว่าเสี่ยงเกินไปสำหรับการลงทุน แต่เนื่องจากแผนการเพิ่มรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3 แปลงใหญ่มูลค่ามากกว่า 4 แสนล้านบาท อย่าง สถานีกลางบางซื่อ สถานีแม่น้ำ และพื้นที่มักกะสันก็เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูกิจการของรฟท.ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับรฟท. อย่างมากในอนาคต จึงเชื่อว่าทางรฟท.น่าจะหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ในช่วงเร็วๆนี้

 

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่สะสมรายปีในย่านสาทร ซอย 1

พื้นที่บริเวณนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมที่พื้นที่ภายในซอยย่อยต่างๆ นั้นมีแหล่งชุมชน ตลาด อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร อพาร์ทเมนท์ โรงแรม และบ้านเรือน อยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าขนาดซอยอาจจะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็สะดวกในการขับรถในระดับหนึ่ง เพราะสามารถเข้าออกได้หลายทางทั้งทางถนนสาทร พระรามที่ 4 เชื้อเพลิง นางลิ้นจี่ พระรามสาม เป็นต้น ดังนั้น  พื้นที่นี้จึงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และเป็นย่านที่ดีเวลลอปเปอร์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถ้าพิจารณาเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้นั้นมีอยู่ประมาณ 5,663 ยูนิต แยกตามปีที่เปิดขายได้ ดังนี้

คอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในพื้นที่นี้ค่อนข้างนิ่งมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2555 เป็นต้นมา แต่กลับมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากที่โครงการ One Bangkok เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม แต่ก็ยังมีโครงการเปิดขายใหม่ไม่มากนัก โดยในช่วงครึ่งหลังของปีพ.ศ.2561 ยังมีคอนโดมิเนียมอีกประมาณ 356 ยูนิตที่มีแผนเปิดขายเพิ่มเติม ทั้ง The Shade Sathon 1 และ The Teak Sathorn Lumpini แต่เป็นโครงการขนาดเล็กที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก ซึ่งก็เชื่อแน่นอนว่าในอนาคตจะมีอีกหลายโครงการทยอยเข้ามาเปิดตัวในย่านนี้เช่นกัน

 

คอนโดมิเนียมสะสมในแต่ละโซนในพื้นที่แยกออกตามถนนเส้นทางต่างๆ ได้ดังนี้

ถนนที่เชื่อมต่อโดยตรงกับซอยสาทร 1 และเป็นย่านที่มีโครงการที่พักอาศัยประเภทคอนโดเข้ามาพัฒนาอยู่บ้างแล้ว จะประกอบไปด้วย สวนพลู เย็นอากาศ ศรีบำเพ็ญ สาทร พระรามสี่ และนางลิ้นจี่ โดยพื้นที่ตามแนวซอยสวนพลู มีจำนวนคอนโดมิเนียมสะสมมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมาตั้งแต่ช่วงประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา และก็ลดลงไปเพราะมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีความน่าสนใจ และยังมีที่ดินเหลือขายมากกว่า แต่โครงการในพื้นที่นี้ก็ได้รับความสนใจต่อเนื่องมาโดยตลอดสำหรับทั้งคนไทยและต่างชาติที่ทำงานในสีลม สาทร อีกพื้นที่ที่มีความน่าสนใจ คือ พื้นที่ตามแนวซอยเย็นอากาศที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมาก่อนหน้านี้หลายปี และชะลอไปในช่วง 6 – 7 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าพื้นที่นี้จะมีคอนโดมิเนียมสะสมอยู่ไม่น้อยแต่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายมานาน โดยกว่า 60% ของคอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่นี่เปิดขายมาตั้งแต่ก่อนปีพ.ศ.2549 และโครงการที่เปิดขายใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็รับความสนใจจากผู้ซื้อเช่นกัน ดังนั้น อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 96% ซึ่งถ้าแยกออกเป็นพื้นที่ย่อยๆ 6 พื้นที่ตามแนวถนนสายรองและซอยย่อยต่างๆ

 

อัตราการขายเฉลี่ยในแต่ละพื้นที่จะได้ดังนี้  

แม้ว่าจำนวนคอนโดมิเนียมในพื้นที่ตามแนวซอยสวนพลูจะมีจำนวนคอนโดมิเนียมมากที่สุดแต่อัตราการขายเฉลี่ยก็ไม่น้อยเช่นกัน ทั้ง 6 พื้นที่ย่อยนี้มีอัตราการขายเฉลี่ยมากกว่า 90% ขึ้นไป ยกเว้นพื้นที่ตามแนวถนนนางลิ้นจี่ คอนโดมิเนียมในทั้ง 6 พื้นที่ย่อยนั้นมีอัตราการขายเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อไม่น้อย ซึ่งก็เป็นเพราะว่าพื้นที่นี้อยู่ในพื้นที่ CBD เพียงอาจจะไม่ได้อยู่ในใจกลาง CBD เท่านั้น แต่ก็มีความสะดวกในการเดินทางสำหรับคนที่ทำงานในอาคารสำนักงานใน CBD หรือสุขุมวิทและรัชดาภิเษก เพราะมีทั้งรถไฟใต้ดิน ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS รวมไปถึงจุดขึ้น – ลงทางด่วน อีกทั้งพื้นที่นี้ยังมีซอยย่อยที่เชื่อมต่อกับถนนเส้นทางอื่นๆ ได้อีกหลายเส้นทาง

 

พื้นที่นี้เป็นอีกพื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยประเภทเช่ารายเดือนโดยโครงการที่อยู่ในพื้นที่นี้มีทั้งอพาร์ทเม้นต์ระดับธรรมดาทั่วไปไปถึงเซอร์วิสอพาร์เม้นต์แบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลที่มีค่าเช่าหลายหมื่นบาทต่อเดือน ค่าเช่าก็แตกต่างกันไปตามแต่รูปแบบของโครงการรวมไปถึงทำเลที่ตั้ง ค่าเช่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ในพื้นที่นี้เริ่มต้นที่ประมาณ 45,000 บาทต่อเดือนสำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอนขนาด 70 ตารางเมตรในโครงการแบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล แต่ถ้าเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ธรรมดาก็เริ่มต้นที่ประมาณ 15,000 บาทต่อตารางเมตร และถ้าเป็นอพาร์ทเม้นต์ทั่วไปก็เริ่มที่ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน โดยเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ในพื้นที่นี้เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติในระดับหนึ่งเพราะอยู่ในย่าน CBD ใกล้สถานฑูตต่างๆ และยังมีราคาที่ไม่แพงมาก

โครงการ Pantip Suites Sathorn ภาพจาก http://www.pantipsuites.com/photo-gallery.htm

แต่ในอนาคตเมื่อคอนโดมีมากขึ้น การเช่าคอนโดนั้นดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของค่าเช่า ทำเลที่ตั้ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ได้ด้อยกว่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ จะขาดเพียงแค่บริการเสริมที่ทางเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์มีให้เท่านั้นเอง อีกทั้งการที่ในอนาคตจะมีโครงการขนาดใหญ่อย่าง One Bangkok เปิดใช้งาน ก็อาจจะทำให้ราคาที่อยู่อาศัยทั้งแบบเช่าระยะยาวและระยะสั้นมีราคาสูงกว่าพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งคอนโดที่ตั้งอยู่บนพื้นที่โดยรอบของโครงการ One Bangkok จะได้รับอานิสงค์และความสนใจมากขึ้น แต่ในปัจจุบันราคาขายคอนโดในพื้นที่นี้ยังคงมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและรูปแบบโครงการ ดังนี้

 

ราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านสาทร ซอย 1

โครงการที่เปิดขายปัจจุบันมีราคาขายเริ่มต้นมากกว่านี้ไปแล้ว เพราะนี่เป็นราคาขายเฉลี่ยของทุกโครงการในพื้นที่ตั้งแต่อดีต แต่สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการที่อยู่ริมถนนเส้นทางหลักจะมีราคาขายสูงกว่าโครงการที่อยู่ในซอย ยกเว้นบางโครงการที่เปิดขายใหม่ในซอยสวนพลูเท่านั้นที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าโครงการโดยรอบมากมาย ราคาขายของโครงการที่เปิดขายใหม่ในทุกพื้นที่ย่อยๆ ทั้ง 6 พื้นที่นั้นมีราคาขายเริ่มต้นมากกว่าราคาขายเฉลี่ยมากกว่า 10 – 40% ขึ้นอยู่กับทำเลและรูปแบบโครงการ อีกทั้งบางทำเลไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มามากกว่า 2 ปีแล้วทำให้ราคาขายเฉลี่ยในบางพื้นที่นั้นต่ำกว่าราคาโครงการที่เปิดขายใหม่ในปีนี้มากกว่า 30% พื้นที่นี้เป็นอีกพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยใน CBD แต่ราคาต่ำกว่าโครงการที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าหรือว่าถนนเส้นทางหลักเพราะด้วยราคาขายที่ต่ำกว่าชัดเจนแต่ว่าการเดินทางไม่ได้ยากลำบากแต่อย่างใด อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก

สถาพร เอสเตท พร้อมเปิดเกมรุกตลาดคอนโดใจกลาง CBD สาทร ด้วยโครงการแห่งแรก The Shade Sathon 1

หลังจากที่ทางบริษัท สถาพร เอสเตท ได้มีการประกาศแผนธุรกิจในแบบ Game Changer จากเดิมที่เน้นการพัฒนาโครงการแนวราบในย่านรังสิตเป็นหลัก ก็ได้เตรียมรุกครั้งใหญ่ในตลาดคอนโดใจกลาง CBD กรุงเทพฯ ทั้งทำเลสาทร ซอย 1 และพระรามสี่ ด้วยกลยุทธ์ Revitalize ที่นอกจากจะมีการปรับ Corporate Brand Identity และสร้าง Brand Architecture ใหม่ พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อรองรับการใช้ชีวิตในแบบ Smart Life สำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการใหม่ของสถาพร เอสเตท ทั้งบ้านและคอนโดแล้ว ในช่วงไตรมาสสามของปี 2561 นี้ บริษัทฯก็พร้อมที่จะเปิดตัวคอนโดแห่งแรกในชื่อ The SHADE Sathorn 1 โดยมีรูปแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 278 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท

โครงการถูกภายใต้แนวคิด Shades The One You Love” ที่สะท้อนการเป็นที่พักพิงให้ร่มเงากับคนที่คุณรัก ซึ่งมี Hi-Light อย่างการออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลม โดยมีห้องแบบ Single Loaded Corridor สำหรับฝั่งที่มีวิวค่อนข้างบล็อค โปร่งสบายอากาศถ่ายเทสะดวก Air Ventilation Design, Smart Locker, Space Management, His & Her Design มีพื้นที่จอดรถกว่า 63% พร้อมเทคโนโลยี Smart Home Solutions ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมแอร์, TV และแสงสว่างผ่าน Application บนมือถือ และ Digital Door Lock พร้อมพื้นที่สีเขียวและส่วนกลางแบบจัดเต็ม โดยมียูนิตแบบ 1 นอน 28-46.5 ตร.ม. และ 2 นอน 52-60 ตร.ม. ขายในราคาเฉลี่ย ตร.ม. ละ 130,000 – 135,000 บาท   

ซึ่งโครงการ The Shade Sathon 1 นับว่าเป็นโครงการคอนโดใหม่ในเซกเมนต์ Premium Mass เพียงแค่ไม่กี่โครงการ ที่เปิดตัวในย่านสาทร 1 ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่กระแสการเปิดตัวของโครงการคอนโดในย่านสาทร ล้วนแต่เทไปที่การพัฒนาโครงการในระดับ Luxury ที่อยู่ติดถนนใหญ่ โครงการ The Shade Sathon 1 จึงเป็น Affordable Condo ที่น่าจะถูกใจกลุ่มคนทำงานในย่านสาทร ส่วนใหญ่ ด้วยราคาขายที่ไม่แพง และมีห้องเริ่มต้นขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ซึ่งจากดีมานท์ ของคนที่พักอาศัยในย่านนี้ พบว่าคอนโดขนาด 1 ห้องนอนเป็นรูปแบบห้องยอดนิยมที่สามารถขายและปล่อยเช่าได้ดีที่สุด แต่อาจจะต้องมีความพิเศษในเรื่องของพื้นทีเอนกประสงค์เพิ่มเติม หรือว่าพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถเปลี่ยนเป็นที่ทำงานได้ด้วย เพราะคนที่เช่าหรือซื้อคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้นั้นส่วนใหญ่เพื่อต้องการอยู่ใกล้กับที่ทำงานของตนเอง ดังนั้น ขนาดห้องก็อาจจะต้องประมาณ 30 ตารางเมตรขึ้นไป ขายแบบ Fully Furnished ในราคารวมที่ไม่สูงมาก มีครัวที่สามารถทำอาหารง่ายๆ หรือสำหรับอุ่นอาหารได้ด้วย เพราะชาวต่างชาติที่นิยมเช่าคอนโดมิเนียมอยู่นั้นมักจะมีการทำอาหารทานเองเป็นบางมื้อไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชียหรือว่าชาวตะวันตก โครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่มากแต่ว่ามีพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเต็ม เพียงพอต่อทุกคนในโครงการจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในย่านสาทร 1 แห่งนี้

เดอะ เชดด์ สาทร (The Shade Sathon 1) เปิด Pre-Sale 29-30 ก.ย. 61 นี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 3.69 ลบ.* ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท ที่นี่ http://bit.ly/2Ph7xss

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 087-669-1111 และ  www.facebook.com/sathapornestate

เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

นิว ซี-สแควร์ สวนหลวง สเตชั่น

ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค

วิสซ์ดอม คราฟท์ สามย่าน

Whizdom Craftz Samyan คือโครงการที่มอบ 5 องค์ประกอบพ...

4 December, 2023

นาวว์ เมกา

หากจะพูดถึง NOWW MEGA (นาวว์ เมกา) ในพื้นที่ของ Maga...

14 November, 2023

แชปเตอร์ วัน สปาร์ค จรัญ

ย่านจรัญเป็นย่านที่มี transformation หรือมีการเปลี่ย...

13 November, 2023

ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์

โครงการ Supalai Sense Srinakarin แบรนด์ใหม่ ถูกใจผู้...

9 November, 2023

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง