รีวิวประสบการณ์อยู่คอนโดมิเนียม HDB flat ที่สิงคโปร์

ต่อทอง ทองหล่อ 17 July, 2017 at 16.54 pm

สวัสดีครับชาว Propholic.com ทุกคน หลายคนคงเคยได้ไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์แล้วเห็นตึกอาคารคอนโดมิเนียมตึกสูง สร้างติดๆ กันเยอะแยะมากมาย เคยสงสัยไหมครับว่าคนสิงคโปร์เขาอยู่กันยังไง คนสิงคโปร์อยู่ในประเทศขนาดเล็กๆ แล้วเขาไม่เบื่อหรือบ่นว่าไม่มีอะไรทำบ้างเหรอ สิงคโปร์ทำพื้นที่กิจกรรมอะไรให้คนได้ใช้บ้าง ทำไมคอนโดมิเนียมในไทยถึงมีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนสทุกโครงการไม่ว่าจะราคามากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมสิงคโปร์ไม่มีสระว่ายน้ำทุกโครงการแบบบ้านเรา ที่อยู่อาศัยของสิงคโปร์มีจุดแตกต่างจากที่อยู่ของบ้านเราอย่างไรบ้าง สไตล์การออกแบบของคอนโดมิเนียมสิงคโปร์เป็นอย่างไร เรามาดูกันเลยครับ

เมืองสิงคโปร์กับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งและพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ทุกครั้งที่ผมมาเยือนสิงคโปร์ จะเห็นภาพการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นประเทศที่ไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆ ครับ

ภาพสวนและพื้นที่สีเขียวแบบนี้เห็นได้ชินตาในเมืองสิงคโปร์ครับ เพราะเขามีการจัดการ Landscape ที่ดีมากและเป็นระบบระเบียบ

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างตึกสูงดูทันสมัยกับความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ในเมืองมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ต้นไม้เยอะๆ แบบนี้ด้วย

ต้นไม้เก่าแก่และสูงมาก เป็นต้นไม้ระดับ Heritage Tree ที่ต้องอนุรักษ์ไว้ คาดว่าอายุน่าจะพอๆ กับการสร้างประเทศสิงคโปร์ครับ

ร่มรื่นดี ใช้เวลาพักผ่อนในสวนยามที่รู้สึกเครียด

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบายมาก ประสบการณ์ขึ้นรถเมล์ที่นี่ เย็น สบาย ใช้งานง่าย ไม่ต้องควักเหรียญเพราะใช้บัตรโดยสารหรือตั๋วร่วม ใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ เรียกได้ว่าต่างจากประสบการณ์ในกรุงเทพราวฟ้ากับเหว ป้ายรถเมล์มีหลังคา มีร่มเงา ผมพักอยู่ที่สิงคโปร์ชอบใช้รถเมล์มากกว่ารถไฟฟ้า เพราะไม่ต้องเดินไกลครับ และรถไม่ค่อยติดครับ ชิลล์ๆ

ข้อมูลสายรถเมล์ต่างๆ ที่แม้จะเยอะและครบก็จริง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องดูป้ายเองครับ เพราะใช้ Google Maps นำทางง่ายกว่า จิ้มๆ นิดเดียวข้อมูลสายรถเมล์ก็ขึ้นมาเลย การนั่งดูรายละเอียดต่างๆ ของป้ายรถเมล์ที่สิงคโปร์ทำให้เห็นว่าการจัดระบบขนส่งมวลชนของที่นี่ยอดเยี่ยมครับ ของขสมก. ชื่อป้ายรถเมล์จะไม่ระบุชัดเจนมาก ยกตัวอย่างเช่น ป้าย “บิ๊กซี” ก็จะเขียนว่าป้าย “บิ๊กซี” แต่ถ้าเป็นป้ายที่อยู่ “ตรงข้ามบิ๊กซี” ขสมก. ก็เขียนว่าป้าย “บิ๊กซี”เหมือนกัน ทำให้บางทีสับสนว่าป้ายไหนกันแน่ แต่ที่สิงคโปร์จะเขียนชื่อป้ายว่า “ตรงข้ามบิ๊กซี” แบ่งไปเลยชัดๆ นอกจากนี้แต่ละป้ายจะมีรหัสตัวเลขเพื่อให้คนรู้ว่าใช่ป้ายที่จะขึ้นจะลงจริงๆ และเป็นประโยชน์ในการดูแลบำรุงรักษาหรือความสะดวกในการร้องเรียนของผู้ใช้บริการ

ความปลอดภัยไร้กังวลระหว่างที่อยู่สิงคโปร์คือทุกครั้งที่จะข้ามถนนบนทางม้าลาย จะมีปุ่มหกขอข้ามแบบนี้เสมอ ไม่ก็จะมีสัญญาณไฟดัง “ต๊อกๆ แต๊กๆ ปิ้ว! ตรู๊ดตุดตุดตุดตุด” แบบเดียวกับที่ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่นมีครับ ส่วนเมืองกรุงเทพของเราถ้าอยากข้ามตอนไหนให้ดูรถรากันเอาเอง ! 555 ตื่นเต้นไปอีกแบบนะครับ ไม่ก็ต้องเมื่อยน่องโดยการเดินขึ้นสะพานลอย ใครอ่อนแอก็แพ้ไป 555

อันนี้ขอเสริม บนสถานีรถไฟฟ้าเขาจะติดพัดลมขนาดยักษ์ไว้ให้ลมเย็นๆ ทำให้ประสบการณ์การรอรถไฟฟ้าไม่เหงื่อแตกเหมือนรอขึ้นรถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีพญาไทครับ 555 ซื้อสักตัวมาติดก็ดีนะครับรฟท. 😀

สิงคโปร์เป็นเมืองใหญ่ที่สะดวกสบาย น่าอยู่ มีการพัฒนาตามหลักการพัฒนาเมืองที่สิงคโปร์ตั้งเอาไว้ได้แก่ พัฒนาเมืองให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์เศรษฐกิจ (Economy) พัฒนาสังคมและความสามัคคีในชุมชน (Social) และรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน (Environment) ทั้งหมดนี้เป็นหัวใจที่ Ministry of National Development (NMD) ของรัฐบาลสิงคโปร์ยึดถือมาตลอด

 

รัฐบาลไทย เอาอย่างรัฐบาลสิงคโปร์บ้างไหมครับ 😀

 

พาเจาะลึกดูคอนโดมิเนียม HDB ของสิงคโปร์ อยู่สบายเพราะอะไร

 

หลังจากพาแตะๆ เมืองสิงคโปร์ไปแล้วนิดหน่อย ขอพุ่งเป้ามาที่อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยที่สิงคโปร์เลยดีกว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ดังนั้นพื้นดินแต่ละที่ต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ทางออกก็ไม่พ้นการพัฒนาสิ่งก่อสร้างแนวสูง แต่ไม่ใช่ว่าสิงคโปร์จะไม่มีทาวน์โฮมหรือบ้านเดี่ยวแบบไทยนะครับ แต่บ้านเดี่ยวแบบนั้นสำหรับคนมีตังค์เยอะๆ หรือเป็นคนระดับชนชั้นบนๆ หน่อยครับ

 

ครั้งนี้ที่ไปสิงคโปร์ผมมีโอกาสได้ไปพักที่คอนโดมิเนียม โดยไม่ได้พักในโรงแรมอย่างที่เคยมา ไปนอนในคอนโดมิเนียมระดับชนชั้นกลางของสิงคโปร์เขาอยู่กันจริงๆ เพราะอยากสัมผัสความเป็น Singaporean อย่างแท้จริงว่าเป็นยังไง เรามาดูตัวอย่างกันสักแห่งครับ

 

โครงการคอนโดมิเนียมที่ไปพักครั้งนี้คือ Kallang Heights อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Kallang โครงการนี้พัฒนาโดย HDB (Housing Development Board) เรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก็ “การเคหะสิงคโปร์” นั่นเองครับ ถ้าพูดถึงการเคหะฯ ของบ้านเราคงนึกเห็นภาพแบบนี้…

ภาพจาก https://www.itmoamun.com

 

แต่คอนโดการเคหะสิงคโปร์เป็นแบบนี้…นี่คือโครงการ Kallang Heights ครับ ต่างกันเยอะทีเดียวครับ ตัวอย่างนี้คือยังไม่ที่สุดนะ มีดูดีกว่านี้อีก

HDB พัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูง (บ้านเขาใช้คำว่า Flat แต่บ้านเราใช้คำว่าคอนโดมิเนียม) หลักๆ มี 2 แบบคือ HDB Flat ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบทั่วไป สำหรับคนรายได้ปกติทั่วไป และมี ECs  (Executive Condominiums) ซึ่งออกแบบมาเพื่อคนที่มีรายได้สูง

 

นี่คือตัวอย่างของโครงการ Woodleigh Hillside ซึ่งเป็น HDB Flat ครับ ราคาต่อตาราเมตรประมาณ 110,000 บาทครับ (ถือว่ายังไม่แพงมาก) โครงการนี้ขายแบบ BTO (Build-to-order) เป็นคอนโดสั่งสร้าง ออกแบบสวยดีครับ เก๋กว่าคอนโดการเคหะบ้านเราจัง อยากได้บ้าง

ภาพจาก http://esales.hdb.gov.sg/hdbvsf/eampu05p.nsf/0/17MAYBTOTP_page_7239/$file/map-plan.html

 

ย่าน Kallang ถ้าเทียบกับย่านในกรุงเทพก็คงประมาณย่านพระโขนง ย่านนี้มีความเป็น Residential Area สูงมาก ไม่วุ่นวายมากเกินไป มีแต่ร้านค้าร้านอาหาร ตลาดอยู่บ้าง แต่ไม่มีอาคารพาณิชยกรรมใหญ่ๆ สูงๆ ขนาดเป็นห้างสรรพสินค้า มีประมาณ community mall

 

ย่าน Kallang มีที่พักอาศัยหลายโครงการ เป็นโครงการเก่า หน้าตาตึกโบราณหน่อย อย่าง HDB Upper Boon Keng Block11 สร้างมาตั้งแต่ปี 1975 หรือประมาณ42 ปีแล้ว แต่สภาพภายนอกยังดีมากอยู่เลยครับ ค่าเช่าเดือนละ 45,000 บาทเอง O_O! แต่ได้ทั้งยูนิต 65 ตร.ม. เลย

 

และมีโครงการใหม่ๆ  ทำเลติดแม่น้ำ ได้วิวทะเลอย่าง Kallang Trivista ราคาเช่าห้องนอนเล็ก 16 ตร.ม. แค่ห้องเดียวนะครับอยู่ที่เดือนละ 20,000 บาท O_O!

กลับมาที่ Kallang Heights อีกที (ตรงพื้นที่มีจุดสีส้ม) โครงการนี้เป็นหมู่ตึกสำหรับอยู่อาศัยประมาณ 8 ตึก ทำเลมีตลาด Upper Boon Keng Market ซึ่งมีศูนย์อาหารและร้านรวงต่างๆ ให้บริการ เป็นทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า สามารถเดินไปได้อย่างสะดวกสบาย รอบๆ มีป้ายรถเมล์

 

มี community mall เล็กๆ เป็นตึกสูง 7 ชั้น ชั้นล่างทั้งหมดเป็น shophouse มีร้านอาหาร ร้านยา ร้านขายของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน มีถนนย่อยจอดรถได้ ไม่มีกำแพงสูงกั้นเพราะต้องการให้คนเดินเข้ามาพื้นที่ได้และไม่จำเป็นต้องมี security guard ถี่อย่างโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองค่อนข้างดีมากอยู่แล้ว

Kallang Heights เป็นคอนโดมิเนียม High-rise

การออกแบบก็ปกติทั่วไป คล้ายคอนโดมิเนียมบ้านเรา

 

พื้นที่ทางเดินระหว่างตึกจะทำหลังคาด้วยเพราะสิงคโปร์ฝนตกบ่อย อำนวยความสะดวกลูกบ้านไม่ต้อกางร่มเวลาเดินภายในโครงการ

พื้นที่ส่วนกลางไม่มีสระว่ายน้ำครับ แต่มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กขนาดใหญ่ให้ ถ้าใครจะว่ายน้ำต้องไปที่ศูนย์กีฬาครับ

ลิฟท์สำหรับตึกสูงที่เลือกใช้ยี่ห้อ Mitsubishi

บรรยากาศสวนส่วนกลางเวลามองลงมาจากห้องพัก สิ่งที่สัมผัสได้คือลมพัดดี การออกแบบและวางตัวอาคารของโครงการทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศที่ดี ทำให้ประสบการณ์พักอาศัยอยู่สบายเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวครับ

แม้ตึกจะสูงจะใหญ่ แต่ไม่อึดอัด

นี่คือ Floor Plan ของตึกที่ผมไปพักครับ แต่ละชั้นมียูนิตประมาณ 5-7 ยูนิตเท่านั้นครับ การออกแบบของตึกนี้ใช้หลัก Through ventilation ทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างดี คล้ายๆ กับโครงการที่ไทยอย่าง Wind Ratchayothin และ ครับ ส่วนโถงทางเดินในอาคารออกแบบกึ่งกลางแจ้ง semi-outdoor คล้ายกับโครงการ Sukhumvit Plus ใกล้สถานีพระโขนงครับที่จะออกแบบให้มีลมพัดเข้าออกในบริเวณโถงทางเดินได้โดยเจาะผนังออก ข้อดีของการออกแบบแบบนี้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเลย อยู่สบายมากๆ นอกจากนี้ยังออกแบบให้อาคารมีมุมมากขึ้นคล้ายกับกลีบดอกไม้เพื่อทำให้ห้องแต่ละห้องมีพื้นที่ติดอากาศครบทุกห้อง

สาเหตุที่เรียกว่ายูนิตเพราะแต่ละยูนิตมีหลายห้องครับ คอนโดมิเนียมในสิงคโปร์มักจะนิยมสร้างเป็นยูนิตขนาดใหญ่ มีหลายๆ ห้อง แตกต่างกันไปเช่นประเภท 3-room หมายถึงมี 1 ห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัวและห้องนอนเล็ก, 4-room หมายถึงมี 1 ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัวและมี2ห้องนอนเล็ก, 5-room หมายถึงเหมือนกับแบบ 4-room แต่พื้นที่โดยรวมมีมากกว่า แบบสุดท้ายคือ 3Gen เป็นขนาดใหญ่สุด 100 ตร.ม. ขึ้นไป มี master bedroom 2 ห้อง และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง 3 ห้องน้ำ

คอนโดมิเนียมในสิงคโปร์จะตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็น Real Home มากกว่า แตกต่างจากคนบ้านเราที่ซื้อคอนโดมิเนียมเป็นเพื่อบ้านหลังที่สอง เอาไว้พักชั่วคราว แต่ยุคนี้คนไทยก็เริ่มซื้อคอนโดเพื่อเป็น Real Home กันเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีมากนัก และสิงคโปร์ก็ยูนิตแบบ 2-room Flexi ที่เหมือนกับที่บ้านเราเรียกว่า 1 Bedroom ครับ

 

สำหรับยูนิตที่ผมเข้าไปพัก มีการจัดสรรพื้นที่ภายในแต่ละยูนิตตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวเพราะมีห้องนอนให้มากถึง 3 ห้อง มี 2 ห้องน้ำ มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นและกินข้าว ส่วนครัวแยกออกไปต่างหาก ทุกห้องที่กล่าวมามีหน้าต่างเปิดระบายอากาศครับถือว่าดีมากทำให้ไม่อึดอัด ห้องน้ำก็จะไม่ชื้นเป็นเชื้อรา ครัวก็ไม่เหม็นเพราะระบายอากาศได้ด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ มีห้องนอน Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว และมีห้องน้ำกลางอีก 1 ห้อง

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์และสภาพสังคมของสิงคโปร์เริ่มเปลี่ยนไปเพราะคนแต่งงานและมีครอบครัวน้อยลง การอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่มากถึง 3 ห้องนอนนั้นเกินความต้องการ ทำให้เจ้าของยูนิตปล่อยเช่าให้กับคนเช่า โดยผู้เช่ามีทั้งคนสิงคโปร์เองและมีชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานในประเทศด้วย เราจะเห็นการแชร์ยูนิต หารูมเมท เช่าอยู่ยูนิตเดียวกันแต่แยกอยู่กันคนละห้อง เพื่อแชร์ค่าใช้จ่ายกัน มีแบบนี้ค่อนข้างมากทีเดียว เพราะค่าที่พักในสิงคโปร์ค่อนข้างสูงครับ

 

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของเมือง ให้ประโยชน์อะไรกับคนในเมืองบ้าง

 

เมื่อมีที่อยู่ก็ต้องมีที่กิน ที่ทำกิจกรรมต่างๆ รอบๆ สำหรับเมืองสิงคโปร์แล้วจะไม่มีหาบเร่แผงลอย Streetfood แบบเมืองกรุงเทพ ในเมื่อไม่อนุญาตให้ขาย streetfood แต่คนในเมืองยังต้องหาของกินใช่ไหมครับ ทางรัฐจึงสร้างตลาดขึ้นมาให้แทน ไม่ได้ทำนโยบายที่กรุงเทพมหานครบ้านเราทำกันที่ยกเลิกค้าขายริมถนนแต่ไม่ได้จัดพื้นที่ค้าขายของกินให้กับชุมชน สงสัยคนกรุงเทพนิยมสั่งอาหาร Delivery มากินที่บ้านหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ที่สิงคโปร์ร้านอาหารต่างๆ จะเข้าไปอยู่ในศูนย์อาหาร ตลาด ให้นึกภาพตลาด อตก. ครับ ดีไซน์เป็นแบบนั้นเลย ส่วนอาหารราคาก็ไม่แพง เป็นราคาที่คนทั่วไปกินกันทุกวันได้ ซึ่งมีขายอาหารทุกประเภท น้ำ ขนมหวาน เบียร์เหล้าก็ขายครับ ช่วงเย็นๆ จะเห็นคนมานั่งสังสรรค์กันที่ศูนย์อาหาร คุยไปจิบเบียร์กัน เป็นภาพที่มีชีวิตชีวาดีครับ

ที่ไหนมีที่พักอาศัยก็จะต้องมีร้านค้าและพื้นที่ค้าขาย ซึ่งเป็นการพัฒนาอสังหาที่ช่วยทำให้เกิดเศรษฐกิจในระยะยาว ต่างจากผู้พัฒนาอสังหาในไทยที่อาจจะคำนึงถึงเรื่องนี้น้อยไป

ที่สิงคโปร์ แต่ละย่านจะมี Community Club เป็นศูนย์รวมกิจกรรมให้คนในพื้นที่นั้นมาจัดกิจกรรม ประชุม เล่น ทำงานร่วมกัน เป็นศูนย์กีฬามีสนามบาส เตะบอล เด็กๆ มาวิ่งเล่นได้ ทำให้เกิดกิจกรรมทางสังคม คนคุยกัน สร้างสรรค์ชุมชน แตกต่างจากการพัฒนา Facility ของคอนโดมิเนียมในไทยที่มักจะเป็นของใครของมัน บางโครงการมีสนามบาสก็จริงแต่ไม่มีคนใช้งานเลย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้าไปใช้งาน คนนอกจะไปใช้ก็ไม่ได สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกบ้านภายในโครงการเท่านั้น แต่ความจริงคือไม่มีลูกบ้านจำนวนมากเพียงพอที่จะเข้าไปทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้พื้นที่ Facility ที่เป็นลักษณะต้องอาศัยคนเป็นทีมแบบนี้ในโครงการคอนโดมิเนียมในไทยไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก มีแต่ฟิตเนส สระว่ายน้ำที่ได้รับความนิยมเพราะต่างคนต่างใช้ไปไม่ต้องสนใจซึ่งกันและกันก็ได้

Toa Payoh Swimming Complex  เป็นสระว่ายน้ำส่วนกลางของเมือง อยู่ภายในศูนย์กีฬา Tao Payoh ใกล้กับ HDB Hub มีทั้ง Gym และ Sport Hall ผู้คนคึกคักในยามเย็น

 

เมืองสิงคโปร์จัดพื้นที่ส่วนกลางของเมืองเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเข้ามาใช้บริการ มีสวนสาธารณะ มีระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบายพาคนเข้าเมืองไปชอปปิ้ง มีสถานที่เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย เช่น Marina Boulevard ใกล้กับ Marina Bay  ทำให้การพักอาศัยในประเทศเล็กๆ ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด และโครงการอสังหาสำหรับอยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องสร้าง Facility เป็นของตัวเองอย่างวิธีการพัฒนาของผู้พัฒนาในไทย และลูกบ้านก็ไม่จำเป็นต้องแบกภาระค่าส่วนกลางเพื่อดูแลให้ใช้งานได้ดี เรื่องการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางจากรัฐเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องส่งความเห็นไปหาหน่วยงานรัฐต่างๆ และรัฐก็มีหน้าที่จัดพื้นที่สำหรับประชาชนที่สามารถใช้งานได้จริงด้วย เพื่อพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ในระยะยาว การวางแผนร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ

 

สรุป ประสบการณ์การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่คนสิงคโปร์จริงๆ อยู่กัน ทำให้เห็นว่าการออกแบบห้องที่ถ่ายเทอากาศได้ดีเยี่ยมนั้นอารมณ์เดียวกับอยู่บ้านเดี่ยวเลยครับ การถ่ายเทอากาศเป็นเรื่องที่ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ในไทยควรใส่ใจมากขึ้น นอกจากนี้การที่รัฐจัดสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง เช่น ศูนย์กิจกรรม สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ห้องสมุด สวนสาธารณะ พื้นที่ค้าขาย ตลาด เหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนมีความใกล้ชิดมากขึ้น ถึงแม้เมืองจะใหญ่แต่มีโอกาสที่ได้ทำความรู้จักกัน และนอกจากนี้การมีพื้นที่ส่วนกลางช่วยให้แต่คอนโดมิเนียมไม่ต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นของตัวเองอย่างที่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพนิยมทำกัน เป็นการลดภาระค่าส่วนกลางด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การเช่าห้องอยู่ร่วมกันของคนสิงคโปร์หรืกับอรูมเมทที่เป็นชาวต่างชาติก็มีข้อที่คำนึงเรื่องความเป็นส่วนตัว ต่างคนต้องอยู่แบบเกรงใจและเคารพกัน HDB สิงคโปร์อาจจะต้องเพิ่มยูนิตที่เป็น studio type ให้มีมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้เช่าที่ไปทำงานที่สิงคโปร์ ส่วนในไทยเทรนด์การอยู่คอนโดเพื่อเป็นบ้านจริงๆ เริ่มเข้ามาอยู่ในความคิดของคนรุ่นใหม่มากขึ้นเพราะสะดวกสบาย ตอบโจทย์คนในเมืองที่แต่งงานมีลูกหรือเลี้ยงสัตว์

 

สำหรับบทความเกี่ยวกับอสังหาต่างประเทศบทความต่อไป จะพาเยี่ยมชม HDB Hub และ HDB Gallery เพื่อพาทุกคนไปถอดรหัสความสำเร็จขององค์กรพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับว่าเขาทำได้อย่างไร อดีตเขาเป็นยังไง และจะทำอะไรต่อไปในอนาคต รอติดตามอ่านได้ทาง Propholic.com ขอบคุณครับ

 

แหล่งข้อมูลและภาพประกอบบทความ

http://www.hdb.gov.sg

https://www.srx.com.sg/hdb/kallang-whampoa/upper-boon-keng-road-hsupp0005/381002

http://www.classaction4charity.org/plans/4-room-hdb-floor-plan.html

https://www.srx.com.sg/hdb/kallang-whampoa/upper-boon-keng-road-hsupp0005/381002/hdb-map

https://app.mnd.gov.sg/About-Us/Our-Vision-Mission

https://www.itmoamun.com

https://www.nestia.com

https://www.popety.com

ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

ศุภาลัย เออร์บานา แจ้งวัฒนะ-ปากเ...

ไลฟ์ ลาดพร้าว (อาคารจริง)

โนเบิล บี 33

NOBLE BE33 อยู่บนทำเลสะดวกสบายไปหลายอย่างเพราะใกล้ร้...

20 March, 2020

ณ รีวา เจริญนคร

NA REVA CHAROENNAKHON เป็นโครงการที่น่าสนใจด้วยจุดเด...

13 March, 2020

ควอลิเทีย สุขุมวิท 62

ในปีนี้มีการคาดการณ์จากหน่วยงานวิจัยหลายๆแห่งว่า จะเ...

11 March, 2020

คลาวด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 23

CLOUD Residences - SKV23 จากดีเวลลอปเปอร์ที่มีชื่อเส...

7 March, 2020