ถอดรหัสความสำเร็จของ Providence Lane บ้านที่สะท้อนตัวตนที่แตกต่างในแบบคุณ สู่ 2 ทำเลใหม่ เกษตร-นวมินทร์ และลาซาล

ชยางกูร กิตติธีรธำรง 10 February, 2026 at 13.01 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


หากย้อนมองภาพจำของที่อยู่อาศัยระดับ Luxury ในยุคก่อน นิยามของความหรูหราแบบดั้งเดิมมักถูกถ่ายทอดผ่าน ขนาดและ ปริมาณเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผืนที่ดินอันกว้างขวาง หรือสถาปัตยกรรมที่เน้นความโอ่อ่าตระการตา เพื่อสะท้อนถึงฐานะและบารมีของผู้ครอบครอง หัวใจหลักของการออกแบบในสมัยนั้น คือการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้รองรับสมาชิกครอบครัวขนาดใหญ่แบบ Multi-Generational Living โดยต้องมีฟังก์ชันที่ครบครัน พื้นที่จอดรถที่มากพอสำหรับอาคันตุกะและของสะสม และที่ขาดไม่ได้คือหัวใจสำคัญที่คนอสังหาริมทรัพย์ยึดถือมาทุกยุคสมัยอย่าง ‘Location, Location, Location’ ซึ่งเป็นดั่งเครื่องหมายการันตีมูลค่าที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

 

ทว่าในปัจจุบัน การยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ขยับเข้าสู่ความเป็น ‘Individualism’ หรือการให้ความสำคัญกับปัจเจกบุคคลมากขึ้น ลูกค้าระดับบนไม่ได้มองหาแค่ความใหญ่โต แต่ต้องการบ้านที่สะท้อน ตัวตนและ จุดยืนที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ จึงเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่เทรนด์การพัฒนาแบบ Customer-Centric ที่หยิบยกความต้องการเฉพาะกลุ่มมาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การจัดวาง Space ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ไปจนถึงงานดีไซน์ Facade ที่เปรียบเสมือนลายเซ็นของผู้ครอบครอง เพราะสำหรับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักในวันนี้ Customer Trigger ไม่ได้มาจากความคุ้มค่าของพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่คือ อารมณ์ความรู้สึกและ ความภาคภูมิใจที่ได้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจนที่สุด

ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับแบรนด์อย่าง สัมมากร ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 56 ปี เริ่มต้นบริษัทมาตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 2513 ด้วยวิสัยทัศน์ว่า ‘บ้าน’ ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่เป็น ‘พื้นที่ที่เข้าใจและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้ง’ ใช้ประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน ในการปรับตัวเพื่อพัฒนาโครงการให้ตอบรับกับรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และดีมานด์ที่เปลี่ยนไปตามกลุ่มผู้ซื้อ Generation ใหม่ ๆ ที่เป็น Gen Y ไปจนถึง Millennials โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม New Young Affluent ที่ประสบความสำเร็จมีสถานะทางสังคมแล้ว ต้องการที่อยู่อาศัยที่ให้ทั้ง Style, Space, Status และ Location ที่โดดเด่น เข้ากับวิถีชีวิตได้เลยในแบบที่ไม่ต้องมานั่งปรับเปลี่ยน ทำความเข้าใจกับบริบทของทำเล หรืออะไรก็ตาม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักของกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งสัมมากรก็ใช้หลัก Customer-Centric เป็นหัวใจสำคัญในการรังสรรค์ทุกโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังสอดรับกับบริบทการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ

 

โดยในปัจจุบัน สัมมากร ก็มีการพัฒนาแบรนด์ใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีค่อนข้างหลากหลาย เปิดตัวออกมาครอบคลุมทุกเซกเมนท์ ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ก็จะมีทั้ง แบรนด์ Anapana, MITTI, SAMMAKORN, Providence Lane และ Park Heritage  หรือ ถ้าเป็นแบรนด์ทาวน์โฮมก็จะมีอย่างแบรนด์ อเวนิว เป็นพรีเมียมทาวน์โฮม รวมถึงบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่กับโครงการบาร์นยาร์ด ซึ่งนอกจากครอบคลุมทุกเซกเมนท์แล้ว แต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดเด่นและดีไซน์ที่แตกต่างกัน นำความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาโครงการ โดยสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มคนเจนใหม่ และกลุ่ม Luxury ในบ้านระดับราคาสูงได้

 

รู้จักกับแบรนด์ Providence Lane บทพิสูจน์ของสัมมากรสู่การปักธงในกลุ่ม Luxury Segment

ท่ามกลางผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในประเทศไทย หากจะเฟ้นหาแบรนด์ที่มีรากฐานแข็งแกร่งและดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน ชื่อของ ‘สัมมากร’ คือหนึ่งในชื่อที่ปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการแนวราบครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้ส่งมอบความสุขให้แก่ผู้อยู่อาศัยมาแล้วมากกว่าหมื่นครอบครัว ปัจจุบัน สัมมากรไม่ได้เพียงแค่รักษามาตรฐานเดิม แต่ยังพิสูจน์ศักยภาพการก้าวเข้าสู่ Luxury Segment อย่างเต็มตัวผ่านความสำเร็จของแบรนด์ Providence Lane ควบคู่ไปกับโครงการระดับ Super Luxury อย่าง Park Heritage Pattanakarn 20 นอกจากนี้ในปี 2569 ยังเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการปักธงบน 3 ทำเลศักยภาพ ทั้งเกษตร-นวมินทร์ และลาซาล ภายใต้แบรนด์ Providence Lane รวมถึงทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่างโครงการ ‘91 KINTON ในซอยลาดพร้าว 91 ซึ่งถือเป็นการเดินเกมรุกในตลาดระดับบนเพื่อฝ่ากระแสความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจได้อย่างโดดเด่น ซึ่งจะเปิดตัวภายใน Q2 ปีนี้

หนึ่งในบทพิสูจน์ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดของสัมมากรคือการส่งแบรนด์ Providence Lane ก้าวเข้าสู่เซกเมนต์ Luxury อย่างเต็มภาคภูมิ โดยโครงการแรกบนทำเลเอกมัย-รามอินทรา ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัยจนสามารถปิดการขาย (Sold Out) ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบนได้อย่างแม่นยำ สามารถสรุปออกมาเป็น 4 แกนสำคัญ ดังนี้

Defining Me : สะท้อนตัวตนผ่านนิยามแห่งความสุนทรีย์ บ้านที่ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์เฉพาะตัว เพราะสัมมากรเชื่อว่าผู้ครอบครองบ้านระดับ Luxury ล้วนต้องการงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร เพื่อบ่งบอกรสนิยมที่แตกต่างและโดดเด่น

 

Bauhaus Philosophy: เมื่อฟังก์ชันและศิลปะผสานเป็นหนึ่ง ด้วยการหยิบยกปรัชญา ‘Form Follows Function’ จากโรงเรียนดีไซน์ระดับโลกอย่าง Bauhaus มาเป็นแกนหลัก ทำให้งานสถาปัตยกรรมมีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และทุกตารางนิ้วถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงที่ลงตัว

 

Privacy is Luxury: ความเป็นส่วนตัวคือที่สุดของความลักชูรี หัวใจของการออกแบบคือการสร้าง อาณาจักรส่วนตัวผ่าน Facade หน้าบ้านที่ดูสงบ ปิดมิดชิดด้วยผนังเซาะร่องกรุผิวหินธรรมชาติ แต่ภายในกลับจัดวางพื้นที่ให้สามารถรับแสงและลมธรรมชาติได้ตลอดวัน โดยปราศจากการรบกวนจากภายนอก

 

Prime Location: ทำเลที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ การเลือกปักหมุดในทำเลที่รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำและสามารถเชื่อมต่อสู่ย่าน CBD ได้อย่างรวดเร็ว คือมาตรฐานที่สัมมากรยึดถือเสมอมา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้อยู่อาศัยจะได้เป็นเจ้าของทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการเติบโตของมูลค่าในอนาคต

 

สานต่อความสำเร็จสู่ 2 โครงการใหม่ บน 2 ทำเลศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด

จากกระแสตอบรับอันยอดเยี่ยมของ Providence Lane เอกมัย-รามอินทรา ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของผู้อยู่อาศัย สัมมากรจึงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จด้วยการขยายอาณาจักรสู่ 2 ทำเลศักยภาพใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับ Luxury อย่างต่อเนื่อง

 

โดยครั้งนี้มาใน 2 รูปแบบที่แตกต่างตามไลฟ์สไตล์ คือ รูปแบบบ้านเดี่ยวบนทำเลเกษตร-นวมินทร์ และ รูปแบบบ้านแฝดบนทำเลลาซาล ที่แม้พื้นที่ใช้สอยจะกะทัดรัดลง แต่ยังคงมาตรฐานความลักชูรีไว้ครบครันในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

เริ่มต้นกันที่ Providence Lane เกษตร-นวมินทร์ โครงการนี้ปักหมุดบนทำเลถนนลาดปลาเค้า (ซอยลาดปลาเค้า 89) ซึ่งถือเป็นย่านพักอาศัยที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากบริบทโดยรอบไร้ตึกสูงรบกวน ทัศนียภาพส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านแนวราบ ให้บรรยากาศการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง

 

ในด้านการเดินทาง ถนนลาดปลาเค้าถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อสู่ถนนสายหลักอย่าง เกษตร-นวมินทร์ และ รามอินทรา ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน, รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สายสีชมพู สถานีลาดปลาเค้า ทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง ความสงบส่วนตัวและ ความสะดวกสบายของคนเมืองได้อย่างลงตัวที่สุด

โดยเนื้อที่ดินตัวโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 1 ไร่ มีบ้านทั้งหมดเพียง 6 หลังเท่านั้น โดยรูปร่างหน้าตา การดีไซน์คล้ายกับโครงการ Providence Lane เอกมัย – รามอินทรา (โครงการแรก) คือ จะเน้นการใช้โทนสี ครีม เทา Façade หน้าบ้านจะมีดีเทลเล็ก ๆ ด้วยการใช้เส้นแนวนอน เซาะร่อง กรุผิวด้วยกระเบื้องหิน Travertine และแผงบานเกล็ดระบายอากาศอลูมิเนียม ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อากาศถ่ายเทแล้วยังช่วยพรางสายตาจากภายนอกด้วย 

ส่วนแบบบ้านจะมีอยู่ 2 ไทป์ ต่างกันที่พื้นที่ใช้สอย แต่ฟังก์ชันการใช้งานยังครบเท่ากัน โดยพื้นที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.วา ขึ้นไปทุกหลัง พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ประมาณ 532 – 561 ตร.ม. แบ่งฟังก์ชันออกมาเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ สูงสุด 6 ที่จอดรถ*

การจัดวางฟังก์ชันตัวบ้าน เมื่อเข้ามาส่วนแรกจะพบกับโซนจอดรถหน้าบ้านที่จอดได้ทั้งหมด 6 คัน* มีวางตำแหน่งส่วนห้องนอน ห้องนอน Maid แยกออกมาไว้ทางด้านหน้าบ้าน

เมื่อเดินเข้ามาโซนแรกฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่รับแขกทางการ วางอยู่ติดกับ สวนกลางบ้าน ให้แสงเข้าถึงภายในโดยไม่รู้สึกทึบตัน ส่วนฝั่งซ้ายเป็น Foyer ไว้เก็บของเก็บรองเท้า ขยับเข้ามาด้านในจะพบกับฟังก์ชัน พื้นที่นั่งเล่น โซนรับประทานอาหาร และ Pantry ครัวที่วางเชื่อมต่อกัน โดยครัวจะเป็นครัวปิดสามารถทำอาหารจริงจังได้

ในส่วนห้องนอนจะไม่มีอยู่ชั้นใน 1 แต่จะอยู่ชั้นบนทั้งหมด เพราะหลังนี้แถมลิฟต์มาให้ด้วย โดยการแบ่งฟังก์ชันในส่วนชั้น 2 และ 3 เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะตำแหน่งของห้องนอนจะวางฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้านอย่างละห้อง โดยจะล้อมพื้นที่สวนกลางบ้านเอาไว้ ทำให้นอกจากที่ห้องนอนทุกห้องจะได้รับแสงธรรมชาติแล้ว ยังได้ความโปร่งโล่ง และความเป็นส่วนตัวด้วย

 

โดยอุปกรณ์ภายในบ้านที่ใส่มาให้ก็จะมีทั้ง ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ระบบ Smart Security โดย SECOM และ เครื่องปรับอากาศทั้งหลัง พร้อมโซลาร์เซลล์*

 

สำหรับอีกโครงการ Providence Lane ลาซาล จะเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 75 ต้องเข้าซอยมานิดนึง ซึ่งถนนลาซาลก็เป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อออกไปยังถนนสุขุมวิท และ ถนนศรีนครินทร์ได้ รวมถึงยังมีทางเลือกในการเดินทางด้วย รถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย คือ สายสีเขียวและสายสีเหลือง ที่สำคัญห่างจากโรงเรียนบางกอกพัฒนา เพียง 5 นาที*

ที่นี่เป็นทำเลที่เรียกได้ว่าเป็น Gateway สู่เมืองอุตสาหกรรมภาคตะวันออก มีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่งพร้อมทั้งแหล่งช้อปปิงมากมาย ทั้ง  Bangkok Mall ในอนาคต, Bitec บางนา เซ็นทรัลบางนา เมกะบางนา และอีเกีย Community Mall เก๋ ๆ อย่าง ดาดฟ้า ลาซาล และซัมเมอร์ ลาซาล อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งได้แก่ Bangkok Patana School ที่อยู่ใกล้เพียง 5 นาที, St. Andrew, Berkerley, Verso, Concordian, โรงเรียนนานาชาติ ไทย สิงค์โปร์, Dulwich และ ICS จึงทำให้ย่านนี้มี Traffic ผู้คนหมุนเวียนเข้ามามากมายในแต่ละวัน เป็นอีกหนึ่งทำเลอยู่อาศัยที่มีศักยภาพท่ามกลางแหล่งงานขนาดใหญ่

 

เนื้อที่โครงการจะอยู่ที่ประมาณ 2 ไร่ มีบ้านทั้งหมด 14 ยูนิต โดยจะเป็นแบบบ้านแฝด 3.5 ชั้น ดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Luxury  ใช้โทนสีขาว-น้ำตาล เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้รูปทรงโค้งเว้าไปมาบนตัวอาคาร ทำให้เกิดเป็นส่วนช่องหน้าต่างและพื้นที่สีเขียว ที่สอดแทรกเข้าไปในแต่ละชั้นของตัวบ้าน

ส่วนแบบบ้านของบ้านแฝด พื้นที่ดินจะเริ่มต้นที่ 35 ตร.วา เป็นต้นไป พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. โดยทั้ง 2 ไทป์ แบ่งฟังก์ชันออกมาเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องอเนกประสงค์

การจัดวางฟังก์ชันตัวบ้านแฝด หน้าบ้านจะค่อนข้างกว้าง โดยสามารถจอดรถ 3 คัน เรียงกันได้เลย

เมื่อเข้ามาด้านในส่วนแรกจะเจอกับโถง Foyer ถอดรองเท้า ใส่รองเท้า ส่วนพื้นที่ด้านหลังจะเป็นห้องนอนอีกห้อง ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องพักผ่อนติดกับพื้นที่สวนหลังบ้าน นอกจากนั้นบริเวณชั้น 1 ก็ยังเป็นโซน Services ของแม่บ้านด้วย โดยจะมีห้องนอนแม่บ้านติดกับโซนจอดรถ

แต่การใช้ชีวิตจริง ๆ ของเจ้าของบ้านน่าจะเริ่มต้นที่ชั้น 2โซนห้องรับแขก โซนรับประทานอาหาร และโซนครัว วางตำแหน่งเชื่อมต่อกันทั้งหมด ซึ่งตำแหน่งชั้น 2 นี้จะเป็นโถง Double Volume สูง 6.3 เมตร เชื่อมต่อกับชั้น Mezzanine ที่เป็นชั้นลอยอยู่ข้างบน จะเปิดรับแสงธรรมชาติ ความรู้สึกจะค่อนข้างโปร่งโล่ง และในชั้นเดียวกันจะมีห้องนอนอีกห้องวางตำแหน่งอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้อง จะวางอยู่ที่ชั้น Mezzanine และชั้น 3 โดยชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ของห้อง Master Bedroom ทั้งชั้นเลย 

 

ลงตัวทุกความแตกต่าง กับ 2 ไลฟ์สไตล์ที่คุณเลือกเองได้

โดยทั้งสองทำเล สองโครงการ ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อย่างโครงการแรก Providence Lane เกษตร – นวมินทร์ จะได้เปรียบจากการที่ได้เป็นรูปแบบบ้านเดี่ยว บนที่ดินแปลงใหญ่ ซึ่งหาได้ยากในย่านเกษตร – นวมินทร์ โดยครอบครัวไหนที่พลาดจากการซื้อโครงการแรกไม่ทัน โครงการนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะยังไม่ไกลจากโครงการเดิมมากนัก  และหากใครที่เน้นความเป็นส่วนตัว โครงการนี้ก็เหมาะสมมากที่สุด เพราะมีเพียง 6 ครอบครัวเท่านั้น ที่สำคัญก็คือทำเลเกษตร-นวมินทร์ ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้มากมาย ถือเป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อถนนได้ถึง 3 สาย คือ ถนนรามอินทรา, ถนนเกษตร – นวมินทร์ และถนนพหลโยธิน ใกล้โรงพยาบาลชั้นนำมากมาย สถานศึกษา เช่น โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ (Keerapat International School), โรงเรียนนานาชาติออสเตรเลีย (Australian international school Bangkok), โรงเรียนนานาชาติโอ๊คบิวรี่ (Oakbury International School), โรงเรียนนานาชาตินีวาอเมริกัน (NIVA American International School), โรงเรียนนานาชาติเซนต์ สตีเฟ่นส์ (St. Stephen’s International School), หน่วยงานราชการ รวมทั้งใกล้แหล่งช้อปปิ้ง เซ็นทรัล รามอินทรา (Central Ramindra), เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ (Central Eastville), คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Crystal Design Center หรือ CDC), เดอะแจ๊ส รามอินทรา (The Jas Ramintra)  รวมถึงร้านอาหารที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตช่วงกลางคืน เรียกได้ว่ามีครบทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในปัจจุบัน และอนาคต เช่นเดียวกับใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีลาดปลาเค้า ที่ช่วยเสริมศักยภาพให้ Providence Lane เกษตร-นวมินทร์ น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนโครงการ Providence Lane ลาซาล จะแตกต่างกันทั้ง ทำเล และ รูปแบบโครงการ โดยตัวโครงการจะอยู่ในทำเล โซนลาซาล บางนา ส่วนตัวบ้านถึงแม้จะเป็นรูปแบบบ้านแฝดหรู 3.5 ชั้น กับ Modern Luxury Design ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 3 คัน ที่ไม่ได้มีที่ดินใหญ่เท่าบ้านเดี่ยว แต่ฟังก์ชันการใช้งาน พื้นที่ใช้สอยจัดออกมาได้ค่อนข้างครบ และมีฟังก์ชันที่ค่อนข้างยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ที่มีงานอดิเรกเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ไม่ได้ต้องการพื้นที่ใช้สอยเยอะ เพราะไม่ได้มีสมาชิกในครอบครัวมาก แต่อยากได้ความโปร่งโล่งในสไตล์ Double Volume ทันสมัย ต้องการบ้านที่มีสเปซเพื่อสร้างสรรค์แรงบันดาลใจใหม่ ๆให้ชีวิต

 

ซึ่งทำเลลาซาลนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งย่านที่อยู่อาศัยที่มีทั้งความสมบูรณ์ ความหลากหลาย เดินทางได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง หรือจะขับรถส่วนตัวก็สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนได้หลากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ถนนสุขุมวิทเพื่อเดินทางไปยังอโศก หรือเชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์ เพื่อเดินทางไปยังถนนบางนา-ตราด รวมไปถึงรามคำแหง และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังชลบุรีได้อีกด้วย ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย อย่างเช่น แบง ค็อก มอลล์ (Bangkok Mall), เซ็นทรัล บางนา ตลอดจนสถานศึกษาและศูนย์การแพทย์ระดับอินเตอร์จำนวนมาก อาทิ โรงเรียนบางกอกพัฒนา (Bangkok Patana School), โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ สุขุมวิท 107 (St Andrews International School Sukhumvit 107 Campus), โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ (Berkeley International School), โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเวลล์ส บางนา (Wells International School Bangna Campus), โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ (Anglo Singapore International School), โรงเรียนนานาชาติไทย-สิงคโปร์ (TSIS),โรงพยาบาลศิครินทร์, โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ฯลฯ รวมถึงปอดขนาดใหญ่ของของคนเมืองอย่าง สวนหลวง ร.๙

 

เหนือสิ่งอื่นใด ทั้ง 2 โครงการยังมาพร้อมข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในเรื่องของความใกล้โรงรียนนานาชาติชั้นนำ ซึ่งในมุมมองของกลุ่มผู้ปกครองที่มองหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติ ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู ก็คือความใกล้สถาบันการศึกษา และโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ โดยในปัจจุบันนี้โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯหลายแห่ง ล้วนได้รับการยอมรับในสายตาของชาวต่างชาติว่ามีมาตรฐานหลักสูตร และคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน รวมไปถึง Facilities ที่ดีไม่แพ้ชาติอื่นในเอเชีย ซึ่งการเลือกซื้อโครงการที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำที่ตัวเองเลือกสรร โดยใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่นาที จะช่วยเพิ่มช่วงเวลาคุณภาพที่ผู้ปกครองจะได้ใช้เวลาร่วมกับบุตรหลานได้หลายเท่าตัว

 

โดยสรุป Providence Lane กับ 2 ทำเลใหม่ นับว่าเป็น 2 โครงการที่ต่อยอดความสำเร็จจาก โครงการแรก ผ่าน 4 จุดเด่นสำคัญ ที่ทำให้โครงการแตกต่างจากโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Defining Me บ้านที่สะท้อนตัวตนที่แตกต่างไม่เหมือนใคร / Absolute Privacy ความเป็นส่วนตัวที่ให้ความสำคัญทั้งรูปแบบตัวบ้าน และตัวโครงการ / Perfect Locations ทำเลยุทธศาสตร์ที่เดินทางสะดวก เข้าออกง่าย ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ และ / Your Identity Curated by Design ดีไซน์ที่ฟังก์ชันและศิลปะเป็นหนึ่งเดียวกันทั้ง Bauhaus และ Modern Luxury 

 

และทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไม Providence Lane แห่งใหม่ทั้ง 2 โครงการ จึงเป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์และไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใครได้อย่างแท้จริง

 

นอกจากงานออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยแล้ว สัมมากรยังมีทีม “Home Financial Specialist” ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่คิด” คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเงินแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนเตรียมเอกสาร ประสานงานกับธนาคารไปจนถึงให้คำปรึกษาเรื่องการเงิน เพื่อให้การซื้อบ้านทุกเซกเมนต์เป็นเรื่องง่ายและราบรื่นยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยว่าจะได้รับทั้งบริการที่ดีเยี่ยม และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ

 

Providence Lane Kaset – Nawamin รับส่วนลดสูงสุด 6,000,000 บาท* เริ่ม 35 ล้าน* ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://sam.co.th/4ajhKj3

Providence Lane Lasalle รับส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บาท* เริ่ม 25 ล้าน*

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://sam.co.th/4ajSsRZ

เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ – 28 ก.พ. 69

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

สถาปนิกจบใหม่ กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท มีความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ คอนโด โรงแรม และชอบไปดูโครงการและงานออกแบบอยู่เสมอ เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

เว็บไซต์

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

นิว เมกา พลัส บางนา

คอนโดภายใต้แบรนด์ Nue คือโครงการ Flagship ที่สำคัญจา...

3 November, 2025

นิว เรน แจ้งวัฒนะ

Nue REN Chaengwattana (นิว เรน แจ้งวัฒนะ) คือโครงการ...

10 October, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง