THE PRIMARY V บ้าน SUPER LUXURY แนวสูง เติมเต็มทุกฟังก์ชั่น บนทำเล เกษตร–นวมินทร์

วศิน จิรสัชฌกร 03 September, 2018 at 17.26 pm

ทิศทางบ้านระดับ Luxury

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการของคนในยุคแห่งความหลากหลายไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว บ้านซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ใกล้ชิดเรามากที่สุดจึงมีมากกว่า 1 รูปแบบ ในอดีตเราจะเห็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ที่เน้นการพัฒนาในแนวราบ สูง 2 – 3 ชั้น และมักจะอยู่ในย่านชานเมือง ซึ่งยังมีที่ดินให้พัฒนาอยู่เยอะในสมัยนั้น โครงการใหม่ๆ ในลักษณะนี้นับวันก็จะขยับไปไกลจากใจกลางเมืองมากขึ้น เนื่องจากจำนวนที่ดินผืนใหญ่ๆ เหลือน้อยลง ในขณะที่ราคาที่ดินกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการขยายของรถไฟฟ้าสารพัดสี ซึ่งข้อจำกัดนี้เป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดการพัฒนาของบ้านระดับ Luxury แนวสูง (สูง 4 ชั้นขึ้นไป)

เมื่อคำตอบของคน Generation ก่อน ไม่ได้ตอบความต้องการของคน Generation ใหม่ได้ทุกคน ที่ดินขนาดเกิน 1 ไร่ติดถนนใหญ่ในเมืองถูกดันราคาจนสูงไม่หยุด เนื่องจากสามารถสร้างอาคารสูงตามกฎหมายได้ ส่วนที่ดินในซอยก็จะถูกพัฒนาเป็นคอนโด Low rise สูง 8 ชั้น แน่นอนว่าฟังก์ชั่นของคอนโดมีความแตกต่างกับบ้าน ด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอยที่จำกัดกว่า 1 – 2 ห้องนอน การซื้อหลายยูนิตก็ไม่ใช่ทางออก เพราะไม่ได้ถูกออกแบบให้ใช้งานเชื่อมกัน บางครั้งโครงสร้างอาคารก็ไม่อำนวยในการเชื่อม การมองหาคอนโดระดับ Luxury ที่ออกแบบห้องขนาดใหญ่ ก็ยังมีจุดอ่อนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ถือร่วมกันทั้งพื้นที่ส่วนกลางและที่ดิน ทำให้ Developer รายย่อยที่มีที่ดินทำเลดีหลายเจ้ามองเห็นโอกาสในการพัฒนาบ้านระดับ Luxury แนวสูง ที่ทำให้เจ้าของบ้านได้ฟังก์ชั่นการใช้งานแบบบ้านครบถ้วนเหมือนเดิม และมีกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินของตัวเองอย่างเต็มที่ จะขยายหรือต่อเติมยังไงก็ทำได้ง่ายกว่า

 

โครงการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเน้นดีไซน์ที่โดดเด่น มีการออกแบบพื้นที่เปิดโล่งแบบ Double Volume ในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะส่วน Living area ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทุกโครงการควรมี หลายโครงการมีพื้นที่สวนบนอาคารเพื่อชดเชยพื้นที่สวนบนดินที่ถูกลดลง เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสวยงามให้เอ็ฟเฟคที่ดูหรูหรา และมีฟังก์ชั่นพิเศษที่ตอบโจทย์ Young Millioniare อย่างเช่น ระบบ Home Automation, ระบบ Proptech & Home Service ที่พ่วงกับ Nasket และ On Demand Delivery ต่างๆ เพิ่มเติมมาให้อีกด้วย บนขนาดที่ดินที่เล็กลง แต่อยู่ในทำเลศักยภาพในเมืองหรือส่วนต่อขยายเมือง เดินทางไปทำงานได้สะดวกมากกว่าบ้านระดับ Luxury แนวราบ

 

ทั้งนี้ทาง Nexus Property ได้มีการรวบรวม ตัวอย่างโครงการบ้านระดับ Luxury แนวสูง ได้แก่ โครงการ The Primary V, 1249 Residence, Leroy, Zillhouette และ Aires ที่เพิ่งเปิดใหม่

7 ทำเลศักยภาพ ตลาดบ้านระดับ Luxury

1. สุขุมวิท

2. ลาดพร้าว – เกษตรนวมินทร์

3. พระราม 9 – ศรีนครินทร์

4. ราชพฤกษ์

5. CBD

6. บางนา

7. พระราม 2

โดย 3 ทำเลยอดนิยมของตลาดบ้านระดับ Luxury แนวราบ คือ ลาดพร้าว – เกษตรนวมินทร์, ราชพฤกษ์ และพระราม 2 โดยเรียงตามระยะห่างจาก CBD  ส่วนทำเล CBD และสุขุมวิท ราคาต้นทุนสูงเกินจะพัฒนาแนวราบ เพราะต้องแข่งราคาที่ดินกับ Developer ที่พัฒนาคอนโด Low rise ดังนั้นบ้านระดับ Luxury แนวสูงจะมีโอกาสแข่งราคาที่ดินมากกว่า ทำให้ 3 ทำเลยอดนิยม คือ CBD, สุขุมวิท และลาดพร้าว – เกษตรนวมินทร์

THE PRIMARY V

โครงการใหม่ จาก กรุงเทพพัฒนา ซีเอ็มเอส Developer รายย่อยที่มีประสบการณ์พัฒนาอสังหาฯ หลายโครงการมากว่า 34 ปี ทั้งโครงการที่พักอาศัย และสำนักงาน โดยเฉพาะทำเลย่าน ลาดพร้าว เกษตร – นวมินทร์ เจ้าของผลงานแบรนด์  The Primary อย่าง The Primary, The Primary Prestige , The Primary Ultimate และ The Primary 101

 

The Primary V เป็นโครงการที่ 5 ภายใต้แบรนด์ The Primary โครงการบ้านระดับ Super Luxury แนวสูง 4 ชั้น ทำเลต้น ซ.มัยลาภ (ซ.ประเสริฐมนูกิจ 29 หรือ รามอินทรา 14) เข้ามาประมาณ 200 ม. จาก ถ.เกษตร – นวมินทร์ (ถ.ประเสริฐมนูกิจ) มูลค่าโครงการสูงถึง 800 ลบ. โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28 ลบ.

 

สิ่งสำคัญที่คุณจะได้รับจากโครงการนี้คือความเป็นส่วนตัวที่พิเศษสุดๆ เพราะโครงการมียูนิตเพียง 20 ยูนิต  ประกอบด้วยบ้าน 3 แบบ คือ แบบ Stellar เป็นบ้านแฝด 4 ยูนิต, แบบ Lunar เป็นบ้านเดี่ยวแบบหลัก 14 ยูนิต และแบบ Solaris เป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ เพียง 2 ยูนิต

 

การออกแบบบ้านตั้งใจให้สามารถอยู่รวมกันได้ทั้ง 3 Generations คือ รุ่นปู่ย่า รุ่นพ่อแม่ และรุ่นลูกหลาน เสริมกำลังด้วยการดึง 911 The Revolution by JT ฟิตเนสดังของคุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มาช่วยออกแบบคลาสออกกำลังกาย และส่งเทรนเนอร์เข้ามาให้บริการเป็นพิเศษในคลับเฮ้าส์ของโครงการ

งานสถาปัตยกรรมออกแบบโดย บริษัท มินิแมกซิสท์ จำกัด ออกงานภูมิทัศน์โดย บริษัท สำนักงานออกแบบระฟ้า จำกัด และออกแบบภายในโดย บริษัท อะโพสโทรฟีเอส กรุ๊ป จำกัด ซึ่งทางผู้ออกแบบได้วางผังโครงการเพื่อให้ได้ทิศทางของแสง และลมที่ดี สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น

 

ทางโครงการได้วางระบบไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพื่อไม่ให้มีอะไรมารบกวนภูมิทัศน์ และจัดเตรียมระบบใยแก้วความเร็วสูงจาก AIS เพื่อไม่ให้คุณพลาดทุกการเชื่อมต่อ, นำระบบ Nasket เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้การจับจ่ายซื้อของและบริการต่างๆ ง่ายเพียงเคลื่อนปลายนิ้ว และดูแลคุณด้วยระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยมีจอแสดงผลภายในบ้านเชื่อมต่อมายังป้อม รปภ. นอกจากนี้ทางโครงการยังให้ความสำคัญกับลิฟต์ ด้วยการได้เลือกใช้แบรนด์ “Aritco” ซึ่งเป็นสินค้าระดับคุณภาพจากประเทศสวีเดน เน้นความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

แบบบ้านโครงการ
STELLAR
บ้านแฝด จำนวน 4 ยูนิต บนเนื้อที่ขนาด 53.8 – 63.1 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. 3 – 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน

Design

จุดเด่นของดีไซน์คือการใช้เส้นสายบางเฉียบดูสากลและทันสมัย เช่น ขอบหลังคา ขอบสีขาวของโรงจอดรถ เสาครีบสีขาวที่แบ่งยูนิต และแผงกันแดดลายไม้ ซึ่งล้วนออกแบบให้ดูลอยตัว รู้สึกเบา รับกับองค์ประกอบซับซ้อนซึ่งเต็มไปด้วยดีไซน์ในทุกจุดของตัวบ้าน

 

ให้เสน่ห์และอารมณ์ความเป็น Asia ด้วยการออกแบบที่ยิบย่อย แบ่งส่วนประกอบใหญ่ๆ เป็นจังหวะด้วยสัดส่วนที่ลงตัว เช่น ประตูที่จอดรถ และการใช้วัสดุที่มี Texture เช่น ลายไม้ ซึ่งเป็นวัสดุหลักที่ประเทศในเอเชียใช้ร่วมกัน ทั้งแบบที่ดูเป็นแผ่นไม้ และแบบที่เป็นระแนงเอียง 45 องศา ซึ่งทำให้อาคารไม่ดูเรียบ มีแต่เส้นแนวตั้งกับแนวนอนจนน่าเบื่อ ผสมกับการใช้สโตนเซอร์เฟสซึ่งทำให้ ผนังผืนใหญ่กลายเป็นชิ้นเล็กๆ มาต่อกัน การแบ่งอาคารแบบนี้เป็นการเคารพสัดส่วนธรรมชาติ และสัดส่วนของมนุษย์ทำให้อาคารเข้าถึงได้ง่ายไม่ดูเย้อหยิ่งห่างเหิน มีการออกแบบระเบียงขนาดใหญ่ซึ่งออกมาใช้งานได้แบบจริงจัง สามารถวางเก้าอี้ได้ ซึ่งจะเห็นในบ้านตากอากาศมากกว่าบ้านทั่วไป แผงกันแดดลายไม้ชั้น 3 ที่ยื่นออกมา นอกจากช่วยบังแดดให้ชั้น 3 ยังเป็นกันสาดของชั้น 2 และทำให้พื้นที่ภายในเกิดจังหวะของเงาที่ทอดมา ความสลัวและคลุมเครือเป็นกลิ่นไอที่ซ่อนอยู่ของประเทศในเอเชีย ราวกันตกระเบียงเป็นกระจกใสไม่มีขอบ นอกจากไม่แย่งซีนองค์ประกอบที่อยู่ใกล้ ยังให้เอ็ฟเฟคโปร่งแสงที่ดูเหมือนมีและไม่มี ทำให้อาคารมีมิติ เหมาะสมกับลูกค้าที่เป็น Young success คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะแยกบ้าน กำลังจะสร้างครอบครัวใหม่ อีกทางเลือกสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก
PLAN

การวางผังเป็นรูปตัวไอ (I) สามารถจอดรถได้ถึง 3 คัน เข้ามาจะพบกับส่วน Living Area ดีไซน์เป็น Double Volume สูงถึงชั้น 2 ส่วนรับประทานอาหาร และ Pantry สำหรับทำอาหารเบาๆ ต่อเนื่องเป็นพื้นที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน มีห้องน้ำรองรับในส่วนนี้ นอกจากนี้ยังมีประตูเข้าส่วนครัวได้โดยตรงจากที่จอดรถ เวลาซื้อของทำครัวเข้ามา สามารถเข้าครัวได้เลย ไม่ต้องผ่านส่วนอื่น พื้นที่สวนอยู่ด้านหลังทำให้ได้สวนที่มีความเป็นส่วนตัว

 

ชั้น 2 ขึ้นลิฟต์มา เป็น Family room มีระเบียงขนาดใหญ่ และห้องน้ำในตัว สามารถดัดแปลงเป็นห้องนอนได้

ชั้น 3 ขึ้นลิฟต์มา เป็น Master bedroom สามารถต่อเติมเป็น Walk in closet ได้ หรือถ้าเสื้อผ้าไม่เยอะคุณก็จะได้พื้นที่ใช้งานที่กว้างขึ้น ส่วนห้องน้ำที่จัดแบบ Penthouse ของห้อง Master bedroom ของบ้านทั้ง 3 แบบ จะประกอบด้วยอ่างล้างมือ 2 อ่าง เหมาะกับครอบครัวที่สามีภารยาต้องตื่นมาอาบน้ำเตรียมตัวทำงานพร้อมๆ กัน ส่วนชักโครกมีฉากกระจกกั้นให้เป็นสัดส่วน มีอ่างอาบน้ำ และโซนอาบน้ำซึ่งมีฉากกระจกแยก

ชั้น 4 เป็นห้องนอน 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว มี 1 ห้องนอนที่มีระเบียงมองสวนหลังบ้าน

 

ตัวอย่างภาพจำลองการจัดสรรพื้นที่ต่างๆในแต่ละชั้นของแบบบ้าน STELLAR

 
ชั้น 1 มีไฮไลท์คือ พื้นทื Living area ที่เป็น double volume

Dining area + Pantry

ชั้น 2 เป็น Family Room

ชั้น 3 เป็น Master Bedroom ทั้ง Floor พร้อมห้องน้ำขนาดใหญ่

ชั้น 4 แบ่งเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

 

LUNAR

บ้านเดี่ยว จำนวน 14 ยูนิต บนเนื้อที่ขนาด 68.5 – 75.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม. 4 – 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ  และที่จอดรถ 4 คัน

ดีไซน์ของบ้านแบบ Lunar จะให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าแบบ Stella เนื่องจากส่วนฐานที่ใหญ่กว่าข้างบน ไม่ได้มีส่วนที่ยื่นออกมาชัดเจน องค์ประกอบเส้นที่ดูบางเบาเหมือนถูกลดความโดดเด่นลง มีส่วนทึบมากขึ้น

 

แต่จุดเด่นของบ้านแบบนี้คือการดีไซน์ที่เล่นกับความรู้สึก Contrast ของ Texture นอกจากมีการแบ่งองค์ประกอบขนาดใหญ่ให้ดูเล็กลงด้วย Texture ยังใช้วาง Texture ที่ดูหนักอย่างสโตนเซอร์เฟส ซึ่งให้เอ็ฟเฟคแบบหิน วางลอยอยู่บน Texture ที่ดูเบาอย่างขอบสีขาวบางๆของโรงจอดรถ และประตูระแนงไม้ซึ่งดูรับน้ำหนักได้น้อยกว่า ทำให้เกิดความรู้สึกท้าทาย

 

ด้านหน้าบ้านที่ปิดทึบด้วยสโตนเซอร์เฟส ยิ่งช่วยให้ส่วน Living area ชั้น 2 ที่ออกแบบ Double volume จนถึงชั้น 3 ซึ่งเป็นผนังกระจกโปร่งดูเด่นขึ้นมา ไม่ถูกโรงจอดรถบล็อควิว และได้วิวเขียวๆ ของไม้ยืนต้น ผนังส่วนที่ Double volume ขึ้นไปช่วงชั้น 3 มีแผงกันแดดช่วยลดทอนแสง

 

ห้อง Master bedroom ชั้น 3 ระเบียงยื่นลอยมาชมวิวสระว่ายน้ำหรือสวน ขณะที่ระเบียงด้านบนชั้น 4 ค่อนข้างกว้าง และรับแสงได้เต็มที่ เพิ่มอิสระในการดีไซน์ Sky garden ในสไตล์ที่คุณต้องการ เหมาะกับ ครอบครัวขนาดกลาง ขนาดครอบครัวไม่ใหญ่มาก

PLAN

การวางผังเป็นรูปตัวแอล (L) จอดรถได้ถึง 4 คัน เข้ามาส่วน Foyer มีลิฟต์และบันไดอยู่ด้านขวา ตรงไปจะพบกับห้องรับประทานอาหาร สามารถดัดแปลงได้ตามการใช้งาน หรือดัดแปลงเป็นห้องนอนติดสวนได้ เพราะมีต้องน้ำในตัว ด้านขวาเป็นส่วน Service มีครัวไทย ที่พักแม่บ้านและห้องน้ำแยก

 

ชั้น 2 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็นห้องรับประทานอาหาร มี Pantry และห้องน้ำ เลี้ยวซ้ายเป็น Living area ส่วนปลายตัวแอลของผังพื้นเป็น Double volume สูงถึงชั้น 3 เป็นผนังกระจกสูงเต็มผนัง 2 ด้าน มองเห็นวิวสวนและวิวหน้าบ้าน

ชั้น 3 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็น Master bedroom มีห้องน้ำและระเบียงยื่นออกมาในตัว เลี้ยวขวาเป็นห้องนอนมีห้องน้ำในตัว มองเห็นส่วน Living area ที่อยู่ชั้น 3

ชั้น 4 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็นห้องนอนมีห้องน้ำในตัว เลี้ยวซ้ายเป็นห้องนอนมีห้องน้ำในตัวที่มีระเบียงขนาดใหญ่

ชั้น 1 เป็น Dining Area กึ่งๆ Party Room แนวยาวเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ

ชั้น 2 ได้ Living Area แบบ Double Area พร้อมพื้นที่เอนกประสงค์ทำเป็นส่วน Dining Area ได้เช่นกัน

ชั้น 3 มี Master Bedroom พร้อมระเบียงส่วนตัว และมีห้องนอนขนาดใหญ่อีกห้องหนึ่ง ซึ่งสามารถดัดแปลงเป็นห้องแต่งตัวได้

ชั้น 4 มีห้องนอน 2 ห้องพร้อมระเบียงขนาดใหญ่

SOLARIS

บ้านเดี่ยว จำนวน 2 ยูนิต บนเนื้อที่มากกว่า 100 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,025 ตร.ม. 5 – 7 ห้องนอน 9 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 6 คัน

Design

ดีไซน์ของบ้านแบบ Solaris มีลักษณะคล้าย แบบ Lunar ด้วยการใช้ Contrast ของ Texture ที่ดูหนักของสโตนเซอร์เฟส อยู่บนวัสดุที่น่าจะรับน้ำหนักได้น้อยกว่า และมีการผสมกับบ้านแบบ Stellar โดยนำแผงกันแดดที่มีลักษณะของกรอบไม้กลับมาใช้ ดีไซน์ของบ้านแบบ Solaris ทำให้เกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่ บ่งบอกความเป็นตัวตนข้องผู้อยู่อาศัย ภายในตัวบ้าน โซนโถงจากพื้นถึงเพดานจะสูงโอ่งโถงมาก มีกระจกรายล้อมให้มองออกไปเห็นสวนและสระว่ายน้ำ

 

เนื่องจากพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นกว่า 110 ตร.ว. จึงสามารถวางผังอาคารเป็นรูปตัวยู (U) ล้อมสระว่ายน้ำหรือสวน ทำให้ห้องต่างๆ ได้รับวิวสวน และสัดสวนของอาคารก็ดูแผ่กับพื้นดินมากกว่าอีก 2 แบบ นอกจากนี้ยังยังมีระเบียงขนาดใหญ่ถึง 2 จุด อยู่ชั้น 3 และชั้น 4 ทำให้คุณให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกภายในบ้านค่อนข้างเยอะ อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ อากง อาม่า ลูกๆ หลานๆ
PLAN

การวางผังเป็นรูปตัวยู (U) สามารถจอดรถได้ถึง 6 คัน เข้ามาส่วน Foyer เป็นโถงบันไดและลิฟต์ที่อยู่ด้านขวา ตรงไปเป็นส่วนรับประทานอาหาร มี Pantry สำหรับทำอาหารเบาๆ เชื่อมต่อกับส่วน Living Area มีห้องน้ำในส่วนนี้ ด้านหลัง Pantry เป็นส่วนครัว และส่วน Service มีห้องพักแม่บ้าน (หรือดัดแปลงเป็นห้อง Service อื่นๆ) และห้องน้ำแยก

 

ชั้น 2 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็นห้องเอกประสงค์ สามารถดัดแปลงเป็นอีกห้องนอนได้ เพราะมีห้องน้ำในตัว เลี้ยวซ้ายเป็น Master bedroom มี Walk in closet และห้องน้ำในตัว

ชั้น 3 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็นห้องนอน มีระเบียงขนาดใหญ่ใช้ร่วมกับห้องนอนชั้น 4 เลี้ยวซ้ายมีห้องนอน 2 ห้อง โดยห้องที่อยู่ปลายตัวยู มี Walk in closet ข้างบันไดมี Pantry สำหรับเวลาหิวน้ำหรือหิวอะไรตอนดึก ไม่ต้องลงไปชั้น 1

ชั้น 4 ขึ้นลิฟต์มา เลี้ยวขวาเป็นห้องนอน สามารถลงจากระเบียงไปใช้ระเบียงใหญ่ที่ชั้น 3ได้ เลี้ยวซ้ายเป็นห้องนอนที่เชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่ สามารถดัดแปลงเป็นห้องอย่างอื่นเพื่อให้คนมาแชร์ระเบียงร่วมกันได้

ชั้น 1 มีโถง Foyer แนวยาวก่อนเข้าไปสู่ส่วน Family & Living Area ที่เชื่อมต่อกับส่วนครัว

Living room


ชั้น 2 มี Common Area และ Master Bedroom พร้อมห้องแต่งตัวและห้องน้ำขนาดใหญ่

ชั้น 3 มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำพร้อมระเบียงขนาดใหญ่

ชั้น 4 มี 1 ห้องนอน และ 1 ห้องเอนกประสงค์

ทำเล เกษตร – นวมินทร์ เป็นอีก 1 ทำเลที่ได้รับความนิยมมากสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน จึงไม่แปลกที่บ้านระดับ Luxury จะมาปักหมุดโครงการกันบนทำเลนี้ เพราะเป็นพื้นที่ขยายมาจากย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นชุมชนเดิม และแทบไม่มีที่ดินให้พัฒนาเป็นโครงการแนวราบแล้ว นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ทางด่วน รามอินทรา – อาจณรงค์ สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองได้สะดวก

ปากทาง ซ.มัยลาภ ฝั่ง ถ.รามอินทรา มีสถานี “มัยลาภ” รถไฟฟ้าสายสีชมพู กำลังก่อสร้าง ตามแผนคาดว่าจะเสร็จในปี 64 ขณะที่เส้น เกษตร – นวมินทร์ มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลซึ่งกำลังศึกษาอยู่

 

นอกจากนี้ทั้งเส้นเลียบด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ และเส้นเกษตรนวมินทร์ยังเป็นเส้นที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหาร อย่าง Chocolate Ville, Water side Resort Restaurant และตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย

 

ไม่เพียงทำเลของโครงการ The Primary V ที่ถือได้ว่าอยู่ต้น ซอยขนาดใหญ่ (ถนน 4 เลน) อย่าง ซ.มัยลาภมากๆ แต่โครงการยังถูกการันตีคุณภาพด้วยการคว้ารางวัลจาก Thailand Property Award ถึง 3 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศ การออกแบบตกแต่งภายในประเภทบ้าน และได้ รางวัลชมเชย การออกแบบภูมิทัศน์ และการออกแบบสถาปัตยกรรม ประเภทบ้าน ปี 2017

The Primary V เป็นโครงการระดับ Super luxury ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ในสังคมคุณภาพเพียง 20 ยูนิต ออกแบบฟังก์ชั่นซึ่งทำให้คน 3 generation อยู่ร่วมกันได้ พร้อมกับระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยครบครัน มีรางวัลยืนยันความสำเร็จทางการออกแบบ และอยู่บนทำเลศักยภาพ “เกษตร – นวมินทร์” ซึ่งสะดวกในการเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.theprimary-v.com/

วศิน จิรสัชฌกร

วศิน จิรสัชฌกร

"อดีตเด็กสถาปัตย์ ขึ้น SketchUp ดราฟ CAD นั่งตัดโม ที่รู้สึกตัวว่าสถาปนิกไม่ใช่ทาง เลยบอกลากับการออกแบบ แต่ก็ยังวนเวียนกับแวดวงอสังหาฯ ชอบดูโครงการสวยๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เลยหาโอกาสมารีวิวโครงการ อยากแชร์มุมมองตรงกลางระหว่างคนใช้อาคารกับคนออกแบบ"

เว็บไซต์

เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์ บางนา

นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล

พฤกษาวิลล์ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-วงแหวนฯ

พฤกษาฯ เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการพัฒนาโครงการ...

5 November, 2019

โฮล์ม เอกมัย 22

HOLME EKKAMAI 22 อยู่ในย่านเอกมัยเหนือ ย่านที่มีบรรย...

1 November, 2019

วาลเด้น ทองหล่อ 8 & วาลเด้น ทองหล่อ 13

ในปีนี้ Boutique Developer อย่าง Habitat Group มีควา...

29 October, 2019

เดอะทรี สุขุมวิท-พระราม 4

ในช่วงสิ้นปี 2019 นี้ถึงสิ้นปีหน้า 2020 ทำเลพระรามสี...

26 October, 2019

ไลฟ์ วัน ไวเลส [อาคารจริง]

LIFE ONE WIRELESS เป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์เนมที่ราคาถู...

24 October, 2019