The Super Interchange of Bangkok City Center ในอนาคตย่านไหนจะกลายเป็นศูนย์กลางเมืองที่ทรงพลังมากที่สุดของกรุงเทพ

ถ้ากำลังมองหาทำเลที่ดี มีมูลค่าสูงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เราคงต้องมองหาทำเลที่จะกลายเป็นจุดศูนย์รวมของการคมนาคม เป็นจุดตัดของการเดินทางที่หลากหลาย เมื่อการเดินทางสะดวกก็ย่อมมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่ มีธุรกิจต่างๆ มาเปิดกันมากมาย

 

ถ้าพูดถึงทำเลศูนย์กลางแห่งความสะดวกในการเดินทางในอนาคต หลายๆ คนอาจมองไปที่ทำเลบางซื่อซึ่งจะกลายเป็นหัวลำโพงแห่งใหม่จะมีรถไฟนานาชนิดรวมกันอยู่บริเวณนั้น แต่ผู้เขียนมองว่าบางซื่อจะเป็นเหมือน Gateway ที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพกับต่างจังหวัด แต่ถ้าพูดถึงว่าทำเลใดจะเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเทพอย่างแท้จริง ความเห็นส่วนตัวคิดว่าทำเลนั้นคือ “ราชเทวี”

 

ราชเทวีเป็นทำเลที่บางคนชอบ แต่บางคนก็รู้สึกงงๆ กับย่านราชเทวีว่ามีอะไรน่าสนใจนักเหรอ บางคนบอกว่าดูเงียบๆ ตอนกลางคืน ดูไม่มีอะไร ก็ต้องตอบว่าใช่ครับ ตอนนี้ (ปี 2561) อาจจะดูเงียบๆ ดูแล้วมีแต่คอนโดมิเนียมและตึกแถวที่เริ่มเปลี่ยนเป็น Hostel เท่านั้น แต่อนาคตมันจะน่าสนใจยังไงนะ ย่านราชเทวีมีศักยภาพเติบโตไปเป็นอะไร มีคาแรกเตอร์ มีลักษณะเฉพาะยังไง น่าลงทุน น่าอยู่ยังไง เรามาดูกันครับ


4 เหตุผล ทำไมราชเทวีถึงมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร และจะกลายเป็น The Super Interchange of Bangkok City Center ได้เพราะอะไร

 

เหตุผลข้อที่ 1 จุดเด่นทางภูมิศาสตร์ (ด้าน Geography)

ที่ตั้งของย่านราชเทวีอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจ สยาม ประตูน้ำ และราชประสงค์ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจที่สำคัญตลอดกาลของกรุงเทพ เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการในย่านดังกล่าวมีการพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น ย่านราชประสงค์มีการสร้าง R walk ทางเดินเชื่อมแต่ละโครงการเข้าด้วยกันทำให้การเดินทางด้วยเท้าสะดวกมากขึ้น เกิดการจับจ่ายใช้สอย

R-walk ทางเดิน Skywalk ย่านราชประสงค์

ราชเทวีเป็น location ที่น้ำไม่ท่วม ไม่มีเหตุการณ์น้ำรอระบาย เนื่องจากมีคลองแสนแสบซึ่งนอกจากเป็นเส้นทางคมนาคมทางเลือกแล้ว คลองแสนแสบยังเป็นจุดรับน้ำและช่วยระบายน้ำ

 

เหตุผลข้อที่ 2 สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะครบ (ด้าน Public Facilities)

ตามข้อมูลของกองนโยบายและแผนสำนักผังเมือง กทม.พบว่าเขตราชเทวีมีสัดส่วนถนนมากที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของเขตหรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 52.10 ถือว่ามีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดในกรุงเทพ พูดง่ายๆ คือราชเทวีมีถนนเยอะนั่นเอง ทำให้การเดินทาง การเข้าออก การเชื่อมต่อสะดวก เข้าออกจากทิศทางใดก็ได้ ทำให้รถยนต์ ผู้คนมากมายต้องผ่านราชเทวี มี traffic เยอะ

นอกจากถนนเยอะ ราชเทวียังมีการคมนาคมครบถ้วน ขนส่งระบบรถ เรือ ราง ทุกแบบ ทุกบริษัท ทั้ง BTS สายสีเขียว MRT สายสีส้ม ARL รฟท. มีทางขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ มีท่าเรือสะพานหัวช้าง

 

อนาคตราชเทวีจะกลายเป็น Super Interchange เพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สายสำคัญซึ่งเป็นสายกระดูกสันหลัง (Backbone Line) นั่นคือ สายสีเขียวเหนือ-ใต้ และสายสีส้มตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งทั้ง 2 สายเป็นสายที่ขนผู้คนจากสี่มุมเมืองของกรุงเทพและปริมณฑล ข้ามไปข้ามมา และที่สำคัญผู้คนเหล่านี้จะต้องเดินลงมาเปลี่ยนขบวนแบบที่ต้องเดินออกจากสถานีแล้วเดินเท้าริมถนนเพื่อเข้าระบบรถไฟฟ้า ให้นึกถึงการเปลี่ยนขบวนระหว่างรถไฟฟ้า BTS หมอชิตกับ MRT สวนจตุจักรครับ หรือ BTS ศาลาแดง กับ MRT สีลมครับ คนจะเดินออกมาข้างนอกเยอะมาก ในอนาคตราชเทวีจะมีผู้คนผ่านไปผ่านมามากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันครับ ดังนั้นศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ย่านนี้จะมีสูงขึ้นอีกเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มสร้างเสร็จ

สถานีราชเทวีใกล้กับ Airport Rail Link (ARL) สถานีพญาไทเพียง 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของรถไฟฟ้า ARL ที่จะเชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง (ในอนาคต) ดังนั้นจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ ของกรุงเทพจะมาเปลี่ยนขบวนรถไฟ เช่น จากถนนข้าวสารมาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วมาลงที่ราชเทวีเพื่อเดินไปขึ้น ARL ที่พญาไทไปสนามบิน เป็นต้น

 

ภาพสถานีพญาไท

นอกจากนักท่องเที่ยวแล้วก็เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายคนเข้าสยามสำหรับคนที่อาศัยในย่านกรุงเทพตะวันออกเฉียงเหนือเช่น มีนบุรี รามคำแหง และผู้คนจากฝั่งธนบุรีอย่างย่านปิ่นเกล้า คนจากย่านดังกล่าวถ้าจะมาสยามก็ต้องเดินผ่านราชเทวีครับ คนจากรังสิตลำลูกกาอยากจะมาศิริราช อยากจะไปสนามหลวง ไปเที่ยววัดพระแก้ว จะไปดูกีฬาที่ราชมังคลากีฬาสถานก็ต้องผ่านราชเทวีเพราะเป็นเส้นทางที่เปลี่ยนขบวนน้อยที่สุด คนจากรามคำแหงจะมาเที่ยวมาบุญครองก็ต้องมาลงที่ราชเทวีก่อน คนจากอโศก บางกะปิ ลาดพร้าว จตุจักร รัชดา อยากจะไปหน้าวัดสุทัศน์ไปดูเสาชิงช้ายังไงก็ต้องผ่านราชเทวี

ภาพด้านล่างแสดงให้เห็นง่ายๆ ว่าราชเทวีเป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมระบบรางของกรุงเทพ และใกล้กับสยามซึ่งเป็น City Center

ภาพตำแหน่งของสถานีรถไฟใต้ดินในย่านราชเทวี

สถานีราชเทวี อยู่ใกล้กับสี่แยกราชเทวี อยู่ที่ถนนเพชรบุรี  รอบๆ ร้านเจ๊ก้อย

ส่วนสถานีประตูน้ำ คาดว่าอยู่บนถนนเพชรบุรีเช่นกัน ใกล้กับพันทิพย์พลาซ่า

เหตุผลข้อที่ 3 มีจำนวนประชากรหนาแน่นและหลากหลาย (ด้าน Demographic)

 

ย่านราชเทวีมีลักษณะประชากรที่หลากหลาย มี Diversity สูง มีทั้งวัยเรียนที่เรียนในสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สาธิตปทุมวัน สาธิตจุฬาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ส่วนวัยทำงานก็มีทั้งกลุ่มแพทย์ พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจในย่านประตูน้ำรุ่นใหม่ วัยสูงอายุก็คือกลุ่มอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์โรงพยาบาล และเศรษฐีย่านประตูน้ำ

 

มีกลุ่ม expat ทุกระดับ เช่น คนสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ชอบย่านประตูน้ำและต้องการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ไปจนถึงแรงงานต่างประเทศและไทยที่อาศัยอยู่ในทำเลเดียวกันในซอยพญานาค ซอยเพชรบุรี 18 ซอยเพชรบุรี 5-7 ช่วงหลังเวลาห้างปิดจะเห็นพนักงานทั้งคนไทยและต่างชาติเดินออกมาจากห้างเป็นสายเลยครับ ซึ่งไม่น่ากลัวนะครับ ทุกคนเป็นคนทำงานที่เข้ามาหาโอกาสใจกลางเมืองกรุงเทพกันทั้งนั้นครับ

 

ความแตกต่างของผู้คนทำให้ย่านนี้มีของกินที่หลากหลาย ระดับแพงๆ ไปเลยอย่างในห้างในโรงแรมก็มี และอาหาร Street food ราคาถูกก็มีครบ ถือว่าเป็นย่านที่มีเสน่ห์

 

นอกจากเสน่ห์ของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างแล้วทำให้ย่านนี้มี ecosystem ที่สมบูรณ์ ถ้าหากย่านนี้ขาดที่อยู่อาศัยราคาไม่แพงไป จะส่งผลกระทบต่อแรงงานต่างๆ ก็จะอยู่อาศัยลำบากและทำให้ค่าใช้จ่ายการเดินทางสูง ส่งผลให้ธุรกิจการค้าต่่างๆ ในย่านนี้ทั้งหมดอาจหาคนมาทำงานด้วยยาก ดังนั้นความแตกต่างคือความสวยงามและทำให้สังคมในย่านราชเทวีนี้คงอยู่ได้

 

เนื่องจากความหลากหลายของคนในย่านราชเทวีนี้นี่เองที่ทำให้มุมมองต่อการพัฒนาย่านมีความแตกต่าง คนหนึ่งคิดอีกแบบ แต่อีกคนก็คิดอีกแบบ เพราะมีฐานความเชื่อที่แตกต่างกัน มีมุมมอง มีชนชั้น มีทุนที่แตกต่างกัน ทำให้การเปลี่ยนแปลงของย่านนี้จึงไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกันรวดเร็วแบบพลิกโฉมทีเดียวพร้อมกันอย่างย่านสี่แยกพระราม 9 แต่ราชเทวีจะเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมีคนหนึ่งเริ่ม ก็จะมีอีกคนทำต่อในมุมมองต่างกัน เราจะเห็นภาพความหลากหลายของแนวคิดจาก Hostel ตึกแถวที่ผุดขึ้นในย่านราชเทวีครับ ลองมาเดินเล่นสัมผัสความแตกต่างที่ว่านี้ได้ครับ

 

สรุปได้ว่าผู้คนในย่านราชเทวีมีจุดเด่นที่ความหลากหลายครับ

 

เหตุผลข้อที่ 4 ถ้าอยู่แล้วอยู่นาน ไม่เปลี่ยนแปลง มีความมั่นคง  (ด้าน Psychological)

 

กลุ่มคนที่ชอบย่านราชเทวีจะเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์สำคัญร่วมกันคือ เป็นคนที่ชอบเห็นการเปลี่ยนแปลงของคนอื่นเพื่อตัวเอง แต่ไม่ชอบที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อผู้อื่น มีนิสัยของการเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนอื่นต้องมา follow ตามตัวเอง มีความถือตน ยึดมั่นในบางสิ่งบางอย่าง เป็นคนที่มี egocentric สูง คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นคนที่ทำให้คนอื่นเชื่อตามตัวเอง

 

คนในย่านนี้มักจะเป็นคนที่เคยอยู่นอกถิ่นนี้มาก่อน แต่เมื่อมาอยู่แล้วจะไม่ค่อยย้ายถิ่นไปไหนอีก เพราะเป็นทำเลที่สะดวกสบายมีครบทุกอย่าง

 

เป็นกลุ่มคนที่สามารถเดินสยามได้ทุกวัน มองเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นความทันสมัย เห็นความหลากหลายได้ทุกวันจนชินชาต่อการเปลี่ยนแปลง และไม่ตื่นเต้นกับเทรนด์ใหม่ๆ จึงกลายเป็นคนที่ไม่แคร์ต่อการเปลี่ยนแปลง และไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะเป็นอย่างที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่อ่อนไหวต่อสิ่งแปลกใหม่เพราะตัวเองคือคนสร้างสิ่งแปลกใหม่นั่นเอง “จะต้องไปแคร์ทำไมกับแฟชั่นเพราะฉันนี่แหละที่สร้างแฟชั่นให้คนอื่นทำตามฉัน”

 

ถ้าให้เทียบคาแรกเตอร์ของคนย่านราชเทวีก็คงจะออกมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ชื่อว่า Mark Zuckerberg ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ผู้นำที่ไม่จำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในของตัวเอง แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนอื่น มีลักษณะเป็น Regulator เป็นผู้กำหนดนโยบายให้คนอื่นทำตาม

ภาพจาก  http://uk.businessinsider.com/mark-zuckerberg-jarvis-personal-assistant-morgan-freeman-video-2016-12

 

ผู้คนในย่านราชเทวีก็จะไม่ใช่คนที่แต่งตัวตามแฟชั่น (แม้ตัวเองจะอยู่ในย่านแฟชั่นก็ตาม) บางคนแต่งตัวปอนๆ ธรรมดามาก เรียบง่ายมากด้วยซ้ำไป แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีแฟชั่นและความทันสมัย พวกเขาอยู่กับความทันสมัยซะจนเบื่อมากกว่าจึงไม่อยากทำให้ตัวเองต้องยุ่งยากซับซ้อน

 

มีความเป็น innovator อยู่ข้างในและไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาด้วยรูปลักษณ์ภายนอก เพราะเอาสมองและเวลาส่วนใหญ่ไปคิดว่าจะทำอะไรให้คนอื่นใช้มากกว่า และถ้าพวกเขาอยากได้แรงบันดาลใจในการทำงานก็แค่ออกไปเดินสยามจุดศูนย์รวมสิ่งใหม่ๆ ก็ทำได้ง่ายๆ

 

สรุปได้ว่า คาแรกเตอร์ของคนในย่านนี้จะไม่ไปไหนไกล เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในจุดศูนย์กลางแล้ว

 

ราชเทวี ใกล้ สะดวก มีทุกอย่างครบ

 

ราชเทวีเป็นย่านที่เป็นจุดรวมการคมนาคมทุกรูปแบบ รถ เรือ ราง ทางด่วน และเป็นจุดที่อยู่ใกล้ ๆ ศูนย์รวมการจับจ่ายใช้สอย ห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศ สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล  และยังมีสวนสาธารณะใกล้ๆ อีกด้วย

 

เรามาสำรวจและอัพเดตพัฒนาการของย่านราชเทวีและสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตรที่สามารถเดินแบบสบายๆ ชิลๆ เดินถึงภายใน 30 นาที ซึ่งระยะเดินนี้สำหรับคนไทยอาจจะถือว่าไกลมาก แต่สำหรับคนต่างชาติระยะเดินนี้ถือว่าไม่ไกล

เรามาดูกันว่ามีอะไรใหม่เพิ่มเติมให้เราไปใช้ได้บ้าง

 

ที่สี่แยกราชเทวี ฝั่งมุมถนนเพชรบุรีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท จะมีที่ดินเปล่าของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีการร่วมทุนระหว่าง AIRA SENA และแสงฟ้า พัฒนาโครงการตึกออฟฟิศชื่อว่าไอร่าวัน AIRA ONE จะมีร้านค้า สำนักงาน ที่จอดรถให้บริการครับ กำลังก่อสร้างครับ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2562

รูปลักษณะของ AIRA ONE คาดว่าจะเป็นแบบนี้

AIRA ONE ผ่าน EIA แล้ว

ถ้าเดินจาก AIRA ONE ไปอีกนิดหน่อย ที่ดินติดกับสถานี BTS พญาไท จะมีที่ดินแปลงใหญ่ติดกับพญาไทพลาซ่ากำลังจะสร้าง Mixed use project ขนาดใหญ่ครับ

สำหรับคนในย่านราชเทวีจะมาเดินเล่นที่สยามพารากอนซึ่งเป็นห้างใกล้บ้าน ใกล้แบบที่เดินไปกลับได้ครับ ห้างนี้คือสุดยอดห้างสรรพสินค้าที่คนเยอะมากกกก มาวันไหนก็คนแน่น ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชื่นชอบมาเดินเล่นจับจ่ายใช้สอยมีความสุขกันที่นี่

ถ้าเดินทะลุสยามพารากอนมาออกประตูด้านหลังก็จะมีโรงแรมสยามเคมปินสกี มาแวะกินบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์ได้ครับ

เดินผ่านสยามเคมปินสกี เดินมาตามทางลัดและข้ามสะพานคลองแสนแสบ ก็จะมีโครงการโรงแรมสร้างใหม่ 2 อาคาร อยู่ด้านหลังโรงแรมสยามเคมปินสกีครับ อนาคตนักท่องเที่ยวกระเป๋าเงินหนักจะมีเพิ่มขึ้นอีก

จากราชเทวีสามารถเดินข้ามสะพานหัวช้าง ผ่านท่าเรือสะพานหัวช้างไปยัง MBK ได้ครับ ไม่ไกลเท่าไหร่ ห้าง MBK ปรับปรุงด้านนอกใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น

มีการสร้าง skywalk เชื่อมต่อ MBK กับห้าง Siam Discovery

หอศิลป์กรุงเทพ นักท่องเที่ยวและคนไทยหัวใจศิลป์ก็ชอบเข้าไปเยี่ยมชม ค้นหาแรงบันดาลใจ เดินเล่น ด้านในมีร้านค้าเกี่ยวกับศิลปะ

ตึก Siampiwat เปรียบดั่งศูนย์บัญชาการของการพัฒนาย่านสยามให้รุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้

พื้นที่ตลาดนัดตรงข้าม MBK ตรงนี้ในสยามสแควร์ ( Block H หรือโบนันซ่าเก่า) อนาคตจะมีการสร้างอาคารใหม่ครับ รอดูกันต่อไปว่าสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะสร้างสรรค์ออกมาเป็นโครงการแบบไหน จากแหล่งข่าว http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1432624283 นำเสนอว่าจะเป็นอาคารจอดรถและสำนักงานสูงประมาณ 30 ชั้น

Update! จากข้อมูล http://www.pmcu.co.th/?p=6501 ระบุว่าพื้นที่ Block H จะสร้างเป็นอาคารรูปแบบมิกซ์ยูส เป็นโครงการที่ประกอบไปด้วย ศูนย์รวมการเรียนรู้ (Learning Space) อาคารสำนักงานสมัยใหม่ (Modern Office) และพื้นที่ร้านค้า (Retail) ที่โดดเด่นและแตกต่างด้วยแนวคิดการจัดสรร และใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFE & LEARNING EXPERIENCES” ชื่อโครงการว่า LIKE@SIAM

อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสวนสาธารณะออกแบบแนวคิดใหม่ที่มีการออกแบบ Landscape ที่ใช้สอยได้ มีลูกเล่นต่างๆ เล่นระดับ มีพื้นที่เนินลาด วิ่งออกกำลังกาย นั่งพักผ่อน เดินเล่น มีคาเฟ่ด้วยนะครับ อยู่ติดกับห้าง I’m Park

จากราชเทวี สามารถเดินไปฝั่งราชประสงค์ได้ 3 ทางครับ ได้แก่ 1. เดินมาทางถนนพญาไท ข้ามสะพานหัวช้าง ทะลุห้าง Siam Discovery Siam Center Siam Paragon แล้วมาใช้ Skywalk ที่รถไฟฟ้าสยาม 2.มาทางถนนเพชรบุรีผ่านประตูน้ำเดินเข้า Platinum แล้วเดินเข้า R-walk และ 3. ทางลัดซอย BBC ผ่านโรงแรมสยามเคมปินสกี โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ผู้เขียนนิยมเส้นทางที่ 3 เพราะมลพิษน้อยกว่า มีต้นไม้สวยงาม คนน้อย เดินสบาย และปลอดภัยดี

แล้วจะพบกับ Central World และมีโรงแรม Centara ศูนย์จัดสัมมนา และห้างสรรพสินค้า

The Market โครงการห้างใหม่จากเครือเดียวกับ Platinum กำลังประกาศเปิดจองพื้นที่ค้าขายครับ อยู่ติดกับ Big C ราชดำริครับ ใหญ่มาก

ในอนาคตจะมี Community Garden ชื่อสวนปทุมวนานุรักษ์อยู่ระหว่าง Central World กับ Platinum จะเป็นที่เดินเล่นออกกำลังกายแห่งใหม่สำหรับประชาชนทุกคนครับ เป็น Public Space ที่มีคุณค่ามากครับ

เดินกลับราชเทวี แอบแวะกินข้าวคุยกับเพื่อนที่ My Kitchen ภาพนี้มุมมองจาก Siam Discovery มองไปทางราชเทวี ส่วนอาคารด้านขวาชื่อไม่ทางการคือ หอสมุด 13 ชั้น ณ วังสระปทุม กำลังก่อสร้างครับ

คอนโดมิเนียมย่านราชเทวีก็มีหลายโครงการ ที่เด่นมากที่สุดก็ต้องยกให้ Pyne by Sansiri ติดสถานีรถไฟฟ้าราชเทวี

คอนโดยุค Middle Age บ้านกลางกรุงสยาม-ปทุมวัน

ต่อมาด้วย New wave condominium ที่มีแนวคิดการออกแบบใหม่ อย่าง Ideo Q Ratchathewi, Ideo Q Siam-Ratchathewi และ The Line Ratchathewi แต่ละตึกไม่ยอมอ่อนข้อให้กันเลย สู้กันเรื่องดีไซน์ครับ

The Line Ratchathewi กำลังก่อสร้าง ใกล้เสร็จแล้ว ตอนกลางคืนสวยดีครับ

Water feature น่ารื่นรมย์ของ Ideo Q Ratchathewi สวยดีครับ มองจากฟุตบาทก็เห็น สร้าง value ให้กับย่านราชเทวี

คอนโดมิเนียม Old-school ก็มีเช่น ปทุมวันรีสอร์ต ตึกสีแดงๆ บ้านปทุมวัน ส่วนยุค Middle Age ก็เป็น Villa Ratchathewi ตึกสีขาวๆ ครับ ห้องกว้างใหญ่ใช้สอยได้เยอะมากมาย

Wish Signature Midtown Siam จาก Siamnuwat ก็กำลังก่อสร้างครับ จุดเด่นที่เป็นกระจกทั้งตึกครับ

คอนโดมิเนียมแบบ Low-rise ก็มีนะครับ โครงการนี้คือ Maestro 14 Siam-Ratchathewi อยู่ในซอยพญานาคหลังโรงแรมเอเชียครับ กำลังก่อสร้าง ใกล้เสร็จแล้ว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นภาพรวมอัพเดตของย่านราชเทวีและรอบข้างในปี 2561 ครับ ราชเทวีค่อยๆ พัฒนากลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่ต้องการอยู่ใจกลางเมืองใกล้สยาม แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คอนโดมิเนียมเพราะก็มีโครงการอาคารสำนักงาน Mixeduse project ต่างๆ เข้ามาเสริมช่วยให้ย่านราชเทวีใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้นและช่วยเพิ่มมูลค่าและ Demand ที่อยู่อาศัยให้กับย่านนี้มากขึ้นไปอีก นอกจากนี้อนาคตราชเทวีจะกลายเป็น Interchange การเดินทางของคนทั่วสี่มุมเมืองของกรุงเทพครับ ดังนั้นย่อมมีอนาคตการเติบโตที่ดีมากรออยูู่



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์

“Niche MONO Mega Space Bangna” กว้างมากกว่าด้วย Double Space & Triple Facilities เริ่ม 2.2 ล้าน

จะซื้อคอนโดใหม่ทั้งทีต้องดูจากอะไรบ้าง แล้วโครงการไหนดีที่สุด? นี่คงเป็นคำถามที่คนจะซื้อคอนโดมีอยู่ในใจกันใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วอาจจะพูดได้ว่าไม่มีคอนโดไหนที่ดีที่สุดจริงๆ แต่จะมีแค่คอนโดพัฒนาจนถูกใจเ... อ่านต่อ




Saladeang One X BEATNIQ: 7 Wonders Lifestyles units at a NEVER BEFORE PRICE

แคมเปญ 7 WONDERS 7 LIFESTYLES เป็นโปรโมชั่นพิเศษ จาก 2 Limited Luxury Condominiums by S... อ่านต่อ

วิเคราะห์แนวนโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มดาวน์ 20% ยาแรงหรือแค่ยาชา?

มีคนถามผมเข้ามาถึงเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ออกข้อเสนอแนวนโยบาย Macroprudential ส... อ่านต่อ

คอนโดแมนพรีวิว “PARK ORIGIN THONGLOR” คอนโด Flagship ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Origin

PARK ORIGIN เปิดตัวพร้อมกัน 3 ทำเลคือ พญาไท ทองหล่อ และพร้อมพงษ์ ซึ่งนอกจากคำว่า PARK ... อ่านต่อ

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แบ่งแผนพัฒนาออกเป็น 3 ระดับตามเซ็กเมนต์โครงการ ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์ในการยกระดับสมาร์ท คอนโด ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ชู “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นโมเดลสมาร์ท คอนโดแห่งแรกของแสนสิริ พร้อมยก ดิ เอดจ์ (The Edge) อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงกายภายในปี 2563

ในยุคที่ผู้คนโหยหาความเป็นรากเหง้าที่บรรพบุรุษสืบสานต่อๆ กันมา ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลความเป็นไทยกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบ “บ้าน” ของโครงการต่างๆ ที่ประยุกต์ความโมเดิร์นและ ภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านแนวคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เปิดโครงการใหม่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านเดี่ยวนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รักความเงียบสงบ มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย บนทำเลที่ลงตัวบนถนนรามคำแหง ซอย 118 แยก 33 เดินทางสะดวกด้วยการคมนาคมที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในอนาคตสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สถานีสัมมากร