นิติฯดีชีวิตก็เป็นสุข…รู้จักกับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ 1 เรื่องคุณภาพระดับสากล กับความทุ่มเทในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติสำหรับคุณ

ต่อทอง ทองหล่อ 15 July, 2022 at 00.12 am

“อสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ซื้อขายแล้วจบ แต่ต้องมีการดูแลเหมือนคนที่ต้องคบไปตลอดชีวิต”

“อย่าดูแค่สระว่ายน้ำสวยๆ แต่ให้ดูด้วยว่ามีคนที่ยังทำให้มันสวยเหมือนเดิมด้วยรึเปล่า”

แนวคิดเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะย้ำให้เพื่อน หรือคนรู้จักทุกคนที่กำลังอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองนั้นมองเรื่องการบริหารจัดการโครงการด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเข้าไปพักอาศัยอยู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ไหนก็ตาม

จากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่เป็นลูกบ้านตามที่ต่างๆ ในประเด็นว่าบริษัทดูแลนิติโครงการหรือ Property Management แบรนด์ไหนที่น่าสนใจ และแต่ละแบรนด์มีผลงานเป็นยังไงบ้าง สรุปได้ความเห็นแบบนี้ครับ บางแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านนิติฯ มานาน บริหารดี ตึกสภาพดีตลอด แต่พนักงานค่อนข้างดุหรือเคร่งครัดกฎมากเกินไป บางแบรนด์ก็ใช้เทคโนโลยีเยอะ แม้จะสะดวกดีอยู่ แต่บางทีก็ดูเหมือนไม่ค่อยมีความเป็นมนุษย์ ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์เท่าไหร่ บางแบรนด์ก็มีแบรนด์ที่จดจำได้ แต่คุณภาพโดยรวมก็ดูธรรมดาไม่ต่างจากบริษัทเจ้าเล็ก หลายบริษัทที่เป็นเจ้าเล็กๆ หลายบริษัทก็ไม่มีการทำแบรนด์ บางบริษัทก็บริหารแบบตามมีตามเกิดแล้วแต่คุณภาพของคนที่รับเข้ามาทำงาน มาตรฐานไม่คงที่ บ้างดีบ้างแย่แล้วแต่สภาวะในตอนนั้น ทำให้ลูกบ้านรู้สึกว่าเอาแน่นอนไม่ได้ บริษัทนิติฯ แต่ละบริษัทก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน และมีปัญหาที่ยอมรับได้มากน้อยต่างกันไป แต่ไม่ว่าอย่างไรลูกบ้านก็ยังอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดด้วยราคาที่ดีที่สุด ข้อนี้เป็นเรื่องคลาสสิกเสมอ

 

ในอดีตที่ผ่านมาคนที่ซื้อบ้านอาจจะไม่ค่อยอยากจ่ายค่าส่วนกลาง หรือมองว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีนิติฯ มาช่วยบริหารให้เสียค่าใช้จ่าย แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป ผู้อยู่อาศัยแต่ละโครงการมีเยอะขึ้น ความหลากหลายทางพฤติกรรมเยอะขึ้น รวมถึงดีไซน์รายละเอียดของ Facility พื้นที่ส่วนกลางในแต่ละโครงการก็ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงในบ้านหรือในห้องคอนโดมิเนียมเองก็มีความละเอียดแปลกใหม่มากกว่าเดิม ทำให้การบริหารงานนิติบุคคลกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องหลักที่คนซื้อบ้านและคอนโดหันมามองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ รวมถึงหมู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จมานานแล้วก็เริ่มหันมาจ้างบริษัทมืออาชีพเข้ามาดูแล เพราะเหมือนกับการมี Guardian คอยดูแล ไกล่เกลี่ย รักษาความปลอดภัย ทำความสะอาดให้ทุกอย่างดูเรียบร้อยงามตาตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไป

 

เพราะอะไรลูกบ้านส่วนใหญ่ถึงพูดกันว่า “นิติของ PLUS Property (พลัส พร็อพเพอร์ตี้) เค้าบริหารดีนะ เซอร์วิสดี ไม่ดุ ยิ้มแย้ม มีปัญหาอะไรเค้าก็ช่วย ทุกอย่างเรียบร้อยดี”

 

ในบทความนี้ผมจะพาไปรู้จักกับบริษัทดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งแบรนด์อย่าง PLUS Property” (พลัส พร็อพเพอร์ตี้) ว่าเค้ามีวิธีการบริหารเบื้องหลังยังไงจนกระทั่งลูกบ้านพูดไปในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ ชมมากกว่าติ ก่อนอื่นมาฟังเสียงลูกบ้านกันก่อนดีกว่า

ฟังเสียงจากลูกบ้าน PLUS Property

ลูกบ้านที่อาศัยในโครงการที่ดูแลโดย PLUS Property ให้ความเห็นไว้ดังนี้ครับ

“นิติของ PLUS Property ทุกอย่างเรียบร้อยดี เค้าบริหารดีนะ บริการดี ไม่ดุ ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีปัญหาอะไรเค้าก็ช่วย เช่น สมมุติลืมกุญแจคีย์การ์ด แค่เอ่ยปากขอให้ช่วยกดลิฟต์ให้ก็ช่วยเหลือหมดแม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ”

“พนักงานของ PLUS เค้าเหมือนได้รับการฝึกมาให้บริการประหนึ่งเป็นพนักงานโรงแรมเลย มารยาทดีนะ เซอร์วิสดี ยิ้มแย้ม”

“PLUS Property เค้าจะมี application ให้เราคุยกับนิติได้โดยตรง สะดวกมาก ไม่ต้องลงไปออฟฟิศเอง”

“PLUS นี้โอเคนะ ถือว่ามีมาตรฐาน แต่ค่าส่วนกลางก็อาจจะสูงกว่าเจ้าอื่นสักหน่อย แต่โดยรวมก็เรียบร้อยดี ถือว่าซื้อความสะดวกสบาย ยังไงก็ดีกว่าประหยัดเงินแต่ต้องมานั่งปวดหัวเองนะ”

6 เบื้องหลังวิธีการทำงานของ PLUS Property เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติสำหรับคุณ

ข้อที่ 1 PLUS Property โฟกัสเรื่องคุณภาพการให้บริการ ไม่หยุดพัฒนาในทุกด้าน และยกระดับคุณภาพทัดเทียมสากล การันตีด้วยการได้รับ ISO มากที่สุด ถึง 3 ตัว

PLUS Property นับว่าเป็นรายแรกในกลุ่มบริษัทดูแลบริหารจัดการอสังหาฯ ในประเทศไทยที่ได้รับ ISO 9001: 2000 โดยได้รับตั้งแต่เมื่อปี 2545 (เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ถือว่ามาก่อนกาลมากๆ) ซึ่ง ISO 9001 จะครอบคลุมเรื่องระบบการจัดการคุณภาพงานบริการ (Quality Management) และเค้าได้รับการรับรองอีกครั้งในปี พ.ศ. 2551 และ ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งน่าจะการันตีได้ว่า PLUS Property มีมาตรฐานคุณภาพระบบบริหารงานที่เป็นสากล ลูกบ้านวางใจได้ว่ามีการควบคุมคุณภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ บริการดี  วางแผนงานชัดเจน ลงรายละเอียด และพนักงานก็มีความรู้ ความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงาน รู้เรื่องข้อกำหนดทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอาคาร ช่วยให้ลูกบ้านไม่ต้องลุ้นว่าการบริหารงานจะมีหรือไม่มีมาตรฐาน รวมถึงแม้แต่คณะกรรมการหมู่บ้านหรือคอนโดก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะตัวเองจะทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมายหรือเปล่า

โดยช่วงเดือนมีนาคมปี 2022 นี้เอง ทาง PLUS Property ก็ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 41001: 2018 ที่เป็นระบบบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ (Facility Management) ที่เป็นการการันตีถึงมาตรฐานสากลในการดูแลอาคารและพื้นที่ในโครงการเพื่อให้ดูใหม่อยู่เสมอ ช่วยเพิ่มมูลค่า บริหารจัดการ Facility สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการให้พร้อมใช้งานเสมอ บำรุงรักษาระบบอุปกรณ์เพื่อยืดอายุการใช้งาน ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมไปถึงดูแลมาตรฐานของ supplier เช่น บริษัททำสวน แม่บ้าน รปภ. ที่จะต้องดำเนินการได้ตามมาตรฐานที่ Plus Property กำหนด โดยมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร สามารถตรวจสอบและวัดผลการทำงานได้  มาตรฐานเหล่านี้จะช่วยตอบโจทย์ลูกบ้านสะดวกสบาย เป็นมิตรกับสุขภาพ ปลอดภัย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

และล่าสุดในเดือนกรกฎาคมนี้ PLUS Property ก็สร้างสถิติเป็นบริษัทแรกๆของธุรกิจบริหารจัดการโครงการของคนไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO มากถึง 3 รายการ กับใบรับรองมาตรฐาน  ISO 14001: 2015 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management) ดูแลบริหารจัดการในสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ  โดยทาง Plus Property เน้น 4  แกน คือ การจัดการขยะ, น้ำเสีย, พลังงาน และ carbon footprint หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  มีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในด้านสิ่งแวดล้อมให้กับลูกบ้านและชุมชนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่ลูกบ้านระดับ High-end ให้ความสำคัญเรื่องนี้ และยังนับว่าเป็นบริษัทไทยที่มีมาตรฐานเดียวกับบริษัทสากลชั้นนำอื่นๆ มีความพร้อมในการยกระดับการดำเนินงานสู่ Global Standard ที่ครบและครอบคลุมทุกด้านเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้านในทุกมิติมากที่สุด

นอกจากมาตรฐาน ISO แล้ว พลัสฯ ยังเดินหน้ายกระดับคุณภาพการให้บริการในด้านอื่น อาทิ การดูแลเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร ที่พลัสฯ ได้รับการรับรอง มาตรฐาน FITWEL ในระดับสูงสุด 3 ดาว จาก Center for Active Design (CfAD) ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา สำหรับอาคารสิริ แคมปัส ในปี 2563 และพลัสฯ ยังเป็นรายแรกของบริษัทบริหารจัดการอสังหาฯ ที่ได้รับมาตรฐานนี้ ซึ่งมาตรฐาน FITWEL เน้นการดูแลโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้ใช้อาคาร ทั้งเรื่องของการจัดการคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ ความปลอดภัยในการใช้พื้นที่ อุปกรณ์ภายในอาคาร การจัดการเหตุฉุกเฉิน ระบบบการกำจัดของเสียสู่ชุมชน และคำนึงถึงการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้อาคารและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

ข้อที่ 2 PLUS Property เน้นงานบริการที่ให้คนเป็นศูนย์กลางและใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมงานบริหาร

สำหรับลูกบ้านที่ชอบให้มีคนดูแลความเป็นอยู่ให้ดี ทาง PLUS Property เค้ามีมาตรฐานการทำงาน การเทรนพนักงานให้เข้าใจขั้นตอนต่างๆ และทำได้ในมาตรฐานเดียวกัน บริหารงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ และพร้อมปรับปรุงขั้นตอนการทำงานโดยรับฟังเสียงจากลูกบ้าน นอกจากนี้ยังมีการกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ทำให้แต่ละนโยบายไม่ได้ถูกรับสั่งแบบ top down ลงมาอย่างเดียว แต่ยังมี bottom up ถือว่าเป็นการสื่อสารจากทุกด้านเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

 

ในส่วนการดูแลอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน PLUS Property ก็มีความใส่ใจในรายละเอียด พร้อมให้บริการอย่าง ทันท่วงทีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบภายในโครงการ การบริหารจัดการพัสดุไปรษณีย์ การสื่อสารควบคุมกฏระเบียบการพักอาศัยร่วมกัน หากลูกบ้านมีปัญหาและติดต่อแจ้งมา เจ้าหน้าที่พลัสฯจะพยายามช่วยแก้ไข นำเสนอโซลูชั่นในการแก้ไขปัญหา และติดตามการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แกนหลักของงานบริการของพลัสฯ ให้ความสำคัญกับมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relationship) และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับทั้งความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี และยังได้รับความใส่ใจ การดูแลจากคน ซึ่งทำให้รู้สึกดี เหนือระดับกว่า

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องงานบริการของ PLUS Property คือช่วงโควิดสองปีที่ผ่านมา นอกจากการดูแลเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมพัสในพื้นที่ส่วนกลางทุกจุดตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่พลัสฯ ยังมีการดูแลอำนวยความสะดวกลูกบ้านที่ติดเชื้อ หรือกักตัวภายในโครงการ อย่างเต็มที่ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารพัสดุต่างๆถึงหน้าประตูห้อง จัดรอบเก็บขยะติดเชื้อ ช่วยติดตามอาการ ช่วยประสานรถโรงพยาบาล รวมถึงอัพเดทข่าวสาร และวิธีการดูแลตัวเองให้ลูกบ้านทุกสัปดาห์   ทำให้สามารถดูแลบริหารการอยู่ร่วมกันของลูกบ้านทุกคนได้อย่างราบรื่น

 

นอกจากงานดูแลพื้นที่ส่วนกลาง PLUS ยังมีบริการเสริมงานช่างในห้องพัก (In room service) ช่วยดูแลซ่อมแซมอุปกรณ์ภายในห้องพักให้แก่ลูกบ้าน เพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกถึงความอุ่นใจปลอดภัย โดยพนักงานที่ให้บริการต้องผ่านการอบรมมาตรฐาน In Room Service เรื่อง มารยาทการพูดจา การแต่งกาย การปฏิบัติตัวระหว่างให้บริการ รวมถึงมีเปิดรับฟีดแบกการให้บริการจากลูกบ้านเพื่อนำมาปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

ข้อที่ 3 PLUS Property เน้นดูแลสภาพโครงการให้ดีเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ให้สูงขึ้นตามกาลเวลา

การดูแลสภาพโครงการด้านกายภาพให้คงสวยงามอยู่เสมอเป็นประตูด่านแรกที่ผู้พักอาศัยทุกคนสัมผัสได้ PLUS Property ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการให้พร้อมใช้งาน มีการดูแลรักษากายภาพต่าง ๆ ให้คงคุณภาพดีและดูใหม่อยู่เสมอ มีกระบวนการตรวจสอบความเรียบร้อยภายในโครงการ ทำให้สภาพโครงการยังคงใหม่แบบออริจินอลได้เหมือนเดิม (แม้จะเก่าแต่ไม่โทรม) และมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อถึงเวลาซื้อขายเปลี่ยนมือ แฮปปี้ทั้งคนขายและคนซื้อ

 

อย่างเรื่องการดูแลสวนและต้นไม้ ทีมงาน Plus Property ศึกษาความรู้การดูแลทั้งต้นไม้ใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบ สนามหญ้าให้สวยงามทุกฤดู จากรุกขกร (arborist) ที่เชี่ยวชาญสังเกตอาการของต้นไม้ เคล็ดลับการเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ การตัดแต่งต้นไม้  เพื่อบำรุงรักษาเป็นประจำให้พื้นที่สีเขียวในโครงการคงความสวยงามอยู่เสมอ

 

เนื่องจากทีมงาน PLUS ต้องทำตามมาตรฐาน ISO จึงวางแผนซ่อมบำรุงสภาพอาคารและพื้นที่ของโครงการเป็นประจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การทาสีโครงการ เปลี่ยนกระเบื้อง ขัดพื้นผิวไม้ ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้ยังใช้งานได้และสวยงาม

 

และในโครงการที่เป็นระดับลักซัวรี่ พลัสฯ ก็มีทีมงานที่มีทักษะในการดูแลรักษาทรัพย์สินมูลค่าสูง เพื่อดูแลเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์งานออกแบบ ดูแลวัสดุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษได้ เช่น หินอ่อนนำเข้าจากต่างประเทศ โต๊ะไม้โอ๊กหรือไม้กรีนวูดเก่าแก่ หนังสือหนังโบราณตั้งแต่สมัยสงครามโลก เป็นต้น ซึ่งนิติบุคคลผู้ดูแลโครงการต้องมีความรู้ในการดูแล การบำรุงรักษา การรักษาอุณหภูมิและความชื้น วิธีการทำความสะอาด การเลือกใช้สารทำความสะอาดที่เหมาะสม เพราะหากพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้วัสดุตกแต่งมูลค่าสูงเสื่อมราคาลงได้

 

ข้อที่ 4 มั่นใจความปลอดภัยด้วยมาตรฐานงานระบบวิศวกรรม

PLUS Property ดูแลระบบวิศวกรรมอาคารอย่างมืออาชีพด้วยทีมช่างประจำโครงการที่ผ่านการอบรมและมีทีมสนับสนุนเป็นวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการจากศูนย์กลางพร้อมเข้าช่วยเหลือให้คำปรึกษา มีมาตรฐานในการดูแลเครื่องจักรและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมใช้งานตลอดเวลา ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ มีการวางแผนบำรุงรักษาครอบคุมทุกระบบประกอบอาคาร มีการตรวจสอบห้องเครื่องต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ มีการกำหนดระยะในการดำเนินการชัดเจนเพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจว่าจะปลอดภัย

 

สิ่งที่ลูกบ้านอาจจะมองไม่เห็นแต่เป็นเรื่องสำคัญมากที่ PLUS Property ทำก็คือการวางแผนงบประมาณในการซ่อมบำรุงอาคารเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อช่วยบำรุงรักษาอุปกรณ์และระบบไม่ให้ชำรุดเสียหาย เปลี่ยนหรือแก้ไขได้ทันก่อนอาการลุกลามจนเกิดการเสียหายครั้งใหญ่ที่ย่อมสร้างรายจ่ายก้อนโตเป็นภาระกับลูกบ้านในอนาคต

 

ทีมช่างของพลัสฯ มีการตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักร และระบบเป็นประจำในทุกวัน และสำหรับอุปกรณ์หรือระบบบางอย่างจะมีการตรวจสอบตามรอบ รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี ซึ่งทีมช่างจะเคร่งครัดและลงรายละเอียดเรื่องนี้มาก เพื่อรักษา และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์บางอย่างออกไปได้นานกว่ากำหนด การบำรุงรักษาเหล่านี้ดูแลโดยบุคลากรของ PLUS ที่มีประสบการณ์และอบรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มทักษะอย่างสม่ำเสมอ

 

ข้อที่ 5 หมดห่วงเรื่องงานจัดการภายในและการเงิน

PLUS Property มีทีมงานสนับสนุนที่มีความรู้เฉพาะทาง เช่น ฝ่ายกฎหมาย บัญชี วิศวกรรมอาคาร เพื่อบริหารโครงการอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมายงานบริหารอาคาร วางแผนงบการเงิน และเบิกจ่ายอย่างโปร่งใส มีระบบคัดกรอง supplier คู่สัญญาที่ดีมีใบอนุญาตเฉพาะทาง มีการตรวจสอบอาคาร มีการปฎิบัติงานให้สอดคล้องทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร

 

ส่วนเรื่องสำคัญอย่างการเงิน ทาง PLUS Property ก็มีความโปร่งใส มีการบันทึกทุกรายรับรายจ่าย มีเอกสารทางบัญชีที่สามารถตรวจสอบได้ ตามมาตรฐานISO และนอกจากนี้ทีมบริหารโครงการของพลัสฯ ยังมีการวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าสามระยะเพื่อบริหารเงินค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

 

– แผนระยะสั้น สำหรับค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแม่บ้าน รปภ.
– แผนระยะกลาง สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน เช่น ค่าจ้างตัดต้นไม้ ค่าฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค ค่าฉีดกำจัดแมลง

– แผนระยะยาว สำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เช่น ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการซ่อมแซมตัวอาคาร การทาสี

 

ข้อที่ 6 ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมความปลอดภัย

PLUS Property มีมาตรฐานในด้านการดูแลความปลอดภัย พร้อมรับมือกรณีฉุกเฉินและอุบัติเหตุ โดยได้กำหนด Procedure หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน และวางมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงเสริมทักษะพิเศษ เช่น หลักสูตรการช่วยเหลือทางน้ำ การจับสัตว์เลื้อยคลาน การดับเพลิง รวมถึงหลักสูตรปฐมพยาบาล โดยครูฝึกจาก SSI (Sansiri Security Inspection) ซึ่งเป็นบุคลากรมืออาชีพและผ่านการอบรมจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และยังทำหน้าที่เป็นสายตรวจเพื่อตรวจสอบให้รปภ. ปฎิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนดอีกด้วย เพื่อความอุ่นใจของลูกบ้าน

 

นอกจากมาตรฐานการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย PLUS Property ยังได้มีการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ LIV-24 มาเสริมดูแลระบบรักษาความปลอดภัยให้กับโครงการอีกขั้น ทำงานตลอดทุกวัน 24 ชั่วโมง ด้วย Digital Fence ระบบป้องกันแนวรั้วรอบโครงการ ช่วยป้องกันการบุกรุกจากบุคคลภายนอก และสัตว์อันตรายจากนอกโครงการ ระบบ AI CCTY Analytics ที่คอยสอดส่องพื้นที่ส่วนกลาง สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ที่อาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือเป็นจุดอับ  โดยทันทีที่ตรวจจพบความผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์มายังทีมจาก LIV-24 เพื่อประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าดูแลควบคุมเหตุการณ์ได้ทันท่วงที รวมถึงระบบ Guard Tour ที่ข่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รปภ. ให้เดินตรวจตรา เช็คจุดเสี่ยง จุดอับตามรอบที่กำหนด เทคโนโลยี LIV-24 เหล่านี้จะช่วยเสริมความอุ่นใจให้กับลูกบ้านได้

 

ในปี พ.ศ. 2565 นี้ ถ้าพิจารณาจากผลงานและมาตรฐาน ISO ต่างๆ ที่ทาง Plus Property ได้ลงมือทำทั้งหมดก็ถือว่า Plus Property เป็นธุรกิจบริหารงานนิติบุคคลที่สามารถผงาดขึ้นเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอาคารเพื่อพาณิชย์และเพื่อพักอาศัย ที่มีมาตรฐานระดับสากลครบทุกด้าน ทั้งระบบบริหารคุณภาพ การบริหารอาคารและพื้นที่ (ด้านกายภาพ) และยกระดับคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ที่ดีให้ลูกบ้าน โดยในปัจจุบัน Plus Property บริหารโครงการที่พักอาศัยกว่า 270 โครงการ โดยคิดเป็นพื้นที่กว่า 13 ล้านตารางเมตร

 

หากคุณคือลูกบ้านหรือคณะกรรมการที่สนใจอยากให้ Plus Property เข้าไปช่วยบริหารจัดการโครงการที่ท่านพักอาศัยอยู่ กรุณาติดต่อ โทรศัพท์ 026887555  หรือเว็บไซต์ plus.co.th/service/livingmanagement

 

#PlusForYourBetterLiving

#TheBestPropertyManagement

#คุณภาพชีวิตเพื่อคุณ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

125 สาทร

เวล่า รามคำแหง 186

เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่

สาทร - วงเวียนใหญ่ ทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นทำเลดาวรุ่ง...

13 June, 2022

เดอะ คราวน์ เรสซิเดนท์เซส

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 CBDs...

13 June, 2022

โนเบิล ครีเอท

ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา เป็นทำเลที่มีความ...

2 June, 2022

ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

ถ้าพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมแบบดั้งเดิมของกรุงเท...

30 May, 2022