ค้นพบความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต กับ Luxury Urban Home ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านอโศก – พระรามเก้า ที่ AQ Welle

wipawan khampuwiang 14 May, 2019 at 00.00 am

ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน การได้มีบ้านขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเป็นของตัวเองล้วนแต่เป็นความปรารถนาอันสูงสุดของใครหลายๆคน เพราะนอกจากจะช่วยให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกสบายมากขึ้นแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทั้งผู้เป็นเจ้าของและครอบครัว แล้วก็ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินของตัวเองที่ทวีมูลค่าเพิ่มเมื่อเวลาผ่านพ้นไปด้วยเช่นกัน ต่างจากการเช่าอยู่อาศัยที่เราไม่สามารถจะควบคุมปัจจัยหลายๆ อย่างได้ ทั้งข้อจำกัดในเรื่องของราคาค่าเช่าที่ไม่แน่นอน ค่าที่เสียเปล่าไปในแต่ละเดือน และสิทธิในการใช้งานอะไรหลายๆอย่างที่ถูกจำกัด ยิ่งหากวันนึงที่เรามีครอบครัว สมาชิกในครอบครัวทุกคนก็ย่อมล้วนแต่อยากได้พื้นที่ไว้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ภายในครอบครัว ตัวเลือกยอดนิยมอย่างคอนโดมิเนียมแม้จะมีความได้เปรียบตรงทำเลที่ตั้งที่ส่วนใหญ่ ติดถนนเส้นหลัก เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า แต่ด้วยราคาปัจจุบันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ขนาดพื้นที่ใช้สอยมีน้อยลง เพื่อให้ราคาขายไม่ออกมาสูงจนเกินไป คอนโดขนาด 2-3 นอน ปัจจุบันมีพื้นที่เพียงแค่ไม่เกิน 70 ตร.ม. ก็ถือว่าใหญ่แล้ว หากใครที่อยากได้พื้นที่ใช้สอยสัก 400 – 500 ตร.ม. คงจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับคอนโดใหม่ในยุคปัจจุบัน เพราะ Developer ก็คงไม่อยากทำห้องขนาดนี้ออกมาจำนวนมาก และในราคาที่แพงสุดๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่คงไม่สามารถที่จะครอบครองเป็นเจ้าของได้

 

ด้วยสถานการณ์แบบนี้จึงเกิดเป็นช่องว่างทางการตลาดสำหรับกลุ่มตลาด Luxury Urban Home โครงการบ้านที่อยู่บนทำเลใจกลางเมือง ไม่ต้องมีพื้นที่โครงการเยอะและหลายๆ โครงการ มีจำนวนไม่เกิน 30 หลัง แต่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เล็งเห็นศักยภาพของทำเลนั้น และความคุ้มค่าในการใช้งาน คือสร้างเกือบเต็มพื้นที่บนทำเลคอนโดและใช้งานกันได้หลาย Generations

 

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยแนว Luxury Urban Home ก็กำลังเป็นที่นิยม และสามารถเจาะตลาดของกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังทรัพย์ที่สามารถซื้อบ้านในราคา 30 ล้านบาทขึ้นได้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยากอยู่อาศัยจริงๆ ไม่ได้ซื้อไว้เพื่อลงทุนเก็งกำไร เนื่องจากคนในกลุ่มนี้มีหลาย Generation อาศัยอยู่ร่วมกัน มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งการเลือกซื้อบ้านก็เลือกบ้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของทุกคนได้ และพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว เพราะบ้านในกลุ่ม Luxury Urban Home นี้ส่วนใหญ่จะมีความสูงมากกว่า 2 ชั้นขึ้นไป เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ในเรื่องของส่วนกลางในโครงการนั้นเพียงสวนเล็กๆ ให้ได้เดินผ่อนคลายรอบโครงการ หรือพาสัตว์เลี้ยงไปเดินได้สะดวก ก็คงจะดีกว่าการซื้อคอนโดมิเนียมในรูปแบบห้อง Penthouse ที่ถึงแม้จะมีพื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. ขึ้นไป และเพียบพร้อมไปด้วย Facilities หลายอย่างที่โครงการมีให้ แต่ก็เหมือนกับบ้านลอยฟ้าที่ไม่ติดพื้นดินเลย มีการใช้งานที่ค่อนข้างจำกัด ไม่สะดวกสบายเหมือนกับอยู่บ้านเดี่ยว

 

โดยปกติแล้ว Luxury Urban Home ก็มักจะอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ใกล้กับเส้นรถไฟฟ้าที่ผู้อาศัยสามารถใช้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะได้ ทางด่วนที่เชื่อมไปสู่ย่านอื่นได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้คนในกลุ่มนี้เลือกซื้อบ้านในย่านนั้นๆ

 

ถ้าจะพูดถึงทำเลยอดนิยมของกลุ่ม Luxury Urban Home ที่พร้อมไปด้วยความสะดวกสบายทั้งในเรื่องการเดินทางและการใช้ชีวิตต่างๆ ก็จะมีอยู่ 3 โซนหลักๆ คือ ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ (เหนือ), พระรามเก้า-พัฒนาการ-กรุงเทพกรีฑา-ศรีนครินทร์ (กลาง), สุขุมวิท-บางนา (ใต้) ซึ่ง 3 โซนนี้ตามที่เห็นกันทั่วไปก็จะมีคอนโดเกิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆ เพราะเป็นทำเลที่รายล้อมไปด้วยออฟฟิศใหญ่ๆ แถมยังใกล้กับแนวรถไฟฟ้าทั้ง MRT, BTS และ ARL มากที่สุด ไม่เท่านั้นยังมีรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางใหม่ที่รอเปิดใช้บริการอยู่ ในอนาคตสามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นได้ในเวลาที่รวดเร็ว ในขณะที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นโครงการแนวรายขนาดใหญ่เกิน 50 ไร่มากนักในย่านเหล่านี้ เนื่องจากราคาที่ดินค่อนข้างสูง หากซื้อที่ดินได้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในซอยที่ต้องซอกแซกเข้าไปกว่าจะหาทางเข้าโครงการเจอ หรือถ้ามีโครงการบ้านในย่านนี้ก็มักจะเป็นในรูปแบบ Luxury Urban Home ที่มีราคาเกินกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป

สำหรับทำเลในการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Luxury Urban Home ที่อยู่ใจกลางเมืองมากๆ และยังใกล้ย่าน CBD ก็คงหนีไม่พ้นโครงการที่อยู่ในย่านพระรามเก้า ที่มีความได้เปรียบทั้งในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้กับโครงการรถไฟฟ้าและทางด่วนที่สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นได้อย่างรวดเร็ว ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน มีคอนโดเปิดใหม่อยู่เต็มพื้นที่ ไม่ว่าเป็นวัยเรียน หรือวัยทำงานต่างก็อยากอยู่ในย่านนี้กันทั้งนั้น


โครงการที่เป็น Urban Hideaway หลบซ่อนตัวอยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 CBD แบบนี้นั้นมันไม่มี เพราะนี่คือทำเลที่เหมาะกับการพัฒนาคอนโดมากกว่าแนวราบ โครงการอื่นๆ ในย่านพระรามเก้าก็จะอยู่ในช่วงพระรามเก้า หรือรัชดา ไปเลย แบบ Parc Private หรือ Issara Residence Rama 9 ซึ่งมีราคาที่แพงโดดไปเลย และยังเดินทางไปอโศกได้ยากกว่า ที่นี่ใกล้ทั้งห้าง โรงพยาบาล ออฟฟิศ อยู่ในดงคอนโด และอนาคตจะมีโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury มาเปิดใกล้ๆ อีก และเน้นย้ำไปว่าการซื้อ Luxury Urban Home น่าจะคุ้มค่ากว่าการซื้อ Condo หลายๆ ห้อง หรือ Super Luxury Condo ในทำเลเดียวกัน

เจาะรายละเอียดโครงการ AQ Welle Asoke-Rama 9

AQ Welle  Asoke-Rama 9 (เอคิว เวลล์ อโศก-พระราม 9) โครงการบ้านเดี่ยวที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย AQ ESTATE (เอคิว เอสเตท) บริษัทอสังหาฯ ที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ออกมาให้ตรงกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน มีความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ในการออกแบบเพื่อที่จะให้สินค้าออกมาให้ตอบโจทย์กับผู้อยู่อาศัยมากที่สุด เพราะ AQ ESTATE เชื่อในแนวคิด Blue printing your future ด้วยการออกแบบที่ดูทันสมัยอยู่ตลอด และสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีวิธีการจัดการโครงการที่ทั้งแปลกใหม่และมุ่งเน้นที่ความสําเร็จของผลลัพธ์ ทั้งโครงการที่พักอาศัยแนวราบ และแนวสูง

 

AQ ESTATE ยังมีโครงการแนวราบอีกหลายทำเล และเป็นทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ และยังเป็นสไตล์ Luxury Urban Home ทั้งหมด ไม่แพ้กับโครงการ AQ WELLE โครงการแนวราบอื่นๆ อย่าง เอคิว เชดิ พหลโยธิน-รังสิต, เอคิว อาร์เบอร์ สวนหลวง ร.9 – พัฒนาการ, เอคิว วีร่า สวนสยาม 24 และยังมีอีกหนึ่งโครงการที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจ EEC คือ โครงการเอคิว เชดิ ชลบุรี – บายพาส  แต่ยังถือได้ว่า AQ WELLE เป็นโครงการแนวราบที่มีสเปคดีที่สุด ทำเลดีที่สุด หรูที่สุดของ AQ Estate

เอคิว อาร์เบอร์ สวนหลวง ร.9 – พัฒนาการ

เอคิว เชดิ พหลโยธิน-รังสิต

เอคิว วีร่า สวนสยาม 24

โครงการเอคิว เชดิ ชลบุรี – บายพาส

 

โดยโครงการ AQ Welle  Asoke-Rama 9 (เอคิว เวลล์ อโศก-พระราม 9) เป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 3 ชั้น +1 ชั้น คือชั้น Extra basement โครงการมีพื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา ที่มีเพียงแค่ 18 หลัง ทำให้ผู้อาศัยได้รับความเป็นส่วนตัวสุดๆ ที่นี่นับว่าเป็น Luxury Urban Home ที่อยู่ใจกลางเมืองใกล้ย่าน CBD หลายแห่งมากที่สุด ทั้งอโศก และพระรามเก้า เพราะอยู่ในย่านพระรามเก้า – จตุรทิศ ซึ่งในย่านนี้ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นย่านที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีตึกสำนักงานใหญ่ๆ ที่มีคนมาแวะเวียนอยู่เสมอ พร้อมด้วยการเดินทางที่แสนสะดวกสามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ใกล้กับทางด่วนศรีรัช ที่สามารถเดินทางไปยังย่านอื่นได้อย่างรวดเร็วแม้ในชั่วโมงเร่งรีบ

 

Master Plan ของโครงการ AQ Welle  Asoke-Rama 9

ภาพ Master Plan โดยรวมของโครงการ มีบ้านเดี่ยวทั้งหมด 18 หลัง เรียงหลังแรกจากบริเวณด้านหน้าโครงการฯ จัดเรียงคล้ายรูปตัว D ด้านละ 6 หลัง และหันหน้าเข้าหากัน ทำให้ผู้อาศัยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว ด้านหน้าเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถมองเห็นกิจกรรมของบ้านฝั่งตรงข้ามได้ บริเวณโดยรอบโครงการก็จะมีการปลูกต้นไม้ขึ้นตามแนวกำแพงเพื่อให้เกิดความร่มรื่นสำหรับผู้อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ที่เว้นเป็นสีขาวนั้นอาจสร้างเป็นเฟสที่ 2 ในอนาคต

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็มีให้ลูกบ้านอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบ CCTV รอบโครงการ, พื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของผู้อาศัย, เข้าออกโครงการด้วยระบบ EASY PASS และทางโครงการมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่อาคาร AQ Square ในฝั่งโครงการคอนโด Garden Asoke – Rama 9  แต่จะบอกก่อนว่าทั้งสองฟิตเนสและสระว่ายน้ำนั้น ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนกลาง โดยต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้งานรายครั้ง และค่าใช้จ่ายเป็นค่าบริการอยู่อาศัยร่วมกันอีก 100 บาทต่อ ตร.วา/เดือน ต้องทำการชำระล่วงหน้า 3 ปี

 

ข้างในมีที่ดินที่อยู่กลางโครงการ ซึ่ง Developer ยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกบ้านทั้ง 18 หลัง + เฟส 2 เพื่อที่ในอนาคตอาจอยากมีการปรับปรุงให้เป็น Club House, สวน หรือพื้นที่ส่วนกลางไว้ใช้ร่วมกันของบ้านทุกหลัง แล้วแต่การตกลงหารือกัน

ในอนาคตอาจมีการพัฒนาที่ดินที่อยู่ข้างๆ กับโครงการฯ ขึ้นมาเป็นเฟสที่ 2 โดยจะใช้คอนเซ็ปต์เดิม แต่เนื่องจากที่ดินเหลือไม่มากนัก น่าจะทำได้แค่ 2-4 ยูนิตเท่านั้น

หากใครที่ขี้เกียจขับรถยนต์ก็สามารถใช้บริการของรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ใกล้โครงการถึง 3 สถานี อย่าง

– MRT พระรามเก้า    2       กิโลเมตร

– MRT เพชรบุรี          3       กิโลเมตร

– แอร์พอร์ตเรลลิ้งค์สถานีมักกะสัน ที่ไม่ว่าจะเข้าเมืองหรือไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ไปได้โดยง่าย8 กิโลเมตร

– MRT สุขุมวิท ที่เชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก     4       กิโลเมตร

ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเพิ่มเข้าอีกหนึ่งสายที่วิ่งช่วงตลิ่งชัน – มีนบุรี มีสถานีทั้งหมด 17 สถานี แยกเป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี รวมระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2566 สถานีที่ใกล้ที่สุดอาจจะอยู่ในช่วงที่ตัดผ่านถนนประดิษฐ์ธรรมนูญ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางของผู้อาศัยในโครงการฯ ได้อย่างมาก

ภาพจาก : https://www.facebook.com/MRTOrangeLineEast/photos/a.279467482532610/279467492532609/?type=1&theater

จาก MRT เพชรบุรี ถึงโครงการ AQ Welle เพียงแค่ 2.3 กิโลเมตรเท่านั้น

จากถนนรัชดาเลี้ยวซ้ายจากแยกเซ็นทรัลพระรามเก้าเข้ามายังถนนพระราม 9 ก็ใกล้กับโครงการเหมือนกัน แค่ 2.4 กิโลเมตร ใช้ถนนเส้นเดียวกับห้างโชว์ ดีซี ขับรถเข้ามาตรงถนนข้างๆ ห้าง ก่อนถึงทางแยกจะมีป้ายของโครงการอยู่ซ้ายมือ แล้วเลี้ยวไปตามป้ายไม่ไกลมาก

ซึ่งโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งการอยู่อาศัย เนื่องจากเพื่อนบ้านเป็นหมู่อาคารคอนโด Garden Rama 9 รวมไปถึงคอนโดอื่นๆ อย่าง LPN, TC Green และศูนย์รวมสาธารณูปโภคอย่าง AQ Square ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาและเปลี่ยว ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งผับ บาร์ ร้านอาหารในย่าน RCA ในช่วงกลางวันคึกคักไปด้วยพนักงานออฟฟิศ แต่ตกกลางคืนก็สนุกไปกับนักท่องราตรีทั้งหลาย ไม่เพียงเท่านั้นโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง อย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ รัชดา ใกล้โรงพยาบาลใหญ่ถึง 3 แห่งด้วยกัน คือ โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลปิยะเวท และโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือแหล่งช้อปปิ้ง ให้ขาช้อปได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9, โชว์ ดีซี, โลตัส รัชดา, บิ๊กซี รัชดา, เอสพลานาด รัชดา และเดอะ สตรีท รัชดา ยังใกล้กับอาคาร ITAL-THAI, อาคาร ชาญอิสระ 2, J AVENUE และ DONKI Mall Thonglor ถือได้ว่าเป็นย่านที่มีความคึกคักเป็นอย่างมาก

หน้าทางเข้าโครงการ AQ Welle  ซึ่งถนนด้านหน้ากว้างให้รถวิ่งสวนกันได้ ส่วนพื้นที่ตรงข้ามกับโครงการเป็นที่ดินเปล่าที่อาจจะมีการพัฒนาในอนาคต

หากใครเพิ่งเคยเข้ามาที่โครงการเป็นครั้งแรกอาจจะงงๆ เพราะมีประตูโครงการ 2 ช่อง ที่จริงแล้วเป็นการแยกประตูสำหรับโครงการคอนโดและบ้านเดี่ยว จะไม่ได้ใช้ประตูเดียวกัน หากเป็น Visitor ก็สามารถแจ้งกับ รปภ. ด้านหน้าโครงการได้เลยว่าจะเข้าไปทางส่วนไหน ประตูที่เข้าโครงการบ้านเดี่ยวก็จะมีป้าย AQ Welle ตัวใหญ่ติดไว้

สำนักงานขายอยู่ใน AQ Square อยู่ที่ฝั่งของคอนโด

ในอาคาร AQ Square มีแฟมมิลี่มาร์ทเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้านอาหารตามสั่งก็จะอยู่ด้านหลังของแฟมมิลี่มาร์ท ราคาไม่แพงมาก

ส่วนของฟิตเนสที่ลูกค้าบ้านต้องสมัครสมาชิกก่อนเข้ารับบริการ เป็นราคาพิเศษสำหรับลูกบ้านของ AQ Estate เท่านั้น

และยังมีห้อง Laundry เยื้องๆ กับ Athletic Qlub

 

ส่วนของโครงการ AQ Welle ที่สามารถมองจากฝั่งของ Athletic Club ได้ จะเห็นได้ว่าทั้งสองโครงการใช้ต้นไม้เป็นกำแพงกั้น และรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นและสบายตาอย่างมาก ถ้าดูในแปลนของโครงการก็จะเห็นพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ

แบบแปลนและรายละเอียดโครงการ AQ Welle  Asoke-Rama 9

ด้วยโครงการ AQ Welle มีแบบบ้านที่เป็นมาตรฐานแบบเดียวกันทั้ง 18 หลัง แต่จะต่างกันตรงขนาดของที่ดินซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่าแล้วก็แทบจะไม่เห็นถึงความแตกต่างนั้นเลย โดยบ้านทุกหลังมีด้วยกันทั้งหมด 3 + 1 ชั้น โดยที่อีก 1 ชั้นนั้นก็จะเป็นชั้น Extra basement เปรียบได้กับชั้น G ของบ้าน

ไม่ต้องกังวลว่าถ้าในบ้านมีผู้สูงอายุแล้วจะขึ้นลงบันไดลำบาก เพราะบ้านทุกหลังมีลิฟต์ให้ แต่จากหน้าบ้านจะต้องเดินขึ้นบันไดมา ถ้ารู้สึกว่าผู้สูงอายุจะขึ้น-ลงลำบากก็สามารถติดลิฟต์ไว้ที่บันไดหน้าบ้านได้ หน้าบ้านจอดรถได้ถึง 3 คัน และยังเพิ่มความเก๋ให้กับผู้อาศัยสามารถนำไปบอกต่อกับเพื่อนๆ ได้ว่า ที่บ้านน่ะมีชั้นใต้ดินด้วยนะ!

ซึ่งชั้น Extra basement นั้นก็จะเป็นในส่วนของห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องซักล้างต่างๆ พร้อมกับห้องนอนแม่บ้าน เพื่อที่จะได้แยกออกมาให้เป็นสัดส่วนห้องของเจ้าของบ้าน ถ้าเป็นแบบบ้านทั่วไปแล้วห้องพวกนี้จะอยู่โซนด้านหลังของบ้านตรงชั้น 1 ซึ่งสามารถแยกพื้นที่ของชั้น Extra basement ได้ตามนี้ คือ พื้นที่ซักล้าง, ห้องซักรีด, ครัวไทย, ห้องอเนกประสงค์, ห้องแม่บ้าน, ห้องเก็บของ, ห้องน้ำรับแขก, ห้องน้ำแม่บ้าน, ห้องเก็บของใต้บันได และสวน ในส่วนของพื้นที่ซักล้างด้านนอกจะมีถังเก็บน้ำสำรองขนาด 2,000 ลิตร วางบนดินให้ พร้อมด้วยปั๊มน้ำยี่ห้อ GRUNDFOS ขนาด 1,200 วัตต์

ส่วนของครัวไทยบริเวณชั้น Extra basement เป็นชุดครัวยี่ห้อ PARAZZO ที่ดูดควัน OSAMA, เตาแก๊ส LUCKY FLAME, อ่างล้างจาน และก๊อก FRANKE มีพื้นที่กว้างเหมาะสำหรับทำอาหารหนักได้ เคาท์เตอร์ครัวยาวสามารถยืนกันได้หลายคน และยังมีห้องน้ำอยู่ติดกับครัว ซึ่งบริเวณชั้น Extra basement หลายคนอาจคิดว่ามันต้องมืดและต้องเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน แต่ชั้นนี้ไม่ได้มืดอย่างที่คิด เพราะไม่ได้ขุดลงไปใต้พื้นดินลึกๆ แสงจากข้างนอกยังสามารถส่องเข้ามาในบริเวณชั้นนี้ได้

ห้องนอนแม่บ้านกว้างมาก ซึ่งสามารถวางเตียงได้ถึง 2 เตียง ส่วนใหญ่ที่เคยเห็นห้องนอนแม่บ้านจากโครงการอื่นก็วางได้แค่เตียงขนาด 3 ฟุต แล้วเหลือพื้นที่ข้างเตียงอีกนิดหน่อย แต่ไม่ได้ให้แอร์ ต่อแค่ท่อให้เท่านั้น

พื้นที่ซักล้างจะอยู่ในโซนนี้ ติดกับประตูที่เปิดออกไปยังสวนด้านข้างได้

พื้นที่สวนข้างบ้าน ทางโครงการมีต้นจันผาและสวนกรวดให้ ส่วนเจ้าของบ้านอยากปลูกต้นไม้ชนิดไหนเพิ่มเติมก็สามารถนำมาปลูกเพิ่มได้

พื้นที่สวนด้านนอกติดไฟไว้ให้ 1 หลอด และมีคอมเพลสเซอร์แอร์ของห้องชั้น Extra basement วางไว้ใกล้สวน หรือหากบ้านไหนที่ไม่ชอบในส่วนของสวนก็สามารถปรับปรุงไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้เช่นกัน

แทงค์น้ำวางไว้อีกด้านนึงของสวน ขนาด 2,000 ลิตร

ชั้น 1 ของตัวบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ของห้องรับแขก ภายในบ้านจะมีลิฟต์ให้สามารถขึ้น-ลงได้ตั้งแต่ชั้น Extra basement จนถึงชั้น 3 เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย มีที่จอดรถบริเวณหน้าบ้านตรงชั้น 1 จอดรถได้ 3 คัน รั้วหน้าบ้านสูง 2 เมตร พื้นที่จอดรถกว้าง 8 เมตร แต่ถ้าวัดจากรั้วชนรั้วความกว้าง 11 เมตร มีเฉลียงเข้าบ้านติดกับที่จอดรถ ภายในบ้านหลังมุมห้องรับแขกก็จะเป็นส่วนของครัวยุโรป และโต๊ะรับประทานอาหารที่รับแขกได้หลายคน

บริเวณห้องนั่งเล่นเป็นผนังติดกระจกเต็มความสูงรอบด้านของ Tostem มีแสงจากข้างนอกส่องสว่างจากมุมห้องรับแขกไปจนถึงพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ในมุมข้างลิฟต์ทำให้บ้านไม่มืด หากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นส่วนตัวก็นำม่านมาติด อาจใช้เป็นม่านสองชั้นที่สามารถปิดทึบเวลาเจ้าของบ้านออกไปข้างนอกหรือเปิดอีกชั้นที่เอาไว้กรองแสงไม่ให้สว่างจนเกินไป

โดยโครงการให้ชุดครัวยุโรปของ STARMARK ที่ดูดควัน, เตาแก๊ส, เตาอบ, ไมโครเวฟ, อ่างล้างจาน, ก๊อก ใช้อุปกรณ์ของ FRANKE ทั้งหมด

แอร์ที่ติดในบ้านทั้งหมดใช้ยี่ห้อ DAIKIN ชั้น 1 เป็นแอร์แบบฝังฝ้า ในชั้นนี้จะติดให้ 2 จุด ตรงบริเวณห้องรับแขกและทานอาหาร

มีบันไดอยู่ข้างลิฟต์ โครงสร้างของบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและใช้ราวบันไดสำเร็จรูป ใครที่อยากออกกำลังกายก็ใช้บันไดเดินขึ้นชั้นบนแทนการใช้ลิฟต์ มุมของพื้นที่นั่งเล่นสามารถนำชั้นมาวางหนังสือทำให้เป็นมุมอ่านหนังสือก็ดีไม่น้อย

ลิฟต์ของ GENCOM ปูพื้นด้วยหินอ่อน

มีเฉลียงอยู่ด้านนอกติดกับฝั่งครัวยุโรป พื้นที่กว้างสามารถนำโต๊ะเก้าอี้มาวางเหมือนในรูปได้ มีก๊อกน้ำให้เผื่อต้องการซักล้างเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากชั้น 1 ไม่มีห้องน้ำ แขกต้องใช้ห้อง Powder Room ที่อยู่ชั้นใต้ดินแทนเพื่อไม่ปะปนกับห้องน้ำในห้องนอนของเจ้าของบ้านที่อยู่ชั้นบน

พื้นที่ของโครงการบ้านหลังที่หันหลังไปทางทิศเหนือนั้น ด้านหลังจะติดกับ RCA ช่วงกลางคืนอาจมีเสียงเพลงดังเข้ามาภายในบ้านได้ ทางโครงการก็ไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้เลย จึงทำกำแพงสูงถึง 6 เมตร แบ่งเป็นกำแพงปูนและด้านบนใช้กำแพงกันเสียงที่สามารถกันได้ถึง 20 เดซิเบล และจากกำแพงถึงตัวบ้านก็ไม่ได้ใกล้กันเกินไปจึงสามารถช่วยลดเสียงลงได้ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมห้องนั่งเล่นที่อยู่ตรงกลางคั่นห้องนอนทั้ง 2, 3 ห้องไว้ และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เนื่องจากขึ้นมายังชั้นนี้แล้วจะเป็นส่วนสำหรับเจ้าของบ้านเท่านั้น ส่วนแขกก็จะลงไปใช้ห้องน้ำอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งห้องนอน 3 จะไม่มีระเบียงแต่จะมีชานยื่นออกมาเพื่อวาง CDU และชั้นนี้มีแอร์ด้วยกัน 3 จุด คือ ห้องนอน 2 ห้อง และห้องนั่งเล่น

ถึงชั้น 2 ไม่ว่าจะขึ้นลิฟต์หรือเดินบันไดก็จะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อนเป็นอันดับแรก พื้นที่กว้างสามารถวางโซฟาขนาด 4-6 คนนั่งได้ มีเสาอยู่ตรงกลางสามารถติดกระจกแบบบ้านตัวอย่างได้ และควรหาของตกแต่งมาวางเหมือนในรูปภาพตัวอย่าง เพราะอาจทำให้คนอื่นเผลอเดินชนกระจกแตก

พื้นที่ชั้นนี้ติดกระจกไว้ทั้งส่วนห้องนั่งเล่นและผนังข้างบันได สามารถรับแสงได้เต็มๆ ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะมืด และยังติดมู่ลี่ไว้เพื่อปรับแสงอีกด้วย

ห้องนอน 2 ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีระเบียงส่วนตัว วัสดุของประตู-หน้าต่าง ใช้เป็นอลูมิเนียม TOSTEM สี Autumn Brown กระจกใสหนา 6 มม. ติดไว้สองด้านเพื่อรับแสงจากธรรมชาติ

ภายในห้องนอนมีห้องน้ำทุกห้อง

ห้องนอน 3 วางตู้เสื้อผ้าอยู่ตำแหน่งหน้าห้องน้ำ เก็บเสื้อผ้าได้เยอะแต่ไม่ใหญ่เท่าขนาด Walk-in Closet ในห้องมีหน้าต่างแค่มุมเดียว จัดมุมตรงหน้าต่างเป็นโต๊ะทำงานได้แบบสบาย

ห้องน้ำบนชั้น 2 ส่วนพื้นและผนังใช้กระเบื้องของ Porcelain มีช่องหน้าต่างสำหรับแสงธรรมชาติ ใต้อ่างล้างหน้ามีช่องเก็บของไว้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้ ซึ่งห้องน้ำจะมีตู้อาบน้ำเหมือนกันทั้ง 2 ห้อง ไม่มีอ่างอาบน้ำให้ ทางโครงการให้เครื่องทำน้ำร้อนยี่ห้อ STIEBEL และสุขภัณฑ์ของ TOTO ทุกห้อง (ยกเว้นห้องน้ำแม่บ้าน)

มาถึงชั้นสุดท้ายของบ้านในโครงการ AQ Welle เป็นชั้นในส่วนของห้องนอนใหญ่แบบ Penthouse เรียกได้ว่าเป็นชั้นที่ Private สุดๆ เพราะมีอยู่แค่ห้องนอนเดียว  พร้อมห้องน้ำ ห้องแต่งตัว และระเบียงด้านนอกทางฝั่งหน้าบ้าน

พร้อม Walk-in Closet ขนาดใหญ่ที่เก็บเสื้อผ้า เก็บของใช้ได้อย่างจุใจ เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านที่ชอบการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ และไฮไลท์อยู่ที่ชั้นนี้มีห้องน้ำอยู่ในห้อง Walk-in Closet เพื่อใช้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้ไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งนึงให้เมื่อย หรือใครอยากตกแต่งเป็นห้องนอนเพิ่มอีกหนึ่งห้องก็ได้เช่นกันและมีห้องน้ำส่วนตัวไม่ต้องใช้ร่วมกับห้อง Master Bedroom

ส่วนของห้องนอนสามารถวางเตียงคิงไซส์ได้ บริเวณหัวเตียงมีที่วางของและปลั๊กไฟ ตรงปลายเตียงวางโซฟาขนาดสองคนและโต๊ะแบบในรูปภาพตัวอย่างได้ รอบห้องติดเป็นกระจกเต็มความสูง ภายในห้องติดโคมไฟ Downlight หลายจุด

วางโต๊ะทำงานและชั้นวางของไว้ด้านนี้ นั่งได้พร้อมกันสองคนแบบไม่เบียด

ความพิเศษของห้องน้ำในชั้นนี้ที่มาพร้อมกับอ่างล้างหน้าแบบ His & Her และกระจกแนวยาว มาพร้อมอ่างอาบน้ำที่ชั้นอื่นไม่มี และใช้วัสดุเดียวกันกับชั้น 2 คือ พื้นและผนังใช้กระเบื้องของ Porcelain เครื่องทำน้ำร้อนยี่ห้อ STIEBEL สุขภัณฑ์ในห้องน้ำของ TOTO

อ่างอาบน้ำที่จะทำให้คุณเพลินเพลินไปกับการอาบน้ำและมีจอสามารถดูหนังเรื่องโปรดได้อีกด้วย กั้นโซนเปียกและโซนแห้งให้ ในตู้อาบน้ำมี Rain Shower ติดฝ้า

 

จุดเด่นโครงการ AQ WELLE

AQ WELLE คือโครงการ Luxury Urban Home จำนวน 18 หลัง ขายในราคาเริ่มต้นที่ 33,000,000 บาท ที่อยู่กึ่งกลางย่าน 2 CBD อย่างอโศก และ พระราม 9 ครบครันในทุกด้านทั้งการอุปโภคและบริโภค พร้อมทั้งแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อย่าง โชว์ ดีซี และเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 โครงการตั้งอยู่บนถนนจตุรทิศ (พระราม 9) ที่สะดวกสบาย สามารถเข้าออกได้หลายทาง และใกล้กับทางขึ้น ลงทางด่วน ถือได้ว่าย่านนี้มีทำเลที่ดี มีการพัฒนาจากอดีตเยอะ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นทุ่งว่างๆ มีเพิงสำหรับคนงานที่อาศัยอยู่แถวนั้น เดี๋ยวนี้กลายเป็นห้างสรรพสินค้า Show DC และ Oasis Outdoor Arena คนจะเข้าห้างเยอะก็ต่อเมื่อมีการจัดอีเว้นท์หรือคอนเสิร์ตจึงจะสามารถดึงคนให้มาเดินห้างได้ แต่ด้วยการที่เป็นโครงการในกลุ่ม Luxury Urban Home ผู้พักอาศัยทั้งหมดเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ปัญหาในเรื่องของการเข้าออกทางฝั่งถนนหลักจึงไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะนำมาพิจารณามากเท่าไหร่

 

โครงการ AQ WELLE ถูกออกแบบด้วยสไตล์ Modern Luxury ที่สะท้อนความเรียบง่าย อยู่สบาย ที่มอบประสบการณ์ดีๆ ให้ชีวิต ทำให้ผู้อาศัยรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่กลับมาบ้าน และยังมีการออกแบบพื้นที่ทำให้บ้านถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีฟังก์ชั่นใช้สอยที่ลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว เหมาะกับบ้านที่มีสมาชิกทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ร่วมกัน ทุกตารางนิ้วสอดคล้องด้วยการดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมด้วย Facilities ที่ถูกจัดเตรียมไว้และเพียงพอสำหรับลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสหรือสระว่ายน้ำภายในโครงการ (ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งต้องเสียค่าบริการ) ระบบความปลอดภัยสูง ด้วยระบบ CCTV, Access Control และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

 

ไม่เพียงเท่านั้น ลูกบ้านยังอยู่กันแบบ Exclusive Community มีสังคมที่ดีในหมู่บ้าน พร้อมกับความ Private ที่มีเพื่อนบ้านร่วมกันไม่ถึง 20 หลัง มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั้งโครงการ และในเรื่องที่ดินมีศักยภาพทางด้านการลงทุนมาก เนื่องจากเป็นที่ดินที่อยู่ในย่านเศรษฐกิจรายล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศและสถานที่สำคัญในย่านพระราม 9 และจะมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเจ้าของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนจากที่พักอาศัยเป็นโฮมออฟฟิศได้ตามต้องการ

 

เหตุผลที่ควรซื้อบ้านของโครงการ AQ WELLE  เพราะดูแล้วน่าจะคุ้มค่ากว่าการไปซื้อคอนโด 2-3 ห้องนอนในย่านอโศก พระรามเก้า เพราะถ้ามีเงิน 30 ล้านคงจะได้เพียงแค่ห้อง 2-3 ห้องนอนของ Super Luxury Condo ในย่านอโศก หรือถ้าเป็นย่านพระรามเก้าก็คงจะเป็นการยากในการหา Supply คอนโดที่มีห้องขนาดใหญ่ และก็ไม่ได้เรื่องของความ Privacy เนื่องจากที่นี่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวรั้วรอบขอบชิดเพียงแค่ 18 หลัง อีกทั้งแนวทางในการพัฒนาของพื้นที่นี้ยังมีแนวโน้มบวกจากการพยายามปรับปรุงโครงการ Show DC ใหม่ ให้ดึงดูดคนมากขึ้น และการเปิด City Campus ใหม่ของโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury International ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เช่นเดียวกับการมาของรถไฟฟ้าสายสีส้มที่พาดผ่านถนนพระรามเก้า ไปจนถึงรามคำแหง ทำให้โครงการนี้น่าจะถูกเติมเต็มศักยภาพให้มากกว่าเดิมในอนาคตอันใกล้ แล้วยังคุ้มกว่าคอนโดตรงที่มีที่ดิน มีโฉนดหากขายในอนาคตข้างหน้าก็จะมี Value มากกว่าการซื้อคอนโด

 

มาดูกันว่าทางโครงการ AQ WELLE  มีเงื่อนไขในการชำระเงินอย่างไรบ้าง จะได้ช่วยให้ลูกค้าที่กำลังเล็งไว้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลูกค้าต้องทำการจอง 500,000 บาท ทำสัญญา 2,200,000 บาท ภายใน 15 วัน นับจากวันจอง ผ่อนดาวน์ 20% จำนวน 2 งวด เริ่มงวดแรกภายใน 30 วัน นับจากวันทำสัญญา และค่าโอนกรรมสิทธิ์ 80% ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายค่าบริการอยู่อาศัยร่วมกัน : 100 บาท / ตารางวา / เดือน (ชำระล่วงหน้า 3 ปี)

 

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อคุณซื้อบ้านในโครงการ AQ WELLE แล้วยังจะได้รับโปรโมชั่นของแถมอีกมากมาย เรียกได้คุ้มสุดคุ้ม เพราะของแถมที่ทางโครงการฯ มอบให้กับลูกบ้านมีมูลค่าสูงถึง 3,405,000 บาท เห็นแบบนี้ต้องรีบคว้าไว้สักหลังแล้วนะ และรายการโปรโมชั่นที่จะได้รับมีดังนี้

– ฟรี เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ Daikin จำนวน 7 เครื่อง ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี ชุดครัวยุโรป(ชั้น 1) ยี่ห้อ STARMARK พร้อมอุปกรณ์ FRANKE จำนวน 1 ชุด ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี ชุดครัวไทย(ชั้นใต้ดิน) ยี่ห้อ PARAZZO, ที่ดูดควัน OSAMA, เตาแก๊ส LUCKY FLAME, อ่างล้างจานและก๊อก FRANKE จำนวน 1 ชุด ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี หลังคาโรงจอดรถ จำนวน 1 ชุด ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี เครื่องทำน้ำร้อน ยี่ห้อ STIEBEL จำนวน 4 เครื่อง ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี เครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อ STIEBEL จำนวน 1 เครื่อง ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี ประตูรั้วอัตโนมัติ จำนวน 1 ชุด ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ภายใน 60 วัน นับจากวันโอนกรรมสิทธิ์

– ฟรี ติดวอลเปเปอร์ทั้งหลัง จำนวน 1 ชุด ชุด ติดตั้งตามจุดที่กำหนดพร้อมส่งมอบ ภายใน 60 วัน นับจากวันโอนกรรมสิทธิ์

ขอปิดท้ายบทความด้วยอีกหนึ่งความคิดเห็นจากพี่เกริก Propholic ที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมโครงการ AQ Welle ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อบ้านอยู่สามารถนำความเห็นนี้ไปเป็นส่วนประกอบของการตัดสินใจได้เลยนะ

 

“วันนี้ผมแวะเข้ามาดูโครงการ AQ Welle (เอคิว เวลล์) ครับ จริงๆ แล้วโครงการนี้มีการเปิดตัวแบบ Soft Opening มาสัก 2 ปีเห็นจะได้ แต่ว่าบ้านทั้ง 18 หลัง และสวนขนาดใหญ่ตรงกลางเพิ่งจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่หมาดๆ เลย (ตอนนี้ขายไปได้ 4 หลังและมีคน Move in เข้ามาอยู่แล้ว 2 หลัง) เค้าก็เลยเตรียมที่จะเปิดขายในแบบ Grand Opening ในเร็ววันนี้ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมโครงการ Garden Asoke – Rama 9 มาแล้วเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วครับ ซึ่งตอนนั้นยังใช้ชื่อ The Kris Extra Rama 9 (เดิมชื่อ The Green Ninth Rama 9 > Classe RCA Ratchada – Rama 9 > The Kris Extra Rama 9 > Kris Garden Rama 9 ก่อนจะกลายมาเป็น Garden Asoke – Rama 9 ในปัจจุบัน) เมื่อครั้งที่ผมมาตอนนั้นผมค่อยไม่ประทับในส่วนของทำเลสักเท่าไหร่ เนื่องจากด้วยการที่โครงการถึงแม้ว่าจะอยู่ใจกลางเมืองมาก ชนิดที่มองจากตึกสูงในย่านอโศกก็ยังมองเห็นได้สะดวก แต่กลับต้องใช้เส้นทางรองในการเดินทางเข้าโครงการทั้งจากถนนกำแพงเพชร 7 และจตุรทิศ แทนที่จะเข้าออกได้โดยตรงจากถนนใหญ่อโศกและเพชรบุรี อีกทั้งโครงการยังถูกขนาบข้างไปด้วยผับบาร์ในย่าน RCA ทำให้ห้องบางซีกได้รับผลกระทบในเรื่องเสียงไปบ้าง…ตอนนี้โครงการคอนโดยังเหลือขายอยู่นะครับแต่จะเป็นห้องใหญ่ในราคาราวๆ ตร.ม. ละ 6 หมื่นกว่าๆ เอง

แต่สถานการณ์ในช่วง 3-4 หลังที่ผ่านมาย่านนี้ก็มีทิศทางพัฒนาในเชิงบวกมากขึ้น จากเดิมที่ต้องขับรถฝ่าไม่ทุ่งก็วัดเข้ามายังโครงการ ก็กลายเป็นขับผ่านห้าง Show DC & Oasis Outdoor Arena (ที่รอวันพลิกสถานการณ์อยู่) เข้ามาได้ และแถวนี้ก็มีเพื่อนบ้านแนวสูง และคนหน้าใหม่ๆ เข้ามาอยู่กันค่อนข้างแน่น ไม่ว่าจะเป็นคอนโดอย่าง TC Green, LPN, Ibiza, หรือแคมปัสใหม่ของโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury International School ที่เพิ่งเปิด แถมปีหน้าอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของการทางพิเศษก็จะเปิดใช้งานอีก ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ช่วยเข้ามาเติมเต็มศักยภาพของที่นี่ให้อิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จริงอยู่ที่เส้นนี้แม้จะไม่ได้มีรถไฟฟ้าพาดผ่าน หรือ ARL ที่ใกล้ที่สุดก็ยังอยู่เลยไปที่สถานีมักกะสัน ซึ่งก็อาจจะเป็นการยากสำหรับการขายคอนโด ที่ผู้พักอาศัยมักจะมองที่ความสะดวกในการใช้งานรถไฟฟ้า หรือทำเลที่ติดถนนใหญ่ แต่หากเป็นโครงการแนวราบที่เน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะๆ และเจ้าของบ้านใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลัก ที่ดินแปลงนี้กลับสร้างแต้มต่อได้อย่างมหาศาลในฐานะที่เป็นย่านกึ่งกลางของ 2 CBD อโศก และพระรามเก้า ชนิดที่ไม่มีโครงการอื่นใดมาเป็นตัวเปรียบเทียบได้เลย!!

 

AQ Welle คือโครงการ Luxury Urban Home ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยแนวสูงแบบเต็มพื้นที่ (ขนาดที่ดิน 43.9 – 48.9 ตรว.ให้พื้นที่ใช้สอย 449 ตร.ม.) ซึ่งอยู่ติดกับโครงการ Garden Asoke – Rama 9 แต่แยกประตูเข้าออกกันอย่างชัดเจน โดยหากลูกบ้านคนไหนอยากจะเดินเข้าไปเล่นฟิตเนส ว่ายน้ำ ซื้อของที่อาคาร AQ Square ก็ทำได้ง่ายผ่านประตูระบบคีย์การ์ดด้านข้าง (อาคาร AQ Square ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนกลางครับ ผู้ใช้บริการฟิตเนสและสระว่ายน้ำจะต้องจ่ายค่าสมาชิกในการใช้บริการ)

สิ่งที่ผมค่อนข้างประทับใจในตัวโครงการก็มีด้วยกัน 3 ประการคือ 1. พื้นที่โครงการโดยรวมกว่า 7 ไร่ แต่มีพื้นที่เป็นลานกว้างพร้อมถนนวนรอบเกินกว่า 1 ไร่ แต่มีบ้านแค่ 18 หลัง (เดี๋ยวเค้าจะมีเฟสสองอีกประมาณ 4 หลังน่าจะทำคล้ายๆ กัน) โดยที่บ้านแต่ละหลังไม่ได้หันหน้าชนกันเลย นี่ถ้าเปลี่ยนลานตรงกลางให้เป็น Clubhouse พร้อมทะเลสาป หรือเป็นสนามกอล์ฟได้คงจะฟินสุดๆ ไปเลยครับ…ตรงนี้คือจุดสลบที่มอบประสบการณ์ในการพักอาศัยที่แตกต่างจาก Luxury Urban Home ทั่วๆ ไป ที่มีพื้นที่โครงการน้อยนิด บ้านเรียงติดๆ กันถนนแค่ 6 เมตร จะมองวิวหน้าบ้านก็ไปจ๊ะเอ๋กับบ้านตรงข้ามอีก ที่สำคัญคือพื้นที่ตรงกลางนี้ละครับที่ทาง AQ เปิดโอกาสให้ลูกบ้านทั้ง 18 หลังหารือกันในอนาคตว่าจะทำอะไรกับตรงนี้ก็ได้ โดยทาง AQ จะมีงบประมาณให้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือหารกันเอง

2. การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด ที่ถึงแม้ว่าจะสร้างเต็มพื้นที่จนไม่มีสวนด้านข้าง หรือประตูออกทางด้านหลัง แต่ก็ยังได้ Inner Court เป็นต้นจันผาอยู่กลางบ้าน และต้นล่ำซำหน้าบ้าน ครัว Fully Equipped ถึง 2 ครัว ลิฟท์ระดับไฮเอนด์พื้นหินอ่อน และห้องแต่ละห้องที่ใหญ่มาก (คือผมไม่เคยเห็นพื้นที่ Maid ที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนคือได้พื้นที่ส่วน Extra Basement ไปทั้ง Floor แม่บ้านที่นี่คงมีความสุขมากครับ) พื้นที่ส่วน Outdoor ก็มีทั้งระเบียงหน้ากับเฉลี่ยงขนาดใหญ่ที่ยกสระสำเร็จรูปมาวางก็ยังได้ แม้ที่นี่จะไม่ได้มีพื้นที่ Living เป็น Double Volume แบบสมัยนิยม แต่ด้วยความสูงของเพดานที่ 2.8 เมตร แต่ได้หน้าต่างเข้ามุมบานใหญ่ แถมเป็นชั้น 2 ที่มองออกไปเป็นวิวโล่งๆ ทำให้มี Space และ View ที่ User Friendly ได้มากกว่า

3. วัสดุอุปกรณ์และโครงสร้างที่ค่อนข้างดีและคุ้ม คือเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบ Conventional รวมถึงบริเวณลานจอดรถ ให้เครื่องทำน้ำร้อนมาเลยทุกห้องน้ำยกเว้นห้อง Maid พร้อมแอร์ Inverter อีก 7 ตัว อีกทั้งยังให้ความสำคัญใน Sense of Privacy ก็คือรั้วข้างบ้าน และหลังบ้านที่สูงมาก โดยฝั่งที่ติดกับ RCA ก็มีการเสริม Barrier กันเสียงรบกวนขึ้นมาอีกชั้นต่อจากรั้วปกติ พร้อมชุดหน้าต่างแบรนด์ Tostem ทุกบานที่กันทั้งน้ำและเสียงได้ค่อนข้างดีมาก

 

บ้านทุกหลังคือเป็น Type เดียวขนาดเดียวกันหมดครับ แต่ขายในราคาเริ่มต้นที่ 32 ล้านบาท โดยบ้านที่ราคาแพงที่สุด 40.2 ล้านบาท คือแปลงเบอร์ 8 หลังมุมฝั่งทิศใต้ของโครงการก็มีคน Move in อยู่สบายไปเรียบร้อยแล้ว เอา 32 ล้านบาท มาหาร 449 ตร.ม. ก็จะได้ราคาเฉลี่ยที่ประมาณ ตร.ม. ละ 7 หมื่นนิดๆ ในขณะที่รอบข้างในรัศมี 2 กม. ก็แทบจะไม่มีโครงการในลักษณะนี้ให้เปรียบเทียบเลย ก็น่าจะเอาไป Benchmark ได้กับคอนโดมิเนียมในย่านอโศก – พระรามเก้า ที่หากจะซื้อคอนโด Super Luxury ที่มีขนาด 3-4 ห้องนอน พื้นที่ประมาณ 300 – 400 ตร.ม. อาจจะต้องใช้งบประมาณมากเกิน 90 ล้านบาท และ Supply ห้องขนาดใหญ่แบบนี้ก็มีจำนวนน้อยมาก หรือถ้ามีก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น ต่อเติมอะไรได้มากมาย ดังนั้นหากเลือกได้ระหว่าง Luxury Urban Home กับ Super Luxury Condo บนทำเลเดียวกัน แน่นอนว่า Luxury Urban Home อย่าง AQ Welle ก็น่าจะถูกมองเป็นตัวเลือกแรกของกลุ่ม End User ที่มีกำลังซื้อมากกว่าครับ

 

เอาเป็นว่าใครสนใจก็ลองแวะเข้าไปดูกันเองครับ เพราะเดี๋ยวนี้บ้านราคา 30 – เกิน 100 ล้านเริ่มมีมากขึ้นแล้ว ซึ่งแต่ละโครงการก็ต้อง Trade Off กับอะไรบางอย่าง แต่สำหรับผมก็มองว่าถ้าคุณใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทางอยู่แล้ว ที่นี่มันใจกลางเมือง แต่มอบบรรยากาศที่ร่มรื่น ไม่แออัด และเป็นมิตรต่อสายตามากกว่าที่อื่นที่มีระดับราคาเดียวกันพอสมควรเลยครับ”

สนใจโครงการ AQ WELLE Asoke-Rama 9 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

http://aqestate.com/  โทรศัพท์ 0-2033-5555 หรือคอลเซ็นเตอร์ 1636



wipawan khampuwiang

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์

หรูและแพงสุดๆ! DMHOME LUXE เปิดตัว 2 แบรนด์แฟชั่นเอาใจสาย Ultra Luxury กับแบรนด์ Bottega Veneta’s Home และ Roberto Cavalli Home ที่ชั้น 3 สยามพารากอน!

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี DECOR MART ได้รับความไว้วางใจ ทั้งจากลูกค้าผู้หลงใหลในการแต่งบ้าน รวมทั้ง สถาปนิก มัณฑนากร และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้นำธุรกิจดีไซน์และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมเฟอร์น... อ่านต่อ




EXCLUSIVE interview : คุณธงชัย บุศราพันธ์ เฉลยคำถามว่า “ทำไมถึงกลับมา NOBLE”

บ้างก็ลือว่าเตรียมไปเทคโอเวอร์บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่แต่ฐานะการเงินไม่ค่อยดีในขณะนั้น บ้... อ่านต่อ

อยู่รวมกัน เจอปัญหาควันบุหรี่ แก้ไขยังไงดี

บุหรี่ตัวร้าย อันตรายที่ทำลายชีวิตคน” ในแต่ละปีมีคนเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตจากบุหรี่ ผู... อ่านต่อ

เปิดตัว “สโคป หลังสวน” – โครงการแรกในไทย โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของนิวยอร์ค

เปิดตัวผลงานแรกในประเทศไทย ของ “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในโค... อ่านต่อ

KRAAM Sukhumvit 26 ต้นตำหรับ Luxury Home – Like Condominium พัฒนาโดย Nye Estate สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แล้ว ในราคาเริ่มต้น 16.9 ลบ.

ยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าคอนเซปท์การพัฒนาคอนโดในรูปแบบอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตามสไตล์ Feel Lik... อ่านต่อ