ก้าวสู่ปีที่ 28 เอ็มเพอเร่อร์ ประกาศปฏิวัติองค์กร โชว์วิสัยทัศน์ พร้อมปรับโลโก้
3) การเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัท เพื่อให้การดำเนินงานภายในถูกจัดการอย่างเป็นระบบ และก้าวต่อไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อส่งต่อความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของ เอ็มเพอเร่อร์ ได้รับรู้
4) การให้บริการแบบ Integrated Services ซึ่งเอ็มเพอเร่อร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008 ในเรื่องของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบซึ่งแตกต่างจาก One Stop Service โดยลูกค้าของเอ็มเพอเร่อร์ จะได้รับการบริการจากทีมงานของเอ็มเพอเร่อร์ ที่ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบครอบคลุมทั้งเรื่องการออกแบบ, การก่อสร้าง,การออกแบบตกแต่งภายใน, งานตกแต่งภายใน และการจัดสวน
5) การแสดงผังองค์กรบริษัทของ บจก. ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ ซึ่งขณะนี้ บจก. ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ คือ บริษัทแม่ โดยดูแล 3 ส่วนหลัก คือ 1) ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านภายใต้แบรนด์เอ็มเพอเร่อร์ 2) บจก. เอ็มเพอเร่อร์ ดี วัน ซึ่งมีภารกิจหลักในการรับออกแบบตกแต่งภายในที่พักอาศัยระดับสูง คอนโดมิเนียม และโรงแรม โดยในปัจจุบัน บริษัท เอ็มเพอเร่อร์ ดีวัน ได้แตกบริษัทในเครือเพื่อรองรับงานตกแต่งคอนโดมิเนียมขนาดเล็กโดยใช้ชื่อ บจก. ธนบดี และ 3) บจก. ลีโอแองเจลโล ซึ่งทำหน้าที่นำเข้าเฟอร์นิเจอร์จากอิตาลี
“การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรที่เกิดขึ้น เพราะว่าเราต้องการขยายกลุ่มลูกค้าของเราสู่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ที่ เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตทางการตลาดบ้านสั่งสร้างเองอยู่นั้น คือ กลุ่มที่เราให้คำจำกัดความว่า “MESTEEM” ซึ่งหมายถึง กลุ่มที่มีความรู้ เป็นเจ้าของธุรกิจอายุประมาณ 40-50 ปี ใช้สินค้าแบรนด์เนมระดับสูง ออกงานสังคมบ้าง แต่ไม่ใช่ถึงกับเป็น Celebrity
ซึ่งเมื่อเราปรับกลุ่มเป้าหมายแล้ว การปรับสิ่งสุดท้ายที่ตามมาเพื่อให้ตรงกับความกระชับ ง่าย และรวดเร็วของคนกลุ่มนี้ นั่นคือ การปรับเรื่องการเรียกชื่อของแบรนด์ให้เหลือเพียง “เอ็มเพอเร่อร์” เท่านั้น จากเดิมที่เราจะติดเรียกว่า “ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์” เพื่อสอดคล้องกับการ Simplify Brand ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ สะท้อนความง่าย สั้นและกระชับ สะท้อนความเป็นผู้นำในตลาดรับสร้างบ้าน ด้วยคำว่า Emperor บ้านที่ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือการสร้างสิ่งมหัศจรรย์
นายสุรัตน์ชัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดของธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มเติมว่า “เราคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมของตลาดรับสร้างบ้านปี 2558 น่าจะอยู่ที่ 49,235 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 10% โดยกว่า 38,868 ล้านบาท ยังคงเป็นของกลุ่มผู้รับเหมาอิสระ ซึ่งคิดเป็น 79% และเป็นของบริษัทรับสร้างบ้านที่อยู่ในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านอีก 6,888 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14% และเป็นของบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่ได้อยู่ในสมาคมฯ อีก 7% หรือคิดเป็น 3,444 ล้านบาท สำหรับการแบ่ง Segmentในธุรกิจรับสร้างบ้านนี้ ก็ได้มีการแบ่ง Segment เพิ่มโดยแบ่งตามระดับราคาบ้าน คือกลุ่ม 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเอ็มเพอเร่อร์ อยู่ใน Segment นี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แบ่งยอดมาได้ถึง 9% ซึ่งเอ็มเพอเร่อร์ ครองส่วนแบ่งตลาดใน Segment นี้ถึง 61% หรือคิดเป็น 380 ล้านบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลขแล้ว เอ็มเพอเร่อร์ถือครองตลาดใน Segment เกินครึ่ง และเราหวังว่า เราจะสามารถพัฒนาบริษัทของเราให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป”


