111 West 57th Street ตึกที่ผอมเพรียวที่สุดในโลก ใจกลางมหานครนิวยอร์ก

ชยางกูร กิตติธีรธำรง 25 November, 2023 at 13.46 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


“111 West 57th Street เป็นอาคารสูงอันดับ 2 แห่งใหม่ในฝั่ง Western Hemisphere และ ผอมเพรียวที่สุดในโลก”
ภาพจาก: Dronalist / Architectural Digest

แม้ว่าจะเป็นตึกระฟ้าที่ผอมบางที่สุดในโลกที่นิวยอร์ก แต่ตึกแห่งนี้ก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับพื้นที่ Midtown Manhattan โดยตำแหน่งที่ตั้งของตึกอยู่บน 111 West 57th Street ซึ่งตึกแห่งนี้มีสัดส่วนความสูงต่อความกว้างอยู่ที่ 24:1 ซึ่งผู้อยู่อาศัยบางส่วนจะเริ่มย้ายเข้ามาตั้งแต่เดือนเมษาปีก่อนตามที่ทาง JDS Development Group และ Property Markets Group ประกาศว่าอาคารขนาดใหญ่แห่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ด้วยรูปร่างตึกสูงเพรียวบางคือสิ่งแรกที่คนสัญจรผ่านไปผ่านมาต้องเห็นอย่างแน่นอน โดยที่ตั้ง 111 West 57th Street จะมีพื้นที่ 2 ส่วนของอาคาร คือ Steinway Hall เป็นแลนด์มาร์คออกแบบโดย Warren & Wetmore และอาคารสูงแห่งใหม่ออกแบบโดย SHoP Architect ซึ่งจะเรียกว่า “Steinway Tower”

“SHoP Architects ใช้คอนกรีตที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าอาคารจะคงอยู่ตลอดไป”
ภาพจาก David Sundberg, Esto / Architectural Digest

โดยอาคารแห่งใหม่เป็นความร่วมมือในการพัฒนาระหว่าง JDS Development Group และ Property Market Group ซึ่งออกแบบภายนอกโดย SHoP Architect และออกแบบภายในโดย AD100 architects บน 111 West 57th Street เป็นเสมือนอนุสาวรีย์สำหรับการออกแบบที่น่าประทับใจ โดยสำหรับตึกผอมสูงแห่งนี้ตามสถิติแล้วเป็นอาคารที่อยู่อาศัยที่สูงเป็นอันดับ 2 ในฝั่งตะวันตก (Western Hemisphere) โดยมีความสูงถึง 1,428 ฟุต (รวมส่วนเหล็กประดับยอดอาคาร 300 ฟุต)

การสร้างที่เกิดขึ้นบน 111 West 57th Street เป็นข้อพิสูจน์ถึงด้านการออกแบบ โดยอาศัยความร่วมมือกับนักออกแบบ ช่างฝีมือการก่อสร้างที่โดดเด่น (Designer artisan) และทีมขาย Michael stern เป็นผู้ก่อตั้ง Founder และ CEO ของ JDS Development Group กล่าวว่า ในทุกๆมุมมองของการพัฒนานี้ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้สมดุลที่ละเอียดอ่อน ตามความคลาสสิคของอาคารสูงเดิมในแมนฮัตตัน(Manhattan) ขณะเดียวกันก็สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอนาคตด้วย

“เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อทั้ง Steinway Hall และกลุ่มตึกระฟ้าอายุหลายสิบปีที่กระจายอยู่ทั่วเมือง จึงได้มีการผสมผสานล็อบบี้ส่วนกลางด้วยประตูสูงมันเงา และเปียโน Steinway ด้วย”
ภาพจาก Adrian Gaut / Architectural Digest

จากความโดดเด่นที่เห็นเด่นชัดในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้พลังและความทะเยอทะยานไม่มีใครเทียบได้ในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และเป็นความรู้สึกที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในสถาปัตยกรรมของเมือง อาคาร Steinway Tower ก็เป็นเช่นเดียวกัน เมื่อมองจากระยะไกลอาคารแห่งนี้อาจจะดูเหมือนอาคารที่มีดีไซน์ล้ำอนาคต แต่สถาปนิกทั้ง SHoP และ สตูดิโอ Sofield ต้องการอ้างอิงถึงยุคทองของแมนฮัตตัน(Manhattan)ในทุกส่วนที่ทำได้ “โซฟิลด์กล่าวว่า ฉันมีความทรงจำโรแมนติกเกี่ยวกับนิวยอร์กสมัยก่อน”

ในส่วนของภายนอก แต่ละส่วนของอาคารจับคู่กับเสาของดินเผาหลายชั้นที่ปกคลุมส่วนหน้าของอาคาร ทั้งในฝั่งตะวันออกและตะวันตกของ ซึ่ง façade ภายนอกอาคารมอบความรู้สึกหรูหราแบบในช่วงปลายศตวรรษ 19 (Late 19th century) ที่ไม่ได้ดูโอเวอร์จนเกินไป มากไปกว่านั้นทาง JDS Development Group ได้ทำการปรับปรุงบูรณะในส่วนของอาคาร Steinway Hall ให้มีการออกแบบดั้งเดิมในช่วงทศวรรษปี 1920 และด้านอาคารก็ได้รับการบูรณะโดยอาศัยความร่วมมือกับคณะกรรมการอนุรักษ์แลนด์มาร์คแห่งนิวยอร์ก และก็จะเชื่อมต่อกับอาคารแห่งใหม่ผ่านล็อบบี้ส่วนกลางที่กว้างใหญ่

“ภาพซ้าย ห้องสมุดในอาคาร / ภาพขวา พื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกนำเสนอผลงานศิลปะโบราณวัตถุ เช่น ผลงานปิกัสโซและบาโรก(Baroque)”
ภาพจาก Adrian Gaut / Architectural Digest

ในส่วนของพื้นที่ภายใน ทางสตูดิโอ Sofield ได้รับแรงบันดาลใจจาก Steinway Hall เดิมที่มีความยาวช่วงตึก William Sofield ได้ช่างฝีมือชาวนิวยอร์ก (New York artisans) เช่น John Opella และ Nancy Lorenz ในการสร้างตามที่เขาอธิบายไว้เกี่ยวกับประสบการณ์ความรู้สึกที่ได้รับจากอาคารสูงในนิวยอร์กเมื่ออดีต

ด้วยกระบวนการ Reuse หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้องค์ประกอบทางประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง Sofield อธิบายเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ และหาทางในการจินตนาการถึง Steinway Hall สู่การพัฒนาใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ล็อบบี้ของอาคารบนพื้นจะใช้ไม้เอ็นด์เกรน (end-grain wood) นอกจากนั้นองค์ประกอบดั้งเดิมยังรวมถึง องค์ประกอบของโคมระย้าประดับ(chandelier) ในพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวก(Amenity space) ซึ่งมีการจำลองมาจากการออกแบบดั้งเดิมที่เคยแขวนเอาไว้ใน Steinway Hall โดยพื้นที่อยู่อาศัยยังนำเค้าโครงมาจากบ้านคลาสสิคที่มีองค์ประกอบต่างๆ เช่น พื้นที่รับประทานอาหารอย่างเป็นทางการที่มีพื้นที่นั่งเล่นกรุผนัง มีพื้นเป็นไม้โอ๊คเนื้อแข็ง (Solid Oak) พื้นที่แกลลอรี่กว้างขวาง และประตูแผงข้างบันได

“ภาพซ้าย ห้องตัวอย่างในอาคารออกแบบโดย William Sofield / ภาพขวา ห้องฝั่งใต้เห็นวิวของ Central Park”
ภาพจาก Adrian Gaut / Architectural Digest

“ภาพสระว่ายน้ำในร่มยาว 82 ฟุต”ภาพจาก Adrian Gaut / Architectural Digest

แม้ว่าการออกแบบอาจจะดูไม่เหมาะกับนิวยอร์กยุคเก่า แต่พื้นที่อำนวยความสะดวกต่างๆล้วนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ มีสระว่ายน้ำ 2 เลน ยาว 82 ฟุต ล้อมรอบด้วยพื้นที่คาบาน่าส่วนตัว ห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ห้องฟิตเนสซึ่งมีความสูง 2 ชั้น (Double Floor) มาพร้อมพื้นที่ระเบียงชั้นลอย มีห้องรับประทานอาหารส่วนตัว และห้องครัวสำหรับทำอาหารของเชฟ มีพื้นที่เลานจ์สำหรับผู้พักอาศัยมีระเบียงที่กว้างขวาง และมีบริการเซอร์วิส หรือ Concierge ส่วนตัวที่อำนวยความสะดวกโดยเฉพาะ “Sofield กล่าวว่า โลกของฉันมีมรดกและจินตนาการที่เท่าเทียมกันเป็นสถานที่ที่สถาปัตยกรรมและโอเปร่า มาอยู่ร่วมกัน และใช่ มันมีอดีตอยู่บ้าง แต่มันถูกนำไปใช้ในรูปแบบสมัยใหม่เสมอ”

อ้างอิง

Exclusive Look Inside the World’s Skinniest Skyscraper | Architectural Digest

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

สถาปนิกจบใหม่ กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท มีความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ คอนโด โรงแรม และชอบไปดูโครงการและงานออกแบบอยู่เสมอ เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

เว็บไซต์

นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา

นิว ซี-สแควร์ สวนหลวง สเตชั่น

ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค

วันนี้จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมสุดฮอตชื่อโ...

29 January, 2024

วิสซ์ดอม คราฟท์ สามย่าน

Whizdom Craftz Samyan คือโครงการที่มอบ 5 องค์ประกอบพ...

4 December, 2023

นาวว์ เมกา

หากจะพูดถึง NOWW MEGA (นาวว์ เมกา) ในพื้นที่ของ Maga...

14 November, 2023

แชปเตอร์ วัน สปาร์ค จรัญ

ย่านจรัญเป็นย่านที่มี transformation หรือมีการเปลี่ย...

13 November, 2023

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง