เช็คเลย! 5 ประเทศไหนที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก แถมด้วยโอกาสการลงทุนอสังหาฯสุดหรูสำหรับชาวต่างชาติ

Pawida W. 29 December, 2020 at 11.05 am

ปิดท้ายปี 2020 ด้วยคอนเทนต์ส่งความสุขกับการรวบรวม 5 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เนื่องจากประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นดูท่าจะวุ่นวายเหลือเกิน การขาดเสถียรภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ดูจะเป็นเรื่องที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศเอง และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากร ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้เสาะหา 5 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีความสงบสุขที่สุด มีเสถียรภาพทางการเมืองที่สุด และคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก พร้อมคอนเทนต์สุดพิเศษให้ Prop Reader นั่นคือ การส่องค่าครองชีพและตลาดอสังหาฯที่อยู่อาศัย ใน 5 ประเทศรอบโลก ทั้งไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ โปรตุเกส ออสเตรีย และเดนมาร์ก มาให้อ่านกัน

 

อันดับ 5 เดนมาร์ก

Copenhagen ภาพจาก www.topuniversities.com

 

เริ่มเรียงจากอันดับ 5 แม้เดนมาร์กจะได้รับการจัดอันดับที่ร่วงลงไปจากเดิม แต่คุณภาพชีวิตของชาวเดนส์ (Danes) ก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองและคุณภาพชีวิตเป็นอันดับที่ 5 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2017 และยังคงความเสมอต้นเสมอปลายนี้เรื่อยมาจนปัจจุบัน

 

เนื่องจากสถิติการก่ออาชญากรรมในประเทศนี้นั้นมีต่ำมาก สื่อมีเสรีภาพ ให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน และมีสเถียรภาพทางการเมืองสูงมาก ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ ปัจจัยที่ทำให้สังคมเดนมาร์กเรียนรู้ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์มาอย่างยาวนาน เพราะเดนมาร์กเป็นประเทศลำดับต้นๆที่ใช้ระบบการปกครองแบบ Parliamentary Democracy โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กทรงดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว สมเด็จพระราชินีนาถทรงมีหน้าที่เป็นองค์ประธาน เพื่อดำเนินพิธีการต่างๆในรัฐสภาฯและเซ็นอนุมัติพระราชบัญญัติตามสถานภาพทางการเมืองของระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy)

Christiansborg Palace ภาพจาก denmark.dk

 

นอกจากมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1849 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลกแล้วนั้น ด้านของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสื่อและให้ความเคารพความเป็นมนุษยธรรมอย่างกว้างขวาง ยังทำให้เกิดความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างในสังคมอย่างทั่วถึงและยังเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวเดนส์จะเปิดรับความหลากหลายในสังคมได้สบายๆ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ นั่นคือ รายได้ต่อหัวของชาวเดนส์ที่มีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกันมาก ส่งผลทำให้ช่องว่างระหว่างสังคมลดลงได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามช่วงหลังๆมานี้รัฐบาลเดนมาร์กได้เพิ่มเงินสนับสนุนการทหารสูงขึ้น 20% เพื่อไม่ให้น้อยหน้าไปกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างสวีเดนและนอร์เวย์ที่ต่างก็เพิ่มงบประมาณทางการทหารขึ้นตามความเหมาะสม โดยมีสาเหตุจากที่รัสเซียมีการเคลื่อนไหวทางการทหารบริเวณยุโรปตะวันออกและยุโรปเหนือนั่นเอง

 

การลงทุนอสังหาฯสำนักงานและอุตสาหกรรมสุดเนื้อหอม

บรรยากาศภายในอาคารสำนักงานบริษัท Microsoft ในเดนมาร์ก ภาพจาก www.businessinsider.com

 

ตลาดอสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัย (residential market) ในเดนมาร์กนั้นไม่ค่อยน่าลงทุนสักเท่าไหร่ ซึ่งผิดกับการลงทุนอสังหาฯด้านสำนักงานและอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญในย่านฮอตๆ (Prime locations) เช่น Copenhagen ที่ยืนหนึ่งเป็นทำเลที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นสูงเมืองหนึ่งของเดนมาร์ก จึงทำให้มีลงทุนและหมุนเวียนทางการเงินด้านอสังหาฯสำนักงานมากกว่าการลงทุนด้านที่อยู่อาศัยและเป็นการลงทุนด้านอสังหาฯที่มีการลงทุนสูงที่สุดขณะนี้

Nordea’s new Danish Headquarters ภาพจาก www.archilovers.com

 

นักลงทุนชาวต่างชาติเป็นลูกค้ารายหลักมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาซึ่งมีส่วนแบ่งมากถึง 50% ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาฯที่นี่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเหล่าประเทศใน Nordic Region ทั้งหลายและมีส่วนน้อยคือนักลงทุนชาวเอเชียที่เพิ่งเข้ามาลงทุนระยะหลังตั้งแต่ปี 2562

 

PROP ALERT: ทำไมตลาดอสังหาฯที่นี่จึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากมาย?    

1. อสังหาฯแบบเช่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลให้มีเสถียรภาพทางการเงินคล่องตัวสูงอย่างสม่ำเสมอ

2. อัตราดอกเบี้ยธนาคารต่ำและระบบการเงินกู้ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่เอื้อต่อตลาดอสังหาฯเป็นพิเศษ เพื่อทำให้แน่ใจว่าการเติบโตของตลาดอสังหาฯของเดนมาร์กโตต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

 

อันดับที่ 4 ออสเตรีย

Salzburg ภาพจาก Tourismus Salzburg GmbH | Günter Breitegger

 

หลังจากผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากหลังสงครามมาแล้ว ประเทศเล็กๆแห่งนี้ได้ฟื้นฟูสถานที่ต่างๆไปมากมายรวมถึงปรับปรุงสิ่งแวดล้อมธรรมชาติไว้อย่างดี รวมไปถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวออสเตรียนั้นก็ดีขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าเป็นรายได้ การงานที่มั่นคงและที่อยู่อาศัยที่ถูกจัดสรรค์ไว้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาที่ถงเถียงกันในสังคมใหม่นี้โดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านผู้อพยพ (Anti-migrant campaigns) ที่สนับสนุนโดยพรรคการเมืองขวาจัด Freedom Party ตั้งแต่ปี 2562 ที่นับวันยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการประท้วงเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ (systemic racism) ที่รัฐบาลออสเตรียหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมืองและสังคม

 

ประเทศออสเตรียมีการปกครองที่มีชื่อเป็นภาษาออสเตรียเรียกว่า Proporz ที่มีประสิทธิภาพสูงมากประเทศหนึ่งของโลกด้วยการเน้นพัฒนาความก้าวหน้าของเศรษฐกิจให้เกิดความทันสมัยและการความคุมผู้อพยบอย่างเคร่งครัด โดยพื้นฐานทางประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศนี้เกิดขึ้นจาก 2 พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลร่วมกัน ประกอบด้วย พรรค Center-left Social Democrats และ พรรค Center-right People’s Party ซึ่งรัฐบาลจะเข้าแทรกแซงในด้านธุรกิจต่างๆในแต่ละพื้นที่อีกด้วย จึงไม่แปลกที่ในบางครั้งจะมีความตึงเครียดเกิดขึ้นบ้าง แต่แล้วในปี 2560 ได้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองขึ้นเมื่อพรรค Right-populist Freedom Partyและพรรค Center-right Peoples party ที่เป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาได้เข้าเป็นพรรครัฐบาลผสมร่วมกัน จึงทำให้มีบทบาทในการบริหารประเทศมากขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของประเทศ เพราะนโยบายการบริหารประเทศได้เปลี่ยยนแปลงไปโดยเฉพาะในด้านพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัย

 

ในภาคเศรษฐกิจนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและไม่ได้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่หวือหวาหรือย่ำแย่แต่อย่างใด ซึ่งหากมองในแง่ดีแล้ว เศรษฐกิจของออสเตรียมีความมั่นคงระดับหนึ่งเลยทีเดียวภายใต้ความดูแลของรัฐบาลฝ่ายซ้ายในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของออสเตรียมีความทันสมัยขึ้นหลังจากรัฐบาลฝ่ายขวาเข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมือง ทำให้พัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจก้าวหน้าและคึกคักขึ้นภายใต้การนำของผู้นำประเทศ Chancellor Sebastian Kurz ที่ทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

ความต้องการอสังหาฯอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้นแค่ไหนในช่วงกระแส Work From Home

อสังหาฯแบบเช่ายังคงคุ้มค่าแก่การลงทุนโดยเฉพาะการลงทุนเกี่ยวกับอาคารสำนักงานที่จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนอสังหาฯด้านอื่นๆ ซึ่งค่าเฉลี่ยที่ได้จากการเช่าสำนักงานสูงถึง 306 : ตารางเมตร : ปี ในทำเลยอดฮิตอย่างใจกลางเวียนนา (Vienna) ที่เป็นเมืองหลวงของออสเตรียที่เป็นแหล่งรวมสำนักงานมากมายและยังคงมีการลงทุนอสังหาฯอาคารสำนักงานโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยค่าเช่าสำนักงานโดยทั่วไปเฉลี่ย €178 : ตารางเมตร : ปี พร้อมตอกย้ำความฮอตของตลาดอาคารสำนักงานที่ทยอยถูกจับจองกันอย่างคึกคักจนเหลืออาคารสำนักงานที่ว่างปล่อยเช่าอยู่เพียงแค่ 4.7% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 ซึ่งแน่นอนว่าในปี 2563 นี้ก็ยังมีพัฒนาการที่ดีขี้นเล็กน้อยต่อจากปีที่แล้วแม้ว่าจะมีกระแส work from home ที่เข้ามาก็ตาม

 

รวม 3 ย่านสุดหรูและน่าลงทุนในเวียนนาสำหรับ Prop Reader

เวียนนามีทั้งหมด 23 เขต เราได้เสาะหาย่านเด็ดๆมาทั้งหมด 3 แห่งที่ทั้งย่านที่น่าลงทุน มีมูลค่าที่ดินสูงและมีแนวโน้มที่จะขึ้นอย่างต่อเนื่อง

1st District Innere Stadt

Innere Stadt ภาพจาก luxury-vienna.com

Grand Kinsky Penthouse Luxury with Spectacular View In Historical Palais ภาพจาก www.jamesedition.com

 

เริ่มจากเขต Innere Stadt แห่งวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของเวียนนาที่เป็นถึงเมืองมรดกโลกที่เก่าแก่และมีคุณค่าสำคัญแห่งหนึ่งของชาติและของโลกโดยองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO World Heritage) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา เนื่องจากเขตนี้คือแหล่งประวัติศาสตร์สร้างชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรีย ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงศิลปอันรุ่งเรืองในอดีต อีกทั้งเขต Innere Stadt ยังเป็นย่านสุดหรูตั้งอยู่ใจกลางเวียนนาที่นักลงทุนด้านอสังหาฯทั้งหลายถูกใจ เพราะย่านนี้เต็มไปด้วยอสังหาฯสุดหรูมากมาย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศย่านเมืองเก่าหลั่งไหลกันเข้ามาอยู่กันมากมาย การเดินทางคมนาคมจึงสะดวกสบาย เป็นย่านธุรกิจ รวมไปถึงร้านอาหารหลายแห่งที่ได้รับรางวัล Michelin stars แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้ท้องถิ่นอย่างงามอีกด้วย ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้นี่เองที่ช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาฯของที่นี่ได้อย่างมหาศาล โดยอพาร์ทเม้นท์ 3 ห้องนอนอาจมีมูลค่าสูงถึง 1,390,000 ยูโร

 

2nd District Leopoldstadt

Leopoldstadt ภาพจาก luxury-vienna.com

 

นี่คืออีกเขตที่น่าสนใจมากสำหรับนักลงทุนตั้งอยู่ใกล้ๆตัวเมืองเวียนนา ซึ่งนอกจากอสังหาฯของที่นี่จะสามารถทำกำไรได้ราคาสูงถึง 850,000 ยูโร สำหรับอพาร์ทเมนท์ 2 ห้องนอน ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะน่าสนุกกว่าเขต Innere Stadt เสียอีก เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวสนุกได้คนเดี่ยวและเที่ยวกับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่หรือเที่ยวแบบครอบครัว เช่น สวนสนุก Prater Park และ Augarten นอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย Vienna University of Business and Economics อีกด้วย

 

9th District Alsergrund

Architect’s Roof Terrace Apartment On 2 Levels With 3 Terraces ภาพจาก www.jamesedition.com

 

หากใครสนใจจะลงทุนระยะยาวแล้วละก็ ชื่อของเขต Alsergrund จะต้องผุดขึ้นมาในหัวเป็นลำดับต้นๆอย่างแน่นอน เพราะย่านนี่เป็นแหล่งรวมสถาบันการศึกษาชั้นนำมากมายของประเทศ ซึ่งนั่นหมายความว่าอสังหาฯแบบเช่าจะมีคนเช่าระยะยาวอย่างแน่นอน แม้ว่าปีนี้ราคาจะไม่ได้พุ่งจนหวือหวาด้วยปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเช่าอสังหาฯที่นี่ก็ตามก็ยังถือเป็นย่านที่น่าลงทุนเสมอ แต่หากเปรียบเทียบกับอีก 2 เขตที่กล่าวไว้ก่อนหน้าแล้ว ย่านยังคงนี้มี Luxury estate น้อยกว่าพอสมควร นั่นเพราะเจาะลูกค้าคนละกลุ่มกันนั่นเอง

อันดับที่ 3 โปรตุเกส

Commerce Square ที่เมือง Lisbon ภาพจาก Ingus Kruklitis / Shutterstock.com

 

นับตั้งแต่โปรตุเกสได้เข้ามาเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยแล้วนั้น ก็มีความตั้งมั่นและความพยายามอย่างสูงในการสร้างความสงบสุขและปลอดภัยในประเทศตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการของสถิติเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยสูงกว่าประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านอุตสหกรรมแล้วหลายๆประเทศ การสนับสนุนให้มี work-life balance ของทุกๆวันในการทำงาน ความปลอดภัยส่วนบุคคลและส่งเสริมให้มีสภาพแวดล้อมสังคมที่ดีต่อไป อีกทั้งค่าครองชีพของที่นี่ยังไม่ค่อยสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายๆประเทศในยุโรป จึงทำให้ชาวโปรตุเกสมีความสุขได้ไม่ยาก

 

ในด้านความมั่นคงทางการเมือง โปรตุเกสได้รับการประเมินจาก Worldwide Governance Indicators (World Bank) เมื่อเดือนธันวาคม 2563 นี้ให้เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยด้านการเมืองในระดับที่สูงมากๆโดยได้รับคะแนนสูงกว่า 90%  นั่นเพราะการก่อการร้ายที่โปรตุเกสมีน้อยมากๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายของรัฐบาลที่สนับสนุนการเมืองแบบสงบ นอกจากนี้แล้วโปรตุเกสยังเนื้อหอมในด้านการค้าระหว่างประเทศภายในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EUROPEAN UNION) ที่มีหลายๆชาติสนใจร่วมทำการค้าระหว่างประเทศด้วยกว่า 70% รวมไปถึงนโยบายการหาเลียงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้นเน้นไปที่สิ่งแวดล้อม การพัฒนาความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านการเมือง ซึ่งนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงครั้งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเหล่านั้นในระยะยาวและยังเป็นเป้าหมายเดียวกันกับEU (EUROPEAN UNION) หรือพูดง่ายว่าโปรตุเกสมีนโยบายระดับประเทศที่เป็น PRO-EU โดยมีสาเหตุหลักคือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด จึงส่งผลกระทบด้านจิตใจของประชาชนบางส่วนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าความสุขของชาวโปรตุเกสนั้นมาจากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงเป็นหลักนั่นเอง

 

อสังหาฯสุดหรูในโปรตุเกสน่าลงทุนแค่ไหนกัน?

Phenomenal villa on a large south-facing plot ภาพจาก www.quintaproperty.com

 

ด้วยการสนับสนุนของ Global Residence and Citizenship Programs (GRCP) ที่เอื้อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในด้านอสังหาฯเป็นอันดับต้นๆของยุโรป ซึ่งมีหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุน ได้แก่ กฎหมายการเสียภาษี กฎหมายการอพยพ และคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ โดยมีการผลักดันมูลค่าอสังหาฯที่เน้นย่านในเมืองเป็นหลัก อย่างย่าน Western Algarve ที่มีราคาสูงกว่า 3,500 ยูโรต่อตารางเมตร แต่หากต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่านี้ก็คงต้องเป็นเมืองหลวงของโปรตุเกส นั่นคือ Lisbon ที่มีราคาสูงถึง 15,000 ยูโรต่อตารางเมตร ในขณะที่ Luxury Villa ที่สามารถทำราคาได้ตั้งแต่ 550,000 จนถึงหลักล้านยูโรเลยทีเดียว แม้ว่าผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ในปีนี้จะทำให้ยอดขายไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของตลาดอสังหาฯก็ตาม ความต้องการของตลาดอสังหาฯก็ยังคงเป็นที่ต้องการอยู่ดี โดยการเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่ตลาดที่อยู่อาศัยระยะยาวเป็นหลัก เพราะการท่องเที่ยวในยุโรปนั้นซบเซาลง จึงมีผลกระทบโดยตรงในตลาดโรงแรม การท่องเที่ยวและอีเว้นท์เทศกาลต่างๆก็หายไปอย่างไร้กำหนดในช่วงนี้ นอกจากนี้ ยังมี Golden Visa สำหรับนักลงทุนที่สามารถอยู่อาศัยได้ในระยะยาว “นอกจากนี้การไม่มีข้อจำกัดในการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ รวมถึงการเรียกเก็บภาษีเงินได้และค่าดำเนินการทางธุรกรรมอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ แต่ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับอยู่ที่ 3-7% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขที่นักลงทุนจะต้องลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 500,000 ยูโร ในอสังหาริมทรัพย์ 1 หน่วยหรือมากกว่าก็ได้  ส่วนข้อได้เปรียบของวีซ่านี้ คือ สิทธิ์ในการทำงาน พำนักอาศัย หรือศึกษาเล่าเรียนในประทศโปรตุเกสได้อย่างอิสระ อีกทั้งสามารถท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศในกลุ่มเชงเกนระยะยาวได้เป็นเวลา 3 เดือนภายในระยะเวลา 6 เดือนอีกด้วย (แนะวิธีลงทุนอสังหาฯในตปท. ยื่นขอสิทธิ์เป็นพลเมืองได้หลัง6ปี. www.bangkokbiznews.com. 28 ธันวาคม 2563)”

 

อันดับที่ 2 นิวซีแลนด์

Lake Wakatipu, Queenstown โดย Caroline Thorpe ภาพจาก propertylistings.ft.com

 

มาถึงอันดับที่ 2 กันบ้าง นั่นก็ คือ นิวซีแลนด์ ที่ไม่เคยห่างหายไปจากลิสท์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกได้เลย แถมยังได้คะแนนเกือบจะเต็ม 100 ในส่วนของการไร้ซึ่งความขัดแย้งระดับนานาชาติ การทหาร และความปลอดภัยในสังคมอีกด้วยสิ ดังนั้นโดยรวมแล้วก็ถือเป็นประเทศที่น่าจับตามองและตั้งรกรากอยู่ยาวๆเลยทีเดียว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ความขัดแย้งในประเทศมีไม่มากนัก คือ จำนวนประชากรที่มีความหนาแน่นน้อยเมื่อเทียบกับอาณาเขตของประเทศที่มีขนาดพอๆกับกับอังกฤษ โดยมีประชากรเพียงแค่ 4.9 ล้านคนเท่านั้นเอง อีกทั้งยังรั้งอันดับต้นๆของโลกในด้านสาธารณสุขและมีการสนับสนุนด้านการศึกษา การงานและรายได้ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกใน Descartes Gymnasium (Organisation for Economic Co-operation and Development) อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่อยู่อาศัยได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงมีกลุ่มคนรายได้น้อยที่เข้าถึงการซื้อขาดที่อยู่อาศัยได้ยากนั่นเอง เพราะช่องว่างระหว่างรายได้ของคนมีรายได้สูง-ต่ำนั้นห่างกัน 20% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ

 

ความเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศของนิวซีแลนด์ได้รับการจัดให้อยู่อันดับที่ 2-3 ของโลกเสมอมาโดย Fund for Peace และยังเคยได้เป็นหนึ่งใน Top 10 ที่มีหลักนิติธรรมที่มั่นคงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง โดย World Justice Project (WJP) 2017 Rule of Law Index สาเหตุที่นิวซีแลนด์ครองตำแหน่งหนึ่งในประเทศที่มีประชาธิไตยสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกนั้นก็เพราะรับเอาระบบการปกครองต้นแบบมาจากอังกฤษนั่นเอง ดังนั้นจึงมีระบบรัฐสภาคล้ายคลึงกันมากๆและยังมีสมเด็จพระสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นหัวหน้ารัฐสภาเช่นเดียวกัน  อีกทั้งประชาชนชาวนิวซีแลนด์มีความกระตือรือร้นด้านการเมืองสูงมากซึ่งสามารถเห็นได้จากการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปที่มีประชากรจำนวน  75-80% ของประเทศออกมาเลือกตั้งกันอบ่างคับคั่ง และแน่นอนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์มีเสถียรภาพที่ดีและเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีจนเป็นที่น่าพอใจตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้การลงทุนในประเทศนี้มีโอกาสเติบโตไปด้วย

 

ลงทุนแบบฟินๆในโลเคชั่นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ

Auckland ภาพจาก www.thailand-property.com

 

Auckland และ Wellington คือ แหล่งลงทุนอสังหาฯที่ดีที่สุดในนิวซีแลนด์และเป็นเมืองที่เราแนะนำให้ลงทุนมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เพราะมูลค่าอสังหาฯในเมืองนี้ราคาไม่ตก จึงทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจกลับมาเสมอ ซึ่งการเลือกทำเลการลงทุนนั้นมีความสำคัญเป็นอันดับแรกเลย เพราะนอกจากจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่งอกงามแล้วก็ยังเป็นการลงทุนระยะยาวได้อีกด้วย ดังนั้นการเลือกเฉพาะเจาะจงไปที่เมืองใหญ่ๆจึงเป็นเทคนิคสำคัญที่มาควรพลาด อีกทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมและภูมิประเทศของที่นี่ก็มีความโดดเด่นเฉพาะและเป็นจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์นั่นคือ ธรรรมชาติที่ได้สร้างสรรค์มาให้ท่องเที่ยวได้ตลอดปี ซึ่งหากจะหันไปลุงทุนด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมเพิ่มเติมสักหน่อยละก็ถือเป็ยตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้อสังหาฯที่อยู่อาศัยแม้แต่น้อย

 

PROP ALERT: ข้อดีการลงทุนอสังหาฯในนิวซีแลนด์

1. ชาวต่างชาติสามารถถือสิทธิ์ครอบครองอสังหาฯได้และยังเป็นช่องทางที่มีโอกาสได้สัญชาตินิวซีแลนด์เร็วขึ้น

2. การันตีเรื่องผลตอบแทนที่จะได้กำไรกลับมาหลังการลงทุน

3. สิทธิพิเศษเฉพาะชาวสิงคโปร์และออสเตรเลียที่สามารถในการเลี่ยงการเสียภาษีที่ดินได้ แต่ชาวต่างชาติประเทศอื่นๆก็สามารถใช้สิทธิ์พิเศษนี้ได้เหมือนกันในกรณีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นๆต้องให้ผลประโยชน์ต่อนิวซีแลนด์ด้วยนั่นเอง

ข้อมูลจาก www.thailand-property.com

 

อันดับที่ 1 ไอซ์แลนด์

Goðafoss โดย Jesper Anhede ภาพจาก www.businessinsider.com

 

ในที่สุดก็อ่านมาจนถึงไอซ์แลนด์ ประเทศที่ถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ประเทศเล็กๆแห่งนี้ไม่มีกองกำลังทหารและยังมีจำนวนประชากรน้อยที่สุดในประเทศสมาชิก NATO อีกด้วย ราวๆ 365,000 คนเท่านั้น ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งที่น้อยมากๆ รวมไปถึงสถิติการก่ออาชญกรรมที่ต่ำมากๆ มีการกระตุ้นด้านการศึกษา ระบบสวัสดิการดีเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากนั้นแล้ว ไอซ์แลนด์ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดในด้านการงานและค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับความเป็นอยู่ของที่นี่ ด้วยเหตุนี้เอง 97% ของประชากรจึงถือว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงาน และแน่นอนว่าเศรษฐกิจที่นี่สามารถดำเนินไปได้อย่าคล่องตัว แม้ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ก็ตาม สาธารณสุขของที่นี้ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งก็แน่ละ เพราะประเทศนี้มีภูมิภาคเป็นเกาะเล็กๆที่สามารถควบคุมได้ไม่ยากบวกกับประชากรจำนวนน้อยมาก จึงไม่แปลกที่ไอซ์แลนด์จะกลายเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

 

การเมืองไอซ์แลนด์

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ความมั่นคงทางการเมืองไอซ์แลนด์ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์นั้น มีจุดเริ่มต้นจากรัฐบาลผสมของไอซ์แลนด์ซึ่งประกอบด้วย 3 พรรคการเมือง คือ Left-Green Movement Centre-Right IP และ Centrist PP โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ความเป็นรัฐสวัสดิการ (Welfare State) ของไอซ์แลนด์โดดเด่นนั่นคือด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่เพรียบพร้อมและได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล นี่จึงส่งผลให้แทบไม่มีเหตุก่อการณ์ร้ายหรืออาชญากรรมเลยจึงไม่แปลกที่ไอซ์แลนด์จะได้อันดับหนึ่งของประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลก แต่แล้วปีนี้ก็ทำให้เศรษฐกิจไอซ์แลนด์ย่ำแย่ลงอย่างมากโดยมีผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะรายได้หลักของประเทศนี้คือการท่องเที่ยวที่เคยสร้างผลประโยชน์มหาศาลหล่อเลี้ยงประเทศนี้มาตลอด ดังนั้นการโรงแรมและการท่องเที่ยวจึงซบเซาจนน่าใจหาย อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะฟื้นตัวในเร็วๆนี้อีกด้วยน่ะสิ แม้ในความจริงแล้วจะมีนักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปท่องเที่ยวมากแค่ไหนก็ยากที่จะเดินทางและอนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเช่นกัน เนื่องจากไอซ์แลนด์มีภูมิภาคเป็นเกาะที่มีประชากรทั้งหมดเพียงแค่สามแสนกว่าคน ทำให้การแพร่ระบาดนั้นสามารถแพร่ได้รวดเร็ว

 

ดินแดนสวรรค์ที่ถูกเสิร์ชเกี่ยวกับการมองหาที่พักอาศัยในแบบระยะยาวมากที่สุดบน GOOGLE

PRIVATE LUXURY VILLAS AND HOUSES IN ICELAND ภาพจาก inlux.is

 

เมื่อจินตนาการถึงภูเขาไฟที่ยังไม่มอด ทะเลสีเข้มที่มีหาดทรายสีดำสนิท สภาพอากาศที่หนาวเหน็บในโซนขั้วโลกเหนือ ท้องฟ้ากลางคืนที่สามารถมองเห็นแสงเหนือและดวงดาวสุกสกาวสว่างไสวอยู่บนท้องฟ้าคือมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติทั้งหลายให้เข้ามาลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาดหรือการปล่อยเช่าให้นักท่องเที่ยวก็น่าสนใจ เพราะการท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์เป็นความฝันของคนทั่วโลกที่อยากจะไปให้ได้สักครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ไอซ์แลนด์ยังยินดีต้อนรับนักลงทุนชาวต่างชาติให้มาลงทุนด้านอสังหาฯในดินแดนแสนสวยแห่งนี้ ซึ่งนักลงทุนที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นชาวอเมริกัน ชาวยุโรป และชาวจีนอีกนิดหน่อย พร้อมทั้งยอดขายที่อยู่อาศัยที่ขายดีมาตลอดไม่มีตกหลังจากที่ผ่านพ้นเศรษฐกิจที่เคยย่ำแย่ช่วงปี 2008-2011 มาแล้ว ซึ่งข้อดีของการซื้ออสังหาฯที่ไอซ์แลนด์นั้นจะทำให้ชาวต่างชาติมีสิทธิ์อยู่อาศัยนานกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ตามการขายอสังหาฯของที่นี่ใช้เศรษฐกิจและทำเลเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดมูลค่าอสังหาฯมากๆ ดังนั้นจึงควรเลือกลงทุนในแหล่งชุมชนที่มีจำนวนคนอยู่อาศัยร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆจะยิ่งดี เพื่อให้เป็นหลักประกันในการขายต่อและปล่อยเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เมืองที่น่าลงทุนที่สุด คือ Egilsstadir เพราะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดนั่นเอง อีกทั้งยังมีสนามบินนานาชาติ โรงพยาบาล สถานศึกษา และสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆเต็มไปหมด ส่งผลให้มูลค่าอสังหาฯพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

 

สุดท้ายนี้ หากมองในแง่มุมแบบ Shortcut สำหรับคนที่มีเงินพร้อมเพย์และอยากจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ถาวรที่ต่างประเทศ การลงทุนซื้ออสังหาฯในแบบที่ได้สิทธิ์ Residence & Citizenship (พำนักอาศัยและการได้รับสัญชาติ) ก็มีให้เห็นในหลายประเทศ ดังนี้

 

1. ฝรั่งเศส

Talent Passport คือ พาสปอร์ตสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติที่จะต้องลงทุนอย่างน้อย 50,000 EUR, ลงทุน 300,000 EUR นานกว่า 4 ปีในโครงการนั้นๆ และสร้างงาน/ จ้างชาวฝรั่งเศสเป็นลูกจ้างประจำ

สิทธิประโยชน์ ได้แก่ สิทธิเป็นสมาชิก EU/ Schengen (เดินทางได้ 26 ประเทศอย่างอิสระ) สิทธิได้รับการศึกษา อยู่อาศัย และทำงานสิทธิได้รับการศึกษาและรักษาพยาบาลฟรี สิทธิการได้รับการพิจารณาให้สัญชาติ และอื่นๆ

 

2. สิงค์โปร์

Global Investor Program คือ โครงการที่เอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนชาวต่างชาติ โดยมีเงื่อนไขให้ทั้งหมด 3 แผน ได้แก่ แผน A ลงทุนอย่างน้อย 5 ล้าน ดอลลาร์สิงค์โปร์ ในบริษัทใหม่ หรือ ในการขยายธุรกิจของธุรกิจเดิมในอุตสาหกรรมที่ได้รับการอนุมัติ หรือแผน B ลงทุนอย่างน้อย 5 ล้าน ดอลลาร์สิงค์โปร์ ในกองทุนที่ได้รับการอนุมัติที่ลงทุนในบริษัทที่ตั้งอยู่ในสิงค์โปร์ หรือแผน C ลงทุนอย่างน้อย 5 ล้าน ดอลลาร์สิงค์โปร์ ในธุรกิจแบบครอบครัวที่ตั้งอยู่ในสิงค์โปร์ โดยต้องมีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการอย่างน้อย 200 ล้าน ดอลลาร์สิงค์โปร์

 

สิทธิประโยชน์ ได้แก่ ผู้ลงทุนสามารถได้รับสิทธิ์การอยู่อาศัยแบบถาวรในสิงค์โปร์ โดยการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในสิงค์โปรหรือลงทุนในกองทุนที่ได้รับการอนุมัติ, คู่สมรส และ ผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองที่อายุน้อยกว่า 21 ปี สามารถเข้าร่วมรายการได้ และสามารถยื่นขอรับสิทธิ์พลเมืองหลังจากถือการอยู่อาศัยแบบถาวรอย่างน้อย 2 ปี

 

3. ไทย

Thailand Easy Access Membership และ Thailand Elite Membership คือ การให้สิทธิพิเศษแก่ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศระยะยาว โดยมีเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย ได้แก่ การชำระค่าธรรมเนียมสำหรับสมาชิก 500,000 บาท หรือ 15,625 ดอลลาร์สหรัฐ (รวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม)

Thailand Elite Membership (เริ่มปี 2021): ต้องชำระค่าธรรมเนียมสำหรับสมาชิกเริ่มต้นที่ 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำหรับระยะเวลา 5 ปี

สิทธิประโยชน์ ได้แก่ ส่วนลดพิเศษที่ร้านที่เข้าร่วมรายการเช่น ร้านสินค้าปลอดภาษี โรงแรม ภัตตาคาร และศูนย์การค้า ได้รับวีซ่าแบบต่ออายุได้ 5 ปีที่สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศได้อย่างง่ายดายและสามารถยืดระยะการอยู่เพิ่มเติมได้อีก 1 ปี และอื่นๆ

Thailand Elite Membership (เริ่มปี 2021): วีซ่าแบบต่ออายุได้ 5-20 ปีที่สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศได้อย่างง่ายดายและสามารถยืดระยะการอยู่เพิ่มเติมได้อีก 1 ปี และอื่นๆ

สามารถอ่านข้อมูลอย่างละเอียดได้ที่ www.harveylawcorporation.com/residence-citizenship-programmes/

 

แหล่งที่มา

denmark.dk

practiceguides.chambers.com

www.realestate.bnpparibas.com

luxury-vienna.com

propertylistings.ft.com

tradingeconomics.com

www.politico.eu

ecfr.eu

www.casasdobarlavento.com

www.newzealandnow.govt.nz

positiverealestate.co.nz

www.thailand-property.com

www.carsiceland.com

country.eiu.com

tradingeconomics.com

www.harveylawcorporation.com

www.bangkokbiznews.com

Pawida W.

นักเขียน Gen Y โลกสวยที่เชื่อว่า การออกแบบที่ดีจะทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ผังเมือง การเมือง สังคม หรือแม้แต่การออกแบบชีวิตของตัวเอง มีความคาดหวังที่จะได้ใช้โอกาสของการเป็นนักเขียนมาเขียนเล่าถึงการออกแบบที่ทันสมัยและการออกแบบของหมวดอสังหาฯ ให้เป็นประโยชน์ในวงกว้าง

เว็บไซต์

เมติเย่ร์ พระราม 9

ดอะ โพลิแทน อควา

นิว โนเบิล เซ็นเตอร์ บางนา

Nue Noble Centre Bangna (นิว โนเบิล เซ็นเตอร์ บางนา)...

21 March, 2021

โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ

โดดเด่นด้วยการเป็นคอนโดมิเนียมที่มีสูงที่สุดของถนนทอ...

1 March, 2021

เดอะ รีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61

สำหรับโครงการ The Reserve Sukhumvit 61 นั้น นิยามของ...

5 February, 2021

เดอะ พาร์คเลน สุขุมวิท-แบริ่ง

สำหรับใครที่คุ้นเคยกับการมองหาโครงการทาวน์โฮมในย่านถ...

28 January, 2021