เก็บตกบรรยากาศ PropTrip: Tokyo Mission เมื่อคนไทยสนใจซื้อคอนโดที่โตเกียวเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง

เกริก บุณยโยธิน 03 November, 2016 at 09.00 am

ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วกับงานอีเวนท์สำรวจคอนโดนอกประเทศ อย่าง PropTrip ครับ โดยที่แรกที่เราจัดก็เป็นประเทศที่คุ้นเคยกันสำหรับคนไทย อย่างประเทศญี่ปุ่นนั่นเองครับ ในการจัด PropTrip: Tokyo Mission ครั้งแรกนี้ เราจัดขึ้นโดยได้รับความอนุเคราะห์จากทางบริษัท Sumitomo Realty & Development Co., Ltd ที่ได้เอื้อเฟื้อเราและผู้ร่วมทริปทั้ง 23 ท่าน ในการพาทัวร์โครงการคอนโด และบ้านเดี่ยวรอบกรุงโตเกียว ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง เนื่องจากผู้ร่วมทริปของเราเกินครึ่ง ล้วนมีวัตถุประสงค์ในการมาเพื่อที่จะมองหาบ้านที่สองในกรุงโตเกียว บางคนต้องการซื้อให้ลูกที่กำลังเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อได้ยังไง เนื่องจากการขายคอนโดที่ญี่ปุ่นนั้นมี process ที่ค่อนข้างลึกลับ ซับซ้อนมาก บางทีก็เปิดขายเป็นช่วงๆ บางทีก็ไม่รับ walk in แถมกฎหมายก้ยังไม่อนุญาตให้สร้างสำนักงานขาย บริเวณ site ก่อสร้างอีก

20161025_163552

1477284291414

เรื่องที่เราประทับใจมากๆก็คือมีคอนโดถึง 3 แห่งที่เราไป ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งโดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นเองก็คงเห็นได้แค่โบรชัวร์ที่วางอยู่ที่รั้วก่อสร้างโครงการ แต่นี่ทาง Sumitomo Realty & Development Co., Ltd ใจดีกับเราถึงขนาดที่พาไปชมถึงบริเวณไซต์ก่อสร้าง และให้เจ้าหน้าที่ทีมขาย ขึ้นมาแนะนำโครงการโดยละเอียดบนรถ (ย้ำว่าโดยละเอียดมาก เพราะว่ามีทั้งพาชมบรรยากาศโดยรอบ รวมไปถึงอธิบายอัตราค่าเช่าเปรียบเทียบทั้งย่านได้อย่างที่ผมไม่เคยเจอพนักงานขายคอนโดในไทยคนไหน ทำได้อย่างนี้มาก่อน) และในบางที่ที่ต้องเข้าไปดู Model Room ก็ยังพบว่าวิธีการในการพรีเซนต์โครงการของพนักงานขาย ก็ค่อนข้างลงดีเทลมาก เพราะแยกเป็นห้องดูหนัง (ที่ญี่ปุ่น vdo presentation ต่อโครงการมีความยาวประมาณ 30 นาทีเลยทีเดียว) ห้องโชว์โมเดล ขนาดยักษ์ (ใหญ่กว่าเมืองไทยประมาณ 5 เท่า) ห้องแสดง material และสเปคของโครงการ รวมไปถึงห้องตัวอย่าง ที่จำลองออกมาได้แบบของจริงทุกอย่าง แม้กระทั่งวิวภายนอกยังเป็นวิวจริงจากชั้นจริง

20161025_103648


ก่อนจะเข้าเรื่องผมขอพูดถึงบริษัท Sumitomo Realty & Development Co., Ltd อีกสักหน่อยแล้วกัน คือในญี่ปุ่นเนี่ย ดีเวลลอปเปอร์ Top 3 ที่แข่งกันเป็นเจ้าตลาดอสังหาฯอยู่ก็มีแค่ 3 รายมานานแล้ว นอกจาก Sumitomo ก็จะมี Mitsui และ Mitsubishi โดยหากนับกันที่จำนวนโครงการที่เปิดตัวในแต่ละปี บริษัท Sumitomo ก็นับว่าเป็นที่หนึ่ง ในเชิงจำนวนโครงการ เอาแค่ในโตเกียว ทางบริษัทฯ ก็มีโครงการรวมทั้งหมด (ทั้งอาคารสำนักงาน, โรงแรม, Service Apartment และคอนโด) กว่า 200 โครงการเข้าไปแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่เราอยู่บนรถบัส เราก็ได้เห็นโลโก้ของ Sumitomo มาตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นโลโก้บนอาคาร และบนป้ายโฆษณา (จะว่าไปที่โตเกียวป้ายโฆษณา Billboard มีน้อยมากๆครับ และถ้ามีก็จะเป็นโลโก้ เบอร์โทร และคำอธิบายสั้นๆเท่านั้น) บางที่ไม่มีโลโก้บนอาคาร ทางคุณซูซากะซัง (Masashi Susaka: Director ของประเทศไทย) ก็ยังคอยบอก คอยชี้ให้เรารู้ว่านี่คืออาคารของ Sumitomo มาตลอดทาง

20161025_141422

บริษัท Sumitomo น่าจะเป็นดีเวลลอปเปอร์สัญชาติญี่ปุ่นเพียงรายเดียว ที่ริเริ่มในการนำเอาคอนโดในประเทศตัวเอง มาขาย outbound ครับ โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯมีสำนักงานสาขาอยู่นอกประเทศถึง 5 แห่ง ในกรุงเทพ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ไต้หวัน และสิงค์โปร์ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการตั้งสำนักงานสาขาในแต่ละประเทศก็เพื่อรองรับและบริการลูกค้าชาติต่างๆได้อย่างเต็มที่ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อนำมาวางแผน พัฒนาสินค้าในอนาคตอยู่เสมอเพื่อส่งมอบสินค้าที่ดีมีคุณภาพกลับคืนสู่ลูกค้าทุกคน หากเปรียบเทียบกับตัวแทนอสังหาฯรายอื่นๆ ทาง Sumitomo จะนำเสนอรูปแบบที่หลากหลายครบวงจรให้กับลูกค้ามากกว่า เพราะว่าเค้าเป็นทั้งผู้สร้างและผู้จัดจำหน่ายเอง จึงมีการดูแลครบทั้งขั้นตอนการเช่า และซื้อขายอย่างมืออาชีพ

allofficesumi

สำนักงานใหญ่ในย่านชินจูกุ อยู่ติดกับอาคาร Mitsui เลยครับ ฮา…

20161024_093210

Why Tokyo? ทำไมอสังหาฯในญี่ปุ่นถึงน่าสนใจ

 

ถ้าเอาเฉพาะในมุมมองผมเองเนี่ย ผมคิดว่ามีอยู่ 3 ประเด็นครับ โดยที่ผมจะพิจารณาในมุมมองของการซื้ออสังหาฯเพื่ออยู่เองเป็นบ้านหลังที่สอง มากกว่าการซื้อเพื่อลงทุนครับ เพราะว่ากันตรงๆแล้วคนญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้มองว่า การซื้ออสังหาฯนั้นเป็นรูปแบบการลงทุนที่ดีที่สุดแต่อย่างใด เนื่องจากประเทศนี้ต้องซื้อขายเปลี่ยนมือหลังโอนเท่านั้น ราคาอสังหาฯก็ไม่ได้พุ่งหวือหวาแบบมีนัยประหลาดๆเหมือนกับเมืองไทย และถึงแม้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีนิสัยชอบเช่าคอนโดอยู่มากกว่าการซื้อ (เรียกง่ายๆว่ายังไงก็มีดีมานท์เช่าตลอดเวลา) แต่ผลตอบแทนที่ได้รับแบบ Net Yield หลังหักค่าใช้จ่าย และภาษีก็ราวๆ 3% กว่าๆ อาจจะฟังดูไม่น่าพิศมัยสำหรับบรรดานักลงทุนเมืองไทยเท่าไหร่นักครับ

 

ประเด็นแรกที่ผมมองว่าน่าสนใจก็คือ 1. ประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ใกล้กับเรามากขึ้น (ในทางนามธรรม) เพราะตอนนี้ไม่ต้องใช้วีซ่า ถ้าไปเที่ยวระยะสั้น ค่าตั๋วเครื่องบินก็ถูกลงกว่าเดิมมาก คนเจนเนอเรชั่นใหม่ๆนิยมไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นกันมากขึ้น และการจับจ่ายซื้อของในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็มีการนำเสนอโดยใช้ภาษาไทยมากขึ้น ที่สำคัญค่าเงินเยนก็มีจังหวะที่น่าเข้าซื้อหลายๆช่วงในรอบปีที่ผ่านมา

20161024_130654

20161024_195505

ประการที่ 2 ก็คือการได้เป็นเจ้าภาพการจัดกีฬาโอลิมปิคที่โตเกียวในปี 2020 นั้นได้สร้างความตื่นตัว และแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อการพัฒนาโครงการ Mega Project หลายๆโครงการ ที่อยู่ในบริเวณ CBD และเขตเมืองใหม่ ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งผลพลอยได้จากการพัฒนาโครงการอสังหาฯ และระบบคมนาคมขนส่งต่างๆ ทำให้ดัชนีราคาอสังหาฯมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา หลังจากที่ซึมยาวไปตั้งแต่ปี 2540

cityterraceshinagawa

Chart ประกอบราคาอสังหาฯจากรายงานของ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism ประจำเดือนสิงหาคม 2016

residentialchartjapan

รวมไปจนถึงนายกคนปัจจุบันที่กลับเจ้ามารับตำแหน่งหมาดๆอย่างนายชินโซ อาเบะ นั้นมีมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยธนู 3 ดอก ดังที่หลายๆคนนิยมเรียกกันว่า “Abenomics” นี่เองครับ ซึ่งผลจากธนูดอกแรก ที่เราๆรู้จักกันในนาม QE หรือ Quantitative Easing ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่ามาก และเมื่อรวมกับธนูดอกที่สามอย่างการปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจระยะยาว (Structural Reform) ในข้อยกเว้นเรื่องการขอ visa สำหรับนักท่องเที่ยวจากอาเซียนนั้น ได้ทำให้เกิดผลดีอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครับ เพราะว่า demand จากคนต่างชาตินั้น จะถูกกระตุ้นด้วย impulse purchase ในด้านของค่าเงิน ที่ตอนนี้รู้สึกว่าคนไทยจะมีความสุขมากเมื่อไปเที่ยว + shopping ที่ ญี่ปุ่นครับ >> เค้าว่ากันว่าจากค่าเงินเยนที่อ่อนทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นนั้นปรับตัวลงมา ถูกกว่ามหานครนิวยอร์ค ปารีส ซานฟรานฯ หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทวีปอย่างสิงค์โปร์ หรือฮ่องกงครับ

 

นอกจากนี้การพัฒนาเศรษกิจพิเศษในโตเกียวที่เค้าเรียกกันว่า Tokyo Special Zone (SZ Project) ขึ้นมาในเขตท่องเที่ยวอย่าง Shinjuku, Shibuya, Tokyo station & Bay area และ Shinagawa นั้นก็ช่วยส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศได้เยอะ ได้แง่ของการผ่อนคลายทางด้านภาษี และการสนับสนุนเป็นพิเศษในเรื่องของงบประมาณการลงทุน รวมไปถึงการลงทุนปลีกย่อยจากธนูดอกที่สองอย่าง Fiscal Stimulus ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณไปลงทุนในด้านต่างๆอย่างเช่น Casino resort projects, New National stadium และสนามกีฬาใหม่อีก 11 แห่งที่สร้างขึ้นมารองรับกีฬาโอลิมปิค, แผนการสร้างถนนเชื่อมต่อ ระหว่างสนามบินนาริตะ และฮาเนดะ, การปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าโตเกียว รวมถึงส่วนต่อขยายรถไฟ JR สายยอดฮิตสำหรับการท่องเทียวอย่าง JR Yamanote Line และถนนวงแหวนรอบเมือง ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยกันสร้างแรงดึงดูดมหาศาลให้คนต่างชาติสนใจที่จะซื้อคอนโดในโตเกียวครับ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเมื่อโอลิมปิคมาถึง ราคามันก็คงจะพุ่งไปสะเทือนถึงดวงดาวเป็นแน่แท้

ccf11022016-09 ccf11022016-10 ccf11022016-11 ccf11022016-12 ccf11022016-13 ccf11022016-14

ประการที่สามก็คือ ตอนนี้ราคาคอนโดในกรุงเทพฯ มันเริ่มแพงมากจน บางทีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่อยู่ในเซกเมนท์ Luxury ขึ้นไป ชักไม่อยากจะซื้อคอนโดในกรุงเทพฯ เก็บไว้เป็นบ้านหลังที่สองแล้วครับ คอนโดใหม่ในย่านทองหล่อ พร้อมพงษ์ หรืออโศก ก็ล้วนแล้วแต่มีราคาขายต่อตรม.ในระดับสองแสนปลาย-สามแสนบาทขึ้นไปทั้งสิ้น ซึ่งจะว่าไปแล้วราคาในระดับตรม.ละสามแสน นี่สามารถซื้อคอนโดได้เกือบจะทุกย่านที่เราไปดูมาด้วยซ้ำ ยกเว้นย่าน Super Prime อย่าง 3 A คือ Akasaka, Aoyama และ Azabu ที่ถือเป็นย่านผู้ดีเก่า ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยมีราคาเฉลี่ยของคอนโดใหม่ในย่านนี้ที่ราวๆตรม.ละ 5 แสนบาทขึ้นไป

 

ยิ่งหากเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่ๆของโลก เช่น ฮ่องกง ลอนดอน นิวยอร์ค และสิงค์โปร์ จะเห็นได้ว่าราคาอสังหาฯในญี่ปุ่นต่ำกว่าฮ่องกงกว่าครึ่ง และตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาราคาอสังหาฯที่อยู่ในเซกเมนท์ Super Luxury ก็เริ่มมีการปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเงินจำนวน 100 ล้านเยน สามารถซื้อคอนโดระดับ Super Luxury ได้ถึง 60 ตารางเมตร เทียบกับสิงค์โปร์ซึ่งได้ 52 ตารางเมตร นิวยอร์คได้ 49 ตารางเมตร ลอนดอนได้ 34 ตารางเมตร และฮ่องกงได้ 31 ตารางเมตร

 

จำนวนคอนโด และบ้านเดี่ยวทั่วโตเกียวของ Sumitomo ที่มีอยู่ณ ปัจจุบัน จะเห็นว่ามีอยู่ 100 โครงการพอดีครับ

coversumifucondo

จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นเศรษฐีชาวไทย และชาวไต้หวัน หลายคนที่เป็นเจ้าของคอนโดในประเทศญี่ปุ่น โดยบางรายมีการซื้อห้องขนาดเล็กไว้ถึง 2 ห้อง ห้องนึงเอาไว้อยู่เอง และห้องนึงเอาไว้ปล่อยเช่า ซึ่งในแง่ของการปล่อยเช่านั้น ผมมองว่าประเทศนี้ปล่อยเช่าค่อนข้างง่าย และสะดวกกว่าเมืองไทยเยอะ เพราะผู้เช่ามักจะทำสัญญาเช่ายาว 2-3 ปี แถมไม่ต้องซื้อเฟอร์ฯมาให้ และหากใครอยากจะมองหาทางเลือกปล่อยเช่าระยะสั้นแบบ Airbnb ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากกว่าปีละ 3.5% ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศที่ดูจะมีท่าทีในการปรับตัวเข้าหาเทรนด์นี้ โดยทางการญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าหากโตเกียวยังคงมีข้อห้ามเกี่ยวกับการเข้าพักระยะสั้นก็อาจจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงปี 2020 ที่กรุงโตเกียวกำลังจะเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งกีฬาโอลิมปิค (ทางเค้าคาดการณ์ว่ายังไงช่วงนั้นธุรกิจโรงแรมจะเต็มจนล้นแน่นอน เพราะตอนนี้หลังจากมีนโยบายการผ่อนปรนวีซ่าก็ยิ่งทำให้ชาวต่างชาติทะลักเข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบเท่าตัว)

 

ซึ่งในตอนนี้ทางการญี่ปุ่นก็อนุมัติให้ปล่อยเช่าระยะสั้นได้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างกรุงโตเกียว ตามนโยบายธนูดอกที่สามของนายก อาเบะ โดยมีการกำหนดให้หน่วยงานอย่างกระทรวงสาธารณสุขมาเป็นเจ้าภาพในการจัดระเบียบ รวมถึงการจัดเก็บภาษี…จริงๆแล้วในญี่ปุ่นนี่ก็มีเวปไซต์แบบ short term rental เหมือนกันครับ ข้อดีของเวปที่เป็น native japan ก็คือทุกยูนิตที่มีการ Listing อยู่หน้าเวปไซต์จะถูกตรวจสอบกลั่นกรองให้ถูกต้องตามกฎหมายครับ เวปพวกนี้คนญี่ปุ่นก็มักจะเรียกกันว่ามินปากุ โดยเวปที่ค่อนข้างได้รับความนิยมก็จะมี https://stayjapan.com >> เดิมชื่อ Tomareru

mangaroom

จากเหตุผลของผม 3 ข้อดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งให้กับผู้ที่กำลังสนใจมองหาบ้านหลังที่สอง ที่ญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้ครับ ว่ายังไงซื้อไปก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่แน่นอน ถ้าคุณมีเงินพร้อมซื้อนะ เพราะที่นี่ไม่สามารถกู้แบงค์ไหนได้เลย ต้องจ่ายสดเท่านั้น ซึ่งผมมองว่าหากธนาคารไทยมีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และการจัดการความเสี่ยงที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ตลาดอสังหาฯญี่ปุ่นจะบูมมากในหมู่คนไทยอย่างแน่นอนครับ

 

ส่วนเหตุผลอื่นๆจากที่ผมสอบถามจากทีมงานญี่ปุ่นมาก็จะเป็นในเรื่องของ การที่โตเกียวเป็นมหานครขนาดใหญ่เป็นที่ตั้งของบริษัทระดับโลกหลายแห่ง มีร้านอาหารชั้นนำได้รับรางวัลมิชลินมากที่สุดในโลกถึง 226 ร้าน เป็นแหล่งรวมสถานศึกษาชั้นนำ มีการเดินทางที่สะดวกที่สุดในโลกจากการที่โตเกียวมีเครือข่ายสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 486 สถานีในระยะห่างกันไม่เกิน 10 กิโลเมตร และกว่า 200 สถานีในระยะห่างกันไม่เกิน 5 กิโลเมตร เป็นระบบการเดินทางที่ครอบคลุมทั่วถึงจนกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก

p1000391-2

เกริ่นมาซะยาว เอาเป็นว่าเราไปเริ่มดูที่แรกกันซะทีครับ เป็นโครงการ Deux Tours Canal & Spa ซึ่งเป็นอาคารสูง 2 อาคาร และมีส่วนของ Home Office เพื่อขายด้วยเช่นกัน ตั้งอยู่ในย่านเมืองใหม่เขต Harumi เดินเพียงแค่ 9 นาทีจากสถานี Kachidoki ใกล้ทั้งตลาดปลาซึคิจิปัจจุบัน และสถานที่ใหม่ของตลาดปลาซึคิจิคือบริเวณเขต Toyosu เลยครับ

deuxmap

dt1r

จุดเด่นของที่นี่คือวิวอ่าวโตเกียว ติดกับหมู่บ้านโอลิมปิคใหม่ ในตัวโครงการยังมี Supermarket เปิด 24 ชม Maruetsu และพื้นที่ Landscape ริมคลองขนาดใหญ่มาก เชื่อมต่อ 2 อาคารไว้ด้วยกัน โครงการมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 1,450 ยูนิต สูง 52 ชั้น มีขนาดห้อง 1-4 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 44.67 – 123.77 ตรม.

 

ที่นี่มีทั้งสำนักงานขายแยกออกมา และมีห้องตัวอย่างที่โครงการจริงครับ เราไปเริ่มที่สำนักงานขายก่อน เพื่อดูทั้ง Presentation และ Model ขนาดยักษ์ครับ

p1000273 p1000278 p1000281

ห้อง Theatre ซึ่งเราเห็นว่าตอนนี้ดีเวลลอปเปอร์ไทยเริ่มนำมาใช้ในการอธิบายหลายรายแล้ว แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยมีคนเห็นความสำคัญครับ ผมคิดว่าดีทีเดียวเพราะยังไงเซลล์ก็ไม่มีทางอธิบายได้ถูกครบถ้วน เหมือนแบบนี้ครับ

20161024_112834 20161024_115946

Model ใหญ่มาก

20161024_121619 20161024_121734

p1000286

ไปต่อกันที่โครงการจริงกันเลยครับอยู่ใกล้ๆกัน…คือที่ญี่ปุ่นเค้าจะไม่เน้นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่โต เหมือนบ้านเราน่ะครับ คอนโดทุกที่เป็นระบบจอดรถแบบ automatic บางที่ก็ไม่มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส อย่างมากก็มีแค่ล้อบบี้ ห้อง Sky Lounge และการจัด Landscape แบบเรียบง่ายมากกว่าครับ ในทางกลับกันที่นี่จะเน้นในเรื่องของ Function การอยู่อาศัยภายในห้อง และความปลอดภัยมากกว่า เพราะเค้ามองว่าพวกนี้คือมันจับต้องได้จริงตลอด 24 ชั่วโมงครับ

p1000292

ด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นถึง Function มาตรฐานของคอนโดครับ ดูแล้วใช้งานได้จริงทุกฟังก์ชั่น ไม่ได้เอาไว้เพื่อโม้สร้างภาพให้ดูภายนอกสวยงามใหญ่โต แต่ใช้ไม่ได้จริงครับ

 

แบ่งเป็นระบบโครงสร้าง เทคโนโลยีป้องกันแผ่นดินไหว ตัวล่าสุดที่มีชื่อว่า Seismic Iolation

ccf11022016-33

ระบบรักษาความปลอดภัย ที่ส่วนใหญ่จะเป็น single card access ด้วยระบบ RFID มี Interphone พร้อมกล้อง เพื่อดูความเคลื่อนไหวจากภายในยูนิต บันไดฉุกเฉินแบบบันไดลิงที่ระเบียง (ระเบียงห้องคอนโดที่ญี่ปุ่นแถมให้ฟรีครับ บางที่ระเบียงใหญ่กว่า 30 ตารางเมตรก็มี) รวมถึงระบบ Eco System ต่างๆ

ccf11022016-34

ที่ Deux Tours นี่ล้อบบี้ใหญ่สุดในบรรดาทุกโครงการแล้วครับ โดยสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งสองอาคาร และเดินลงไปยังพื้นที่ริมคลองได้

p1000345

มี Supermarket แบรนด์ใหญ่มาแรงอย่าง Maruetsu อยู่ภายในโครงการด้วยเช่นกัน

p1000348 p1000349

ต้องบอกว่า 100% ของคอนโดที่ญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีโถงทางเดินแบบ outdoor จะทำพื้นที่โถงทางเดินทุกชั้น เป็นมาตรฐานแบบเดียวกันหมดเหมือนกับโรงแรมก็คือปูพรม ติด wallpaper ไปจนถึงเพดาน มีการใช้ Lighting แบบ indirect มีระบบระบายอากาศแบบปรับความดัน มีพื้นที่ Foyer ลึกพอสมควร เพื่อสร้างความเป็น Privacy ให้กับยูนิตพักอาศัย มีห้องทิ้งขยะที่แยกห่างออกมาจากห้องพัก และเป็นระบบปรับความดัน (บางทีก็ทิ้งลงไปในลิฟท์ขยะเลย) ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่รู้สึกเลยว่านี่คือโถงทางเดินที่ไม่มีช่องแสงธรรมชาติ ไม่มีหน้าต่าง ในทางกลับกันผู้พักอาศัยก็ได้รับบรรยากาศที่ดูเหมือนกับอยู่ในโรงแรมหรูตลอดเวลา และมีอากาศถ่ายเทดีกว่าคอนโดเมืองไทยที่มีช่องแสงธรรมชาติด้วยซ้ำไป…ผมชอบมากครับ

20161024_124459 20161024_124508

บริเวณ Foyer หน้าประตูเข้าห้อง สร้าง Privacy ได้อย่างดีเยี่ยมครับ ส่วนประตูมาตรฐานของเค้าก็ใช้วัสดุกันไฟ เก็บเสียงอย่างดี วงกบประตูมีความยืดหยุ่นต่อการสั่นสะเทือนกรณีเกิดแผ่นดินไหว เป้นระบบล็อคสองชั้น และก็มีช่องใส่หนังสือพิมพ์ให้ด้วยครับ

20161024_124530

เรามาดูห้องขนาด 70.98 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่ระเบียง) กันครับ ขออธิบายแปลนสักนิดนึง ที่ญี่ปุ่นมักจะตัวย่อ เหล่านี้กำกับอยู่ในแปลน L,D,K,N,WIC,SIC ซึ่งมีความหมายดังนี้ครับ L = Living, D = Dining, K = Kitchen, N = Entrance Storage, WIC = Walk in closet และ SIC = Shoe in closet ครับ เป็นสัญลักษณ์มาตรฐานที่เค้าใช้กัน

 

ในแปลนนี้เราจะเห็นว่าเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องอาบน้ำ และ 1 ห้องขับถ่ายครับ ซึ่งการแบ่งห้องน้ำเป็นส่วนขับถ่ายและส่วนอาบน้ำนี้จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ไปได้เยอะเลย เอามาใช้กับส่วน Living และเก็บของจะดีกว่ามาก เราได้เห็นดีเวลลอปเปอร์หลายเจ้าในไทยทำกันแล้ว แต่ผมว่ามันยังเลียนแบบมาไม่สุดนะ เพราะห้องขับถ่ายของเค้านี่จัดเต็มมาก มีตู้เก็บของขนาดใหญ่ พร้อมอ่างล้างมือ ส่วนห้องอาบน้ำก็มีอ่างอาบน้ำ พร้อมระบบซาวน่า พร้อมตรวจจับ และฆ่าเชื้อราในห้องอาบน้ำอัตโนมัติมาให้ด้วย

 

และพื้นที่ระเบียงในห้องนี้ก้ปาเข้าไป 5.08 ตารางเมตรแหน่ะครับ ให้ใช้ฟรีๆไม่คิดเงิน แต่มีข้อแม้ว่าห้ามสร้างอะไรที่เกะกะพื้นที่เด็ดขาดครับ เพราะว่าหากเกิดอะไรขึ้น ก็จะต้องใช้ระเบียงนี้เป็นทางหนีไฟครับ

70ldknw

แน่นอนว่า signature อีกอย่างของคอนโดญี่ปุ่นก็คือ การเล่นระดับส่วนเก็บรองเท้า และวางร่ม ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าครับ ที่นี่จะเรียกว่า Porch area เห็นเมืองไทยบางโครงการก็มี แต่ก็ไม่ได้ลดระดับให้ แบบนี้มันก็ไม่ค่อย work เท่าไหร่นะ เอาของเค้ามาก็เองให้สุดสิ

p1000411-2

ครัวของที่นี่มีขนาดค่อนข้างกว้าง มีระบบมาตรฐานคือเตาแก๊ส (มีระบบแก๊สส่วนกลางติดตั้งให้ที่ระเบียง โดยเป็นระบบปิดแก๊สอัตโนมัติเพื่อป้องกันการลืม และแก๊สจะดับอัตโนมัติถ้าไม่มีภาชนะวางไว้) เตาอบที่สามารถปิ้งย่างได้ และอีกหนึ่งอย่างที่ไทยไม่มีก็คือระบบปั่นเศษอาหารก่อนปล่อยลงสู่บ่อน้ำทิ้งครับ ซึ่งหากจะใช้งานระบบนี้ก็แค่บิดขวาที่สะดือซิงค์ล้างจาน แค่นี้เองครับ

p1000308 p1000309 p1000310 p1000317 p1000318

ห้องนั่งเล่นค่อนข้างกว้างและลึก สามารถ Combine พื้นที่รวมกับห้องนอน 2 ได้ ซึ่งทางโครงการทำห้องนอน 2 เป็นห้องทำงานครับ อ้อ ที่นี่ไม่ได้ให้แอร์มาครับ ติดเอง แต่ถ้ามีคนเช่าก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นครับ เพราะผู้เช่าจะจัดหามาเอง

p1000307

p1000320

20161024_124710

ห้องที่นี่ได้วิวอ่าวโตเกียวซะเป็นส่วนใหญ่ครับ

p1000306

ไปดูห้องน้ำกันบ้าง ห้องอาบน้ำมีอ่าง พร้อมส่วน Rain Shower มีระบบซาวน่าบนเพดาน พร้อมตรวจจับเชื้อรา และใีฝาปิดเก็บรักษาอุณหภูมิเอาไว้ข้ามคืนได้ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมาเเช่น้ำอุ่นตอนเช้า หลังจากที่ได้อาบน้ำและแช่มาแล้วรอบนึงตอนกลางคืนครับ ใช้น้ำอย่างประหยัดจริงๆ…อ้อ เกือบลืม ห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปที่ดูดีมากครับ วัสดุกันเชื้อรา ง่ายต่อการทำความสะอาด ผิดสัมผัสดูเหมือน UPVC ที่มีลายหินอ่อน

p1000326

อ่าง size มาตรฐาน นอนเหยียดขาได้สบายมาก ใหญ่กว่าคอนโดในไทยบางแห่งที่มักจะเลือกใช้อ่างเล็ก โดยที่บอกว่าคนญี่ปุ่นชอบนั่งแช่อ่าง…

20161024_125008

ระบบซาวน่า พร้อมตรวจจับและฆ่าเชื้อรา

20161024_125012

มีฝาปิดเก็บรักษาอุณหภูมิของน้ำเอาไว้ใช้ครั้งต่อไป 20161024_125104

มีส่วนไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าด้วยครับ เกิดมีน้ำหกเลอะเทอะ ก็จะได้ไม่ไปเลอะบริเวณอื่น…น่าแปลกที่ในประเทศไทย มักจะเอาเครื่องซักผ้าไปยัดไว้ใต้ครัว และส่วนใหญ่พื้นครัวก็เป็นลามิเนตอีก

20161024_124931

อันนี้ห้องขับถ่าย เป็นระบบ auto washlet มาตรฐาน มีอ่างล้างมือขนาดเล็กพร้อมตู้เก็บของให้

p1000330

ออกไปดูหน้าตาระเบียงกันบ้างครับ พื้นปูระแนงไม้สังเคราะห์ให้ มีติดตั้งระบบแก๊ส และก็มีบันไดหนีไฟ แบบเปิดช่องเป็นบันไดลิงลงชั้นล่างได้ครับ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนแอบเปิด เพราะถ้าเปิดก็จะมีสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังทั้งตึกครับ

20161024_125210 20161024_125215 20161024_125338

เดินเข้ามาห้องนอนอีกรอบ ห้องนี้ได้เป็น WIC ซึ่งทำเป็นห้อง และคนเข้าไปอยู่ได้เลยครับ ไม่ใช่กั้นแค่ตู้เสื้อผ้าขึ้นมา

p1000327 p1000328 p1000329

ออกจากห้องขึ้นไปดูพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนสุดกันบ้างครับ ที่โครงการ Deux Tours นี้มีพื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก เพราะมีทั้ง ฟิตเนส สตีม & สปา ห้องเด็กเล่น และ Sky Lounge แต่เราขึ้นไปได้แค่ Sky Lounge ครับ เพราะส่วนอื่นมีคนใช้งานอยู่ สำหรับพื้นที่ Sky Lounge บนชั้นบนสุด มีวิวที่สวยมาก และก็ยังมีบริการ Counter Bar ที่มีทั้งอาหาร และเครื่องดื่มไว้บริการ ในแต่ละช่วงเวลาด้วยเช่นกันครับ

 

ที่เห็นโล่งๆคือพื้นที่ที่กำลังจะก่อสร้างเป็นหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิค ส่วนปล่องนั้นเป็นเตาเผาขยะเพื่อนำมาถมทะเลอีกทีครับ

p1000332 p1000333 p1000334 p1000337 p1000343

ลงมาดูที่พื้นที่ริมคลองด้านล่างกันบ้างครับ เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับส่วนด้านหน้าโครงการ และล้อบบี้ ซึ่งวันที่เรามาดูมีผู้พักอาศัยหลายคนเข้ามานั่งเล่นบริเวณนี้ รวมถึงพาน้องหมามาเดินเล่นด้วย เพราะคอนโดที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเลี้ยงสัตว์เล็กได้ 2 ตัว ต่อยูนิตครับ

landscapedt1 landscapedt2

20161024_131739

สำหรับราคาขายของ Deux Tours ถือว่าไม่สูงมาก โดยห้องที่มีขนาดเล็กสุดเหลือขายตอนนี้มีราคา 64.80 ล้านเยน เป็นห้องขนาด 55.77 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) บนชั้น 9 ครับ

55ldknw

และยังมีห้องแบบ SOHO unit (Home Office) ที่มีราคาขายอยู่ 48 ล้านเยน บนชั้น 50 มีขนาด 33.24 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) ชนิดที่เห็นแล้วผมอยากจะย้ายออฟฟิศมาที่นี่ซะเดี๋ยวนี้เลยทีเดียวเชียว

 

ภาพประกอบจาก http://www.sumitomo-rd-mansionblog.jp/harumi/

su1hxzy1mjdfmaiy su1hxzy1mzam_g su1hxzy1mzen_w su1hxzy1mzysbq

ที่ที่ 2 ที่เราไปดูกันเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ชื่อว่า City House Higashi Azubu ครับ ซึ่งเป็นทำเล 3 A Prime Areas ในโตเกียว ซึ่งคุณคอนโดแมนเคยเขียนถึงไปแล้ว City House Higashi Azabu: Premium compact residences พร้อม legendary view บนหนึ่งในทำเลที่ดีที่สุดของโตเกียว

 

โครงการอยู่ห่างเพียง 310 เมตร จากสถานีอาคาบาเนะบาชิ ( akabane bashi , 赤羽橋駅 ) บนเส้น Toei oedo line ใช้เวลาเดินทาง 3 นาทีถึงรปปงงิ และ 13 นาทีถึงชินจูกุ  อีกทั้งยังมีทางเลือกเดินทางด้วย Tokyo metro ebisu line ที่สถานีคามิยะโชว (Kamiyacho ,神谷町駅) ซึ่งหากจากคอนโดเพียง 630เมตร

S4_0

d2_000

เนื่องจากกม.ญี่ปุ่นนั้นห้ามก่อสร้างสำนักงานขาย บนพื้นที่โครงการที่กำลังก่อสร้าง ดังนั้นที่นี่เราเลยได้ดูทั้งสภาพหน้าโครงการ และห้องตัวอย่างที่ตั้งอยู่อีกที่นึง ควบไปเลยครับ

p1000358 p1000359

ตอนนี้โครงการเปิดขายยูนิตที่อยู่ด้านหลังก่อน โดยจะเก็บห้องด้านหน้าที่เห็นวิวโตเกียวทาวเวอร์เอาไว้ขายตอนหลังครับ

p1000360 p1000361

ห้องตัวอย่างที่นี่ ทุกคนในทริปชอบมาก ถึงแม้ว่าจะมีราคาต่อตรม.ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นทำเลที่ดีที่สุดของเค้า แต่มีขนาดห้องเริ่มต้นเล็กที่สุด เพียงแค่ 25.38 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่ระเบียง) ขายในราคา 33.80 ล้านเยน สำหรับห้องบนชั้นสาม หรือคิดเป็นเงินไทยก็เพียงแค่ 11.44 ล้านบาท ตกตรม.ละแค่ 450K เท่านั้น!!!!!

lo_1020

ที่สำคัญคือออกแบบ space ที่สามารถกั้นเป็น 2 เตียงนอนได้อีกแหน่ะ!!

p1000546 p1000547 p1000548 p1000549

ชุดชักโครกเป็นแบรนด์ Lixil ซึ่งเป็นแบรนด์สุขภัณฑ์ไฮเอนด์ของญี่ปุ่นเค้า ซีรีย์นี้มีอ่างล้างมืออัตโนมัติบนชักโครกด้วยแฮะ เจ๋งดี

p1000550 p1000551

ห้องเล็กแค่ไหน มาตรฐานห้องน้ำเค้าก็เป็นแบบนี้ตลอดครับ เป็นห้องน้ำสำเร็จรูป Fully Equipped พร้อมอ่างอาบน้ำ

p1000552 p1000553

คือจ่ายเงินไม่ถึง 12 ล้านได้อยู่ในย่าน Azabu ให้คนทั้งญี่ปุ่นอิจฉาเนี่ย มันให้ feeling และความภาคภูมิใจมากกว่าอยู่ในย่าน อโศก หรือเพลินจิตอีกครับ…ความเห็นส่วนตัว อย่าว่ากันนะ

 

ที่ต่อไปก็กำลังสร้างเช่นกัน ชื่อว่า City House Yotsuya Tsunokamizaka อยู่ในทำเลกลางเมืองที่แทบจะไม่มีโครงการใหม่สร้างได้อีก แล้ว อย่าง Yotsuya ซึ่งก็เป็นอีกย่านเก่าแก่ของโตเกียวตั้งแต่สมัยเอโดะ สามารถเดินทางไปย่านชินจูกุ กินซ่า หรือ สถานีโตเกียว ได้สะดวกมาก แถมย่านนี้ยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Local ที่อร่อย และมีราคาไม่แพง หลายร้าน

 

หน้าตาตึกดูทันสมัย แปลกตา

yotsuya1

ตอนนี้โครงการยังไม่เปิดขายนะครับ จะเปิดขายครั้งแรกเดือนพย.นี้ซึ่งต้องจับสลากเอา เพราะมีคนยื่นใบจองมาเยอะมากมาย

yotsuya2

ทำเลนี้นอกจากจะใกล้ชินจูกุ และ Akasaka แล้ว ยังอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 33 เมตร และยังใกล้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ถึง 3 แห่งรวมถึงวังของเจ้าชายญี่ปุ่นอย่าง วัง Akasaka ด้วยครับ

yotsuya3 yotsuya4 yotsuya5

อย่างที่บอกมีร้านอาหารรสเลิศ ราคาไม่แพงอื้อซ่าเลย

yotsuya6

บริเวณรอบๆโครงการ

p1000374

ที่ญี่ปุ่นเวลาขายกระดาษ เค้ามักจะแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงอัตราค่าเช่าของโครงการใน segment เดียวกันครับ ว่าได้ค่าเช่าเท่าไหร่ ในขณะที่ capital gain จะเป็นเรื่องรองลงมา สื่อให้เห็นว่าดีมานท์ เช่า ทั้งซื้อมาปล่อยเช่า และผู้เช่า มีความสำคัญมากต่อการตัดสินใจซื้อครับ

20161024_145237 20161024_145349

สำหรับราคาขายของ Yotsuya Tsunokamizaka ซึ่งอยู่ใกล้ทั้งสถานี Yotsuya 3 chome – ใต้ดินสาย Marunouchi (5mins) และสถานี Yotsuya-JR Yamanote (8 mins) อยู่ที่ 50.80 ล้านเยน (ประมาณ 17 ล้านบาท) สำหรับห้องขนาด 40.06 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) บนชั้น 5 ซึ่งต้องจับสลากหาผู้โชคดีที่มีสิทธิ์ซื้อครับ…

 

โครงการต่อไปเป็นโครงการพร้อมอยู่สร้างเสร็จมาได้สักพักแล้ว มีชื่อว่า Sky Forest Residence Tower & Suite ครับ ที่ตั้งชื่อแบบนี้ก็เพราะว่าทั้งโครงการมีอยู่ 2 อาคาร อาคารแรกเป็นอาคารสำนักงาน และชั้นบนจะเป็น service apartment แหน่ะ โมเดลนี้เจ๋งดีครับ ปล่อยเช่าคนในตึกเลย ส่วนอีกอาคารก็จะเป็นคอนโดครับ ส่วนของคอนโดมีทั้งหมด 26 ชั้น จำนวน 361 ยูนิต มีขนาดตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน

 

จุดขายของโครงการนี้คือมันใกล้มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง เกรดเดียวกับไอวีลีก อย่าง มหาวิทยาลัยวาเซดะ ในย่านชินจูกุมากครับ ดังนั้นตลอดทางที่เข้ามาเราจึงเห็นนักศึกษาเดินกันหลุกพล่านเลยล่ะครับ

 

ตึกซ้ายคืออาคารสำนักงานพร้อม service apartment ส่วนตึกขวาคือคอนโดครับ

20161024_153602

ชื่อก็บอกแล้วว่า Sky Forest ดังนั้นเราจึงได้เห็นต้นไม้ อยู่บริเวณโครงการเยอะมากครับ

p1000379-2 p1000381-2 p1000413-2 p1000414-2 p1000415-2

p1000384-2

ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าหลายสาย และสามารถเดินไปย่านชินจูกุได้โดยง่าย

skyforest2 skyforest4

ที่นี่มีห้อง Guest Room อยู่ชั้นล่างด้วยครับ เอาไว้ให้แขกที่มาเยี่ยมพักได้ โดยจะคิดค่าบริการต่อครั้ง ไอเดียนี้ดีแฮะ

20161024_153937 20161024_153943

ที่นี่ก็เป็น single loaded corridor เช่นเดียวกัน

skyforest5

ห้องที่เราไปดูจะเป็น 1 ห้องนอน ขนาด 42.53 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) ซึ่งเป็นห้องหน้ากว้าง 7.1 เมตร โดยมีพื้นที่ห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อกับห้องนอน ที่สามารถเลือกได้ว่าจะเปิดโล่ง หรือปิดเพื่อเป็นพื้นที่ห้องนอนได้

skyforest6

p1000393-2 p1000394-2 p1000395-2 p1000396-2 p1000402-2 p1000403-2 p1000409-2

ห้องนอนและห้องนั่งเล่น ติดระเบียงทั้งคู่

p1000399-2 p1000400-2 p1000405-2

p1000410-2

ห้องน้ำมาตรฐานเดียวกันเป๊ะ ทุกโครงการ เพราะออกมาจากโรงงานเดียวกัน

p1000397-2 p1000406-2 p1000407-2

ไปดูวิวจากชั้นส่วนกลางกันบ้างครับ

p1000385-2 p1000389-2 p1000390-2

เห็นอาคารชินจูกุ Cocoon ด้วยแฮะ

p1000391-2

ราคาของ Sky Forest Residence เดินทาง 6 นาทีจากสถานี Takadanobaba-JR Yamanote เริ่มต้นที่ 59.80 ล้านเยน สำหรับห้องขนาด 41.86 ตรม. (ไม่รวมระเบียง) ที่ชั้น 4 ครับ…แต่ความเห็นส่วนตัวของผม ที่นี่มันดูค่อนข้างแห้งแล้งไปหน่อย และ Super market ด้านล่างอาคารสำนักงานก็ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

โครงการต่อมาก็เป็นโครงการที่กำลังสร้างในทำเล Otsuka ซึ่งเป็นทำเลที่ใกล้กับ Ikebukoro มาก แต่กลับมีความเป็น residential area สูงมากจริงๆ กล่าวคือไม่มีห้างหรืออาคารสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่แถวนี้เลย แต่ว่าเต็มไปด้วยคอนโด โรงแรมขนาดเล็ก และ super market รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร ขนาดเล็กมากมาย ที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับ JR สาย Yamanote สถานี Otsuka มากๆครับ

20161025_105520 20161025_110011

สถานี Otsuka เป็นสถานีเล็กๆ มีทางออกแค่สองทาง แต่ก็มีห้างเล็กๆชื่อว่า Atre อยู่

20161025_110658 20161025_110708

โครงการนี้มีพนักงานขาย มาพรีเซนต์กันถึงบนรถบัสเลยทีเดียว มี service mind สุดๆ

20161025_103629 20161025_103648 20161025_103817 20161025_105402 20161025_105416

ช่วงที่เราไปใกล้วันฮาโลวีน ทางหน้าโครงการเลยมี Gimmick จัด display รับฮาโลวีนเล็กๆด้วยครับ

20161025_105438

ที่นี่จะเป็นห้องขนาดใหญ่ครับ

20161025_104259 20161025_104439

ตัวเลขที่เห็นเป็นประมาณการณ์ราคาค่าเช่าครับ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นว่ามีประมาณให้ทุกยูนิตเลย แบบนี้ดีครับ กำหนดราคาเองได้

20161025_104618

Otsuka Station Court เป็นโครงการที่จะเปิดขายในเดือนพย.นี้ โดยต้องจับสลากเอาอีกแล้ว เพราะมีคนสนใจเยอะมาก อีกทั้งยูนิตก็มีค่อนข้างน้อย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 54.90 ล้านเยน สำหรับห้องขนาด 54.90 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) บนชั้น 8

 

สำหรับโครงการต่อไปขอเปลี่ยนบรรยากาศมาดูบ้านเดี่ยวกันบ้างครับ แต่ที่นี่รูปแบบการนำเสนอขายบ้านเดี่ยวค่อนข้างแตกต่างจากในเมืองไทยมาก กล่าวคือที่ญี่ปุ่นโครงการบ้านเดี่ยวมักจะมีขนาดโครงการที่เล็ก บางโครงการมีไม่ถึง 10 หลัง บางโครงการลูกค้าก็เลือกที่จะซื้อแค่ที่ดิน และเอาไปปลูกบ้านเอง ดังนั้นเค้าเลยไม่ทำบ้านตัวอย่างที่โครงการกันเพื่อให้เสียเวลา กับเปลืองพื้นที่ครับ…โดยการขายบ้านเดี่ยว ดีเวลลอปเปอร์ ชั้นนำส่วนใหญ่ก็จะไปเช่าสถานที่ สำหรับสร้างบ้านตัวอย่างเอาครับ เรียกได้ว่าเป็น Compound บ้านตัวอย่าง ที่อยู่ในบริเวณกลางเมืองสุด Prime อย่างย่าน Aoyama เลยทีเดียว…เวลาที่เราเข้ามาใน Compound Model House ที่นี่ เราก็จะได้เห็นบ้านตัวอย่าง จากแทบจะทุกดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำเลยครับ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ไอเดียครบ ตัดสินใจเลือกซื้อได้เลย ไม่ต้องไปตระเวณดูหลายๆที่ครับ

20161025_134743

คือจากป้ายนี่มีหลายสิบหลังมากครับ และแต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดขายที่แตกต่างกันออกไป

20161025_133407

ก่อนจะแวะเข้าไปดูบ้านเดี่ยว ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Sumitomo ที่มีชื่อว่า J Urban ผมขอพาดูรอบๆก่อนดีกว่าว่ามีของเจ้าไหนบ้างครับ

 

เริ่มจากเจ้าดังอย่าง Sekisui House ที่คนไทยเรารู้จักกันดีจากความร่วมมือในการสร้างบ้านกับ SCG ภายใต้แบรนด์ SCG Heim และล่าสุดก็ได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาโครงการแนวราบกับ Siamese Asset

20161025_131342 20161025_133836

20161025_134244

หลังนี้ของ Mitsui Fudosan

20161025_131204

20161025_131242

หลังนี้ของเจ้าไหนไม่รู้อ่านไม่ออก รู้แต่ช้างน่ารักดี

20161025_131302

20161025_131224

หลังนี้ของ Mitsubishi Jisho Sekkei

20161025_131323 20161025_131332

หลังนี้ก็เป็นของ Sekisui แต่อันนี้ออกแบบให้ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟ

20161025_133851

20161025_134002

20161025_133904

หลังนี้เป็นของ Panahome ที่เพิ่งบุกเดี่ยวตลาดไทยไปเมื่อไม่นานมานี้

20161025_133912

20161025_133921

และอื่นๆอีกมากมาย

20161025_131306 20161025_133538 20161025_133635 20161025_133655 20161025_133716 20161025_134743 20161025_134752

มาดูของดีจาก Sumitomo กันบ้างครับ หลังนี้ราคาค่าก่อสร้าง ไม่รวมค่าที่ดินประมาณ 30 ล้านบาท เป็นบ้านขนาด 2 ชั้นครึ่ง สไตล์ Modern มีจุดเด่นที่พื้นที่ออนเซ็น แบบกลางแจ้งบริเวณชั้นล่าง และพื้นที่ Atrium กลางบ้านเปิดโล่ง ไว้ปลูกต้นไม้ และให้แสงส่องถึงทั่วบ้านครับ…จะเห็นว่าซีรีส์ J Urban นี้ได้รับรางวัล Good Design Award ในปี 2003 และ 2006 ด้วยครับ

p1000514-2 p1000536-2

หน้าตาดูทันสมัยมากที่สุดใน Compound Tokyo Home Collections แล้วครับ

p1000534-2 p1000535-2

เข้ามาก็เจอห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ พร้อมส่วน Atrium ซึ่งผมหาทางออกไปที่สวนไม่เจอ

p1000494-2 p1000499-2 p1000500-2 p1000530-2

20161025_131427 20161025_131626

ครัวใหญ่มาก จัดปาร์ตี้ได้สบาย

20161025_131945

p1000496-2 p1000497-2 p1000503-2 p1000504-2

ชั้นล่างมีส่วนของบ่อออนเซ็น

20161025_131804 20161025_131908 20161025_131913

ชั้นสองเป็นห้องนอนใหญ่และพื้นที่ outdoor โดยมีช่อง Atrium อยู่ตรงกลาง

p1000505-2 p1000506-2 p1000508-2 p1000509-2 p1000515-2 p1000518-2

ขึ้นไปชั้นดาดฟ้า มีที่นั่งชมท้องฟ้า Sky Deck และไว้ตากผ้าได้ครับ

p1000521-2 p1000522-2 p1000523-2

ที่ Aoyama Model House นี้เราสามารถเข้าไปเดินชมได้ทุกโครงการเลยครับ จากที่สอบถามดูเหมือนกับวัตถุประสงค์ของคนญี่ปุ่นที่อยากมีบ้านก็มักจะไปซื้อที่ดินแถวชานเมือง ที่มีราคาถูกหน่อย และปลูกบ้านเอง ตามแบบที่ตัวเองชอบครับ

 

มาถึงอีกที่นึงเป็นคอนโด High Rise เพียงแค่โครงการเดียวในย่าน Ikebukuro ซึ่งทาง Sumitomo ย้ำนัก ย้ำหนาว่าถึงแม้ว่าทำเลนี้จะไม่ Prime ในสายตาคนญี่ปุ่น แต่เป็นย่านท่องเที่ยวที่คนไทยคุ้นเคยมาก และที่นี่เป็นคอนโด High Rise แห่งเดียว และแห่งสุดท้ายที่จะสร้างได้ในทำเลนี้ ไปดูโครงการ The Grand Millenia กันเลยครับ

 

The Grand Millenia Tower & Suite เป็นอาคารสูง 31 ชั้น มีจำนวนทั้งหมด 411 ยูนิต ซึ่งตอนนี้ขายไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ชั้นล่างๆ ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 6 นาที จากสถานี JR Ikebukuro ซึ่งเป็นย่านการค้าที่กำลังจะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคตครับ ที่สำคัญคือย่านนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 31 เมตรครับ

gml1 gml3

ย่าน Ikebukuro เป็นย่านที่มีคนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน โดยฝั่งตรงข้ามโครงการก็ยังเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำ ของโตเกียวอีก แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าโครงการ The Grand Millenia Tower & Suite จะมอบความเป็น Private space ได้อย่างเหลือเชื่อ ราวกับเดินเข้าไปในพื้นที่สถานฑูตยังไง ยังงั้นเลย

p1000434 p1000436 p1000438

จะเห็นว่าทางเข้าดูแน่นหนามาก และระยะห่างจากรั้วถึงตัวโครงการก็ราวๆ 50 เมตร

20161025_112004 20161025_112155

ล้อบบี้โครงการ ใช้ระบบผ่านเข้าออกแบบ RFID คนจะมาส่งของก็ต้องรอด้านนอกล้อบบี้ครับ

public_grh00 public_grh01 public_grh02

p1000440 p1000442 p1000443 p1000446

ห้องที่ไปดูเป็นขนาด 54.84 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง) เป็นห้อง 2 ห้องนอน ที่โครงการจัดห้องนอนฝั่งติดห้อง Living เป็นห้องทำงานครับ

lo_1010

ที่นี่ก็เป็น Single Corridor และห้องแต่ละห้องจะได้กระจกสูงจากพื้นจรดฝ้า โดยมีความสูงประมาณ 2.6 เมตร

gml5

p1000462 p1000474

ห้องเอนกประสงค์ ถูกกั้นด้วยบานเลื่อนสามตอน

20161025_121450 20161025_121454

p1000459 p1000460

ห้องนอนที่ 2 มีระเบียงในตัว

p1000451 p1000452

ให้ดูระเบียงพร้อมกับบันไดหนีไฟชัดๆ

20161025_120758 20161025_120801 20161025_120819

img_09

ย่านนี้ดีงามมากครับ มีสีสันไม่แพ้ย่านชินจูกุ หรือชิบุย่าเลย

p1000447 p1000448 p1000449 p1000450

โครงการ The Grand Millennia มีราคาขายสำหรับห้องขนาด 56.13 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่ระะเบียง) บนชั้น 4 ที่ 67.80 ล้านเยน

 

ปิดท้ายด้วยลานจอดจักรยาน และโถงทางเดินสวยๆ

20161025_115920 20161025_120144

มาที่สุดท้ายแล้ว เราไปดูสองโครงการคอนโดในพื้นที่เดียวกันที่ตั้งอยู่ในย่าน Shinagawa กันครับ นั่นคือ City Terrace Shinagawa East ที่เป็นโครงการพร้อมอยู่ และ Shinagawa East City Tower ที่เป็นตึกสูงครับ สองโครงการนี้อยู่ริมน้ำทั้งหมด

 

ที่ City Terrace Shinagawa East มีโถงทางเดินแบบ Outdoor ครับ ดังนั้นจึงไม่มีการปูพรมหรือติด wallpapaer แต่เป็นการปูกระเบื้องแทนครับ โดยยูนิตของที่นี่ทุกยูนิตจะหันระเบียงออกหน้าน้ำทั้งหมด เป็นห้องขนาด 3 ห้องนอน และห้องนอนเล็กจะอยู่ทางฝั่งโถงทางเดินครับ…ทีเด็ดอยู่ที่มีพื้นที่ทางเดินริมน้ำที่ยาวมาก ยิ่งสร้างโครงการ East City Tower เสร็จก็ยิ่งยาวเข้าไปใหญ่ และในยูนิตเองก็ได้ระเบียงที่ใหญ่สุดๆ ชนิดที่ว่าอยู่แค่ชั้น 2 ก็ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติคได้ครับ

design_img3 feature_img0 home_img1 home_img2 location_img0

ยูนิตแปลนขนาด 67.02 ตารางเมตร ไม่รวมระเบียงที่ผมว่ามีขนาดเกือบ 20 ตารางเมตรครับ

lo_1040

ภายนอกอาคาร จะเห็นว่าโถงทางเดินเป็นแบบ Outdoor

p1000586

20161025_161814 20161025_161819

p1000593

ล้อบบี้ค่อนข้างกว้างขวาง และเดินออกไปบริเวณริมน้ำได้

p1000583 p1000585 p1000587 p1000588 p1000589

ภายในห้องจะเห็นว่าห้องนอนเล็กมีหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ และให้แสงส่องผ่านจากบริเวณโถงทางเดินครับ

p1000595 p1000596 p1000601 p1000602 p1000607

ระเบียงที่ชิลที่สุดในบรรดาทุกโครงการ

p1000603 p1000604

สำหรับราคาของโครงการนี้ อยู่ที่ 68.80 ล้านเยน สำหรับห้องขนาด 67.02 ตารางเมตร แบบห้องตัวอย่างบนชั้น 5 ครับ

 

โครงการสุดท้าย ท้ายสุดคือ Shinagawa East City Tower ซึ่งยังไม่เปิดขาย แต่เปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้วที่อาคารสำนักงานของ Sumitomo มีราคาเริ่มต้นสำหรับห้อง 1 ห้องนอน 40 ตารางเมตร ประมาณ 40+ ล้านเยน ซึ่งเป็นราคาที่พอๆกับตึกแรกครับ

p1000558 p1000562 p1000563

ห้องตัวอย่างเป็นขนาด 70.18 ตารางเมตร

20161025_155213

มีจุดเด่นที่ระเบียงตัว L เชื่อมต่อทุกห้องในยูนิตนี้ครับ คล้ายๆกับห้องหน้าน้ำของ The Politan Rive แต่ระเบียงมีขนาดใหญ่กว่ามากมาย ราวๆ 25.36 ตารางเมตร

p1000565 p1000578 p1000577 p1000576 p1000574 p1000571 p1000569 p1000567

จบแล้วครับ สำหรับการพาชมคอนโดชั้นนำจาก Sumitimo รอบกรุงโตเกียวในครั้งนี้ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ http://sumitomo-rd.in.th/en/หรือโทร 02 -612 -7336 มีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการทุกคำปรึกษาเกี่ยวกับการซื้อขายคอนโดของ Sumitomo ครับ สิ่งนึงที่จำเป็นมากก็คือการซื้อคอนโดที่ญี่ปุ่นเราไม่สามารถทำการซื้อขายเองได้ง่ายๆครับ เพราะมีเอกสารที่เกี่ยวข้อง และระบบภาษีที่เยอะมากมาย ทุกขั้นตอนตั้งแต่ การได้รับ การถือครอง การปล่อยเช่า ไปจนถึงการขายต่อเลยครับ ดังนั้นใช้บริการของ Sumitomo นี่ล่ะครับเป็นคำตอบที่ Work ที่สุด

ccf11022016-36 ccf11022016-37 ccf11022016-38

สำหรับการจัดอีเว้นท์ PropTrip คราวหน้าจะเป็นที่ไหน จะเป็นที่ญี่ปุ่นอีกหรือไม่ ต้องคอยติดตามกันต่อไปครับ ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัท Sumitomo Realty & Development และผู้ร่วมทริปทั้ง 23 ท่านอีกครั้งครับ…พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ