เอสซีฯ ครึ่งปีแรกโดดเด่น รายได้-ยอดขาย-กำไรเติบโต มั่นใจรายได้ทั้งปีทะลุเป้า 13,900 ลบ.

ตามแผนธุรกิจปี 2558 ที่จะเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้เปิดโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่รวม 2 โครงการ มูลค่าโครงการ 7,000 ล้านบาท คือ คฤหาสน์หรูชั้นนำ โครงการ กรานาดา ปิ่นเกล้า-เพชรเกษม กับคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ ชัวรี่ โครงการ SALADAENG ONE พร้อมกับในช่วงครึ่งปีหลังที่เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,800 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 4,800 ล้านบาท
นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า "ในไตรมาส 3/58 นี้ SC ได้เปิดโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นที่พัฒนารูปแบบดีไซน์ใหม่ล่าสุด พร้อมกัน 3 โครงการ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ SC จะรุกเข้าตลาดใหม่ที่บ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาท ในแบรนด์ใหม่ล่าสุดชื่อ PAVE (เพฟ) ซึ่งตลาดบ้านเดี่ยวระดับราคา 3-5 ล้านบาทนั้น มีความน่าสนใจ เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดนี้มีมูลค่ายอดขายขนาดใหญ่สุดสูงกว่า 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ดังนั้นการรุกเข้าตลาดเซ็กเม้นท์ใหม่นี้เป็นการเพิ่มฐานรายได้ให้กับ SC ตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เพื่อสร้างรายได้ตามเป้าที่วางไว้ 20,000 ล้านบาท ในปี 2562 โดยปี 2558 นี้ได้เปิดโครงการแรกที่รังสิต พร้อมตั้งเป้ารายได้จากการพัฒนาโครงการเพฟ ให้มีสัดส่วน 10% ของรายได้รวมทั้งหมด"
โครงการเพฟ รังสิต มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 81-2-51.3 ไร่ จำนวน 320 หลัง ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท มีความโดดเด่นในเรื่องทำเลติดถนนใหญ่ถนนรังสิต–นครนายก คลอง 4 พร้อมแวดล้อมด้วยการเชื่อมต่อใกล้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้แหล่งสรรพสินค้าชั้นนำ สถานศึกษา หรือโรงพยาบาลต่างๆ ด้วยแนวคิด "คิดพื้นที่ ให้คุณคิดใช้ชีวิต" ด้วยแบบบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับพื้นที่ที่จัดสรรและสร้างความสุขให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวกับ แบบบ้าน 2 แบบ ให้เลือก คือ PAVE X แบบพื้นที่ใช้สอย 167 ตารางเมตร และ PAVE Y แบบพื้นที่ใช้สอย 156 ตารางเมตร ที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่น ห้องรับแขก พร้อม Double Living ที่เป็นพื้นที่ Signature Function ของ SC ASSET กับห้องนอนขนาดใหญ่ ห้องน้ำ 3 ห้อง ที่จอดรถ 2 คัน และครัวไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการทั้ง คลับเฮ้าส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ พร้อมสวนขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ควบคุมการเข้าออกด้วย ACCESS CARD และ CCTV พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมยในตัวบ้านทั้งหลัง
พร้อมกับอีก 2 โครงการใหม่ คือ โครงการ ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา 65 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 42-3-9.1ไร่ จำนวน 152 หลัง ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท กับโครงการ ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 57-2-98.4 ไร่ จำนวน 271 หลัง ราคาเริ่มต้นเพียง 4.59 ล้านบาท ปัจจุบันนี้ทั้ง 3 โครงการใหม่ได้เปิดพรีเซลส์ ไปแล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จในการขายเฟสแรกอย่างรวดเร็ว ได้รับยอดขายรวมกันประมาณ 300 ล้านบาท
นายณัฐพงศ์ กล่าวสรุปถึงสภาพเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ ในช่วงครึ่งปีหลังว่า "จากที่หลายฝ่ายคาดการณ์การเติบโตของ GDP (Gross Domestic Product) ประเทศไทย 2015 อยู่ที่ประมาณ 2.5-3.5% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเมื่อต้นปี โดยมองว่าปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีที่เหลือนั้น จะเป็นเรื่องการเติบโตของภาคท่องเที่ยว ราคาค่าน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ตลอดจนค่าก่อสร้างที่อยู่ในภาวะทรงตัว ส่วนปัจจัยที่น่ากังวล คือ เรื่องของภาคการส่งออกและสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย สำหรับตลาดในระดับ กลางถึงล่าง
อย่างไรก็ตาม SC มีความมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายและรายได้ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคา 10 ล้านขึ้นไปยังไปได้ดี โดยรายได้จากตลาดกลุ่มนี้มีสัดส่วนสูงถึง 2 ใน 3 ของรายได้จากโครงการแนวราบทั้งหมดของ SC และตัวเลขยอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร (Bank Rejection Rate) ของลูกค้า SC สำหรับในครึ่งปีแรกยังอยู่ที่ 5% เท่าปีที่ผ่านมา โดยกลยุทธ์ สร้างบ้านเสร็จก่อนขาย และการทำ pre-approve ก่อนการจอง สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการ กู้ไม่ผ่านได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร "คุณภาพ" เป็นสิ่งที่ SC ยึดถือเป็นยุทธศาสตร์หลักโดยตลอด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน



