พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแนวทางแก้เกม ‘อาคารเก่า’ ปรับตัวสู้สงครามตึกใหม่ผุดต่อเนื่อง
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าจากการที่อาคารใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า แผนการลงทุนอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้นถึง 1.4 เท่าในช่วงปี 2567–2569 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน อุปทานสำนักงานให้เช่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5–2.0% ต่อปี หลังมีพื้นที่ใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปี 2566–2567 โดยประมาณ 80% ของพื้นที่สำนักงานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2568–2569 จะเป็นอาคาร Grade A และ A+ ซึ่งรองรับมาตรฐานอาคารเขียว และตั้งอยู่ในโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่
การเข้ามาของอาคารคุณภาพสูงจำนวนมาก ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดสำนักงานให้เช่าทวีความเข้มข้น และสร้างแรงกดดันโดยตรงต่ออาคารที่มีอายุยาวนาน (อาคารอายุ 15 ปี ขึ้นไป) ซึ่งจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหม่ที่มีความได้เปรียบทั้งด้านกายภาพ ระบบอาคาร และเงินทุน
นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า การปรับปรุงอาคารเก่าควรพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ กายภาพอาคาร งานระบบอาคาร และการบริหารจัดการอาคาร
เริ่มจากการปรับโฉมพื้นที่ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้งานอาคารจะต้องเห็นเป็นส่วนแรก เช่น เปลือกอาคาร (Façade) โถงทางเข้า Lobby รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ ห้องน้ำ ทางเดิน โถงลิฟต์ รวมถึงจุดอื่น ๆ ที่ผู้เช่าใช้อาคารสามารถสัมผัสได้โดยตรง ให้มีความทันสมัย ปลอดภัย สะอาด สะดวกสบายต่อการใช้งาน และเอื้อต่อประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น
ในด้านงานระบบอาคาร ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบลิฟต์ และระบบความปลอดภัย จำเป็นต้องได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอสม่ำเสมอสม่ำเสมอถูกต้องสม่ำเสมอ เพื่อให้พร้อมใช้งานและมีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงจากการขัดข้องที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้เช่า โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปีที่เครื่องจักรอุปกรณ์บางส่วนเริ่มเสื่อมสภาพ ต้องมีการปรับแต่งหรือเปลี่ยน ควรพิจารณาอัปเกรดระบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้านของการใช้พลังงาน และสอดรับกับมาตรฐานอาคารสมัยใหม่ รวมถึงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่ผู้เช่าให้ความสำคัญมากขึ้น
เจ้าของอาคารอาจพิจารณานำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งาน เช่น AI (Artificial Intelligence) และ IoT (Internet of Things) ที่สามารถมาช่วยควบคุมระบบภายในอาคาร และยังสามารถเก็บข้อมูลเพื่อ Forecast การใช้และจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงในแง่ความปลอดภัย เช่น การแจ้งเตือนไฟไหม้ การตรวจจับเหตุผิดปกติ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการอาคารถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาคารเก่า การใช้เลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ มีทีมสนับสนุนที่ช่วยให้คำปรึกษากับเจ้าของอาคาร ก็สามารถช่วยในเรื่องการเตรียมการโครงการและงบประมาณในส่วนนี้ได้ การบริหารอาคารในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลความเรียบร้อย แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้เช่าอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ความรวดเร็วในการให้บริการ ความโปร่งใสในการสื่อสาร ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์การใช้งานพื้นที่สำนักงานในระยะยาว รวมถึงสามารถให้คำแนะนำในการปรับปรุงอาคารได้อย่างเหมาะสมและตรงตามความต้องการของตลาด




