พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดทิศทางตลาด Property Management ปี 69 ชู ‘คุณภาพ’ บริการครบวงจร รับดีมานด์ผู้อยู่อาศัยยุคใหม่
– พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เทรนด์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคในปี 69 ที่มอง “คุณภาพ” การอยู่อาศัยระยะยาวเป็นส่วนสำคัญ ใส่ใจรอบด้าน ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
– เผยปัจจัยปั้นแบรนด์ Property Management ให้แข็งแกร่ง ประกอบด้วย – เทคโนโลยีอัจฉริยะ – การส่งเสริมสิ่งแวดล้อม – สังคมผู้สูงวัย – การบริการระดับพรีเมียม
– ชี้การปรับตัว (Resilience) คือคีย์ไดร์ฟเวอร์ ผ่านการมองตลาดให้ขาด และเสิร์ฟบริการให้ตรงใจลูกค้า อาทิบริการแบบ Pool Resource, การให้คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง, บริการ Plus Concierge และตรวจสุขภาพบ้าน
– ตอกย้ำการบริหารคุณภาพ ควบคู่กับความใส่ใจ สร้าง DNA การดูแลลูกค้าที่มีมาตรฐาน ด้วยสถาบัน Plus Eduplex เพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และตรงกับความต้องการในตลาดแต่ละยุคสมัย สร้างความแตกต่างที่ลอกเลียนได้ยาก
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าต่อยอดบทบาทผู้นำบริการ Property Management อันดับ 1 เผยทิศทางตลาด แนวทางการบริหารและปรับตัวของวงการ Property Management ไทย ให้สอดรับกับกระแสของผู้บริโภคในปี 2569 และสามารถสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 69 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะตลาดเช่าและความต้องการซื้อเพื่อเป็นเจ้าของในอนาคตที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองที่อยู่อาศัยเป็นเพียงทรัพย์สิน แต่เป็นพื้นที่ของ “คุณภาพชีวิต” ในระยะยาว ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และความยั่งยืน
ในฐานะผู้ให้บริการ Property Management พลัสฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการให้สอดรับกับบริบทใหม่ของการอยู่อาศัย โดยมองว่าปัจจัยหลักในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในปี 2569 มีทั้งหมด 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology)
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง LIV-24 ที่มีโซลูชันใช้ AI ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติและแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถป้องกันผู้บุกรุก สัตว์อันตราย หรือ ไฟไหม้ นอกจากนี้ ยังมีระบบ IoT ที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์อาคาร เช่น ลิฟต์ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ เพื่อลดความเสียหายและป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
2. การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสังคม
พลัสฯ เดินหน้าดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ผ่านการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ลดการใช้พลังงาน และจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Activity) เพื่อให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น โครงการ Waste to Worth ร่วมกันคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และยังได้ร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชันในปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกบ้านมีจุดทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี และเปลี่ยนจากขยะเป็นเงินบริจาคเพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในชุมชน
3. การส่งเสริมสังคมผู้สูงอายุ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าในปี 2573 ประชากรกว่า 20% จะมีอายุเกิน 60 ปี และในปี 2593 ประชากรวัยทำงานจะหายไปกว่า 11 ล้านคน พลัสฯ จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบการอยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย การเก็บข้อมูลกลุ่มลูกบ้านสูงอายุใน Data Centre เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน การเตรียมบุคลากรให้พร้อมในการรับมือด้านความปลอดภัยและสุขภาพ รวมไปถึงจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ อาทิ การร่วมมือกับแสนสิริและโรงพยาบาลสมิติเวช ในการส่งตรงโปรแกรมตรวจสุขภาพถึงโครงการอยู่อาศัย
4. การบริการระดับพรีเมียม
ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยลักซ์ชัวรี โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมือง Property Management กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเติมเต็มคุณค่าของการอยู่อาศัย พลัสฯ พัฒนาบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานการบริหารงานระดับสากล การนำ Smart Technology มาใช้งาน การสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการมีบริการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ อาทิ Plus Concierge ที่มีทั้งการทำความสะอาด ซักรีด ซ่อมบำรุง ดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง บริการด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ ทั้งนี้ บุคลากรของ พลัสฯ ผ่านการอบรบจาก Luxury Management Academy ภายใต้สถาบัน Plus Eduplex เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการระดับพรีเมียมได้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด






