Whizdom COEX Pinklao

  

วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า


โดยทาง MQDC เลือกที่จะนำแบรนด์ COEX มาลงที่ย่านปิ่นเกล้าช่วงบางยี่ขัน ด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรกก็คือ เป็นทำเลชุมชนติดรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดของฝั่งธนฯ – ย่านปิ่นเกล้า ที่มีบริบทของทำเลที่ค่อนข้างมีการเปลี่ยนถ่ายจากแนวราบเป็นแนวสูง

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 22 December, 2022 เวลา 12.12 pm

Prop score™: 4.3

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Whizdom COEX Pinklao

บริษัทผู้สร้าง

MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น

สถานที่

ถนนจรัญสนิทวงศ์

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT บางยี่ขัน Distance 0 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

2-1-91 ไร่ (เฉพาะอาคาร Whizdom Flex)

ชั้น

19 ชั้น 2 ทาวเวอร์

ยูนิต

Whizdom Flex 340 ยูนิต และ Whizdom Fam (N/A)

ที่จอดรถ

57% ทั้งแบบอัตโนมัติและแบบปกติ

ลิฟท์

3 Passenger Lifts and 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

Grand Lobby, CO-Working Space, Smart Locker, INTERACTIVE GYMS, MINI THEATER, Sky Pool, A WELL-BEIGN PARK, Pocket Garden


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโดมิเนียมมิกซ์ยูส/CONDO/คอนโด High Rise

studio

26-28 ตารางเมตร

1 bedroom

31-40 ตารางเมตร

2 bedroom

48 – 70 ตารางเมตร

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

66-95 ตารางเมตร

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

N/A

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

129,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

3.4 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

n/a

เว็บไซต์

https://mqdc.com/whizdom/coex/registration/?lang=th#home

1265


เพื่อนบ้าน Street View


เชื่อมต่อทุกประสบการณ์ พร้อมสนุกไปกับการใช้ชีวิต ที่ Whizdom COEX Pinklao โครงการ Mixed Use ติดสถานีรถไฟฟ้าใจกลางปิ่นเกล้า

 

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในโลกยุคปัจจุบัน ย่อมส่งผลโดยตรงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในการอยู่อาศัย และการจัดสรรพื้นที่ต่างๆภายในโครงการคอนโด จากความต้องการในอดีตที่ต้องการเพียงพื้นที่เพื่อการพักผ่อน แต่ในวันนี้เรายังต้องการพื้นที่ที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ที่มีความหลากหลายมากกว่าเดิม ซึ่งต้องการพื้นที่ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตในทุกมิติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการ Whizdom COEX Pinklao ซึ่งทาง MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) ได้นำเอางานวิจัยเทรนด์สังคมไทยหลังวิกฤต Covid-19 โดย ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab by MQDC) หรือศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ภายใต้ MQDC ที่เล็งเห็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นก็คือ “Everything at Home” ที่คนส่วนใหญ่ต้องการมีพื้นที่ที่สามารถทำอะไรได้หลายหลากมากยิ่งขึ้น มาเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ในการพัฒนาโครงการเพื่อเติมเต็มวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่

โดยทาง MQDC เลือกที่จะนำแบรนด์ COEX มาลงที่ย่านปิ่นเกล้าช่วงบางยี่ขัน ด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรกก็คือ เป็นทำเลชุมชนติดรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดของฝั่งธนฯ – ย่านปิ่นเกล้า ที่มีบริบทของทำเลที่ค่อนข้างมีการเปลี่ยนถ่ายจากแนวราบเป็นแนวสูง มีสีสันในเชิงไลฟ์สไตล์มากขึ้น มีการเดินทางที่สะดวกมากจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยรูปแบบคอนโดที่เข้ามาพัฒนาในย่านนี้ส่วนใหญ่มักจะอิงในเรื่องของความเป็น Traditional และออกแบบในเชิงร่วมสมัยค่อนข้างเยอะ ซึ่งในปัจจุบันเราเห็นดีมานท์ในการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นในย่านนี้ จึงเป็นช่องว่างในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์คนเจนใหม่ ที่มีเทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่คนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นชินกับการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในที่พักอาศัย

 

ประการที่สองก็คือแม้บริเวณสี่แยกปิ่นเกล้าจะเป็นศูนย์รวมของย่านไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของฝั่งธนฯอย่างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เมเจอร์ฯ แต่ช่วงโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าบางยี่ขันที่มีคอนโดเปิดใหม่ค่อนข้างเยอะยังขาดสีสันของความเป็นไลฟ์สไตล์ในแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อ serve คนในย่านนี้อยู่ จึงเลือกที่จะพัฒนาโครงการ Mixed Use ที่เป็น One of a Kind ของกรุงเทพฯ โดยเป็นอาคาร 2 ฝั่งถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่งเพื่อพัฒนาให้เป็นโครงการ Mixed Use คอนโด ที่ตอบความต้องการทั้ง Local Demand และกลุ่มผู้ซื้อคอนโด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Enjoyable Coexistence ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเจนใหม่ผ่านงานดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองทั้งการอยู่อาศัยและการชีวิตในทุกๆ ด้าน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ไร้รอยต่อในที่เดียว ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การเรียนรู้ ไปจนถึงด้านความบันเทิงต่างๆ สามารถ Live, Work, Learn และ Play

Whizdom COEX Pinklao (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า) ตั้งอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าบางยี่ขัน ใกล้บริเวณสี่แยกปิ่นเกล้า  รอยต่อระหว่างถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนบรมราชชนนี และถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของย่านฝั่งธนฯ เป็นย่านที่ครบเครื่องทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพชั้นในเป็นวงกลม มีสถานีจุดเชื่อมต่อสำหรับเปลี่ยนสายเดินรถตลอดเส้นทาง

 

อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินทางหลักอย่างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และทางด่วน ทั้งสะพานสมเด็จพระปิ่นเก้า, สะพานพระราม 8, สะพานกรุงธนฯ (ซังฮี้), สะพานพุทธฯ, สะพานพระปกเกล้าฯ รวมไปถึงสะพานพระราม 7 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังย่านนนทบุรี และฝั่งรัตนโกสินทร์ได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งมีทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ก็มีจุดทางลงอยู่ใกล้ ๆ ทำให้การเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหรือย่านศูนย์กลางธุรกิจเพื่อไปทำงาน ไปเรียน หรือไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้น

เนื่องจากย่านปิ่นเกล้า เป็นย่านที่พักอาศัย ย่านชุมชนเก่าแก่ ที่มีการดำเนินชีวิตสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีการพัฒนาของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ชุมชนจีนเก่าแก่ของฝั่งธนบุรี มาจนถึงแหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด และคอมมูนิตี้มอลล์ รวมทั้งยังใกล้ โรงพยาบาลศิริราช สถาบันการศึกษาอย่างธรรมศาสตร์และศิลปากร และหน่วยงานราชการอื่น ๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงของฝั่งธนฯ และหากเทียบกับปิ่นเกล้าช่วงอื่นๆอย่างพระราม 8 หรืออรุณอมรินทร์ ที่นี่ก็ยังได้เปรียบกว่าในเรื่องของวิวที่สามารถสร้างตึกสูงได้ เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานพระราม 8 และบริเวณสี่แยกอรุณอมรินทร์ เนื่องจากว่าติดปัญหาในเรื่องของข้อจำกัดความสูงของอาคารตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ภายในบริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ในท้องที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด แขวงอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 และมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปีพ.ศ.2563 ทำให้หลายโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีความสูงไม่มากนัก และพื้นที่ที่ถัดจากระยะจำกัดความสูง ที่สามารถขึ้นอาคารสูงได้ คือ แยกปิ่นเกล้านี้เอง อีกทั้งราคาซื้อขายที่ดินบริเวณสี่แยกปิ่นเกล้าก็มีราคาที่สูงที่สุดหากเทียบกับช่วงอื่น ๆ บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งนั่นก็สะท้อนถึงความนิยมในการเลือกย่านปิ่นเกล้าเป็นย่านสำหรับการอยู่อาศัยที่มากกว่าย่านอื่น ๆ ในฝั่งธนฯ

หมายเหตุ: ภาพประกอบค้นหาจาก Google.com

 

Whizdom COEX มีแนวคิดการออกแบบบคือ ‘Enjoyable Coexistence’ หรือการออกแบบพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสนุกไปกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง (Co-live) เต็มที่กับงานที่ทำ (Co-work) ไม่หยุดเรียนรู้ (Co-learn) และเอนจอยไปกับทุกๆ กิจกรรมร่วมกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด (Co-play) สะท้อนการออกแบบพื้นที่เจนใหม่ (Smart New Generation Space) ผ่านนวัตกรรมการดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเจนใหม่ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักอาศัยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล้วนถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งคอนเซ็ปต์ดังกล่าวนี้จะถูกนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในทำเลต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Whizdom COEX ต่อไปในอนาคต โดยสะท้อนผ่านแนวคิดการออกแบบ 4 ด้าน ได้แก่ การผสานเทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization) การสร้างพื้นที่สีเขียว (Naturalization) การเชื่อมต่อประสบการณ์ทุกด้าน (Experience) และการออกแบบที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability)

 

Digitalization – ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล

ภายในโครงการของ Whizdom COEX นั้นได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการดีไซน์เข้ามาผสมผสานเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายและตอบรับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน นำโดย Smart Living ที่ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น Smart Locker รักษาความปลอดภัยให้ของชิ้นสำคัญ หรือ Smart Storage พื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มเติมสำหรับสิ่งของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง ไปจนถึงระบบ Home Automation ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ อาคารของโครงการ Whizdom COEX ยังออกแบบให้เป็น Smart Building ที่ติดตั้ง Central Utilities Plant (CUP) หรือนวัตกรรมระบบปรับอากาศที่ทำความเย็นผ่านท่อน้ำเย็น ช่วยลดอุณหภูมิและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงระบบจอดรถอัตโนมัติ (Automatic Parking) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ

Naturalization – สร้างพื้นที่สีเขียว

นอกจากนี้ Whizdom COEX ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เข้ากับพื้นที่สีเขียว ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีจากธรรมชาติบำบัด การสร้างพื้นที่สีเขียวภายในโครงการนั้นยังรวมถึง Pocket Garden ที่กระจายตัวอยู่ทุกที่ ทั้งบริเวณที่พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลาง และภายนอกอาคาร อีกทั้ง Whizdom COEX ยังตอกย้ำ ‘มาตรฐานวิสซ์ดอม’ ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจต่อสุขภาพของผู้พักอาศัยตั้งแต่เดินเข้าโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Sound Absorption ลดมลภาวะทางเสียง และ Air Filtration เพื่อลดมลภาวะทางอากาศโดยรอบโครงการ และยังรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดปริมาณการใช้น้ำของทั้งโครงการ

Experience – เชื่อมต่อประสบการณ์ทุกด้าน

อีกหนึ่งจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Whizdom COEX คือ ‘COEX Space’ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกวิสซ์ดอมและผู้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน พื้นที่แห่งนี้ก็สามารถตอบโจทย์ Seamless Life Experience ที่คนเจนใหม่มองหาได้อย่างครบวงจร โดยใน COEX Space ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ได้แก่ CO-Café คาเฟ่และร้านอาหารที่เติมพลังด้วยอาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟและเมนูที่หลากหลายไว้คอยต้อนรับสำหรับการนั่งทำงานตลอดทั้งวัน CO-Play & Creation Space หรือ Smart Co-working Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายได้ ทั้งกิจกรรมเวิร์คช็อป การประชุม หรือการทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ รวมถึง CO-Kitchen & Dining ซึ่งเป็นโซนที่รวบรวมร้านอาหารต่างๆ สามารถใช้พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเองและผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ภายใน COEX Space ยังมี CO-Active & Digital Lifestyle หรือพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายพร้อมกิจกรรมและอุปกรณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือสนุกกับกลุ่มเพื่อนก็สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

(ภาพ Sale Gallery โครงการ)

 

Adaptability – พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง

ทุกรายละเอียดภายในโครงการของแบรนด์ Whizdom COEX ได้ถูกคิดค้นและออกแบบให้ตอบสนองวิถีชีวิตยุคใหม่และตอบรับความต้องการที่แตกต่าง ในขณะเดียวกัน ยังคำนึงถึงการดีไซน์ที่พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต อาทิ การออกแบบโครงสร้างอาคารที่มาพร้อมโซลูชันป้องกันน้ำท่วม (Flood Prevention) การติดตั้งระบบฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าอาคารและจุดบริการแบบไร้สัมผัสเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย หรือการออกแบบระบบท่อน้ำที่คำนึงถึงขั้นตอนการบำรุงรักษาที่สะดวก ไม่รบกวนผู้ที่พักอาศัยห้องอื่น ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบ Universal Design ที่เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เป็นต้น

 

โครงการ ‘Whizdom COEX Pinklao’ (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า) เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกภายใต้แบรนด์ Whizdom COEX ในรูปแบบคอนโดมิเนียมมิกซ์ยูส 2 ทาวเวอร์ บนพื้นที่รวมกว่า 4 ไร่ บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน

โดยโครงการประกอบไปด้วย 2 ทาวเวอร์  คือ Whizdom Flex (วิสซ์ดอมเฟล็กซ์) บนพื้นที่ขนาด 2-1-91 ไร่ มีจำนวนยูนิต 340 ยูนิต อยู่ฝั่งขาเข้าสี่แยกปิ่นเกล้า และ Whizdom Fam (วิสซ์ดอมแฟม) ที่อยู่บนที่ดินฝั่งตรงข้ามและอยู่ข้างๆที่ตั้งของ Sale Gallery ในปัจจุบัน

Whizdom Flex (วิสซ์ดอมเฟล็กซ์) สูง 19 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนคือ โพเดียม ที่ชั้น 1-4 เป็นไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซ ขนาดพื้นที่ราว 4,000 Sq.m. ส่วนที่ชั้น 5-19 เป็นส่วนของคอนโดมิเนียม

ที่จอดรถเป็นที่จอดรถใต้ดินแบบ Automated parking ทั้งสำหรับผู้ใช้งานพื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซ และสำหรับผู้พักอาศัย 57% โดยแยกลิฟท์จอดรถ และโถงพักคอยรับรถ

ชั้น 1 เป็น Co-Cafe และ Lobby ที่พักอาศัย

ชั้น 2 Co-Play & Creation Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง* (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต)

ชั้น 3 Co-Kitchen & Dining ศูนย์รวมร้านอาหารสุดชิค และเป็นชั้นที่มีทางเชื่อมโดยตรงสู่ทางไปชานชาลารถไฟฟ้า โดยบริเวณชั้น 3 ก็จะมีหอฟอกอากาศระดับเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทางเชื่อมอาคารกับรถไฟฟ้า

ชั้น 4 Co-Active and Digital Lifestyle ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง* (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต)

ในส่วนของโซนที่พักอาศัยอยู่บนทาวเวอร์ที่ชั้น 5-19 โดย

ที่ชั้น 5-17 เป็นพื้นที่ส่วนของห้องพักอาศัย

โดยมีพื้นที่ของสวนแทรกอยู่ตลอดชั้นที่พักอาศัย ที่ชั้น 5,8,11,14,17

ชั้น 18 เป็นห้องเพนท์เฮาส์

 

และที่ชั้น 17-19 มีพื้นที่สำหรับ CUP หรือ Central Utility Plant หรือนวัตกรรมระบบปรับอากาศที่ทำความเย็นผ่านท่อน้ำเย็น ช่วยลดอุณหภูมิและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และถึงแม้ว่าจะมีห้องพักอาศัยอยู่ที่ชั้นดังกล่าวด้วย ก็จะไม่มีการรบกวนจากพื้นที่ CUP แน่นอน เนื่องจากโครงการมีการคำนวณเสียงรบกวน และระบบการทำงานก็เป็นการส่งเสียงขึ้นด้านบน

 

ชั้น 19 และชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่ส่วนกลาง

คอนโดที่มีไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สเปซ ก็จะทำให้ผู้พักอาศัยได้ประโยชน์ 2 ต่อ คือ มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ทั้งพื้นที่ส่วนกลางเชิง Active ที่เน้นปฏิสัมพันธ์ สามารถแชร์ร่วมกับสาธารณะได้ และส่วนกลางแบบ Private เฉพาะผู้พักอาศัย

โดยพื้นที่ส่วนกลางเฉพาะผู้พักอาศัย มีตั้งแต่ที่ชั้น 1 Lobby ที่มี smart screen และการตกแต่งที่ดูสนุกสนาน เหมาะกับคนรุ่นใหม่

ส่วนกลางหลักอยู่ที่ชั้น 19 และดาดฟ้า

ประกอบด้วย CO-WORKING SPACE ที่ออกแบบให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ ตามโซน ไม่ว่าจะเป็นโซนโซฟาพักผ่อน พื้นที่นั่งทำงาน ห้องประชุม เป็นต้น

SMART STORAGE

FITNESS ที่เปิดประสบการณ์การออกกำลังกาย ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Laundry room

MINI THEATER ที่พร้อมให้คุณดูหนังเรื่องพิเศษ สนุกและหัวเราะไปกับคนพิเศษ ทั้งเพื่อน คนรัก และครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศวิวเมือง

INFINITY EDGE POOL ที่ชั้นดาดฟ้า ที่มีทั้งสระผู้ใหญ่และสระเด็ก ที่โอบล้อมด้วยวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และสะพานพระราม 8 พร้อมที่นั่งชิลล์ในสระ

รวมทั้ง A WELL-BEIGN PARK พื้นที่ Pocket Park ที่แทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการฯ เพื่อให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ส่วนพื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซ อยู่ที่ชั้น 1-4 โดยมีการแบ่งการใช้งานแต่ละชั้นตามการใช้งานและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ดังนี้

ชั้น 1 เป็น Co-Cafe ภายใต้แนวคิด All day work friendly café and gourmet  ที่รองรับการใช้งานของผู้คนในย่าน และยังมีพื้นที่ส่วนของ Lobby ที่พักอาศัย ที่แยกการใช้งานอย่างชัดเจน แต่สามารถเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซได้อย่างสะดวก

ชั้น 2 Co-Play & Creation Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานทั้งทำงาน อ่านหนังสือ ติวหนังสือ ได้ทุกรูปแบบ และห้องประชุมแบบส่วนตัว

ชั้น 3 Co-Kitchen & Dining พื้นที่โซนอาหาร และเป็นชั้นที่มีทางเชื่อมโดยตรงสู่ทางเชื่อมรถไฟฟ้า สะดวกทั้งผู้ใช้งานไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซ และผู้อยู่อาศัย

ชั้น 4 Co-Active and Digital Lifestyle เป็น Active and Freestyle Zone เพื่อรองรับการใช้ชีวิตในทุกรูปแบบที่หลากหลายตามกลุ่มผู้ใช้งานในปัจจุบัน

นอกจากพื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้สเปซภายในโครงการแล้ว ในรัศมีเพียง 1-5 กิโลเมตรรอบ  Whizdom COEX Pinklao ยังรายล้อมไปด้วยสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลชั้นนำ อย่าง โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลเจ้าพระยา โรงพยาบาล ธนบุรี 1 และ โรงพยาบาลยันฮี รวมถึงสถานศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เป็นต้น และตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เมเจอร์ซินีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า ในรัศมีเพียง 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น ถือเป็นทำเลที่สะดวกสบาย เติมเต็มการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษในการออกแบบของ Whizdom COEX กับ MQDC STANDARD DESIGN FOR ALL WELL-BEING ประกอบด้วย

 

Trees-NC Certificated (มาตรฐานการประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย) โดย Thai Green Building Institute (สถาบันอาคารเขียวไทย) ซึ่ง Whizdom COEX Pinklao ได้นำเกณฑ์การออกแบบระดับ Gold มาใช้อ้างอิงในการออกแบบ

การเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยและยั่งยืน อาทิ การไม่ใช้ wall paper และไม่ใช้พรมในโครงการ เพื่อลดการสะสมของฝุ่น ไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย

การใช้สีเพื่อสุขภาพ คือ สีที่ไม่ก่อมลพิษ ปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ (Low-VOCs)

การใช้วัสดุ Food grade ที่มีมาตรฐาน NSF Certificated อาทิ เคาท์เตอร์ประกอบอาหาร เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

การใช้วัสดุไม้และไม้ประกอบที่มีการปลดปล่อยสารยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ E1 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.14 ppm

การเลือกใช้วัสดุพื้นกันลื่น ตามลักษณะการใช้งาน และเลือกตามค่าการกันลื่นตามมาตรฐานของเยอรมัน เพื่อความปลอดภัย ลดการลื่นล้ม ลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นทั้งโครงการ

ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในห้อง (Indoor Air Quality : IAQ) จากอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ (Multi-sensor) ที่ทำงานร่วมกับระบบเติมคุณภาพอากาศภายในห้อง (Fresh air) แบบอัตโนมัติ ทำให้คุณภาพอากาศภายในห้องนอนดีอยู่เสมอ ส่งผลต่อการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้เครื่อง Fresh air fan ที่จะช่วยและเปลี่ยนอากาศเพื่อลดระดับค่า Co2 ลง และเพิ่มคุณภาพอากาศในห้องให้ดีขึ้น เพื่อคุณภาพการนอนหลับ

Ventilation design ในทุก unit เพื่อความสามารถในการระบายอากาศธรรมชาติ โดยกำหนดให้มีช่องเปิดอย่างน้อย 2 ช่องในห้องนอน โดยตำแหน่งช่องเปิดจะอยู่ตรงข้ามหรือห่างกันมากที่สุดเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนอากาศ

การออกแบบเพื่อการรับรู้ที่ดี คือการออกแบบประตูห้องนอน ห้องน้ำ ที่ต้องเปิดไม่เจอเตียง เพื่อความเป็นส่วนตัว และลดความรู้สึกระแวดระวัง

รวมทั้งการเปิดประตูห้องน้ำ ต้องไม่ชนกับสุขภัณฑ์ หรือประตูห้องอาบน้ำ

รวมทั้งการเปิดประตูห้องน้ำ ต้องไม่ชนกับสุขภัณฑ์ หรือประตูห้องอาบน้ำ

เคาท์เตอร์ครัวที่มีความยาวขั้นต่ำ 1.80 เมตร เพื่อการใช้งานอย่างสะดวก

การมี working Pod พื้นที่สำหรับทำงานโดยเฉพาะ ให้คุณได้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

รวมทั้งการรับประกัน 30 ปี ที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของงานโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อน้ำและไฟฟ้า และ การใช้งานประตูหน้าต่าง เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ

ส่วน Units Type มีทั้งหมด 4 Type คือ

Studio 26-28 sq.m.

มี 2 ขนาด คือ 26.10 Sq.m. และ 28.40 Sq.m.เป็นแปลนสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงลึกมาตรฐาน คือมีครัวและห้องน้ำอยู่ติดทางเข้า ตรงกลางเป็นห้องนอน มีระเบียงและโซน day bed อยู่ติดอากาศ เป็นห้อง 2 ขนาดเรียงกัน 3 ห้องกลางโถงทางเดินทิศตะวันออก ที่ชั้น 5-17

1 Bedroom 30-40 sq.m. ห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีให้เลือก 7 Type เป็นขนาดที่มีตัวเลือกของห้องทั้งขนาดและตำแหน่งเยอะที่สุดในโครงการ ตั้งแต่ชั้น 5-17

ประกอบด้วย B1 ขนาด 31.40 Sq.m. ครัวติดระเบียง มีพื้นที่ห้องliving ห้อง working pod และห้องน้ำติดโซนทางเข้า และห้องนอนที่ด้านในสุดติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่

B2 ขนาด 32.00 Sq.m. แปลนเหมือน B1 แต่ขนาดใหญ่กว่า

B3 32.50 Sq.m. ห้องนอนติดระเบียง มีพื้นที่ห้องliving ครัว และห้องน้ำติดโซนทางเข้า

B4 และ B5 34.90 Sq.m. มีครัวติดทางเข้า พื้นที่ living area ติด working pod ติดอากาศ ที่ปีกซ้าย และห้องนอนห้องน้ำในตัวที่ปีกขวา

B6 39.10 Sq.m. มีห้องน้ำและครัวติดทางเข้า ส่วน living area , working pod และห้องนอนติดอากาศด้านใน

B7 40.00 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง มีพื้นที่ walk-in closet และห้องนอนที่ปีกขวา ส่วนห้องนอนอยู่ปีกซ้าย ตรงกลางเป็น living area และครัวเปิด

2 Bedroom 48-68 sq.m. มี 5 Type เป็นห้องมุมที่ชั้น 5-17

C1 48.50 Sq.m. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่ได้ครัวเปิดเชื่อมกับ living area และ working pod ติดอากาศ และห้องนอน 2 ห้องปลายสุดของห้อง

C2 49.70 Sq.m. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ได้ครัวปิดติดทางเข้า มีพื้นที่ dinning ติด working pod พื้นที่ living area และห้องน้ำอยู่ตรงกลางยูนิต และห้องนอน 2 ห้องอยู่ปีกซ้าย

C3 52.20 Sq.m. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องมุมที่ได้ทุกห้องติดอากาศ ทั้งพื้นที่ ครัวเปิด living area , working pod และห้องน้ำ ติดทางเข้า ส่วนห้องนอน 2 ห้องที่ด้านในสุดของยูนิต

C4 68.80 Sq.m. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องหน้ากว้าง ทุกห้องติดอากาศ ยกเว้นครัวปิดติดทางเข้า เชื่อม living area และ working pod ที่ด้านใน ตรงกลางยูนิตเป็นห้องนอนเล็ก และห้องน้ำแยก ส่วนห้องนอนใหญ่ห้องน้ำในตัวอยู่ด้านในสุดห้องเข้ามุม

C5 70.00 Sq.m. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แปลนเดียวกับ C4  แต่ได้พื้นที่มากขึ้น และย้ายตำแหน่งห้องวางเครื่องซักผ้า

Penthouse 66-87 sq.m. ที่ชั้น 18 มีทั้งหมด 9 ห้อง แบ่งเป็น

Penthouse 1 Bedroom 2 Bathroom 4 ยูนิต ขนาด 66.00 Sq.m. 2 ยูนิต และ 70.00 Sq.m. 2 ยูนิต

มีครัว living area และ Powder room ติดโซนทางเข้า มีห้อง working pod ขนาดใหญ่ และห้องนอน ห้องน้ำในตัว พร้อมอ่างอาบน้ำ และ walk-in closet

Penthouse 2 Bedroom 2 bathroom 5 ยูนิต ขนาด 75.00 sq.m., 86.00 sq.m., 84.00 sq.m. และ 95.00 sq.m.

ห้องตัวอย่างที่โครงการตกแต่งให้ชม มี 2 Type คือ 1 Bedroom 34.90 Sq.m. และ 2 Bedroom 1 Bathroom 48.50 Sq.m. โดยที่ห้องตัวอย่างมีพื้นที่ที่ห้องจริงที่ได้จะมีการปรับให้ใช้งานได้เพิ่มขึ้น 2 จุด คือ ที่เคาท์เตอร์ครัวที่จะมีเคาท์เตอร์ยื่นมาเพิ่มเต็มจนสุดประตูทางเข้า และที่เคาท์เตอร์ห้องน้ำที่จะมีความหนาของ Low wall เพิ่มขึ้น

ห้องแรก ที่จะพาไปชมคือ 1 Bedroom 34.90 Sq.m. แบ่งพื้นที่เป็น 2 ปีกคือ ครัวปิด living room และ working pod ที่ปีกขวาของทางเข้า และห้องนอนและห้องน้ำที่ปีกซ้ายของยูนิต

พื้นที่ส่วนแรกเข้ามาจะพบกับครัวปิด ที่โครงการให้ชุดครัว built-in ที่ผนังด้านซ้าย

พื้นที่ส่วนแรกเป็นตู้วางรองเท้าและตู้เก็บของ ที่ของจริงท็อปเคาท์เตอร์จะเชื่อมยาวและกว้างพอดีกับเคาท์เตอร์ครัว

ถัดไปเป็นชุดครัวของ MEX ประกอบด้วยเตา induction 2 หัว ฮูดดูดควัน

และอ่างล้างจานของ MEX เช่นกัน

โดยเคาท์เตอร์ครัวเป็นหิน Quartz วัสดุเป็น Food grade เจาะช่องวางไมโครเวฟที่ด้านล่าง

และช่องวางอุปกรณ์ทำครัวที่ด้านบนและล่าง

ครัวเป็นครัวปิด โครงการให้ประตูบานเลื่อน 3 ตอนเพื่อเปิดได้กว้างที่สุด และใช้พื้นที่ครัวได้เต็มที่โดยที่กลิ่นไม่เข้าสู่พื้นที่ living area

เนื่องจากครัวมีพื้นที่จำกัด และขนาดความยาวของเคาท์เตอร์ที่ต้องได้ตรงตามมาตรฐานของ MQDC จึงทำให้ตู้เย็น ต้องออกมาตั้งในโซนพื้นที่ living area

และที่ผนังฝั่งตรงข้าม สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ท่านได้

ถัดไปเป็นพื้นที่สำหรับวางโซฟาและชั้นวางทีวี สำหรับ 2 ท่าน

ติดกันเป็น working pod ที่เป็นเหมือนพื้นที่ระเบียงแบบ Semi Outdoor ที่กั้นเป็นสัดส่วน มีหน้าต่างบานเปิด เปิดรับลม และนำอากาศเข้าสู่ภายในห้อง

สามารถเปิดเชื่อมกับพื้นที่ living area หรือปิดเป็นสัดส่วนได้

ไม่มี CDU แอร์มาวางให้เกะกะการใช้งาน เพราะใช้ระบบทำความเย็นผ่านท่อน้ำเย็นส่วนกลางที่กระจายมาเข้าเครื่องปรับอากาศในแต่ละห้อง

และโครงการจัดวางตำแหน่งตั้งเครื่องซักผ้าไว้ที่พื้นที่นี้เช่นกัน

ส่วนปีกซ้ายของยูนิตเป็นห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัว

โดยด้านซ้ายของทางเข้าห้องนอนเป็นห้องน้ำ

ด้านหน้าติดทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า built-in สูงจรดเพดาน เต็มความกว้างผนัง ที่มีขนาดตู้ใหญ่กว่ามาตรฐาน คือมีความลึก 0.70 เมตร ทำให้สามารถใส่เสื้อได้โดยไม่ยับ และสามารถวางกระเป๋าเดินทางได้ด้วย

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า เป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว พร้อมโถสุขภัณฑ์แบบแขวนผนัง ของ KOHLER

โดยที่ผนังห้องน้ำส่วนนี้ จะมีความหนาของ Low wall เพิ่มขึ้นอีก 10 ซม. ทำให้สามารถวางของได้มากขึ้น

ด้านในเป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย Shower Glass โครงการให้ Hand shower ของ KOHLER พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

ส่วนพื้นที่ติดกระจกบานใหญ่ พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งตามมาตรฐาน MQDC เป็นพื้นที่สำหรับตั้งเตียง ที่กว้างพอสำหรับเตียง King size

ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

ห้องนี้เหมาะสำหรับ 1-2 คนที่เน้นพื้นที่ใช้งานครบครัน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป หรือเก็บไว้สำหรับครอบครัวขยาย สำหรับคนที่มีบ้านหรืออยู่อาศัยโดยรอบย่านนี้

 

ห้องถัดไป 2 Bedroom 48.50 Sq.m. 2 Bedroom 1 Bathroom ที่มีพื้นที่ครัว living area ห้องน้ำแบบ Double Access และ working pod เป็นพื้นที่กลางติดทางเข้า ส่วนห้องนอนทั้งสองห้องอยู่ด้านในสุดของยูนิต

**หมายเหตุ: ห้องตัวอย่างได้มีการถ่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 โดย Interior และ Space บางอย่างจะมีการปรับในอนาคต***

 

พื้นที่ส่วนแรกเปิดต้อนรับด้วยพื้นที่ living & dining area

โดยโครงการให้ครัวเปิด built-in เข้ามุม สูงจรดเพดาน

พื้นที่ส่วนแรกเป็นตู้วางรองเท้าและตู้เก็บของ ที่ของจริงท็อปเคาท์เตอร์จะเชื่อมยาวและกว้างพอดีกับเคาท์เตอร์ครัว

ถัดไปเป็นชุดครัวของ MEX ประกอบด้วยเตา induction 4 หัว ฮูดดูดควัน

และอ่างล้างจานของ MEX

 

โดยเคาท์เตอร์ตัวเป็น Quartz วัสดุเป็น Food grade เจาะช่องวางไมโครเวฟที่ด้านล่าง และช่องวางอุปกรณ์ทำครัวที่ด้านบนและล่าง

และช่องวางตู้เย็นที่ปลายสุดเคาท์เตอร์

 

ด้านหน้าเคาท์เตอร์ครัวสามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ท่าน

และโซฟาพร้อมโต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีสำหรับ 2 ท่าน ที่ผนังฝั่งตรงข้ามครัว

ติดกันเป็น working pod ที่มาพร้อมหน้าต่างบานเลื่อน เปิดรับลม เติมอากาศธรรมชาติ ที่สามารถเปิดเชื่อมกับพื้นที่ living ได้

ด้านขวาของทางเข้า เป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า

ติดกันเป็นห้องน้ำ โดยห้องจริงที่ได้จะได้ประตูแบบ Double Access เข้าได้จากทางฝั่ง Living และห้องนอนหลัก ที่ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า เป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัว พร้อมโถสุขภัณฑ์แบบแขวนผนัง ของ KOHLER

โดยที่ผนังห้องน้ำส่วนนี้ จะมีความหนาของ Low wall เพิ่มขึ้นอีก 10 ซม. ทำให้สามารถวางของได้มากขึ้น

 

ด้านในเป็นพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย Shower Glass โครงการให้ Hand shower ของ KOHLER พร้อมเจาะช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

ถัดไปเป็นห้องนอน 2 ห้อง ห้องนอนแรก ห้องนอน Master อยู่ติดทางเข้าห้องน้ำ

ด้านขวาติดทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า built-in และห้องจริงที่ได้จะมีประตูบานสไลด์เข้าห้องน้ำอยู่ข้างๆตู้เสื้อผ้า

ด้านซ้าย ผนังปลายเตียง สามารถแขวนทีวีที่ผนังฝั่งนี้ และมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง หรือปรับเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้เช่นกัน

กลางห้องเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงที่กว้างพอสำหรับเตียง king size และโต๊ะหัวเตียง

ติดกันเป็นห้องนอนที่ 2

ด้านขวาติดทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า built-in

กลางห้องเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียง และโต๊ะหัวเตียง

และสามารถติดตั้งทีวีแบนแขวนที่ผนังปลายเตียงได้

ห้องนี้เหมาะสำหรับ 2-3 ท่าน สำหรับครอบครัวขนาดเล็ก เพื่อน พี่น้อง ที่มีพื้นที่ใช้งานส่วนตัวแยกเป็นสัดส่วน สามารถทำงาน work from home หรือเรียนออนไลน์ได้แบบส่วนตัว แต่ยังมองเห็นกันเชื่อมในพื้นที่ living area

**หมายเหตุ: ห้องตัวอย่างได้มีการถ่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 โดย Interior และ Space บางอย่างจะมีการปรับในอนาคต***

 

สรุปความน่าสนใจของโครงการ Whizdom COEX Pinkla

แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะมีโอกาสได้เห็นคอนโดสูงบริเวณโดยรอบสี่แยกปิ่นเกล้า ไม่ว่าจะเป็นบนฝั่งถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือบนฝั่งถนนจรัญฯโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงทำเลที่เกาะสถานี MRT บางยี่ขัน ค่อนข้างเยอะ แต่คอนโดเกือบทั้งหมดล้วนแต่เป็นคอนโดในระดับ Mass จนถึง Mid End ที่เน้นการออกแบบทั้งงานสถาปัตยกรรม และพื้นที่ส่วนกลางในแบบ Traditional ไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไหร่ บนความเชื่อที่ว่าการจะขายคอนโดให้โดนใจคนฝั่งธนฯ โดยเฉพาะกลุ่ม Local Demand ควรที่จะต้องเน้นในเรื่องของการสร้าง Cost leadership มากกว่า Product Differentiation เราจึงเห็นคอนโดเกือบทั้งหมดในย่านนี้พัฒนารูปแบบห้องออกมาในสไตล์ Compact และขายในระดับราคาเฉลี่ยที่ไม่เกินตารางเมตรละแสนต้นๆ และมีอัตราการขายที่ค่อนข้างสูงอยู่ที่ประมาณ 90% โดยหากเป็นโครงการที่มีราคาขายต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตรส่วนใหญ่จะปิดการขายหมดแล้ว หรือมียูนิตเหลือขายน้อยมากในปัจจุบัน

แต่จากความนิยมในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการเพิ่มขึ้นของแหล่งไลฟ์สไตล์สมัยใหม่บนทำเลสี่แยกปิ่นเกล้า ล้วนส่งผลให้มีดีมานท์ในการอยู่อาศัยจากกลุ่มคนเจนเนอเรชั่นใหม่เพิ่มเข้ามาในพื้นที่นี้เยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนเจนใหม่ติดถิ่นที่ยังคงอยากอยู่บนทำเลที่คุ้นเคย ใกล้บ้านพ่อแม่ โดยที่ยังสามารถเดินทางเข้าไปทำธุระย่าน CBD ง่ายๆด้วยรถไฟฟ้า กลุ่มคนวัยเรียนที่มองหาคอนโดที่มีราคาขายไม่แพงเท่าคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้าในช่วงสีลม สามย่าน หรือกลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านหลังที่สองที่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมในย่านชานเมืองอย่างตลิ่งชัน ราชพฤกษ์ ไปจนถึงบริเวณพุทธมณฑลสาย 1 – 4 เพื่อเดินทางไปทำงาน ให้ลูกขึ้นรถไฟฟ้าได้สะดวกในวันธรรมดา ซึ่งคนเหล่านี้มักมองหาโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อไลฟ์สไตล์ในแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่าที่ผ่านมายังไม่มีโครงการอะไรที่สร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรมมากเท่ากับโครงการ Whizdom COEX Pinklao โครงการ Mixed Use คอนโด เพียงโครงการเดียวในไทยที่ติดบันไดรถไฟฟ้าสถานีบางยี่ขัน สถานีเดียวกันถึง 2 ฝั่งทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีทางเชื่อมจากชานชาลารถไฟฟ้าสู่ส่วน COEX Space ซึ่งเป็น Lifestyle Community Space ในแบบ 24 ชั่วโมง* (พื้นที่บางส่วน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมในอนาคต) เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพักพิงและแฮงค์เอาท์สุดทันสมัยในอนาคตที่ดีมากๆ หนึ่งเดียวสำหรับชาวคอนโดในย่านบางยี่ขัน ที่หากว่าอยากเดินห้าง นั่งชิลบนห้องแอร์สบายๆ ก็ไม่ต้องขับรถออกไปที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า หรือห้างอื่นๆเหมือนเช่นที่เคยทำมา

แน่นอนว่าลำพังการมี COEX Space ติดสถานีรถไฟฟ้าก็เป็นการเพิ่ม value จำนวนมหาศาลให้กับตัวโครงการ และชุมชนโดยรอบแล้ว แต่ Whizdom COEX Pinklao ยังมอบความเป็น For All Well – Being ให้กับเพื่อนบ้านด้วย Hybrid Air Purifier Tower หอฟอกอากาศระดับเมือง ให้คุณภาพอากาศรอบโครงการสะอาด ปลอดฝุ่น PM 2.5 รวมถึงที่จอดรถอัตโนมัติ (Automated Parking) แบบลงใต้ดินเพื่อเพิ่ม Efficiency ให้มากที่สุด ลดมลพิษในการวนจอด และช่วยประหยัดเวลาหาที่จอดรถได้เยอะเลย เมื่อรวมกับพื้นที่ส่วนกลางแบบยกสูงเหนือระดับขึ้นไปบนชั้น 19 และดาดฟ้า (ที่นี่เป็นโครงการที่นำสระว่ายน้ำมาไว้บนดาดฟ้าอาคาร ต่างกับที่อื่นๆที่มักจะเอามาไว้บนโพเดียมชั้นจอดรถครับ จึงทำให้ได้วิวที่สวยกว่า ได้บรรยากาศที่ดีมากกว่า)

 

ที่นี่ยังเป็นอีกโครงการนอกเหนือจากโครงการใน The Forestias ที่มีระบบ Smart Building นำโดย Central  Utility  Plant (CUP) ระบบปรับอากาศรวมศูนย์ที่กระจายความเย็นไปทั่วทั้งโครงการผ่านระบบท่อน้ำเย็น ช่วยลดอุณหภูมิในบริเวณที่อยู่อาศัยและลดการใช้พลังงาน ประหยัดค่าไฟ อีกทั้งยังช่วยให้ได้ Extra Space ที่พื้นที่ระเบียงภายในห้อง เพราะไม่ต้องเสียพื้นที่ไปกับการวาง CDU แอร์ เมื่อรวมกับมาตรฐานการออกแบบ MQDC STANDARD DESIGN FOR ALL WELL-BEING ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มความภาคภูมิเลยว่านี่คือโครงการสุดทันสมัยที่มีจุดขายทั้งทำเล และสเปคที่ดีที่สุดของย่านปิ่นเกล้า…ซึ่งก็ต้องบอกว่าราคาขายที่เห็นว่าเริ่มต้นประมาณตรม.ละ 129,000 บาท เฉลี่ยตารางเมตรละ 15x,xxx บาท นี่ดูแล้วคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับมากเลยครับ ถ้าไม่บอกราคามาก่อนผมยังคิดในใจเลยว่าราคาคงไปไกลกว่านี้แน่นอน

 

Whizdom COEX Pinklao โครงการเดียวที่สามารถสะท้อนตัวตนเเละเอนจอยไปกับการอยู่อาศัย ทำงาน เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บนแนวคิดการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ที่สามารถสนุกกับไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกันได้อย่างไม่รู้จบ มาพร้อมการดูแลที่ครอบคลุมในทุกด้านของการอยู่อาศัยอย่างดีที่สุด ตามมาตรฐานการรับประกัน 30 ปี ของ MQDC* และยังโดดเด่นด้วยทำเลใจกลางปิ่นเกล้า เพียง 0 ก้าว ก็สามารถเชื่อมต่อ MRT บางยี่ขัน ด้วย Walkway จากโครงการ

 

มาใช้ชีวิตได้เต็มที่ บนพื้นที่แห่งอนาคต ด้วยกันที่ Whizdom COEX Pinklao

– ลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษ คลิก https://mqdc.link/3RgmvhO

– ADD LINE @whizdomcoexpinklao หรือ คลิก  https://mqdc.link/3SD4trL

– พิกัดโครงการ คลิก https://mqdc.link/3SDOeKo

รายละเอียดเพิ่มเติมโทร.1265

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

—————————————————————–

#WHIZDOMCOEX​ #Whizdom​#WhizdomCOEXPinklao​ #TheFutureofCoexistence ​#MQDC #ForAllWellBeing #คอนโดปิ่นเกล้า #คอนโดใหม่ #วิสซ์ดอมโคเอ็กซ์ #วิสซ์ดอมโคเอ็กซ์ปิ่นเกล้า



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.3

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


พฤกษาเนรมิตสวนบำบัดผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 7 เพิ่มความสุข และสุขภาวะที่ดีในการใช้ชีวิตบนพื้นที่ส่วนกลางอย่างสมดุล

เพราะการใช้ชีวิตบนพื้นฐานสุขภาวะที่ดีเป็นเมกะเทรนด์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในยุคปัจจุบัน ที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มองเรื่องของความต้องการมีสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอ... อ่านต่อ

23 January, 2023



ปีนี้ทีเด็ดเยอะ! “Noble NEXT is NOW 2023” โนเบิล ยังเดินเกมรุกต่อเนื่อง เปิดใหม่ 10 โครงการมูลค่ารวม 23,300 ล้านบาท มีไฮไลท์เป็น The Rare Selections by Noble

หลังจากที่ปีที่ผ่านมาโนเบิลคือดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่เพียงรายเดียวที่เปิดเกมรุกเต็มอัตราทั... อ่านต่อ
20 January, 2023

[First Impression] FYNN ASOKE คอนโดดีไซน์ล้ำ Modern Tropical โดดเด่นท่ามกลางสวนป่า สายน้ำ และต้นไม้ใหญ่กว่า 60 ปี

เมื่อนึกภาพถึงคอนโด Low Rise ใจกลางย่าน CBD อย่างอโศก ความคิดของคนส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคอ... อ่านต่อ
16 January, 2023