Supalai Loft Ratchada – Wongsawang

  

ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ - วงศ์สว่าง


ในปี 2022 นี้กลุ่มเซกเมนท์คอนโดที่น่าสนใจซื้อ คือคอนโดที่อยู่ใน Segment Economy มีราคาที่ต่ำกว่าตารางเมตรละ 70,000 บาท ในกรุงเทพฯ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดรถไฟฟ้า แค่อยู่ใกล้ไปถึงง่ายก็พอ แต่ต้องอยู่ใจกลางย่านชุมชน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์

wipawan khampuwiang เมื่อ 13 January, 2022 เวลา 15.44 pm

Prop score™: 4.0

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Supalai Loft Ratchada - Wongsawang

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ถนนรัชดาภิเษก แขวงวงศ์สว่าง

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT วงศ์สว่าง Distance 850 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

9-3-66.8 ไร่

ชั้น

18 ชั้น

ยูนิต

1,302 ยูนิต

ที่จอดรถ

690 คัน หรือคิดเป็น 52% (ไม่รวมซ้อนคัน)

ลิฟท์

แบบล็อกชั้น 3 ตัว/อาคาร

สิ่งอำนวยความสดวก

สระว่ายน้ำ, สระเด็ก, Sky Playground, Relaxing Pavilion, Sky Fitness, Cloud-Living Space, Backyard Garden, Cloud-working Space, Ozone Garden, Sky Jogging Track, Lobby


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

28 ตร.ม.

1 bedroom

34.5 ตร.ม. - 35 ตร.ม., 1 Bed Plus 43 ตร.ม. - 45.5 ตร.ม., 1 Bed Loft 47 ตร.ม. - 48 ตร.ม.

2 bedroom

2 Bedroom 1 Bathroom 48 ตร.ม. - 52 ตร.ม., 2 Bedroom 2 Bathroom 62 ตร.ม. - 64 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.7 เมตร และห้อง Loft 4.8 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

65,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

1.7 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

38 บาท/ตร.ม.

Sinking Fund fee

380 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2567

เว็บไซต์

https://www.supalai.com

1720


เพื่อนบ้าน Street View


รีวิว ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ – วงศ์สว่าง คอนโดสุดคุ้มกว่าใครบนย่านรัชดาฯ – วงศ์สว่าง

 

ในปี 2022 นี้กลุ่มเซกเมนท์คอนโดที่น่าสนใจซื้อ คือคอนโดที่อยู่ใน Segment Economy มีราคาที่ต่ำกว่าตารางเมตรละ 70,000 บาท ในกรุงเทพฯ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดรถไฟฟ้า แค่อยู่ใกล้ไปถึงง่ายก็พอ แต่ต้องอยู่ใจกลางย่านชุมชน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาคนมองหาคอนโดที่มี Space ขนาดใหญ่ แต่ราคารวมต่อห้องไม่แพงมาก เพื่อที่จะเอื้อต่อการทำงานแบบ Work From Home ได้ โดยศุภาลัยเองก็น่าจะเป็นดีเวลอปเปอร์เพียงไม่กี่เจ้าที่มีความสามารถในการพัฒนาโปรดักส์ที่ทำราคาแบบนี้ได้ ซึ่งในช่วงต้นปีแบบนี้ก็มีโครงการใหม่ออกมาแล้วกับ ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ – วงศ์สว่าง (Supalai Loft Ratchada – Wongsawang) ที่ผ่าน EIA เรียบร้อยแล้ว เราไปดูกันเลยว่า การกลับมาเปิดขายในครั้งนี้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่ยังเป็นโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชวิภา กันบ้าง และจะน่าสนใจซื้อมากแค่ไหน

 

โดย ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง (Supalai Loft Ratchada – Wongsawang) จะว่าไปแล้วก็เป็นอีกหนึ่งโครงการของศุภาลัยที่ใช้เวลายาวนานมากๆ กว่าจะผ่าน EIA เดิมทีโครงการใช้ชื่อว่า ศุภาลัย ปาร์ค รัชวิภา และก็เริ่มมีการเปิดตัวไปในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2016 นับไปนับว่าก็ 5 ปีกว่าแล้ว จนหลายคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าโครงการนี้มีความคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง คือต้องบอกว่าในช่วงที่ผ่านมาศุภาลัยใช้เวลาไปค่อนข้างเยอะในการที่จะ Compromise กับชุมชนรอบข้าง และปรับแบบ ตอนแรกเป็นโครงการสูง 30 ชั้น แล้วก็ปรับมาเหลือ 29 ชั้น แล้วก็ถอยมาเรื่อยๆ เป็น 25 ชั้น + อาคารจอดรถ 5 ชั้นครึ่ง แล้วก็มาเป็น 20 ชั้น จนสุดท้ายมาจบลงตรงที่รูปแบบปัจจุบันคือ 18 ชั้น 3 อาคาร ลดพื้นที่ FAR ลงมาเยอะกว่าที่สร้างได้พอสมควรจนผ่าน EIA มาได้ในที่สุดเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง

 

เมื่อ EIA ผ่านและรูปแบบโครงการก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่หมด หน้าตาก็เปลี่ยนใหม่หมด ในแง่ของ Branding จึงต้องมีการเปลี่ยนด้วยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบทางด้าน Identity อย่างชื่อ, ตัว Logo ไปจนคอนเซ็ปท์ของโครงการและงานออกแบบ ด้วยการที่เป็นแบรนด์ที่เน้นจับกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยเพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทางศุภาลัยเบนเข็มมารุกตลาดนี้อย่างจริงจังในช่วง 3-4 ปีให้หลัง ผลลัพธ์จึงออกมาลงตัวกับการเลือกใช้แบรนด์ ลอฟท์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทางศุภาลัยพัฒนาออกมามาถึง 7 โครงการแล้ว

และศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง มีความน่าสนใจในระดับหนึ่ง เพราะนี่คือคอนโดที่อยู่ใน Segment Economy มีราคาที่ค่อนข้างจะแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบันคือเริ่มราวๆ ตารางเมตรละ 65,000 บาท เท่าที่ทราบคือ Studio 28 ตารางเมตร เริ่ม 1.7 ล้านบาท มีปรับขึ้นนิดหน่อยจากเดิม 5 ปีที่แล้ว ที่เป็นสตูดิโอ 28.5 ตารางเมตร ขายในราคาเริ่ม 1.44 ล้านบาท

 

จาก Logic ในการทำราคาเพื่อแข่งขันดังกล่าว ยังสอดคล้องกับเทรนด์การซื้อคอนโดที่ทางคุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้พูดเอาไว้ในวันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการว่า “แนวโน้มในปี 2565 คาดการณ์ว่า ตลาดคอนโดฯ เปิดใหม่ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะกลับมามีสีสัน และขยายตัวเพิ่มมากขึ้น กลุ่มลูกค้าตลาดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่พร้อมจะซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกเป็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันบริษัทฯ พร้อมขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่ม NEW GEN สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และราคาให้ตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

 

เมื่อรวมกับการที่ย่านรัชวิภาตรงนี้ไม่ได้มีคอนโดเปิดใหม่มานานมากแล้ว ขนาดคอนโดล่าสุดที่มาเปิดตรงนี้อย่าง Niche Mono Ratchavipa ที่สร้างเสร็จไปเมื่อ 6 ปีที่แล้วยังมีราคาเริ่มตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดคือราวๆ ตารางเมตรละ 70,000 ถึง 90,000 บาทเลย ก็ยิ่งทำให้เราเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่งเลยว่า Gap ของราคายังไปต่อไปในแบบที่ไม่ชนเพดานง่ายๆ

 

ทำเลรัชดาฯ – วงศ์สว่าง นี่ต้องบอกว่าเป็นจุดกึ่งกลางของหลายๆ ย่านมาก หลายคนที่ไม่คุ้นชินกับย่านนี้ก็คงจะมองว่านี่คือทำเลที่เป็นจุดผ่านไปยังย่านต่างๆ เป็นชุดเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพตะวันออกและกรุงเทพตะวันตก โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานพระราม 7 คอยกั้นเอาไว้ ตัวโครงการคืออยู่บนถนนใหญ่รัชดาภิเษก  ช่วงระหว่างแยกประชานุกูลกับแยกวงศ์สว่างเลย เชื่อมต่อถนนสายหลัก วิภาวดีรังสิต พหลโยธิน ลาดพร้าว ประชาชื่น กรุงเทพ-นนทบุรี สะพานพระราม 7 งามวงศ์วาน และแจ้งวัฒนะ นับเป็นทำเลที่สมบูรณ์แบบในการพักอาศัยและเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย มองว่าคนใช้รถที่เดินทางข้ามไปมาระหว่างฝั่งธนฯ – บางซื่อ – ประชาชื่นก็น่าจะชอบอยู่นะ และก็ยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง ในระยะทาง 1.1 กม. ซึ่งโครงการมี Shuttle Bus รับ-ส่งให้ด้วย

คือที่ผ่านมาสาเหตุที่ไม่ค่อยมีโครงการคอนโดมาเปิดตรงนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะกระแสในการพัฒนาโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าที่ทุกดีเวลลอปเปอร์พากันไปเกาะกระแสพัฒนากันแถวๆ สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงกันหมด ซึ่งถ้าถามว่าช่วงไหนของสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีโอกาสในการขายได้มากที่สุดก้ต้องเป็นช่วงต้นสายคือ รถไฟฟ้าสีม่วงเหนือตอนต้น นับเฉพาะสถานีที่ยังอยู่ในเขตกรุงเทพได้แก่เตาปูนถึงวงศ์สว่าง สีม่วงเหนือตอนกลางนับจากสถานีแรกในเขตจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่แยกติวานนท์จนถึงก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสะพานพระนั่งเกล้า และม่วงเหนือตอนปลายเริ่มตั้งแต่ข้ามแม่น้ำไปแล้วที่สถานีไทรม้าไปจนถึงสุดสายที่สถานีคลองบางไผ่

 

สาเหตุนั้นก็เพราะว่าวงศ์สว่างเป็นถนนเชื่อมต่อเนื่องกับรัชดาภิเษกที่สามารถวิ่งไปทางจรัญสนิทวงศ์ได้ และวิ่งไปรัชวิภาเข้าวิภาวดีและวิ่งตรงไปรัชโยธินเข้าพหลโยธินได้ และยังวิ่งยาวๆ ไปถึง New CBD แยกพระราม 9 ผ่านถนนรัชดาได้อีก ประกอบกับมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีวงศ์สว่างเข้ามาเพิ่มอีก จึงทำให้แยกวงศ์สว่างเริ่มที่จะเป็นจุดสำคัญขึ้นมาเพราะมีความสะดวกสบายทั้งการใช้รถยนต์และระบบราง แต่ด้วยการที่ตรงนี้มันมีความพิเศษในเชิงการเดินทางจึงทำให้โครงการคอนโดในย่านนี้เริ่มที่จะประสบปัญหาในแบบเดียวกับคอนโดอื่นๆ ในย่านบางซื่อ ก็คือ มีราคาที่สูงมาก จนมนุษย์เงินเดือนคนทั่วไปเริ่มที่จะซื้อไม่ได้

 

การกลับมาในครั้งนี้ของ ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง จึงเรียกได้ว่ามาในจังหวะที่ ถูกที่ถูกเวลามาก ถูกที่ก็คือมันเป็นช่วงที่ไม่มีคอนโดใหม่เปิดขายเลยทั้งในฝั่งวงศ์สว่าง หรือฝั่งรัชวิภา ถูกเวลาก็ตรงที่เป็นจังหวะที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เริ่มมองหาตัวเลือกเป็นคอนโดที่มอบความคุ้มค่ามากกว่าคอนโดที่ติดรถไฟฟ้า

 

และคิดว่า โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง น่าจะเป็นคู่แข่งทางอ้อม และเป็น Substitute Product ที่น่ากลัวมากๆ สำหรับโครงการคอนในย่านรถไฟฟ้าสายสีม่วงตอนต้นทั้งเส้น ลองมาไล่นับดูเลยว่าตั้งแต่บางซื่อลงมาถึงวงศ์สว่างนี่มีคอนโดสูงแห่งไหนที่มีราคาต่ำกว่าตรม.ละ 70,000 บาทบ้างไหม ขอตอบเลยว่าไม่มีแน่นอน

วกเข้ามาดูที่รายละเอียดของโครงการกันบ้าง ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ – วงศ์สว่าง เป็นคอนโดฯ High Rise 18 ชั้น (รวมดาดฟ้า) มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท จำนวน 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ A – C บนที่ดินขนาด 9-3-66.8 ไร่ มีจำนวนห้องพักอาศัย 1,302 ยูนิต และร้านค้า 7 shop พร้อมที่จอดรถ 52% มีห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type คือ Studio ขนาด 28 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 34.5-35 ตารางเมตร, 1 Bedroom Plus ขนาด 43 – 45.5 ตารางเมตร, 1 Bedroom Loft ขนาด 47-48 ตารางเมตร และ 2 Bedroom ขนาด 48-64.5 ตารางเมตร

 

ตั้งอยู่บนถนนใหญ่รัชดาภิเษก ช่วงทำเลระหว่างกรุงเทพ ฯ – นนทบุรี ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่อยู่อาศัยและเป็นพื้นที่แหล่งทำงาน เชื่อมต่อถนนหลายสาย สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีวงศ์สว่าง สถานีกลางบางซื่อ ใกล้ทางพิเศษศรีรัช ด่านประชาชื่น และด่านรัชดาภิเษก ถัดมาจะเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ซึ่งห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร อีกทั้งยังใกล้แหล่งสถานศึกษา อาทิ  โรงเรียนหอวัง, โรงเรียนโยธินบูรณะ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมเชื่อมต่อคอมมูนิตี้มอลล์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพียง 10 นาทีถึงเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

 

ส่วนกลางจัดเต็มด้วย Sky Facilities ให้ความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนในแบบ Panoramic view เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ในแบบ Warmly Active Cozy จัดเต็มให้ผู้พักอาศัยได้เลือกใช้หลากหลาย สลับกันไปทั้ง 3 ทาวเวอร์ A – C โดยผู้พักอาศัยสามารถเข้าไปใช้บริการ Facilities ที่ทาวเวอร์อื่นได้ แต่จะเข้าไปยังชั้นพักอาศัยของทาวเวอร์อื่นไม่ได้ ออกแบบรับ New Normal มีจุด Delivery Pick Up ทุกตึกแยกเป็นสัดส่วน, มีห้องเก็บพัสดุ, ประตูอัตโนมัติ มีพื้นที่ส่วนออกที่ออกแบบให้เป็น Universal Design คนสูงอายุและผู้พิการเข้าถึงได้สะดวก และ Lobby + Lift แยกเป็นสัดส่วนทุกอาคาร ลิฟท์โดยสาร  3  ตัว / ลิฟท์บริการ 1 ตัว (ต่อ 1 ทาวเวอร์) Lock ชั้น รวมทั้ง 3 ทาวเวอร์ ลิฟท์โดยสาร 9 ตัว / ลิฟท์บริการ 3 ตัว พร้อมทั้ง Ev charger ภายในโครงการ ตอบโจทย์ ยุคสมัยใหม่

จุด Delivery Pick Up ที่ไรเดอร์สามารถวางของได้บริเวณนี้แล้วลูกบ้านลงมารับทีหลังได้ เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง

TOWER A จะอยู่ด้านในสุด มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ยาว 30 เมตร  พร้อมสระเด็ก แบบ  Infinity Edge, KID’S ZONE และ RELAXING PAVILLION

Infinity – Horizon Pool ขนาดใหญ่ที่ชั้นบนสุดของอาคาร ที่สามารถว่ายน้ำไปพร้อมชมวิวกรุงเทพฯ ได้

TOWER B มี FITNESS, CO-LIVING SPACE และ BACKYARD GARDEN สวนผักทานง่าย

FITNESS พื้นที่ออกกำลังกายที่มีเครื่องครบทุกฟังก์ชั่นหลัก ทั้ง Cardio, Weight training, Yoga & Aerobic พร้อมมีจุดนั่งพักวางของ

CO-LIVING SPACE (Cloud Living) พื้นที่พักผ่อน โครงการจัดชุดที่นั่งรองรับทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พร้อมโต๊ะพลูและเคาน์เตอร์บาร์รองรับการใช้งาน

TOWER C ใต้อาคารมี 7 – Eleven เป็นส่วนของ CO – WORKING SPACE, JOGGING TRACK  เชื่อมต่อ 3 ทาวเวอร์ ยาว 340 เมตร

CO – WORKING SPACE ขนาดใหญ่ ที่รองรับการใช้งานแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม มี Step Working ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น พร้อมห้องประชุมแบบส่วนตัว

 

บรรยากาศภายใน Sale Gallery

บริเวณด้านหน้า Sale Gallery ติดกับถนนรัชดาภิเษก

Sale Gallery ขนาด 1 ชั้น ตกแต่งด้วย Façade สีน้ำตาล สังเกตุได้ง่ายด้วยชื่อแบรนด์ขนาดใหญ่

พื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ด้านหลัง Sale Gallery

ด้านในจัดที่นั่งอย่างเป็นระเบียบ และตั้งโมเดลโครงการไว้ตรงกลางห้อง

ทาด้วยสีครีมตัดกับสีน้ำตาลแบบเอิร์ธโทนทำให้มีลูกเล่น และห้องดูโปร่งเป็นอย่างมาก

 

Model

โครงการมี 1 อาคาร แบ่งเป็น 3 ทาวเวอร์ A – C

ทางเข้าโครงการ จะเห็นทาวเวอร์ C เป็นอันดับแรก เพราะอยู่ติดกับถนนรัชดาฯ

ช่องจอดรถใต้อาคาร รอบโครงการติดกับแนวกำแพง ปลูกต้นสร้อยอินทนิลไว้เพื่อฟอกอากาศไปในตัว

จุดเชื่อมต่อของทั้ง 3 ทาวเวอร์ บริเวณอาคารจอดรถ

จุดวนรถขึ้นอาคารจอดรถ

ร้านค้า 7 ยูนิต จะอยู่บริเวณชั้นล่างของทาวเวอร์ C

สีของอาคาร คือ Theme ( Mono  Tone + Green Wall ) โทนสีนี้จะเป็นโทนสีที่ดูแล้วเรียบง่าย สงบ แต่ก็จะแฝงเสน่ห์ของความหรูหรา

Facilities บนดาดฟ้าของทาวเวอร์ A ที่มี Infinity – Horizon Pool, Sky Playground และ Relaxing Pavilion

Facilities ของทาวเวอร์ B มี Backyard Garden, Sky Fitness และ Cloud – Living Space

Skywalk ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของทั้ง 3 ทาวเวอร์ ลูกบ้านสามารถใช้ Skywalk เดินข้ามระหว่างทาวเวอร์เพื่อใช้บริการส่วนกลางของทาวเวอร์อื่นได้

Facilities ทาวเวอร์ C มี Skyline Jogging Track, Ozone Garden, และ Cloud – Working Space

 

Master Plan

ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ – วงศ์สว่าง หน้าโครงการอยู่ทางทิศใต้ติดกับถนนรัชดาภิเษก พื้นที่โครงการเป็นแนวลึก มี 1 อาคาร แต่แบ่งเป็น 3 ทาวเวอร์ เรียง A – C โดยทาวเวอร์ A อยู่ด้านใน ตรงกลางเป็นทาวเวอร์ B และทาวเวอร์ C อยู่ติดถนนเส้นหลัก เชื่อมต่อกันทั้ง 3 ทาวเวอร์ด้วยอาคารจอดรถด้านล่าง และ Skywalk บริเวณชั้นดาดฟ้า พร้อมพื้นที่สีเขียวหลายจุดให้คุณได้ผ่อนคลายเมื่ออยู่ในโครงการ

 

Floor Plan

โดย Floor Plan ของทั้ง 3 ทาวเวอร์ จะเป็นแปลนแบบเดียวกันทั้งหมด ชั้น 1 – 3 เป็นส่วนของอาคารจอดรถ มีห้องพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 4 ความพิเศษของชั้นนี้ก็คือ มีห้อง Loft จะอยู่บริเวณชั้น 4 เท่านั้น เพียงทาวเวอร์ละ 8 ยูนิต หากรวม 3 ทาวเวอร์ ห้องแบบ Loft มี 24 ยูนิตเท่านั้น

ชั้น 5 – 17 เป็นส่วนของห้องพักอาศัยที่จะมีไทป์ห้องคละกันไปในแต่ละชั้น แบบ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 1 Bedroom Loft และ 2 Bedroom โดยห้องแบบ 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมของแต่ละชั้น

Unit Plan

Studio ขนาด 28 ตารางเมตร ห้องไทป์เล็กสุดในโครงการ แต่เริ่มต้นด้วยขนาดที่ไม่เล็กมาก วางแปลนห้องแบบแนวลึก มีครัวและห้องน้ำอยู่บริเวณหน้าห้อง กั้นประตูอีกหนึ่งชั้นก่อนเข้าไปยังส่วนห้องนอน มีพื้นที่บริเวณ Bay Window เพื่อทำเป็นมุมทำงานหรือนั่งชมวิวได้ ห้องนี้อยู่ 2 คนได้ไม่อึดอัด

1 Bedroom ขนาด 34.5 – 35 ตารางเมตร ห้องแบบ 1 นอน 1 น้ำ ขนาด 34.5 ตารางเมตร ที่มีขนาดพื้นที่กว้างและห้องถูกกั้นเป็นสัดส่วน มี Living Room ใหญ่ ที่สามารถวางโต๊ะทานอาหารข้างกันได้ มีครัวปิด พร้อม Walk-in Closet ในห้องนอน

ขนาด 35 ตารางเมตร มีครัวเปิดบริเวณหน้าห้อง เชื่อมต่อไปยัง Living Room และระเบียงด้านหลังห้อง ห้องนอนกว้าง มีพื้นที่ตรงปลายเตียงให้เดินได้สะดวก

1 Bedroom Plus ขนาด 43 – 45.5 ตารางเมตร ห้องแบบ 1 นอน 1 น้ำ และห้องเอนกประสงค์ 1 ห้อง เป็นแบบครัวเปิดอยู่หน้าห้อง เชื่อมต่อไปยัง Living Room และห้องห้องเอนกประสงค์ ที่อยู่ด้านหลังห้อง ภายในห้องนอนกว้างมีพื้นที่ Walk-in Closet พร้อมระเบียงด้านนอก

ขนาด 45.5 ตารางเมตร ที่กั้นห้องเป็นสามส่วน ห้องนอนและห้องเอนกประสงค์อยู่ติดผนังห้องคนละฝั่ง ส่วนตรงกลางห้องเป็นครัว, โต๊ะทานอาหาร, Living Room และระเบียง

1 Bedroom Loft ขนาด 47-48 ตารางเมตร

ขนาด 47 ตารางเมตร เป็นห้อง 1 นอน 1 น้ำ แบบ 2 ชั้น และเพดานแบบ Double Volume ทำให้ห้องดูโปร่งอย่างมาก เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับ Foyer ด้านหน้าห้อง และมีบันไดอีก 2 ขั้น ขึ้นมายังส่วนห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว และมีบันไดลงมาชั้นล่าง ที่เป็น Living Room, ครัว, โต๊ะทานอาหาร และระเบียง ปกติหากเป็นห้อง Loft ของโครงการอื่น เมื่อเปิดเข้ามาในห้องก็จะเห็นเป็นพื้นที่ชั้น 1 และจึงเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 แต่ของที่นี่เข้ามาเจอกับชั้นบนก่อนค่อยเดินลงไปชั้นล่าง

ขนาด 48 ตารางเมตร มีฟังก์ชั่นคล้ายกับห้อง 47 ตารางเมตร ห้องนอน และห้องน้ำอยู่ชั้นบน ส่วน Living Room, ครัว, โต๊ะทานอาหาร และมุมทำงานอยู่บริเวณชั้นล่าง

2 Bedroom ขนาด 48-64.5 ตารางเมตร ห้องแบบ 2 นอน 1 น้ำ ขนาด 48 ตารางเมตร Master Bedroom อยู่ติดฝั่งหลังห้อง ส่วนห้องนอนเล็กติดผนังฝั่งหน้าห้อง ห้องน้ำอยู่ติดกับครัวบริเวณหน้าห้อง Living Room กว้าง ตั้งอยู่ส่วนกลางห้อง

ขนาด 52 ตารางเมตร แบ่งห้องเป็นสัดส่วน แบบครัวปิด แยกห้องนอนให้อยู่ติดผนังคนละฝั่งเพื่อความเป็นส่วนตัว มีห้องน้ำ 1 ห้อง ที่สามารถเข้าได้จากฝั่ง Master Bedroom และบริเวณหน้าห้อง ตรงกลางห้องจะเป็นที่วางโต๊ะทานอาหาร รวมไปถึง Living Room

ขนาด 62 ตารางเมตร แบบ 2 นอน 2 น้ำ มีครัวปิดอยู่บริเวณหน้าห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำในตัว พร้อมหน้าต่างภายในห้องถึง 2 ด้าน ส่วนห้องนอนเล็กต้องใช้ห้องน้ำรวมกับด้านนอก และ Living Room เชื่อมต่อไปยังระเบียง

ขนาด 64.5 ตารางเมตร ฟังก์ชั่นคล้ายกับห้องขนาด 62 ตารางเมตร แต่พื้นที่ Master Bedroom ใหญ่ขึ้น มีหน้าต่าง 2 ด้าน มีห้องน้ำในตัว ส่วนพื้นที่ครัว, โต๊ะทานอาหาร และ Living Room จะอยู่บริเวณหน้าห้อง

รายการแพคเกจเฟอร์นิเจอร์ที่มี Option ให้ซื้อเพิ่มได้ สำหรับห้องแต่ละไทป์

Studio

1 Bedroom

1 Bedroom Plus

1 Bedroom Loft

2 Bedroom (จำนวนเฟอร์นิเจอร์ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)

 

ห้องตัวอย่าง

แบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร Type 1A2 แบบครัวปิด มี Walk-in Closet ในห้องนอน

บริเวณหน้าห้องมองเห็น Living Room เป็นอันดับแรก โดยห้องจริงจะได้ประตูห้องพักระบบ Digital Door Lock ปูพื้นห้องด้วยวัสดุ SPC (Stone Plastic Composite)

ติดตั้งทีวีได้ที่มุมนี้ หากใช้เป็นทีวีติดผนังจะทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น ผนังภายในห้องทาสีขาวแบบฉาบเรียบ (ช่วงโปรโมชั่นทางโครงการแถมวอลเปเปอร์ให้) เพดานสูง 2.7 ม.

วางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่ง ได้ตรงมุมนี้

โต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง ติดกับโซฟา

ประตูไปยังครัวและห้องน้ำ

เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบบานเดียว

ทางโครงการให้ครัวมาแบบครบชุด พร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน โดยห้องแบบ 1 ห้องนอน จะได้เคาน์เตอร์ครัวขนาด 1.6 ม.

ได้  Hood สีขาวแบบนี้

ให้เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมอ่างล้างจาน 1 หลุม พร้อมราวแขวนสีดำของ Hafele ที่โครงการให้มาด้วย

แถม Hob Hood ของ Hafele แบบห้องตัวอย่าง

พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ด้านข้าง สามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้

พื้นที่ภายในครัวไม่แคบมาก สามารถเข้ามาทำอาหาร 2 คน พร้อมกันได้

ห้องน้ำอยู่ด้านนี้

ห้องน้ำแบบสำเร็จรูป ปูกระเบื้อง Porcelain

ใช้ชุดสุขภัณฑ์ของ Cotto

ส่วน Accessories สีดำ ของ Hafele ทั้งหมด ดูทันสมัย

มีฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัยให้ในห้องน้ำ ที่กั้นตรงพื้นสูงช่วยให้น้ำไม่ไหลออกมาข้างนอก

โครงการให้เครื่องทำน้ำอุ่น มีฝักบัวพร้อม Rain Shower

มีช่องเก็บอุปกรณ์อาบน้ำ 2 ช่องตรงนี้

ราวแขวนผ้าเช็ดตัว Hafele สีดำ

กั้นห้องนอนด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 พับ

ห้องนอนกว้าง มีพื้นที่ข้างเตียงและปลายเตียงเหลือเยอะ

ระเบียงด้านนอก ขอบประตูบานเลื่อนด้านล่างยกสเต็ปสูง

ห้องนอนกว้าง วางเตียง 6 ฟุตได้

พื้นที่ว่างข้างหัวเตียงทั้ง 2 ข้าง ใช้วางโต๊ะเล็กๆ ได้

ในห้องนอนใช้เป็นทีวีติดผนังจะสะดวกกว่าการนำโต๊ะทีวีเข้ามาวาง เพื่อให้เหลือพื้นที่ในการเดินเข้า – ออก

Walk-in Closet

พื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้ด้านข้างติดกับหน้าต่างได้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบแต่งตัวเพราะสามารถจัดเก็บเสื้อได้เยอะ

ห้องจริงตู้เสื้อผ้าจะเป็นตู้หน้าบานเลื่อนปิดแบบมาตรฐานตามที่โครงการให้

มุมแต่งหน้า ทำผม อยู่ตรงนี้ ติดกับหน้าต่างทำให้แสงด้านนอกส่องผ่านได้ทั้งวัน

หน้าต่างบานแบบบานกระทุ้ง ไม่ได้ให้ม่านมาด้วย

 

แบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร Type 1C2 เป็นห้องแบบครัวปิด และมี Favorite Corner แยกออกจากห้องนอน ที่ใช้เป็นมุมพักผ่อนหรือทำงานได้

บริเวณหน้าห้อง โดยประตูจะติดระบบ Digital Door Lock ให้

เพดานห้องสูง 2.7 ม. ผนังฉาบเรียบทาสีขาว (แต่ในช่วงโปรโมชั่นจะได้วอลเปเปอร์แถมมาด้วย) ปูพื้นห้องด้วยวัสดุ SPC

บริเวณหน้าห้อง โครงการจัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง ไว้ที่มุมนี้ หรือใครอยากปรับเป็นมุม Living Room ก็ได้เช่นกัน

ผนังฝั่งนี้มีพื้นที่ให้วางตู้เก็บรองเท้าได้ หรือจะเป็นตู้โชว์ก็ได้เช่นกัน ห้องนี้ได้แอร์ 2 ตัว

Living Room

ด้วยห้องที่มีพื้นที่กว้าง สามารถวางโซฟาขนาด 2 – 4 ที่นั่งได้สบาย พร้อมโต๊ะกาแฟเล็กๆ หน้าโซฟา ก็ยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้สะดวก

มุมทีวี

ทางเดินเข้าห้องครัวและห้องน้ำ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบบานเดี่ยว

ชุดครัวแบบมาตรฐานที่ทางโครงการให้มาเหมือนห้องตัวอย่าง เคาน์เตอร์ครัวยาว 1.6 ม.

ช่องวางตู้เย็นจะอยู่ติดกับประตู ใช้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้

ตู้เก็บของด้านบน ใช้เก็บอุปกรณ์ทำอาหาร จานชาม และเครื่องปรุงในการทำอาหารได้

ทางโครงการให้ Hob & Hood พร้อมราวแขวนสีดำของ Hafele

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว

อ่างล่างจาน 1 หลุม

ตู้ชั้นล่างมีช่องให้เก็บของได้เยอะ

ห้องน้ำอยู่ติดกับครัว

ห้องน้ำสำเร็จรูป แบบเดียวกันทุกห้อง

ทางโครงการให้สุขภัณฑ์ของ Cotto และ Accessories สีดำของ Hafele

ให้ฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย พร้อมเครื่องทำอุ่นแบบห้องตัวอย่าง

ให้ทั้งฝักบัวและ Rain Shower

มีช่องเก็บอุปกรณ์อาบน้ำมุมนี้

Favorite Corner แยกจากห้องนอน ที่เจ้าของห้องสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้เป็นมุมโปรด หรือทำงานก็ยังได้ มีความเป็นส่วนตัวสุดๆ

กั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 พับ

ติดกับระเบียงด้านนอก สามารถเปิดประตูรับลมได้ และมีแสงธรรมชาติส่องผ่านตลอดเวลา

ประตูระเบียงมีสเต็ปสูง พร้อมราวกันตกด้านนอก

แขวน CDU แอร์ฯ 2 เครื่อง ไว้ด้านบน ติดตะแกรงเหล็กให้แบบห้องตัวอย่าง

เชื่อมต่อไปยังห้องนอน

ห้องนอนมีช่องแสงขนาดใหญ่ ช่วยให้ห้องสว่างได้ทั้งวัน

มีต่างหน้าบานกระทุ้ง 1 บาน

บริเวณหัวเตียงมีพื้นที่ให้เดินได้สะดวก พร้อมวางโต๊ะเล็กๆ ได้

ทีวีในห้องนอน ใช้เป็นแบบติดผนัง ทำให้บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่ให้เดินได้

ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ด้าข้าง

ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการให้มา เป็นตู้หน้าบานปิดทึบ

โต๊ะเครื่องแป้งเป็นสีครีม มีลิ้นชักด้านล่าง

 

เจาะจุดเด่น ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง

โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง มีราคาที่ Competitive มากในตลาดคอนโดปัจจุบัน เริ่มแค่ประมาณ 65,000 บาท/ ตรม. หรือเพียง 1.7 ล้านบาท และมีราคาเฉลี่ยเพียง 65,000 บาท/ตร.ม. อีกทั้งยังเป็นคอนโด High Rise เปิดใหม่เพียงแห่งเดียวที่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษกบนทำเล วงศ์สว่าง – รัชวิภา ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง ในระยะทาง 1.1 กม. โดยมีรถรับส่งให้ด้วย

 

สำหรับใครที่ใช้รถทุกวันอยู่แล้วก็เหมาะมากๆ เพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก เดินทางไปฝั่งธนฯ และทั่วกรุงเทพฯ ได้ง่าย โครงการโดดเด่นด้วย Sky Facilities ในคอนเซ็ปท์ที่แตกต่างกันออกไป แต่เชื่อมต่อกันด้วย Skywalk ทั้ง 3 ทาวเวอร์ พร้อมสระว่ายน้ำยาว 30 ม. และสระเด็ก บนชั้น Rooftop และนับว่าเป็นโครงการที่ 3 ของศุภาลัยที่ทำสระลอยฟ้า มีการออกแบบรับ New Normal Lifestyle พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้เป็น Universal Design และห้องไฮไลท์เป็น 1 Bedroom พร้อม Favorite Corner เหมาะกับการ WFH หรือจะรังสรรค์เป็นมุมโปรดตามต้องการ ยังมีห้องพิเศษบนชั้น 4 เป็นห้อง Loft เพดานสูงถึง 4.8 ม. พร้อมได้โฉนดทั้งชั้นล่างและชั้นลอยอีกด้วย

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือห้อง Loft คือจริงๆ ทางศุภาลัยเค้าก็ไม่ได้เน้นห้องรูปแบบนี้กับโครงการนี้สักเท่าไหร่ แต่บังเอิญว่ามันมีภาพที่โครงการเอาไปลงสื่อ และหลายๆ เจ้าก็ลงความเห็นว่าห้อง Loft ของที่นี่มันแปลกดีนะ แม้จะมีเพดานห้องสูงกว่าที่อื่นถึง 4.8 เมตร เอาจริงๆ เรียกว่าเป็น Duplex ก็ยังได้ เพราะออกพื้นที่ใช้สอยลงในโฉนดให้ทั้งบนล่างเลย ยกเว้นห้องใต้บันได แถมมีพวก Sprinkler และ Smoke Detector ครอบคลุมทั้งพื้นที่ข้างบนและข้างล่างเลย ในขณะที่โครงการอื่นๆ เราก็จะเห็นเป็นแบบโครงเหล็กเฟอร์นิเจอร์ ไม่ได้เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และเพดานก็เตี้ยกว่าคือมีตั้งแต่ 3.6, 4.2 ไปจนถึง 4.85 เมตรเลย จนทำให้สื่อหลายๆ สำนักโหมลงสื่อราวกับว่านี่คือห้อง Signature ของโครงการนี้ แต่เปล่าเลยเพราะห้องรูปแบบนี้มีเพียงแค่ 24 ห้องเท่านั้น เป็น 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 47 – 48 ตารางเมตร ทางฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งมีแค่ 8 ยูนิตต่ออาคาร

 

คือถ้าถามว่ามันว้าวไหม ถ้าเอาแค่สำหรับแบรนด์ศุภาลัยเองต้องบอกว่าว้าว เพราะว่านี่คือห้อง Loft ที่แรกเลยของ Supalai แม้เค้าจะตั้งชื่อแบรนด์ว่า Loft แต่ก็ยังไม่เคยมีห้อง Loft เพดานสูงออกมาให้เห็นสักที ที่นี่เราได้เห็นแล้ว และถ้าดูจากความสูง ขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ลงในโฉนดได้จริงก็ต้องบอกว่าดีกว่าที่อื่น

 

แต่ข้อจำกัดของห้อง Loft ที่นี่ ซึ่งเป็นห้องที่ทางศุภาลัยบอกว่าไม่เน้น ไม่อยากโปรโมทเยอะเพราะมันมีน้อยก็คือ

– อยู่ชั้นเตี้ยไปหน่อยคือชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางเดิมเมื่อตอนทำ Supalai Park รัชวิภา

– เลย์เอ้าท์แตกต่างจากห้อง Loft ที่อื่นตรงที่มีประตูอยู่ชั้นลอย ในส่วนของห้องนอน ทำให้คนชอบ Privacy ของห้อง Loft ที่มีห้องนอนอยู่ชั้นลอยอาจจะไม่ชอบ แต่ถ้ามองอีกมุมนึงก็อาจจะได้บรรยากาศที่ Grand กว่าตรงที่เปิดห้องเข้ามาจะไม่รู้สึกเหมือนเดินลอดใต้ถ้ำ

 

คือก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดในเรื่องของการวางแปลนอาคารที่ทำให้ไม่สามารถสร้างโถงทางเดินที่ชั้น 3 ของอาคารได้ แต่ถ้าทางศุภาลัยมีการบิดเพิ่มอีกนิดตรงการจัดวางเลย์เอ้าท์ให้พื้นที่หน้าประตูเป็นพื้นที่ Welcome Foyer ที่มีตู้ Built-it ไว้เก็บรองเท้า และเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้ก็จะดีกว่าจัดวางเป็นโต๊ะทำงาน เพราะยังไงห้องนอนที่นี่ก็ยังต้องไต่สเต็ปบันไดขึ้นไปอีก ส่วนบรรยากาศของโปร่งโล่งของแสง ความกว้างของหน้าต่างนี่ เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นนะ เพราะจากภาพ Tive เราได้เห็นแต่มุมมองจากนอกอาคารฝั่งหน้าต่างเข้ามา ต่างจากของที่อื่นที่เรามักจะเห็น Hero shot เป็นมุมมองจากในห้องออกไปนอกห้อง…แต่ถึงอย่างไรด้วยการที่มียูนิตแบบนี้น้อยมากเราจึงคิดว่ายังไงก็ขายหมด และก็น่าจะเป็นห้อง Loft ที่มีราคาประหยัดมากที่สุดในตลาดคอนโดกรุงเทพฯแล้วครับ

 

ส่วนยูนิตอื่นๆโดยเฉพาะห้องแบบ 1 ห้องนอนมีจุดขายเยอะพอตัวทีเดียวโดยเฉพาะในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าโครงการคู่แข่งทั้งราคาต่อห้อง และต่อตารางเมตร แถมยังได้ Extra Space ออกมาเป็นมุม Favorite Corner อีก แถมคราวนี้มีให้ทั้ง Hob และ Hood อันนี้ดี เพราะขนาด Supalai Oriental ยังไม่ให้มาเลย และโครงการ Loft ตัวเก่าก็ไม่ได้ ขายในราคาเริ่มต้นที่ตารางเมตรละห้าหมื่นบาทต้นๆ และเฉลี่ยที่ตารางเมตรละหกหมื่นกลางๆ เท่านั้น ถ้าคิดจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วคือปรับขึ้นมาแค่ราว 5-6% ทั้งๆ ที่มีจำนวนยูนิตลดลง และชาวบ้านแถวย่านนี้ลากรัศมีไป 3 กม. ก็ขายกันตารางเมตรละเฉียดแสนบาทกันไปหมดแล้ว นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ใครที่มองหาความคุ้มค่าในราคาที่ไม่แพงอยากให้ลองแวะมาดูกันก่อนครับ

 

สร้างมุมโปรด “Favorite Corner” กับห้อง 35 ตร.ม. ที่ ศุภาลัย ลอฟท์ รัชดาฯ-วงศ์สว่าง

EIA APPROVED!

เริ่ม 1.7 ล้านบาท ขนาด 28 – 64.5 ตร.ม. Pre-Sales : 22 – 23 มกราคม นี้

พิกัดโครงการ : https://bit.ly/3FURKdx

ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด : https://bit.ly/3t5kZ9F

 

#คอนโดใหม่ #SupalaiLoft #LoftMosphere #อีกชั้นบรรยากาศของการใช้ชีวิต



wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.0

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


RE2022 พร้อมเดินหน้ารับปีแห่งความหวัง กับ 5 เทรนด์การตลาดที่อาจพบได้ในปีนี้

ก่อนอื่นขอปรบมือดังๆให้กับเพื่อนๆชาวอสังหาฯทุกคนที่ยังคงยืนหยัดอย่างมีความหวังถึงวันฟ้าสดใส ท่ามกลางสถานการณ์อันย่ำแย่ที่ใส่เข้ามาเป็นระยะๆตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาครับ ถ้าใครที่ยังคงทำทุกอย่างอย่างเต... อ่านต่อ

10 January, 2022



สรุป 12 ประเด็นเด็ดของวงการอสังหาฯ ในปี 2021

บอกลาปี 2021 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเริ่มใหม่ไปกับปี 2022 ที่กำลังจะมาถึง คิดกันไหมว... อ่านต่อ

31 December, 2021

Propholic’s Best of 2021 ย้อนดูของดีท่ามกลางปีที่ซัพพลายขาดช่วง

“ผ่านไป 10 เดือนเพิ่งจะได้เห็นโครงการคอนโดเปิดใหม่” คำพูดดังกล่าวเป็นคำอุทานเบาๆในใจของ... อ่านต่อ

27 December, 2021

อนันดาฯเปิดระบบปฎิบัติการ Ananda Sure สุดทันสมัย พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการในระยะยาว

"วันนี้ธุรกิจอสังหาฯเป็น Model ในแบบ Connecting The Dot ที่ตอบโจทย์ในการบริหารจัดการองค... อ่านต่อ

22 December, 2021