Park Court Sukhumvit 77

  

พาร์ค คอร์ท สุขุมวิท 77


ถ้าพูดถึงคอนโด หลายคนชอบเลือกที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน เนื่องจากความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ความปลอดภัย แต่คอนโดสมัยนี้มักทำห้องขนาดเล็ก อยู่ใจกลางเมืองแถมราคาคอนโดก็สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์และไม่ใช่ตัวเลือกของหลายๆ คน

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 4 September, 2019 เวลา 00.18 am

Prop score™: 4.2

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Park Court Sukhumvit 77

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 77

สถานีรถไฟ BTS

BTS อ่อนนุช Distance 2,800 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

7-2-83.7 ไร่

ชั้น

อาคารพักอาศัยเพื่อขายและเพื่อเช่า 7 ชั้น จำนวน 5 อาคาร รวม 70 ยูนิต

ยูนิต

ห้องชุดเพื่อการขาย 2 อาคาร (A ,D) จำนวน 28 ยูนิต และห้องชุดเพื่อการเช่า 3 อาคาร (B,C,E) จำนวน 42 ยูนิต

ที่จอดรถ

146 คันคิดเป็น 208%

ลิฟท์

1 ตัว/อาคาร

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย, สวนหย่อมรอบโครงการ, Multi-Purpose Room, EV Charger


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์/Holiday Home/Luxury Residences/Luxury Condo

studio

-

1 bedroom

-

2 bedroom

-

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

282.03 – 287.21 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.7 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

160,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

45 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

55 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

800 บาท ต่อตรม.

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

https://www.mk.co.th/condo/parkcourt/index.html

02 688 7555


เพื่อนบ้าน Street View


ให้ความสุขอยู่กับคุณทุกช่วงเวลาที่ Park Court Sukhumvit 77 เพนท์เฮ้าส์ท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำที่ดีที่สุด บนชุมชนคุณภาพ T77

 

ถ้าพูดถึงคอนโด หลายคนชอบเลือกที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน เนื่องจากความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ความปลอดภัย  แต่คอนโดสมัยนี้มักทำห้องขนาดเล็ก อยู่ใจกลางเมืองแถมราคาคอนโดก็สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์และไม่ใช่ตัวเลือกของหลายๆ คน โดยเฉพาะการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ หรือคนที่ชอบการเลี้ยงสัตว์ ทำให้ขนาดห้องส่วนใหญ่ในตลาดล้วนแล้วแต่มีขนาดที่น้อยกว่า 70 ตารางเมตรสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอน อีกทั้งห้องแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไป จนถึง Penthouse ที่มีขนาดห้องมากกว่า 200 ตารางเมตร ล้วนแต่เป็น Supply ที่มีจำกัดมากในโครงการสร้างใหม่ และถึงมีก็มีเฉพาะในโครงการระดับ Super Luxury ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรเกิน 250K ขึ้นไป แถมยังพบอุปสรรคในด้านการเลี้ยงสัตว์อีก

 

จะว่าไปแล้วในตลาด Super Luxury Condo ตอนนี้มีไม่ถึง 5 โครงการด้วยซ้ำที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ อีกทั้งกลุ่มผู้พักอาศัยในคอนโดระดับ Luxury ส่วนใหญ่ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ก็ล้วนแต่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ที่จอดรถที่เพียงพอ วิวสวย และ Space ที่กว้างใหญ่กันทั้งนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะความเป็นส่วนตัวบางทีแม้แต่โครงการระดับ Super Luxury บนทำเลใจกลางเมืองก็ไม่สามารถให้ได้ ด้วยชีวิตประจำวันของแต่ละสมาชิกในครอบครัวที่แตกต่างกันไป ทั้งการทำงาน เรียนหนังสือ เข้าสังคม จับจ่ายใช้สอย ทำให้การซื้อบ้านขนาดใหญ่ในย่านชานเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ Practical ในการใช้ชีวิต

 

ดังนั้นหากมีตัวเลือกเป็นคอนโด Luxury ขนาดใหญ่ที่เดินทางสะดวก อยู่ใจกลางย่านชุมชนคุณภาพเกิดใหม่ ที่มีครบทุกอย่าง โดยเฉพาะบนถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า แต่ยังมอบความเป็นส่วนตัว และตอบทุกโจทย์ ความต้องการได้ในราคาต่อตารางเมตรที่ไม่เกินสองแสน ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น น่าสนใจทั้งในหมู่คนไทยและคนต่างชาติที่เป็น Expat ระดับ Top Management ที่แทบจะไม่สามารถหาเช่าห้องขนาด 3 ห้องนอนขึ้นไปในคอนโดใหม่ได้อีกแล้ว

 

บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK Real Estate จึงพัฒนาโครงการบนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ภายใต้แบรนด์ PARK COURT Sukhumvit 77 (พาร์ค คอร์ท) คอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ธรรมชาติกว่า 2 ไร่ ยูนิตน้อย เพื่อคุณภาพของการพักอาศัยที่สมบูรณ์แบบ

 

เจาะจุดเด่น PARK COURT Sukhumvit 77

 

ถ้าคุณเป็นคนที่มีรสนิยมการใช้ชีวิตในแบบ Work Hard – Play Hard ชนิดที่ในหนึ่งวันมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องครอบครัว จนเมื่อถึงเวลาเอนกายพักผ่อนที่บ้าน ก็อยากจะดื่มด่ำกับประสบการณ์การพักผ่อนในบรรยากาศที่แตกต่างไปจากคอนโดใจกลางกรุงเทพฯแห่งอื่นๆ PARK COURT Sukhumvit 77 ก็น่าจะเป็นเพนท์เฮ้าส์คอนโดเพียงแห่งเดียวในย่านสุขุมวิทที่สามารถให้คุณได้ใช้ช่วงเวลาทั้งหมดเหล่านั้นอย่างมีคุณค่า และมีคุณภาพมากที่สุดครับ

 

คอนโดประเภท Low Rise นั้น เป็นรูปแบบคอนโดที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในตลาดคอนโดบ้านเราครับ ซึ่งหากจะ Scope ให้แคบลง เอาเฉพาะภายในโครงการ T77 เอง ก็มีให้เลือกถึง 4 โครงการเข้าไปแล้ว แต่ PARK COURT Sukhumvit 77 คือ One of a Kind ที่มีความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งยากมากในการที่จะหาโครงการใดเหมือนได้อีกครับ ความแตกต่างดังกล่าวได้ถูกถ่ายทอดสอดผสานให้ออกมาเป็น คอนโด 7 ชั้น บนพื้นที่รวมกว่า 7 ไร่ โดยมีพื้นที่สวนส่วนกลางพร้อมแลนด์เสคปที่มอบทัศนียภาพสวยงามริมคลองถึง 2.2 ไร่…คุณผู้อ่านลองจินตนาการถึงพื้นที่ 7 ไร่สิครับ ว่าหากเป็นคอนโดทั่วไปจะมีจำนวนยูนิตทั้งหมดกี่ยูนิต? จากประสบการณ์ที่ผมเคยพบเห็นมา หากเป็นคอนโด Low Rise อย่างน้อยก็ต้องมี 700 – 800 ยูนิต หรือหากเป็น High Rise ส่วนใหญ่ก็ทำกันเป็นพันยูนิต บางที่เกือบสองพันยูนิตก็มีให้เห็น…ในทางตรงกันครับ PARK COURT Sukhumvit 77 ได้เลือกพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยที่มองหาพื้นที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ให้คุณได้ทำกิจกรรมร่วมกับทุกสมาชิกในครอบครัวคุณอย่างจริงจัง โดย Sense of Luxury ของโครงการนี้ มีองค์ประกอบที่สำคัญหลายอย่าง อาทิ

 

1. Low Density: ถึงแม้ว่าทั้งโครงการจะมีอาคารทั้งหมด 5 อาคาร แต่เป็นอาคารเพื่อขายเป็นคอนโดเพียงแค่ 2 อาคาร โดยมีจำนวนยูนิตรวมกันเพียงแค่ 70 ยูนิตเท่านั้น (แบ่งเป็นคอนโด 28 ยูนิต และอพาร์ทเมนท์อีก 42 ยูนิต) ที่สำคัญคืออาคารคอนโดมีจำนวนยูนิตแค่อาคารละ 14 ยูนิต หรือเพียงแค่ชั้นละ 2 ยูนิตเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นเจ้าของสถิติคอนโดใหม่ที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยที่สุด และยูนิตต่อพื้นที่โครงการน้อยที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งว่ากันตามตรงหากจะมี Supply ประเภทนี้เกิดขึ้นก็คงจะเกิดได้ใน Luxury Residence ในเมืองตากอากาศอย่างเขาใหญ่ หัวหิน ภูเก็ต หรือไม่ก็เป็น Private Residence ของตระกูลมหาเศรษฐีเท่านั้น

2. Spacious Penthouse: เมื่อจำนวนยูนิตมีน้อย ย่อมหมายความผู้พักอาศัย จะได้สัมผัสถึงความ Privacy ทั้งภายในห้อง และพื้นที่ส่วนกลางแบบเต็มๆ โดยเฉพาะภายในห้องที่มีการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานและขนาดห้องให้จบ ครบทุกการใช้งานในรูปแบบเลย์เอ้าท์เดียวคือ ห้องแบบ 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องเอนกประสงค์ 1 ห้องแม้บ้าน 1 ครัวไทย และ 1 แพนทรี ภายในพื้นที่ขนาด 287 ตารางเมตร แถมยังมีห้องเก็บของขนาดเกือบ 10 ตารางเมตรให้แยกแต่ละห้องอีกบริเวณชั้น G ทำให้ไม่ต้องลำบากในการแบกของใหญ่ๆอย่างถุงกอล์ฟ แพยางเล่นน้ำ ฯลฯ ขึ้นไปไว้บนห้อง หากใครนึกภาพไม่ออกว่าพื้นที่ประเภท 287 ตารางเมตรมันกว้างแค่ไหน ก็ขอให้เปรียบเทียบกับโครงการ Vertical Home หรือ Home Office แนวสูงที่มีพื้นที่ 4 ชั้นขึ้นไป หรือไม่ก็คือคอนโดขนาด 2 ห้องนอน 57 ตารางเมตร เรียงต่อกัน 5 ห้องล่ะครับ ต้องบอกว่าเลย์เอ้าท์กว้างใหญ่แบบนี้แทบจะไม่มี Developer รายไหนกล้าที่จะพัฒนาขึ้นมาแล้วครับ เพราะว่าด้วยราคาต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น ราคารวมต่อยูนิตก็คงจะแพงมาก และกลุ่มผู้ซื้อที่มีงบประมาณการซื้อในราคาที่เกินกว่า 50 ล้านบาท ก็มักจะมีตัวเลือกที่พร้อม Offer ทั้งแนบราบและแนวสูงอยู่เยอะ แต่บรรยากาศของที่นี่ถึงแม้ว่าจะเป็นการอยู่คอนโด แต่ Quality of Life ก็แทบจะไม่ต่างกับการอยู่บ้านแนวราบที่มีทั้งที่ดินและพื้นที่ใช้สอยเยอะเลย เนื่องจากแค่สวนส่วนกลางก็สองไร่แล้ว ที่จอดรถให้ถึง 2 คันต่อ 1 ห้อง และยังสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อย่างไม่มีปัญหา (มีค่าใช้จ่ายและ Condition นิดหน่อยสอบถามเพิ่มเติมได้จากเซลล์ครับ) แถมความเป็นพรีเมียมในเรื่องของวิวก็ยังมีมากกว่าการอยู่บ้านทั่วไป โดยเฉพาะบางมุมที่สามารถเห็นทั้งสระส่วนกลาง สวนส่วนกลางทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงบรรยากาศคลองที่ดูสงบร่มรื่นมาก จนแทบไม่รู้เลยว่านี่คือคอนโดยบนถนนสุขุมวิท ย่านอ่อนนุช…เห็นภาพแล้วก็ชัดเจนว่ามีบรรยากาศที่แตกต่างจากทุกคอนโดไม่ว่าจะเป็น High Rise หรือ Low Rise ใจกลางกรุงเทพฯที่มักจะถูกบดบังด้วยอาคารสูง โดยเฉพาะชั้นล่างๆครับ

3. International Premium Neighborhood: ต้องบอกว่าการตั้งอยู่ภายใน City within City อย่าง T77 นับว่าได้รับผลประโยชน์อันมหาศาลกว่าการพัฒนาในรูปแบบ Single Development ครับ โดยอาณาบริเวณของ T77 นั้น นับว่ามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในแง่ของความหลากหลายในการใช้ชีวิตมากที่สุดในย่านพระโขนง-อ่อนนุชเลยครับ เราได้เห็นทั้ง Community Mall อย่าง Habito ที่ทำหน้าที่เป็น Oasis ของผู้คนในย่านนี้ เราได้เห็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำอย่าง Bangkok Prep ที่กำลังจะพัฒนาเฟสสองหลังจากที่เฟสแรกได้นำพาบุคคลกร และนักเรียนระดับคุณภาพ ให้มาเป็น Traffic หมุนเวียนจนเกิดเป็น Business & Sustainable Ecosystem ขนาดย่อมใน T77 ได้อย่างลงตัว เราได้เห็นโครงการที่พักอาศัยหลายรูปแบบทั้งคอนโด อพาร์ทเมนท์ ทาวน์โฮม ภายในพื้นที่นี้ และในอนาคตที่นี่ก็จะถูกเติมเต็มไปด้วยเมืองธุรกิจขนาดย่อม จากโครงการอาคารสำนักงานใหม่ พร้อมพื้นที่ค้าปลีกแห่งใหม่ที่ทางมั่นคงฯได้พัฒนาเอง ภายใต้ชื่อ “O77” เป็นอาคาร 6 ชั้น 5 อาคารต่อเนื่องกัน รวมพื้นที่ทั้งหมด 20,000 ตารางเมตร โดยมีผู้เช่าหลักเป็นแสนสิริไปเรียบร้อยแล้ว

4. Practical Balcony: เราไม่เคยเห็นโครงการคอนโดสมัยใหม่ที่มอบพื้นที่ระเบียงที่ยาวในระดับ 10 เมตรขึ้นไป มานานหลายปีแล้วครับ แม้กระทั่งในโครงการระดับ Ultra Luxury ที่มีราคามากกว่าตารางเมตรละสามแสนหลายโครงการ ก็กลับตัดพื้นที่ระเบียงออก ทำเป็นแนว Juliet Balcony หรือไม่ก็ทำเป็น Yard แทน ด้วยเหตุผลที่ว่ามีคนหลายคนที่ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตที่ระเบียง ดูแลรักษายาก หรือไม่ก็ต้องการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง สาเหตุเหล่านี้คนไทยอาจะมองว่าเออก็จริง แต่ในมุมมองของกลุ่มผู้พักอาศัย หรือผู้เช่าในระดับ Top Management ที่เป็น Expat มักจะไม่ค่อยชอบครับ นั่นคือเหตุผลหลักที่กลุ่มผู้เช่า Expat ยังคงไม่ยอมย้ายจากอพาร์ทเมนท์เก่าๆที่อยู่ในย่าน Mid Sukhumvit ทั้งๆที่หลายแห่งก็เก่าเกิน 20 ปีแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าที่ใหม่ราคาแพงนะครับ แต่ว่าที่ใหม่เหล่านั้นไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยบริเวณระเบียง และภายในห้อง…สำหรับผม ซึ่งเป็นคนที่เลี้ยงสัตว์ก็มองว่าระเบียง และหน้าต่างใหญ่ๆคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงสัตว์ให้มีความสุข และมีสุขอนามัยที่ดีครับ จริงอยู่ที่ถึงแม้หลายๆโครงการจะมีพื้นที่ส่วนกลางให้สัตว์ได้เดินเล่น แต่หลักๆแล้วก็มักจะใช้ชีวิตอยู่ในห้องล่ะครับ สัตว์เลี้ยงต้องการที่จะออกไปมองวิวด้านล่างบ้าง ต้องการ Space ที่จะวิ่งเล่นได้ทั่วทั้งห้อง อีกทั้งการมีระเบียงขนาดใหญ่ยังช่วยได้มากในเรื่องของการถ่ายเทอากาศให้หมุนเวียนจากภายในสู่ภายนอกครับ…การมีทั้งห้องซักล้าง และมีระเบียงใหญ่พร้อมราวกันตกกระจกใสที่ใช้งานได้จริงพร้อมกันในห้องเดียวคือสิ่งที่ผมกล้าบอกเลยครับ ว่ามีโครงการใหม่ไม่ถึง 5 โครงการในประเทศที่ให้แบบนี้ครับ ผมจึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมห้องเช่าของอาคารอพาร์ทเมนท์ทั้ง 3 อาคารถึงปล่อยเช่าดีมากจนเหลือแค่ไม่ถึง 10 ห้องจาก 42 ห้อง ทั้งๆที่ราคาค่าเช่าก็ไม่ใช่ถูกๆเลยคือเริ่มตั้งแต่ 130,000 บาทต่อเดือนไปจนถึง 180,000 บาทต่อเดือน

 

PARK COURT Sukhumvit 77 อยู่ตรงไหนใน T77

 

ดังที่กล่าวไปแล้วว่าโครงการคอนโดที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดบนถนนสุขุมวิทแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในโครงการคุณภาพของการอยู่อาศัยย่านอ่อนนุช อย่างโครงการ T77 ที่ห่างจากปากซอยสุขุมวิท77 เพียง 350 เมตร ทั้งยังมีทางเข้าออกจากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ รวมทั้งการบริการ Shuttle Bus รับส่งจากสถานีอ่อนนุช… เรามาดูบรรยากาศโดยรอบและลงลึกถึงรายละเอียดของโครงการกันดีกว่าครับ

ภายในโครงการ T77 มี facilities ขนาดใหญ่รองรับอย่าง ฮาบิโตะ มอล ที่มีทั้งร้านอาหาร และ 7-11 บริการตลอด 24 ชม.

รวมทั้งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep (Secondary Campus)

และ Dental Hospital รวมทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อนบ้านในโครงการ

ที่มียุทธศาสตร์ร่วมกันในด้านการบริหารจัดการพลังงานเพื่ออนาคต (Energy management for the future) ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการอยู่ร่วมกันโดยใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ภายในโครงการ T77 จึงมีบริการทั้งจักรยานให้ยืม และรถยนต์ไฟฟ้า

รวมทั้ง Solar Cell Blockchain นำร่องในพื้นที่มอลล์ อาคารในโครงการ และที่ดาดฟ้าของ PARK COURT Sukhumvit 77 ด้วย เรียกว่าเป็น Total Community ระดับนานาชาติที่มีครบจบทุกอย่างสำหรับคนทุกวัย อีกทั้งยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเมือง

(ที่มา https://propholic.com/prop-now/แสนสิริผนึกบีซีพีจี-ล้ำ/)

 

และในอนาคตจะมีอาคารสำนักงานที่ทาง MK สร้างเองและปล่อยเช่าต่อให้แสนสิริสำนักงานใหญ่ที่กำลังก่อสร้างเข้ามาเปิดอีก

 

ในส่วนของ Park Court Sukhumvit 77 ตั้งอยู่ภายในโครงการ T77 บริเวณด้านในของโครงการติดกับโครงการ HASU Haus และหากข้ามสะพานลึกเข้าไปอีกก็จะเจอกับโครงการ KAWA HAUS

ติดริมคลองพระโขนงบนพื้นที่ 7 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา

สามารถเข้าออกโครงการได้ทั้ง 2 ทางเข้าออกของโครงการ T77

 

มีบริการ mini shuttle รับส่งภายในโครงการ T77 คือ จาก PARK COURT Sukhumvit 77 ไปที่ Habito mall หากต้องการไปยัง BTS ก็สามารถนั่ง shuttle bus T77 ต่อไปยังรถไฟฟ้าได้

โครงการ PARK COURT Sukhumvit 77 ประกอบด้วยอาคาร 5 อาคาร คือ อาคาร A, B, C, D และ E วางตัวเชื่อมต่อกันขนานพื้นที่ส่วนกลางผืนยาว เลียบคลองพระโขนง ล้อมรอบเป็นเสมือนคอร์ทพื้นที่ส่วนกลางส่วนตัว

โดยมีแค่ 2 อาคารที่เป็นคอนโดเพียงคือ อาคาร A และ D ส่วนอาคาร B C และ E เป็น serviced apartment แค่ชั้นละ 2 ยูนิต Supply แบบนี้หาไม่ได้เลยในท้องตลาด โดยหากพิจารณาจากอาคาร Apartment ปล่อยเช่า 3 อาคารที่ราคาปล่อยเช่าอยู่ที่ 130,000-150,000 บาท ที่มียอดปล่อยเช่าเกือบเต็มทั้งในระดับราคาที่สูงที่สุด ก็น่าจะอนุมานได้ว่าที่นี่มีดีมานท์เช่าห้องในระดับราคาเกือบสองแสนบาทอยู่พอสมควร

ส่วนหนึ่งก็น่าจะเพราะคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ที่รวมอยู่ที่คอร์ทตรงกลาง มีพื้นที่กว่า2ไร่ ประกอบด้วยสวนส่วนกลาง ที่เป็นพื้นที่หลักเชื่อมทุกอาคารภายในโครงการเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ทั้งหมด ในบรรยากาศร่มรื่นริมคลองพระโขนง

สวนมีพื้นที่กว้างขวางที่ผู้อาศัยสามารถมาออกกำลังกายกลางแจ้งหรือพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นได้อย่างอิสระ

และพื้นที่นั่งพักผ่อนในสวนหลากหลายมุม

โดยมีทางเดินที่ออกแบบให้เข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด

ตั้งแต่พื้นที่ drop-off ด้านหน้าโครงการ

ที่ออกแบบเป็นพื้นที่กึ่ง out-door เปิดเชื่อมกับวิวสวนส่วนกลาง

เชื่อมไปยังทางเดินที่แยกไปตามส่วนต่างๆของอาคารในโครงการ

ทั้งห้องฟังก์ชัน หรือ ห้องอเนกประสงค์ที่ผู้อาศัยสามารถจองห้องเพื่อกิจกรรมต่างๆได้ เช่น ประชุม คลาสโยคะ หรือจัดงานเลี้ยง

ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติทั้ง 4 ด้าน

ซึ่งทางโครงการก็มีเตาปิ้งบาบีคิวไว้ให้บริการด้านนอกอาคาร

ห้องฟิตเนสวิวสวนที่มีเครื่องออกกำลังกายที่ครบครัน

ออกแบบด้วยผนังกระจกใสทั้ง 3ด้านทำให้ผู้อาศัยสามารถชื่นชมบรรยากาศของโครงการและคลองพระโขนง ในระหว่างการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

สระว่ายน้ำ free form กว้าง14 เมตร ยาว 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร

เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ

แยกโซนสระเด็กและสระผู้ใหญ่เพื่อที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมาว่ายน้ำด้วยกันได้

นอกจากนี้โครงการมีสนามเด็กเล่นซึ่งใส่ใจความปลอดภัยโดยปูพื้นหญ้าเทียมไว้ลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น

โดยภายในโครงการ ทุกอาคาร มีจำนวน units และแปลนห้องเหมือนกัน คือ มีที่พักอาศัยจำนวน 7 ชั้น ชั้นละ 2 units เป็น single corridor แตกต่างกันที่วิวของแต่ละอาคาร และความใกล้ไกลกับพื้นที่ส่วนกลาง

 

ที่ชั้นใต้ดิน basement ทุกอาคารเป็นพื้นที่จอดรถ ซึ่งมีมากกว่า 208% ของทั้งโครงการ โดยมีการ fix ให้หนึ่งคันต่อหนึ่งห้อง ณ ที่จอดรถชั้นใต้ดิน

แถมยังมี EV Charger เป็นช่องสำรองไว้ให้บริการลูกบ้าน

จากพื้นที่จอดรถ เข้าสู่โถง Lift Lobbyของทุกอาคาร จะผ่านพื้นที่ประตูทางเข้า ที่ใช้ระบบ key card และระบบสั่งการผ่านmonitor ภายในห้อง สำหรับกรณีมีเพื่อนหรือแขกมาหา สามารถกดเปิดประตูได้จากภายในห้อง

ตรงกลางของโถงlobby เป็นลิฟท์ที่พักอาศัยจำนวน 1 ตัว พร้อมมุมพักรอ

ซ้ายขวา เป็นmail Box

และทางเข้าสู่ห้อง storage room ที่ด้านซ้ายและขวาของลิฟท์ บริเวณชั้นB ที่มีให้กับทุกห้อง แยกล็อคส่วนตัว สามารถเก็บของชิ้นใหญ่ที่ไม่ต้องนำเข้าสู่ภายในห้องได้

สำหรับอาคารที่พักอาศัยอาคารขาย จำนวน  2 อาคาร คือ อาคาร A และ D (สามารถเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กถึงกลางได้) ส่วนอาคาร B (เลี้ยงสัตว์ได้) C และ E เป็น serviced apartment

แต่วันนี้เราจะพาไปชมตัวอาคารและห้องตัวอย่างที่เป็นพื้นที่ขาย ที่อาคาร A และ D

ที่มีจุดเด่นของแต่ละอาคารแตกต่างกัน

 

คือ อาคาร A เป็นอาคารที่ใกล้พื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส แถมยังมีวิวพื้นที่ส่วนกลางแบบ panorama ยาวเต็มความกว้างห้อง และยาวสุดพื้นที่สวนส่วนกลาง

ส่วนอาคาร D เป็นอาคารที่ใกล้ทางเข้าออก และพื้นที่สวนส่วนกลาง ส่วนวิว ได้วิวสวนเลียบคลองพระโขนง และอาจเห็นอาคารที่พักอาศัยและวิววัดที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ส่วนตัวห้องพัก ทุกห้องเป็น penthouse พื้นที่ 287 ตร.ม. ทั้งโครงการมีเพียง70ยูนิต มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะ1 ชั้นมีเพียง 2 ยูนิต อาคารนึงจึงมีเพียง 14 ยูนิตเท่านั้น

ในแต่ละชั้นมีห้องชุดเพียง 2 ยูนิต แบ่งเป็นห้องทางปีกด้านซ้ายและปีกด้านขวา จึงมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก

นอกจากนั้นแต่ละยูนิตยังมีการแยกประตูทางเข้าสำหรับเจ้าของบ้านและประตูทางเข้าสำหรับ maid โดยประตูทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูบานใหญ่ ซึ่งทำให้ดูแกรนด์และง่ายต่อการขน furniture ชิ้นใหญ่เข้าออกได้สะดวก

 

ประตูทางเข้าหลักเป็นประตู key card เพื่อความปลอดภัย

ภายในห้องทุกห้องเป็นห้องแบบ  3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ พื้นที่ประมาณ 282-287 ตารางเมตร ทำให้แน่ใจได้ว่าลูกบ้านจะได้อยู่อาศัยร่วมกับเพื่อนบ้านที่มีไลฟ์สไตล์และสังคมใกล้เคียงกัน

ห้องแรกที่พาไปชม เป็นห้องตัวอย่างที่ตึก A ห้อง 89/3 ชั้น 2 Type C-01 287.21 Sq.m. ห้องมุมวิวริมคลองและวิวสวนหน้าโครงการ

ภายในห้องมีความสูงของเพดานที่ 2.7 เมตร และห้องมีความกว้าง 10 เมตร ในส่วนของพื้นเป็น Laminate หนา 8 มิลลิเมตร

ภายในห้องเป็นห้องหน้ากว้าง ทุกห้องได้พื้นที่ติดอากาศ

พื้นที่แรกเป็น living area โถงต้อนรับที่เปิดเชื่อมกับระเบียงยาวขนานตัวห้อง

เชื่อมพื้นที่สีเขียว กับยอดต้นไม้และวิวสวนส่วนกลาง

พื้นที่ living area สามารถแบ่งการใช้งานหลักๆ เป็น 4 ส่วน

 

ส่วนแรกคือ พื้นที่ห้องพักผ่อน พื้นที่รับแขก ที่สามารถวางชุดโซฟาตัวยาวสำหรับ  8-10 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางตัวใหญ่

เป็นพื้นที่พักผ่อนดูทีวี เอนกายเมื่อกลับสู่ห้องได้

ส่วนที่สองอยู่ถัดไปเป็นส่วนของ Dining area วางตัวติดริมระเบียง สามารถวางโต๊ะกินข้าวขนาด 10-12 ที่นั่งได้อย่างไม่อึดอัด

ส่วนที่สามคือ พื้นที่ pantry

สำหรับเตรียมอาคาร ทำค็อกเทล ชงกาแฟ เตรียมของว่าง หรือสามารถใช้เป็น mini bar  สำหรับการสังสรรค์

ที่มีครบทุกการใช้งาน ทั้งเคาท์เตอร์บาร์ อ่างล้างจาน ตู้เย็น และพื้นที่เก็บอุปกรณ์ทำครัว

ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้เชื่อมกับ powder room ห้องน้ำสำหรับแขก

ที่ภายในห้องน้ำห้องนี้ ให้เป็นชุดสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ พร้อมกระจกบานใหญ่ วางเต็มผนัง

ด้านหลังเคาท์เตอร์ เป็นห้องครัวปิด

ภายในห้องครัว มีประตูเข้าออกของแม่บ้าน ที่ด้านขวาของห้อง เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของผู้อยู่อาศัย

แยกห้องงานระบบ สำหรับ service ได้โดยไม่ต้องผ่านห้องที่อยู่อาศัย

ในห้องครัวด้านซ้าย เป็นครัว built-in ทรง u shape

โครงการให้  Top เคาท์เตอร์เป็นลามิเนตลายหินอ่อน

พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเตาอบ ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า ตู้เย็น ของ Seimens

เครื่องครัวอย่างอ่างล้างจาน 2 อ่าง และอุปกรณ์ต่างๆ เป็นของ Franke

ถัดจากครัว เข้าไปที่ด้านหลังของยูนิต เป็นระเบียงขนาดใหญ่สำหรับซักล้าง วางเครื่องซักผ้า

และห้องแม่บ้าน พร้อมที่เก็บของ

แยกห้องน้ำ และการใช้งานเป็นสัดส่วน

พื้นที่อีกส่วนของบริเวณ living area คือ โถงทางเดิน ที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอน 3 ห้อง และห้องอเนกประสงค์

 

ห้องแรกสุดโถงทางเดินเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้งานเป็นห้องทำงาน

ห้องพระหรือห้องพักสำหรับแขก ที่สามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ

โดยออกแบบให้มีประตูเปิดปิดสามารถเปิดโล่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ Dining & Living

ประตูมีที่ผนังทั้งสองด้าน ด้านนึงเป็นประตูบานเลื่อนปิดกั้นเป็นผืนเดียวกับผนัง ส่วนอีกด้านเป็นประตูบานเปิด

ที่สำคัญยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย

เป็นห้องน้ำห้องอาบน้ำพร้อม hand shower

ตรงข้ามห้องอเนกประสงค์ เป็นห้องนอนใหญ่ ที่มีวิวเดียวกับห้องนั่งเล่น คือสวนส่วนกลาง

ห้องนอนใหญ่ เข้ามาจะพบกับห้อง closet และห้องน้ำที่ด้านขวา

ภายในเป็นwalk-in closet พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง

ที่มาพร้อมแอร์ในห้องแต่งตัว 1 ตัว

ในห้องน้ำแยกพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ พื้นที่ส่วนแห้ง ติดทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าแยกชายหญิงพร้อมกระจกบานใหญ่

และห้องน้ำ กั้นกระจก พร้อมโถสุขภัณฑ์ สามารถใช้งานพร้อมกันได้ในเวลาเร่งรีบ

พื้นที่ส่วนเปียก แบ่งเป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วย glass shower โครงการให้ทั้ง rain shower และ hand shower

พร้อมอ่างอาบน้ำ ติดกระจกเข้ามุม ที่สามารถที่จะนอนแช่น้ำอย่างผ่อนคลายและtake view ธรรมชาติของสวนส่วนกลาง

โดยสุขภัณฑ์เป็นของแบรนด์ Toto/Hansgeohe

 

ในส่วนของห้องนอน เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถวางเตียง king size หรือใหญ่ถึง American size ก็มีพื้นที่เหลือพอให้ใช้งาน

และยังมีที่มากพอให้ตั้งเก้าอี้เอนหลัง หรือตั้งโต๊ะทำงานตัวเล็กไว้นั่งเช็คข่าว ดูหุ้น หรือทำงานได้

โดยเตียงวางติดริมประตูกระจกเปิดสู่ระเบียง เชื่อมวิวด้านนอก ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่แท้จริง

ห้องนอนถัดไปเป็นห้องนอนที่สอง ห้องนอนเล็ก มีห้องน้ำในตัว

ถึงจะเป็นห้องนอนเล็ก แต่ไซส์ก็ไม่ได้เล็กมากไปกว่าห้องนอนใหญ่สักเท่าไหร่

ภายในห้องนอนที่สองนี้ เข้าไปจะพบกับพื้นที่วางเตียง ที่กลางห้อง มีหน้าต่างบานเต็มเปิดเชื่อมกับพื้นที่ส่วนกลางด้านข้างและคลองพระโขนง

ที่ริมหน้าต่างสามารถวางชุดโซฟาไซส์เล็กไว้นั่งพักผ่อน

ที่ปลายเตียงสามารถทำเป็นมุมทำงานหรือวางทีวี

ปลายสุดด้านใน เป็นห้องน้ำในตัว

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ที่ด้านหน้าติดทางเข้า ให้เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้ายาวขนาดกระจกบานใหญ่ ตรงกันข้ามเป็นที่ตั้งโถสุขภัณฑ์

ด้านในสุดเป็นพื้นที่ส่วนเปียกกั้นด้วย glass shower โครงการให้ทั้ง rain shower และ hand shower

ห้องนอนที่สาม ขนาดใกล้เคียงกับห้องนอนที่สอง lay out คล้ายกัน

คือมีพื้นที่วางเตียงที่ตรงกลางห้อง

ผนังรับสายตาด้วยกระจกบานใหญ่ พร้อมพื้นที่สีเขียวด้านหลังโครงการ

ที่เปิดเชื่อมออกสู่ระเบียง ที่กว้างพอให้วางเก้าอี้นั่งชมวิว จิบกาแฟ

ที่มาพร้อมผนังกั้นคอมฯแอร์เป็นสัดส่วน

ส่วนปลายเตียงสามารถตั้งทีวี หรือทำเป็นโต๊ะทำงานได้

ด้านในสุด เป็นทางเข้าห้องน้ำ และwalk-in closet

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ที่ด้านหน้าติดทางเข้า ให้เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้ายาวขนาดกระจกบานใหญ่ ตรงกันข้ามเป็นที่ตั้งโถสุขภัณฑ์

ด้านขวาเป็นพื้นที่ส่วนเปียกกั้นด้วย glass shower โครงการให้ทั้ง rain shower และ hand shower พร้อมช่องระบายอากาศ

ห้องนี้เรียกว่าเป็นงานตกแต่งสไตล์ไม้ๆ ใช้สีน้ำตาล เทา ดำ ที่ดูคลาสสิคตลอดกาลมาตกแต่งกับราคาขายแบบ Fully Furnished อยู่ที่ 58.8 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 204,000 บาทต่อตารางเมตร

เหมาะสำหรับคนที่ชอบวิวเปิดโล่งเห็นสวนส่วนกลางกว้างเต็มพื้นที่ ยาวสุดปลายโครงการ ไม่มีอะไรมาบดบัง

แต่ถ้าใครยังไม่ชอบสไตล์การตกแต่ง ก็สามารถเลือกห้องที่ชั้นอื่นๆ ที่อาคาร A ไปตกแต่งตามสไตล์ของตัวเองได้

เพราะห้องอื่นๆที่ตึกนี้ โครงการขายแบบ Fully Fitted

คือให้เฉพาะครัว

ห้องแต่งตัว

และห้องน้ำ

แต่พื้นที่ส่วนอื่นๆสามารถตกแต่งได้ตามชอบ

ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนเล็กทั้งสองห้อง

หรือห้องนอนใหญ่ ที่มาพร้อมประตูออกระเบียงบานเต็ม เชื่อมพื้นที่สวนส่วนกลาง

นอกจากนี้ทางโครงการยังมีอีกห้องที่ตกแต่งไว้แล้วที่ตึก D

 

ที่ตึกนี้อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า ตึกนี้จะติดกับทางเข้าออกมากกว่าตึกอื่นๆ ใกล้พื้นที่สวน และเห็นวิวห้องเป็นสวนส่วนกลางขนานคลองพระโขนง และอาจมองเห็นอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ในแง่การเข้าออกก็จะสะดวกกว่าตึกอื่นๆ

เป็นห้อง 89/43 ที่ชั้น 1 แปลนห้องทั้งหมดเหมือนกันทุกห้อง แต่ห้องนี้ก็จะตกแต่งเน้นสีสันขึ้นมาหน่อย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ เป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตึกนี้ ที่ขายแบบ Fully furnished

คือนอกจากห้องน้ำ ห้องครัวแล้ว ก็ยังมาพร้อมกับโต๊ะโซฟาไม้สำหรับ 6-7 ที่นั่ง

โต๊ะทานอาหารสำหรับ 10 ที่นั่ง

เตียงและโต๊ะหัวเตียงสีไม้น้ำตาลเข้มในทุกห้อง ทั้งห้องนอนใหญ่

พื้นที่แต่งต้ว

หรือห้องนอนเล็กทั้งสองห้อง

ก็เป็นเฟอร์นิเจอร์สีไม้ ที่มาพร้อมห้อง ให้ได้ใช้งาน

ในส่วนของครัวเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเป็นของ Electrolux

ส่วนห้องน้ำจะเป็นของ American Standard

ราคาที่ชั้น 1 ตึก D อยู่ที่ 47.1 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 163,992 บาทต่อตารางเมตร

 

ซึ่งหลักๆแล้ว ถ้าพูดถึงแปลนห้อง ไม่มีความแตกต่าง แต่ต่างกันที่สเปคเครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ Furniture และวิวของแต่ละตึก

 

ถ้าเป็นเอกลักษณ์ มีอาคารเดียว ก็ต้องตึก A

เพราะด้วยตำแหน่งที่วางตัวต่างกับอาคารอื่น แต่ถ้าชอบเข้าง่ายออกสะดวก ก็ต้องอาคาร D

รวมทั้งห้องแบบ Fully Fitted กับ Fully Furnished ก็จับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป Fully Fitted จะเหมาะกับคนอยู่เองมากกว่าเพราะสามารถเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งได้ตามความชอบแต่ละครอบครัว

ส่วน Fully Furnished ก็น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก และเลือกที่จะปล่อยเช่าห้อง โดยความได้เปรียบจากอาคาร Apartment ก็คือการได้เห็นวิว และมุมห้องที่ดีกว่า แถมยังเลี้ยงสัตว์ได้ ต่างจาก Apartment ที่เลี้ยงได้ตึก B ตึกเดียว

 

PARK COURT Sukhumvit 77 เพนท์เฮ้าส์หนึ่งเดียวที่มีบรรยากาศร่มรื่นที่สุดบนสุขุมวิท

 

โดยสรุปแล้วผมคิดว่าที่นี่มีบรรยากาศโดยรวมที่ให้สุนทรียะที่มากกว่าการเป็น Penthouse Condo ในกรุงเทพฯครับ ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในโครงการกว่า 2 ชม.ทำให้ผมนึกถึงคอนโดระดับ Luxury ริมอ่าว Keppel ที่สิงค์โปร์แห่งหนึ่ง ในมุมมองของผมคอนโด Low Rise ที่ดีควรจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ เน้นห้องขนาดใหญ่เหมือนกับอยู่บ้าน จำนวนยูนิตน้อยๆ โดยมีงานแลนด์สเคปสวยๆที่ช่วยสร้างทัศนียภาพให้แตกต่างจากวิวที่ได้รับจากคอนโด High Rise…ยิ่งถ้าเราไปดูที่ Supply ของคอนโดใหม่ในย่านสุขุมวิทที่มีห้อง Penthouse ในขนาดมากกว่า 200 ตารางเมตรขึ้นไปจะพบว่าเกือบจะไม่มี Condo Low Rise เลย และหากเปรียบกับโครงการ High Rise ที่นี่ก็มีความ Privacy ที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน ในราคาที่ถูกกว่ากันเกือบเท่าตัว! อยู่ที่คุแล้วล่ะครับ ว่ามุมมองต่อคำว่า Luxury ของคุณเป็นแบบไหน

แน่นนอนว่าที่นี่เหมาะกับคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่เองอย่างชัดเจนเลย เนื่องจากเป็น Unique Product ที่โดดเด่นกว่าทุกโครงการในย่านพระโขนง – อ่อนนุช ในทุกมิติ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะซื้อมาเพื่อปล่อยเช่า ผมว่าก็มีโอกาสในการปล่อยได้พอสมควรเลยนะ เนื่องจากห้องเช่าของอาคารอพาร์ทเมนท์ทั้ง 3 อาคารเหลือแค่ไม่ถึง 10 ยูนิต โดยที่นี่มีแต้มต่อในการปล่อยเช่าคือปล่อยเช่าให้กับกลุ่ม Top Management Expat ที่มีงบประมาณราวๆ 150,000 – 200,000 บาทต่อเดือนที่ย้ายมาจากอพาร์ทเมนท์ในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ซึ่งกลุ่มนี้มักจะเช่ายาวมากๆเกิน 5 ปีขึ้นไป ทำให้เกิด Supply Shortage หากมีผู้เช่าเต็มทั้งหมด 3 อาคาร  โดยตอนนี้อาคาร D ก็เริ่มมี Owner ซื้อมาปล่อยเช่าบ้างแล้ว ในราคาที่แพงกว่าห้องเช่าปกติคือ 180,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น Yield อาจจะได้ประมาณ 4.8% หากคุณซื้อห้องมาในราคา 45 ล้านบาท โดยหากเป็นอาคาร A ที่มี Visibility ที่ดีกว่าเห็นพื้นที่ส่วนกลางแนวยาวได้ชัดเจนที่สุดก็น่าจะทำค่าเช่าได้สูงที่สุด ซึ่งอัตรา Net Yield ปีละ 3.5 – 4% ก็เป็นอัตรามาตรฐานสำหรับตลาดคอนโดที่มีราคายูนิตมากกว่า 40 ขึ้นบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯอยู่แล้วครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสร้าง Value เพิ่มเติมให้ห้องคุณได้มากแค่ไหน

โครงการ PARK COURT Sukhumvit 77 มีห้องพร้อมขายอยู่ราวๆ 15 ยูนิตครับ ราคาก็แตกต่างกันไปตามวิว และแพคเกจการแต่งห้อง โดยตอนนี้ห้องถูกสุดจะขายที่ราคา 45 ลบ. ผมว่าหากทางมั่นคงฯลองทำโปรโมชั่นทดลองให้เช่าอยู่สัก 3 เดือน โดยที่จะ Rebate เงินค่าเช่าคืนให้ หากผู้เช่าสนใจที่จะซื้อห้องนั้นก็น่าจะเป็นการสร้าง Product Trials จนเกิด Switch Purchasing ได้ดีพอสมควรเลยล่ะครับ เนื่องจากบรรยากาศมันน่าอยู่มาก แตกต่างจากคอนโดที่อื่นๆจริงๆครับ

 

A SPACIOUS SANCTUARY IN THE HEART OF SUKHUMVIT

Exclusive living comes with only 70 units on over 7 rai of land.

 

PARK COURT SUKHUMVIT 77

3 Bedrooms / 287 sq. meters

Fully Furnished* from 45 MB.

Please call 02 688 7555

#ParkCourt #Sukhumvit77



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.2

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


พาไปชมโครงการ ลา กาซิต้า คอนโดฯ ตากอากาศสไตล์สแปนิช พร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2.5 ไร่ และตึกเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้น 2.19 ลบ.

ลา กาซิต้า (La Casita) ชื่อนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว นั่นก็คือชื่อโครงการคอนโดมิเนียมจากทางแสนสิริ และมีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและมีเอกลักษณ์ ที่มากับสีสันพาสเทล ให้ความรู้สึกสดใสและผ... อ่านต่อ

11 November, 2019



ตระการตากับพรมเปอร์เซียร์ เปียโนโบราณอายุกว่า 100 ปี และเครื่องเสียงมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ผมจะพาเดินชมนิทรรศการ Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 - งานจัดแสดงและจำหน... อ่านต่อ

8 November, 2019

Exclusive Interview: คุณโก้ ชานนท์ เรืองกฤตยา กับการพลิกองค์กรครั้งสำหรับสู่การเป็น Urban Living Solutions Company

เป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้วล่ะครับ ที่ผมไม่ได้มีโอกาสนั่งทานข้าวบนโต๊ะเดียวกัน ในแบบเป็นกั... อ่านต่อ

4 November, 2019

พาชม JLL Asia Pacific Headquarter ที่ Paya Lebar สิงค์โปร์

ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานแห่งที่สองของ JLL ในวิงค์โปร์ที่เพิ่งจะ Move in ไปเมื่อ 6 สัปดาห... อ่านต่อ

2 November, 2019

RML เผยกลยุทธ์ธุรกิจ 5 ปี พร้อมบุกชมห้องตย. The Estelle Phrom Phong แห่งแรกในสิงค์โปร์ เคียงข้างร้านบ้านหญิง ที่ Royal Square@Novena

วันนี้โครงการ The Estellle Phrom Phong ได้ฤกษ์ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนชาว... อ่านต่อ

2 November, 2019