MULBERRY GROVE Sukhumvit

  

มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท


ความโดดเด่นของของโครงการภายใต้แนวคิด "DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING คอนโดที่ออกแบบเพื่อทุกเจเนอเรชั่น" แห่งนี้ เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง (MULBERRY INTERGENERATION FACILITY)

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 3 February, 2020 เวลา 09.08 am

Prop score™: 4.5

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

MULBERRY GROVE Sukhumvit

บริษัทผู้สร้าง

Magnolia Quality Development Corporation Limited

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 65

สถานีรถไฟ BTS

BTS เอกมัย Distance 250 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

2-2-1.2 ไร่

ชั้น

30 ชั้น

ยูนิต

287 ยูนิต

ที่จอดรถ

100% (Auto Parking + Conventional)

ลิฟท์

4 Passenger Lifts + 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

Mulberry Greeting Gallery, Autonomous Garage​, Caregiver’s Office​, Gourmet Courtyard, English Courtyard​, Intergeneration Courtyard​, The Mulberry’s Library​, Private Study Studio​, Children’s room, Infinity sky pool​, Thermal pool​, Hydrotherapy pool, Children’s pool​, Sauna​, Private Spa, Private Sky-high Onsen, Private Style Atelier, Sky-High Gym Studio​, Golf Simulator & Entertainment room, Yoga suite​, Ballet suite​, Patio Gym​, Residence lounge​, Grand Private living &dinning room​, Family Living Room​, BBQ Garden​, Game Room & Pool Table​, Children’s Play Room​


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/Luxury High Rise Condominium/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์/Intergeneration Residences

studio

-

1 bedroom

47-56.50 ตร.ม.

2 bedroom

87-135 ตร.ม.

3 bedroom

162 ตร.ม.

Duplex

216.5 ตร.ม.

Penthouse

180-245.5 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

175,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

8.9 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

95 บาทต่อตรม.ต่อเดือน

Sinking Fund fee

N/A

สร้างเสร็จ

2022

เว็บไซต์

http://bit.ly/37sn0ze

1265


เพื่อนบ้าน Street View


เจาะลึกทุกรายละเอียด ของโครงการ MULBERRY GROVE Sukhumvit คอนโดหรูแห่งแรกของ MQDC ที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยของทุกเจเนอเรชั่น

 

ด้วยสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความแข่งขัน ผนวกกับสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษของมหานครใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบทั้งโดยตรงและทางอ้อมต่อวิถีชีวิต และทัศนคติของคนส่วนหนึ่งในสังคม กลุ่มคนในวัยเจเนอเรชั่น X จนถึง Millennials หลายๆคนเลือกที่จะใช้ชีวิตอิสระ ในแบบปลอดภาระ เพื่อแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆแทนที่จะได้ครอบครองทรัพย์สิน และแสวงหาความสัมพันธ์ในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยแนวสูงอย่างคอนโดที่ดีเวลลอปเปอร์ส่วนใหญ่ล้วนแต่มุ่งพัฒนาเลย์เอ้าท์ห้องที่มีขนาดเล็ก มีราคาต่อยูนิตที่ไม่แพง ตอบโจทย์กำลังซื้อหน้าใหม่ เพิ่งเรียนจบ อยากแยกออกมาอยู่ตัวคนเดียว…แต่การแยกออกมาอยู่ตัวคนเดียว เลือกที่จะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือแม้แต่คนในครอบครัว นั่นคือสิ่งที่สังคมไทยเรากำลังต้องการจริงหรือ?จากข้อมูลของ EIC (Economic Intelligence Center) ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เปิดเผยในช่วงปีที่แล้วพบว่าคนไทยมีเทรนด์การใช้ชีวิตแบบเป็นโสดกันมากขึ้นจากจำนวนการจดทะเบียนสมรสลดลง 5.1% สวนทางกับจำนวนการจดทะเบียนหย่าที่เพิ่มขึ้น 19.7% (ปี2550-2560) ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนโสดมีค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคต่อหัวมากกว่าคนมีครอบครัวเฉลี่ยประมาณ 11% มีค่าเดินทางสูงกว่าคนมีครอบครัวถึง 42%มีการใช้จ่ายต่อหัวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศสูงกว่าคนมีครอบครัวค่อนข้างมากถึง 40% แต่คนโสดกลับมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพียง 18% เพราะมีความจำเป็นในการมีบ้านที่น้อยกว่า แต่เมื่ออายุมากขึ้น สัดส่วนความเป็นเจ้าของบ้านจะเพิ่มขึ้น (ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : คนไทยหย่าร้างเพิ่มขึ้น19.7% ส่องเทรนด์ใช้จ่ายคนโสด เน้นกินเที่ยว, June 30, 2019)…ข้อมูลดังกล่าวอาจจะสะท้อนถึงนัยบางอย่างว่า การใช้ชีวิตอิสระอยู่ตัวคนเดียวอาจจะไม่ใช่แนวทางการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน อยู่แล้วมีความสุขไปได้ตลอดทั้งชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงเวลาที่เราแก่ตัวลงไป คงมีแค่สายสัมพันธ์อันแนบแน่นของคนในครอบครัวเท่านั้น ที่จะช่วยปลอบประโลมให้เราได้ใช้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตได้อย่างมีคุณค่าเพื่อคนที่เรารักมากที่สุด

 

ในขณะที่ประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทาง MQDC (บริษัทแมกโนเลียควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่นจำกัด)ในฐานะที่เป็น Developer ที่มีพันธกิจในการส่งมอบคำมั่นสัญญา For All Well-Beingให้กับสังคมในแบบยั่งยืน ก็ได้ตั้งสมมติฐานต่อสังคมไทยในปัจจุบันว่าความสุขที่แท้จริงนั้น มักจะมาจากสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัว ซึ่งจากการทำ Research ร่วมกับ ผศ.ดร.พิมลพรรณ อิศรภักดี ที่ปรึกษาและอาจารย์พิเศษ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้พบเทรนด์ใหม่ของการอยู่อาศัยที่เรียกว่า “Intergeneration Family” อยู่ร่วมกันหลายช่วงวัย เปิดเทรนด์สร้างสุขแบบอินฟินนิตี้ สานความสุขทุกเจเนอเรชั่นหรือการอยู่ร่วมกันหลายช่วงวัยในครอบครัวใหญ่ ที่ในงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันของคนหลายช่วงวัยเป็นครอบครัวใหญ่นั้น ส่งผลดีกับทุกๆ คน ทั้งส่งผลดีต่อผู้สูงอายุ ในแง่ความอุ่นใจ รวมถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขพร้อมหน้ากับครอบครัว สามารถดูแลกันและกันได้ทุกเมื่อ ผ่านการคำนึงถึง 10 ปัจจัย เริ่มตั้งแต่ อากาศที่ดี ปราศจากมลภาวะ น้ำที่มีคุณภาพสำหรับใช้อุปโภคและบริโภค โภชนาการที่ดี นอกจากจะเริ่มจากมีความรู้ สภาพแวดล้อมยังต้องเอื้อต่อการสร้างการกินดี ขณะที่เรื่องของแสงสว่าง ต้องมีระบบการจัดการควบคุมที่ดีเพื่อลงตัวกับการใช้ชีวิตและการพักผ่อน มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ มีระบบมอนิเตอร์และควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ ตลอดจนการดูแลเรื่องเสียง การคัดสรรวัสดุที่ปลอดภัยมาใช้ จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่การส่งเสริมสภาพจิตใจ และชุมชนให้แข็งแกร่ง ทั้งหมดต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับคนทุกช่วงวัย

 

โดยสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการอยู่อาศัยแบบหลายช่วงวัยก็คือ การเปิดโอกาสให้คนหลายวัยได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อช่วยเติมความสดใสอาหารสมองให้กับเด็กผ่านประสบการณ์ความรู้ของผู้สูงวัยที่ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ให้ผู้สูงวัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวทำให้สุขภาพกายและใจดีมีอายุยืนยาวขึ้น ดังนั้นการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และภายในห้องพักอาศัยที่ตอบโจทย์ก็คือต้อง Customized ให้เหมาะสมกับคนใช้งานในแต่ละวัย โดยที่ยังคงไม่ละเลยช่วงเวลาคุณภาพที่ทุกคนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ (Intergen Time)

 

จากงานวิจัยดังกล่างทาง MQDC จึงพัฒนาโครงการที่พักอาศัยระดับ Super Luxury แบรนด์แรกและแห่งแรกของวงการอสังหาฯไทย ที่ถูกพัฒนาและออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวหลากหลายช่วงวัย โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือ “INTERGENERATION’ BONDING CREATES TRUE HAPPINESS FOR ALL พื้นที่ความสุขที่ออกแบบสำหรับทุกเจเนอเรชั่น”และถูกถอดรหัสพัฒนาออกมาเป็นโครงการ MULBERRY GROVE Sukhumvit by MQDC  (มัลเบอร์รี่โกรฟสุขุมวิท) ที่ทุกอณูพื้นที่ของโครงการถูก Crafted ออกมาภายใต้แนวคิด DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING คอนโดที่ออกแบบเพื่อทุกเจเนอเรชั่น

ความโดดเด่นของของโครงการภายใต้แนวคิด “DESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING คอนโดที่ออกแบบเพื่อทุกเจเนอเรชั่นแห่งนี้ เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง (MULBERRY INTERGENERATION FACILITY) ขนาดใหญ่มากถึง 1.9 ไร่ และพื้นที่สีเขียวเกือบ 1 ไร่  ซึ่งมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตและจำนวนผู้พักอาศัย โดย MULBERRY INTERGENERATION FACILITYแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ๆ ได้แก่

 

1. INTERGENERATION WELL-BEINGเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของคนทุกเจเนอเรชั่น ด้วย CAREGIVER ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่คอยให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจแม้อยู่ในคอนโดฯ ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล หรือช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง

 

สระว่ายน้ำมากถึง 4 สระ ที่ชั้น 32 ที่ถูกออกแบบตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย ทั้ง INFINITY SKY POOL สระหินอ่อน มองเห็นวิวถึงบางกระเจ้า

HYDROTHERAPY POOL หรือทรีตเม้นต์วารีบำบัด สำหรับคนที่ชอบนวดผ่อนคลาย, THERMAL POOL สระปรับอุณหภูมิน้ำร้อน และ CHILDREN’S POOL ที่มี pool guard และทางเดินโดยรอบ ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการลงช่วยเหลือเด็กได้ทัน

SKY-HIGH GYM STUDIO ที่ชั้น  32 ฟิตเนสที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันจากแบรนด์ที่ดีที่สุดอย่าง Techno gym

มาพร้อม PRIVATE SPA ห้องสปาส่วนตัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน

PRIVATE SKY-HIGH ONSEN ออนเซนส่วนตัว ที่สามารถจองล่วงหน้าเพื่อใช้บริการกับคนในครอบครัว

BALLET SUITE, PATIO GYM, YOGA SUITE ที่สามารถนำครูมาสอนได้ถึงที่โครงการฯ ซึ่ง MQDC ได้เตรียมบุคคลากรมาดูแลให้คำปรึกษาและบริหารจัดการด้วยตัวเอง เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดที่มอบให้กับลูกบ้าน

 

2. INTERGENERATION KNOWLEDGE พื้นที่การเรียนรู้สุดหลากหลายทั้ง PRIVATE STUDY STUDIO พื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำงาน ทำการบ้าน หรือเรียนพิเศษ ที่สามารถจองเพื่อใช้งานส่วนตัวได้ โดยที่ไม่ต้องรบกวนพื้นที่ภายในห้องพักส่วนตัว

 

THE MULBERRY’S LIBRARY ห้องสมุดที่จะรวบรวมหนังสือประเภทต่าง ๆ ไว้

CHILDREN’S ROOM ที่ถูกออกแบบเพื่อให้สภาพแวดล้อมช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กทุกคนค้นพบความสามารถ และพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งหากเด็กๆเลิกเรียนกลับมา ก็สามารถเป็นพื้นที่พักคอยได้

 

3. INTERGENERATION SOCIAL LIFESTYLE SUITEพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สานความสุข ทั้ง GRAND PRIVATE LIVING & DINNING ROOM ห้องกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับครอบครัว ภายในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

RESIDENCE LOUNGE เลานจ์สุดหรู พื้นที่สำหรับการพักผ่อน เพลิดเพลินกับทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า มาพร้อมแกรนด์เปียโน

พร้อมบริการ Afternoon Tea ฟรีทุกวัน ที่ทาง MQDC ตั้งใจมอบให้เป็นพิเศษกับผู้อยู่อาศัยในโครงการ

 

PRIVATE STYLE ATELIER ห้องแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม และทำเล็บสำหรับคุณผู้หญิง ที่สามารถเรียกช่างมาเสริมความงามแบบส่วนตัวได้ ซึ่งโซนดังกล่าวสามารถจองการใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกสบาย

4. INTERGENERATION NATURE สร้างที่อยู่อาศัยให้อยู่คู่ธรรมชาติ กับ 3 สวนยั่งยืนบนพื้นดินโครงการ GOURMET COURTYARD สวนปลูกพืชผักสวนครัวที่ลูกบ้านสามารถมาร่วมกันปลูกผักไว้รับประทานเองได้ ซึ่งทางโครงการมีเจ้าหน้าที่ดูแลสวนผักและเก็บผลผลิตเพื่อนำไปส่งให้ลูกบ้าน

ENGLISH COURTYARD สวนหน้าบ้านที่ออกแบบเป็นสวนในสไตล์อังกฤษ ที่สามารถให้ผู้อยู่อาศัยมาปิคนิคกันได้

INTERGENERATION COURTYARD พื้นที่สำหรับทุกเจเนอเรชั่นมาใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่จิบน้ำชาสำหรับคุณแม่ สนามเด็กเล่น บ้านต้นไม้ และพื้นที่ ออกกำลังกายของผู้สูงอายุ

 

5. INTERGENERATION MULBERRY SERVICE ยกระดับคุณภาพชีวิต กับการบริการครบครันทั้ง WELLNESS MANAGER เจ้าหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษาด้านการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพ, COMPLIMENTARY AFTERNOON TEA มีบริการน้ำชา และอาหารว่างให้แก่ลูกบ้านฟรี, CONCIERGE SERVICE เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือไลฟ์สไตล์ด้านต่าง ๆ, MULBERRY ACTIVITIES กิจกรรม หรือเวิร์คชอปต่าง ๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้อยู่อาศัยได้ร่วมสานความสุขในครอบครัวตลอดทั้งปี

เรียกว่าแค่พื้นที่ส่วนกลาง ก็เหมาะกับชื่อโครงการอย่าง MULBERRY GROVE แล้ว เพราะทุกพื้นที่ถูกแบบให้สามารถใช้งานได้ทุกกลุ่มคน แบบ INTERGENERATION เหมือนกับผล mulberry ที่อยู่เป็นกลุ่ม เป็นพวง และอยู่ร่วมกันได้

 

โดย MULBERRY GROVE Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ห่างเพียง 250 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย ย่านที่พักอาศัยใกล้ศูนย์กลางของย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ เหมาะแก่การดำเนินชีวิตที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพราะเป็นพื้นที่ที่รายล้อมด้วยโรงเรียนชั้นนำ ย่านธุรกิจ ศูนย์การค้า แหล่งความบันเทิง โรงพยาบาล และระบบขนส่งสาธารณะเหมาะแก่การใช้ชีวิตของทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เกตเวย์เอกมัย, ขนส่งเอกมัย,  โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูวส์

โดยตัวอาคารออกแบบให้วางตัวแนวขนานกับถนนสุขุมวิทในแนวเหนือใต้ ภายในพื้นที่ตัวอาคารจึงเรียกเป็นโซนเหนือและใต้

ชั้น 2-6 เป็นที่จอดรถ Autonomous garage ที่จอดระบบอัตโนมัติกับเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ที่เปิดประสบการณ์   การจอดรถแบบใหม่ล่าสุด ที่ง่าย และมีความสะดวกที่สุด มีความปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะมายกระดับการจอดรถ และการขับขี่ของคุณ โดยช่องรับรถมากถึง 4 ช่อง เป็นระบบโรบอทที่ดึงรถเข้าออกสู่ลิฟท์ ทำให้ผู้ขับไม่ต้องนำรถเข้าไปจอดเองในลิฟท์ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว โดยที่จอดรถมีมากกว่า 100% ที่สำคัญเป็นลิฟท์จอดรถขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับรถ super car และรถ SUV ได้

ในส่วนของยูนิตพักอาศัย เริ่มตั้งแต่  ชั้น 7  โดยออกแบบให้ไม่มีห้องหันไปทางทิศตะวันตก

โดยมียูนิตให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่ รวมทั้งสามารถเลือกห้องที่สามารถ เปิดเชื่อมเป็นห้อง combine โดยสามารถเลือกได้ในทุกชั้นตามตำแหน่งสีแดงที่โครงการกำหนด เรียกว่าสามารถซื้อไว้เผื่อลูกโต เพราะผนังได้ออกแบบให้สามารถทุบได้ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องเลือก combine ตั้งแต่ต้น

ส่วนพื้นที่ส่วนกลาง นอกจากที่ชั้น 1 แล้วยังมีที่ชั้น 32-33 และชั้น  37

กับพื้นที่ ชั้น 32 พื้นที่สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ออนเซน สปา และห้องแต่งตัวส่วนตัว

พื้นที่ชั้น 33 กับห้องโยคะ ห้องบัลเล่ต์ รวมทั้งพื้นที่สวนออกกำลังกายลอยฟ้า

พื้นที่ชั้น 37 กับ Residence Lounge ที่สามารถชมวิวได้ทั่วเมือง

ถือว่าเป็นโครงการที่ถูกวางตัวกับวิวเปิดโล่งโดยรอบ โดยทิศเหนือเป็นวิวโล่งย่านเอกมัยทองหล่อ เพราะพื้นที่เดิมเป็นหมู่บ้าน เป็นอาคารเตี้ยๆ ทำให้ไม่มีอาคารสูงบดบัง

 

ส่วนทิศใต้ จะป็นวิวสุขุมวิท เห็นโรงเรียนนานาชาติและสนามไดรฟ์กอล์ฟในระยะใกล้

ในส่วนของยูนิตที่พักอาศัย มีถึง 13 แบบ ทุกแบบมีพื้นที่เอกลักษณ์ที่เรียกว่า NOOK MULTI-PURPOSE SPACE ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นห้องฟังก์ชันสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้ตามความต้องการ ภายใต้แนวคิด “Design for the Finest intergeneration Living”

 

ตั้งแต่ 1 Bedroom มีขนาด 47.50 sq.m. ห้องหน้ากว้าง แบ่งพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นสัดส่วนเท่าๆ กัน ทุกห้องได้วิวด้านนอก และได้ครัวปิด มีพื้นที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE บริเวณห้องนั่งเล่นติดริมหน้าต่าง

โดยมีทั้งขนาด 47 Sq.m. ขนาดเล็กสุดในโครงการ

หรือใครอยากได้ห้อง 1 bedroom ขนาดใหญ่หน่อย ก็ต้อง 55, 56 ,56.50 Sq.m. ได้ห้องครัวปิด มีกระจกเปิดเชื่อมห้องนั่งเล่น และมีพื้นที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE ติดริมหน้าต่างเช่นกัน

รวมทั้งมีห้อง 2 Bedroom ห้องหน้ากว้างมีพื้นที่ living area ตรงกลาง แบ่งห้องนอนทั้งสองพร้อมห้องน้ำที่ปีกซ้ายและขวาของยูนิต ห้องน้ำห้องนอนใหญ่ได้อ่างอาบน้ำ และมีห้องน้ำสำหรับแขก รวมทั้งได้พื้นที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE ติดริมหน้าต่าง มีทั้งขนาด 87,89.50, 95,96, 112.50 Sq.m.

รวมทั้งมีขนาด 114 Sq.m. ที่มีพื้นที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE แตกต่างกับ type อื่นๆ คือเป็นพื้นที่กระจกบานเลื่อนเข้ามุม

โดยทุกห้องโครงการให้พื้นไม้สัก engineered teak wood ที่ห้องนอน ให้พื้นหินอ่อน Synthetic marble ที่ห้องนั่งเล่น  และ porcelain tiles ที่ห้องครัว

 

สำหรับสเปคของวัสดุต่างๆภายในห้องมีดังนี้

ที่ครัวโครงการให้หน้าบานตู้ พื้นครัว ที่เป็นวัสดุป้องกันการลื่นจากคราบน้ำมัน

และให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวของ Kuppersbusch และตู้เย็นแบบ Built-in ของ Liebherr ที่เหนือกว่าแบรนด์อื่นตรงที่ไม่เกิดการควบแน่นจนความชื้นทำให้หน้าบาน Built-in เสียหาย

ให้ kitchen sink ของ Panasonic ที่มีขนาดใหญ่กว่า sink ทั่วไป  ก็อกของอ่างล้างจานสามารถดึงออกมาเป็นสายยาวสำหรับล้างได้โดย sink ถูกออกแบบให้เมื่อใช้งาน น้ำจะไหลออกด้วยความรวดเร็ว

ข้อแตกต่างของเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวระหว่าง 1 bedroom และ 2 bedroom คือ ตู้เย็น ที่ 1 bedroom ให้ตู้เย็นฝาเดี่ยว แต่ 2 bedroom จะให้ตู้เย็นฝาคู่

 

ส่วนห้อง 2 bedroom sizeใหญ่ จะได้เตาไมโครเวฟ กับเตาอบแยก

 

ที่ประตูโครงการให้ digital door lock ของ Philips ที่เป็นระบบล็อค 3 ชั้น คือมีลิ้นล็อค 3 จุด รวมทั้งตัวระบบสามารถใช้งานทั้ง Keycard password สแกนนิ้ว กุญแจ รวมทั้งส่งรหัส OTP ผ่านมือถือ

พื้นที่เก็บของส่วนตัวบริเวณด้านหน้ายูนิตพักอาศัยทุกห้อง

ภายในห้องพักรองรับ Smart Home กับระบบควบคุมแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ ผ่าน application ที่สามารถแสดงค่าใช้จ่าย หน่วยไฟรายวัน รายเดือน รายปีได้ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถคาดการณ์การใช้ไฟ หรือควบคุมการใช้พลังงานภายในอาคารได้นั่นเอง

 

รวมทั้งยังมี master switch ปุ่มเปิดปิดแสงสว่าง  เพียงปุ่มเดียว สะดวกสำหรับเวลาออกไปข้างนอก ไม่ต้องนั่งเช็คทีละห้องว่าปิดหรือยัง

 

อีกเทคโนโลยีที่โครงการให้มาพร้อมกันคือระบบ IAQ Sensor & ERV คือการเติมเต็มอากาศด้วยเครื่อง ERV คือการเติมออกซิเจนให้ห้องอัตโนมัติ

 

ห้องตัวอย่างที่โครงการตกแต่งให้ชมมีด้วยกัน 2 ห้อง คือ 1 Bedroom 56.50 Sq.m.

ห้องนี้เปิดเข้ามาสู่พื้นที่ครัวเชื่อมต่อกับ living และ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE

ครัวเป็นครัวปิด แต่เปิดโล่งด้วยกระจกล้อมรอบ ทำให้ห้องดูเป็นสัดเป็นส่วน และโล่ง เชื่อมถึงกัน เสมือนสร้างปฏิสัมพันธ์กันในครอบครัว แม้คนนึงจะทำอาหาร คนนึงดูทีวี หรือทำกิจกรรมส่วนตัวที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE ก็สามารถมองเห็นกันได้

 

ที่ครัวเป็นครัว U shape โครงการออกแบบให้เป็นเคาท์เตอร์ครัวทรง L shape ติดริมกระจก ฝั่งผนังทึบมีชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัวแขวนผนังสูงจรดเพดาน

อีกฝั่งเป็นตู้เย็นบานเปิดเดี่ยวและตู้วางเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า

ที่เคาท์เตอร์ครัวโครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Kupperbusch พร้อมที่ดูดควันด้านบน

ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารที่ค่อนข้างกว้าง

ปลายสุดเคาท์เตอร์เป็นอ่างล้างจานของ Panasonic ที่เป็นอ่างขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน หัวล้างสามารถดึงออกมาเป็นสายยางได้ สะดวกต่อการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ

ถัดจากครัว เป็นพื้นที่พักผ่อน มุมนั่งดูทีวี ที่กว้างพอให้วางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 คนไว้ติดกระจกเข้ามุมของห้องครัว

ติดกันเป็นพื้นที่ตั้งชุดโซฟา

ที่สามารถตั้งโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้

ฝั่งตรงข้ามเป็นผนังทึบติดทางเข้า ห้องนอนสามารถติดทีวีหรือตั้งชั้นวางทีวีที่ผนังฝั่งนี้ได้

เรียกว่าเป็นพื้นที่ขนาดเล็กที่สามารถจัดการการใช้งานทั้งครัวปิด และพื้นที่พักผ่อน แต่ยังสามารถมองเห็นกันได้อยู่เสมอ

พื้นที่ถัดไปคือ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE กว้างเต็มความกว้างห้อง living area มีกระจกบานเลื่อนเปิดปิด เชื่อมพื้นที่หรือปิดเป็นห้องใช้งานส่วนตัวได้

ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่น

มุมทำงาน หรือเป็นที่ปลูกต้นไม้สำหรับคนชอบต้นไม้

ที่ถูกออกแบบให้สามารถเปิดเชื่อมกับ living area ให้เป็นพื้นที่ใหญ่ หรือแยกการใช้งาน แต่ยังสามารถมองเห็นกันได้ เพื่อปฏิสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัว รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของแต่คนในครอบครัวได้

ปีกซ้ายของยูนิตเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว

บริเวณริมหน้าต่างเป็นที่ตั้งเตียงนอน สามารถวางเตียงขนาด King size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองด้าน

ปลายเตียงสามารถติดทีวีได้

ด้านติดทางเข้าห้องนอน เป็น walk-in closet มีประตูเปิดปิด

ด้านในเป็นห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง

ที่พื้นที่ส่วนแห้งโครงการฯให้อ่างล้างหน้าฝังเคาท์เตอร์ลอยตัว ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์

ด้านในพื้นที่ส่วนเปียก มีกระจกกั้นอาบน้ำกั้น

ด้านในโครงการให้อ่างอาบน้ำ และ rain shower & hand shower

สำหรับห้องนี้เป็นห้อง 1 bedroom สำหรับคนที่เริ่มสร้างครอบครัว หรือเป็นห้องรอ combine ขยายกับห้องด้านข้างเมื่อต้องการสร้างครอบครัวก็ยังสามารถทำได้ ซึ่งถึงแม้จะเป็นห้อง 1bedroom แต่ก็มีพื้นที่ใช้งานที่หลากหลาย ครบครัน และรองรับการใช้งานของทุกกลุ่มคน เป็น intergeneration เชิงพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้จริง และสะท้อนความ intergeneration ผ่านการคัดสรรวัสดุ การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบต่างๆ ภายในห้องที่สามารถใช้งานง่าย เหมาะกับทุกคนโดยแท้จริง

 

ห้องตัวอย่างอีกห้องเป็นห้อง 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องหน้ากว้างมาก

ที่เปิดเข้ามาพบกับพื้นที่โถงทางเดินเข้าสู่ภายในยูนิต

ด้านขวาเป็น furniture built-in ตู้เก็บของ วางรองเท้า และตั้งเครื่องซักผ้า รวมทั้งทางเข้าห้องน้ำ

ด้านซ้ายเป็นครัวปิด เข้ามุมด้วยห้องกระจก ประตูกระจก

ครัวเป็นครัว U shape มีพื้นที่เคาท์เตอร์ครัวติดกระจกบานใหญ่ เชื่อมต่อกับห้อง living เชื่อมต่อกับตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัว

ที่เคาท์เตอร์ โครงการให้เตาไฟฟ้า 4 หัวสำหรับห้อง 2 bedroom

ติดกระจกเข้ามุมเป็นอ่างล้างจาน และพื้นที่เตรียมอาหาร ที่เปิดมุมมองเชื่อมกับ living area

อ่างล้างจานเป็นของ Panasonic ที่สามารถดึงหัวก็อกออกมาเป็นสายยางได้

ปลายสุดเคาท์เตอร์เป็นเครื่องอบและไมโครเวฟ

เชื่อมต่อกับตู้เย็นบานเปิดคู่

ด้านใต้เคาท์เตอร์เป็นตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัวที่ออกแบบชั้นเก็บแม้อยู่ในพื้นที่ลึก ใช้งานยาก

ครัวมีกระจกบานใหญ่ที่เมื่อทำครัวสามารถมองเห็นสมาชิกในครอบครัวที่ห้อง living area ได้

ส่วนพื้นที่ living area แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ

พื้นที่วางโซฟา และชั้นวางทีวี ติดหน้าต่างบานใหญ่

ชุดโซฟาสามารถวางโซฟาสำหรับ 4-5 ที่นั่งได้

พร้อมโต๊ะกลางและมีพื้นที่ใช้งานโดยรอบได้

ที่ผนังทึบสามารถติดตั้งทีวีหรือชั้นวางทีวีได้ สำหรับนั่งดูหนังเรื่องโปรด หรือนั่งชมวิวเมืองภายนอก

ติดกันสามารถวางเปียโน สำหรับสมาชิกนักดนตรี

ด้านหลังชุดโซฟาเป็นพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับตั้งโต๊ะทานอาหารสำหรับ 6 ที่นั่ง

ติดริมหน้าต่างบานใหญ่เชื่อมกับวิวเมืองด้านนอก

ติดกันเป็นพื้นที่ NOOK MULTI-PURPOSE SPACE ที่เปิดปิดด้วยประตูกระจกบานเฟี้ยมเข้ามุม

เป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกในครอบครัว ในการใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือนปลูกต้นไม้ของคุณปู่ เป็นห้องนั่งเล่นของหลานๆ หรือเป็นห้งอ่านหนังสือของคุณพ่อ ก็สามารถปรับเปลี่ยนใช้งานตามความต้องการของทุกคนในบ้านได้

ห้องนอนแรกเป็นห้องนอนเล็ก ที่ขนาดเกือบเท่าห้องนอนใหญ่

ภายในสามารถตั้งเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบติดผนังได้

ด้านข้างเปิดโล่งด้วยกระจกบานใหญ่เชื่อมวิวด้านนอก

ติดทางเข้าเป็นทางเข้าห้องแต่งตัว walk-in closet และห้องน้ำ

ด้านหน้ามีพื้นที่กว้างพอให้วางเก้าอี้โซฟาเข้ามุม

ด้านในเป็น walk-in closet

ส่วนภายในห้องน้ำ แยกพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้ง

ส่วนแห้งโครงการให้อ่างล้างหน้าแบบลอยตัว ติดโถสุขภัณฑ์

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียกกั้นด้วย glass shower ภายในโครงการให้อ่างอาบน้ำ และ hand shower

ส่วนห้องนอนใหญ่ เป็นห้องกระจกเข้ามุม

ภายในสามารถตั้งเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้

ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนผนัง

สามารถนอนเห็นวิว เหมาะแก่การพักผ่อน

ส่วนพื้นที่ติดทางเข้าเป็น walk-in closet แยก his & her

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง พื้นที่ส่วนแห้ง โครงการให้อ่างล้างหน้าแยก his&her

ด้านในสุดเป็นที่ตั้งอ่างอาบน้ำลอยตัว ติดหน้าต่างบานใหญ่

ฝั่งตรงข้ามแยกห้องเป็น 2 ห้อง คือห้องอาบน้ำ โครงการให้ rain shower และ hand shower

มาพร้อมที่นั่งอาบน้ำ

และห้องตั้งโถสุขภัณฑ์

เรียกว่าเป็นห้องที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ INTERGENERATION ที่แท้จริง เพราะเป็นการออกแบบที่รองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว รองรับการอยู่อาศัยในอนาคต มีการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย

 

นอกจากนี้ยังมีห้องอื่นๆ ตามขนาดการใช้งานของแต่ละความต้องการของแต่ละคน รวมทั้งเป็นโครงการที่มาพร้อมกับการรับประกันถึง 30 ปี ในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆภายใน งานโครงสร้าง หลังคา ประตู หน้าต่าง ระบบสุขาภิบาล ไฟฟ้า เรียกว่าหมดห่วงกับปัญหาต่างๆหลังซื้อได้เลยทีเดียว

“สำหรับ MULBERRY GROVE Sukhumvit แนวคิดในเรื่องของ INTERGENERATION LIVING นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ Marketing Gimmick แต่เกิดมาจากการตั้งสมมติฐาน มาจนสู่การทำวิจัย และพัฒนาจนออกมาเป็นโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการอยู่อาศัยในแบบหลายช่วงวัยได้จริง” คุณจ๊อก รุ่งโรจน์  จงศุจิพันธุ์  ผู้อำนวยการอาวุโส แบรนด์ “มัลเบอร์รี่  โกรฟ” ได้กล่าวเอาไว้อย่างมั่นใจเป็นประโยคแรกในวันที่เปิดตัวโครงการในรอบสื่อมวลชนเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา…สำหรับผมแล้วคำพูดดังกล่าวนับว่าเป็นการแสดงเจตจำนงค์ที่จะท้าชนกับบรรดาคู่แข่งคอนโด Hi End– Super Luxury ในกรุงเทพฯอีกหลายโครงการในปีนี้ ที่พร้อมจะมุ่งประเด็นการสื่อสารการตลาดไปที่การอยู่ร่วมกันหลายช่วงวัยในแบบครอบครัวใหญ่ หลังจากที่ในปีที่ผ่านๆมาเราเริ่มที่จะเบื่อกับคำว่า Feel Likes Home ที่มักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึง Functional & Emotional Benefits ของการเป็นเจ้าของคอนโดห้องใหญ่ เพดานสูง และใช้เพื่อ Switching ดีมานท์การซื้อโครงการแนวราบให้หันมาซื้อโครงการแนวสูงใจกลางเมือง

 

การทำ Story Telling ดูจะเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับนักการตลาดส่วนใหญ่ ที่มักจะเริ่มงานจากปลายน้ำ กล่าวคือเริ่มวางแคมเปญสื่อสารการตลาดหลังจากที่ทางฝ่าย PD พัฒนาโครงการสำเร็จเบ็ดเสร็จแล้ว… แต่สิ่งนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับทุกโครงการในเครือ MQDC ที่ซึ่งในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแต่ละโครงการต้องผ่านความเห็นชอบ และได้รับการ Approve ในเรื่องของ For All Well-Being จากทางศูนย์วิจัย RISC จนออกมาเป็น Brand Blueprint ที่ทุกโครงการต้องนำไปก่อสร้างให้ได้ตามมาตรฐาน

 

คลิกเพื่ออ่าน พาชมศูนย์วิจัยRISC กับพันธกิจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนจนทำให้MQDC กล้าที่จะรับประกันงานก่อสร้างนานถึง 30 ปี

 

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า Story Doing ดูจะเป็น Business as usual ไปแล้วสำหรับโครงการล่าสุดอย่าง MULBERRY GROVE Sukhumvit ที่ให้ใครมาดูก็รู้ว่า เรื่องราวของการสร้างที่อยู่อาศัยในแบบDESIGN FOR THE FINEST INTERGENERATION LIVING” นั้นถูกคิดมาตั้งแต่ซื้อที่แปลงนี้มาแล้ว หาใช่การที่สร้างโครงการเสร็จแล้วเพิ่งเอามาใส่ไม่ จริงอยู่ที่ในปัจจุบันเราเห็นโครงการแนว Active Wellness เพื่อคนสูงวัย หรือแนว Well Being เพื่อคนที่ใส่ใจในสุขภาพเกิดขึ้นมากมาย แต่ถามจริงๆ เถอะ โครงการเหล่านั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่กลุ่มเป้าหมายต้องการอยู่อาศัยจริงหรือ? ทำไมการที่จะอยู่อาศัยร่วมกันกับพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จึงต้องไปเลือกที่จะอยู่โครงการในย่านชานเมือง ในเมื่อคนรุ่นเราหรือรุ่นลูกก็ต้องมาทำงาน เรียนหนังสือในเมือง มีไลฟ์สไตล์ทุกอย่างอยู่ในเมืองหมด แต่ที่นี่คือ Mid Sukhumvit อยู่ห่างเพียงแค่250 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย ตรงข้ามเป็นโรงเรียนนานาชาติ St. Andrew ข้างๆ เป็นรพ.สุขุมวิท เยื้องๆ กันเป็น Gateway Ekkamai…ที่นี่คือโลเคชั่นในฝันของคนทุกช่วงวัยชัดๆ

 

การพัฒนาโครงการในรูปแบบ Intergeneration แบบนี้ ผมว่าสิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นก็คือการสร้างฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งส่วนกลาง ในห้องพัก และบริการ ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างในแบบลงลึกมากๆ ในรายบุคคล โดยที่มีการใช้ Big Data เข้ามาช่วย ดังที่ศัพท์การตลาดเรียกกันว่า Hyper Personalizationครับ ซึ่งผมว่า MULBERRY GROVE Sukhumvit ค่อนข้างสอบผ่าน และสร้างความประทับใจให้กับทุกวัยในครอบครัวด้วย Purchasing Trigger ที่แตกต่างกันโดยเฉพาะใน 2 ประเด็นหลักก็คือ MULBERRY SPECIAL SERVICES ที่ผู้อยู่อาศัยทุกท่านสามารถใช้การบริการพิเศษต่างๆ ของทางโครงการอาทิCAREGIVER ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพดูแลเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง, WELLNESS MANAGER ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำการออกกำลังกายและดูแลความปลอดภัยในการใช้สระว่ายน้ำ, บริการ Afternoon Tea ฟรีทุกวัน, CONCIERGE SERVICE เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และ INTERGENERATIONAL ACTIVITIES สร้างประสบการณ์บนพื้นที่แห่งความสุขเพื่อผู้อยู่อาศัย จะได้ทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันทั้งในครอบครัวและเพื่อนบ้าน…นี่ยังไม่รวมกับสเปควัสดุ เฟอร์ Built-in คุณภาพเยี่ยม แบรนด์ดัง และการประกัน 30 ปี ที่เห็นชัดเจนว่าไม่มีดีเวลลอปเปอร์เจ้าไหนที่กล้าให้ได้มากขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าโครงการนี้คือ Best in Class สำหรับ INTERGENERATION Residential Development ที่เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีคนมาเลียนแบบแน่นอนครับ

เห็นให้มาเยอะขนาดนี้หลายๆคนคงคิดว่า ราคาคงจะเตลิดไปไกลถึงตรม.ละสองแสนปลายหรือเปล่า แต่ไม่เลยครับ เพราะเมื่อช่วงวันเปิดตัว ผมเองก็ได้เห็นห้องโปรโมชั่นหลายห้องที่มีราคาขายเริ่มต้น ตรม. ละแสนเจ็ดปลายๆ ถึงแสนแปดกว่าๆ โดยที่ทั้งโครงการมีราคาเฉลี่ยแค่ประมาณตรม.ละ 250,000 บาทเท่านั้น ยิ่งถ้าไปเทียบกับโครงการที่ติด BTS ทองหล่อที่ห่างไปเพียงแค่ 1 สถานี MULBERRY GROVE Sukhumvit ดูจะกลายเป็นของคุ้มค่า ที่หาได้ยากเลยทีเดียวล่ะครับ…ไม่รู้ว่าทาง MQDC เอากำไรมาจากไหน แต่ผมก็ยังหวังลึกๆว่าในอนาคตเราจะได้เห็นโครงการรูปแบบนี้แต่มีราคาที่ถูกกว่าตรม.ละแสนห้าหมื่นบาท เพื่อที่จะให้สามารถจับกลุ่ม INTERGENERATION ในระดับ Mass ได้ เนื่องจากลึกๆแล้วคนที่ต้องอยู่ร่วมกับคนหลายๆคนในบ้านเดียวกันนั้น มักจะเป็นกลุ่มเซกเมนท์ Mass มากกว่า Super Luxury เนื่องจากกลุ่ม Super Luxury นั้นก็ยังคงมีตัวเลือกในการซื้อโครงการแนว Urban Residences ในหลักร้อยล้านบาทใจกลางเมืองได้ไม่ยาก…แต่การที่โครงการมีจำนวนเพียงแค่ 287 ยูนิตก็คงไม่ยากเกินไปที่จะกวาดลูกค้าได้หมดตามที่วาง Targeted Persona เอาไว้

 

MULBERRY GROVE SUKHUMVIT ราคาเริ่มต้น 175,000 บาท / ตารางเมตร และราคาเฉลี่ย 250,000บาท / ตารางเมตร สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/37sn0ze



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.5

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


8 เทคนิคทวีตขายอสังหาฯ ใน Twitter สำหรับนายหน้าอสังหา

Twitter มีกลุ่มผู้คนที่เข้าใช้งานมันเป็นประจำและคุณควรใช้มันอย่างสม่ำเสมอในฐานะที่เป็นนายอสังหาริมทรัพย์ ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Twitter คือ มันอนุญาตให้คุณพิมพ์ข้อความได้แค่ 140 ตัวอักษรต่อ 1 โพสต์ และ... อ่านต่อ

17 February, 2020



ไอเดียโพสต์ทำตลาดอสังหาฯ ผ่าน Instagram

การจะโพสต์เกี่ยวกับอสังหาฯ ที่ดีบน Instagram นั้นจะต้องมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการสร้าง... อ่านต่อ

17 February, 2020

ขายอสังหาด้วย Video Marketing และ YOUTUBE

ในฐานะนายหน้าขายอสังหาฯ สิ่งที่จะช่วยให้งานของคุณประสบความสำเร็จได้ก็คือการทำให้สิ่งที่... อ่านต่อ

14 February, 2020

4 เทคนิคหาลูกค้าอสังหาฯ ผ่าน Facebook

ทุกวันนี้ Facebook ไม่ใช่เครื่องมือทางการตลาดตัวรองอีกต่อไป ในทางกลับกัน Facebook กลายม... อ่านต่อ

14 February, 2020