วิธีแก้ปัญหา Burnout ของคนอสังหาริมทรัพย์

เกริก บุณยโยธิน 23 February, 2026 at 16.02 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


https://unsplash.com/photos/a-man-sitting-at-a-desk-with-a-laptop-and-headphones-Xx4i6wg6HEg

 

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ คำว่า “เหนื่อย” กลายเป็นเรื่อง new normal ของวงการ เหนื่อยกับยอดขายที่ต้องปิดให้ทันเป้า เหนื่อยกับลูกค้าที่ลังเล เหนื่อยกับสต็อกที่ยังระบายไม่ออก และเหนื่อยกับตลาดที่ผันผวนเกินคาด หลายคนเชื่อว่าภาวะหมดไฟหรือ Burnout เกิดจากปริมาณงานที่มากเกินไป แต่ความจริงที่มักถูกมองข้ามคือ คนเราไม่ได้หมดไฟเพราะงานเยอะ หากหมดไฟเพราะไม่รู้สึกว่างานที่ทำ “สร้างผลกระทบ สร้าง impact” อย่างแท้จริง

 

ลองนึกภาพเซลส์ที่โทรหาลูกค้าทุกวัน พาชมห้องทุกยูนิต ทำทุกขั้นตอนตามระบบอย่างครบถ้วน แต่เมื่อสิ้นเดือนกลับรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย หรือผู้บริหารที่เข้าประชุมทั้งวัน เซ็นเอกสารไม่หยุด แต่กลับรู้สึกว่าธุรกิจของตนยังไม่ขยับไปข้างหน้า ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาณของความขี้เกียจ หากเป็นสัญญาณของการทำงานตามหน้าที่ (doing the job) โดยไม่ได้แตะงานที่สำคัญที่สุด (doing the job that’s needed)

 

ในวงการกีฬา จะมีผู้เล่นในทีมบางคนที่ถูกส่งลงสนามในจังหวะตัดสินเกม คนที่ทีมเชื่อว่าจะพาชนะ คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องวิ่งมากที่สุด แต่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุด ในโลกอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน คนที่สร้าง impact ผลกระทบสูงสุดไม่ใช่คนที่ทำงานมากที่สุด หากเป็นคนที่เลือกทำงานที่สำคัญที่สุดในเวลานั้น

 

เมื่อยอดขายชะลอ หลายคนอาจเลือกเร่งงบโฆษณา แต่บางคนกลับตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วตลาดกำลังคิดอะไร ย่านนี้ถูกมองอย่างไร และภาพจำของโครงการในสายตาลูกค้าคืออะไร เมื่อสต็อกค้าง บางทีมอาจรีบลดราคา แต่บางคนเลือกวิเคราะห์ว่าปัญหาอยู่ที่การวางตำแหน่งสินค้า หรือประสบการณ์ในวันที่ลูกค้าเข้าชมห้อง เมื่อยอดโอนสะดุด บางคนโทษกำลังซื้อ แต่บางคนลงลึกไปถึงขั้นตอนสินเชื่อและอุปสรรคที่ทำให้ลูกค้าไปต่อไม่ได้ ความแตกต่างทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั่วโมงทำงาน แต่อยู่ที่กรอบความคิด

 

คนจำนวนมากในวงการอสังหาฯ นี้ทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยหวังว่าความพยายามที่มากขึ้นจะชดเชยความผันผวนของตลาด แต่หากยังไม่แก้ “จุดคอขวด” งานที่เพิ่มขึ้นอาจเพียงเพิ่มความเหนื่อย ไม่ได้เพิ่มผลลัพธ์ การทำงานที่มีผลกระทบจึงเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ตอนนี้อะไรคือประเด็นที่สำคัญที่สุดขององค์กร อะไรคือเรื่องที่กำลังร้อนแรงในตลาด และอะไรคือปัญหาที่หากแก้ได้แล้วจะขยับทั้งระบบ

 

วงการอสังหาริมทรัพย์เป็นเกมระยะยาว โครงการหนึ่งใช้เวลาพัฒนาเป็นปี ที่ดินหนึ่งแปลงถือครองกันข้ามรุ่น หากเรามองงานเพียงยอดขายรายเดือน ความกดดันจะถาโถมและความเหนื่อยจะสะสมอย่างรวดเร็ว แต่หากมองว่างานของเรากำลังสร้างมูลค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ การสร้างความเชื่อมั่นของตลาด หรือการวางรากฐานให้โครงการในอนาคต ความหมายของงานจะเปลี่ยนไปทันที

 

Burnout หรือภาวะหมดไฟของคนอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าทางกายเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความรู้สึกว่างานที่ทำไม่ impact ส่งผลต่อภาพใหญ่ เมื่อใดที่เราปรับจากการทำงานตามขอบเขตหน้าที่ มาเป็นการทำงานที่ตอบโจทย์สำคัญขององค์กร เมื่อนั้นพลังใจจะกลับมาเอง เพราะมนุษย์ต้องการรู้ว่าสิ่งที่ตนทำมีความหมาย

 

ท้ายที่สุด หากวันหนึ่งคุณรู้สึกเหนื่อยกับเกมนี้ ลองถามตัวเองว่า คุณกำลังทำงานหนักเกินไป หรือกำลังทำงานที่ไม่สร้าง impact ไม่สร้างผลกระทบในวงการอสังหาริมทรัพย์ คนที่อยู่รอดระยะยาวไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด หากเป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรหยุด และที่สำคัญ รู้ว่าวิ่งไปเพื่อสร้างอะไร เพราะยอดขายอาจทำให้คุณรอดในเดือนนี้ แต่ผลกระทบที่แท้จริงจะทำให้คุณอยู่ในเกมได้อีกนานกว่านั้น

แล้วจะสร้าง impact ให้งานมีความหมายได้อย่างไร

 

การสร้างความหมายของงานในวงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เริ่มจากคำคมสร้างแรงบันดาลใจ หรือการปลุกใจทีมขายในห้องประชุม แต่มันเริ่มจากการตีความงานใหม่ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

 

คนจำนวนมากมองตัวเองว่าเป็นแค่เซลส์ขายคอนโด เป็นแค่ผู้จัดการโครงการ เป็นแค่ฝ่ายการตลาด หรือเป็นแค่นักพัฒนาที่ดิน เป็นแค่นักลงทุนที่มองแค่ตัวเงิน แต่ถ้ามองลึกลงไป งานอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การขายยูนิต มันคือการสร้างพื้นที่ชีวิตให้ผู้คน เป็นการออกแบบอนาคตของครอบครัวหนึ่ง เป็นการกำหนดทิศทางของย่านหนึ่ง และในบางกรณี เป็นการขยับมูลค่าทรัพย์สินที่ส่งต่อกันข้ามรุ่น

 

ความหมายของงานจึงเกิดขึ้นเมื่อคุณเชื่อมสิ่งที่คุณทำทุกวัน ให้เข้ากับผลลัพธ์ระยะยาวที่ใหญ่กว่า

วิธีแรกคือการขยับมุมมองจาก “ยอดขาย” ไปสู่ “คุณค่าที่สร้าง” (turn sales to value creation)
ถ้าคุณเป็นเซลส์ คุณอาจไม่ได้แค่ปิดการขาย แต่คุณกำลังช่วยลูกค้าตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต คุณกำลังช่วยเขาเลือกทำเลที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต 10–20 ปีข้างหน้า ถ้าคุณเป็นผู้พัฒนาโครงการ คุณไม่ได้แค่คุมงบก่อสร้าง แต่คุณกำลังกำหนดมาตรฐานพื้นที่อยู่อาศัยของย่านนั้น เมื่อมุมมองเปลี่ยน งานเดิมจะมีน้ำหนักมากขึ้นทันที

 

วิธีที่สองคือการทำงานที่แก้ปัญหาจริง (essential problems)
ไม่ใช่แค่ทำตามกระบวนการ หลายคนหมดไฟเพราะทำงานซ้ำ ๆ โดยไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อคุณเลือกเข้าไปแก้จุดคอขวดของทีม แก้ Pain Point ของลูกค้า หรือแก้ภาพลักษณ์ของโครงการในตลาด คุณจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และความรู้สึกว่าตัวเองมีบทบาทสำคัญจะชัดขึ้น

 

วิธีที่สามคือการผูกงานของคุณเข้ากับภาพใหญ่ของทรัพย์สิน (big picture, daily impact)
อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่สินค้ารายวัน มันคือสินทรัพย์ (Asset) ที่มีวงจรมูลค่า (Value Cycle) ของตัวเอง ถ้าคุณมองว่างานของคุณกำลังเพิ่มมูลค่าให้สินทรัพย์ ไม่ว่าจะผ่านแบรนด์ ทำเล ประสบการณ์ลูกค้า หรือโครงสร้างต้นทุน คุณจะเริ่มรู้สึกว่าทุกการตัดสินใจมีผลต่ออนาคต ไม่ใช่แค่ต่อยอดสิ้นเดือน

 

อีกวิธีหนึ่งที่สำคัญมากคือการเลือกวัดผลในสิ่งที่มีความหมาย (measure what matter) หลายทีมวัดผลเฉพาะยอดขายรายวันหรือรายเดือน ซึ่งจำเป็น แต่ถ้าคุณเพิ่มตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณค่า เช่น ระยะเวลาการตัดสินใจที่สั้นลง ความพึงพอใจหลังโอน หรือการกลับมาซื้อซ้ำ คุณจะเริ่มเห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มีมิติเดียว และงานของคุณมีผลมากกว่าที่คิด

สุดท้าย ความหมายของงานจะชัดที่สุดเมื่อคุณถามตัวเองว่า If I quit, who notices? “ถ้าฉันหยุดทำสิ่งนี้ไป วันนี้ใครจะได้รับผลกระทบ?” หากคำตอบคือ no one ไม่มีใครถูกเปลี่ยนแปลงอะไรเลย นั่นคือสัญญาณว่าคุณอาจกำลังทำงานที่ไม่แตะจุดสำคัญ แต่ถ้าคำตอบคือ ทีมจะสะดุด ลูกค้าจะสับสน หรือโครงการจะเสียหาย นั่นแปลว่างานของคุณมีน้ำหนัก งานคุณมีความหมาย

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ความกดดันจะไม่หายไป ตลาดจะยังผันผวน และการแข่งขันจะยังรุนแรง แต่เมื่อคุณสร้างความหมายให้กับงานของตัวเองได้ ความเหนื่อยจะไม่เท่าเดิม เพราะคุณไม่ได้ทำงานเพื่อ “ให้รอดเดือนนี้” เท่านั้น แต่กำลังทำงานเพื่อสร้างมูลค่าในเกมระยะยาว

และเมื่อคุณรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่กำลังเปลี่ยนอะไรบางอย่างจริง ๆ นั่นแหละ คือการจุดที่ไฟจะกลับมาเอง

ปัญหา Burnout จะลดหายไป

หากชอบบทความแบบนี้ ขอให้เข้ามาติดตามคอนเทนต์ใน www.propholic.com ทุกสัปดาห์ และแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ของคุณ

 

Source: https://bigthinkbusiness.substack.com/p/the-1-cause-of-burnout-is-not-what

เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

นิว เมกา พลัส บางนา

คอนโดภายใต้แบรนด์ Nue คือโครงการ Flagship ที่สำคัญจา...

3 November, 2025

นิว เรน แจ้งวัฒนะ

Nue REN Chaengwattana (นิว เรน แจ้งวัฒนะ) คือโครงการ...

10 October, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง