ไนท์แฟรงก์เผยงานวิจัยล่าสุด! ระบุความต้องการในการซื้ออสังหากำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยผู้คน 1 ใน 4 กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ภายในระยะเวลา 12 เดือน

เกริก บุณยโยธิน 27 August, 2021 at 11.23 am

เมื่อวานนี้ ไนท์ แฟรงก์ (Knight Frank) บริษัทตัวแทนอสังหาฯชั้นนำที่มีเครือข่ายทั่วโลก ได้เปิดเผยผลวิจัย Global Buyer Survey 2021 ที่จัดทำขึ้นในระหว่างวันที่ 10 มิย. ถึง 22 กค. 2021 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของ Covid-19 ที่มีต่อทัศนคติของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทั่วโลก งานวิจัยดังกล่าวได้รวบรวมมุมมองจากกลุ่มลูกค้าของไนท์ แฟรงก์ มากกว่า 900 คน บน 49 ประเทศทั่วโลก โดยมีไฮไลท์คือ

– กลุ่มตัวอย่างจำนวน 19% ได้มีการย้ายที่อยู่อาศัยตั้งแต่มีการระบาดของ Covid-19 โดยหากนับเฉพาะทวีปออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือก็จะมีจำนวนถึง 25% และสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ก็มีจำนวนมากถึง 20% ที่ตัดสินใจว่าจะย้ายในปี 2021 หากว่าสถานการณ์โรคระบาดยังคงดำเนินต่อไป

– การอยู่อาศัยในเมือง กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง โดยกลุ่มตัวอย่างที่มีแนวโน้มว่าจะย้ายบ้านใน 12 เดือน จำนวนถึง 38% มีการมองหาทำเลในเมือง ตามมาด้วยจำนวน 33% ที่มองหาทำเลชานเมือง ถัดมาเป็นย่านชนบท 15% และย้ายประเทศไปเลย 13%

– กลุ่มตัวอย่าง 46% มีแนวโน้มที่จะซื้อบ้านเดี่ยว หรือวิลล่า แต่ความต้องการในการซื้ออพาร์ทเมนท์ก็ยังคงเพิ่มขึ้นที่ 19% จากจำนวน 12% ในปี 2020 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างกว่า ใหญ่กว่าในทุกเซกเมนท์ รวมถึงความต้องการที่จะมีบ้านชั่วคราวหลังที่สองใจกลางเมืองไว้พักในช่วงระหว่างสัปดาห์

– โดยกลุ่มอสังหาที่เป็นที่น่าจับตามองคือ บ้านแนวสกีรีสอร์ตบนภูเขา ที่มีดีมานท์เพิ่มขึ้นถึง 18% จาก 11% ในปี 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ซื้อชาวเอเชีย และอเมริกาเหนือ ที่มีดีมานท์สูงกว่ามาตรฐานทั่วโลก

– กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากถึง 84% ให้ความสำคัญกับการมองหาบ้านประหยัดพลังงาน โดยมีถึง 28% ในนี้ที่ต้องการซื้อบ้านประหยัดพลังงาน เนื่องจากคำนึงถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่น่าจะมีผลกระทบต่อมูลค่าของบ้านและสถานที่โดยรอบ โดยที่กลุ่มตัวอย่างจำนวน 27% เต็มใจที่จะจ่ายค่าซื้อบ้านในราคาที่แพงกว่าเพื่อให้ได้มีพื้นที่สีเขียว และประหยัดพลังงานมากขึ้น

คุณ เคท เอเวอร์เรต – เอลเลน (Kate Everett-Allen) หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดที่พักอาศัยในระดับนานาชาติของไนท์ แฟรงค์ กล่าวเสริมว่า มากกว่าสองในสามของผู้คนคาดหวังว่ามูลค่าบ้านที่ตัวเองอยู่ในปัจจุบันจะมีมูลค่าที่สูงขึ้นในปีหน้าประมาณ 1 – 9% ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ Knight Frank’s Prime Global ที่ประเมินว่าราคาบ้านทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 4% ในปี 2021

ข้อมูลจากผลงานวิจัยดังกล่าวยังเผยอีกว่า สถานการณ์โรคระบาดได้กระตุ้นให้เกิดดีมานท์ของการมีบ้านหลังที่สอง โดย 33% ของกลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อกบดานจาก Covid-19 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปีที่แล้ว

ในขณะที่ วิคตอเรีย การ์เรต (Victoria Garrett) หัวหน้าฝ่ายที่พักอาศัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคของไนท์ แฟรงก์ ได้กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคได้กลับคืนมาสู่ปกติอีกครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้มีการทำสถิติการซื้อขายมากที่สุด ในขณะที่ประเทศสิงค์โปร์ก็มีความคึกคักในส่วนของตลาดซื้อและเช่ามากกว่าเดิม และผู้คนในประเทศนิวซีแลนด์ กับออสเตรเลีย ก็มีความต้องการในการซื้ออสังหาภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

 

สำหรับผู้ซื้อชาวเอเชีย สถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นได้สร้างข้อยืนยันเป็นอย่างดีว่าอสังหาฯคือเรื่องของการบริหารความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อสินทรัพย์ ไปจนถึงการกระจายการลงทุนในพอร์ตโฟลิโอ การขาดแคลนซัพพลายใหม่ๆเป็นปัญหาหลักสำหรับย่าน Prime Area และอัตราการดูดซับมีการคาดหวังว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอีกระดับทันทีที่มีการเปิดพรมแดนอีกครั้ง

 

ในแง่ของกลุ่ม Branded Residences หนึ่งในสามของผู้ซื้อ หรือคิดเป็น 39% เต็มใจที่จะจ่ายมากขึ้นเพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของ Branded Residences ตัวตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มสูงถึง 45% ในออสเตรเลีย และ 43% ในเอเชียตามลำดับ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อเลือกก็คือการบริหาร และพื้นที่ส่วนกลาง ตามมาด้วยศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า โดยมีการบริหารจัดการอาคารและการบำรุงรักษาตามาเป็นลำดับท้ายๆ

ท้ายที่สุด ผลวิจัยดังกล่าวยังได้ฉายภาพให้เห็นแนวโน้มของการซื้อในกลุ่ม Expat ด้วยเช่นกันว่า มี Expat จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่กำลังมองหาบ้านบนถิ่นฐานเดิม (ย้ายกลับบ้านไม่ทำงานต่างประเทศแล้ว) โดยในบรรดากลุ่มตัวอย่างที่เป็น Expat ทั้งหมด มีจำนวนถึง 36% ที่มีความต้องการในการย้ายกลับไปอยู่เพื่อให้ใกล้ชิดกับครอบครัว ตามมาด้วยการย้ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าจำนวน 24% และอีก 16% เป็นเหตุผลในเรื่องของสถานการณ์การจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ด้วยเหตุผลในเรื่องของการขยายข้อห้ามการเดินทางทางอากาศ การส่งกลับประเทศ และการทำงานในแบบ Remote Working ที่มีเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ทำให้ Expat จำนวนมากโดยเฉพาะในแถบเอเชียแปซิฟิคเริ่มมีความคิดพิจารณาที่หางานใหม่ ในแบบที่ไม่ต้องจากบ้านมา และก็ซื้อบ้านใหม่บนถิ่นฐานเดิมในทันทีที่มีการผ่อนคลายในเรื่องการเดินทางระหว่างประเทศ

 

Source: https://www.knightfrank.com/research/article/2021-08-25-moving-plans-global-buyer-survey-2021

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

นิว โนเบิล แจ้งวัฒนะ

โนเบิล แอมเบียนส์ สุขุมวิท 42

ศุภาลัย ริวา แกรนด์

การจะเลือกคอนโดให้ตรงใจสักแห่ง มักมีปัจจัยหลากหลายใน...

17 June, 2021

เฉลิมนิจ อาร์ท เดอ เมซง

ย่านทองหล่อถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมของคนต่างชา...

29 May, 2021

เดอะ มูฟ เกษตร

วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับคอนโดแบรนด์ใหม่จากแสนสิริ...

25 May, 2021

แลนด์มาร์ค แอท แกรนด์สเตชั่น บาย ไซมิส แอสเสท

แตกต่างคอนโดอื่นอย่างมาก เพราะโครงการ LANDMARK@Grand...

22 April, 2021