เอพีรุกตลาดทาวน์โฮมหนักมาก ส่ง 29 โครงการ 20 แบบบ้านใหม่ผ่าน 6 แบรนด์คุณภาพ ภายใต้แกน “Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้” พลิกทุกข้อจำกัด ที่สุดแห่งการใช้ชีวิตมิติใหม่ในทาวน์โฮม

เกริก บุณยโยธิน 28 June, 2022 at 10.59 am

ต้องบอกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จากเดิมที่เราได้เห็นดีเวลลอปเปอร์แทบทุกรายแข่งขันกว้านซื้อที่ดินใกล้รถไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดแนวสูงบนทำเลเมืองส่วนต่อขยาย ในทุกระดับราคา จนทำให้มีดีเวลลอปเปอร์จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ตกที่นั่งลำบากจากหลุมพรางคอนโดที่ตัวเองสร้างเอาไว้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤติโรคที่ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกำลังซื้อของกลุ่มสินค้าประเภทคอนโดทั้งคนไทย และต่างชาติ อันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธได้เลยว่ามีกำลังซื้อจากกลุ่ม Real Demand แบบที่ต้องการซื้ออยู่เองในแบบปัจจุบันทันด่วน น้อยกว่าโครงการแนวราบอย่างบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมพอสมควร

 

กำลังซื้อของกลุ่ม Real Demand ที่มีต่อกลุ่มโครงการแนวราบเริ่มก่อตัวมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกลายเป็นกำลังซื้อหลักของอุตสาหกรรมอสังหาฯท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของไวรัส และเมื่อต้องอยู่ในช่วงกักตัวที่มีระยะเวลาค่อนข้างนาน แน่นอนว่าก็ต้องส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต รูปแบบการทำงาน และทัศนคติในการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปนับจากนี้ ว่าจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่มากพอให้ทำกิจกรรมที่ตัวเองและคนในครอบครัวชอบ โดยที่ยังสามารถทำงานได้ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อจำกัดของการอยู่บนคอนโดกลางเมือง ที่แม้แต่จะออกไปใช้พื้นที่ส่วนกลางก็ยังยากที่จะทำได้

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้ถนนทุกสายมุ่งตรงมาที่โครงการแนวราบ โดยเฉพาะโครงการประเภททาวน์โฮม ที่มีข้อได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ทำเลที่ดีกว่า ราคาประหยัดกว่า และยังได้ความสะดวกสบายครบถ้วนจากพื้นที่ส่วนกลางที่พอๆกับโครงการบ้านเดี่ยว โดยข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุถึงแนวโน้มสำคัญของตลาดแนวราบในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ว่า “จำนวนโครงการที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินสำหรับแนวราบเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน และพบว่าโครงการแนวราบมีการโอนกรรมสิทธิ์ในมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการฟื้นตัวของ Real Demand ในตลาดที่อยู่อาศัย”

 

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องง่ายสำหรับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ที่มีทุนหนาในการที่จะไปซื้อที่ดิน และจ้างบริษัทออกแบบดังๆเพื่อพัฒนาโครงการทาวน์โฮมเพียงเพื่อมาบาลานซ์พอร์ต โฟลิโอ ของตัวเองให้ขายได้มากขึ้นตามเทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป…แต่นั่นไม่ได้เป็นการรับประกันว่าโครงการนั้นจะได้รับการตอบรับที่ดี หรือหากขายได้ลูกบ้านที่ซื้อไปก็ต้องมานั่งเสี่ยงดวงกันว่าโครงการทาวน์โฮมที่เราเลือกซื้อจากดีเวลลอปเปอร์ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการแบบนี้มาก่อน มันจะมีปัญหาในการอยู่อาศัยอะไรไหม และที่สำคัญก็คือหากมีปัญหาขึ้นมาแล้วดีเวลลอปเปอร์เหล่านั้นจะมีความพร้อมและเต็มใจที่จะแก้ไขมากน้อยแค่ไหน ในมุมมองของผมคีย์เวิร์ดอันสวยหรูที่เน้นการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีกว่า จำเป็นที่จะต้องมาจากดีเวลลอปเปอร์ที่ช่ำชอง คิดรอบด้านตั้งแต่เริ่มสร้างจนถึงหลังการขาย และมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการจนเป็นที่พิสูจน์ได้แล้วจากความต่อเนื่องในการพัฒนาโครงการผ่านแบรนด์อันน่าจดจำต่างๆมากกว่า เพราะยิ่งพัฒนามามากก็ย่อมหมายถึงการหมั่นปรับปรุง ใส่ใจเสียงจากลูกค้า ให้โครงการมี Attribute และ Benefits ที่มากขึ้นในทุกครั้งที่ปั้นโครงการใหม่

บ้านกลางกรุง บ้านกลางเมือง Generic Name ที่คุ้นชินสำหรับโครงการทาวน์โฮม

บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) คือตัวอย่างที่ชัดเจนของดีเวลลอปเปอร์ระดับแถวหน้าเพียงไม่กี่รายที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วย Key to Success factors หลายอย่างผสมกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ทัศนคติในการดำเนินงาน การเงิน แบรนด์ดิง การตลาด และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมภายใต้การนำของ Flagship แบรนด์ที่เราคุ้นหูกันดีอย่าง บ้านกลางกรุง บ้านกลางเมือง ซึ่งต้องบอกว่าสองแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่มี Awareness และ Perception ว่าเป็นแบรนด์ทาวน์โฮมทำเลดีใจกลางเมืองมานานมากๆแล้ว ผมเองยังจำได้เลยตั้งแต่ครั้งที่ผมทำงานในเอพีเมื่อ 15 ปีที่แล้วว่า ชื่อของสองแบรนด์นี้มีคนจดจำมากกว่าแบรนด์แม่อย่างเอพีซะอีก ถึงขนาดนี้ครั้งหนึ่งเอพียังเคยนำเอาแบรนด์บ้านกลางกรุงไปใช้กับโครงการคอนโดด้วยซ้ำไป!

 

ในปัจจุบันหากเอ่ยถึงแบรนด์บ้านกลางเมือง คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงแบรนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้นแนวคิดใหม่ ที่ให้คุณได้ครบทั้งความหรูหรา บนพื้นที่ใช้สอยที่กว้างกว่ามาตรฐานตลาด พร้อมคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ดีไซน์โมเดิร์น ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อถึงย่าน CBD ได้สะดวก โดยที่ยังไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองมากกว่า 20 ปี ส่งผลให้แบรนด์บ้านกลางเมืองครองส่วนแบ่งการตลาดของทาวน์โฮม 3 ชั้นมากที่สุดถึง 46% ด้วยมูลค่ายอดขายที่สูงรวมกว่า 11,040 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวมย้อนหลัง 4 ปีที่ 24,180 ล้านบาท

โดยที่ในปี 2022 นี้เอพีเตรียมที่จะรุกตลาดทาวน์โฮมให้มากกว่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ด้วยการส่ง 29 โครงการ 20 แบบบ้านใหม่ผ่าน 6 แบรนด์คุณภาพ อย่าง บ้านกลางเมือง คลาสเซ่, บ้านกลางเมือง, พลีโน่, พลีโน่ทาวน์ รวมไปถึงกลุ่มแบรนด์บ้านแฝดอย่าง บ้านกลางเมือง The Edition และ แกรนด์พลีโน่ ในมูลค่ารวม 25,200 ล้านบาทนับเป็นการเปิดโครงการใหม่สูงที่สุด มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 6 เท่า

เผยเบื้องหลังแนวคิด “UNLOCK VERTICAL LIFE พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้”

การเปิดโครงการที่เยอะมากถึงขนาดนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดใหม่ทดแทนโครงการเก่าที่ประสบความสำเร็จและปิดการขายไปจำนวนมาก (คาดว่าปีนี้จะปิดการขายโครงการพร้อมอยู่เพิ่มอีก 20 โครงการ) ยังเป็นการบุกเบิกสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สู่การสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ให้กับวงการ โดยวางโรดแมปการพัฒนาภายใต้แกน UNLOCK VERTICAL LIFE พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้’ พลิกทุกข้อจำกัดนำเสนอความเป็นที่สุดในทุกมิติ ผสานสุนทรียะเข้ากับการใช้ชีวิตวิถีใหม่อย่างสมบูรณ์ มุ่งสู่เป้าทาวน์โฮมเอพี ตัวเลือกแรกที่ดีที่สุด ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ในระดับราคาที่คุ้มค่าที่สุด ตอบรับกับดีมานด์จริง บนสุดยอดทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยแนวคิด UNLOCK VERTICAL LIFE ยังนับว่าเป็น Product Execution ในส่วนของธุรกิจทาวน์โฮม ที่ถูกต่อยอดมาจาก Brand Promise ของเอพีอย่าง “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ที่ทางเอพีได้ประกาศออกมาเมื่อช่วงเดือนเม..ที่ผ่านมา

แม้คนส่วนใหญ่จะรู้จักกับแบรนด์หลักอย่างบ้านกลางเมือง หรือพลีโน่ ดีอยู่แล้ว แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมากลับเกิดภาพจำในหัวของคนเหล่านั้นว่า ถ้าเป็นโครงการบ้านกลางเมืองก็จะเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น แต่ละทำเลก็มีการปรับแต่งหน้าตา façade นิดหน่อย แต่เลย์เอาต์และฟังก์ชันภายในบ้านก็คล้ายๆกันทุกโครงการ จอดรถ 2 คัน ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นมองออกไปจากกระจกบานเลื่อนก็จะเจอวิวท้ายรถ โซนด้านหลังก็ทำเป็นห้องครัว หรือไม่ก็ต่อเติมครัวหลังบ้าน ชั้นสองกับสาม ก็สลับกันไปว่าจะเป็น Master Bedroom แบบเต็ม Floor ที่ชั้นไหน ส่วนชั้นที่เหลือก็เป็นอีก 2 ห้องนอน ส่วนพลีโน่ก็คือทาวน์โฮม 2 ชั้นราคาเข้าถึงง่าย เน้นซอยห้องเยอะๆแต่ใช้ห้องน้ำชั้นสองร่วมกัน โดยที่พื้นที่ส่วนกลางจะไม่อลังการเท่ากับบ้านกลางเมือง…ทั้งหมดนี้จึงนำมาซึ่งแนวคิดของการ UNLOCK เพื่อสร้างแบบบ้านที่มอบฟังก์ชันใหม่ๆที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนจากทาวน์โฮมเอพี

 

ซึ่งในมุมมองของ คุณเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) นั้นมองว่า UNLOCK คือการปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรม แนวทางการออกแบบของทางเอพีเอง ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งส่วนกลาง 24 ชม. พื้นที่ส่วนรวมภายในบ้าน รวมไปถึงห้องนอนและห้องน้ำที่ชั้นล่าง โดยโรดแมปการพัฒนาภายใต้แกน ‘UNLOCK VERTICAL LIFE พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้’ จะมีทั้ง 6 แบรนด์หลักที่พร้อมบุกตลาดครอบคลุมทุกเซกเมนท์ กลุ่มทาวน์โฮมเอพีมองเทรนด์การใช้ชีวิตวิถีใหม่ในบ้านทุกรูปแบบจากนี้จะต้องรองรับชีวิตครบทุกมิติ ครอบคลุมความสุขทุกรูปแบบทั้งวันนี้และอนาคตมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีวิถีชีวิตแบบไหน ทาวน์โฮมเอพีพร้อมตอบความสุขในแบบคุณ ผ่านการเดินหน้าสร้างความต่างที่เหนือกว่าบุกตลาดเต็มกำลัง…”

3 กลยุทธ์หลัก ภายใต้แกนโรดแมป ‘UNLOCK VERTICAL LIFE พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้’

1. เปิดตัว 20 แบบบ้านใหม่ จาก 6 แบรนด์ทาวน์โฮมคุณภาพ พลิกทุกข้อจำกัดงานดีไซน์สถาปัตยกรรมและสเปซฟังก์ชันในบ้านทั้งหมด นำเสนอประสบการณ์การอยู่อาศัยในทาวน์โฮมตอบเทรนด์ชีวิตวิถีใหม่

โดยมีไฮไลท์ต่อยอดความสำเร็จ ‘บ้านกลางเมือง’ เป็นหัวหอกหลักบุกตลาดทาวน์โฮมระดับบน (B Segment) ชูจุดต่างเหนือตลาดนำเสนอ ‘แบบบ้านที่คุณออกแบบเองได้’ ครั้งแรกในอุตสาหกรรมอสังหาฯ  กับทาวน์โฮมที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เพิ่ม “อิสระ” ให้ลูกค้าได้ออกแบบสเปซฟังก์ชันในบ้าน ได้ตรงความต้องการจริงของแต่ละครอบครัว ซึ่งการพลิกโฉมครั้งนี้ จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง’ ที่จะไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยัง Empower ให้ผู้อาศัยได้เลือกใช้ชีวิตตามความต้องการมากกว่าเดิม รวมไปถึงการขยายขอบเขตหัวใจสำคัญของบ้าน พื้นที่ส่วนพักผ่อน รับประทานอาหารและครัวขนาดใหญ่ที่ชั้น 2 นวัตกรรมดีไซน์สเปซจากคุณเพื่อคุณ คิดจากอินไซต์จริงของลูกค้ากับชีวิตวิถีใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มความเหนือกว่าทั้งความเป็นส่วนตัวและมุมมองเปิดโล่งให้กับสมาชิกในบ้านได้ทุกช่วงเวลา และชั้น 3 ดีไซน์พิเศษรองรับสเปซ Penthouse Master Bedroom ขนาดใหญ่หรือเลือกเลย์เอาต์ดีไซน์ Master Bedroom ได้ถึง 2 ห้อง

โดยทาวน์โฮมบ้านกลางเมือง ดีไซน์ใหม่ แบบบ้าน JADES Model จะทำแบบบ้านกว้างๆในแบบลูกค้าสามารถเลือกโมเดล ฟังก์ชันที่ตัวเองต้องการได้เลย โดยเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร จอดรถ 2 คันได้หลวมๆ พื้นที่ใช้สอย 167 ตารางเมตร จะนำร่องแฟล็กชิพแรกที่บ้านกลางเมือง พหลโยธิน – วิภาวดี ราคาเริ่มต้น 4.99 – 9 ล้านบาท และบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น ราคาเริ่ม 5.99 ล้านบาท

 

มาดูกันว่าเลย์เอาต์ของแต่ละชั้นจะแตกต่างจากภาพจำเดิมๆของคุณมากแค่ไหน

พื้นที่ชั้น 1 เลือกได้ว่าจะทำเป็น ห้องอเนกประสงค์ ห้องทำงาน ห้องนอนกึ่งห้องนั่งเล่น หรือว่าจะเป็นห้องนอนคู่ไปเลย เพราะห้องน้ำชั้นล่างเป็น Full Function อาบน้ำได้แล้ว

พื้นที่ชั้น 2 แปลกตามากๆ แต่ดีเลย ผมเคยเห็นใช้กับบางโครงการที่เป็นพื้นที่ชั้นลอย แต่นี่มีขนาดใหญ่กว่าเต็ม Floor เพราะเป็นพื้นที่ควบรวมระหว่างส่วนครัวและห้องนั่งเล่น ครัวติดหน้าต่างชั้นสอง มีพื้นที่เยอะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปกับการต่อเติมครัวหลังบ้าน แถมเวลานั่งทานข้าว นั่งเล่นกับครอบครัวก็วางวิวจากชั้นสองได้ ไม่ต้องเห็นวิวท้ายรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

พื้นที่ชั้น 3 นี่เลือกได้เลยว่าจะเป็น Penthouse Bedroom ที่มีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ สำหรับอยู่กันแค่ 2 คน หรือจะแบ่งเป็น Double Bedroom กรณีที่อยู่กันหลายๆคนในบ้านก็ได้…ผมว่าถ้าเลือกเป็นชั้น 1 เป็น 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 2 เป็นครัว และ Living ส่วนชั้น 3 เป็น Penthouse Bedroom ก็น่าตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่ไม่มีลูกแต่อยากได้พื้นที่ใช้สอยแบบอเนกประสงค์เพิ่มมากๆ โดยที่มีแขกมาพักเป็นบางวันที่ชั้น 1 ได้ครับ

โดยในปีนี้ เอพีเตรียมเผยโฉมใหม่การกลับมาของแบรนด์ ‘บ้านกลางเมือง คลาสเซ่’ ในรอบ 7 ปี ที่จะเข้ามารุกตลาดบ้านลักชัวรี่ใจกลางเมือง (A Segment) ทาวน์โฮมดีไซน์เล่นระดับ 3.5 ชั้น และ 3 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 259 ตารางเมตร ชูที่สุดของสเปซฟังก์ชันพื้นที่ส่วนตัว ตอบรับการอยู่อาศัยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพื้นที่พักผ่อนดีไซน์เชื่อมต่อในแนวตั้งด้วยเพดานสูงกว่า 6 เมตร (Double Volume Living) เปิดมุมมองให้ผู้พักอาศัยทุกหลังสามารถผ่อนคลาย เติมเต็มทุกประสบการณ์ของคำว่าบ้านใจกลางเมือง นำร่องแรกในทำเลสุขุมวิท 77 จำนวน 120 หลัง ราคาเริ่ม 14.9 ล้านบาท

 

ซึ่งหากใครที่อยู่คอนโด Aspire Sukhumvit Onnut ก็คงจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้เอพีได้ทำสะพานข้ามคลองพระโขนง เพื่อพัฒนาโครงการทาวน์โฮมที่ทุกคนกำลังรอคอยกันอย่าง บ้านกลางเมือง คลาสเซ่ สุขุมวิท 77 แล้ว นับว่าเป็นทาวน์โฮมที่มีทำเลดีที่สุดในย่านอ่อนนุช – พระโขนงเลยครับ

ดูจากรูปแบบภายนอกแล้วจะเห็นว่ามีพื้นที่สวน Pocket Garden อยู่ที่บริเวณชั้น 2 และ 3 ของตัวบ้านแต่ละหลัง ซึ่งนอกจากทำหน้าที่กั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ทาวน์โฮมแต่ละหลังไม่ติดกันแล้ว ยังช่วยเพิ่มมุมมองและวิวที่มากกว่าการอยู่ทาวน์โฮมทั่วไปเมื่อมองจากในบ้านครับ หน้าบ้านกว้าง 8 เมตรก็คือจอดรถได้ 3 คัน

พื้นที่ Double Volume สูง 6 เมตรที่ชั้น 2 ซึ่งเราไม่ได้เห็นเอพีทำทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ Double Volume มานานแล้วครับ

ส่วนชั้น 3 ก็เป็น Penthouse Bedroom เต็ม Floor เชื่อมต่อกับ Pocket Garden แบบ Outdoor

ทั้งนี้ ในส่วนของการรักษาการเติบโตในกลุ่มตลาดทาวน์โฮม 2 ชั้น (C+ Segment) ภายใต้แบรนด์ ‘พลีโน่’ ชูจุดขายบ้านหลังแรกที่ดีที่สุด แม้จะเป็นแค่ทาวน์โฮม 2 ชั้น แต่มอบหน้าบ้านที่กว้างกว่าถึง 7 เมตร จัดพื้นที่การใช้งานได้ลงตัวกว่าโดยในไตรมาสแรกได้เปิดตัวแบบบ้านใหม่ไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ พลีโน่ วิภาวดี – ดอนเมือง และพลีโน่ ราชพฤกษ์ – สาทร นำเสนอทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ หน้ากว้าง 7 เมตร พื้นที่ใช้สอย 132 ตารางเมตร ขยายทุกสเปซฟังก์ชัน โดยได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีมาก การันตีให้เห็นดีมานด์ลูกค้ายังคงมีต่อเนื่อง โดยเอพีเล็งปูพรมเพิ่ม 8 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 6,730 ล้านบาท

2. ขยายตลาดทาวน์โฮม 2 ชั้นกระจายเพิ่มโซนปริมณฑล ทำไมทาวน์โฮม 2 ชั้นราคาไม่แพงในย่านชานเมืองต้องถูกลดทอนคุณภาพชีวิตด้วยการลดขนาดพื้นที่ส่วนกลางออก? นี่คือหนึ่งใน Insight ที่เอพีรับรู้จากลูกบ้านในย่านชานเมือง โดยเอพีจะรุกตลาดปริมณฑลภายใต้มาตรฐานเดียวกับทาวน์โฮมเอพีแบรนด์อื่นๆ ซึ่งกลุ่มลูกค้าทาวน์โฮมระดับ Economy มักจะมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลาง ที่อยากได้ใหญ่ๆแบบบ้านเดี่ยวบ้าง ซึ่งเอพีมองเห็นช่องว่างตลาดทาวน์โฮม C Segment ทำเลปริมณฑล จากการสำรวจตลาดพบว่าแบบบ้านทาวน์โฮมที่เสนอขายไม่สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ที่ลูกค้าคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตในบ้าน จึงนำมาสู่การพัฒนาเปิดแบรนด์ใหม่ล่าสุด “พลีโน่ ทาวน์” ภายใต้จุดขาย “พื้นที่ความสุขทั้งชีวิต” นำเสนอทาวน์โฮม 2 ชั้นดีไซน์ใหม่ หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 107 ตารางเมตร  เน้นฟังก์ชันครบ พร้อมการออกแบบพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย พื้นที่ส่วนกลาง  ครบครันพร้อมฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง แพ็กเกจราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายตอบอินไซต์ลูกค้าที่มองหาทาวน์โฮมใหม่สำหรับเริ่มต้นชีวิต

โดยในปีนี้เตรียมบุกใหญ่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 5,530 ล้านบาท ครอบคลุมทุกทำเลศักยภาพใกล้เมือง อาทิ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก – บางนา เทพารักษ์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก – ปิ่นเกล้า พุทธมณฑล สาย 5 นนทบุรี และโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ – ลำลูกกา และรังสิตคลอง 5 เป็นต้น

3. เตรียมขยายแชร์ตลาดบ้านแฝด 3 ชั้นและ 2 ชั้นเพิ่มขึ้น เอพีประสบความสำเร็จในการบุกเบิกตลาดบ้านแฝด 3 ชั้นในเมือง ผ่านแบรนด์ “บ้านกลางเมือง ดิ อิดิชั่น” ครองแชมป์เบอร์หนึ่งผู้นำตลาดด้วยการตอบรับจากลูกค้าและสามารถสร้างยอดขายสูงสุดต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจตลาดล่าสุดพบแนวโน้มสินค้าบ้านแฝดในเมืองยังคงเป็นสินค้าที่เคลื่อนไหวดีตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563 – 2564) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 29% จากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่ขึ้น ทำเลเมือง ในราคาที่คุ้มค่า

และสำหรับการบุกตลาดในครั้งนี้ เอพีพร้อมนำประสบการณ์การพัฒนาสู่การต่อยอดแนวคิดในการออกแบบพื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้ นำเสนอสินค้าบ้านแฝดซีรีส์ใหม่ ผ่านแบรนด์ “บ้านกลางเมือง ดิ อิดิชั่น” บ้านแฝดดีไซน์ใหม่ 3 ชั้น หน้ากว้าง 9.8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 218 ตารางเมตร และ “แกรนด์ พลีโน่” บ้านแฝดดีไซน์ใหม่ 2 ชั้น หน้ากว้าง 11.4 เมตร พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร โดยจะขยายจำนวนโครงการและบุกเพิ่มเข้าไปในทำเลใหม่ๆ นำร่อง 4 ทำเลแรก ปิ่นเกล้า – บรมราชชนนี – ศาลายา – บางนา และพหลโยธิน – วิภาวดี 

ภาพรวมของจำนวนโครงการทั้งหมด 29 โครงการ บนทำเลที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ ทุกระดับราคา

ทั้งนี้เพื่อสร้างความจดจำในตัวแคมเปญ ‘Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้’ ทางเอพีได้ถ่ายทอดแนวคิดของการพัฒนาโครงการทาวน์โฮมบนมิติของการออกแบบใหม่ ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานตามที่ตัวเองชอบได้เอง ผ่านชิ้นงานโฆษณาแบบ Web Film ตัวล่าสุด Create Your Blueprint พลิกทุกข้อจำกัดกับ 6 แบรนด์ ทาวน์โฮมที่คุณออกแบบเอง ที่จะให้คุณได้ทำความรู้จักกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ให้ผู้อยู่อาศัยได้เลือกออกแบบพื้นที่ทาวน์โฮมของตนเอง พลิกทุกข้อจำกัดแบบเดิมๆ กับ 6 แบรนด์ทาวน์โฮมที่ตอบทุกรูปแบบการใช้ชีวิต

– บ้านกลางเมือง Classe ‘เพิ่มพื้นที่เพื่อชีวิตที่เหนือระดับ’

– บ้านกลางเมือง The Edition ‘เพิ่มพื้นที่เพื่อชีวิตที่แตกต่าง’

– บ้านกลางเมือง ‘เพิ่มพื้นที่เพื่อเติมเต็มทุกรายละเอียดชีวิต’

– แกรนด์ พลีโน่ ‘เพิ่มพื้นที่เติมเต็มความสุขของทุกคน’

– พลีโน่ ‘เริ่มต้นความสุขกับบ้านหลังแรกที่ดีที่สุด’

– พลีโน่ ทาวน์ ‘พื้นที่ความสุขของทั้งชีวิต’

 

https://youtu.be/fdpLqhxi8mA

 

สำหรับตลาดอสังหาฯ แนวราบครึ่งปีหลัง เอพีมองว่ายังคงเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจและมีแนวโน้มการเติบโตไปได้อีก สะท้อนจากยอดขายที่แข็งแกร่งจากสินค้าแนวราบเครือเอพี 5 เดือน ที่ผ่านมา มูลค่า 16,810 ล้านบาท เติบโต 23% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็น 45% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปี (38,000 ล้านบาท) การันตีถึงดีมานด์ลูกค้าที่มองหาบ้านแนวราบหลังใหม่ที่มีต่อเนื่องในทุกเซกเมนต์ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังท้าทาย โดยมั่นใจว่าจากโรดแมปการพัฒนาของกลุ่มทาวน์โฮมในปีนี้ ภายใต้ ‘Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้’ จะเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งให้กับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการเปิดพรีเซลโครงการใหม่แบบบิ๊กล็อต ที่จะเข้ามากระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายบ้าน และยังเป็นการนำเสนอตัวเลือกแรกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าครอบครัวเมืองที่กำลังมองหาบ้านแนวราบหลังใหม่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทุกทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างแน่นอน”  นายเมธา กล่าวสรุปท้าย โดยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 นี้ทางเอพีมีแผนจะเปิดทาวน์โฮมโครงการใหม่ทั้งหมดถึง 16 โครงการ

#APThai #APTownhome #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

125 สาทร

เวล่า รามคำแหง 186

เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่

สาทร - วงเวียนใหญ่ ทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นทำเลดาวรุ่ง...

13 June, 2022

เดอะ คราวน์ เรสซิเดนท์เซส

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 CBDs...

13 June, 2022

โนเบิล ครีเอท

ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา เป็นทำเลที่มีความ...

2 June, 2022

ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

ถ้าพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมแบบดั้งเดิมของกรุงเท...

30 May, 2022