เจาะลึก Tops Club จะเดินตามรอยความสำเร็จของ Costco ได้อย่างไร

นเรศ เหล่าพรรณราย 15 November, 2022 at 11.53 am

ไม่นานมานี้ได้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ถึงการมาของห้างค้าปลีกรูปแบบใหม่อย่าง Tops Club ที่ได้รับต้นแบบมาจากห้างค้าปลีกชื่อดังจากสหรัฐฯอย่าง Costco จนมีผู้คนแห่เข้าไปใช้บริการจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก

 

แต่ Tops Club ภายใต้การดูแลของเครือเซ็นทรัลจะไปได้ไกลถึงขั้นติดลมบนแบบที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯได้หรือไม่เป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง

เบื้องหลังความสำเร็จของ Costco

 

Costco หรือ Costco Wholesale Corporation เริ่มก่อตั้งในปี 1983 โดยมีสาขาแรกในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นได้ผ่านการควบรวมกิจการกับอดีตคู่แข่งจนกระทั่งมีจำนวนสาขาทั่วโลกมากกว่า 800 สาขาและในปี 2020 มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 100 ล้านราย

 

สินค้าที่จำหน่ายใน Costco มีตั้งแต่อาหารแห้ง อาหารสด ของใช้จิปาถะ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ของเล่นเด็ก ฯลฯ โดยในสหรัฐฯยังมีบริการปั้มน้ำมันอีกด้วย โดย Costco ใช้ระบบการสมัครสมาชิกถึงจะสามารถซื้อของได้โดยจะต้องจ่ายค่าสมาชิกปีละ 60–120 ดอลลาร์สหรัฐฯ

จุดเด่นที่ทำให้ Costco เป็นห้างค้าปลีกที่คนสหรัฐฯนิยมใช้บริการก็คือเรื่องของ “ราคา” ที่ถูกกว่าห้างค้าปลีกอื่นๆแต่สินค้าที่วางจำหน่ายมีคุณภาพที่ดีเมื่อเทียบกับราคา โดยรายได้ที่สามารถทำกำไรให้กับ Costco ก็คือค่าสมาชิกรายปีนี้เอง

 

การที่มีแบรนด์ที่ชาวสหรัฐฯคุ้นเคยและไว้วางใจมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท Berkshire Hathaway ของ Warren Buffet ยังเข้ามาถือหุ้น บ่งบอกได้ว่าเป็นกิจการที่มีความแข็งแกร่ง

 

จุดขายคือถูก หายากและของดี

ขณะที่ Tops Club ซึ่งบริหารโดยบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยนำต้นแบบมาจาก Costco ในรูปแบบของ Warehouse Store รวมถึงระบบสมาชิก โดยได้เปิดตัวสาขาแรกไปแล้วที่สาขาเซ็นทรัลพระรามสอง

ผลตอบรับที่ได้จากลูกค้าที่เข้าไปช๊อปปิ้งในช่วงแรกๆคือสินค้ามีคุณภาพที่ดีในระดับเดียวกับที่จำหน่ายในสหรัฐฯเรียกได้ว่าผู้ที่เคยไปใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาและใช้บริการ Costco พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสินค้าที่วางขายแทบจะเป็นแบบเดียวกับที่ขายในสหรัฐฯ แม้ว่าอาจจะผลิตในประเทศจีนแต่คุณภาพของสินค้าต่างจากของที่ผลิตในจีนทั่วไปค่อนข้างมาก

 

แม้ว่าคุณภาพของสินค้าจะค่อนข้างดีแต่ราคาจำหน่ายถือว่าไม่สูงมากนักเรียกได้ว่าถูกกว่าของที่ขายในห้างสรรพสินค้าแต่คุณภาพที่ได้อยู่ในระดับเดียวกันไม่ว่าจะเป็นของเล่นเด็ก ของใช้ทั่วไป อุปกรณ์การออก Camp

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Tops Club คือสินค้าหลายชิ้นที่มีรูปแบบ American Style ซึ่งค่อนข้างจะหาได้ยากในประเทศไทยและมีโอกาสที่จะเป็น Segment ใหม่ได้จากที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับสินค้านำเข้าที่เป็น Japanese Style ผ่านทางห้างดองกี้รวมถึงสินค้าประเภท Korea Style

 

ขณะที่โปรดักต์ประเภทอาหารสดก็ถือว่ามีคุณภาพสูงและมีให้เลือกหลากหลายและมีความเป็นนานาชาติ เมื่อเทียบกับที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหรือ Supermarket ระดับบนแล้วถือว่ามีคุณภาพที่ดีและราคาถูกกว่า สินค้าบางประเภทยังหาได้ที่ Tops Club ที่เดียวอีกด้วย

Tops Club คือ Segment ใหม่ของค้าปลีกไทย

การมาของ Tops Club ยังทำให้เกิด Segment ใหม่ขึ้นในวงการค้าปลีกไทยนั้นคือตรงกลางระหว่างค้าปลีกประเภท Warehouse เดิมซึ่งตำแหน่งนี้มี Makro เป็นเจ้าตลาดอยู่ โดยกลุ่มลูกค้าของ Makro คือผู้ประกอบธุรกิจทั้งค้าปลีก ร้านอาหาร ฯลฯ ที่ต้องซื้อสินค้าวัตถุดิบเป็นจำนวนมากและตัวสินค้าไม่ได้มีความพิเศษอะไรมาก สามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไปอยู่แล้ว

 

ถัดขึ้นมาคือห้างแบบ Supercenter อย่าง BigC และ Lotus’s ที่จะมีกลุ่มลูกค้าเป็นคนทั่วไปที่ซื้อหาของใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงสินค้าที่มีซื้อในโอกาสพิเศษอย่างเช่นเสื้อผ้า ของเล่น ซึ่งสินค้าที่นำมาวางจำหน่ายในห้างประเภทนี้จะมีทั้งสินค้าทั่วๆไปและสินค้าที่มีแบรนด์ปนๆกัน

 

Segment ที่สูงขึ้นไปกว่านี้ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือ Departmentstore ที่มีความหลากหลายของประเภทสินค้าและแบรนด์ โดยผู้บริโภคคาดหวังถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูงซึ่งราคาอยู่ในระดับที่สูงตามไปด้วย

 

แต่ Tops Club ถือเป็นห้างค่าปลีกแนวใหม่ที่มองไปลึกๆแล้วเป็น Segment ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่าจะมีโครงสร้างเป็นแบบ Warehouse แต่ก็ขายสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าที่มีในห้าง Makro และคนที่เข้ามาซื้อก็เป็นกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ได้มีแค่ผู้ประกอบธุรกิจแต่กระแสในช่วงแรกๆมาซื้อสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้นด้วยซ้ำ

 

ขณะที่สินค้าที่วางขายก็ไม่สามารถหาได้ในห้างแบบ Superstore แต่ราคาที่จำหน่ายถูกกว่าที่วางขายในห้างแบบ Departmenstore และยังมีคุณภาพในระดับที่ใกล้เคียงกัน จึงเรียกได้ว่า Tops Club เป็นผู้เล่นรายเดียวในตลาดตอนนี้

ความท้าทายของ Tops Club

อย่างไรก็ตาม Tops Club ยังมีความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า จากการที่โมเดลธุรกิจเป็นแบบการขายสินค้าในราคาไม่แพงและเน้นยอดขายจำนวนมากตลอดจนการพึ่งพารายได้จากค่าสมาชิกเป็นหลัก ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ Tops Club จำเป็นที่จะต้องขยายสาขาออกไปให้ได้มากที่สุดเพื่อให้เกิด Economy Of Scale เพราะถ้าลำพังพึ่งพาเพียงแค่ไม่กี่สาขาอาจจะไม่สามารถเลี้ยงตัวเองอยู่ต่อไปได้

 

โดยงบการเงินของ Costco ที่รายงานผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯระบุว่าอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) อยู่ที่เพียงแค่ 2% เท่านั้นถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีมาร์จินบางมาก ถ้าหากบริหารจัดการไม่ดีอาจประสบปัญหาการขาดทุนได้

 

พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยยังไม่คุ้นเคยกับระบบการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อให้ได้สิทธิในการใช้บริการยกเว้นแต่มีสิทธิพิเศษให้สมาชิกอย่างเช่นที่ Makro เคยทำในยุคแรกที่สามารกดราคาสินค้าให้ต่ำลงได้แลกกับต้องซื้อในปริมาณมากๆ

 

ทั้งนี้ Segment การตลาดของ Tops Club ถือว่าแปลกใหม่ในประเทศไทยจนทำให้เกิดกระแสขึ้นมา แต่น่าท้าทายว่ากระแสดังกล่าวจะยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความเคยชินและคุ้นเคยของผู้บริโภคได้อย่างไร หาก Tops Club สามารถทำได้ เราน่าจะได้เห็นสาขากระจายไปทั่วประเทศได้ แต่ถ้าล้มเหลวก็อาจได้เห็นเพียงไม่กี่สาขา

 

รูปภาพจาก : FB Tops Thailand

นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย FB:Gap Theory Twitter:@Nares_sd28 Chief Operation Officer Stock Quadrant (Thailand) Co.Ltd กรรมการ สมาคมฟินเทคประเทศไทย คนสื่อที่มีประสบการณ์ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจโดยเฉพาะวงการตลาดหุ้นนานกว่า10ปี อยู่เบื้องหลังหนังสือด้านการลงทุนและธุรกิจมามากกว่าสิบเล่ม เคยทำงานหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ปัจจุบันทำงานในบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีความเชื่อว่าการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวและทุกคนต้องรู้

เว็บไซต์

พาร์ค 168 อ่อนนุช 19

มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา

ไลฟ์ สาทร เซียร์รา

บอกได้เลยว่า LIFE สาทร เซียร์รา ไม่เพียงแต่เป็นคอนโ...

17 November, 2022

ไอดีโอ พระรามเก้า – อโศก

ย่านพระรามเก้า เป็นย่าน New CBD ซึ่งเป็นที่รับรู้กัน...

17 November, 2022

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

"Premium Affordable Condo บรรยากาศดี เลย์เอาท์สวย ที...

16 November, 2022

ศุภาลัย แกรนด์ เอสเซ้นส์ @ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์

ศุภาลัยเป็นดีเวลลอปเปอร์ที่พัฒนา โครงการหลายรูปแบบใน...

15 November, 2022