“สัมมากร” เดินหน้าเปิดเกมรุกตลาดบ้านเดี่ยว ด้วยกลยุทธ์ปั้น 7 แบรนด์ใหม่ พร้อมลุยเปิด 9 โครงการบนสุดยอดไพร์มโลเคชั่น มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท

wipawan khampuwiang 14 July, 2022 at 09.47 am

ในประเทศไทยมีแบรนด์ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ชั้นนำอยู่มากมาย แต่หากจะลงลึกไปถึงประวัติความเป็นมาและความยาวนานต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ แน่นอนว่าชื่อของ สัมมากร ย่อมมาเป็นอันดับหนึ่งในมุมมองของกลุ่มผู้บริโภคที่อยู่ในยุค Baby Boomer (เกิดประมาณพ.ศ. 2489 – 2507) และ Generation x (เกิดประมาณพ.ศ. 2508-2522) โดยหากนับจนถึงปัจจุบัน แบรนด์สัมมากรได้โลดแล่นอยู่ในวงการมากว่า 52 ปีแล้วนับตั้งแต่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2513 กับสารพัดโครงการที่อยู่อาศัยในชื่อสัมมากร โดยโครงการที่เราคุ้นหูกันดีจนเป็น Generic Name สำหรับผู้ที่คุ้นชินกับทำเลรามคำแหงตอนปลายก็จะเป็น หมู่บ้านสัมมากร โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งโครงการบ้านเดี่ยว และแนวราบอื่นๆ ก็มักจะใช้ชื่อ สัมมากร แล้วต่อท้ายด้วยโลเคชั่นของโครงการนั้นๆ

 

โดยตัวอย่างโครงการอสังหาฯ ของค่ายสัมมากร ที่หลายคนอาจเคยเห็นผ่านตามาบ้างในปัจจุบัน ที่มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ กระจายตัวอยู่หลายทำเลของกรุงเทพฯ อาทิ

 

บ้านเดี่ยว

โครงการ สัมมากร รังสิต คลอง 7 บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ฟังก์ชั่นครบ 4 ห้องนอน พร้อมครัวไทย บนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่ รังสิต – นครนายก ส่วนกลางธรรมชาติ บรรยากาศรีสอร์ท

โครงการ สัมมากร ชัยพฤกษ์ แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยวบรรยากาศรีสอร์ท ติดถนนใหญ่ชัยพฤกษ์ ใกล้ NEW CBD แจ้งวัฒนะไม่ถึง 10 นาที

ทาวน์โฮม

โครงการ สัมมากร อเวนิว สุวรรณภูมิ พรีเมียมทาวน์โฮม 2-3 ชั้น พื้นที่กว้างตอบรับทุกฟังก์ชั่น พื้นที่เท่าบ้านเดี่ยว ใกล้สุวรรณภูมิ

โครงการ สัมมากร อเวนิว รามอินทรา-วงแหวน พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 3 ชั้น ฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว เดินทางสะดวก ติดทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้า

โครงการ สัมมากร อเวนิว ชัยพฤกษ์-วงแหวน ซุปเปอร์ทาวน์โฮม 3 ชั้น สุดคุ้ม 166 ตร.ม. ฟังก์ชั่นเท่าบ้านเดี่ยว

 

โฮมออฟฟิศ

โครงการ สัมมากร ออฟฟิศ พาร์ค พรีเมี่ยม โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ใจกลางรามอินทรา เดินทางสะดวกติดทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้า

ตลอดระยะเวลากว่า 52 ปีสัมมากรได้สร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพมากมาย จึงมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการสร้างบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทย และเป็นบ้านที่หลับสบายได้อย่างแท้จริง โดยนับตั้งแต่ที่ธุรกิจอสังหาเริ่มเข้าสู่ยุค Covid – 19 การเร่งพัฒนาโครงการแนวราบได้กลายเป็นโจทย์หลักของดีเวลลอปเปอร์ทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ ด้วยความเชื่อมั่นว่าวิถีชีวิตส่วนใหญ่ในสังคมล้วนต้องการที่จะใช้ชีวิตบนโครงการที่อยู่อาศัยที่มอบทั้ง Flexible Space พื้นที่ที่กว้างขวาง ยืดหยุ่นกว่า ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย, Privacy ความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า, Multi Generation ตอบสนองการอยู่ร่วมกันในทุกเจนเนอเรชั่นมากกว่า, Wellbeing สร้างสุขลักษณะความปลอดภัยในการอยู่อาศัยที่ดีกว่า และ Individualistic หรือสะท้อนความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าโครงการประเภทแนวราบบนทำเลใจกลางชุมชนที่เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกคือโครงการที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้มากกว่าโครงการคอนโดอย่างเห็นได้ชัด

 

ซึ่งสัมมากรในฐานะที่เป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 52 ปี จึงใช้ประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน ในการวางแผนปรับตัวเพื่อพัฒนาโครงการของตัวเอง ให้สอดรับกับรสนิยม และดีมานท์ที่เปลี่ยนไปตามกลุ่มผู้ซื้อ Generation ใหม่ ที่เป็น Gen Y รวมไปจนถึง Millennials และกลุ่ม Young Millionaire ซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริโภคหลักของกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ทดแทนกลุ่ม Gen x ซึ่งจะมาเป็นฐานลูกค้าหลักของสัมมากรในไม่ช้านี้ โดยปัจจัยหลักในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของคนเหล่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องของชื่อเสียง ความหรูหราของการใช้วัสดุราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมองหาบ้านที่ตอบโจทย์ Total Enriched Experience ที่ช่วยเติมเต็มความปรารถนาในการอยู่อาศัยบนไลฟ์สไตล์ที่เป็นปัจเจกนั่นเอง

ดังที่เราจะเห็นได้ว่าในระยะหลัง Product Brand ที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดของดีเวลลอปเปอร์บางรายกลับเสื่อมความนิยมในหมู่คนซื้อรุ่นหลัง โดยเฉพาะแบรนด์บ้านเดี่ยวแนวราบราคาแพงที่ไม่ได้มีการทำ Rebranding เพื่อให้สอดรับกับดีมานท์และเทรนด์การอยู่อาศัยของกลุ่มกำลังซื้อหน้าใหม่เลย…ซึ่งก็หมายความว่า โจทย์ครั้งสำคัญของสัมมากรในการที่จะนำพาธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปอีกขั้นก็คือ การสร้าง Brand Architecture ใหม่ จากการเป็น Brand House ที่เน้นชื่อ Corporate Brand สัมมากรเป็นหลัก มาเป็น House of Brands ที่มีการ Diversify ทั้ง Product Extensions ไปสู่เซกเมนท์ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงขึ้น ไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากวิกฤตเศรษฐกิจ รวมไปถึงการสร้าง Brand Extensions ผ่าน Independent Brand ใหม่ๆ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมายแต่ละโครงการได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการนำเอาแนวคิด Design Thinking ที่มีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ในการหาแนวทางแก้ปัญหา หรือโซลูชั่นใหม่ๆ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม เพื่อนำมาใช้สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจ (Empathy) วิธีคิดและความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ

โดยในปัจจุบันจะพบว่าโครงการใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาออกมานั้นจะอยู่ภายใต้โจทย์หลักคือความต้องการที่จะพัฒนาโครงการที่ทำให้ทุกคนหลับสบายไร้กังวล เป็นบ้านที่ให้ความสุข ความสบายกับทุกคนที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของการอยู่ร่วมกัน อยู่ในชุมชนและสังคมที่ดี และจะโฟกัสที่โครงการแนวราบ เน้นดีไซน์และฟังก์ชั่นที่เหมาะกับเทรนด์ปัจจุบัน อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ และแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

เราสามารถขยายธุรกิจออกไปได้กว้างกว่าเดิม มีการเพิ่มโปรดักส์และเซกเมนต์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุม โดยการเติบโตและความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการที่เรามีวิธีการทำงานแบบ Agile และเป็นรูปแบบ Scrum Team ทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมีกระบวนการทำงานเร็วขึ้น ส่งผลให้เห็นประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานได้ไวกว่าเดิมคุณณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)

ผลลัพธ์ก็คือในปัจจุบันสัมมากรมีแบรนด์ใหม่ 7 แบรนด์ แบ่งตาม Segment เป็น 4 Segment ดังนี้ กลุ่ม Super Luxury, กลุ่ม Luxury, กลุ่ม High-end และกลุ่ม Upscale ซึ่งเมื่อปลายปี 2564 สัมมากรได้จับมือกับแอสเซทโปรพัฒนาโครงการ Providence Lane เอกมัย-รามอินทรา ราคาขายเริ่มต้น 39 ล้านบาท ต่อจากนี้ไปสัมมากรจะทำแบรนด์ Segmentationที่มีความหลากหลายขึ้น จากเดิมที่มีจำนวนโครงการไม่มาก ใช้แค่ “สัมมากร” แบรนด์เดียว อนาคตก็จะเห็นแบรนด์ดิ้งอื่นจากสัมมากรมากขึ้น

 

และบริษัทฯ ได้เดินหน้าเต็มที่ในการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งเน้นการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการพัฒนาโปรดักส์ ในปีนี้มีการโฟกัสตลาดบ้านเดี่ยว โดยจัดพอร์ตธุรกิจเพื่อจัดทำกลุ่มแบรนด์โปรดักส์ (Brand Segmentation) ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยการออก 7 แบรนด์ใหม่ ซึ่งจะทำการทยอยเปิดตัวภายในปี 2565 จำนวน 9 โครงการ บน 9 ทำเลศักยภาพ รวมมูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ควบคู่การจัดทัพองค์กรให้มีรูปแบบการทำงานแบบ Agile และ Scrum เสริมด้วยทักษะใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานได้ผลงานที่ฉับไว ซึ่งเป็นฟันเฟืองสร้างบริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน

บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ที่จะถูกพัฒนาขึ้นภายใต้การบริหารของสัมมากร ทั้ง 4 Segment แบ่งเป็น กลุ่ม Super Luxuryมูลค่ารวมทั้งหมด 505 ล้านบาท กลุ่ม Luxury มูลค่ารวมทั้งหมด 2,210 ล้านบาท กลุ่ม High-end มูลค่ารวมทั้งหมด 2,900 ล้านบาท และกลุ่ม Upscale มูลค่ารวมทั้งหมด 4,440 ล้านบาท มีโครงการดังนี้

 

กลุ่ม Super Luxury

แบรนด์ One Gate (วันเกต) ตั้งอยู่โซนเอกมัย-รามอินทรา เป็นบ้านเดี่ยว ขนาดใหญ่จำนวน 3 หลัง จุดเด่นอยู่ตรงทำเลที่เดินทางสะดวกและงานออกแบบที่รวมความเป็นธรรมชาติและความเป็นเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ราคาเริ่มต้น  95-135 ล้านบาท โครงการมีมูลค่า 335 ล้านบาท

แบรนด์ Two Ekkamai (ทู เอกมัย) ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 หรือซอยสุขุมวิท 65 เป็นโครงการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเพียง 2 หลัง ตั้งอยู่บน ไพร์มโลเคชั่นที่หาได้ยากในย่านใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยสไตล์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองนิวยอร์ก มีการรังสรรค์พื้นที่การอยู่อาศัยในทุกองค์ประกอบด้วยสัดส่วนที่กลมกลืนและสมบูรณ์แบบ ราคาอยู่ที่ 85 ล้านบาท และมูลค่าของโครงการอยู่ที่ 170 ล้านบาท

 

กลุ่ม Luxury

แบรนด์ Park Heritage (พาร์ค เฮอริเทจ) บ้านแบบ วิลล่าหรู 3 ชั้น สไตล์ Modern Classic จำนวน 35 หลัง โดยมีจุดเด่นที่เรื่อง Privacy ด้วยการจัดผังโครงการเป็น Cluster Zone ที่ไม่สามารถทะลุผ่านกันได้ และออกแบบให้บ้านที่ติดกับถนนหลักนั้นมีการหันหลังบ้านติดกับถนน โดยมีการออกแบบเป็น Double Front เพื่อหลังบ้านที่ติดกับถนนหลักมีความกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งกับอุโมงค์ต้นไม้ที่ทอดยาวตลอดถนนโครงการ ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท มูลค่าของโครงการอยู่ที่ 2,210 ล้านบาท

 

กลุ่ม High-end

แบรนด์ Barn Yard (บาร์นยาร์ด) เป็นบ้านที่ออกแบบด้วยแนวคิด Classic American Farmhouse กับโลเคชั่นใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่มาพร้อมการออกแบบจัดวางพื้นที่บ้านแต่ละหลังให้มีระดับที่ลดหลั่นกัน ทำให้ทุกบ้านสามารถเห็นวิวและเปิดรับธรรมชาติได้อย่างอิสระ ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท และมูลค่าโครงการอยู่ที่ 900 ล้านบาท

แบรนด์ (Upcoming Project) ที่ยังไม่ได้ระบุชื่อโครงการ จะเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ตั้งอยู่บนพื้นที่ 29 ไร่ บนถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นทำเลที่มีการขยายตัวของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกอีกแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีจำนวน 64 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

 

กลุ่ม Upscale

แบรนด์ Anapana (อนาพนา) โครงการขนาดใหญ่บนพื้นที่ 41 ไร่ ติดถนนลาดกระบังและอยู่ใกล้กับมอเตอร์เวย์ จึงสามารถเดินทางได้สะดวก โดยบ้านถูกออกแบบในสไตล์ Contemporary Tropical โดดเด่นด้วยอุโมงค์ต้นไม้ของต้นจามจุรีขนาดใหญ่ ที่ทอดยาวตั้งแต่ทางเข้าโครงการถึงซุ้มประตูด้านใน มาพร้อมคลับเฮ้าส์และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ยาวถึง 40 เมตร โดยราคาเริ่มต้นที่ 7 ล้านบาท และมูลค่าโครงการอยู่ที่ 1,540 ล้านบาท

แบรนด์ Mitti (มิตติ) ซึ่งมีด้วยกัน 3 โครงการ ใน 3 ทำเล ได้แก่ ชัยพฤกษ์-วงแหวน, ราชพฤกษ์ 346 และรังสิต คลอง 6 แนวคิดของโครงการคือความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุกับการออกแบบฟังก์ชันและพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อาศัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท โดย 3 โครงการมีมูลค่ารวม 2,900 ล้านบาท

 

ในการกลับมารุกตลาดแนวราบในครั้งนี้ของสัมมากร นับว่าเป็นการรุกตลาดในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ผ่านกลยุทธ์ที่น่าสนใจในแบบผสมผสานหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรุกไปยังตลาดต่างจังหวัดกับโครงการแนว Vacation Home ครั้งแรก หรือการมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด โดยมีแนวคิด Design Thinking เป็นแกนหลักในการพัฒนาผ่านสารพัดแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อหน้าใหม่ที่บริษัทไม่เคยมีมาก่อน

รวมไปถึงการพัฒนาในเรื่องของการสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์สัมมากร ว่าเป็น บ้านที่หลับสบาย ไร้กังวล ไม่ใช่แค่บ้านที่ดูสวย แต่ต้องเป็นบ้านที่เข้าใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลงานโฆษณา Web film The Broken Home ที่ทั้งทีม Production และสัมมากร ได้มีการตีความหมายของคำว่าบ้านในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม โดยต้องการกระตุ้นให้คนหันกลับมาลองตั้งคำถาม ตลอดจนคิดถึงความสุขและคุณค่าในอีกด้านของชีวิตร่วมกันภายในบ้านของคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะสัมมากรนั้นเชื่อว่า “บ้านที่มีความสุข ไม่ใช่แค่บ้านที่คนมาอยู่ร่วมกัน แต่คือบ้านที่คนในบ้านมีความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ดีนั่นเอง ซึ่งจากความพยายามทั้งหมดนี้ก็เชื่อว่าแบรนด์สัมมากรนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันในตลาดแนวราบ และเติบโตในแบบก้าวกระโดดได้ยั่งยืนกว่าที่เคยเป็นมาแน่นอน

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์

125 สาทร

เวล่า รามคำแหง 186

เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่

สาทร - วงเวียนใหญ่ ทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นทำเลดาวรุ่ง...

13 June, 2022

เดอะ คราวน์ เรสซิเดนท์เซส

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 CBDs...

13 June, 2022

โนเบิล ครีเอท

ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา เป็นทำเลที่มีความ...

2 June, 2022

ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

ถ้าพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมแบบดั้งเดิมของกรุงเท...

30 May, 2022