แสนสิริ เปิดแผนปี 69 พร้อมรับมือเศรษฐกิจผันผวนด้วยรากฐานที่มั่นคง ย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯ ผลงานยืนแกร่ง – ชู 4 กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 51,000 ลบ. I ยอดขาย 48,000 ลบ. I ยอดโอน 39,000 ลบ.
– ปิดปี 68 ผลการดำเนินงานยืนแกร่งเบอร์ 1: ผลประกอบการ 9 เดือน (สิ้นสุด ก.ย. 68) กำไรสูงสุด ในกลุ่มอสังหาฯ, จ่ายปันผลสม่ำเสมอ Dividend Yield สูง (ราว 10%) พร้อมด้วยยอดขาย-ยอดโอน
สิ้นปี 68 ที่ 51,000 ล้านบาท และ 36,700 ล้านบาท ตามลำดับ และเป็นอันดับ 1 กลุ่มอสังหาฯ องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด
– มองเศรษฐกิจไทยผันผวนสูง ตลาดอสังหาฯ เผชิญกำลังซื้อหดตัว เป้าหมายสำคัญของแสนสิริ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ พร้อมวางกลยุทธ์ที่แม่นยำ สร้างโอกาส
การเติบโตในระยะต่อไป
– ชู 4 กลยุทธ์ผู้นำอสังหาฯ เติบโตยั่งยืน : รุกตลาดกลางถึงบนในทำเลศักยภาพ บาลานซ์พอร์ตแนวราบ-คอนโดฯ อย่างแม่นยำเพื่อชิงความได้เปรียบ,ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด ด้วยจุดแข็งของแสนสิริในด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ บริการหลังการขาย ตลอดจนมุ่งเน้นทางด้านความยั่งยืน, ปั้น New S-Curve จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ต่อยอดความสำเร็จ ต้นแบบCrafted by Sansiri ธุรกิจรับสร้างบ้านที่เติบโตเหนือความคาดหมาย, ผนึกกำลังพันธมิตร (JV) เสริมฐานการเงินให้แข็งแกร่ง พร้อมรับทุกโอกาสการขยายตัวในอนาคต
– แนวราบ มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และช่วงวัย: ปรับกลยุทธ์พร้อมดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์, มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Sansiri Community แห่งใหม่ ที่คำนึงถึง Health and Wellness
บนทำเลกรุงเทพกรีฑา ด้วยพื้นที่กว่า 142 ไร่ ด้านคอนโดมิเนียมฟื้นตัวต่อเนื่อง: รุกตลาดเปิดแบรนด์ใหม่, ขยายตลาดครอบคลุมทุกเซกเมนต์, ชูโปรดักต์ Pet-friendly และ Well-being
แสนสิริปี 69: มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคง
(อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ)
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แสนสิริยังคงตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสผ่านกลยุทธ์ที่แม่นยำและยืดหยุ่น มุ่งสร้างสมดุลแห่งความสำเร็จร่วมกับพันธมิตรทางการเงิน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
ความแข็งแกร่งนี้พิสูจน์ได้จากผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายทะลุ 51,000 ล้านบาท ยอดโอน 36,700 ล้านบาท Sold Out รวม 29 โครงการ มูลค่า 28,800 ล้านบาท และครองแชมป์กำไรสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท (งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 68) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมี Dividend Yield ในระดับสูง (ราว 10%), มีสินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้เพิ่มความสามารถในการรับมือความผันผวน และรองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท นอกจากนี้แสนสิริยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการออกหุ้นกู้ (ส่วนใหญ่จะ over subscribe)
พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคง ตั้งเป้ายอดขาย 48,000 ล้านบาท และยอดโอน 39,000 ล้านบาท ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ (โครงการที่จะเปิดขายในปีนี้มีที่ดินครบหมดแล้ว)
หากเจาะลึกแผนการพัฒนาธุรกิจ เริ่มจากธุรกิจแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม) เปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่า 25,000 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์ ส่งดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ (นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ อณาสิริ) และบ้านที่ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และ Silver (ผู้สูงอายุหรือวางแผนเพื่อเกษียณ), พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Sansiri Community แห่งใหม่ ที่คำนึงถึง Health and Wellness บนทำเลกรุงเทพกรีฑา ด้วยพื้นที่กว่า 142 ไร่ และเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมไฮไลต์ ด้วยการเปิดพรีเซลนาราสิริ บรมราชชนนี และ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ในเดือนมีนาคมนี้
แนวสูง (คอนโดมิเนียม) ฟื้นตัวต่อเนื่อง รุกหนัก 16 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการพัฒนาใหม่และโครงการพร้อมอยู่ รวมถึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri ประเดิมทำเลแรกเจริญนครร่วมกับมิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท พร้อมเดินหน้า Strategic Location ในภูเก็ตด้วยโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพหาดสุรินทร์ และการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT นอกจากนี้ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซกเมนต์ลักชัวรี ด้วยโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Pets-Welcome ที่จะเพิ่มพอร์ตเป็น 20 โครงการเพื่อตอบโจทย์คนรักสัตว์ และ Pet Parent, Well-being ที่เน้นสุขภาพกายและใจ และมุ่งสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ












