เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำอสังหาฯ ไทย ชูยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ด้วย ‘AP CODE’ แนวคิดหลักที่เริ่มจากความเข้าใจลึกซึ้ง
– เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ประกาศยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING สร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Discipline)
– เปิด AP CODE แนวคิดหลักที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เบื้องหลังความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เชื่อมทั้งองค์กรสร้างมาตรฐานเดียวกัน เพื่อส่งมอบ Living Quality และความได้เปรียบในการแข่งขันรอบด้าน
– เจาะลึก 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING 1. Code of Empathy – มาตรฐานการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง Code of Financial Discipline – มาตรฐานวินัยทางการเงิน สร้างเสถียรภาพที่มั่นคง 3. Code of Global Partnership – มาตรฐานความร่วมมือระดับสากล 4. Code of Organization Capability – มาตรฐานศักยภาพองค์กร ต่อยอดความได้เปรียบระยะยาว และ 5. Code of Sustainable Impact – มาตรฐานความยั่งยืน ส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ผู้คน สังคม และโลก
– ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ปี 2569 เตรียมเปิดตัว 42 โครงการใหม่ มูลค่า 55,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 49,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ที่ 49,000 ล้านบาท งบซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท
– กลุ่มธุรกิจแนวราบ เปิดตัว 35 โครงการใหม่ มูลค่า 39,400 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ตโครงการในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่เป็นหนึ่งด้านทำเลเพิ่มมูลค่า พร้อมรุกตลาดต่างจังหวัดแบบก้าวกระโดด เพิ่มเม็ดเงินการลงทุนสานต่อ กลยุทธ์ Location in Location กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย
– กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม เปิด 7 คอนโดใหม่ในทำเลศักยภาพ มูลค่า 15,600 ล้านบาท พร้อมเตรียมรับรู้รายได้จากการโอน 5 คอนโดพร้อมอยู่
– อัปเดตข่าวสารของทุกโครงการใหม่จากเอพี กับ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดฯ ตลอดปี 2026 นี้ คลิก https://apthai.ly/APThai26
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ President (ประธานฝ่ายบริหาร) บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “EMPOWER LIVING หรือชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” และเพื่อขับเคลื่อน
เอพี ไทยแลนด์ให้แข็งแกร่ง และเติบโตในระยะยาว เอพี ไทยแลนด์ จึงกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline’ โดยหัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือ การให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Discipline) โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นหลักการและมาตรฐานของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานของทุกฟังก์ชันหลัก เพื่อสร้าง Living Quality และส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ให้กับลูกค้าในทุกโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม
นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวเสริมว่า
“AP CODE ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรฐานด้านการออกแบบและการก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นระบบมาตรฐานการทำงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร ซึ่งเริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกช่วงเวลา และเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ยาวนาน ประกอบกับการต่อยอดองค์ความรู้ภายในและการถ่ายทอดแนวคิดรอบด้านจากพันธมิตรญี่ปุ่น โดย AP CODE ถือเป็นแนวคิดหลักขององค์กร ที่ขับเคลื่อนให้พนักงานเอพีทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด ให้ยึดถือปฏิบัติภายใต้แนวทางและข้อกำหนดที่ชัดเจน”
เจาะลึก ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING’ กับ 5 เสาหลักส่งมอบ LIVING QUALITY
ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 5 เสาหลัก
เสาหลักที่ 1 Code of Empathy – มาตรฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนจากความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง
กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกสรรที่ดิน วิธีคิดในการออกแบบ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ทุกกระบวนการดำเนินไปภายใต้หลักการเดียวกัน คือ การเข้าใจชีวิตจริง
อย่างเช่น มาตรฐานในการออกแบบสินค้า กับแนวคิด In-Depth Multi-Persona Customization ซึ่งเป็น Process การพัฒนาโครงการที่มาจากการวิเคราะห์บทบาทชีวิตที่หลากหลายของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ยังคงทิศทางการบริหารพอร์ตสินค้าด้วยการกระจายให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม รวมทั้งสิ้น 18 แบรนด์ ด้วยแพ็กเกจราคาขาย 2–120 ล้านบาท สะท้อนความเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่มีหลายระดับราคา และตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเริ่มต้นไปจนถึงระดับบน ควบคู่ไปกับการออกแบบเฉพาะกลุ่มด้วยแบบบ้านที่พร้อมขายกว่า 600 ดีไซน์ กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ และ 42 โครงการใหม่ที่มีแผนจะเปิดในปีนี้ก็จะได้รับการพัฒนาภายใต้มาตรฐานเดียวกัน









