ASW เปิดผลงานปี 2568 ทำรายได้รวม 9,466 ล้านและกำไรสุทธิ 1,078 ล้าน พร้อมชงจ่ายปันผล 0.50 บาท/หุ้น ปี 2569 จ่อโอนเพิ่ม 11 โครงการเสร็จใหม่ แบ็กล็อก 33,944 ล้าน ตั้งเป้ารายได้โตต่อเนื่อง
ASW โชว์ผลงานแกร่งปี 2568 กวาดรายได้รวม 9,466 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท พร้อมชงจ่ายปันผล 0.5 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 เม.ย. นี้ รับอานิสงค์ท่องเที่ยวฟื้น-ปรับกลยุทธ์เน้นตลาดภูเก็ต ดันรายได้และกำไรสุทธิโตส่งท้ายปี ประกาศปี 2569 ก้าวต่ออย่างมั่นคงตามวิสัยทัศน์ EMPOWERING THE FUTURE เตรียมโอนเพิ่ม 11 โครงการสร้างเสร็จใหม่แบบ All-Time High มูลค่าโครงการรวมสูงถึง 26,760 ล้านบาท พร้อมแบ็กล็อกสะสม 33,944 ล้านบาท เชื่อมั่นปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ ASW เติบโตมากที่สุด หลังได้ TITLE ช่วยขยายพอร์ตภูเก็ต หนุนยอดขาย-รายได้โตต่อเนื่อง เล็งเปิดโครงการใหม่อีก 11 โครงการ ทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล-ภูเก็ต พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 18,500 ล้านบาท และเป้ารายได้ 12,500 ล้านบาท โตขึ้น 32%
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ASW สามารถสร้างผลการดำเนินงานปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมียอดขายทั้งปี 23,407 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 21% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 9,466 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,078 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 4/68 บริษัททำรายได้และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีก่อนหน้า (YoY) จากการเร่งผลักดันยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) รวมถึงโครงการเคฟ วันเดอร์แลนด์ (Kave Wonderland) และโมดิซ อาวองการ์ด (Modiz Avantgarde) ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ต้นปี 2569 ทำให้ ASW สามารถทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
จากผลการดำเนินงานที่ยังรักษาระดับการเติบโตได้อย่างมั่นคง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (AGM) จ่ายปันผลสำหรับกำไรสะสมและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 12 เดือนของปี 2568 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น โดยต้องผ่านการอนุมัติจากการประชุมฯในวันที่ 23 เม.ย. 2569 และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เม.ย. 2569
“การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในไตรมาส 4/2568 ที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยวยังรักษาการเติบโตได้ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ซึ่ง ASW มีการปรับกลยุทธ์ เน้นการบริหารจัดการสต๊อกโครงการพร้อมอยู่ ควบคู่กับเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ โดยโฟกัสตลาดภูเก็ตซึ่งเป็น Strategic Location ที่มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงและดีมานด์แข็งแกร่งในทุกสภาพตลาด พอร์ตภูเก็ตจึงเป็น Growth Engine ที่ช่วยให้ ASW สามารถสร้างการเติบโตในปี 2568 ได้อย่างมั่นคง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
นายกรมเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้ตลาดอสังหาฯ ปีนี้มีความเฉพาะตัวสูง กลุ่มเรียลดีมานด์ยังมีศักยภาพแข็งแกร่ง แต่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและพัฒนาโปรดักท์ให้ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม ทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลใหม่ รวมถึงการพิจารณาขยายระยะเวลาลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. นี้ ซึ่งบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวางกลยุทธ์ให้สอดรับกับตลาดอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน







