Pricing Segmentation..ฤา กรุงเทพฯจะมีแต่กลุ่ม Ultra Luxury
สวัสดีครับ วันนี้ผมมาแบบรีบเขียน รีบไปนะครับ เพราะว่ามีเวลาว่างนิดหน่อยในช่วงพักเที่ยงน่ะครับ..ก้าวเลยผ่านพ้นช่วงครึ่งปีกันแล้ว เพื่อนๆหลายๆบริษัทคงจะรู้แล้วนะครับว่ายอดขายครึ่งปีของเรา ได้ตามเป้าหรือตกเป้าครับ แต่ไม่ว่าจะมีผลลัพธ์อย่างไร ก็ขอให้ตั้งใจกันใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้นะครับ ปรับ target ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดมากที่สุด จะเป็นการดีนะครับ เอ ว่าแต่บริษัทผม ครึ่งปีแรกทำผลงานได้โอเค เกินเป้า แต่ไหง ครึ่งปีหลังทำไมปรับ target ให้สูงกว่าเป้าต้นปีก็ไม่รู้สิ งงจุงเบยยย….
เอาละครับ สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสเห็นคอนโดหลายที่เปิดตัวขายกัน และขณะเดียวกันก็ได้เห็นบทสนทนาในโลกออนไลน์ ที่วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า โอ้..เปิดตัวราคาสูงขนาดนี้ แต่ทำเล แบบนี้เนี่ยนะ ใครมันจะซื้อ หรือว่า โอ้ยราคาถูกจริง แต่ห้องเล็กเท่ารังแมว ใครมันจะไปซื้อ ไปซื้อห้องใหญ่ ตึกแถวนั้นดีกว่าราคาถูกกว่าเยอะ >>> คือผมก็อ่านๆ ฟังๆดูก็เห็นควรว่ามันเป็นความจริงน่ะครับ ที่จะบอกว่าราคาคอนโดในสมัยนี้มันแพงจริงๆ แพงจนคิดว่าต่อไปคงมีคนไทยน้อยลงที่มีปัญญาซื้อ เอ๊ะ หรือนี่กะจะสร้างบรรทัดฐานราคาให้มันเทียบเท่ากับสิงค์โปร์ เพื่อรับ AEC เลยหรืออย่างไร? ยิ่งช่วงนี้กระแสฟองสบู่อสังหาก็แรงซะ แล้วถ้าเกิดคนมันไม่มีปัญญาซื้อจริงๆ ไอ้พวกที่เก็งกำไรกันมันกับ shipหาย กันหมด น่ะสิครับผม ส่วนตัวแล้วผมไม่มีควมเห็นในเรื่องนี้นะฮะ เพราะว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดฟองสบู่มันมีอยู่หลายอย่าง และทุกอย่างต้องเกิดวิกฤตพร้อมกัน จึงจะเห็นผล ไม่ว่าจะเป็นตัว developer เอง ตัวนักลงทุน หรือว่า สถาบันการเงิน อย่าลืมนะครับว่า ฟองสบู่ กับ over supply มันเป็นคนละนิยามกันครับ