ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: ยุทธศาสตร์สร้างสมดุล ท่ามกลางกระแสความเสี่ยงและโอกาส
ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เผยทิศทางตลาดปี 2569 ชี้เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องเผชิญกับบททดสอบในการ “รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน” ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ยังมีโอกาสเปิดกว้างสำหรับผู้ที่กล้าปรับตัวผ่านนวัตกรรมการออกแบบและการยกระดับสินทรัพย์เดิมให้มีมูลค่าสูงขึ้น
นางสาวโชติกา ทั้งศิริทรัพย์ หัวหน้าแผนกที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการและวิจัยตลาด ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ภาคธุรกิจค้าปลีกคือตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด “กรุงเทพฯ มีพื้นที่ค้าปลีกคุณภาพสูงกระจายตัวอยู่หลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์ในย่านพักอาศัย่” พร้อมระบุว่า “ผู้พัฒนาโครงการยังคงลงทุนต่อเนื่อง ทั้งการปั้นโครงการใหม่และการรีโนเวทโครงการเดิม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการขยายตลาดกับการดูแลพอร์ตสินทรัพย์ที่มีอยู่ ให้เท่าทันพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ขณะที่แบรนด์ต่างชาติยังคงเดินหน้าปักหมุดในไทยอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างสีสันและดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักในย่านใจกลางเมือง
ขณะที่ตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ ต้องรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้กัน การเปิดตัวของโรงแรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องที่มาพร้อมกับแบรนด์และคอนเซปต์ที่หลากหลาย ทำให้โรงแรมเดิมจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงสินทรัพย์ (Asset Enhancement) เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน แม้ในปีที่ผ่านมาตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีจำนวนไม่ถึง 33 ล้านคน แต่ไทยยังคงมีศักยภาพสูงในการดึงดูดกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical) สุขภาพ (Wellness) และการพักผ่อนทั่วไป หากสถานการณ์และความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาคงที่
นางสาวโชติกา กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันเราเห็นเทรนด์นักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงที่ผสมผสานการทำงานกับการพักผ่อน (Bleisure) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้ดีเทียบเท่ากับประเทศไทย ขณะที่ภาครัฐยังคงเน้นตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวม แต่ในมุมของผู้ประกอบการโรงแรมต่างมองเห็นความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างลูกค้าเฉพาะกลุ่ม พร้อมทั้งพยายามกระจายความหลากหลายของตลาดและแหล่งรายได้ให้มากกว่าแค่การขายห้องพักเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้ เจ้าของและผู้บริหารโรงแรมจึงไม่ได้โฟกัสเพียงแค่อัตราการเข้าพัก (Occupancy) หรือราคาค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) อีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับสินทรัพย์ การเพิ่มบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ให้หลากหลาย รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม การปรับสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว และคาดว่าในปี 2569 ทิศทางจะยังคงเป็นเช่นเดิม โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ที่เห็นได้ชัดว่าโครงการในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มุ่งเน้นไปที่ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” โครงการที่เคยชะลอการเปิดตัวมาจากปีก่อน ๆ จะเริ่มทยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลายโครงการจัดอยู่ในระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่พยายามสร้างความต่าง ด้วยจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว




