อาคารแบบโมดูลาร์ ทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤตที่อยู่อาศัย

ชยางกูร กิตติธีรธำรง 15 January, 2024 at 15.18 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ReHome เป็นโซลูชันอาคารแบบแยกส่วนที่สามารถวางซ้อนกันได้เหมือนกับ ‘LEGO’ เพื่อรับมือกับวิกฤติที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

REHOME BY CUTWORK: AN AFFORDABLE HOUSING CRISIS SOLUTION กับทางออกที่อยู่อาศัยในช่วงวิกฤตในราคาจับต้องได้

Cutwork สตูดิโอสถาปัตยกรรมในปารีส นำเสนอ‘ReHome’ซึ่งเป็นทางออกในด้านการก่อสร้างแบบโมดูลาร์ ซึ่งเดิมมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับวิกฤตที่อยู่อาศัยของยูเครนที่มีความเสียหายจากสงคราม แต่การพัฒนาดังกล่าวได้ขยายขอบเขตเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยทั่วโลก ทั้งในช่วงเวลาวิกฤตและช่วงเวลาปกติ โดยมองว่าที่พักอาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

Cutwork สตูดิโอก่อตั้งขึ้นจากความเชื่อที่ว่าเมืองต่างๆที่เราอยู่อาศัยนั้นถูกสร้างขึ้นโดยที่ไม่สอดคล้องกับโลกที่เราอยู่อาศัยในปัจจุบันอีกต่อไป หากความท้าทายในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา คือ การทำให้เมืองหน่าแน่นขึ้นในแนวตั้ง แต่ความท้าทายในปัจจุบัน คือ การคิดการออกแบบพื้นที่ใหม่โดยให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น สตูดิโอได้แชร์วิสัยทัศน์ ReHome นำเสนอทางออกที่คุ้มค่าและปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมาจากโครงการ Cortex shelter ของ Cutwork มีชื่อเสียงในด้านที่อยู่อาศัยแบบ Self-built, ราคาจับต้องได้,และใช้งานได้ยาวนาน

all renderings ภาพจาก Cutwork I designboom

 

EXPLORING THREE KEY QUESTIONS กับ 3 คำถามสำคัญในการพัฒนา

ReHome โดย Cutwork ได้รับการพัฒนาร่วมกับสมาคมความร่วมมือระหว่างประเทศ GIZ(German Society for international Cooperation) นำเสนอที่พักอาศัยที่ยืดหยุ่นปรับให้เข้ากับจำนวนผู้พักอาศัยและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยแนวทางสถาปัตยกรรมที่ปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าวิธีการก่อสร้างแบบดั้งเดิม โดยไม่มีข้อจำกัดทั้งด้านเวลาหรือสถานที่ โดยมีโจทย์หลัก 3 ประเด็นในการแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยทั่วทุกพื้นที่ในโลก 1) การก่อสร้างแบบโมดูลาร์ ช่วยแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยทั่วโลกได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และราคาถูกลงได้อย่างไร 2) ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบครัวและกลุ่มผู้อยู่อาศัยจำนวน 4-6 คนจะสามารถอยู่ร่วมกันในพื้นที่ขนาดกะทัดรัดโดยยังคงรักษาความเป็นอิสระและพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างไร และ3) วิธีแก้ปัญหาสามารถออกแบบให้เหนือกว่าการรองรับแค่เงื่อนไขในปัจจุบัน และจะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตได้หรือไม่

ภาพจาก ReHome by Cutwork I designboom

 

STACKING MODULAR 27 SQM UNITS INTO A FULL RESIDENTIAL BLOCK โมดูลาร์ขนาด 27 ตารางเมตรที่รวมกันเป็นอาคารที่อยู่อาศัยเต็มรูปแบบ

ทาง Cutwork ได้ออกแบบ ReHome มาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองและตอบความต้องการในด้านต่างๆ โดยจะประกอบไปด้วย หน่วยโมดูลาร์ขนาด 27 ตารางเมตร โดยบล็อกโมดูลาร์สามารถวางซ้อนกันได้เสมือนอิฐ ‘LEGO’ เพื่อนำมาสร้างเป็นบล็อกที่อยู่อาศัยเต็มรูปแบบได้สูงสุดถึง 6 ชั้น สามารถช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการก่อสร้างแบบดั้งเดิม (ใช้เวลาน้อยลงมากถึง 40% ในการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์) ซึ่งลักษณะแบบโมดูลาร์นี้ทำให้ ReHome สามารถปรับตัวเข้ากับเงื่อนไขและบริบทที่หลากหลายได้ ทำให้ช่วยเกิดการขยายตัวของเมืองใหม่อย่างรวดเร็วกับบริบทสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

โดยมีกุญแจสำคัญอีกประเด็นหนึ่งของ ReHome คือ ด้านความสามารถในการจ่ายได้ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cutwork และหัวหน้าสถาปนิก Antonin Yuji Maeno กล่าวว่า ‘เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่อยู่ข้างหน้าว่า การผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปสามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างมากในการสร้างที่อยู่อาศัยแบบโมดูลาร์ในราคาไม่แพงและประหยัด’

โครงการนี้กล่าวถึงวิกฤตที่อยู่อาศัยทั่วโลกและสิทธิในที่อยู่อาศัย I ภาพจาก designboom

 

REHOME COMBINES FIVE APARTMENT TYPOLOGIES AND SHARED SPACES โปรเจคนี้จะประกอบไปด้วยที่พักอาศัย 5 รูปแบบและพื้นที่ใช้งานร่วมกัน     

Cutwork ได้พิจารณาอย่างละเอียดว่า ReHome สามารถสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยไร้บ้าน โดยผ่านกระบวนการคิดใหม่ว่าพื้นที่ขนาดเล็กสามารถรองรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4-6 คน และหลีกเลี่ยงความแออัดในภาวะวิกฤตซึ่งหน่วยการก่อสร้างแบบโมดูลาร์ขนาด 27 ตารางเมตร สามารถพัฒนาเพื่อสร้างรูปแบบที่อยู่อาศัยได้ถึง 5 รูปแบบ ถ้าถอดผนังที่ไม่ได้รับน้ำหนักออก(Non-load bearing wall)

ภาพจาก designboom

 

แบบแรก Simple เพียงยูนิตเดียว ขนาด 27 ตารางเมตร เข้าพักได้สูงสุด 4 คน แบบสอง Double วางติดกันด้านข้าง x ด้านข้าง จะมีขนาด 54 ตารางเมตร เข้าพักได้สูงสุด 6 คน แบบสาม Duplex วางตำแหน่งซ้อนกัน ขนาด 54 ตารางเมตร เข้าพักได้สูงสุด 6 คน แบบสี่ Tetrix วางยูนิตเป็น L-Shape จะมีขนาด 81 ตารางเมตร เข้าพักได้สูงสุด 8 คน และแบบสุดท้าย Doublex รวม 4 โมดูลาร์ Combined Unit จะมีขนาดรวม 108 ตารางเมตร เข้าพักได้สูงสุด 10 คน ซึ่งแต่ละรูปแบบได้รับการเสริมด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่แตกต่างกัน 5 แบบ คือ พื้นที่ทางเข้า 27 ตารางเมตร, พื้นที่ครัวชุมชนรวม 27 ตารางเมตร, พื้นที่บันได 8 ตารางเมตร, และพื้นที่ปลูกสวนส่วนกลางบนดาดฟ้า 27 ตารางเมตร

Standard Living Unit แต่ละยูนิตสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้น I ภาพจาก designboom

โดย Standard Living Unit แต่ละยูนิตแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อสร้างให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ผู้พักอาศัยไม่ได้อยู่ทับซ้อนกันภายในพื้นที่ที่จำกัดแต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวกับพื้นที่ส่วนตัวไว้อยู่

เมื่อเข้ามาจากประตูด้านหน้าจะเปิดออกสู่พื้นที่ห้องครัวขนาดเล็ก และพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่ตรงกลางบล็อกมีมุมเตียง และห้องน้ำ ส่วนด้านท้ายบล็อกจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นอเนกประสงค์ มาพร้อมหน้าต่างสูงจากพื้นถึงเพดาน และมีเตียงโซฟาแบบปรับได้ ส่วนห้องน้ำมีกรอบประตู 2 บานมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสามารถปิดเป็นพื้นที่ส่วนตัวได้ หรืออีกทางหนึ่งก็คือสามารถปิดประตูห้องนอนและประตูห้องครัวในตำแหน่งที่ 2 เพื่อให้พื้นที่อาบน้ำและห้องทำธุระเป็นสัดส่วน ทำให้ผู้คนสามารถใช้งานพื้นที่อาบน้ำ พื้นที่ทำธุระ และอ่างล้างหน้า แยกออกจากกันได้ในเวลาเดียวกัน

ReHome สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้มากถึง 5 รูปแบบ I ภาพจาก designboom

ในส่วน The Loft Living Unit จะมีพื้นที่ชั้นลอยซึ่งจะมีความสูงฝ้าเพดาน 3 ถึง 4 เมตร เมื่อเดินบันไดขึ้นไปบนพื้นที่ชั้นลอยจะพบกับพื้นที่ที่สามารถวางเตียง 2 เตียงสำหรับคู่รักหรือเตียงแยกก็ได้ ในส่วนพื้นที่ห้องครัวและห้องซักรีดของชุมชนรวมได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้มีพื้นที่พบปะ เชื่อมต่อและฟื้นความรู้สึกของชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบทางสงคราม ผู้พักอาศัยสามารถมีพื้นที่รวมตัวกันทำอาหารและรับประทานอาหารร่วมกัน หรือใช้ห้องเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ ซึ่งยูนิตนี้ยังมีสตูดิโอบันทึกเสียงขนาดเล็กที่ใช้ร่วมกันสำหรับผู้พักอาศัย มีติดตั้งแสงสว่างมาให้ มีไมโครโฟนคุณภาพสูง และแผ่นเสียง โดยพื้นที่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสร้างสรรค์ บันทึกการเดินทาง ทำงานร่วมกัน แม้กระทั้งเป็นพื้นที่จัดการกับสถานการณ์ในช่วงวิกฤต

ReHome ไม่เพียงแต่ช่วยตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วนของสังคมเท่านั้น แต่ยังได้รับการออกแบบอย่างระมัดระวังเพื่อให้ทนทานต่อกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป และเมื่อวิกฤตคลี่คลายลงแต่ละยูนิตก็ยังคงไว้สำหรับบ้านอเนกประสงค์สำหรับทุกกลุ่ม ทั้งคู่รัก คนทำงานรุ่นเยาว์ นักเรียน และผู้สูงอายุ
โดยผนังในยูนิตทุกประเภทถูกกำหนดให้เป็นแบบไม่รับน้ำหนักและไม่มีองค์ประกอบทางเทคนิคอยู่ภายใน ซึ่งทำให้ผนังเหล่านี้สามารถถอดออกได้ ทำให้เจ้าของอาคารมีความยืดหยุ่นในการจะรวมแต่ละยูนิต หรือจะรวมเป็นอาคารพักอาศัยที่มีขนาดต่างกันได้อย่างง่ายดาย

ภาพจาก designboom

ภาพจาก designboom

 

อ้างอิง
designboom | ReHome is a modular building solution for the global housing crisis (designboom.com)

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

ชยางกูร กิตติธีรธำรง

สถาปนิกจบใหม่ กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท มีความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ คอนโด โรงแรม และชอบไปดูโครงการและงานออกแบบอยู่เสมอ เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

เว็บไซต์

นิว เวิร์ส กรุงเทพกรีฑา

นิว ซี-สแควร์ สวนหลวง สเตชั่น

ริธึ่ม เจริญนคร ไอคอนิค

วันนี้จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมสุดฮอตชื่อโ...

29 January, 2024

วิสซ์ดอม คราฟท์ สามย่าน

Whizdom Craftz Samyan คือโครงการที่มอบ 5 องค์ประกอบพ...

4 December, 2023

นาวว์ เมกา

หากจะพูดถึง NOWW MEGA (นาวว์ เมกา) ในพื้นที่ของ Maga...

14 November, 2023

แชปเตอร์ วัน สปาร์ค จรัญ

ย่านจรัญเป็นย่านที่มี transformation หรือมีการเปลี่ย...

13 November, 2023

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง