เป็นเจ้าของชีวิตเข้าท่า ใจกลางท่าพระ กับคอนโดห้องใหญ่ วิวดี ราคาสุดคุ้มที่ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์
ฝั่งธนฯ เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันหลากหลายของผู้คนมาอย่างยาวนาน ทั้งในเรื่องของอาหารขึ้นชื่อ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่น จึงทำให้มีผู้คนมากมายที่ยังคงหลงเสน่ห์ในไลฟ์สไตล์ของย่านนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งคนที่อาศัยมาตั้งแต่อดีตและคนที่เข้ามาอยู่ใหม่ โดยย้ายมาตามแหล่งงานหรือเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ในอดีตหลายคนอาจมองว่าฝั่งธนฯเป็นทำเลที่ไกล เดินทางลำบาก เพราะในอดีตพื้นที่ฝั่งธนฯ และฝั่งพระนครเชื่อมกันด้วยสะพานเพียงไม่กี่สะพาน และโดยเฉพาะการเชื่อมเข้าสู่ Inner City และแหล่งงานหลักของกรุงเทพฯ อย่าง เกาะรัตนโกสินทร์ เยาวราช บางรัก สีลม สาทร แล้วหล่ะก็ มีเพียงสะพานข้ามแม่น้ำ 3 สะพาน นั่นคือ สะพานพุทธฯ สะพานพระปกเกล้าฯ และสะพานตากสินฯ (สะพานสาทร) เท่านั้น แต่บริบทของพื้นที่ฝั่งธนบุรีในวันนี้ได้ถูก Transform ให้เป็นพื้นที่พัฒนาใหม่ที่สอดประสานกับย่านชุมชนเก่าที่น่าจับตามองอีกแห่งในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะหลังจากการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายต่างๆ อย่างสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน และสายสีทอง ที่ส่งผลให้ชาวฝั่งธนฯ สามารถเดินทางทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ก็เป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาตามแนวรถไฟฟ้าของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และ ยักษ์ใหญ่ด้าน Commercial ที่ได้ประสบความสำเร็จในการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ฝั่งธนฯให้กลายเป็น New Global Destination อย่าง ICONSIAM ที่จะปลุกให้พื้นที่ฝั่งธนฯ กลับมามีสีสันและครบครันด้วยย่านและโซนต่างๆ ให้ได้ใช้งานแบบครบครัน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าไปถึงใจกลางเมืองเลยทีเดียว
ทั้งนี้พื้นที่บริเวณแยกท่าพระ นับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลสำคัญของย่านฝั่งธนฯ ที่มีการยกระดับการพัฒนาถึงขีดสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเดินทาง ซึ่งแยกท่าพระเป็นแยกหลักที่ผู้คนใช้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่หลากหลายในฝั่งธนฯ เพราะบริเวณสี่แยกท่าพระนั้นเป็นจุดตัดผ่านระหว่างถนนเพชรเกษม, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนจรัญสนิทวงศ์ ทั้งยังเชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ และสามารถข้ามฝั่งมายังสาทรได้โดยง่าย ในขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า “แยกท่าพระ” ยังเป็นจุด Interchange ของการเดินทางขนาดใหญ่ กับสถานีท่าพระ ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายเดียวที่วิ่งวนเป็น Loop รอบกรุงเทพฯ เชื่อมฝั่งธนฯ และฝั่งกรุงเทพฯ เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสายเดียวที่ตัดกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ได้ครบทุกสายทั้งในปัจจุบันและอนาคต และที่สำคัญเป็นสายสีน้ำเงินที่มีเส้นทางเดินรถลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และผ่านย่านประวัติศาสตร์จนทำให้สถานีของสายสีน้ำเงินมีการออกแบบที่สอดคล้องกับย่านเก่า โดยการจำลองบรรยากาศทางวัฒนธรรมของแต่ละย่านที่รถไฟฟ้าผ่าน เช่น บรรยากาศท้องพระโรงที่สถานีสนามไชย เสาหงส์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ที่สถานีอิสรภาพ บรรยากาศร้านค้าแบบชิโนโปตุกิสของชาวจีนย่านเยาวราช ที่สถานีวัดมังกร และสถานีสามยอด เป็นต้น นอกจากนี้สถานีท่าพระยังนับว่าเป็นสถานี Interchange ที่สำคัญของฝั่งธนฯพอๆ กับสถานีบางหว้า เพราะจากสถานีท่าพระ เพียง 2 สถานี ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีบางหว้า interchange สามารถเข้าถึงย่าน CBD สีลม สาทร ได้สะดวกอีกเส้นทาง จากเหตุผลทั้งหมดนี้ แยกท่าพระจึง เรียกได้ว่าเป็นทำเลศักยภาพที่อยู่สบายมากที่สุดในย่านฝั่งธนฯ เลยทีเดียว ส่งผลให้มีดีเวลลอปเปอร์หลายรายเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโดยรอบสถานีท่าพระแห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี โดยมักจะอยู่บนเส้นเพชรเกษม และส่วนใหญ่อยู่ห่างจากสถานีท่าพระมากกว่า 200-300 เมตร
หากจะถามคนในย่านฝั่งธนฯ ว่ามีดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำรายไหนที่เอาจริง เอาจังกับการรุกตลาดคอนโดสูงในย่านฝั่งธนฯมากที่สุด เชื่อแน่นอนว่าหลายๆ คนน่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศุภาลัย” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ศุภาลัยมีการเปิดตัวโครงการคอนโดอย่างต่อเนื่องบนทำเลหลักของฝั่งธนฯ ทั้งตลาดพลู เจริญนคร วุฒากาศ สามแยกไฟฉาย ประชาธิปก พระราม 8 โดยเฉพาะบริเวณท่าพระ – วงเวียนใหญ่ กับคอนโด City Home สี่แยกท่าพระ ซึ่งเป็นคอนโดสูงแห่งแรกในย่านนี้ที่ติดสถานีรถไฟฟ้าท่าพระ และ ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ – วงเวียนใหญ่ ที่อยู่ถัดออกไปจากสถานีท่าพระ 570 เมตร ซึ่งจากผลลัพธ์ดังกล่าวก็ต้องบอกว่าแบรนด์ศุภาลัยนั้นค่อนข้างที่จะเป็นที่คุ้นหู คุ้นตาของคนจำนวนมากในย่านฝั่งธนฯไม่แพ้โครงการอื่นใดเลย โดยในวันนี้ศุภาลัยพร้อมกลับมาตอกย้ำตำแหน่งผู้นำของทำเลฝั่งธนฯอีกครั้งกับโครงการใหม่ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ (Supalai Loft Tha Phra Interchange) คอนโดสูงตึกคู่ 31 และ 32 ชั้น พร้อมทางเชื่อมลอยฟ้าแห่งแรกบนแยกท่าพระ ที่พร้อมให้คุณใช้ชีวิต ฟรีสไตล์ได้ทุกท่า ตอบโจทย์ทุกดีไซน์ ได้อย่างเต็มที่ กับจุดเด่นในเรื่องของความใกล้สถานีท่าพระเพียงแค่ 150 เมตร* ส่วนกลางลอยฟ้าวิวสวย รูปแบบห้องขนาดใหญ่ที่หลากหลาย แต่ขายในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุดของย่านท่าพระ
โครงการศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ แม้จะเป็นโครงการติดถนนใหญ่เพชรเกษม แต่ก็เป็นย่านที่มีความสงบและค่อนข้างเป็นส่วนตัวพอสมควร เนื่องจากตัวโครงการได้ถอยร่นออกมาจากถนนใหญ่เพชรเกษมประมาณ 49 เมตร โดยที่ตั้งของอาคาร B ก็มีระยะห่างจาก Main Gate ที่มี Green Buffer ด้วยแนวสวนสวยภายในโครงการวางขนานเลียบคลองวัดประดู่ถึง 78 เมตร ทำให้ระยะห่างของห้องพักอาศัยอยู่ไกลจากถนนใหญ่ถึง 127 เมตร ช่วยสร้างความ Privacy จากภายนอกโดยเฉพาะในเรื่องเสียงได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ รอบข้างยังไม่ค่อยมีตึกสูงมาบังวิว สามารถชมวิวกรุงเทพฯ ได้ไกล รอบทิศ และยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาด โรงเรียน และโรงพยาบาลชื่อดังมากมาย อาทิ แพลทฟอร์มวงเวียนใหญ่, เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, บิ๊กซี อิสรภาพ, ไอคอน สยาม, ตลาดวงเวียนใหญ่, ตลาดพลู, ตลาดบางขุนศรี, ตลาดรถไฟธนบุรี, Thai Sikh International School, มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, รพ.พญาไท, รพ.บางไผ่, รพ.สมเด็จเจ้าพระยา และ รพ.ศิริราช
รายละเอียดโครงการ Supalai LOFT Tha Phra Interchange
โครงการ Supalai LOFT Tha Phra Interchange (ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์) บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคาร A สูง 31 ชั้น และอาคาร B สูง 32 ชั้น รวมจำนวนห้องพักอาศัย 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต และพื้นที่จอดรถคิดเป็น 52% มีห้องให้เลือก 3 แบบ อาทิ ห้องแบบ 1 Bedroom, ห้องแบบ 1 Bedroom Plus และห้องแบบ 2 Bedroom มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 33-67.5 ตารางเมตร พร้อมครัวปิดเป็นสัดส่วน คัดสรรวัสดุคุณภาพและสเปคพรีเมียมที่ให้มากกว่า
Supalai LOFT Tha Phra Interchange ถ่ายทอดแรงบันดาลใจถอดเสน่ห์ฝั่งธนบุรี สู่แนวคิด Old Town New Time ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของย่านเมืองเก่าเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพลักษณ์ Loft & Modern Craft ที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างครบทุกมิติ ด้วยการนำเสนออัตลักษณ์ของแบรนด์ “LOFT” ผ่านไฮไลท์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ค้นพบความหมายของการใช้ชีวิตใจกลางท่าพระกับทำเลที่ดีที่สุด
Master Plan
โครงการติดถนนใหญ่เพชรเกษม ตัวโครงการได้ถอยร่นออกมาจากถนนใหญ่เพชรเกษมประมาณ 49 เมตร โดยที่ตั้งของอาคาร B ก็มีระยะห่างจาก Main Gate ที่มี Green Buffer ด้วยแนวสวนสวยภายในโครงการวางขนานเลียบคลองวัดประดู่ถึง 78 เมตร โดยเน้นไปที่อาคารที่อยู่อาศัยและอาคารจอดรถแยกจากกัน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้สีเขียวอยู่รอบโครงการ
Floor Plan Tower A
ห้องพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 พร้อมพื้นที่สวนส่วนกลาง Backyard Garden ให้คุณเข้ามานั่งพักผ่อนบนพื้นที่สีเขียวนี้ได้
ชั้น 6 – 26 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด แบบห้องคละกันตั้งแต่ 1 Bedroom จนถึง 2 Bedroom
ชั้น 27 มีส่วนพักอาศัยที่แทรก Retreat Corner เข้ามาอยู่ด้วย เข้ามานั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกที่มุมนี้ก็ได้
ห้องพักอาศัยที่ชั้น 28 – 30
Floor Plan Tower B
ห้องพักอาศัยของอาคารนี้เริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป แต่ละชั้นก็คละห้องแบบ 1 Bedroom ไปจนถึง 2 Bedroom ไว้ด้วยกัน
ชั้น 31 มีทั้งหมด 9 ยูนิต ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นอื่นในอาคาร
Sales Gallery
ด้านในมีพื้นที่รองรับลูกค้าหลายมุม พร้อมตั้ง Model จำลองโครงการจริงให้ลูกค้าดูคร่าวๆ พร้อมห้องตัวอย่าง แบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ให้ชมถึง 2 ห้องด้วยกัน
เป็นเจ้าของชีวิตเข้าท่า ใจกลางท่าพระ กับหลากหลายเหตุผลที่ “ใช่” ของโครงการศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์
ในมุมมองของเราย่านฝั่งธนฯโดยเฉพาะท่าพระ นับว่าเป็นย่านปราบเซียนที่ดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆ ล้วนแต่กลัวๆ กล้าๆ ที่จะเปิดโครงการในย่านนี้ เพราะไม่มั่นใจถึง Insight ลูกค้าว่าต้องการอะไรในการใช้ชีวิตบนคอนโดบ้าง ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อคอนโดของชาวฝั่งธนฯ ที่มักจะรอซื้อตอนตึกเสร็จเพื่ออยู่เองมากกว่า การซื้อเก็งกำไร จึงทำให้หลายๆ ดีเวลลอปเปอร์ที่มีฐานลูกค้านักลงทุนอยู่เยอะ กลับประสบปัญหาในการขายโครงการในย่านนี้ จนต้องม้วนเสื้อกลับไปในย่านที่ตัวเองถนัดก็มีไม่น้อย แล้วทำไมเรื่องดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้นกับศุภาลัยเลย ในทางตรงกันข้ามศุภาลัยกลับเดินหน้าเปิดโครงการที่ฝั่งธนฯ รัวๆ ติดๆ กันแทบจะทุกปี คำตอบก็คือศุภาลัยเน้นไปที่การพัฒนาโครงการที่จับกลุ่มคนซื้ออยู่เองที่มองหา Space ที่มากกว่า และความใกล้ถิ่นฐานเดิมเป็นหลัก เข้าใจความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการมองหาความคุ้มค่าเมื่อเทียบกันในแบบตารางเมตรต่อตารางเมตร ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เป็น DNA ในการพัฒนาทุกโครงการของศุภาลัยไปแล้ว และต่อไปนี้คือไฮไลท์ที่เป็นแต้มต่อของโครงการศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ ที่พร้อมจะมัดใจใครหลายๆ คนให้กำเงินไปซื้อในวันพรีเซล 14 – 15 ก.พ.นี้
1. ปลดล็อคข้อจำกัดของทุกการเดินทาง กับความใกล้เพียงแค่ 150 เมตร จากสถานีท่าพระ
โครงการ Supalai LOFT Tha Phra Interchange ห่างจาก MRT สถานีท่าพระเพียง 150 เมตรเท่านั้น โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้นเรียกได้ว่าเป็นโครงข่ายของรถไฟฟ้าที่วิ่งวนลูปในกรุงเทพฯ ไว้ด้วยกันทั้งหมด สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าหลายสาย อาทิ BTS สายสีเขียวเข้ม, MRT สายสีม่วงและสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีแดง รวมถึงส่วนต่อขยายในอนาคตอย่างสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ ช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของทำเลในระยะยาวทำให้ลูกบ้านสามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายอื่นได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ทุกวันแบบไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเลยก็ได้ พร้อมทั้งสามารถกำหนดเวลาที่จะไปถึงปลายทางได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
2. โดดเด่น แต่ลงตัวด้วยงานออกแบบที่สะท้อนวัฒนาธรรมร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด Old town New Time
เสน่ห์ของ Supalai LOFT Tha Phra Interchange คือการดึงเอาความเก่าแก่คลาสสิคของย่านฝั่งธนบุรีมาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด ” Old town New Time” ที่โครงการไม่ได้พยายามจะลบภาพจำดั้งเดิมของท่าพระทิ้งไป แต่กลับนำกลิ่นอายวัฒนธรรมร่วมสมัยมาผสมผสานให้มีความเข้ากันกับงานดีไซน์สมัยใหม่ มีการใช้รูปทรงและสีสันที่สะท้อนถึงรูปลักษณ์ดั้งเดิมของท่าพระในรูปแบบต่างๆ ทำให้ตัวอาคารดูไม่แปลกแยกจากชุมชนรอบๆ มีการนํารูปแบบเส้นสายของประตูบานเฟี้ยมที่เป็นเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมในย่านฝั่งธนฯ มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ façade ส่วนตกแต่งอาคาร และยังนำรูปแบบเส้นสายที่เป็นลักษณะเด่นของร่องสวน มาลดทอนรายละเอียด ประกอบกับการเว้นจังหวะเส้น รวมทั้งผสมผสานเส้นโค้งเข้าไปในงานออกแบบเพื่อให้เกิดความทันสมัยและน่าสนใจยิ่งขึ้น
3. ครบครันด้วยพื้นที่ส่วนกลาง บนคอนเซทป์ LIFE SPACE กระจายตัวอยู่ทั่วโครงการ ครบทุกไลฟ์สไตล์ อิสระในแบบที่เลือกเองทุกวัน
เติมเต็มการใช้ชีวิตด้วย Life Space พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Lobby, Co-working Space และ Co-study Space รวมถึงส่วนกลางลอยฟ้า Sky Facilities ให้ผู้อยู่อาศัยสัมผัสวิวเมืองกว้างสุดสายตา อาทิ Sky Lounge, Social Club, Workshop Studio, Cloud Living Area, Sky Corner, Infinity Urban View, Sky Fitness, Horizon Sky Pool, Jacuzzi Bed, Bubble Jet Area, Kid’s Pool, Cloud Relaxing Area และ Greenery อีกทั้งยังเป็นคอนโดมิเนียมปลอดฝุ่น ด้วยระบบปรับอากาศที่ช่วยกรองฝุ่นภายในห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 2 ไร่ ให้ลูกบ้านเลือกใช้งานตามจังหวะชีวิตได้ในแต่ละวัน บอกเลยว่าลูกบ้านใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ไม่มีเบื่อ อาทิ
Co-Working & Co-Study Space : พื้นที่ Co-Working จะอยู่ที่อาคาร A ส่วน Co-Study Space อยู่ที่อาคาร B เป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน นั่งติวหนังสือสำหรับลูกบ้านที่ไม่อยากอยู่แค่ในห้องของตัวเอง
Play Park & Shady Garden : สวนส่วนกลางมีพื้นที่วิ่งเล่นสำหรับเด็กๆ
Relaxing Pond Area : โซนบ่อน้ำสร้างบรรยากาศให้รู้สึกผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ
Sky Lounge & Social Club : พื้นที่ให้คุณขึ้นมาชมนั่งชมวิวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทั้งยังสามารถจัดปาร์ตี้เล็กของคุณและเพื่อนๆ ได้
Workshop Studio : พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันของลูกบ้านในโครงการ
Horizon Sky Pool : สระว่ายน้ำระบบเกลือกว้าง 5.7 เมตร ที่สามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้า พร้อม Jacuzzi Bed, Bubble Jet และสระเด็ก
Sky Fitness : ฟิตเนสลอยฟ้าพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ออกกำลังกายไปมองวิวเมืองไป
นอกจากนี้ส่วนของอาคารที่จอดรถ บริเวณชั้นดาดฟ้ายังสามารถทำเป็นพื้นที่กิจกรรมได้ด้วย อาทิ Putting Green : ลานฝึกซ้อมกอล์ฟ, Edible Garden : โซนผักสวนครัว และพืชสมุนไพร และ Recovery Track : ทางเดินบนหญ้า เพื่อได้สัมผัสและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ

































































