เมื่อ Event ล้มเหลว ไม่ได้กระทบแค่ผู้จัด แต่สะเทือนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์

ต่อทอง ทองหล่อ 05 January, 2026 at 11.11 am

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ปลายปี 2025 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วมการแสดงบัลเล่ต์ระดับนานาชาติรายการหนึ่งย่านใจกลางเมืองใกล้ประตูน้ำ ซึ่งคาดหวังตั้งใจว่าน่าจะเป็นงานแสดงวัฒนธรรมคุณภาพ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้พัฒนาอาคารจัดงาน (Event Venue) และเจ้าของพื้นที่เชิงพาณิชย์

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ไม่ใช่เพียงความล่าช้า หรือการบริหารงานอีเวนต์ที่ขาดประสิทธิภาพ หากแต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง การออกแบบพื้นที่ และการกำหนดมาตรฐานการใช้งานอาคาร ที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน และในระยะยาวย่อมย้อนกลับมากระทบ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

บทความนี้จึงขอหยิบเหตุการณ์ดังกล่าวมาเรียบเรียงเป็นกรณีศึกษา เพื่อชวนผู้พัฒนา ผู้ถือครองพื้นที่ และผู้ลงทุน ได้ทบทวนบทบาทของอสังหาริมทรัพย์ในฐานะ Infrastructure of the experience หรือโครงสร้างพื้นฐานของประสบการณ์

https://unsplash.com/s/photos/event-safety

 

1. ความปลอดภัย คือ หัวใจของอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อาจมองข้าม

สิ่งแรกที่สร้างความกังวลให้กับผู้เข้าร่วมงาน คือการจัดผังพื้นที่บริเวณ Waiting area โถงรอและจุดลงทะเบียนซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับลิฟต์ แต่ไม่สามารถมองเห็นบันไดสำหรับหนีไฟหรือเส้นทางอพยพได้อย่างชัดเจน ทางเดินภายในมีลักษณะแคบ และไม่สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้งานระดับหลักพันคน

ในเชิงอสังหาริมทรัพย์ นี่ไม่ใช่เรื่องความรู้สึก แต่คือประเด็นด้าน Fire & Life Safety Design ที่เป็นมาตรฐานสากลของอาคารสาธารณะ การออกแบบพื้นที่ที่ไม่เอื้อต่อการอพยพ ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ยังเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายและประกันภัยในอนาคต

 

2. เมื่อผู้ร่วมงานไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของประสบการณ์

จากกรณีศึกษานี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การไม่ปรากฏตัวของผู้รับผิดชอบหลักในงาน ผู้เข้าร่วมไม่สามารถทราบได้ว่าใครคือผู้ตัดสินใจหรือผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหา ณ สถานการณ์จริง พนักงานหน้างานทำหน้าที่เพียงลงทะเบียน แต่ไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่หรือกำหนดการได้

สำหรับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ นี่สะท้อนถึงปัญหา Operational Governance ของพื้นที่ให้เช่า การปล่อยให้ผู้ใช้งานเผชิญปัญหาโดยไม่มีตัวแทนของเจ้าของพื้นที่อยู่ในระบบบริหารจัดการ เท่ากับการปล่อยให้ชื่อเสียงของอาคารผูกติดกับความล้มเหลวของผู้อื่นอย่างผู้จัดงานโดยปริยาย

แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ผนังบริเวณที่นั่ง ซึ่งเป็นผนังเบาและไม่ยึดกับโครงสร้างหลัก จนไม่สามารถใช้งานจริงได้ ผู้ใช้บริการพิงแล้วยวบ ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบที่เน้นภาพลักษณ์มากกว่าการใช้งานจริงและความปลอดภัย

 

3. การบริหารฝูงชน (Crowd management) เรื่องเล็กที่กลายเป็นวิกฤตใหญ่

ความล่าช้าในการเริ่มงานการแสดงกว่า 40 นาที ประกอบกับพื้นที่ที่คับแคบแออัดและการจัดที่นั่งรอการแสดงที่ไม่เป็นระบบ ขาด register area และ waiting area ที่เหมาะสม ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างผู้เข้าร่วมและพนักงาน จนลุกลามเป็นการโต้เถียงเสียงดังด้วยอารมณ์ในพื้นที่สาธารณะ

ในมุมอสังหาริมทรัพย์ นี่คือบทเรียนด้าน Crowd Management & Capacity Planning อาคารที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีทั้งพื้นที่สำรอง ระบบสื่อสาร และทีมบริหารที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพ มิฉะนั้น ความอึดอัดทางกายภาพจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว

 

4. Event Production ที่ด้อยค่า ทำให้ลดคุณค่าพื้นที่

แม้จะเป็นอาคารที่ตั้งใจรองรับงานแสดง แต่ระบบแสงกลับไม่สามารถสนับสนุนการแสดงได้อย่างเหมาะสม นักแสดงตกอยู่ในเงามืดในจังหวะสำคัญ ขณะที่สื่อภาพพื้นหลังซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ Generative AI แต่กลับขาดคุณภาพที่ดี ไม่เหมาะสมกับงานศิลปะที่ต้องลงทุนกับความคิดสร้างสรรค์โดยมนุษย์

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า อาคารที่ดีไม่ใช่แค่ “ให้เช่าได้” แต่ต้องยกระดับคุณค่าของกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน หากพื้นที่ไม่สามารถส่งเสริมคุณภาพของงาน ผลลัพธ์คือการลดทอนภาพลักษณ์ของทั้งผู้จัดและสถานที่ไปพร้อมกัน

 

5. ประสบการณ์ผู้ใช้ คือ สินทรัพย์ที่ประเมินค่าเป็นเงินได้

ผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยลงทุนกับบัตรราคาสูงเริ่มต้น 1500 ไปจนถึงบัตรแบบ VIP 36,000บาท ด้วยความคาดหวังต่อประสบการณ์ระดับพรีเมียม แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่สอดคล้องกับราคา ความผิดหวังนี้ไม่ได้จบลงแค่คืนเดียว หากแต่ฝังอยู่ในความทรงจำ และส่งผลต่อการตัดสินใจในอนาคตว่าจะกลับมาใช้พื้นที่ venue นี้อีกหรือไม่

ในโลกอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่ต่างจากทำเลหรือสถาปัตยกรรม เพราะมันส่งผลโดยตรงต่ออัตราการกลับมาใช้ซ้ำ ความเต็มใจในการจ่าย และการบอกต่อในระยะยาว

6. คำแนะนำหลักการออกแบบ Event / Concert Venue ที่ควรใส่ใจ

คำแนะนำ 8 ข้อ ได้แก่ ปลอดภัย – ไหลลื่น – มองเห็นดี – ฟังเสียงดี – ใช้ง่ายทุกคน – ยืดหยุ่นได้ – เสริมส่งประสบการณ์ที่ดี

 

คำแนะนำที่ 1 ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก (Safety First) เช่น ต้องมีทางหนีไฟหลายจุด มองเห็นชัด ไม่ซ่อน ควรมีทางเดินกว้างพอสำหรับการอพยพคนจำนวนมาก และออกแบบให้ไม่เกิดคอขวดบริเวณลิฟต์ บันได ทางเข้า–ออก นอกจากนี้ต้องมีไฟฉุกเฉิน ป้ายเรืองแสง และระบบแจ้งเตือนที่ใช้งานได้จริง

 

คำแนะนำที่ 2 ออกแบบการไหลของคน (Crowd Flow) เช่น ควรมีการแยกเส้นทางผู้ชม, staff และศิลปินชัดเจนเพื่อป้องกันการสับสนของผู้คน ควรออกแบบให้มีจุดลงทะเบียน รอคิว ร้านค้า ห้องน้ำ ที่ไม่ชนกัน และต้องมีพื้นที่ buffer รองรับคนรอช่วงก่อน–หลังงาน นอกจากนี้ควรออกแบบตามพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แค่ตามผัง

 

คำแนะนำที่ที่ 3 ออกแบบมุมมองเวที (Sightline) ให้เสมอภาคมากที่สุด เช่น ทุกที่นั่งเห็นเวทีชัด ไม่ถูกบัง ความชันที่นั่งคำนวณจริง ไม่วางเก้าอี้ลอยๆ ควรมีระยะเวทีเหมาะกับประเภทการแสดง

 

คำแนะนำที่ 4 การออกแบบระบบเสียง (Acoustic) เช่น รูปทรงอาคารควรเอื้อต่อคุณภาพเสียง การควบคุมเสียงสะท้อนและเสียงก้อง เสียงต้องดีทุกโซน ไม่ใช่แค่หน้าเวที นอกจากนี้วัสดุผนัง เพดาน พื้น ต้องออกแบบเพื่อเสียงโดยเฉพาะ

 

คำแนะนำที่ 5 การเข้าถึงของทุกคน (Accessibility) เช่น ผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์เข้าใช้งานได้จริง, มีที่นั่งและห้องน้ำเฉพาะในตำแหน่งเหมาะสม, ป้ายทางเดินอ่านง่ายในสภาพแสงน้อย

 

คำแนะนำที่ 6 พื้นที่หลังบ้าน (Back of House) เช่น Backstage และทางขนอุปกรณ์ไม่ตัดกับผู้ชม, มี loading area ที่ทำงานได้จริง นอกจากนี้ห้องควบคุมเสียงและไฟ รวมถึงห้องศิลปินออกแบบเพื่อการทำงานได้จริง

 

คำแนะนำที่ 7ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexibility) ควรออกแบบพื้นที่ให้สามารถปรับ layout ได้หลายรูปแบบนั่ง แบบยืน แบบผสมเพื่อรองรับงานหลายประเภท ไม่จำกัดแค่งานรูปแบบเดียว นอกจากนี้เรื่องระบบโครงสร้าง ไฟ เสียง ควรรองรับการอัปเกรดในอนาคต

 

คำแนะนำที่ 8ประสบการณ์และความรู้สึกผู้ชม (Experience) เช่น ออกแบบแสง สี วัสดุ สร้างบรรยากาศและอารมณ์ เพื่อให้ผู้ชมไม่รู้สึกอึดอัด หลงทาง หรือสับสน และต้องคำนึงถึงประสบการณ์ดีตั้งแต่เข้าพื้นที่จนออกจากงาน

 

7. แม้เจ้าของอาคารไม่ใช่ผู้จัดงาน แต่ก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้

แม้ในทางเทคนิค เจ้าของสถานที่อาจไม่ใช่ผู้จัดอีเวนต์โดยตรง แต่ในสายตาผู้ใช้งาน “ประสบการณ์ทั้งหมด” คือภาพจำของพื้นที่นั้น การออกแบบโครงสร้างที่ไม่รองรับคนจำนวนมาก การขาดมาตรฐานความปลอดภัย และการไม่มีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน ล้วนเป็นความเสี่ยงเชิงอสังหาริมทรัพย์ที่ควรถูกบริหารอย่างจริงจัง

 

กรณีศึกษานี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า

อาคารจัดงานที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดที่ความสามารถในการรองรับความคาดหวังของผู้คนจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย เป็นมืออาชีพ

 

เพราะในท้ายที่สุด อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขายแค่ “พื้นที่”

แต่ขาย “ความเชื่อมั่น” และเมื่อความเชื่อมั่นพัง มูลค่าก็ย่อมสั่นคลอนตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

นิว เมกา พลัส บางนา

คอนโดภายใต้แบรนด์ Nue คือโครงการ Flagship ที่สำคัญจา...

3 November, 2025

นิว เรน แจ้งวัฒนะ

Nue REN Chaengwattana (นิว เรน แจ้งวัฒนะ) คือโครงการ...

10 October, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง